LOGINยามเช้าริญชิฎาตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เธอรีบจัดเตรียมอาหารเช้าเตรียมนมวางเรียงไว้ให้ลูก ก่อนจะหันไปมองร่างเล็กสองร่างที่ยังงัวเงียอยู่บนที่นอน
“แม่ไม่ไป ไม่ได้เหยอ” พีทซ์กะพริบตาปริบๆ เสียงอ้อนจนหัวใจคนเป็นแม่แทบละลาย
“ถ้าแม่ไม่ไปทำงาน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อหม่ำๆ ให้ลูกล่ะคะ” คำตอบอ่อนโยน แต่แฝงความจำเป็นเอาไว้
“เดี๋ยวหนูไปเองงง!” น้องพอร์ชรีบลุกพรวด วิ่งเตาะแตะมากอดขาแม่แน่น ทำเอาคนเป็นแม่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
“ตัวแค่นี้เก่งจังเลยนะเรา ตอนเย็นแม่จะซื้อขนมมาฝากนะคะ อยู่กับป้าใจห้ามดื้อนะ” เธอลูบผมลูกอย่างเอ็นดู
“ไม่ดื้อๆๆ!” สองแฝดรีบตอบพร้อมกัน เสียงใสแข่งกันดังลั่นบ้าน หญิงสาวยิ้มอ่อนก่อนจะก้มลงจูบแก้มลูกทั้งสองคนเบาๆ
บริษัทในยามเช้าดูเงียบกว่าทุกวัน ริญชิฎาได้รับมอบหมายให้ขึ้นมาทำความสะอาดชั้นบนสุด ชั้นที่เธอไม่เคยมีโอกาสย่างกรายเข้ามาเลยตลอดสี่เดือนที่ผ่านมา
หญิงสาวค่อยๆ เปิดประตูห้องชงกาแฟ เธอเริ่มจัดการเช็ดโต๊ะล้างแก้ว และจัดของให้เข้าที่อย่างคล่องแคล่ว
เช้าตรู่แบบนี้ยังไม่มีพนักงานคนไหนเข้ามา ความเงียบทำให้เธอมีเวลาอยู่กับความคิดของตัวเอง หากวันนั้นเธอเรียนจบ บางทีตอนนี้เธออาจได้นั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์เย็นสบาย ไม่ต้องคอยก้มหน้าทำความสะอาดแบบนี้
“นี่เทน้ำเปล่าใส่แก้วให้หน่อย” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“รอสักครู่ค่ะ” เธอรีบหยิบแก้วขึ้นมาเทน้ำอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยื่นให้เขา
แต่จังหวะที่เธอหมุนตัว ร่างสูงกลับก้าวเข้ามาใกล้เกินไปน้ำในแก้วกระฉอกออกมา เปียกซึมลงบนเสื้อสูทราคาแพงทันที
“ขะ ขอโทษค่ะ!” เธอรีบพูดเสียงสั่น มือไม้ลนลานไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“มีตาไหม” ชายหนุ่มก้มมองคราบน้ำบนเสื้อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบกดดัน
คำพูดสั้นๆ แต่เย็นชาจนทำให้บรรยากาศรอบตัวแข็งตัวไปในทันที หญิงสาวก้มหน้าลงแทบไม่กล้าสบตา
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ เดี๋ยวฉันจะเช็ดให้” มือบางยื่นออกไปอย่างลังเล แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากสายตาของเขาที่จ้องมาไม่วางตา
เขาคว้ามือของเธอไว้ทันที เมื่อหญิงสาวกำลังจะยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำบนเสื้อ แรงจับนั้นไม่ได้รุนแรง แต่แน่นพอให้เธอขยับไม่ได้
สายตาคมจ้องมองใบหน้าของเธอไม่วางตา หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด ราวกับมีบางอย่างดึงรั้งความรู้สึกเอาไว้
“ปล่อยมือด้วยค่ะ” เสียงของหญิงสาวสั่นเล็กน้อย
