Beranda / โรแมนติก / ทรายสีกุหลาบ / 11 : หากต้องตาย ต้องกลายเป็นตำนาน

Share

11 : หากต้องตาย ต้องกลายเป็นตำนาน

Penulis: เจนิส
last update Tanggal publikasi: 2026-03-20 16:12:05

ด้านราอูลที่เข้าใจความกดดันของราล์ฟดี เพราะเขาเองก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกที่พ่อไม่ต้องการเช่นกัน อดไม่ได้ที่จะอธิบายความจริงอันเรียบง่ายให้อีกฝ่ายฟัง “จริงอยู่ที่องค์สุลต่านพยายามชดเชยทุกอย่างให้คุณราล์ฟเพื่อแลกกับการลบบาดแผลที่พระองค์ทอดทิ้งเขาไป ถึงขนาดยอมเฉือนอาณาจักรบางส่วนคือโอเอซิสอาเคเซียห์ยกให้ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การเสียสละเล็กๆ ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นหลังจากทำความผิด ราล์ฟไม่ได้ต้องการสิ่งนั้น เขาไม่ได้ต้องการการชดเชย เพราะวันนี้เขามีพร้อมทุกอย่างแล้ว เหลือก็เพียงสิ่งเดียวที่เขายังไม่ได้ นั่นก็คือการยอมรับจากพระองค์ ยอมรับว่าเขาเป็นลูกชายที่มีค่ามากกว่าบัลลังก์ที่พระองค์ปรารถนาจะครอบครอง” ราอูลจ้องตาอีกฝ่ายไม่กะพริบ หวังใจว่าผู้อาวุโสกว่าจะเข้าใจในคำพูดของเขา รวมทั้งรับรู้ถึงความปวดร้าวที่ราล์ฟต้องแบกรับไว้เกือบทั้งชีวิต

           “นั่นล่ะ เจ้านายผมสู้เพื่อสิ่งนั้น สู้เพื่อที่จะได้พิสูจน์ตัวเองกับคนที่ไม่เคยเห็นคุณค่า ซ้ำยังเคยเดินหันหลังให้เขา...คุณเองก็เช่นกัน เชื่อมั่นในตัวราล์ฟเถอะ คุณรู้ดีอยู่แล้วนี่ว่าเขาไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง” ลูกครึ่งคูฮาร์กับชนเผ่าพื้นเมืองรูปร่างสูงใหญ่ในสูทสีเทาลายทางกล่าวกับอีกฝ่ายจบก็แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พร้อมสวดภาวนาเร่งชัยชนะของเจ้านายให้มาถึงในเร็ววัน

           “ถ้าสู้เพื่อความสะใจอย่างที่นายท่านต้องการให้คุณราล์ฟทำ ฉันและมาดามอามาเรียไม่มีวันเห็นด้วยแน่ แต่ถ้าเขาสู้เพื่อสิ่งนั้นที่แกว่า ฉันก็อยากจะเห็นความสำเร็จของเขาเหมือนกัน” ดูเหมือนเฮนรี่จะเข้าถึงความจริงที่ราอูลต้องการสื่อแล้ว “งั้นเรื่องนี้ฉันจะมอบหมายให้แกเป็นคนจัดการ อย่าให้เขาตกเป็นเครื่องมือแห่งการแก้แค้นของท่านประธารเมอเรย์ได้...ฉันจะคอยอยู่ที่ราฟาเอล ส่วนนายตามไปดูแลเขาต่อก็แล้วกัน” สิ้นสุดคำสั่งของคุณพ่อบ้าน บอดีการ์ดฝีมือดีอีกสองคนก็ถูกเรียกตัวให้ติดตามราอูลไป...

