เข้าสู่ระบบสามเดือนต่อมาท่ามกลางความหรูหราของร้านรวงตลอดสองฝั่งถนนเมดิสัน สวรรค์นักช้อปของบรรดาสาวๆ กระเป๋าหนัก อันนาในโค้ตสีทึมเดินผ่านฝูงชน ก้าวเข้ามาหยุดยืนยังมุมหนึ่งบนโค้งถนน จุดนั้นตรงกับวินโดว์ดิสเพลย์หน้าร้านเมลานีพอดี สินค้าเด็ดของแบรนด์นี้คือชุดราตรีและชุดวิวาห์สุดหรูสนนราคาแพงระยับ แม้แต่เดรสออกงานกลางวันที่สวมอยู่บนตัวหุ่น ตัวเลขที่ปรากฏบนป้ายยังทำเอาเธอแทบช็อก เพราะเงินจำนวนนั้น สามารถทำให้ชีวิตอันนาสุขสบายไปได้หลายเดือน
ชุดหลังกรอบกระจกตัดเย็บอย่างประณีต แลดูสง่างาม ว่ากันว่าเสื้อร้านนี้สามารถเนรมิตผู้หญิงธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเจ้าหญิงได้อย่างสบายๆ
และอันนาเองก็ใฝ่ฝันเหลือเกินที่จะได้สวมใส่ชุดสวยๆ พวกนั้น สักครั้ง...แต่ครั้นพอเห็นเงาตัวเองที่สะท้อนกลับมาในกระจก เธอก็ได้แต่ส่ายหน้าตัดใจ แล้วข้ามถนนจากไป...
ไม่นานร่างบางก็มาหยุดยืนยังหน้าร้านบาร์ตบาร์ ซึ่งเป็นคาเฟ่ขายอาหารเล็กๆ สถานที่ทำงานพิเศษของเธอจนถึงช่วงเปิดเทอม ร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามห้องเสื้อเมลานีพอดี สภาพเก่าซอมซ่อของมัน ทำลายทัศนียภาพความหรูหราของเมดิสันอเวนิวได้อย่างร้ายกาจ
บาร์ตถือเป็นเจ้าของร้านจอมเฮี้ยบ ที่มีดีกรีความเขี้ยวเป็นอันดับหนึ่งของนิวยอร์ก โดยเฉพาะกับสาวเสิร์ฟลูกครึ่งเอเชียอย่างเธอด้วยแล้ว เขายิ่งกระเหี้ยนกระหือรืออยากหาเรื่องหักค่าแรงให้ได้ทุกเหรียญ
“ไงจ้ะอันนา มาสายนะวันนี้” มาดามอามาเรีย สตรีวัยกลางคน ใบหน้าอ่อนกว่าวัย แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหราแลดูเป็นชนชั้นสูงทุกกระเบียดนิ้วซึ่งเป็นแขกประจำของที่นี่ และชอบการบริการของเธอเป็นพิเศษกล่าวทักทายขึ้น เมื่อเห็นหญิงสาวเดินผ่านประตูเข้ามา
เธอยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความนอบน้อม แต่บังเอิญมองผ่านไปเห็นสายตาดุๆ ของบาร์ตที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์เก็บเงินเสียก่อน จึงต้องรีบจ้ำอ้าวเข้าไปเปลี่ยนเครื่องแบบให้เร็วที่สุด ก่อนกลับออกมาใหม่พร้อมชามินต์ตามออเดอร์ของมาดาม
“ครั้งแรกที่ได้พบคุณจนถึงตอนนี้ ฉันยังสงสัยเหมือนเดิมว่าคุณเข้าร้านผิด” อันนาเย้า ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ถูกแว่นบดบังไปเกือบครึ่งของเธอเปื้อนรอยยิ้ม ซึ่งเป็นจริงตามนั้น มาดามอามาเรียมีบางอย่างที่ทำให้เธอนึกถึงผู้คนที่เพิ่งเดินผ่านมาแถวหน้าร้านเมลานี แม้แต่แบบเสื้อที่อีกฝ่ายสวมใส่ หญิงสาวแทบฟันธงได้ว่าต้องออกมาจากร้านนั้นแน่ๆ
