Home / โรแมนติก / ทรายสีกุหลาบ / 12 : อิชรีนฮาวาอ์

Share

12 : อิชรีนฮาวาอ์

last update publish date: 2026-03-20 16:13:22

ทันทีที่เท้าเหยียบลงบนผืนพรมเปอร์เซียสีแดงปักลวดลายดอก        ทามาริสก์และพุ่มปาล์มสีทองเหลืองอร่าม อันเป็นสัญลักษณ์ประจำกาสิโนเลื่องชื่ออย่างอิชรีนฮาวาอ์

‘อิชรีนฮาวาอ์’ ที่แปลได้ว่า สาวสวยวัยยี่สิบ

ทันที่ที่ราล์ฟปรากฏกาย สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องมายังเขาเป็นจุดเดียว ความสง่างาม หล่อเหลา และนัยน์ตาเด็ดเดี่ยวที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์แพรวพราว ตลอดถึงชาติตระกูลอันสูงส่ง และอำนาจเงินมหาศาล ทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของทุกคนอย่างง่ายดาย

เมื่ออิกซาร์ผู้เป็นเจ้าของกาสิโนเห็นผู้มาใหม่เข้า เขาก็รีบย้ายร่างอวบอ้วนจากโต๊ะเซียนพนัน ออกมาให้การต้อนรับราล์ฟทันที นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักธุรกิจอีกหลายเชื้อชาติ ต่างพากันเรียงหน้าเข้ามาโค้งคำนับแนะนำตัวเองกับเขาอีกหลายคน

‘มีใครบ้างไม่อยากทำธุรกิจกับเจ้าของคูฮาร์อีกครึ่ง’ ดังนั้นชายหนุ่มจึงจำต้องหยุดเสียเวลากล่าวคำทักทายกับคนเหล่านั้น แต่จะว่าไปแล้ว แม้แต่องค์รัชทายาทของคูฮาร์อย่างเจ้าชายฮัฟดีน ก็ยังไม่ได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติเช่นนี้เลย

           “ขอบคุณสวรรค์ที่ดลใจให้คุณแวะมาที่นี่ เป็นเกียรติกับผมมากเหลือเกิน” อิกซาร์ค้อมศีรษะให้ชายหนุ่มด้วยความนอบน้อม ก่อนผายมือเชื้อเชิญให้ราล์ฟเดินตามเขาไปยังห้องชั้นบน ซึ่งเป็นห้องรับรองที่ดีที่สุด

           “จะไม่ให้แวะมาที่นี่ได้ยังไง ทั่วทั้งคูฮาร์ ระหว่างเบธเล็มและอาเคเซียห์ ก็มีจุดกึ่งกลาง อย่างดาฮาบิย่าแห่งนี้ไงที่จะหาความบันเทิงได้เต็มอิ่มที่สุด ใครๆ ต่างก็รู้” ร่างสูงทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้นวมสีแดงมีพู่ประดับสีทองและหมอนอิงหลายสิบใบ ภายในห้องตกแต่งบรรยากาศให้คล้ายกับโอเอซิสที่ชุ่มชื่นกลางทะเลทราย พวงองุ่นพลอยแดงเจียระไนช่อใหญ่วางต่างเครื่องตกแต่งอยู่บนโต๊ะกลาง มันเปล่งแสงสะท้อนพรายรุ้งเมื่อแสงจากโคมระย้าตกต้อง ทั่วทั้งห้องจึงเต็มไปด้วยความพร่าพราย บรรดาสาวสวยนุ่งน้อยห่มน้อยพากันทยอยนำเครื่องดื่มและอาหารเข้ามาเสิร์ฟ

           “ยกย่องกันเกินไปแล้วคุณราล์ฟ แต่ผมก็รู้สึกยินดี” อิกซาร์ลูบเครายิ้มกริ่มด้วยความปลาบปลื้ม ก่อนหันไปปรบมือเรียกบรรดาสาวงามที่สวยที่สุดซึ่งแต่ละคนล้วนมีตำแหน่งเป็นถึงดาวเด่นประจำกาสิโนหรูหราครบวงจรแห่งนี้ให้เข้ามารับรองเจ้าชาย แต่ราล์ฟไม่ได้ต้องการความสุขอย่างว่าในเวลานี้ เขาจึงโบกมือน้อยๆ เพื่อไล่ให้นางฟ้าเดินดินจำนวนไม่ต่ำกว่าสิบคนนั้นล่าถอยออกไป

