เข้าสู่ระบบ“บอกว่าไม่ต้องมารับก็ได้…”
เสียงบ่นเบา ๆ ของ ลลิลดา ดังขึ้นขณะที่ก้าวออกจากลิฟต์กระจกหน้าบริษัท ใบหน้าเรียวซ่อนความเขินไว้ภายใต้สีหน้าที่แกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ทั้งที่จริง ๆ ข้างในหัวใจกำลังเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ
ภาพของ โอม ที่ยืนพิงรถยนต์ส่วนบุคคลสีดำอยู่ตรงหน้าทางออกบริษัท สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนธรรมดา ๆ แต่กลับดูเท่จนใครผ่านไปมาก็ต้องเหลียวมอง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนสปอตไลต์สาดใส่กลางวันแสก ๆ
โอมไม่ใช้ผู้ชายที่แต่งตัวจัดจ้านหรือหรูหราอะไรเลย แทบจะดูธรรมดา ๆ เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยความนิ่งสุขุม ความสูงที่มากถึงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนฯ รูปร่างดีฉบับครูสอนว่ายน้ำที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ความคูลแบบธรรมชาติของเขานั่นแหละ…เป็นเสน่ห์ที่ไม่ต้องพยายาม
เขาโบกมือเรียกฉันเบา ๆ แล้วเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับให้เหมือนเป็นเรื่องปกติ
“มานี่ดิ เมีย~”
“อย่าเรียกแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นได้ไหม!” เธอขมวดคิ้วใส่ทันที แม้เสียงจะไม่ได้ดังมากนัก แต่แววตาหงุดหงิดมีเต็มร้อย
“ก็เมียโอมจริง ๆ นี่” เขายิ้มขี้เล่น ใบหน้าเรียบนิ่งนิด ๆ แต่ริมฝีปากกลับยกขึ้นมุมหนึ่ง ยิ้มแบบที่ฉันแพ้เขาไปทุกที
“ไม่ใช่!” ลลิลตอบกลับทันที แล้วรีบเดินขึ้นรถไปนั่งประจำตำแหน่งตุ๊กตาหน้ารถตัวโปรดโดยไม่หันมองหน้าเขาอีก
โอมหัวเราะเบา ๆ “โอเค…ยังไม่ใช่ตอนนี้ก็ได้”
“อย่ามาพูดแบบนี้นะ!”
“พูดอะไร โอมพูดความจริงผิดตรงไหน”
“ความจริงบ้าอะไรของนาย!”
“ความจริงที่โอมจะจีบให้ลลิลเป็นเมียจริง ๆ ยังไงล่ะ”
“โอม!” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงเข้มปนหงุดหงิด
แต่เขากลับทำท่ายียวน ไม่สนใจกับสิ่งที่ลลิลพูด ไม่ใช่เพราะชอบกวนประสาท…แต่เพราะเขาชอบตอนลลิล
หน้าแดงตอนโมโหแบบนี้ที่สุดหลังจากรถเคลื่อนตัวออกไปได้ไม่นาน เสียงเพลงเบา ๆ ในรถก็คลอไปด้วยบรรยากาศสบาย ๆ ยามเย็น พระอาทิตย์ที่กำลังตกดินส่องแสงทอประกายให้ท้องฟ้าสีส้มอบอุ่นสะท้อนบนแก้มของเธอ
“วันนี้เป็นไงบ้าง” เขาถามเสียงเรียบ
“ปกติ” ลลิลตอบสั้น ๆ สายตาไม่ละจากวิวข้างทางในยามเย็น
“ปกติของลลิลนี่คือดีหรือแย่ล่ะ”
“ก็ปกติไง”
“แปลว่าเหนื่อย” เขาพูดเสริมเองด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
ฉันเงียบไปสักพัก “ไม่เหนื่อยหรอก”
“โกหกไม่เนียนเลย” สารถีคนหล่อหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มบาง ๆ
“รู้ได้ไง”
“ก็รู้จักเมียตัวเองดีไง” เขาตอบหน้าตายแบบเดิมเป๊ะ
“โอม!” ลลิลขึ้นเสียงทันที “บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกแบบนั้น!”
