LOGIN“อยากจูบเพิ่มมั้ยล่ะคะ”
คำถามที่ชวนใจเต้นดังปังๆ ก้องในหูของคีรียังไม่ทันจางหาย เสียงหัวเราะเบาๆ ของเธอก็ดังขึ้นขณะหมุนตัวเดินนำไปยังต้นไม้ด้านข้าง ราวกับรู้ว่ากำลังทิ้งระเบิดลูกโตไว้ในใจเขา
คีรียืนนิ่งอยู่อีกไม่กี่วินาที ก่อนจะยกยิ้มข้างปาก ดวงตาไล่ตามแผ่นหลังบางที่กำลังก้าวอย่างซุกซน หญ้าเขียวชื้นไหวตามฝีเท้าเธอ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเหมือนจงใจยั่วเย้า
เขาก้าวตามไป...ด้วยจังหวะที่ไม่เร่งรีบ แต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่ไม่อาจหยุดได้ ต้องข่มอาการแข็งชูชันของตัวเองอย่างยากลำบาก
“พูดแบบนั้น ไม่กลัวพี่จะจูบจริงเหรอ” น้ำเสียงทุ้มของเขาดังขึ้นใกล้หลังเธอ เธอชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเผยอนิดๆ ดวงตาใสวาวซุกซน
“ถ้ากลัว...หนูนาไม่ถามหรอกค่ะ”
คำพูดนั้นแทบดับสติของคีรี...
เขาคว้าเธอเข้ามาในอ้อมแขนในพริบตา แผ่นหลังเธอชนกับลำต้นไม้ใหญ่ กลิ่นเปลือกไม้และมอสชื้นผสานเข้ากับกลิ่นกายอุ่นของเขา เธอหัวเราะน้อยๆ แต่เสียงหัวเราะกลายเป็นลมหายใจแผ่ว เมื่อเขาก้มลงแนบริมฝีปากลงมาอย่างนุ่มนวล...แต่แน่นอน
จูบนั้นไม่เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยไฟร้อนที่สะสมไว้ ความอ่อนหวานของเธอค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแรงตอบสนองที่เร่าร้อนขึ้น ริมฝีปากแนบแน่นขึ้น มือของเขาลูบไล้แผ่นหลังของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา ก่อนจะกอดรัดแน่นขึ้นจนแทบไร้ช่องว่าง
“พี่คีรี...” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ ระหว่างจูบ ราวกับเป็นทั้งเสียงห้ามปรามและเสียงเชื้อเชิญ
“หนูนามีแฟนแล้วหรือเปล่า”
หนูนาส่ายหน้าเอียงอาย “ไม่มีค่ะ หนูนากำลังมองหาอยู่เหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้น ให้พี่เป็นแฟนหนูนานะ พี่จะปี้หนูนาเยอะๆ เลย”
“ปี้?”
“หมายถึงเอากันไง พี่จะสอดไอ้จ้อนเข้าไปในรูหอยของหนูนา ตอกมันส์ๆ แล้วน้ำแตก หนูนาเคยโดนปี้มั้ย”
“หนูนาไม่เคย...”
“พี่จะช่วย ‘ฝึก’ ให้เอง”
เขาผละออกมาเพียงชั่วลมหายใจ สบตาเธอที่เริ่มฉ่ำแสงแล้วโน้มหน้ากลับไปอีกครั้ง ริมฝีปากแตะที่ซอกคอ ไล่ขึ้นปลายคาง ขณะมืออีกข้างสอดเข้าในชายเสื้อของเธอ ถลกมันขึ้นเพื่อชื่นชม หัวนมของเธอสวยน่าดูดเลียให้ดิ้นเสียจริง มันกำลังชูช่ออะร้าอร่าม
เธอช่างสวยแจ่ม สดสะอาดไปทั้งตัว หัวนมสีชมพูเหมือนฝาขนมครก ชี้โด่ชวนระทึก เด็กสาวนิ่งคล้ายเชิญชวน คีรีจึงทำใจกล้า เอื้อมมือไปลูบโลม
“อ๊ะ อา...” เธอครางแผ่ว แก้มที่ว่าแดงอยู่แล้วยิ่งแดงฉ่า คีรีลูบไล้ผิวเนียนละมุนที่แค่เพียงสัมผัสก็ทำให้ใจเขาเตลิด ปลายนิ้วของชายฉกรรจ์พลิ้วไหว บีบคลึงเต้าข้างหนึ่งย้ายไปอีกข้างหนึ่ง ใช้นิ้วเขี่ยไปรอบๆ และสะกิดถี่ๆ
“อ๊ะ อ๊ะ...”