           “คืนนี้ขอแค่ชิพกับวิสกี้ก็พอ ถ้าอยากได้อะไรมากไปกว่านี้จะบอกเอง” หลังจากปฏิเสธไปแล้ว ชายหนุ่มก็เอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ พร้อมกับกวาดตามองลงไปชั้นล่าง หลายครั้งราล์ฟสบสายตาเชิญชวนจากเหล่าหญิงสาวมากหน้าหลายตา นอกจากพวกเธอจะสวยราวนางฟ้า ทรวดทรงองค์เอวก็งดงามยวนยั่วใจไม่น้อย แต่เขากลับหน่ายที่จะปลดเปลื้องความใคร่ด้วยเซ็กซ์เพียงชั่วคืนกับผู้หญิงเหล่านี้...นั่งเอนหลังจิบวิสกี้ได้สักพัก เสียงหวานของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นรบกวนสมาธิของชายหนุ่ม

           “ไฮ ราล์ฟ... ดีใจจังที่ได้เจอคุณ อิชรีนฮาวาอ์มีแขกสาวๆ เต็มเพียบตลอดสัปดาห์ได้ ก็เพราะพวกเธออ่านข่าวกอซซิปจากนิตยสารชื่อดังที่เพิ่งเขียนแซวเรื่องส่วนตัวของคุณไปเมื่อสามอาทิตย์ก่อน เจ้าชายนอกบัลลังก์ผู้โปรดปรานการวางเดิมพันและการพะเน้าพะนอจากสาวงามในอิชรีนฮาวาอ์” กิริยาเยื้องย่างงดงามราวนางพญา และการเปิดฉากสนทนากับเขาก่อนโดยไม่มีความหวั่นเกรง ทำให้ราล์ฟอดคิดเล่นๆ ไม่ได้ว่าเธอคนนี้ต้องไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆ แน่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 137

    “ไม่ว่าใครก็เป็นเจ้าหญิงได้ทั้งนั้นล่ะค่ะคุณพ่อ หากว่าพวกเธอได้พบกับรักแท้ จากผู้ชายที่รักจริง และเป็นสุภาพบุรุษ ความสุขมันอยู่ที่ใจค่ะ” ผู้เป็นลูกสาวกล่าวคำคม ซึ่งมีคนข้างๆ คอยปรบมือให้ “ว่าแต่ ที่คุณลงทุนเดินทางจากเคนต์มาเยี่ยมพวกเราถึงที่คูฮาร์เนี่ย แค่เพราะต้องการเอาหนังสือเล่มนี้” สุลต่านซานาลชูหนังสือเก่าแก่ทั้งหนาหนัก เก่าจนถึงขนาดหน้ากระดาษแทบจะเปื่อยยุ่ย ชูสูงขึ้นเสมอพระพักตร์แล้วกล่าวต่อ “เอามาให้ไลเกอร์แค่นั้นเองน่ะนะ มันหนังสืออะไรกันคุณทวด สำคัญขนาดนั้นเลยเชียวเหรอ ผมว่าเขายังอ่านไม่ออกด้วยซ้ำ” พระองค์รับสั่งอย่างเป็นกันเองด้วยคำถามติดตลก และท่าทางอย่างนั้นก็ชวนให้คนเป็นพ่อตารู้สึกขัดใจยิ่งนัก “นี่อย่าดูถูกกันเชียวนะสุลต่านซานาล หนังสือเนี่ย Winnie and The Pooh ของ A. A. Milne. ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกเลยเชียวนะ เหมือนที่เจ้าชาย แฮรี่ทรงมอบให้พระราชนัดดา เจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์ไง ผู้ดีอังกฤษ ก็มักจะคิดอะไรที่ล้ำลึกทรงคุณค่าแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” ในฐานะเป็นพลเมืองของสหราชอาณาจักรเต็มขั้น เมอเรย์ก็อดไม่ได้ที่จะคุยโว แต่ทว่าทั้งคู่ยังไม่ทันได้ทุ่มเถียงกัน

