Home / โรแมนติก / ทรายสีกุหลาบ / 2 : นิทานก่อนนอน

Share

2 : นิทานก่อนนอน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-09 20:58:21

“มันเป็นตำนานโบราณของคูฮาร์ อาณาจักรท่ามกลางผืนทรายที่กว้างใหญ่ ที่นั่นผลึกทรายเป็นสีกุหลาบ  บนดวงจันทร์ ชาวคูฮาร์เชื่อว่ามีเทพธิดาคอยปกปักรักษาอาณาจักรอันรุ่งเรืองของพวกเขาสถิตอยู่...บางครั้ง มีคนเห็นเธอปรากฏตัวช่วยเหลือผู้คนหลงทางกลางทะเลทราย  ผมของเธอสีดำสนิท เงางามดุจเส้นไหม สะบัดทีก็ปรากฏเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ประดับไว้เป็นเนินจันทร์เสี้ยวเต็มผืนทรายสีกุหลาบ นัยน์ตากลมโต ผิวสีทองสุกปลั่ง และมีริมฝีปากบอบบางน่าจุมพิตราวกับกลีบดอกไม้” นัยน์ตาสีมรกตของเขาเปล่งประกายราวกับอยู่ในห้วงฝัน

“เป็นตำนานเกี่ยวกับดวงจันทร์ที่คลาสสิกที่สุด เท่าที่ฉันเคยฟังมา” อันนารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ก่อนชายหนุ่มจะลอบมองดวงตาเธอซ้ำ ราวกับสิ่งนั้นเป็นรางวัลจากการเล่าเรื่องของเขา

“คนรักของเทพธิดาคือเจ้าชายรูปงาม บรรพกษัตริย์แห่งราชวงศ์อัลอัชรีที่ปกครองอาณาจักรคูฮาร์มาอย่างยาวนาน วันหนึ่งพระองค์ทรงหลงทางกลางทะเลทราย และได้พบกับเธอ ทั้งสองตกหลุมรักซึ่งกันและกัน จากนั้นก็ครองคู่อยู่ที่โอเอซิสอาเคเซียห์ โอเอซิสที่อุดมสมบูรณ์และงดงามที่สุดของคูฮาร์ แต่ทว่าไม่นานเมื่อเทพธิดาไม่ได้กลับขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ พืชพรรณกลางทะเลทรายก็เหี่ยวเฉา น้ำในวาดี[1]ก็แห้งผาก พืชไร่ และฝูงสัตว์ต่างล้มตาย เทพเจ้าจึงลงโทษพวกเขาให้ต้องพลัดพรากจากกันชั่วนิรันดร์...และนับแต่นั้น เจ้าชายก็ได้แต่ยืนมองพระจันทร์ โดยไม่รู้ว่าพระองค์จะทำอย่างไรเพื่อให้คนรักหวนคืน” ราล์ฟยิ้มเศร้าขณะที่เล่าตำนานให้อันนาฟัง ตัวเขาเองก็รู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องนี้อย่างหาสาเหตุไม่ได้เช่นกัน ริมฝีปากได้รูปสวยโค้งขึ้นเล็กน้อยด้วยความเย้ยหยัน...เมื่อย้อนกลับไปนึกถึงคำพูดของมารดา

‘แม่ไม่โทษพ่อของลูกที่ทำให้แม่ต้องเป็นทุกข์ เพราะกษัตริย์แห่งราชวงศ์อัลอัชรี ล้วนต้องคำสาปให้ไม่อาจได้พบรักที่สมหวัง!!!’

“จบเพียงเท่านี้เองหรือคะ น่าเศร้าจัง ไม่ควรมีใครต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ความรักเป็นตัวแทนของความสุขทั้งมวลบนโลกใบนี้ ตำนานไม่ควรจบแบบนั้น” หญิงสาวยืนกรานเสียงแข็ง เทพนิยายหรือตำนานในอุดมคติของเธอ คือเรื่องราวที่ต้องปลอบประโลมใจ น่าแปลกที่เรื่องเล่าของเขามีเพียงแค่ความเศร้าตอกย้ำความทุกข์ให้เพิ่มพูน

“ก็ถูกของเธอ ดังนั้นเรื่องนี้ควรจะเรียกว่าคำสาปของดวงจันทร์มากกว่า  แต่มันจะแปลกอะไร อย่างที่รู้ๆ กัน ขนาดพวกยิปซียังนิยามให้ดวงจันทร์หมายถึงความสิ้นหวังเลย” ขณะที่เขาถอนหายใจ ดวงตากลมโตของเธอก็ลอบสำรวจชายหนุ่ม ท่าทางเขาดูเหมือนมีบางสิ่งติดค้างใจอยู่