“โอเค ไม่เรียกแล้ว” เขายักไหล่
“ดีมาก”
“เรียกว่าเมียในใจแทนละกัน”
“โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!” ฉันอยากจะคว้าขวดน้ำขว้างหน้าไอ้หนุ่มเจ่าเล่ห์ให้รู้แล้วรู้รอด
เขาหัวเราะอย่างสะใจ “เธอนี่นะ ดุจริง ๆ”
“นายเองก็ปากหมาเถอะ”
“แต่ใจลลิลบาง” เขากระซิบเบา ๆ
“พูดอะไรของนายเนี่ย!” ฉันรีบเบือนหน้าหนี เพราะรู้ว่าที่เขาพูดไม่มีตรงไหนที่ผิดเลย
รถยนตร์ส่วนบุคคลเคลื่อนมาจาดก่อนเสียงเครื่องยนตร์จะดับลงที่ร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างทาง ไม่ใช่ร้านหรูหรา ไม่ใช่ร้านโรแมนติก แต่เป็นร้านโปรดของลลิลดา ที่เขาจำได้แม่นว่าครั้งแรกที่ลลิลพาเขามากิน ลลิลหัวเราะจนแก้มแดงเพราะโอมซดน้ำซุปเผ็ดจัดจนน้ำมูกไหล
“มานี่” เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เหมือนเดิม
“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย”
“แบบไหน”
“แบบที่เปิดประตูรถให้ทุกครั้งน่ะ”
“ก็อยากทำ”
“ไม่ต้องทำก็ได้ ลลิลเปิดเองได้”
“แต่โอมอยากเป็นคนเดียวที่ได้เปิดให้” เขาตอบนิ่ง ๆ ตามสไตล์ผู้ชายคูล
ฉันสะอึก… ใบหน้าร้อนผ่าวอีกแล้ว
นี่มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ปากฉันแข็ง ดุ กวนกลับทุกคำ…แต่ใจฉันกลับ ละลายทุกครั้งที่เขายิ้มแบบนั้น
“ไปกินข้าวได้แล้ว” คนตัวเล็กพูดตัดบท ก่อนเดินหนีเข้าไปในร้าน
“ครับ เมีย~” เขาตะโกนเบา ๆ ตามหลังจนฉันหน้าแดงเถือก
บรรยากาศในร้านอาหารคึกคักพอสมควร เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนใช้เวลากับครอบครัว บ้างก็คุยธุรกิจ บ้างก็เป็นการสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อน ทั้งสองนั่งอยู่มุมในที่ไม่ค่อยมีคน เสียงช้อนส้อมกระทบจานดังเป็นระยะ ๆ ลลิลตักข้าวเข้าปากโดยไม่เอ่ยอะไร ส่วนเขาก็เอาแต่นั่งมอง… มองแบบไม่ละสายตาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
“เลิกมองได้แล้ว” ลลิลพูดเสียงเบา
“ทำไมล่ะ”
“รำคาญ”
“งั้นโอมมองแป๊บ ๆ ก็ได้” เขายักคิ้ว
“โอม!!” ฉันเงยหน้าขึ้นมาเตรียมจะดุ
แต่แล้ว…เขาก็ยิ้ม
รอยยิ้มที่ไม่ได้มีคำพูดอะไรพ่วงมา แต่กลับทำให้หัวใจฉันเต้นโครมครามแบบไม่ทันตั้งตัว
นี่มันไม่แฟร์เลย… เขารู้ว่าฉันแพ้รอยยิ้มเขาแบบนี้ทุกครั้ง
“หุบยิ้มเดี๋ยวนี้” ฉันพยายามทำเสียงเข้ม
“ทำไมต้องหุบ”
“เพราะมันน่าหมั่นไส้!”
“แต่เธอก็หน้าแดง”
“ไม่ได้แดง!”
“แดง”
“ไม่ได้แดง!!”