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 136

    “ถ้าคืนนั้นฉันต้องเสียเธอไป โลกของฉันวันนี้จะไปยังไงนะ คงจะเป็นสีเทา ไร้สีสันไร้ความสุขไปชั่วชีวิต นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีเธอ...เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้สัญญากับฉันนะอันนา อย่าปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เพราะฉันจะดูแลเธอด้วยชีวิตของฉันเอง” ชายหนุ่มบอกอย่างหนักแน่น และคนในอ้อมกอดก็รีบรับคำ“แน่นอนค่ะราล์ฟ ฉันสัญญา ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณไม่ไปไหน เป็นทุกอย่างที่คุณต้องการเช่นกัน...แต่ถึงอยากจะไปก็คงไปไม่ได้หรอกมั้ง เพราะหัวใจฉัน...อยู่กับคุณมาตลอดแล้วนี่ ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน...ที่นี่” อันนาบอกกับเขาด้วยความสัตย์จริง ดวงตาที่จับจ้องเขาเปล่งประกายระริก ก่อนริมฝีปากจะแย้มยิ้มชวนให้ติดตรึงใจ“ให้ตายเถอะ หวานจริงๆ คิดถึงใจคนอื่นบ้างมั้ย เพราะเธอหวานขนาดนี้ไง ฉันถึงอดใจไม่ได้ทุกที...ใครจะเมาท์ก็ช่างเถอะ ขอแค่ได้ทำรักกับเธอให้ชื่นใจก็พอ ต่อให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ฉันก็ไม่สน” คนอดใจไม่ไหวตีขลุมหน้าตาย ไม่พูดเปล่า มือเรียวของราล์ฟยังจัดการรูปซิปชุดสวยของอันนาออก ไม่นานเรือนร่างอรชรจึงเหลือเพียงบิกินี่สีหวานปรากฏแก่สายตา และชายหนุ่มก็ค่อยๆ ปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกเช

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 135

    เขาสัญญากับตัวเองว่า...จะจดจำมิตรภาพที่แสนงดงาม ระหว่างเธอ และเขาตลอดไป... เช่นเดียวกับที่อื่นๆ เมื่อสายลมของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านมาเยือนเวอร์มอนต์อีกครั้ง ทุกอย่างที่นี่ก็ถูกย้อมให้กลายเป็นสีส้มแดง ถึงเจิดจ้าแต่ก็อบอุ่น...แสงแดดอ่อนลอดผ่านพุ่มใบเมเปิลลงมา กระทบเข้ากับริ้วคลื่นเล็กๆ ของแม่น้ำแซกตันที่ไหลผ่านแก่งหิน ก่อเกิดเป็นพรายรุ้งระยิบระยับ ฝูงปลาเทราต์แหวกว่ายทวนกระแสด้วยความรื่นรมย์อันนายิ้มให้กับความงดงามของทุกสรรพสิ่งรอบตัว ก่อนหมุนร่างกลับมายิ้มกว้างให้กับคนที่ตระกองกอดเธอไว้จากทางด้านหลังเจ้าของนัยน์ตาคมสีมรกต จับจ้องดวงหน้างามอย่างไม่วางตา เขาเพิ่งถอดเสื้อหนังและโยนแว่นกันแดดทิ้งไปบนเบาะหลังรถเปิดประทุนคันงาม ก่อนนัยน์ตาทรงเสน่ห์คู่นั้น จะส่งกระแสเชิญชวนอ่อนหวานให้กับเธอ ทั้งคู่ยืนอยู่กึ่งกลางสะพานพอดี โดยมีฝูงผีเสื้อตัวน้อยโบยบินอยู่รอบๆ“คุณคือทุกอย่างที่ฉันฝันถึง ไม่ว่าจะถอดใจ ยอมแพ้ หนีไป หรือเริ่มใหม่ ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไร ใจฉันก็มีแต่คุณ” อันนากระซิบบอกเขา นัยน์ตาสีอำพันเปล่งแววหวาน พร้อมกับวาดวงแขนขึ้นโอบรอบคอราล์ฟเอาไว้ ส่วนเขาก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจ้อ

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 134

    ... 7 เดือนต่อมา... หลังเคลียร์งานไตรมาสสุดท้ายของแบรนด์เมลานีจบลง เวสต์ก็เตรียมเก็บข้าวของเพื่อเดินทางไปสานงานพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่ซิดนีย์ตามความต้องการของบิดาต่อ เขาแวะยิ้มอำลาให้กับภาพงดงามของ อันนา ที่ปรากฏอยู่บนหน้านิตยสารดังระดับโลกปักษ์ล่าสุด ซึ่งเป็นภาพของเธอในงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างหญิงสาวกับกษัตริย์ราล์ฟ ราฟาเอล อัลอัชรี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไล่เลี่ยกันกับพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ราล์ฟชุดเจ้าสาวของเธอออกแบบโดยมารดาของเขา ซึ่งมันจะกลายเป็นตำนาน เช่นเดียวกับเรื่องราวดุจเทพนิยายของชีวิตเธอ ที่กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ให้กับบรรดาสาวๆ จากทั่วโลก เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า เรือนผมดุจเส้นไหมสีทอง จับจ้องดวงหน้าสวยหวานของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ขโมยหัวใจเขาไปแล้วได้แต่ยิ้มส่ายหน้า อดไม่ได้ต้องไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มเนียนใสของคนในภาพถ่าย ดวงตาจับจ้องรอยยิ้มใสกระจ่างของเธอด้วยความหลงใหล ดวงตาสีอำพันของอันนาราวกับเปล่งแสงได้เช่นเดียวกับดวงดาว เธองดงามจับใจเขายิ่งนัก ซึ่งจังหวะนั้นเป็นขณะเดียวกับที่ใบไม้รูปหัวใจของต้นลินเดนจากเซ็นทรัลพาร์ก ปลิวตาม

