ทรายสีกุหลาบ

ทรายสีกุหลาบ

last updateLast Updated : 2026-05-20
By:  เจนิสCompleted
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
138Chapters
296views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ท่ามกลางม่านทรายสีกุหลาบ ใจกลางอาณาจักรคูฮาร์ที่แสนมั่งคั่ง ทั้งโลกต่างจับตามอง และนับถอยหลังให้กับงานยักษ์ระดับ เวิลด์คลาสในรอบทศวรรษที่กำลังจะเริ่มต้น...งานเลี้ยงสุดหรูภายในราฟาเอลพาเลซ ของเจ้าชายราล์ฟ แบดบอยตัวฉกาจแห่งดินแดนอาหรับอันน่าหลงใหล ณ ที่แห่งนี้ ความหล่อเหลา เร่าร้อนด้วยไฟเสน่หาของเขา พร้อมแผดเผาหัวใจใครต่อใครให้มอดไหม้ ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นว่าเป็นเขา เจ้าของเรือนร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลา ก้าวลงมาจากรถพร้อมถอดหมวกนิรภัยออก ราล์ฟยืนดักหน้าเธอไว้ เขาสวมแจ็คเก็ตหนังสีน้ำตาลไหม้ ทับเสื้อยืดสีขาว ท่อนล่างเป็นยีนเดนิม รอบคอมีผ้ากัฟฟีเยต์ลายหมากรุกพันอยู่ มาดไบค์เกอร์หนุ่มสุดเท่ หุ่นกระแทกใจสาว ทำเอาบรรดาผู้หญิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล ต่างมองตามจนตาปรอย แต่สำหรับอันนา เมื่อตั้งสติได้เธอก็รีบหมุนตัวเดินหนีเขาทันที “เธอนี่ ทำตัวไม่น่ารักเอาซะเลย ผู้หญิงคนอื่นมีแต่อยากให้ฉันกอดเพิ่งมีเธอคนแรกที่ทำท่ารังเกียจ” “รังเกียจยังน้อยไป ฉันขยะแขยงคนอย่างคุณรู้ไว้ด้วย สิ่งที่คุณทำมันยังเลวร้ายไม่พออีกหรือไง ถึงได้ตามมาราวีไม่เลิก หลีกไปนะถอยออกไปเดี๋ยวนี้”อันนาตวาด แต่ราล์ฟกลับบังคับจูงมือเธอพากลับมาที่ร้านขายเครื่องประดับด้วยกัน

View More

Chapter 1

1 : แสงจันทร์สีกุหลาบ

​I was twenty-four, broke, and lost a fight with a vending machine that had just swallowed my last ₦200.

​"Give it back," I muttered, rattling the glass. The biscuit sat there, mocking me—stuck on the edge of the shelf like it was doing this on purpose. I could see it. Right there. One good shake and it would fall.

I shook harder.

​"Ma'am." The security guard's voice floated over from his desk. "You've been attacking that thing for five minutes."

​"It attacked first."

​He sighed, probably adding this to his mental list of reasons I was unhinged. I didn't care. That biscuit was supposed to be my dinner, and I wasn't above violence to get it back.

​But the machine won. It always did.

​I grabbed my mop bucket before he could decide to escort me out. I cleaned this building every night, floors, toilets, rich people's coffee spills. The glamorous life of a night-shift cleaner. It wasn't the dream, but it paid rent. Barely. And barely was better than nothing.

​The elevator was empty when I got there. Thank God. I pressed the button and let myself breathe. Alone meant no forced smiles, no small talk, and no pretending I wasn't bone-tired and running on fumes.

​The doors started to close. A hand shot out and stopped them.

​Three men stepped inside.

​The air shifted immediately. It got heavier. Tighter. These weren't regular guys in suits, these were the kind of men who made entire rooms go quiet just by walking in. Tailored jackets that probably cost more than my yearly salary. Shoes so polished I could see my reflection. They had the kind of presence that didn't ask for attention, it demanded it.