“ฉันดูไม่เข้ากับร้านรูหนูของบาร์ตขนาดนั้นเลยเชียวเหรอ แต่ฉันก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้มาที่นี่นะ” อีกฝ่ายมองสาวเสิร์ฟตรงหน้าด้วยสายตาเอ็นดู
ระหว่างที่อามาเรียกำลังยกชาขึ้นจิบ ส่วนอันนาก็เลื่อนจานสโคนให้เธอ อยู่ดีๆ แขกในร้านก็เริ่มมีอาการผิดปกติ ทุกคนต่างพากันชะเง้อคอมองออกไปนอกหน้าต่าง เฝ้าดูเหตุการณ์ความชุลมุนวุ่นวายจากด้านนอกที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นหน้าร้านเมลานี
กองทัพนักข่าวหลายสำนัก ที่ไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไร อยู่ๆ ก็กรูกันเข้าไปรุมสัมภาษณ์คนดังสาวสวยที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถ หลายคนในร้านอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร รวมทั้งมาดามอามาเรียและอันนาด้วย ป้ามาร์ แม่ครัวของร้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จึงสงเคราะห์ช่วยเปิดโทรทัศน์ที่ตอนนี้กำลังมีการถ่ายทอดสดให้
“นักข่าวคงตามสัมภาษณ์คนดังที่มาสอยชุดเมลานีไปประดับบารมีเหมือนเคยล่ะมั้ง ช่องนี้เป็นเจ้าประจำที่ชอบทำข่าวละแวกนี้” ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ นักข่าวในจอก็ยิงคำถามใส่สาวสวยผิวสีน้ำผึ้งพอดี
“มิสคาลิฟาห์คะ การเดินทางมาเยือนนิวยอร์กของคุณครั้งนี้เป็นการบอกใบ้ให้สมาคมโลกรับรู้ว่าอัลซาริบาห์ภายใต้การนำของท่านประธานาธิบดีอีแวนส์บิดาคุณ จะดำเนินนโยบายเปิดสัมพันธ์กับนานาประเทศมากขึ้นอย่างนั้นใช่หรือไม่คะ” นักข่าวท้องถิ่นไหวพริบดีคนหนึ่งที่ชิงเข้าถึงตัวเป้าหมายก่อน รีบเปิดประเด็น ด้านทายาทสาวคนดังของประธานาธิบดีแห่งอัลซาริบาห์จึงยิ้มในหน้า อัลซาริบาห์ของเธอถือเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก คนส่วนใหญ่จึงให้ความสนใจ
อันนาเฝ้ามองภาพจากจอด้วยความสนใจ ส่วนมาดามอามาเรียเพียงแต่ยกยิ้มส่ายหน้าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
“ความจริง ฉันมาที่นี่เพราะติดใจชุดเมลานีมากกว่าสนใจเรื่องอื่นนะคะ ส่วนนโยบายระดับประเทศที่พวกคุณถามถึง เป็นเรื่องเกินความสามารถที่ฉันจะให้คำตอบแทนคุณพ่อได้” จบคำพูดของเธอ ทำเอาพวกนักข่าวผิดหวังไปตามๆ กัน แต่คนอย่างคาลิฟาห์มีหรือจะยอมปล่อยให้ตัวเองหมดความน่าสนใจลงง่ายๆ เพราะทันทีที่เธอพูดคำต่อมาว่า “แต่...” สาวสวยเจ้าของดวงตากลมโตสีแชมเปญ และรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ก็สามารถเรียกความสนใจจากทุกคนกลับคืนมาได้ในทันที โดยเฉพาะคราวนี้พวกนักข่าวยิ่งคาดหวังในคำตอบของเธอมากขึ้นกว่าเดิม
คาลิฟาห์ชอบแบบนั้น ชอบเห็นทุกคนต้องทรมาน แล้วคุกเข่าร้องขอความเมตตาจากเธอ!
เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามประสงค์ เธอก็ยอมเปิดปากอีกครั้ง “ในความเห็นของฉัน ฉันว่าคุณพ่อคงอยากพัฒนาอัลซาริบาห์ให้มีความเป็นสากลทัดเทียมประเทศอื่น โดยเฉพาะคูฮาร์ประเทศผู้นำแห่งวงการน้ำมัน เรายิ่งอยากเจริญสัมพันธไมตรีด้วยในทุกทาง” พูดจบเธอก็โปรยยิ้มหวานเป็นการตบท้าย จนหลายคนต่างร้องอื้อหือเพราะหลงเสน่ห์เธอ และพอใจในคำตอบไปตามๆ กัน จากคำสัมภาษณ์แฝงนัยของคาลิฟาห์นั้น ก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำข่าวลือที่ว่า อัลซาริบาห์และคูฮาร์ กำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกันไม่วันใดก็วันหนึ่ง
เพราะทั้งสองต่างก็มีคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นคาลิฟาห์ หรือเจ้าชายนอกบัลลังก์ผู้กุมอำนาจทางธุรกิจกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของประเทศไว้ในกำมืออย่าง เจ้าชายราล์ฟ ราฟาเอล อัลอัชรี
อันนามองความเพียบพร้อมของคาลิฟาห์ด้วยสายตาชื่นชม เธออยากสวยเฉลียวฉลาดเต็มเปี่ยมไปด้วยมั่นใจเหมือนอย่างผู้หญิง คนนั้น เจ้าของดวงตาสีอำพันภายใต้กรอบแว่นจึงต้องระบายลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ก้มลงมองยูนิฟอร์มสาวเสิร์ฟที่แสนตลกของตนเองแล้วยิ้มขื่น
“ลูกเป็ดขี้เหร่เวลามองเห็นหงส์ขาวแล้วมีความรู้สึกแบบนี้เองสินะ” อันนาพึมพำอย่างไม่คิดจริงจังอะไรนัก มือบางเช็ดกระจกหน้าต่างร้านไปด้วย มาดามอามาเรียซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ ได้ยินแล้วอดขัดใจไม่ได้
“รูปลักษณ์ภายนอก ไม่ได้เป็นตัววัดคุณค่าของคนหรอกนะ จิตใจที่ดีงามต่างหากล่ะอันนา คือสิ่งที่เธอควรให้ความสำคัญ” อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นลอยๆ ทั้งๆ ที่อยากมีเวลาพูดคุยกับเด็กสาวมากกว่านี้ แต่ติดที่คนขับรถของเธอไปรับของตามคำสั่งมาให้เรียบร้อยแล้ว จึงเป็นอันว่าที่มาดามอามาเรียพอจะทำได้คือเอื้อมมือไปตบไหล่ให้กำลังใจหญิงสาว ก่อนจ่ายค่าเครื่องดื่ม แล้วทิปให้หนักๆ รู้สึกติดใจความใสซื่อบริสุทธิ์ของอีกฝ่าย และเอ็นดูอันนาที่เป็นเด็กขยันขันแข็ง มีน้ำใจ
“เธอมีค่ามากกว่าคนอื่นได้ด้วยหัวใจที่ดีงามของเธอนะอันนา” ก่อนก้าวจากไป ไม่วายผู้สูงวัยกว่ายังหันมาบอกยิ้มๆ และอันนาก็ถอนหายใจก่อนพยักหน้ารับ
ชั่วขณะหนึ่ง ความใจดีของมาดามอามาเรียทำให้เธอเกิดนึกถึงมิตรภาพที่งดงามของราล์ฟขึ้นมา ทั้งสองคนมีแววตาบางอย่างคล้ายกัน ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น