“แดงแน่ ๆ”
เขาหัวเราะเสียงเบา มองหน้าคนตัวเล็กแบบที่รู้ว่าเธอกำลังสติแตกข้างในแทบอยากจะกรี๊ดออกมา
“ลลิล…”
“อะไรอีก”
“เธอน่ารักว่ะ”
ประโยคเดียว…เหมือนเสียงทุกอย่างในร้านเงียบลงไปชั่วขณะ
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาชายหนุ่มหน้าคมยังนิ่ง ๆ เหมือนเดิมแต่เปล่งประกายความอบอุ่นบางอย่าง รอยยิ้มบางนั้น… ไม่ใช่แบบกวนตีนเหมือนทุกที แต่มันจริงจังมากพอจะทำให้หัวใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ
“พูดอะไรของนาย…” ลลิลพยายามเบือนสายตา
“พูดความจริง” เขาตอบเรียบ ๆ
“หยุดพูดแบบนี้ได้ไหม”
“ไม่หยุด”
“โอม…”
เขาเท้าแขนกับโต๊ะแล้วเอนตัวเข้ามาใกล้ลลิลอย่างจงใจ “ก็โอมชอบพูดตรง ๆ”
“นายมันปากดี”
“แต่ใจจริง”
ฉันสะอึกอีกครั้ง คำพูดของเขามันไม่ได้หวานเวอร์ แต่มันมีน้ำหนัก หนักพอจะทำให้คนฟังรู้สึกหวั่นไหวโดยไม่ต้องมีดอกไม้หรือแหวนเพชรเม็ดโต
“กินข้าวไป อย่ามาพูดอะไรเพี้ยน ๆ” ลลิลพูดกลบเกลื่อน
“เพี้ยนตรงไหน ก็พูดกับคนที่โอมชอบ”
“ฉันไม่ได้ชอบนาย” ลลิลดารีบพูดเสียงแข็งสวนทันที ทั้งที่หัวใจเธอเต้นแรงราวกับโกหกตัวเอง
“โอมก็ไม่ได้บังคับให้ลลิลชอบ” เขายิ้มมุมปากอีกครั้ง “แต่โอมก็จะจีบต่ออยู่ดี”
“คนอย่างนายเนี่ยนะ จะจีบใครจริงจัง?”
“คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าไง”
ฉิบหายแล้ว… ใจเต้นแรงอีกแล้ว
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งคู่เดินออกมาหน้าร้าน ลมเย็น ๆ พัดผ่านกระทบใบหน้าอย่างแผ่วเบา หนุ่มร่างกำยำเดินเอามือล้วงกระเป๋า ส่วนเธอกอดกระเป๋าถือแน่นหวังจะควบคุมหัวใจตัวเองที่เต้นถี่ระรัวราวกลองศึก
“ทำไมต้องเดินข้างฉันด้วย”
“ก็โอมอยากเดินข้างลลิล”
“อย่ามาอ้อนนะ”
“ไม่ได้อ้อน” เขายิ้ม “แต่ถ้าอ้อนแล้วลลิลใจอ่อนก็ถือว่าเวิร์ก”
“โอม!” ร่างบางหันไปจะดุ แต่เขาก็ยิ้มอีกแล้ว… รอยยิ้มที่แสนจะยียวนกวนประสาท แต่กลับทำให้แข้งขาฉันอ่อนแรงทุกที
ขณะที่เครื่องยนต์กำลังแล่นไปบนท้องถนน เขาไม่ได้พูดอะไรมาก แค่เปิดเพลงคลอเบา ๆ แล้วปล่อยให้เสียงดนตรีสบาย ๆ ปกคลุม ลลิลแอบเหลือบมองหน้าคนขับรถสุดหล่อ แล้วรีบเบือนสายตากลับเหมือนถูกจับได้
“เลิกยิ้มแบบนั้นสักทีได้ไหม…มันใจเต้น” ลลิลบ่นในใจ
โอมไม่ได้พูดอะไร แต่เหมือนรู้ว่าคนสวยข้าง ๆ กำลังมอง
ก่อนเขาจะหันใบหน้าหล่อ ๆ นั้นมาช้า ๆ แล้ว ใช่… ยิ้มอีกแล้ว
“โอม!” ลลิลร้องเบา ๆ อย่างหงุดหงิดปนเขิน
เขาหัวเราะออกมาอย่างพอใจ
“ลลิลจะปากดีแค่ไหน โอมก็รู้ว่าใจลลิลบางนิดเดียว”