​The one in front looked at me. Really looked. His eyes dragged over my face slowly, deliberately, like he was searching for something specific. My stomach did a stupid, traitorous flip I hadn't felt in years.

​I looked away, staring at the descending floor numbers like they were fascinating.

​"She's smaller than I expected," one of them said. Not to me. About me. Like I was a package they'd ordered online.

​My head snapped up. "Excuse me?"

​The quiet one in the back, tall, severe, and unfairly attractive in a way that felt dangerous, pressed a button. The elevator lurched downward.

​"You're late," the first man said. His voice was smooth and controlled, the kind of voice that gave orders and expected them to be followed.

​I blinked. "I don't know you."

​"Not yet," the one with the smile said. Marcus, I'd learn later. His grin was all teeth and no warmth.

​My grip tightened on the mop handle. "If this is some weird scam, I'm not interested. I've got floors to scrub and a landlord who enjoys threatening eviction like it's a sport."

​The first man, Lucien, stepped closer. Too close. I could smell his cologne now; something expensive and woodsy that probably had a French name I couldn't pronounce. It made my head spin.

​"My name is Lucien," he said, like we were having a normal conversation. "This is Marcus." He gestured to the smiling one. "And Elias." The quiet one didn't even blink. "And you're coming with us."

​I laughed. I couldn't help it. The sound came out sharp and a little unhinged. "No, I'm really not."

​Marcus tilted his head, studying me like a puzzle. "You always laugh when you're scared?"

​"I laugh when strange men in expensive suits think they can just, what, kidnap me? In an elevator? Is that the plan?"

​"No one's kidnapping you," Lucien said. His expression softened, but only slightly, as if he were trying to be gentle and didn't quite know how.

​Elias finally spoke. His voice was low, measured, and terrifying in how absolutely certain it sounded. "You were taken. Twenty-one years ago."

​The elevator jolted to a stop. My heart slammed against my ribs.

​"That's insane," I whispered. My voice didn't sound like mine anymore.

​Lucien leaned in, close enough that I could see the flecks of gold in his dark eyes. Close enough that I forgot how to breathe. "You were stolen from a family that never stopped looking for you."

​My mouth went dry. "You're lying."

​"We're not."

​The doors slid open with a soft chime that felt too loud in the silence. Lucien smiled, slow, predatory, like a man who'd just won a game I didn't know I was playing.

​"Welcome home, little sister."

​And just like that, my boring, miserable, predictable life exploded into a thousand pieces.

