LOGINเสียงใบไม้ไหวเหนือศีรษะ และเสียงลมหายใจร้อนเบาๆ ที่ขาดห้วง สะท้อนสลับกันใต้เงาไม้หนาทึบ ร่างกำยำลูบโลมสองเต้ากลมกลึง บีบดึงและขบหัวนมเบาๆ เด็กสาวจึงยิ่งครางเผ็ดร้อน สองขาอ้ากว้างโดยไม่รู้ตัว เธอสบตาเขา ก่อนจะหลุบตามองแท่งลึงค์อวบยาวที่ผงาดโผล่ซิปกางเกงออกมา มันกระตุกไหว ชูชันชี้พุ่ง เส้นเอ็นรอบลำปูดโปนดูน่ากลัว ตรงส่วนหัวบากบานเหมือนดอกเห็ดมีน้ำใสๆ ผุดออกมา เด็กสาวแก้มแดงก่ำ เกิดปฏิกิริยาน่ารักๆ อย่างเช่นหอบหายใจแรง และเริ่มขยับขาถูไถกันไปมา
“ท...ทำตรงนี้ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมีคนเห็น”
“แล้วถ้าพี่จะทำล่ะ” คีรีรวบเต้าทั้งสองข้างไว้แล้วดูดดึงหัวนมพร้อมๆ กันจนเธอเสียวซ่าน ผงกหงายศีรษะไปข้างหลังพลางร้องครางสุดเสียง
แต่แล้วเธอก็ยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทันเมื่อมีควาญละอาสาสมัครคนอื่นๆ เฉียดผ่านมาใกล้
“งื้ออ... พี่ขา อย่าค่ะ” หนูนาเผลอจิกมือกับลำต้นไม้เบื้องหลังเล็กน้อย เมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาแนบชิดขึ้นอีก ปลายจมูกแตะที่แก้มเธอเบาๆ แล้วกระซิบข้างหู
“ทีหลังอย่ายั่วแบบนี้... เดี๋ยวจะรับมือไม่ไหวนะหนูนา”
เธอกลืนน้ำลายเบาๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงนกร้องรอบตัวอีกแล้ว ก่อนจะยิ้มซุกซนยั่วกลับ
“แล้วถ้าหนูนาอยากโดนอีกล่ะคะ...?”
คีรีหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำฟังดูดิบเถื่อนเล็กน้อย ก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นในอ้อมแขน โดยไม่รอคำตอบใดอีก...
“พี่คีรีจะพาหนูนาไปไหนคะ”
“พี่จะพาไปชวนวิวบนเขา ที่นั่นเงียบดี จะได้ฝึกปี้กันไง”
----------
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเทาอ่อน ยามบ่ายเริ่มล่วงเลย คีรีเดินนำหนูนาไปตามเส้นทางป่าเล็กๆ ลัดเลาะขึ้นเขาไปประมาณสิบนาที เสียงช้างด้านหลังจางหาย เหลือเพียงเสียงใบไม้ไหว และเสียงหัวใจของเด็กสาวที่ยังเต้นแรงไม่หายจากช่วงเช้า
“จุดชมวิวอยู่ตรงนั้น เดี๋ยวก็ถึง”
“นี่มันทางลับรึเปล่าคะ?” เธอถาม ขณะยกแขนขึ้นกันกิ่งไม้พาดหน้า
“ไม่ลับหรอก ถ้ามากับพี่…” เขาตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความเจ้าเล่ห์บางอย่างไว้ หนูนาหัวเราะในคอ พอเดินถึงกระท่อมไม้ไผ่เล็กๆ กลางเนินเขา
วิวตรงหน้านั้นงดงามจนเธอลืมหายใจ ป่าดงดิบเบื้องล่างทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา แสงอาทิตย์สีทองกำลังตกกระทบยอดไม้ราวกับคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่
“ว้าว…สวยจังเลยค่ะ”
“แต่ยังไม่สวยเท่าหนูนาเลย” เขาเอ่ยชิดหูเบาๆ เด็กสาวหันขวับไปมอง ดวงตาโตเบิกกว้าง เจอสายตาคมกริบของเขาที่มองเธอ
ก่อนที่… เปรี้ยง! ฟ้าผ่าลงกลางหุบเขา!