“เขาเคยบอกว่าไม่มีใครแย่งเขาจากเกมได้ แต่วันนี้…เขายอมวางเมาส์ทุกชั่วโมง เพียงเพื่อจะมองหน้าเมียคนเดียว”เวลาผ่านไปไวเหมือนสายฟ้าจากวันที่เราทะเลาะเพราะเกมจากวันที่ฉันงอนเพราะเขาไม่สนใจจากวันที่เขายอมวางเมาส์ครั้งแรกวันนี้…มันกลายเป็น “ครบรอบหนึ่งปีของการแต่งงาน” ของเราแล้วฉันนั่งอยู่บนระเบียงบ้าน มองพระอาทิตย์ตกดินอย่างใจเย็น ข้างกายคือชายคนหนึ่งที่กำลังแอบซ่อนอะไรบางอย่างเพราะเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองซ่อนความลับได้ “ห่วยแตก” แค่ไหน“นายทำหน้าแปลก ๆ นะ” ฉันพูดทั้งที่ยังไม่หันไปมอง“หน้าแปลกอะไร ผัวหน้าปกติ” โอมตอบแบบไม่สบตา“โกหกไม่เนียนเลย” ฉันหัวเราะเบา ๆ “ตั้งแต่เช้านายก็แอบโทรศัพท์ แอบไลน์ แอบย่องออกไปหน้าบ้านไม่รู้กี่รอบ”“ผัวแค่มีธุระ~” เขายิ้มยียวน“ธุระแบบโอม ๆ นี่แหละน่าสงสัยที่สุดแล้ว”“เมียอย่ารู้มากได้ไหม~” เขายื่นมือมาหยิกแก้มฉันเบา ๆ“โอมมมมมมมม!” ฉันโวยเสียงยาว“รอหน่อยทูนหัว~” เขาพูดประโยคประจำตัวที่เคยทำฉันหัวร้อนไม่รู้กี่ครั้ง แต่ครั้งนี้…ฉันกลับยิ้มหนึ่งปีที่ผ่านมา เราเปลี่ยนไปมากเขายังคงเป็นผัวติดเกมคนเดิมแต่กลายเป็น “ผัวที่รู้จักจัดเวลา” และ “รู้ว่าตอนไหนควร
“เมียไม่เคยเล่นเกม…ผัวเลยต้องเป็นโค้ช ปัญหาคือ ผัวคลั่งเมียเกินจนลืมว่า นี่มันสนามรบ ไม่ใช่เตียง!”“ลลิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล”เสียงลากยาวจากผัวติดเกมดังมากจนนกบนหลังคาคงหนีไปคนละทิศ ฉันวางแก้วน้ำลงแล้วมองเขาอย่างระอา“อะไรของนายอีก” ฉันเลิกคิ้วโอมหมุนเก้าอี้หันมาหา แววตาเป็นประกายเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่“มาเล่นเกมกับโอมเถอะ”“หา?” ฉันขมวดคิ้ว“ก็ผัวอยากให้เมียลองเล่นเกมด้วยกันไง!” เขายิ้มตาหยี “จะได้เข้าใจความสุขของผัว!”“โอม…ฉันไม่ถนัด” ฉันพูดชัดถ้อย “ฉันเป็นพวกเล่นเกมไม่รอดนะ เคยเดินตกเหวในเกมที่เล่นกับเพื่อนไปสามรอบติด”“ไม่เป็นไร ผัวฝึกให้” เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่ามั่นใจเวอร์ “ผัวสายโค้ช”“ไม่เอา…” ฉันส่ายหัว“แต่ผัวอยากเล่นกับเมียอะ” เขาทำเสียงอ้อน ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เหมือนลูกหมาโดนเมิน “ขอเถอะนะ เมียจ๋า~”“อย่ามาเสียงนี้” ฉันพยายามกลั้นยิ้ม“นะครับ ที่รักของโอม~” เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกันโอ๊ย…ตานี่มันอ้อนเก่งกว่าแมวอีก!สุดท้าย…ฉันก็พ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มกวน ๆ ของเขา“เออ! เล่นก็เล่น!”“เย่!” เขากระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ดีใจยิ่งกว่าตอนได้แชมป์โลกโอมจ