และนั่นไม่ใช่ความสัมพันธ์ในแบบที่เธอต้องการ เขาคงกำลังคิดว่าเธอเดินมาให้ท่าเขาอยู่แน่ๆ ยิ่งคิดอันนาก็ยิ่งรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแต่ราล์ฟก็ไม่อยู่ในโหมดที่จะพร้อมรับฟังอะไร ในหัวเขาตอนนี้มีแต่เรื่องศักดิ์ศรี ความหิวกระหาย และยอมไม่ได้ที่จะถูกผู้หญิงถือดีหักหน้า“มีเรื่องหนึ่งที่เธอควรต้องรู้เอาไว้นะ...ในเมื่อเธอเลือกชะตาให้ตัวเอง ด้วยการเดินเข้ามาหาฉันแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำต่อไปจากนี้มีเพียงสิ่งเดียวก็คือ จงยอมรับชะตากรรมนั้น ยอมรับที่จะเป็นของฉันแต่โดยดี” จบประกาศิตนั้น จุมพิตเร่าร้อนดุดันก็ประกบลงมาบนเรียวปากสีกุหลาบอย่างไม่ปรานีปราศรัยเรียวลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกค้นหาความหวานไปทั่ว จูบของ ราล์ฟรุกเร้ารุนแรง ในขณะที่มือหนาหนักของเขาเลื่อนลงมาเคล้นคลึงสะโพกผายเป็นการลงทัณฑ์อย่างหนักหน่วง อันนาที่ไม่เคยต้องมือชายมาก่อนรู้สึกมึนงงในรสสัมผัสเร่าร้อนนั้น และเมื่อเธอหยุดต้านทาน สองมือของราล์ฟก็ถลกชายกระโปรงตัวสั้นของหญิงสาวให้ร่นขึ้น ก่อนที่เขาจะยกบั้นท้ายกลมกลึงของเธอบังคับให้ส่วนที่ลี้ลับที่สุดในกายสาวบดเบียดเข้ากับความเป็นชายของเขาอย่างถนัดถนี่ จากนั้นก็แยกเรียวขาขาวผ่องของเธอออก ก่อนบังค
“ฉันก็ดีใจที่ได้พบเธอ” เมื่ออยู่กันตามลำพัง ราล์ฟก็หมุนใหล่บอบบางสองข้างให้เธอหันมา นัยน์ตาคมสีมรกตจับจ้องดวงตาสีอำพันแน่วนิ่ง ความใสซื่อไร้เดียงสาภายในดวงตาคู่นั้น แม้จะสะกิดใจเขาอยู่บ้าง แต่เพราะเพิ่งดื่มเข้าไปอย่างหนักทำให้ราล์ฟจำอะไรแทบไม่ได้เขามองของหวานตรงหน้าอย่างหิวกระหาย ความสวยสะพรั่งไปทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอปลุกเร้าอารมณ์ภายในจนหัวใจเขาปวดปร่า “เธอสวยกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่ฉันเคยพบมา” จบประโยคราล์ฟก็ดันร่างบางให้แผ่นหลังของเธอแนบชิดไปกับกำแพง พร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาหา ลมหายใจผ่าวร้อนของเขารินรดไปตามพวงแก้มหอมกรุ่น และกลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายเธอก็ยิ่งทำให้ราล์ฟปั่นป่วน “ให้ตายเถอะ อยากนอนกับเธอชะมัด” ชายหนุ่มกระซิบบอกเบาๆ แต่อันนาตกใจจนดวงตาลุกโพลง “ไม่นะ...นี่ราล์ฟ คุณจำฉันได้หรือเปล่าคะเนี่ย” เธอกลั้นใจถามออกไปเพราะชักผิดสังเกต และเมื่อเขาตอบกลับมา หัวใจดวงน้อยก็ต้องห่อเหี่ยว “มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อตลอดคืนนี้ที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันจะจำแค่เธอเพียงคนเดียว” ถึงจะเมา แต่เขาก็รู้ดีว่าดวงตาคู่นี้เหมือนกับดวงตาของสาวน้อยบนสะพานข้ามแม่น