ร่างอิ่มงามกระตุกสั่น ปล่อยให้ควาญหนุ่มดึงหัวนม เขาช้อนเต้าในอุ้งมือแล้วอ้าปากงับหัวนม ดูดดึงดังจ๊วบๆ
“อ๊ะ อ๊า พี่คีรีจ๊ะ ลิ้นพี่คีรีกำลังเขี่ยหัวนมหนูนา”
จ๊วบๆๆๆๆๆ
หัวนมชูช่อแข็งโด่ยั่วลิ้นขึ้นเรื่อยๆ คีรีเลียเต้าเด็กสาวอย่างเร้าร้อน เอ่ยชมไม่หยุดว่าอวบอั๋นและแข็งสู้ลิ้น ผิวนุ่มเนียนกว่าที่คิดเสียอีก เมื่อได้สัมผัสแล้วก็ไม่อยากจะหยุดเลย เอาแต่ดูดดึงจนหัวนมแหลมชูชัน
จ๊วบบบ...
“อูวว... ซี้ดด” เธอครางกระเส่า ก้มสบตาชายฉกรรจ์ผู้ซึ่งกำลังตวัดลิ้นเขี่ยหัวนมสีชมพูไปมาแล้วดูดเต็มปากเต็มคำ
เสียงใบไม้ไหวเหนือศีรษะ และเสียงลมหายใจร้อนเบาๆ ที่ขาดห้วง สะท้อนสลับกันใต้เงาไม้หนาทึบ ร่างกำยำลูบโลมสองเต้ากลมกลึง บีบดึงและขบหัวนมเบาๆ เด็กสาวจึงยิ่งครางเผ็ดร้อน สองขาอ้ากว้างโดยไม่รู้ตัว เธอสบตาเขา ก่อนจะหลุบตามองแท่งลึงค์อวบยาวที่ผงาดโผล่ซิปกางเกงออกมา มันกระตุกไหว ชูชันชี้พุ่ง เส้นเอ็นรอบลำปูดโปนดูน่ากลัว ตรงส่วนหัวบากบานเหมือนดอกเห็ดมีน้ำใสๆ ผุดออกมา เด็กสาวแก้มแดงก่ำ เกิดปฏิกิริยาน่ารักๆ อย่างเช่นหอบหายใจแรง และเริ่มขยับขาถูไถกันไปมา“ท...ทำตรงนี้ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวมีคนเห็น”“แล้วถ้าพี่จะทำล่ะ” คีรีรวบเต้าทั้งสองข้างไว้แล้วดูดดึงหัวนมพร้อมๆ กันจนเธอเสียวซ่าน ผงกหงายศีรษะไปข้างหลังพลางร้องครางสุดเสียงแต่แล้วเธอก็ยกมือขึ้นปิดปากแทบไม่ทันเมื่อมีควาญละอาสาสมัครคนอื่นๆ เฉียดผ่านมาใกล้“งื้ออ... พี่ขา อย่าค่ะ” หนูนาเผลอจิกมือกับลำต้นไม้เบื้องหลังเล็กน้อย เมื่อเขาโน้มตัวเข้ามาแนบชิดขึ้นอีก ปลายจมูกแตะที่แก้มเธอเบาๆ แล้วกระซิบข้างหู“ทีหลังอย่ายั่วแบบนี้... เดี๋ยวจะรับมือไม่ไหวนะหนูนา”เธอกลืนน้ำลายเบาๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงนกร้องรอบตัวอีกแล้ว ก่อนจะยิ้มซุกซนยั่วกลับ“แล้วถ้า
บทที่ 2 กระสันเสียว“อยากจูบเพิ่มมั้ยล่ะคะ”คำถามที่ชวนใจเต้นดังปังๆ ก้องในหูของคีรียังไม่ทันจางหาย เสียงหัวเราะเบาๆ ของเธอก็ดังขึ้นขณะหมุนตัวเดินนำไปยังต้นไม้ด้านข้าง ราวกับรู้ว่ากำลังทิ้งระเบิดลูกโตไว้ในใจเขาคีรียืนนิ่งอยู่อีกไม่กี่วินาที ก่อนจะยกยิ้มข้างปาก ดวงตาไล่ตามแผ่นหลังบางที่กำลังก้าวอย่างซุกซน หญ้าเขียวชื้นไหวตามฝีเท้าเธอ ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวเหมือนจงใจยั่วเย้าเขาก้าวตามไป...ด้วยจังหวะที่ไม่เร่งรีบ แต่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดที่ไม่อาจหยุดได้ ต้องข่มอาการแข็งชูชันของตัวเองอย่างยากลำบาก“พูดแบบนั้น ไม่กลัวพี่จะจูบจริงเหรอ” น้ำเสียงทุ้มของเขาดังขึ้นใกล้หลังเธอ เธอชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ ริมฝีปากเผยอนิดๆ ดวงตาใสวาวซุกซน“ถ้ากลัว...หนูนาไม่ถามหรอกค่ะ”คำพูดนั้นแทบดับสติของคีรี...เขาคว้าเธอเข้ามาในอ้อมแขนในพริบตา แผ่นหลังเธอชนกับลำต้นไม้ใหญ่ กลิ่นเปลือกไม้และมอสชื้นผสานเข้ากับกลิ่นกายอุ่นของเขา เธอหัวเราะน้อยๆ แต่เสียงหัวเราะกลายเป็นลมหายใจแผ่ว เมื่อเขาก้มลงแนบริมฝีปากลงมาอย่างนุ่มนวล...แต่แน่นอนจูบนั้นไม่เร่งรีบ แต่เต็มไปด้วยไฟร้อนที่สะสมไว้ ความอ่อนหวานของเธอ