เสียงใบไม้ไหวเหนือศีรษะ และเสียงลมหายใจร้อนเบาๆ ที่ขาดห้วง สะท้อนสลับกันใต้เงาไม้หนาทึบ ร่างกำยำลูบโลมสองเต้ากลมกลึง บีบดึงและขบหัวนมเบาๆ เด็กสาวจึงยิ่งครางเผ็ดร้อน สองขาอ้ากว้างโดยไม่รู้ตัว เธอสบตาเขา ก่อนจะหลุบตามองแท่งลึงค์อวบยาวที่ผงาดโผล่ซิปกางเกงออกมา มันกระตุกไหว ชูชันชี้พุ่ง เส้นเอ็นรอบลำปูดโปนดูน่ากลัว ตรงส่วนหัวบากบานเหมือนดอกเห็ดมีน้ำใสๆ ผุดออกมา เด็กสาวแก้มแดงก่ำ เกิดปฏิกิริยาน่ารักๆ อย่างเช่นหอบหายใจแรง และเริ่มขยับขาถูไถกันไปมา“ท...ทำตรงนี้ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมีคนเห็น”“แล้วถ้าพี่จะทำล่ะ” คีรีรวบเต้าทั้งสองข้างไว้แล้วดูดดึงหัวนมพร้อมๆ กันจนเธอเสียวซ่าน ผงกหงายศีรษะไปข้างหลังพลางร้องครางสุดเสียงแต่แล้วเธอก็ยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทันเมื่อมีควาญละอาสาสมัครคนอื่นๆ เฉียดผ่านมาใกล้“งื้ออ... พี่ขา อย่าค่ะ” หนูนาเผลอจิกมือกับลำต้นไม้เบื้องหลังเล็กน้อย เมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาแนบชิดขึ้นอีก ปลายจมูกแตะที่แก้มเธอเบาๆ แล้วกระซิบข้างหู“ทีหลังอย่ายั่วแบบนี้... เดี๋ยวจะรับมือไม่ไหวนะหนูนา”เธอกลืนน้ำลายเบาๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงนกร้องรอบตัวอีกแล้ว ก่อนจะยิ้มซุกซนยั่วกลับ“แล้วถ้า
บทที่ 2 กระสันเสียว“อยากจูบเพิ่มมั้ยล่ะคะ”คำถามที่ชวนใจเต้นดังปังๆ ก้องในหูของคีรียังไม่ทันจางหาย เสียงหัวเราะเบาๆ ของเธอก็ดังขึ้นขณะหมุนตัวเดินนำไปยังต้นไม้ด้านข้าง ราวกับรู้ว่ากำลังทิ้งระเบิดลูกโตไว้ในใจเขาคีรียืนนิ่งอยู่อีกไม่กี่วินาที ก่อนจะยกยิ้มข้างปาก ดวงตาไล่ตามแผ่นหลังบางที่กำลังก้าวอย่างซุกซน หญ้าเขียวชื้นไหวตามฝีเท้าเธอ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเหมือนจงใจยั่วเย้าเขาก้าวตามไป...ด้วยจังหวะที่ไม่เร่งรีบ แต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่ไม่อาจหยุดได้ ต้องข่มอาการแข็งชูชันของตัวเองอย่างยากลำบาก“พูดแบบนั้น ไม่กลัวพี่จะจูบจริงเหรอ” น้ำเสียงทุ้มของเขาดังขึ้นใกล้หลังเธอ เธอชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเผยอนิดๆ ดวงตาใสวาวซุกซน“ถ้ากลัว...หนูนาไม่ถามหรอกค่ะ”คำพูดนั้นแทบดับสติของคีรี...เขาคว้าเธอเข้ามาในอ้อมแขนในพริบตา แผ่นหลังเธอชนกับลำต้นไม้ใหญ่ กลิ่นเปลือกไม้และมอสชื้นผสานเข้ากับกลิ่นกายอุ่นของเขา เธอหัวเราะน้อยๆ แต่เสียงหัวเราะกลายเป็นลมหายใจแผ่ว เมื่อเขาก้มลงแนบริมฝีปากลงมาอย่างนุ่มนวล...แต่แน่นอนจูบนั้นไม่เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยไฟร้อนที่สะสมไว้ ความอ่อนหวานของเธอ