​I should've taken the stairs.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
138 Chapters
1 : แสงจันทร์สีกุหลาบ
ทะเลทรายสีกุหลาบ Chapter 1 : แสงจันทร์สีกุหลาบ หลังเสร็จจากการลากถังไวน์ไปเก็บไว้หลังร้าน อันนา สาวน้อยลูกครึ่งไทยอเมริกัน ซึ่งใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมมาทำงานพิเศษในบาร์เหล้าที่เมือง กราฟตัน[1] เขตบ้านไร่ชนบทในแถบนิวอิงแลนด์ ห่างจากนิวยอร์กที่เรียนของเธอเกือบสองร้อยไมล์ ก็แอบหลบมา พักเหนื่อย ยืนชมพระจันทร์ท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วงบนสะพานข้ามแม่น้ำแซกตัน ซึ่งคนแถวนั้นมักเรียกขานกันว่า ‘สะพานคู่รัก’ที่ถูกเรียกแบบนั้นคงเป็นเพราะสถานที่แห่งนี้ได้สร้างปาฏิหาริย์รักแรกพบให้เกิดขึ้นกับหนุ่มสาวซึ่งพบกันที่นี่เป็นครั้งแรกมาแล้ว หลายคู่ ‘จริงๆ บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้ชวนให้รู้สึกโรแมนติกเลย ออกจะวังเวงเกินความจำเป็นด้วยซ้ำ’ อันนาค่อน พลางใช้มือข้างหนึ่งลูบแขนตัวเองเพื่อขับไล่ความหนาว ความหนาวทำให้เธอรู้สึกท้อ แต่ถึงอย่างนั้นดวงตากลมโตใสกระจ่างภายใต้แว่นกรอบกระก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง เธอแหงนหน้าขึ้นมองพระจันทร์ แสงสีเหลืองนวลที่ลอยอยู่บนนั้น ช่วยทำให้หัวใจอบอุ่นขึ้นได้อย่างประหลาดแต่ความสงบก็อยู่กับอันนาได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนจากอีกฝั่งสะพานดังขัด
Read more
2 : นิทานก่อนนอน
“มันเป็นตำนานโบราณของคูฮาร์ อาณาจักรท่ามกลางผืนทรายที่กว้างใหญ่ ที่นั่นผลึกทรายเป็นสีกุหลาบ บนดวงจันทร์ ชาวคูฮาร์เชื่อว่ามีเทพธิดาคอยปกปักรักษาอาณาจักรอันรุ่งเรืองของพวกเขาสถิตอยู่...บางครั้ง มีคนเห็นเธอปรากฏตัวช่วยเหลือผู้คนหลงทางกลางทะเลทราย ผมของเธอสีดำสนิท เงางามดุจเส้นไหม สะบัดทีก็ปรากฏเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ประดับไว้เป็นเนินจันทร์เสี้ยวเต็มผืนทรายสีกุหลาบ นัยน์ตากลมโต ผิวสีทองสุกปลั่ง และมีริมฝีปากบอบบางน่าจุมพิตราวกับกลีบดอกไม้” นัยน์ตาสีมรกตของเขาเปล่งประกายราวกับอยู่ในห้วงฝัน“เป็นตำนานเกี่ยวกับดวงจันทร์ที่คลาสสิกที่สุด เท่าที่ฉันเคยฟังมา” อันนารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ก่อนชายหนุ่มจะลอบมองดวงตาเธอซ้ำ ราวกับสิ่งนั้นเป็นรางวัลจากการเล่าเรื่องของเขา“คนรักของเทพธิดาคือเจ้าชายรูปงาม บรรพกษัตริย์แห่งราชวงศ์อัลอัชรีที่ปกครองอาณาจักรคูฮาร์มาอย่างยาวนาน วันหนึ่งพระองค์ทรงหลงทางกลางทะเลทราย และได้พบกับเธอ ทั้งสองตกหลุมรักซึ่งกันและกัน จากนั้นก็ครองคู่อยู่ที่โอเอซิสอาเคเซียห์ โอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์และงดงามที่สุดของคูฮาร์ แต่ทว่าไม่นานเมื่อเทพธิดาไม่ได้กลับขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ พืชพรรณกลางทะเลท