“เงยหน้าขึ้นมา” น้ำเสียงเข้มจนไม่อาจขัดขืน
หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะรวบรวมความกล้า เงยหน้าขึ้นช้าๆ และในวินาทีนั้นสายตาของทั้งสองสบตากันพอดี
ริญชิฎานิ่งงันหัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ ใบหน้าของเขาคุ้นตาเกินไป เหมือนกับลูกของเธอแทบทุกอย่าง ความตกใจฉายชัดในแววตาจนเธอลืมหายใจไปชั่วครู่
ส่วนณัทเตชินทร์เองก็ชะงัก ภาพบางอย่างในความทรงจำเลือนราง กำลังซ้อนทับกับใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้า
เขามัวแต่จ้องใบหน้าของอีกฝ่ายราวกับถูกสะกด ก่อนจะเผลอดึงเธอเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว ระยะห่างระหว่างทั้งสองหดสั้นลงอย่างรวดเร็ว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาแผ่วผ่านแก้มของเธอ
“คุณเตชินทร์ครับ ถึงเวลาแล้ว” เสียงเรียกจากด้านนอกดังขึ้นพอดี เหมือนเป็นสัญญาณปลุกให้เธอได้สติ
“ปล่อยนะ!”
หญิงสาวผลักเขาออกสุดแรง ก่อนจะรีบวิ่งออกไปจากห้องทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบ และความรู้สึกบางอย่างที่ยังค้างคาอยู่
ณัทเตชินทร์ยืนอยู่กับที่สายตายังคงมองไปทางประตูที่เธอวิ่งหายไป มือหนาหยิบป้ายชื่อขึ้นมาตอนที่หญิงสาวเผลอ เขาแอบดึงมันออกมา
“ริญชิฎา ธนเกียรติโกศล” เขาอ่านชื่อเบาๆ
“มีอะไรครับ เมื่อกี้ผมเห็น เอ๊ะเสื้อคุณเปียก” ณภัทรสงสัยว่าเจ้านายเป็นอะไร
“ไม่ต้องเช็ด เอานี่ไป” เขายื่นป้ายชื่อพนักงานให้
“คุณเตชินทร์จะให้ผมเรียกแม่บ้านมาตักเตือนไหมครับ หรือไล่ออกดี”
“ไปสืบมา! เป็นใครมาจากไหนเสร็จประชุมฉันต้องได้ประวัติ”
“เอ่อ ครับ” ณภัทรก้มมองป้ายชื่อที่มีรูปพนักงานเล็กๆ ติดอยู่ เขาคุ้นหน้ามาก
“ทำไมหน้าคุ้นจังเลย” ณภัทรเงยหน้าสบตากับเจ้านาย
“ไปได้แล้ว”
หญิงสาวรีบปิดประตูห้องพักพนักงานทันที แผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูมือสั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดในอกของตัวเอง
“ทำไมหน้าเขาถึงคล้ายกับเจ้าแฝดจัง” เธอพึมพำเบาๆ อย่างไม่อยากเชื่อ
ภาพใบหน้าของชายคนนั้นยังติดอยู่ในหัวไม่จางดวงตาคิ้วสันจมูกเหมือนกับลูกของเธอราวกับถอดแบบกันมา หญิงสาวส่ายหน้าแรงๆ เหมือนพยายามปฏิเสธความคิดนั้น
“ไม่ใช่หรอก” เรื่องแบบนั้นจะบังเอิญได้ขนาดนี้ได้ยังไง อีกอย่างท่าทางของเขาก็เหมือนไม่รู้จักเธอเลยสักนิด
“น้องเรนนี่อยู่ข้างในไหม”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ริญชิฎาจะรีบเช็ดหน้า เปิดประตูออกไป
“สวัสดีค่ะคุณสัตยา”
“จะคุณอะไร พี่บอกให้เรียกพี่เฉยๆ ก็พอ” ชายหนุ่มสายไอทียิ้มกว้างพยายามทำตัวให้เป็นกันเอง
“เย็นนี้ไปทานข้าวกับพี่ไหม”
“เรนนี่ต้องกลับบ้านค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าแทบจะทันที