‘ผู้ชายคนนี้แทบไม่ต่างอะไรจากเทพบุตร’ เมื่อมองเขา คำถามจึงเกิดขึ้นในหัวใจของอันนา ในเมื่อเขามีทุกอย่างพรั่งพร้อมถึงขนาดนี้ แล้ว ยังมีสิ่งใดที่ทำให้เขาเป็นทุกข์ได้อีก แต่ไม่ทันที่หญิงสาวจะได้เอ่ยอะไร อีกฝ่ายก็ชิงตัดบทขึ้นเสียก่อน

“เอาล่ะ นิทานก่อนนอนจบแล้ว ฉันหายออกมานาน คงไม่เหมาะ เดี๋ยวเจ้าภาพจะถามหา” ราล์ฟหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปล่อยให้อันนามองตามอย่างใจหาย

“เอ่อ ฉันยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย” เธอท้วง อีกฝ่ายจึงได้จุดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปาก

           “ฉันราล์ฟ ยินดีที่ได้รู้จัก แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร” ขณะที่ถามกลับ เขาก็แกล้งฉวยมือบางไปกุมไว้

           “เอ่อ ฉะ ฉันชื่ออันนาค่ะ...เจ้าของร้านบอกว่าพวกคุณเป็นเศรษฐีมาจากนิวยอร์ก” สาวน้อยกลั้นใจถามออกไป อยากเก็บข้อมูลเขาไว้ให้ได้มากที่สุด

           ราล์ฟได้ยินแล้วชั่งใจอยู่ครู่ “ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ฉันแค่มีบริษัทเล็กๆ เท่านั้น เวลาว่างก็หาลำไพ่พิเศษด้วยการแข่งรถสูตรหนึ่ง” ชายหนุ่มเลี่ยงที่จะพูดว่าธุรกิจของเขาครอบคลุมอยู่ทั่วทุกมุมโลก และตนเองก็มีฐานะไม่ธรรมดา

           อันนาฟังแล้วก็ค่อยๆ พยักหน้า เพียงแค่นี้เธอก็รู้แล้วว่าระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันไกลกันเพียงใด จากนั้นก็พยายามดึงมือกลับมา “เสร็จจากงานเลี้ยงแล้ว ขอให้คุณเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยนะคะ” เธอขยับแว่นอย่างประหม่าแล้วยิ้มอำลาให้เขาน้อยๆ

“เธอเองก็เหมือนกัน รีบกลับบ้านไปได้แล้ว กลางคืนอากาศหนาวแถมยังอันตราย อย่าลืมว่าเทพธิดากุหลาบมีเฉพาะแค่ในคูฮาร์เท่านั้นนะ เกิดเจอแวร์วูฟที่กำลังหิวโซขึ้นมา เรื่องมันจะยุ่ง” เขาเย้าขณะยกหลังมือขึ้นแตะแนวคิ้วเป็นเชิงอำลา

ดวงตาสีอำพันของอันนามองตามอีกฝ่ายด้วยแววอาวรณ์ และดูเหมือนว่าราล์ฟเองก็จะมีปฏิกิริยาต่อความห่วงหานั้นเช่นกัน

แม้จะมีสาวๆ มองตามเขาตาละห้อยแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาห่วงใยความรู้สึกของอีกฝ่ายได้มากเท่ากับยายเปิ่นคนนี้มาก่อน...และไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทำให้เขาไม่อาจหักห้ามใจ โน้มปลายจมูกโด่งลงมาแตะที่พวงแก้มหอมกรุ่นแสนบริสุทธิ์ของอันนาได้

“ไม่ต้องห่วงหรอก ลางสังหรณ์ของฉันบอกว่า เราจะได้พบกันอีกเร็วๆ นี้ อันนา” และเสียงกระซิบที่ดูเหมือนจะเป็นดังคำสัญญาของราล์ฟก็ติดตรึงอยู่ในใจหญิงสาวอย่างไม่มีวันลบเลือนนับแต่วินาทีนั้น...