“เขาเคยบอกว่าเกมคือโลกของเขา…แต่วันที่คิดว่าเมียอาจ ‘ท้อง’ โลกของเขาพลิกทั้งใบ”มันเริ่มจากความผิดปกติง่าย ๆ ในเช้าวันหนึ่งฉันอาเจียนตั้งแต่ยังไม่ทันกินข้าว“อึก…” ฉันพุ่งเข้าห้องน้ำทันทีที่แปรงฟันเสร็จเสียงอาเจียนดังชัดจนโอมที่กำลังนั่งเล่นเกมมือถืออยู่หน้าทีวีถึงกับโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะแล้ววิ่งพรวดเข้ามา“ลลิล! เป็นอะไร!?” เสียงเขาตื่นเต็มที่“ไม่รู้…” ฉันพูดเสียงเบา ขณะล้างปาก “อยู่ ๆ ก็รู้สึกคลื่นไส้”“เมื่อคืนเรากินอะไรแปลก ๆ ไปหรือเปล่า” เขาขมวดคิ้ว“ก็ข้าวต้มธรรมดา…” ฉันพึมพำเขาหันมาจ้องหน้าฉันทันที ดวงตาคมเข้มมองอย่างคาดโทษ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะ เครียด“หรือว่า…” เขาพูดเสียงแผ่ว“ว่า?” ฉันขมวดคิ้ว“ลลิล…จะท้อง?”ฉันชะงัก“บ้า!” ฉันหัวเราะเสียงดัง “อย่าพูดเล่นสิ!”“ใครพูดเล่น โอมพูดจริง” เขาก้มลงมาจ้องตาฉัน “ลลิล อ้วกตอนเช้า หน้าซีด ตัวร้อนนิด ๆ แล้วก็บ่นง่วงมาตั้งแต่เมื่อคืน”“นายนี่…” ฉันถอนหายใจยาว “อย่าคิดไปไกลสิ”“ไม่ไกลได้ไง! โอมกับเมียโอม” เขาชะงักกะทันหัน แล้วทำหน้ากวนประสาท “อืม…เอาเป็นว่า มีเหตุผลให้สงสัยก็แล้วกัน”“ไอ้บ้า” ฉันหน้าแดงเถือกเขาหัวเราะเสียงดัง แต่ใน
“ถ้าจะพาเมียไปฮันนีมูนทั้งที…ผัวติดเกมคนนี้ก็จะพาไปทั้งในชีวิตจริงและในเกม!”หลังจากงานแต่งผ่านไปสองสัปดาห์…เราก็เพิ่งได้เวลา “ฮันนีมูน” กันแบบเป็นเรื่องเป็นราว“นายแน่ใจนะว่าไม่ได้ซ่อนโน้ตบุ๊กไว้ในกระเป๋า” ฉันพูดขณะนั่งอยู่บนเบาะรถระหว่างทางไปสนามบิน“แน่ใจสิ” โอมตอบหน้าตาย“แล้วไอ้ที่พกกล่องใส่เมาส์ติดตัวมาคืออะไร” ฉันเลิกคิ้วทันทีเขาชะงักไปหนึ่งวิแล้วหัวเราะ “โอเค โอมแค่เอามา เผื่อไว้”“นี่มันไม่ใช่ฮันนีมูนแบบปกตินะ!” ฉันหัวเราะพรืดออก มา “นายจะติดเกมขนาดนี้เลยเหรอ!”“ไม่ใช่ติดเกม” เขายิ้มกวน “ติดเมีย…แต่แค่พกเมาส์ติดตัวไปด้วยเฉย ๆ”ฉันกลอกตา “นายมันบ้า”“บ้ารักเมียไงครับ” เขาตอบทันควันทริปฮันนีมูนของเราไม่ใช่มัลดีฟส์ ไม่ใช่ยุโรป… แต่เป็นเกาะเล็ก ๆ ในภาคใต้ รีสอร์ตเงียบ ๆ ริมทะเล ที่ไม่มีเสียงเมือง มีแค่เสียงคลื่น ลมทะเล และกลิ่นไอเค็มจาง ๆ ของน้ำทะเลยามเช้า“ที่นี่สวยจัง” ฉันพูดพลางหันหน้ารับลม“สวยกว่าลลิลไหมล่ะ” เขากระซิบข้างหู“อย่ามาเนียน!” ฉันหัวเราะแล้วตีแขนเขาเบา ๆ“โอมพูดจริง” เขาก้มลงจูบข้างแก้มฉันแบบไม่ให้ตั้งตัว “ลลิลน่ารักกว่าวิวอีก”“นายมันคนกวน!” ฉันหน้าแดงพรืดเข