คำตอบเดิมๆ ทำให้สัตยาถอนหายใจ เขาเฝ้ามองหญิงสาวตั้งแต่เข้ามาทำงานใหม่ๆ ตอนแน่ใจว่าไม่มีใครเลยตัดสินใจตามจีบ
“กลับบ้านอีกแล้ว ชวนทีไรก็กลับแต่บ้านมีใครรออยู่เหรอ” เขาถามเสียงล้อเล่น แต่แฝงความสงสัย
“ลูกรออยู่ค่ะ”
“ลูก?” คำตอบนั้นทำให้รอยยิ้มของเขาชะงัก สัตยาทวนคำสีหน้าดูไม่เชื่อ
“เรนนี่มีลูกกับใคร อย่ามาโกหกพี่เลย” เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น
“เรนนี่ไม่ได้โกหกค่ะ”
“เห็นพี่ลดตัวลงมาจีบหน่อยก็เล่นตัว รู้ไหมสาวๆ ที่เขามีการศึกษาสวยกว่าเรนนี่พี่ก็สอยมาแล้ว แล้วเราจะเล่นตัวทำไมนักหนา”
“คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณ”
“จนแล้วยังไม่เจียมตัว ทำงานจนตายก็ไม่มีทางได้ดีหรอก โอ๊ยย”
สัตยาก้มลงที่พื้นชายหนุ่มมองตัวต้นเหตุ เมื่อป้าแม่บ้านวัยกลางคนถีบเขาสุดแรง แบบไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว
“ไอ้แก่นี่สงสัยไม่อยากเก็บปากไว้กินข้าว”
“กลับไปเลยนะ เห็นอะไรอยู่ในมือมั้ย” ป้าแม่บ้านหยิบไม้กวาดเตรียมจะฟาดอีกฝ่าย
“เออ ฝากไว้ก่อนนะ” เขาชี้หน้าริญชิฎา หมายมั่นว่าจะต้องได้หญิงสาว
“ขอบคุณพี่จูนมากนะ”
“เรนนี่ พี่สอนให้สู้คนเห็นไหมพวกนั้นมันมารังแกตลอด”
“เรนนี่ไม่อยากมีปัญหา” หญิงสาวก้มหน้าลงเล็กน้อย
“คราวหลังอย่าไปอยู่ใกล้พวกมันอีก” คำตอบนั้นทำให้พี่จูนถอนหายใจยาว
“ค่ะ”
“บ่ายขึ้นไปทำความสะอาดที่ห้องท่านประธานด้วยนะ หัวหน้าแจ้งมา”
“แต่เรนนี่เพิ่งจะขึ้นไปเองนะ”
“หัวหน้าสั่งเราอย่าขัดเลย”
ทำไมเธอถึงรู้สึกแปลกๆ ความไม่สบายใจค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอก จนหายใจไม่ทั่วท้อง หรือเพราะผู้ชายคนนั้นคนที่เผลอทำน้ำหกใส่
แค่เสื้อสูทตัวเดียวก็ดูมีราคาสูงเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้ อาจจะแพงยิ่งกว่าเงินเดือนทั้งเดือนของเธอด้วยซ้ำ
ถ้าเขาเอาเรื่องขึ้นมา และให้เธอชดใช้จริงๆ แล้วเธอจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย ริญชิฎากำมือแน่นความกังวลถาโถมเข้ามาไม่หยุด
“ขอจูบอีกนิดนะ” ณัทเตชินทร์งอแงตั้งแต่เช้า แขนยังกอดเอวภรรยาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ“พอแล้วค่ะ ใกล้ถึงเวลาส่งลูกไปเรียนแล้วนะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ พลางพยายามดันอกเขาออก“ก็กลางคืนเจ้าตัวเล็กงอแงตลอด แทบไม่ได้อยู่กับเมียเลย” เขาบ่นเสียงต่ำ หน้าซบลงกับไหล่เธอเหมือนเด็กขี้อ้อน“คุณอย่าดื้อสิคะ โตแล้วนะ” เธอส่ายหน้าอย่างเอ็นดู“ไม่โตตอนอยู่กับเธอ” เขาตอบทันควัน ทำเอาเธอหลุดยิ้มออกมาอีกครั้งริญชิฎาพยายามจะขยับตัวหนี แต่เขากลับถอนหายใจเบาๆ เหมือนยอมแพ้ ก่อนจะฉวยโอกาสนั้นดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมกอดริมฝีปากของเขาแนบลงมาอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ ครั้งนี้ไม่เร่งร้อน เหมือนต้องการเก็บช่วงเวลาสั้นๆ นี้ไว้ให้นานที่สุดเธอเผลอนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ คลายแรงต้าน ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดนั้น มือเล็กจับปลายเสื้อเขาไว้แน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจห้ามปัง!เสียงเปิดประตูดังลั่น พร้อมร่างเล็กของพอร์ชที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นพ่อกอดแม่แน่น เด็กชายหยิกขาพ่อเบาๆ“ปะป๊าทำอะไรแม่อีก!” พอร์ชหน้าบึ้ง ก่อนจะรีบวิ่งมากอดแม่ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าจะถูกแย่งไป“แค่กอดยุ่งไรด้วย” เขาเลิกคิ้วนิดๆ ก่อนตอบเ
ห้องจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของบรรดาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน บรรยากาศคึกคักจนแทบไม่มีมุมเงียบริญชิฎานั่งอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้อง ชุดเรียบหรูของเธอทำให้ดูโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ ข้างๆ มีต้นไผ่นั่งอยู่เงียบๆ คอยเป็นเหมือนกำแพงกันลม“เรนนี่ ได้ข่าวว่าเธอเรียนไม่จบไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ล่ะ” เพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเหมือนจะเป็นห่วง แต่แฝงความตั้งใจบางอย่าง บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงเล็กน้อย“เราเลี้ยงลูกอยู่บ้าน” เธอตอบเรียบๆ ไม่หลบสายตาใคร มือของเธอเอื้อมไปแตะต้นแขนต้นไผ่เบาๆ เป็นเชิงห้ามไม่ให้เขาใจร้อน“มีลูกแล้วเหรอ จะเอาปัญญาที่ไหนเลี้ยงลูก” เพื่อนอีกคนทำตาโต คำพูดนั้นทำให้หลายคนเริ่มหันมามองกัน“ส้มโอเธอก็พูดไป บ้านของเรนนี่เคยรวยมาก่อน บางทีอาจจะได้สามีรวยๆ ก็ได้” เพื่อนอีกคนหัวเราะเบาๆ คำพูดเหมือนหยอกล้อ แต่กลับกดดันให้ต้องตอบ“สามีเธอชื่ออะไรเหรอ เผื่อแฟนของฉันรู้จัก เลโอเขาเป็นนักธุรกิจทั้งหล่อทั้งรวย”สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอพร้อมกัน ริญชิฎานิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกยิ้มบางๆ อย่างสุขุม เธอรู้ว่าเพื่อนๆ ต้องการคำตอบแบบไหน“เธอเห็นค
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางสวนกว้างที่ประดับด้วยดอกไม้สีขาวนวล แซมด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดาวตกลงมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยคลุ้งไปทั่ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะของแขกที่มาร่วมยินดีณัทเตชินทร์ในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ยืนอยู่ปลายทางเดินพรมยาว ดวงตาคมมองไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยปิดบังในอ้อมแขนของเขา มีลูกน้อยตัวเล็กที่กำลังมองไปรอบๆ อย่างไร้เดียงสา ส่วนอีกข้างเจ้าแฝดสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงข้างพ่ออย่างน่ารัก“ปะป๊าแม่สวยไหม” เสียงใสของพีทซ์กระซิบถาม“สวยที่สุด” เขายิ้มบางๆ ก่อนตอบเสียงดนตรีคลอเบาๆ ดังขึ้น เมื่อริญชิฎาปรากฏตัวที่ปลายทางเดินในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงพลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อนๆ ใบหน้าสวยหวานเปล่งประกายด้วยรอยยิ้มที่ทั้งเขินอายและมีความสุขทั้งคู่สบตากันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ณัทเตชินทร์ค่อยๆ เดินไปข้างหน้า พร้อมลูกๆ ที่อยู่เคียงข้าง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหมาย“มาช้าจังนะ” เขาเอ่ยแซวเบาๆ“ก็อยากให้คุณรอนานๆ หน่อย จะได้รู้ว่ามีค่าขนาดไหน” เธอส่งยิ้มให้เขากับลูกๆ ทั้งสามคน
ณัทเตชินทร์อุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขนอย่างเก้ๆ กังๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อุ้มลูกของตัวเอง สายตาคมจ้องมองใบหน้าเล็กๆ นั้นไม่วาง ราวกับกำลังพิจารณาบางอย่างจริงจัง“คุณจะจ้องลูกอีกนานไหมคะ” ริญชิฎายิ้มขำกับท่าทีที่เขามีต่อลูก“ทำไมถึงเป็นลูกชายอีกนะ บอกให้ตรวจเพศก็ไม่ยอม” น้ำเสียงเหมือนบ่น แต่แววตากลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มมองลูกอีกครั้ง มือใหญ่ค่อยๆ ประคองร่างเล็กอย่างระมัดระวังหญิงสาวมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ครั้งนี้ชายหนุ่มจะได้เลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง จะได้ลิ้มรสของการพักผ่อนไม่พอมันเป็นอย่างไร“คุณตั้งชื่อลูกสิคะ”เขานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะมองเด็กน้อยในอ้อมแขนอีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“น้องเพิร์ธ ภัทรภาคินแล้วกัน”หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ เห็นด้วยกับเขา อยากให้ชื่อลูกคล้องจองและเข้ากันกับชื่อของเจ้าแฝด เหมือนเป็นสายใยเล็กๆ ที่ผูกพวกเขาไว้ด้วยกันตั้งแต่แรกเกิด“ดูสิเขาเหมือนฉันเลยนะ” เขาอุ้มลูกเข้าไปใกล้หญิงสาว พร้อมรอยยิ้มบางๆ ทั้งสองสบตากันเงียบๆ ก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกัน รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความสุข“พอร์ชอย่าอุ้มน้อง!” พีทซ์รีบห้ามพี่ชาย“น้องตื่นแล้ว เล่นได้นี่นา” พอ