Read more
3 : คุณค่าของหัวใจ
สามเดือนต่อมาท่ามกลางความหรูหราของร้านรวงตลอดสองฝั่งถนนเมดิสัน สวรรค์นักช้อปของบรรดาสาวๆ กระเป๋าหนัก อันนาในโค้ตสีทึมเดินผ่านฝูงชน ก้าวเข้ามาหยุดยืนยังมุมหนึ่งบนโค้งถนน จุดนั้นตรงกับวินโดว์ดิสเพลย์หน้าร้านเมลานีพอดี สินค้าเด็ดของแบรนด์นี้คือชุดราตรีและชุดวิวาห์สุดหรูสนนราคาแพงระยับ แม้แต่เดรสออกงานกลางวันที่สวมอยู่บนตัวหุ่น ตัวเลขที่ปรากฏบนป้ายยังทำเอาเธอแทบช็อก เพราะเงินจำนวนนั้น สามารถทำให้ชีวิตอันนาสุขสบายไปได้หลายเดือน ชุดหลังกรอบกระจกตัดเย็บอย่างประณีต แลดูสง่างาม ว่ากันว่าเสื้อร้านนี้สามารถเนรมิตผู้หญิงธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเจ้าหญิงได้อย่างสบายๆและอันนาเองก็ใฝ่ฝันเหลือเกินที่จะได้สวมใส่ชุดสวยๆ พวกนั้น สักครั้ง...แต่ครั้นพอเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนกลับมาในกระจก เธอก็ได้แต่ส่ายหน้าตัดใจ แล้วข้ามถนนจากไป... ไม่นานร่างบางก็มาหยุดยืนยังหน้าร้านบาร์ตบาร์ ซึ่งเป็นคาเฟ่ขายอาหารเล็กๆ สถานที่ทำงานพิเศษของเธอจนถึงช่วงเปิดเทอม ร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องเสื้อเมลานีพอดี สภาพเก่าซอมซ่อของมัน ทำลายทัศนียภาพความหรูหราของเมดิสันอเวนิวได้อย่างร้ายกาจบาร์ตถือเป็นเจ้
Read more
4 : อาณาจักรในฝัน
แต่หญิงสาวก็มีเวลารำลึกถึงเรื่องนั้นได้ไม่นาน หลังเหตุการณ์ภายในร้านสงบลง บาร์ตจอมหน้าเลือดก็ตวาดใส่หูเธออีก “มัวแต่ยืนเหม่ออยู่นั่นล่ะเอลล่า[1] ยังไงนั่นก็ไม่ใช่นางฟ้าใจดีที่จะชุบตัวเธอให้กลายเป็นซินเดอเรลลาขึ้นมาได้หรอก รีบกลับเข้าไปช่วยงานมาร์ที่หลังร้านเลยไป เห็นมั้ยว่าสาวเสิร์ฟคนอื่นไม่มีใครขี้เกียจหาเรื่องอู้งานคุยกับลูกค้าเหมือนอย่างเธอสักคน” ขณะตำหนิก็กวาดสายตาดูถูกมองตามหลังหญิงสาวไปตลอดทาง บรรยากาศเช่นนั้นจึงยิ่งทำให้อันนารู้สึกเหนื่อย... “ปีสุดท้ายแล้วไม่ใช่เหรอเอลล่า อดทนหน่อยแล้วกันนะ” มาร์ตบบ่าปลอบใจก่อนยื่นชามสกปรกให้เธอนำไปล้าง หญิงสาวเองก็ได้แต่ยิ้มรับอย่างฝืดฝืน แว่นกรอบกระของเธอดูพร่ามัวไปหมดเมื่อมองไม่เห็นอนาคตของตัวเอง ค่าแรงที่นี่ แม้เก็บหอมรอมริบแล้วจะเพียงพอเป็นค่าเทอมพอดี แต่ค่าเช่าห้องก็ยังขาดไปอีกกว่าครึ่ง สมแล้วที่คนพวกนี้จะเห็นเธอเป็นได้แค่สาวใช้เอลล่าที่ไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปากขึ้นมาวางท่วงท่างดงามอย่างใครคิดอย่างปลงๆ แล้วอันนาก็กลั้นใจทำงานในหน้าที่ตัวเองต่อ กว่าจะถึงเวลาเลิกงานเข็มนาฬิกาก็ก้าวย่างเข้าสู่วันใหม่ สิ่งเดียวท