“หลังแต่งงาน…เขายังติดเกมเหมือนเดิม แต่ปัญหาคือ…เมียก็ ‘ติดผัว’ ไม่แพ้กัน”เช้าวันแรกหลังแต่งงาน ไม่ใช่เช้าในโรงแรมหรู หรือฮันนีมูนริมทะเลแต่เป็นเช้าที่เราตื่นบนเตียงในบ้านหลังเล็ก ๆ ของเราเองบ้านที่มีกลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากห้องครัวบ้านที่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์พร้อมจอใหญ่สองจอ วางข้างเตียงแบบไม่รู้จักคำว่า “โรแมนติก”และบ้านที่มี “โอม” สามีปากหมา ผัวติดเกมของฉันนอนกรนเบา ๆ อยู่ข้าง ๆ“โอม…” ฉันสะกิดแขนเขาเบา ๆ“อือ…” เสียงครางงัวเงียหลุดออกมา ก่อนเขาจะหันตัวมาพาดแขนมากอดฉันแน่นเหมือนหมาหวงเจ้าของ“นี่นายจะกอดฉันหรือจะนอนเหยียบฉันกันแน่” ฉันหัวเราะขำ“กอดเมีย…” เสียงแหบเบา ๆ ดังข้างหู “เมียของผัว…อย่าหนี”“พูดจาแบบนี้แต่ยังไม่ตื่นเลยนะ”“ผัวไม่ได้หลับ” เขาพึมพำ “ผัวแค่ยังไม่อยากลุก”ฉันส่ายหน้าแล้วยกมือขึ้นตีเบา ๆ ที่แผ่นอกกว้างของเขาผัวติดเกมแต่ดันติดเมียยิ่งกว่าอีก“โอม วันนี้ไม่มีซ้อมเหรอ?” ฉันถามหลังจากที่เขายอมลุกจากเตียงมาแปรงฟันและกินกาแฟด้วยกัน“บอกแล้วไงว่าวันนี้โอมปิดหมดหนึ่งวัน” เขายิ้มกวน “วันแรกของชีวิตผัวเมียทั้งที…โอมจะซ้อมได้ไง”“พูดเหมือนโรแมนติก แต่เมื่อกี้เห็นเปิดคอมฯ
“เขาเคยเลือกเกมมาก่อน…แต่วันนี้เขาเลือกฉัน และเลือกจะพาฉันเข้ามาอยู่ ‘ในเกม’ กับเขา ไม่ใช่ข้างนอกอีกต่อไป”ใครจะไปคิด…ว่าคนที่เคยทะเลาะกันเพราะเกม คนที่เคยต้องทนนั่งมองแฟนเล่นเกมยันตีสามทุกวัน วันหนึ่ง…จะได้ “แต่งงาน” กัน ทั้งในเกม และในชีวิตจริงใช่…ฉันกับโอม เรากำลังจะแต่งงานกัน“ลลิล” เขาเรียกฉันตอนค่ำ ก่อนวันงานจริงหนึ่งวันขณะที่ฉันกำลังนั่งเช็กงานการ์ดแต่งงานกับทีมเพื่อนสาว เขาเดินเข้ามาหาในชุดเสื้อยืดกางเกงบอกเซอร์ หน้าตากวน ๆ เหมือนเคย“อะไรอีกล่ะ” ฉันถามขำ ๆ “อย่าบอกนะว่าจะขอซ้อมเกมก่อนวันแต่ง”“ไม่ใช่” เขายิ้มมุมปาก “โอมอยากชวนลลิลแต่งงาน…ในเกม”ฉันเลิกคิ้วทันที “หา? นี่นายพูดจริง?”“จริงสิ” เขายักคิ้วกวน “โอมจองแผนที่ไว้แล้ว ตั้งใจจัดงานไว้ในเกมด้วย”“นายมันบ้า” ฉันหัวเราะ “นี่มันโรแมนติกแบบเกมเมอร์ชัด ๆ”“ก็ผัวติดเกมนี่นา” เขายิ้มกว้าง แล้วก้าวเข้ามากอดเอวฉันจากด้านหลัง “เมียจะปฏิเสธได้เหรอ”“เฮ้อ…” ฉันส่ายหน้า แต่ยิ้มกว้างกว่าเขา “ก็ได้ค่ะ ทูนหัวของเมีย~”โอมเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะในคืนนั้น แล้วพาฉันเข้าไปในเกมออนไลน์ที่เขารักที่สุด เกมที่เคยทำให้เราทะเลาะกัน…ร้องไห้กัน…แ