ถึงเจ้าชายฮัฟดีนผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับราล์ฟ จะวางมือจากการลอบทำร้ายชายหนุ่มไปนานแล้ว แต่การมีมือพระกาฬที่ไว้ใจได้คอยรับใช้ใกล้ชิด ก็ทำให้คนแก่หัวเก่าอย่างเฮนรี่วางใจในความปลอดภัยของเจ้านายเขามากขึ้น

           “คุณพักผ่อนให้สบายเถอะครับ วางใจได้ ผมจะดูแลเจ้านายด้วยชีวิตของผมเอง” ราอูลให้สัญญา ก่อนขับรถพุ่งทะยานตามรอยโคนิกเซ็กก์ไปอย่างไม่รีบเร่ง ถึงเจ้านายเขาจะไม่ได้บอกที่หมายไว้ แต่ราอูลก็มั่นใจเสียเหลือเกินว่าเขาต้องเดาถูกต้อง

           “ไปกาสิโนที่ดาฮาบิย่า ถ้าเขาอยากประกาศให้ทั้งโลกรู้ว่าเขามาเหยียบคูฮาร์แล้ว ราล์ฟจะไปที่นั่น”

           ความเร็ว และร้อนแรงของเครื่องยนต์ที่มีความใจถึงของราชานักแข่งเป็นแรงผลักดัน ทำให้ราล์ฟรับรู้ได้ถึงพลังงานมหาศาลในหัวใจตนเองที่ต้องการการปลดปล่อย ความกล้าบ้าบิ่นไม่เกรงอันตรายของเขา เกิดมาจากความโกรธ เกลียด ชิงชัง และอยากเอาชนะล้วนๆ

           ‘เขาไม่เคยเกรงกลัวต่อความตาย และถ้าหากต้องตาย เขาก็ต้องกลายเป็นตำนาน’

           ชายหนุ่มยิ้มให้กับความเชื่อที่นำพาเขาคว้าชัยชนะมาแล้วแทบทุกสนาม พร้อมกับกดคันเร่งจนมิดไมล์ เพื่อพาตัวเองมาถึงคาสิโนสุดหรูกลางทะเลทราย อันเป็นจุดหมายแรก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 137

    “ไม่ว่าใครก็เป็นเจ้าหญิงได้ทั้งนั้นล่ะค่ะคุณพ่อ หากว่าพวกเธอได้พบกับรักแท้ จากผู้ชายที่รักจริง และเป็นสุภาพบุรุษ ความสุขมันอยู่ที่ใจค่ะ” ผู้เป็นลูกสาวกล่าวคำคม ซึ่งมีคนข้างๆ คอยปรบมือให้ “ว่าแต่ ที่คุณลงทุนเดินทางจากเคนต์มาเยี่ยมพวกเราถึงที่คูฮาร์เนี่ย แค่เพราะต้องการเอาหนังสือเล่มนี้” สุลต่านซานาลชูหนังสือเก่าแก่ทั้งหนาหนัก เก่าจนถึงขนาดหน้ากระดาษแทบจะเปื่อยยุ่ย ชูสูงขึ้นเสมอพระพักตร์แล้วกล่าวต่อ “เอามาให้ไลเกอร์แค่นั้นเองน่ะนะ มันหนังสืออะไรกันคุณทวด สำคัญขนาดนั้นเลยเชียวเหรอ ผมว่าเขายังอ่านไม่ออกด้วยซ้ำ” พระองค์รับสั่งอย่างเป็นกันเองด้วยคำถามติดตลก และท่าทางอย่างนั้นก็ชวนให้คนเป็นพ่อตารู้สึกขัดใจยิ่งนัก “นี่อย่าดูถูกกันเชียวนะสุลต่านซานาล หนังสือเนี่ย Winnie and The Pooh ของ A. A. Milne. ฉบับตีพิมพ์ครั้งแรกเลยเชียวนะ เหมือนที่เจ้าชาย แฮรี่ทรงมอบให้พระราชนัดดา เจ้าชายหลุยส์แห่งเคมบริดจ์ไง ผู้ดีอังกฤษ ก็มักจะคิดอะไรที่ล้ำลึกทรงคุณค่าแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” ในฐานะเป็นพลเมืองของสหราชอาณาจักรเต็มขั้น เมอเรย์ก็อดไม่ได้ที่จะคุยโว แต่ทว่าทั้งคู่ยังไม่ทันได้ทุ่มเถียงกัน