อันนาก้าวลงจากลีโม่คันงามพร้อมกับทุกคน ทั้งหมดถูก เช็กชื่อก่อนเข้างาน หลังจากนั้นจึงได้ทยอยกันขึ้นลิฟต์ มุ่งหน้าตรงไปยังชั้นดาดฟ้าซึ่งเป็นสถานที่จัดงานโดยก่อนที่ลิฟต์จะเคลื่อนขึ้นมาถึงปลายทาง แชดก็ยื่นแฟ้มรายงานสรุปความคืบหน้าโพรเจ็กต์ชุดคาลิฟาห์ใส่มือให้อันนา เพื่อให้เธอนำไปเสนอเวสต์ต่ออีกทอดหนึ่ง เนื่องจากเขาเองก็พักอยู่ในตึกนี้ด้วย “ช่วยทีนะอันนา ฉันลืมกดลิฟต์ชั้นสี่สิบห้า พอถึงงานแล้วเธอเอาแฟ้มนี่ลงมาให้เวสต์อีกครั้งด้วยก็แล้วกัน”ฟังจบ คนถูกวานก็มีสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย แต่จำต้องพยักหน้ารับ “แชดคะ เอ่อ ชุดนี้ไม่โป๊ไปใช่ไหม” อันนาถามอย่างไม่แน่ใจ และอีกฝ่ายก็รีบส่ายหน้า“ไม่โป๊หรอก สวยมากด้วย เธอไม่ต้องกลัวอะไรนะ กลัวเหมือนกันว่าส่งเธอไปแล้วเขาอาจจะรีบเซ็นแล้วชวนเธอไปดินเนอร์ต่อนั่นน่ะสิ...วันนี้เวสต์ออกไปพบลูกค้า ฉันเลยไม่มีโอกาสเสนอแฟ้มให้เขาเลย อีกอย่างวันนี้ก็เหนื่อยมาก อยากนั่งจิบไวน์แล้วเอนหลังหน่อย” ท้ายประโยคสไตล์ลิสต์หนุ่มใช้สายตาวิงวอน โดยมีมิลเลอร์คอยพยักหน้าเออออด้วย“ถือแฟ้มนี่ไปนะอันนา แล้วเดินลงลิฟต์ส่วนตัวที่ติดกับบาร์เครื่องดื่มตรงโน้นลงไป เวสต์เป็นส
แต่มาดามอามาเรีย กลับทนรับฟังท่าทีประหัตประหารกันของคนภายในครอบครัวต่อไปอีกไม่ได้ “ถ้าลูกยังดื้อ เต็มไปด้วยทิฐิอย่างนี้ ออกไปจากที่นี่ซะเถอะราล์ฟ แม่ทนไม่ได้ที่ต้องเห็นลูกตัวเองจมอยู่กับการแก้แค้น ลูกมีหัวใจหรือเปล่า ถ้าลูกมีหัวใจ ลูกต้องอภัยเป็น สุลต่านซานาลคือพ่อแท้ๆ ของลูกนะ ออกไปเสีย ออกไป” ท้ายประโยคน้ำเสียงของสตรีที่มีความสง่างาม แลดูอ่อนกว่าวัยทั้งยังมีความอารีอยู่เป็นนิตย์ เต็มไปด้วยความสั่นเครือ มือของท่านที่ชี้ไปยังประตูพร้อมกับร่างอันสั่นเทาราล์ฟเองก็รู้สึกแย่กับการพบปะกันครั้งนี้เช่นกัน เขาตั้งใจจะเข้าไปโอบกอดมารดา แต่ด้วยความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน เจ้าของร่างสูงจึงทำได้เพียงหันหลังเดินกลับออกมา ‘แม่ก็ยังคงเป็นแม่ที่ใจอ่อนกับพ่ออยู่เหมือนเดิม ไม่ยอมลืมตาตื่นจากความงมงายในรักจอมปลอมที่สุลต่านซานาลมอบให้’ เขาคิดอย่างแค้นเคือง กรามขบกันจนขึ้นสัน ก่อนหน้านี้ที่ตาและเขาจะมุ่งเป้าโจมตีราชวงศ์คูฮาร์ ก็เพราะว่าอาณาจักรธุรกิจของโคล์ดเวลเองก็ถูกฝ่ายนั้นลอบกัดอยู่บ่อยครั้ง หลักฐานหลายชิ้นทำให้เขาเชื่อว่า สุลต่านซานาลกำลังใช้ยุทธวิธีคลื่นใต้น้ำ บ่อนทำลายเขาเพื่อสก
เมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง อันนารู้สึกว่าชุดสวยที่เธอสวมอยู่มันงดงามเสียจนทำให้เธอหลงลืมภาพยายแว่นจอมเปิ่น ตัวตนแท้จริงของตนเองไปชั่วครู่ ความสุข ความมั่นใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความฝันโลดแล่นอยู่ในหัวใจดวงน้อยของหญิงสาว แล้วอยู่ๆ ภาพใบหน้าหล่อเหลาคมคายของผู้ชายคนหนึ่ง ก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ย้ำเตือนให้เธอได้ระลึกถึง “ราล์ฟ” อันนาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ อดคิดอย่างมีความสุขไม่ได้ว่า หากเขาได้มาเห็นเธอในสภาพนี้ เขาจะยังจำเธอได้อยู่ไหม ‘ป่านนี้คุณจะอยู่ที่ไหนกันนะ จะลืมฉันไปแล้วหรือยัง’ ขณะที่นึกถึงเขา มือของอันนาก็ยกขึ้นลูบแก้มตัวเองเบาๆ รำลึกได้ถึงห้วงอารมณ์หวามไหวเมื่อเขาโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มเธอในคืนนั้น............ “แม่ครับ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ฟังเรื่องนี้แล้วแม่ไม่รู้สึกอะไรเลย” แววตาคนพูดแฝงความเจ็บปวด แต่ต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไว้สุดขีด เขาไม่หัวเสียกับแค่เงินสามสิบล้านที่ต้องเสียไปในการซ่อมแท่นเจาะน้ำมันกลางซาฮารานั่นหรอก แต่เจ็บใจที่แม่ไม่โกรธคนที่ทำกับลูกตัวเองมากกว่า “ราล์ฟ ถ้าอารมณ์ของลูกยังไม่ปกติ ลูกก็
“ไม่น่าเชื่อว่าพอจับเด็กนี่แต่งตัวแล้ว อันนาจะสลัดคราบลูกเป็ดขี้เหร่ กลายเป็นสาวสวยได้ขนาดนี้ โครงหน้าหวานสุดๆ ให้ตายเถอะเบบี๋ เอาเข้าจริง ฉันว่าเธอสวยกว่าพวกดารานางแบบที่มาถ่ายเซ็ตแฟชั่นให้เราเสียอีก” แชดสวมเครื่องเพชรให้หญิงสาวแล้ว ถึงกับชม อันนาไม่ขาดปาก ซึ่งทุกคนต่างก็เห็นด้วย โดยเฉพาะมิลเลอร์ คู่รักของเขา ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน แม้แต่ฟินธ์เองยังต้องพยักหน้ายอมรับในลุคที่เปลี่ยนไปของลูกมือคนใหม่ แต่เจ้าตัวกลับมองหน้าทุกคนอย่างไม่ค่อยแน่ใจ...เห็นอย่างนั้นเชมิส จึงลากกระจกบานใหญ่ที่มีล้อเลื่อนมาไว้ตรงหน้าเธอ โรซาน่าเองก็ขยับมาโอบไหล่หญิงสาว พาอันนาที่ถูกถอดแว่นสายตาออก แล้วเปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์แทน เดินเข้ามามองเงาตัวเองใกล้ๆ นาทีนั้นเมื่อเธอได้มองสบตาตนเองในกระจก อันนาก็ได้พบสาวสวยอีกคนที่เธอไม่รู้จัก เจ้าของดวงหน้าสวยหวาน นัยน์ตากลมโตสีอำพันเปล่งประกายระริกหวามหวาน จมูกโด่ง รับกับริมฝีปากสีเชอรี่สุกปลั่ง ล้อมกรอบใบหน้าด้วยเส้นผมสีน้ำตาลแกมทองที่ถูกม้วนดัดเป็นลอนช่วงปลาย ก่อนทิ้งตัวลงมายาวสยายเคลียแผ่นหลัง “เธอสวยขึ้นผิดหูผิดตาจนฉันจำอันนาคนเก่าไ