Read more
5 : สายน้ำแห่งความทรงจำ
บนเส้นทางคดเคี้ยวซึ่งแยกออกมาจากถนนเชสเตอร์[1] เลียบไปตามสาขาของแม่น้ำแซกตัน ดูคาติ[2] 959-panigale สีดำส่งเสียงคำรามกระหึ่มปานฟ้าสะเทือน เมื่อราล์ฟควบขี่หนึ่งในพาหนะที่เร็วและร้อนแรงที่สุดแห่งปี ฝ่าไปตามพื้นถนนที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งหลากสีสัน ผืนพรมตามธรรมชาติเหล่านั้นดูราวกับพวกมันตั้งใจจะทิ้งร่องรอยแห่งความทรงจำให้เขาหวนกลับไปนึกถึงใครบางคนที่เคยมีโอกาสได้เจอที่นี่ ไม่นานเจ้าม้าพยศจอมอหังการก็พาเขาดั้นด้นมาจนถึงที่หมาย ชายหนุ่มถอดหมวกนิรภัยออกเผยให้เห็นเรือนผมสีดำจัดที่ค่อยๆ ทิ้งตัวยาวลงมาปรกบ่า ส่งให้ดวงหน้าเรียวของเขายิ่งดูหล่อเหลาคมคาย “หวังว่าเธอจะยังอยู่ที่นี่นะ” นัยน์ตาสีมรกตจับจ้องไปยังสะพาน ก่อนนักบิดหนุ่มมาดเฉียบจะก้าวยาวๆ ไปปักหลักยืนทอดอารมณ์อยู่บนนั้นหมอกขาวบางๆ ลอยอ้อยอิ่งระเรื่อยไปกับสายน้ำ มองดูคล้ายทั้งสองสิ่งเป็นของคู่กัน เช่นเดียวกับที่เขาไม่สามารถลบภาพความทรงจำที่มีต่อดวงตาคู่สวยเจือไว้ด้วยความบริสุทธิ์ของอันนา ให้หลุดออกไปจากความคิดได้เลย เขาอยากจ้องมองมันอีกครั้ง ดวงตาที่สามารถนำพาเขาย้อนอดีตกลับไปสู่ช่วงเวลาที่เคยมีความสุข ดวงต
Read more
6 : ความคิดถึงที่แสนลึกซึ้ง
“ให้ตายเถอะ เธอทำให้ฉันสงบลงได้ยังไง...ตัวแทนของแม่ชัดๆ ท่านคงดีใจที่มีคนทำหน้าที่นี้แทนให้” เสียงห้าวห้วนเอ่ยกับตัวเองอย่างเย้ยหยันราล์ฟจ่อมจมอยู่กับความคิดของตัวเองได้ไม่นาน เจ้าของร่างสูงก็ทรุดกายนั่งลงบนราวสะพาน จ้องมองฝูงปลาเทราต์ตะเกียกตะกายว่ายทวนกระแสน้ำ...กระทั่งเบื่อ เขาก็ก้มลงถอดรองเท้า ตามมาด้วยเสื้อยืดท่อนบนเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง ก่อนพุ่งตัวลงน้ำไป เขาว่ายไปเรื่อยๆ อย่างไม่ยอมหยุดพัก ว่ายอย่างคนที่รู้จักตัวเองดีว่าไม่มีความกลัวบรรจุไว้ในรอยหยักของสมอง เพียงหวังให้แม่น้ำแซกตันลบความกดดันทุกอย่างออกไป... แต่ความพยายามก็ดูจะไร้ผล เพราะท้ายสุดน้ำเย็นก็ไม่ช่วยให้เขาลืมอะไร ไม่ว่าจะเป็นการทุ่มเทแรงกายแรงใจควบคุมบริษัทยักษ์ใหญ่ของตาให้ตระหง่านค้ำฟ้า หรือต้องการเอาชนะความเจ็บปวดจากการที่มารดาสูญเสียความศรัทธาในตัวเขาไป แต่ทั้งหมดก็ยังยากไม่ถึงครึ่งกับการที่ต้องกล้ำกลืนอดทนรอวันสะสางความแค้นกับองค์สุลต่านซานาล...ผู้เป็นบิดาโดยเฉพาะเวลานี้ เมื่อไม่ได้พบอันนา เขากลับยิ่งถวิลหาเธอมากกว่าเดิม............ ถึงจะเป็นวันหยุด แต่อันนาก็ต้องรีบลากสังขารมาทำงานแต่เช้าต
Read more
7 : เรื่องวุ่นๆ