ท่ามกลางสายลมหนาว หญิงสาวกำลังมองชายแปลกหน้าผู้มาพร้อมกับความทรงจำแสนหวานเดินจากไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น เธอยิ้มขอบคุณในความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายมีให้ และยอมรับการจากไปที่ชวนให้โหยหานั้น

ดื่มด่ำกับเสี้ยวนาทีแห่งโชคชะตาที่แสนงดงามของตัวเอง พร้อมกับตั้งใจจะจดจำชื่อของ ‘ราล์ฟ’ ไว้ในใจตลอดไป

‘เจ้าชายในฝัน ที่บังเอิญพบกันภายใต้แสงจันทร์สีกุหลาบที่เวอร์มอนต์’

[1] อุอาดี(Uadi) หรือ วาดี(Wadi) ในภาษาอาหรับแปลว่า แม่น้ำ หรือทางน้ำใต้ดินในทะเลทราย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทรายสีกุหลาบ   30 : ไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือ

    และนั่นไม่ใช่ความสัมพันธ์ในแบบที่เธอต้องการ เขาคงกำลังคิดว่าเธอเดินมาให้ท่าเขาอยู่แน่ๆ ยิ่งคิดอันนาก็ยิ่งรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแต่ราล์ฟก็ไม่อยู่ในโหมดที่จะพร้อมรับฟังอะไร ในหัวเขาตอนนี้มีแต่เรื่องศักดิ์ศรี ความหิวกระหาย และยอมไม่ได้ที่จะถูกผู้หญิงถือดีหักหน้า“มีเรื่องหนึ่งที่เธอควรต้องรู้เอาไว้นะ...ในเมื่อเธอเลือกชะตาให้ตัวเอง ด้วยการเดินเข้ามาหาฉันแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำต่อไปจากนี้มีเพียงสิ่งเดียวก็คือ จงยอมรับชะตากรรมนั้น ยอมรับที่จะเป็นของฉันแต่โดยดี” จบประกาศิตนั้น จุมพิตเร่าร้อนดุดันก็ประกบลงมาบนเรียวปากสีกุหลาบอย่างไม่ปรานีปราศรัยเรียวลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกค้นหาความหวานไปทั่ว จูบของ ราล์ฟรุกเร้ารุนแรง ในขณะที่มือหนาหนักของเขาเลื่อนลงมาเคล้นคลึงสะโพกผายเป็นการลงทัณฑ์อย่างหนักหน่วง อันนาที่ไม่เคยต้องมือชายมาก่อนรู้สึกมึนงงในรสสัมผัสเร่าร้อนนั้น และเมื่อเธอหยุดต้านทาน สองมือของราล์ฟก็ถลกชายกระโปรงตัวสั้นของหญิงสาวให้ร่นขึ้น ก่อนที่เขาจะยกบั้นท้ายกลมกลึงของเธอบังคับให้ส่วนที่ลี้ลับที่สุดในกายสาวบดเบียดเข้ากับความเป็นชายของเขาอย่างถนัดถนี่ จากนั้นก็แยกเรียวขาขาวผ่องของเธอออก ก่อนบังค

  • ทรายสีกุหลาบ   29 : อยากกลืนกินทั้งตัว

    “ฉันก็ดีใจที่ได้พบเธอ” เมื่ออยู่กันตามลำพัง ราล์ฟก็หมุนใหล่บอบบางสองข้างให้เธอหันมา นัยน์ตาคมสีมรกตจับจ้องดวงตาสีอำพันแน่วนิ่ง ความใสซื่อไร้เดียงสาภายในดวงตาคู่นั้น แม้จะสะกิดใจเขาอยู่บ้าง แต่เพราะเพิ่งดื่มเข้าไปอย่างหนักทำให้ราล์ฟจำอะไรแทบไม่ได้เขามองของหวานตรงหน้าอย่างหิวกระหาย ความสวยสะพรั่งไปทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอปลุกเร้าอารมณ์ภายในจนหัวใจเขาปวดปร่า “เธอสวยกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่ฉันเคยพบมา” จบประโยคราล์ฟก็ดันร่างบางให้แผ่นหลังของเธอแนบชิดไปกับกำแพง พร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาหา ลมหายใจผ่าวร้อนของเขารินรดไปตามพวงแก้มหอมกรุ่น และกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอก็ยิ่งทำให้ราล์ฟปั่นป่วน “ให้ตายเถอะ อยากนอนกับเธอชะมัด” ชายหนุ่มกระซิบบอกเบาๆ แต่อันนาตกใจจนดวงตาลุกโพลง “ไม่นะ...นี่ราล์ฟ คุณจำฉันได้หรือเปล่าคะเนี่ย” เธอกลั้นใจถามออกไปเพราะชักผิดสังเกต และเมื่อเขาตอบกลับมา หัวใจดวงน้อยก็ต้องห่อเหี่ยว “มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อตลอดคืนนี้ที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันจะจำแค่เธอเพียงคนเดียว” ถึงจะเมา แต่เขาก็รู้ดีว่าดวงตาคู่นี้เหมือนกับดวงตาของสาวน้อยบนสะพานข้ามแม่น