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 133

    “ก็ดีเหมือนกันนะ หากฉันจะต้องจากโลกนี้ไป อย่างน้อยก็ยังได้ตายในผืนดินที่ฉันรัก ดินแดนแห่งทะเลทรายสีกุหลาบ” อันนาพึมพำกับห้วงคำนึง หัวใจล่องลอยไปไกลแสนไกล ถึงเจ้าของร่างสูงเพรียว ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มสะกดใจ และดวงตาคมสีมรกตเปี่ยมเสน่ห์ เธอยิ้มให้เขาจากความมืด หัวใจปวดปร่า และเมื่อเหนื่อยล้าเกินไป จนสุดจะยื้อ อันนาก็ตัดสินใจ...ปล่อยมือ... “ลาก่อนราล์ฟ เท่านี้ก็มากเกินกว่าที่ฉันฝันไว้แล้ว” จบประโยคนั้นร่างทั้งร่างของหญิงสาวก็ค่อยๆ จมดิ่งลึกลงสู่ก้นแม่น้ำ เธอยอมจำนนต่อทุกอย่าง เพราะหมดหนทางจะยื้อชีวิตตัวเอง หวังใจเพียงว่าเหตุการณ์นี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่คำสาปร้ายจะมีผลต่อผู้ครอบครองอาเคเซียห์... แต่แล้ว แสงสว่างจ้าของดวงไฟขนาดใหญ่ ที่สาดตามร่างเธอลงมาในน้ำก็วาบเข้ามาในประสาทรับรู้ช่วงสุดท้าย พร้อมกับเสียงทุ้มเข้มที่ตะโกนก้อง “ไม่!!!!!!... อันนา แข็งใจไว้ เธอต้องไม่เป็นอะไร เราสัญญากันแล้วนี่” จบประโยคนั้นมือแสนอบอุ่นของราล์ฟ ที่กระโจนลงจากเรือทันทีที่เห็นร่างอันนากำลังจะจมหายไปต่อหน้า ก็ยื่นมาคว้ามือเธอไว้ พร้อมกับดึงตัวหญิงสาวโผล่พ้นน้ำขึ้นมา และทันทีท

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 132

    ครั้งแรกที่ราล์ฟได้ดินแดนแห่งนี้มา แม้เขาจะเคยเยาะเย้ยถากถางไปว่าภายใต้ผืนทรายพวกนั้นไม่มีค่าอะไร แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งเขา และหลานต่างก็ซึ้งแก่ใจดีว่าสมบัติล้ำค่าที่จะพลิกฟื้นชะตาคูฮาร์ได้ ล้วนแล้วแต่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ผืนทรายสีกุหลาบแห่งนี้ที่เดียว “ส่วนเรื่องลอบวางระเบิด พ่อเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ใคร ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด จึงได้เดินทางมาหาคำตอบด้วยตัวเองที่นี่ยังไงล่ะ” ครั้นฟังรับสั่งนั้นจบ ราล์ฟก็มีสีหน้างุนงง แต่เพียงไม่นานหลังจากที่องค์สุลต่านทรงปรบมือส่งสัญญาณให้องค์รักษ์หลวงซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทหารชั้นเยี่ยมที่สุดของคูฮาร์ นำพยานคนสำคัญจากเหตุการปะทะกันเมื่อครู่ออกมา เจ้าของนัยน์ตาสีมรกตก็หันมามองบิดา ด้วยประกายตามีความหวังทันที “นั่น เขารอดชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างนั้นเหรอ แล้วอย่างนี้เขาเห็นอันนาหรือเปล่า เธออยู่ไหน ถามเขาที ได้โปรด” ราล์ฟปราดจะเข้าไปหาคำตอบเอง แต่ถูกเวสต์กับราอูลช่วยกันรั้งตัวไว้เสียก่อน เพราะเกรงพยานที่กำลังเจ็บ จะได้รับความกระทบกระเทือน“นอกจากเจ้านี่จะสารภาพว่าชีคอาร์มาและเจ้าชายฮัฟดีนเป็นผู้บงการเรื่อง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status