“คิดเงินยังไง ราคาแพงขนาดนี้ กินแซนด์วิชนะ ไม่ได้กินปลาวาฬ”แต่อลันแสร้งโบกมือสั่งเป็นเชิงให้คนพูดหุบปาก เขาควักแบงค์ดอลลาร์เกินจำนวนขึ้นมาวางบนโต๊ะ พร้อมกับเงยหน้ามองอันนาอีกครั้งด้วยแววกรุ้มกริ่ม “ไง แม่สาวเสิร์ฟ ถ้าอยากได้เงินไปให้ไอ้จอมเขี้ยวบาร์ตแล้วล่ะก็ เข้ามาเอาไปสิ” หญิงสาวฟังดังนั้นก็ได้แต่ยืนตะลึง เธอจ้องแบงค์ดอลลาร์ที่วางอยู่พร้อมกับนึกใคร่ครวญในใจ โต๊ะนั้นเป็นโต๊ะติดผนัง อีกทั้งอลันก็นั่งอยู่ด้านในสุด หากเธอเข้าไปหยิบมาคงไม่แคล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศอย่างแน่นอน อันนาจึงได้แต่ยืนนิ่งราวรูปปั้น แต่ก็อีกที่เสียงบาร์ตจะเร่งเร้าให้หญิงสาวต้องกลั้นใจชะโงกหน้าผ่านโต๊ะเอื้อมมือเข้าไปหยิบเงินจำนวนนั้น และด้วยความไม่คาดคิด มือสกปรกของอลันก็ตะปบเข้าที่หน้าอกเธอพอดี หญิงสาวร้องกรี๊ดเสียงดังลั่น ก่อนจะใช้ถาดเก็บเงินฟาดศีรษะอีกฝ่าย จากนั้นก็รีบถอยออกมายืนตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วความชุลมุนวุ่นวายก็เริ่มต้น พวกอันธพาลไม่พอใจพากันลุกจากเก้าอี้ แล้วจัดการผลักเธอล้มกระเด็น มิหนำซ้ำพวกมันยังพาพังข้าวของร้านแตกกระจาย “กะ กะ เกิดอะไรขึ้น” บาร์ตรีบวิ่งเข้ามาดูเหตุ
Read more
8 : ทางออก
“งั้นพวกเราจะเอายัยแก่สองคนนี้โยนออกไปจากร้านด้วย โทษฐานที่เห็นด้วยกับการกระทำของยัยเด็กนั่น” แก๊งข้างถนนมองสบตากันแล้วแสยะยิ้ม“ฉันก็เป็นลูกค้าเหมือนกัน แน่จริงก็เอาสิ” จนถึงตอนนี้มาดามอามาเรียที่โกรธจนไฟแทบลุก ทั้งโกรธพวกอันธพาล แถมยังโกรธบาร์ตที่ตัดสินอย่างไม่ยุติธรรมอีก ทำให้เธอคว้าเอาจานกระเบื้องมาถือไว้ ในมือ ตั้งใจไว้ใช้ป้องกันตัว แต่อลันไวกว่า มันรีบก้าวเข้ามาผลักอีกฝ่ายให้ล้มอันนาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบแทรกตัวเข้ามากั้นไว้ทันที ปกป้องไม่ให้อีกฝ่ายทำร้ายมาดามอามาเรียได้อีก แต่ขณะเดียวกันทั้งร้านก็ต้องตะลึง เมื่อเทอรี่และจอห์นรวมหัวกันแว้งกัดเพื่อนสนิทของมาดาม พวกนั้นอาศัยช่วงชุลมุนกระชากกระเป๋าถือราคาแพงของเธอไปและเพราะต้องการจะตัดความรับผิดชอบจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมด บาร์ตก็ออกปากไล่ทุกคนให้ออกไปจากร้านของเขาอย่างใจดำ “ไป ไป ออกไปให้พ้นจากร้านของฉันเดี๋ยวนี้ ออกไปให้หมดเลย ไปๆ” เขาแสดงตัวอย่างเต็มที่ว่าไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้แต่จะช่วยต่อสายถึงตำรวจ ก็ไม่คิดจะทำ แต่อันนาไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเห็นทั้งสามกำลังจะหนีออกไป เธอก็ตรงไปขวางหน้าประตูทันที ถ่วงเ
Read more
9 : น้ำค้างกลางตะวัน