  • ทรายสีกุหลาบ   28 : คนในห้วงฝัน

    อันนาก้าวลงจากลีโม่คันงามพร้อมกับทุกคน ทั้งหมดถูก เช็กชื่อก่อนเข้างาน หลังจากนั้นจึงได้ทยอยกันขึ้นลิฟต์ มุ่งหน้าตรงไปยังชั้นดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่จัดงานโดยก่อนที่ลิฟต์จะเคลื่อนขึ้นมาถึงปลายทาง แชดก็ยื่นแฟ้มรายงานสรุปความคืบหน้าโพรเจ็กต์ชุดคาลิฟาห์ใส่มือให้อันนา เพื่อให้เธอนำไปเสนอเวสต์ต่ออีกทอดหนึ่ง เนื่องจากเขาเองก็พักอยู่ในตึกนี้ด้วย “ช่วยทีนะอันนา ฉันลืมกดลิฟต์ชั้นสี่สิบห้า พอถึงงานแล้วเธอเอาแฟ้มนี่ลงมาให้เวสต์อีกครั้งด้วยก็แล้วกัน”ฟังจบ คนถูกวานก็มีสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย แต่จำต้องพยักหน้ารับ “แชดคะ เอ่อ ชุดนี้ไม่โป๊ไปใช่ไหม” อันนาถามอย่างไม่แน่ใจ และอีกฝ่ายก็รีบส่ายหน้า“ไม่โป๊หรอก สวยมากด้วย เธอไม่ต้องกลัวอะไรนะ กลัวเหมือนกันว่าส่งเธอไปแล้วเขาอาจจะรีบเซ็นแล้วชวนเธอไปดินเนอร์ต่อนั่นน่ะสิ...วันนี้เวสต์ออกไปพบลูกค้า ฉันเลยไม่มีโอกาสเสนอแฟ้มให้เขาเลย อีกอย่างวันนี้ก็เหนื่อยมาก อยากนั่งจิบไวน์แล้วเอนหลังหน่อย” ท้ายประโยคสไตล์ลิสต์หนุ่มใช้สายตาวิงวอน โดยมีมิลเลอร์คอยพยักหน้าเออออด้วย“ถือแฟ้มนี่ไปนะอันนา แล้วเดินลงลิฟต์ส่วนตัวที่ติดกับบาร์เครื่องดื่มตรงโน้นลงไป เวสต์เป็นส

  • ทรายสีกุหลาบ   27 : ราชวงศ์คูฮาร์

    แต่มาดามอามาเรีย กลับทนรับฟังท่าทีประหัตประหารกันของคนภายในครอบครัวต่อไปอีกไม่ได้ “ถ้าลูกยังดื้อ เต็มไปด้วยทิฐิอย่างนี้ ออกไปจากที่นี่ซะเถอะราล์ฟ แม่ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นลูกตัวเองจมอยู่กับการแก้แค้น ลูกมีหัวใจหรือเปล่า ถ้าลูกมีหัวใจ ลูกต้องอภัยเป็น สุลต่านซานาลคือพ่อแท้ๆ ของลูกนะ ออกไปเสีย ออกไป” ท้ายประโยคน้ำเสียงของสตรีที่มีความสง่างาม แลดูอ่อนกว่าวัยทั้งยังมีความอารีอยู่เป็นนิตย์ เต็มไปด้วยความสั่นเครือ มือของท่านที่ชี้ไปยังประตูพร้อมกับร่างอันสั่นเทาราล์ฟเองก็รู้สึกแย่กับการพบปะกันครั้งนี้เช่นกัน เขาตั้งใจจะเข้าไปโอบกอดมารดา แต่ด้วยความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน เจ้าของร่างสูงจึงทำได้เพียงหันหลังเดินกลับออกมา ‘แม่ก็ยังคงเป็นแม่ที่ใจอ่อนกับพ่ออยู่เหมือนเดิม ไม่ยอมลืมตาตื่นจากความงมงายในรักจอมปลอมที่สุลต่านซานาลมอบให้’ เขาคิดอย่างแค้นเคือง กรามขบกันจนขึ้นสัน ก่อนหน้านี้ที่ตาและเขาจะมุ่งเป้าโจมตีราชวงศ์คูฮาร์ ก็เพราะว่าอาณาจักรธุรกิจของโคล์ดเวลเองก็ถูกฝ่ายนั้นลอบกัดอยู่บ่อยครั้ง หลักฐานหลายชิ้นทำให้เขาเชื่อว่า สุลต่านซานาลกำลังใช้ยุทธวิธีคลื่นใต้น้ำ บ่อนทำลายเขาเพื่อสก