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 136

    “ถ้าคืนนั้นฉันต้องเสียเธอไป โลกของฉันวันนี้จะไปยังไงนะ คงจะเป็นสีเทา ไร้สีสันไร้ความสุขไปชั่วชีวิต นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะอยู่ได้ยังไงโดยไม่มีเธอ...เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้สัญญากับฉันนะอันนา อย่าปล่อยมือจากฉันเด็ดขาด เพราะฉันจะดูแลเธอด้วยชีวิตของฉันเอง” ชายหนุ่มบอกอย่างหนักแน่น และคนในอ้อมกอดก็รีบรับคำ“แน่นอนค่ะราล์ฟ ฉันสัญญา ฉันจะอยู่ข้างๆ คุณไม่ไปไหน เป็นทุกอย่างที่คุณต้องการเช่นกัน...แต่ถึงอยากจะไปก็คงไปไม่ได้หรอกมั้ง เพราะหัวใจฉัน...อยู่กับคุณมาตลอดแล้วนี่ ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน...ที่นี่” อันนาบอกกับเขาด้วยความสัตย์จริง ดวงตาที่จับจ้องเขาเปล่งประกายระริก ก่อนริมฝีปากจะแย้มยิ้มชวนให้ติดตรึงใจ“ให้ตายเถอะ หวานจริงๆ คิดถึงใจคนอื่นบ้างมั้ย เพราะเธอหวานขนาดนี้ไง ฉันถึงอดใจไม่ได้ทุกที...ใครจะเมาท์ก็ช่างเถอะ ขอแค่ได้ทำรักกับเธอให้ชื่นใจก็พอ ต่อให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทั่วโลก ฉันก็ไม่สน” คนอดใจไม่ไหวตีขลุมหน้าตาย ไม่พูดเปล่า มือเรียวของราล์ฟยังจัดการรูปซิปชุดสวยของอันนาออก ไม่นานเรือนร่างอรชรจึงเหลือเพียงบิกินี่สีหวานปรากฏแก่สายตา และชายหนุ่มก็ค่อยๆ ปลดเปลื้องพันธนาการของตนเองออกเช

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 135

    เขาสัญญากับตัวเองว่า...จะจดจำมิตรภาพที่แสนงดงาม ระหว่างเธอ และเขาตลอดไป... เช่นเดียวกับที่อื่นๆ เมื่อสายลมของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านมาเยือนเวอร์มอนต์อีกครั้ง ทุกอย่างที่นี่ก็ถูกย้อมให้กลายเป็นสีส้มแดง ถึงเจิดจ้าแต่ก็อบอุ่น...แสงแดดอ่อนลอดผ่านพุ่มใบเมเปิลลงมา กระทบเข้ากับริ้วคลื่นเล็กๆ ของแม่น้ำแซกตันที่ไหลผ่านแก่งหิน ก่อเกิดเป็นพรายรุ้งระยิบระยับ ฝูงปลาเทราต์แหวกว่ายทวนกระแสด้วยความรื่นรมย์อันนายิ้มให้กับความงดงามของทุกสรรพสิ่งรอบตัว ก่อนหมุนร่างกลับมายิ้มกว้างให้กับคนที่ตระกองกอดเธอไว้จากทางด้านหลังเจ้าของนัยน์ตาคมสีมรกต จับจ้องดวงหน้างามอย่างไม่วางตา เขาเพิ่งถอดเสื้อหนังและโยนแว่นกันแดดทิ้งไปบนเบาะหลังรถเปิดประทุนคันงาม ก่อนนัยน์ตาทรงเสน่ห์คู่นั้น จะส่งกระแสเชิญชวนอ่อนหวานให้กับเธอ ทั้งคู่ยืนอยู่กึ่งกลางสะพานพอดี โดยมีฝูงผีเสื้อตัวน้อยโบยบินอยู่รอบๆ“คุณคือทุกอย่างที่ฉันฝันถึง ไม่ว่าจะถอดใจ ยอมแพ้ หนีไป หรือเริ่มใหม่ ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไร ใจฉันก็มีแต่คุณ” อันนากระซิบบอกเขา นัยน์ตาสีอำพันเปล่งแววหวาน พร้อมกับวาดวงแขนขึ้นโอบรอบคอราล์ฟเอาไว้ ส่วนเขาก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาจ้อ