“อ๊าาา!”หนูนาร้องออกมาพร้อมกับหัวเราะเมื่อเงยหน้าขึ้นไปเห็นเจ้าจุ่นยืนชูงวงอยู่กลางลำธาร ใบหน้ามีแววซุกซนเต็มที่ คีรียกมือเช็ดน้ำออกจากหน้าตัวเอง พลางหันไปมองมันแล้วส่ายหน้าเบาๆ“แกนี่มัน...รู้เวลาพอดีเลยนะ”“มันหวงพี่คีรีหรือเปล่าเนี่ย?” หนูนาเอ่ยด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ พลางจับผ้าขาวม้าไว้แน่น เขาเองก็นับได้ว่าเป็นชายฉกรรจ์รูปร่างแข็งแรงกำยำ ผิวกายสีทองแดงชวนเร้าใจ รูปโฉมก็นับว่าหล่อเหลาคมเข้มเสียขนาดนี้“หรือไม่ก็อาจจะหวงหนูนา...” คีรีพูดพลางเหลือบตามามองเธอ ก่อนที่ใบหูของเขาจะแดงระเรื่อ หนูนาแอบอมยิ้ม“พี่คีรีหน้าแดงนะคะ” หนูนาว่าพลางยกมือขึ้นแตะเบาๆ ที่แก้มของเขา ใบหน้าที่เคยนิ่งขรึมตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อ ร้อนวูบวาบยิ่งกว่าตอนโดนเจ้าจุ่นพ่นน้ำใส่เสียอีก“แดดมันแรง...” เขาตอบกลับเสียงเรียบ แต่อย่างไรเสีย ก็ยังไม่ยอมสบตาเธออยู่ดี แต่มือที่ยกขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองนั่น บอกชัดว่าเขากำลังหาทางหนีความเขินอย่างเต็มที่หนูนายิ่งเห็นเขาแบบนั้นก็ยิ่งอดไม่ได้จะหยอก “พี่คีรีลามก มาจูบหนูนาทำไมล่ะคะ” น้ำเสียงออดอ้อนปนขำ ดวงตาแพรวระยับเหมือนรู้ทันว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง คีรีชะงัก ราวกับสมองหยุดประ
“ว้าย!”หนูนารีบเอามือปิดตัวเอง ขณะที่เสียงฝีเท้าเร็วๆ ดังเข้ามาใกล้ คีรีกระโจนเข้ามาหาในวินาทีต่อมา มือใหญ่ของเขาคว้าผ้าขาวม้าจากเอวตัวเองมาคลุมไหล่ให้เธออย่างรวดเร็ว“ไอ้จุ่น! หยุด!” น้ำเสียงนั้นเข้มและดุจริงจังจนเจ้าจุ่นสะดุ้งและเงียบกริบ งวงที่เคยซุกซนตอนนี้กลับหดลงแนบลำตัว“ขอโทษนะครับ...มันแค่เล่น แต่อาจจะแรงไปหน่อย” คีรีพูดพลางหลุบตาลงต่ำ แต่แววตานั้นกลับซุกซ่อนความวูบวาบเอาไว้ไม่มิดเขาเห็นผิวขาวนวลที่โผล่พ้นชายเสื้อ ผ้าที่ฉีกขาดเผยให้เห็นพวงเต้าอวบน่าดูดดึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ และแม้จะพยายามควบคุมตัวเองอย่างถึงที่สุด แต่สายตาเขาก็หลบไม่พ้นจังหวะนั้นไปได้เลยหนูนาหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขิน เธอรีบรวบผ้าขาวม้าไว้แน่น “ไม่เป็นไรค่ะ หนูนาแค่ตกใจค่ะ มันคงแค่อยากเล่นด้วยล่ะมั้ง”“ใช่... พี่ก็อยากเล่นด้วยเหมือนกัน”สายตาของควาญหนุ่มเอาแต่จับจ้องทรวดทรงองค์เอวของเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม รูปร่างอวบอัดผิวขาวหมดจด หนูนาสบตาเขาก็สะท้านอาย หลุบตาลง“พี่คีรี อย่าจ้องนักสิ คนลามก”“อ...เอ่อ ขอโทษด้วย” คีรีกระแอมเบาๆ หันไปทำเสียงดุกับเจ้าจุ่นอีกสองสามคำ แล้วหันกลับมาพูดเสียงอ่อนลง “คราวหน้า...อย่าเ