  • ทรายสีกุหลาบ   26 : ผิดหวังคนเดียวไม่เป็น

    เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง อันนารู้สึกว่าชุดสวยที่เธอสวมอยู่มันงดงามเสียจนทำให้เธอหลงลืมภาพยายแว่นจอมเปิ่น ตัวตนแท้จริงของตนเองไปชั่วครู่ ความสุข ความมั่นใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความฝันโลดแล่นอยู่ในหัวใจดวงน้อยของหญิงสาว แล้วอยู่ๆ ภาพใบหน้าหล่อเหลาคมคายของผู้ชายคนหนึ่ง ก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ย้ำเตือนให้เธอได้ระลึกถึง “ราล์ฟ” อันนาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ อดคิดอย่างมีความสุขไม่ได้ว่า หากเขาได้มาเห็นเธอในสภาพนี้ เขาจะยังจำเธอได้อยู่ไหม ‘ป่านนี้คุณจะอยู่ที่ไหนกันนะ จะลืมฉันไปแล้วหรือยัง’ ขณะที่นึกถึงเขา มือของอันนาก็ยกขึ้นลูบแก้มตัวเองเบาๆ รำลึกได้ถึงห้วงอารมณ์หวามไหวเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอในคืนนั้น............ “แม่ครับ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ฟังเรื่องนี้แล้วแม่ไม่รู้สึกอะไรเลย” แววตาคนพูดแฝงความเจ็บปวด แต่ต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไว้สุดขีด เขาไม่หัวเสียกับแค่เงินสามสิบล้านที่ต้องเสียไปในการซ่อมแท่นเจาะน้ำมันกลางซาฮารานั่นหรอก แต่เจ็บใจที่แม่ไม่โกรธคนที่ทำกับลูกตัวเองมากกว่า “ราล์ฟ ถ้าอารมณ์ของลูกยังไม่ปกติ ลูกก็

  • ทรายสีกุหลาบ   25 : อวสานลูกเป็ดขี้เหร่

    “ไม่น่าเชื่อว่าพอจับเด็กนี่แต่งตัวแล้ว อันนาจะสลัดคราบลูกเป็ดขี้เหร่ กลายเป็นสาวสวยได้ขนาดนี้ โครงหน้าหวานสุดๆ ให้ตายเถอะเบบี๋ เอาเข้าจริง ฉันว่าเธอสวยกว่าพวกดารานางแบบที่มาถ่ายเซ็ตแฟชั่นให้เราเสียอีก” แชดสวมเครื่องเพชรให้หญิงสาวแล้ว ถึงกับชม อันนาไม่ขาดปาก ซึ่งทุกคนต่างก็เห็นด้วย โดยเฉพาะมิลเลอร์ คู่รักของเขา ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน แม้แต่ฟินธ์เองยังต้องพยักหน้ายอมรับในลุคที่เปลี่ยนไปของลูกมือคนใหม่ แต่เจ้าตัวกลับมองหน้าทุกคนอย่างไม่ค่อยแน่ใจ...เห็นอย่างนั้นเชมิส จึงลากกระจกบานใหญ่ที่มีล้อเลื่อนมาไว้ตรงหน้าเธอ โรซาน่าเองก็ขยับมาโอบไหล่หญิงสาว พาอันนาที่ถูกถอดแว่นสายตาออก แล้วเปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์แทน เดินเข้ามามองเงาตัวเองใกล้ๆ นาทีนั้นเมื่อเธอได้มองสบตาตนเองในกระจก อันนาก็ได้พบสาวสวยอีกคนที่เธอไม่รู้จัก เจ้าของดวงหน้าสวยหวาน นัยน์ตากลมโตสีอำพันเปล่งประกายระริกหวามหวาน จมูกโด่ง รับกับริมฝีปากสีเชอรี่สุกปลั่ง ล้อมกรอบใบหน้าด้วยเส้นผมสีน้ำตาลแกมทองที่ถูกม้วนดัดเป็นลอนช่วงปลาย ก่อนทิ้งตัวลงมายาวสยายเคลียแผ่นหลัง “เธอสวยขึ้นผิดหูผิดตาจนฉันจำอันนาคนเก่าไ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status