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 134

    ... 7 เดือนต่อมา... หลังเคลียร์งานไตรมาสสุดท้ายของแบรนด์เมลานีจบลง เวสต์ก็เตรียมเก็บข้าวของเพื่อเดินทางไปสานงานพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ที่ซิดนีย์ตามความต้องการของบิดาต่อ เขาแวะยิ้มอำลาให้กับภาพงดงามของ อันนา ที่ปรากฏอยู่บนหน้านิตยสารดังระดับโลกปักษ์ล่าสุด ซึ่งเป็นภาพของเธอในงานพระราชพิธีอภิเษกสมรสระหว่างหญิงสาวกับกษัตริย์ราล์ฟ ราฟาเอล อัลอัชรี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ไล่เลี่ยกันกับพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ราล์ฟชุดเจ้าสาวของเธอออกแบบโดยมารดาของเขา ซึ่งมันจะกลายเป็นตำนาน เช่นเดียวกับเรื่องราวดุจเทพนิยายของชีวิตเธอ ที่กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจยิ่งใหญ่ให้กับบรรดาสาวๆ จากทั่วโลก เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า เรือนผมดุจเส้นไหมสีทอง จับจ้องดวงหน้าสวยหวานของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ขโมยหัวใจเขาไปแล้วได้แต่ยิ้มส่ายหน้า อดไม่ได้ต้องไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มเนียนใสของคนในภาพถ่าย ดวงตาจับจ้องรอยยิ้มใสกระจ่างของเธอด้วยความหลงใหล ดวงตาสีอำพันของอันนาราวกับเปล่งแสงได้เช่นเดียวกับดวงดาว เธองดงามจับใจเขายิ่งนัก ซึ่งจังหวะนั้นเป็นขณะเดียวกับที่ใบไม้รูปหัวใจของต้นลินเดนจากเซ็นทรัลพาร์ก ปลิวตาม

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 133

    “ก็ดีเหมือนกันนะ หากฉันจะต้องจากโลกนี้ไป อย่างน้อยก็ยังได้ตายในผืนดินที่ฉันรัก ดินแดนแห่งทะเลทรายสีกุหลาบ” อันนาพึมพำกับห้วงคำนึง หัวใจล่องลอยไปไกลแสนไกล ถึงเจ้าของร่างสูงเพรียว ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มสะกดใจ และดวงตาคมสีมรกตเปี่ยมเสน่ห์ เธอยิ้มให้เขาจากความมืด หัวใจปวดปร่า และเมื่อเหนื่อยล้าเกินไป จนสุดจะยื้อ อันนาก็ตัดสินใจ...ปล่อยมือ... “ลาก่อนราล์ฟ เท่านี้ก็มากเกินกว่าที่ฉันฝันไว้แล้ว” จบประโยคนั้นร่างทั้งร่างของหญิงสาวก็ค่อยๆ จมดิ่งลึกลงสู่ก้นแม่น้ำ เธอยอมจำนนต่อทุกอย่าง เพราะหมดหนทางจะยื้อชีวิตตัวเอง หวังใจเพียงว่าเหตุการณ์นี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย ที่คำสาปร้ายจะมีผลต่อผู้ครอบครองอาเคเซียห์... แต่แล้ว แสงสว่างจ้าของดวงไฟขนาดใหญ่ ที่สาดตามร่างเธอลงมาในน้ำก็วาบเข้ามาในประสาทรับรู้ช่วงสุดท้าย พร้อมกับเสียงทุ้มเข้มที่ตะโกนก้อง “ไม่!!!!!!... อันนา แข็งใจไว้ เธอต้องไม่เป็นอะไร เราสัญญากันแล้วนี่” จบประโยคนั้นมือแสนอบอุ่นของราล์ฟ ที่กระโจนลงจากเรือทันทีที่เห็นร่างอันนากำลังจะจมหายไปต่อหน้า ก็ยื่นมาคว้ามือเธอไว้ พร้อมกับดึงตัวหญิงสาวโผล่พ้นน้ำขึ้นมา และทันทีท