บทที่ 1 บทเรียนแรกกลางลานช้างหลังจากได้พักผ่อนและทำความรู้จักพื้นที่เบื้องต้น หนูนาก็เริ่มต้นวันแรกของการเป็นอาสาสมัครด้วยความตื่นเต้น หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ อาสาสมัครทุกคนต้องนอนในห้องรวมกัน ชายหญิงแยกกันคนละหลัง กิจวัตรจะเริ่มตั้งแต่เสียงระฆังไม้ปลุกตอนตีห้า ไปจนถึงตอนที่ทุกคนรวมตัวกันที่ลานกลางของปางเพื่อฟังคำชี้แจงงานจากหัวหน้าอาสาสมัคร“แต่ละวันจะมีงานหมุนเวียนกันไปนะครับ” หัวหน้าอาสาสมัครวัยกลางคนพูดพลางชี้ไปยังตารางที่เขียนด้วยชอล์กบนกระดานไม้“เริ่มจากตื่นตีห้า เก็บมูลช้างตอนเช้า ให้อาหารตอนเจ็ดโมง อาบน้ำตอนแปดโมงครึ่ง จากนั้นช่วงสายๆ จะแบ่งเป็นเวรล้างโรงเก็บอาหาร ตัดหญ้า หรือช่วยพวกควาญตรวจสุขภาพช้าง”หนูนาจดทุกอย่างไว้อย่างตั้งใจ ทั้งคำศัพท์ใหม่ๆ และชื่อของช้างแต่ละตัว โดยเฉพาะ "เจ้าจุ่น" ช้างน้อยที่ดูจะเป็นขวัญใจของทุกคนในปาง แต่ในขณะเดียวกันก็ซนไม่แพ้เด็กวัยสามขวบวันนั้น หนูนาได้รับมอบหมายให้ดูแลเจ้าจุ่น ร่วมกับพี่คีรี แสงแดดยามสายทอดผ่านแนวไม้ใหญ่ ลานฝึกช้างเปิดกว้างจนเห็นขุนเขาอยู่ลิบๆ เสียงร้องแว่วของแมลงป่า กับเสียงใบไม้ไหวพัดตามลม ทำให้บรรยากาศยิ่งเหมือนหลุดมา
R-Rated Travel Seriesทริปสวาท1 ภูผาพากระสัน2 ป่าเปลี่ยวเกี่ยวใจ3 บ้านนาพาเสียว4 หาดงามพารักร้อนทุกเรื่องอ่านแยกกันได้ จบในเรื่องจ้า และสามารถอ่านอีบุ๊คได้ที่เว็บ meb ค้นหานามปากกาศศิชานะจ๊ะ--------------------------**คำเตือน** -นิยายนามปากกา ศศิชา เป็นนิยาย PWP สำนวนอีโรติก -ไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี -เรื่องทุกเรื่องเป็นเรื่องแต่ง ไม่มีตัวละครอยู่จริงและแสดงถึงความกระหายด้านมืดของตัวละคร โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน---------------สาวน้อยอย่างหนูนาเพิ่งเรียนจบ ใช้เวลา gap year ออกเดินทางคนเดียว เพื่อค้นหาตัวเอง...แต่กลับพบมากกว่าที่คิดหนูนาเดินทางขึ้นเหนือ ไปเข้าร่วมโครงการอาสาที่ปางช้าง เธอได้ทำงานใกล้ชิดกับช้างและเรียนรู้วิถีชีวิตใหม่ พร้อมๆ กับได้พบ “พี่คีรี” ควาญช้างหนุ่มผู้เงียบขรึมแต่เร่าร้อน ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและกล้ามแน่นที่ยิ่งกว่าหุบเขา เธอเรียนรู้ “วิธีฝึกช้าง” ไปพร้อม ๆ กับถูกฝึก... วิธีขยับโยกกันและกัน---------------บทนำเสียงล้อรถกระแทกหลุมบนถนนดินปลุกให้ “หนูนา” ลืมตาขึ้นมาจากนิทรา รถโดยสารขนาดเล็กไต่ระดับ