สามวันต่อมาเหนือดินแดนทะเลทรายในอีกด้านหนึ่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ลำแสงสีทองของดวงอาทิตย์ในยามรุ่งอรุณที่ค่อยๆ โลมไล้มหานครคูฮาร์ซึ่งเห็นอยู่ไกลลิบๆ ภายใต้อ้อมกอดของแนวสันทรายสีกุหลาบ ดารดาษไปด้วยทัศนียภาพจากสถาปัตยกรรมแปลกตา แม้จะงดงามเพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้แววเฉยชาเยาะหยันภายในดวงตาคมสีมรกตของราล์ฟอ่อนแสงลงเลย ถ้าเปรียบคฤหาสน์หลังใหญ่ของตา อาณาจักรแรกของตระกูลโคล์ดเวลในเคนต์(Kent, England) ซึ่งมีแต่ความอ้างว้างเป็นบ้าน คูฮาร์ก็มีความหมายไม่ต่างกัน คำว่า ‘บ้าน’ ไม่เคยให้ความรู้สึกอบอุ่นแก่เขา กลับกันมันทำให้ราล์ฟรำลึกได้ถึงแต่ความเจ็บปวด “เตรียมใจไว้ให้ดีนะพ่อ ราล์ฟ ราฟาเอล อัลอัชรี ลูกชายที่พ่อไม่รักคนนี้ จะกลับมาเขย่าบัลลังก์คูฮาร์ให้ดู” ริมฝีปากได้รูปแสยะยิ้ม ขณะสายตายังคงจับจ้องไปยังยอดโดมสีทองของพระราชวังหลวงซอร์กอนแห่งอาณาจักรคูฮาร์อย่างไม่วางตา “ไม่กลัวหรือครับว่าองค์สุลต่านจะลมจับไปเสียก่อน หากรู้ว่าคุณคิดจะเปิดพระราชวังเลี้ยงฉลองคนร่วมร้อยไปตลอดอาทิตย์ อีกอย่างลูกค้าน้ำมันของพระองค์ก็ถูกเชิญให้มาร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย แม้กระทั่งพ่อค้าเพชรก็ยั
Read more
10 : ความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว
ไม่นานเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวก็บินลดระดับต่ำลงจนกระทั่งแตะพื้นรันเวย์ และทันทีที่ประตูเปิดออก ชายหนุ่มก็พบราอูลลูกน้องคนสนิทพร้อมด้วยพนักงานระดับสูงของโคล์ดเวลในเวสเทิร์นซาฮารา จัดแถวรอต้อนรับเขาอยู่ราล์ฟหยิบแว่นกันแดดที่คล้องอยู่กับอกเสื้อขึ้นมาสวม แล้วพยักหน้าตอบรับการทักทายจากทุกคน สายลมกรุ่นไอร้อนพัดเส้นผมที่บัดนี้ถูกตัดแต่งสั้นจนเข้ารูปทรง พลิ้วไหวอย่างน่ามอง ส่งให้ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นกว่าเดิม สมกับมาดเจ้าชายรูปงามสายเลือดอิตาเลียนและอาหรับ นายทุนผู้กุมชะตาโลก“แท่นเจาะน้ำมันตัวสุดท้ายของเรา ใหญ่พอฟัดพอเหวี่ยงกับอาราเบียนสตาร์ของเบธเล็มหรือเปล่า” เพียงคำถามแรกก็ทำเอาราอูลยิ้มกริ่ม เจอกันเมื่อไรเป็นต้องถามในลักษณะนี้ทุกที เมื่อครั้งเทียบกันระหว่างพระราชวังหลวงซอร์กอนกับราฟาเอลพาเลซ หรือที่คนแถวนี้เรียกกันว่า ราฟาเอลล่านั่นก็ทีหนึ่ง จนราอูลอยากจะรู้นักว่าหากเจ้าชายรูปงามของเขา อยู่ดีๆ เกิดตกเป็นรองกลายเป็นเบอร์สองขึ้นมา ราล์ฟจะมีอาการอย่างไร“ต้องใหญ่กว่าแน่นอนอยู่แล้วครับคุณราล์ฟ ไจแอนต์แซทเทิร์นของเราคำนวณเป็นตัวเลขแล้วใหญ่กว่าทางนั้นถึงสามเท่า พวกเจ้าชายฮัฟดีน
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status