“อ๊าาา!”หนูนาร้องออกมาพร้อมกับหัวเราะเมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นเจ้าจุ่นยืนชูงวงอยู่กลางลำธาร ใบหน้ามีแววซุกซนเต็มที่ คีรียกมือเช็ดน้ำออกจากหน้าตัวเอง พลางหันไปมองมันแล้วส่ายหน้าเบาๆ“แกนี่มัน...รู้เวลาพอดีเลยนะ”“มันหวงพี่คีรีหรือเปล่าเนี่ย?” หนูนาเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ พลางจับผ้าขาวม้าไว้แน่น เขาเองก็นับได้ว่าเป็นชายฉกรรจ์รูปร่างแข็งแรงกำยำ ผิวกายสีทองแดงชวนเร้าใจ รูปโฉมก็นับว่าหล่อเหลาคมเข้มเสียขนาดนี้“หรือไม่ก็อาจจะหวงหนูนา...” คีรีพูดพลางเหลือบตามามองเธอ ก่อนที่ใบหูของเขาจะแดงระเรื่อ หนูนาแอบอมยิ้ม“พี่คีรีหน้าแดงนะคะ” หนูนาว่าพลางยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่แก้มของเขา ใบหน้าที่เคยนิ่งขรึมตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ร้อนวูบวาบยิ่งกว่าตอนโดนเจ้าจุ่นพ่นน้ำใส่เสียอีก“แดดมันแรง...” เขาตอบกลับเสียงเรียบ แต่อย่างไรเสีย ก็ยังไม่ยอมสบตาเธออยู่ดี แต่มือที่ยกขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองนั่น บอกชัดว่าเขากำลังหาทางหนีความเขินอย่างเต็มที่หนูนายิ่งเห็นเขาแบบนั้นก็ยิ่งอดไม่ได้จะหยอก “พี่คีรีลามก มาจูบหนูนาทำไมล่ะคะ” น้ำเสียงออดอ้อนปนขำ ดวงตาแพรวระยับเหมือนรู้ทันว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง คีรีชะงัก ราวกับสมองหยุดประ
“ว้าย!”หนูนารีบเอามือปิดตัวเอง ขณะที่เสียงฝีเท้าเร็วๆ ดังเข้ามาใกล้ คีรีกระโจนเข้ามาหาในวินาทีต่อมา มือใหญ่ของเขาคว้าผ้าขาวม้าจากเอวตัวเองมาคลุมไหล่ให้เธออย่างรวดเร็ว“ไอ้จุ่น! หยุด!” น้ำเสียงนั้นเข้มและดุจริงจังจนเจ้าจุ่นสะดุ้งและเงียบกริบ งวงที่เคยซุกซนตอนนี้กลับหดลงแนบลำตัว“ขอโทษนะครับ...มันแค่เล่น แต่อาจจะแรงไปหน่อย” คีรีพูดพลางหลุบตาลงต่ำ แต่แววตานั้นกลับซุกซ่อนความวูบวาบเอาไว้ไม่มิดเขาเห็นผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายเสื้อ ผ้าที่ฉีกขาดเผยให้เห็นพวงเต้าอวบน่าดูดดึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ และแม้จะพยายามควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด แต่สายตาเขาก็หลบไม่พ้นจังหวะนั้นไปได้เลยหนูนาหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขิน เธอรีบรวบผ้าขาวม้าไว้แน่น “ไม่เป็นไรค่ะ หนูนาแค่ตกใจค่ะ มันคงแค่อยากเล่นด้วยล่ะมั้ง”“ใช่... พี่ก็อยากเล่นด้วยเหมือนกัน”สายตาของควาญหนุ่มเอาแต่จับจ้องทรวดทรงองค์เอวของเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม รูปร่างอวบอัดผิวขาวหมดจด หนูนาสบตาเขาก็สะท้านอาย หลุบตาลง“พี่คีรี อย่าจ้องนักสิ คนลามก”“อ...เอ่อ ขอโทษด้วย” คีรีกระแอมเบาๆ หันไปทำเสียงดุกับเจ้าจุ่นอีกสองสามคำ แล้วหันกลับมาพูดเสียงอ่อนลง “คราวหน้า...อย่าเ