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 132

    ครั้งแรกที่ราล์ฟได้ดินแดนแห่งนี้มา แม้เขาจะเคยเยาะเย้ยถากถางไปว่าภายใต้ผืนทรายพวกนั้นไม่มีค่าอะไร แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งเขา และหลานต่างก็ซึ้งแก่ใจดีว่าสมบัติล้ำค่าที่จะพลิกฟื้นชะตาคูฮาร์ได้ ล้วนแล้วแต่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ผืนทรายสีกุหลาบแห่งนี้ที่เดียว “ส่วนเรื่องลอบวางระเบิด พ่อเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ใคร ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด จึงได้เดินทางมาหาคำตอบด้วยตัวเองที่นี่ยังไงล่ะ” ครั้นฟังรับสั่งนั้นจบ ราล์ฟก็มีสีหน้างุนงง แต่เพียงไม่นานหลังจากที่องค์สุลต่านทรงปรบมือส่งสัญญาณให้องค์รักษ์หลวงซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทหารชั้นเยี่ยมที่สุดของคูฮาร์ นำพยานคนสำคัญจากเหตุการปะทะกันเมื่อครู่ออกมา เจ้าของนัยน์ตาสีมรกตก็หันมามองบิดา ด้วยประกายตามีความหวังทันที “นั่น เขารอดชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างนั้นเหรอ แล้วอย่างนี้เขาเห็นอันนาหรือเปล่า เธออยู่ไหน ถามเขาที ได้โปรด” ราล์ฟปราดจะเข้าไปหาคำตอบเอง แต่ถูกเวสต์กับราอูลช่วยกันรั้งตัวไว้เสียก่อน เพราะเกรงพยานที่กำลังเจ็บ จะได้รับความกระทบกระเทือน“นอกจากเจ้านี่จะสารภาพว่าชีคอาร์มาและเจ้าชายฮัฟดีนเป็นผู้บงการเรื่อง

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 75

    หลังเสร็จจากการรับประทานอาหาร มาดามอามาเรียก็ชักชวนคนอื่นๆ ให้ออกไปเที่ยวชมห้องต่างๆ ภายในพระราชวัง จงใจปล่อยให้อันนาได้มีเวลาส่วนตัวอยู่กับลูกชายตามลำพัง ครั้งแรกเธอตั้งใจจะตามไปด้วย แต่ครั้นพอได้สบสายตาตัดพ้อเว้าวอนของคนเจ้าเล่ห์แล้ว จึงต้องเลิกล้มความตั้งใจ“อาหารถูกปากมั้ย” ราล์ฟไม่เพียงแค่ถาม

  • ทรายสีกุหลาบ   ทรายสีกุหลาบ : บทที่ 44

    “ฉันขอโทษค่ะทุกคน พอดีฉัน เอ่อ บังเอิญไปเจอคนรู้จักเข้าโดยบังเอิญน่ะค่ะ...แล้วเขาก็...พาฉันไปเที่ยวชมวาดีวัรดาห์จนลืมเวลา ตลอดทางก็ไม่รู้จะติดต่อกับพวกคุณยังไง ก็เลยไม่ได้โทร. กลับมาบอกทุกคน ขอโทษจริงๆ นะคะ...แล้วนั่นเชมิส คุณเจ็บมากมั้ยคะ มาค่ะ ฉันจะนวดให้” อันนาปราดเข้ามาฉวยน้ำมันหอมข้างกายช่างแต

  • ทรายสีกุหลาบ   14 : คาลิฟาห์

    ฝ่ายราล์ฟ สำหรับธุรกิจเขาแน่ใจว่าระหว่างอาเคเซียห์กับอัลซาริบาห์คงมีเรื่องอื่นให้หารือกันอีกมาก แม้จะเป็นการง่ายเพียงลัดนิ้วมือที่จะใช้คาลิฟาห์เป็นนกต่อดึงอีวานมาเอี่ยววงศ์ไพบูลย์ด้วยแต่วิธีการอย่างนั้น ดูจะเสียศักดิ์ศรีไปหน่อย ชายหนุ่มจึงตัดสินใจได้ในนาทีนั้นเองว่า ‘เขาจะไม่นอนกับเธอ’‘มันชวนให้ส

  • ทรายสีกุหลาบ   13 : ไจแอนท์แซทเทิร์น

    และก็เป็นจริงตามคาด เมื่อลูกสาวคนสวยของประธานาธิบดีอีวานแห่งอัลซาริบาห์ก้าวพ้นออกมาจากเงามืดของม่านไหมเหนือกรอบประตู ราล์ฟจำเธอได้ทันที แม้ทั้งคู่เพิ่งมีโอกาสได้พบกันเพียงครั้งเดียวเมื่อคราวที่คูฮาร์จัดงานเปิดตัวท่าเรืออัลเดย์จัฟฟาขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พูดกันตามประสาผู้ชาย รูปร่างหน้าตา และท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status