บทที่ 1 บทเรียนแรกกลางลานช้างหลังจากได้พักผ่อนและทำความรู้จักพื้นที่เบื้องต้น หนูนาก็เริ่มต้นวันแรกของการเป็นอาสาสมัครด้วยความตื่นเต้น หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ อาสาสมัครทุกคนต้องนอนในห้องรวมกัน ชายหญิงแยกกันคนละหลัง กิจวัตรจะเริ่มตั้งแต่เสียงระฆังไม้ปลุกตอนตีห้า ไปจนถึงตอนที่ทุกคนรวมตัวกันที่ลานกลางของปางเพื่อฟังคำชี้แจงงานจากหัวหน้าอาสาสมัคร“แต่ละวันจะมีงานหมุนเวียนกันไปนะครับ” หัวหน้าอาสาสมัครวัยกลางคนพูดพลางชี้ไปยังตารางที่เขียนด้วยชอล์กบนกระดานไม้“เริ่มจากตื่นตีห้า เก็บมูลช้างตอนเช้า ให้อาหารตอนเจ็ดโมง อาบน้ำตอนแปดโมงครึ่ง จากนั้นช่วงสายๆ จะแบ่งเป็นเวรล้างโรงเก็บอาหาร ตัดหญ้า หรือช่วยพวกควาญตรวจสุขภาพช้าง”หนูนาจดทุกอย่างไว้อย่างตั้งใจ ทั้งคำศัพท์ใหม่ๆ และชื่อของช้างแต่ละตัว โดยเฉพาะ "เจ้าจุ่น" ช้างน้อยที่ดูจะเป็นขวัญใจของทุกคนในปาง แต่ในขณะเดียวกันก็ซนไม่แพ้เด็กวัยสามขวบวันนั้น หนูนาได้รับมอบหมายให้ดูแลเจ้าจุ่น ร่วมกับพี่คีรี แสงแดดยามสายทอดผ่านแนวไม้ใหญ่ ลานฝึกช้างเปิดกว้างจนเห็นขุนเขาอยู่ลิบๆ เสียงร้องแว่วของแมลงป่า กับเสียงใบไม้ไหวพัดตามลม ทำให้บรรยากาศยิ่งเหมือนหลุดมา
R-Rated Travel Seriesทริปสวาท1 ภูผาพากระสัน2 ป่าเปลี่ยวเกี่ยวใจ3 บ้านนาพาเสียว4 หาดงามพารักร้อนทุกเรื่องอ่านแยกกันได้ จบในเรื่องจ้า และสามารถอ่านอีบุ๊คได้ที่เว็บ meb ค้นหานามปากกาศศิชานะจ๊ะ--------------------------**คำเตือน** -นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก -ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี -เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน---------------สาวน้อยอย่างหนูนาเพิ่งเรียนจบ ใช้เวลา gap year ออกเดินทางคนเดียว เพื่อค้นหาตัวเอง...แต่กลับพบมากกว่าที่คิดหนูนาเดินทางขึ้นเหนือ ไปเข้าร่วมโครงการอาสาที่ปางช้าง เธอได้ทำงานใกล้ชิดกับช้างและเรียนรู้วิถีชีวิตใหม่ พร้อมๆ กับได้พบ “พี่คีรี” ควาญช้างหนุ่มผู้เงียบขรึมแต่เร่าร้อน ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามแน่นที่ยิ่งกว่าหุบเขา เธอเรียนรู้ “วิธีฝึกช้าง” ไปพร้อม ๆ กับถูกฝึก... วิธีขยับโยกกันและกัน---------------บทนำเสียงล้อรถกระแทกหลุมบนถนนดินปลุกให้ “หนูนา” ลืมตาขึ้นมาจากนิทรา รถโดยสารขนาดเล็กไต่ระดับ