“ลุงหมอแม่เป็นอะไรเหรอ” พีทซ์เงยหน้าถามเสียงใส ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ในโรงพยาบาล“คุณแม่ไม่สบายนิดหน่อยครับ แต่เดี๋ยวก็หายนะ แต่ถ้าเจอแม่แล้ว อย่างอแงนะครับ” ธาวินก้มลงมองเด็กน้อยก่อนจะยิ้มอ่อน เขาจับมือเด็กแฝดทั้งสองไว้แน่นเด็กทั้งสองพยักหน้าแม้ดวงตายังแดงก่ำจากการร้องไห้ ธาวินพาเดินเข้าไปในโรงพยาบาล มือจูงหลานแฝดไว้ไม่ห่าง ภาพเด็กน้อยหน้าตาน่ารักสองคน ทำให้หลายคนหันมามองอย่างเอ็นดู“แม่ป่วยบ่อยจัง” พอร์ชพึมพำเบาๆ อย่างเป็นห่วง“เดี๋ยวแม่ก็หายดีครับ”ระหว่างนั้นพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมรอยยิ้มสงสัย “คุณหมอพาเด็กที่ไหนมาคะ น่ารักเชียว”“ลูกชายเพื่อนผมครับ” เขาตอบเรียบง่าย แต่สายตายังคงจับจ้องเด็กทั้งสองคนไม่ห่างเด็กแฝดทั้งสองค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย พอเห็นพ่อกับแม่ก็พากันขมวดคิ้วพร้อมกัน“ปะป๊าเป็นไร ทำไมใส่ชุดเหมือนกัน” พอร์ชเอียงคอถามอย่างสงสัย“เสื้อคู่ไง” เขาตอบหน้าตาย“เหมือนคนใกล้ตาย” พีทซ์พูดเรียบๆทำเอาธาวินที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบกลั้นขำไม่อยู่ ส่วนคนเป็นพ่อหน้าบึ้งทันที อยู่ดีไม่ว่าดีมาแช่งให้เขาตายเสียอย่างนั้น“มานี่ มาอยู่กับแม่” ริญชิฎาเรียกเสียงอ่อนเด็กทั้ง
ร่างของณัทเตชินทร์จมดิ่งลงสู่ทะเลน้ำเย็นจัดโอบล้อมร่างเขาไว้ทุกทิศทาง เขาว่ายน้ำไม่เป็น แต่ยังพยายามดิ้นรนสุดกำลัง“เรนนี่!” เสียงตะโกนของเขาถูกกลืนหายไปในน้ำทะเลยิ่งพยายามร่างก็ยิ่งจมลึกลงลมหายใจเริ่มขาดห้วง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน แต่ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังดับลงมือหนึ่งคว้าแขนเขาไว้แน่น ลูกน้องของเขาดึงร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว“พาเจ้านายขึ้นฝั่ง!” ณภัทรสั่ง ก่อนจะดำน้ำลงไปอีกครั้งทันที“ปล่อยกู!” เขาดิ้นสุดแรงไม่ยอมขึ้นฝั่งเพราะยังไม่เจอหญิงสาวลูกน้องพาเขาขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล เพราะเจ้านายแทบไม่ยอมให้ความร่วมมือ ดิ้นรนจะกลับลงไปในทะเลตลอดเวลาไม่นานณภัทรก็โผล่ขึ้นมาพร้อมอุ้มริญชิฎาขึ้นมา ณัทเตชินทร์แทบไม่คิด รีบพุ่งเข้าไปทันทีเขาผลักมือลูกน้องออก เพราะไม่ต้องการให้ใครแตะต้องตัวเธอ“กูทำเอง!” เขาคุกเข่าลงข้างเธอมือสั่นเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มพยายามปั๊มหัวใจ และผายปอดอย่างลนลาน“เรนนี่ เรนนี่” เสียงของเขาสั่นจนแทบขาด“แค่ก!” หญิงสาวสำลักน้ำออกมา ร่างสะดุ้งเล็กน้อยดวงตาเธอเปิดขึ้นเล็กน้อยมองเขาพร่ามัว“เรนนี่!” เขาเรียกชื่อเธอแทบจะทันที “คุณเตชินทร์” เสียงแหบพร่าราวกับจะขาดหาย ก่อนที่เธอ
เสียงหัวเราะคิกคักดังแผ่วๆ อยู่มุมห้อง ร่างเล็กสองคนกำลังหมอบซ่อนอยู่หลังโซฟาตัวแนบชิดกัน ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน“พีทซ์ ชู่ววว อย่าเดียง” (อย่าเสียงดัง) น้องพอร์ชกระซิบเสียงเบา ลิ้นยังพันกันตามวัย“มะเดียงงง” (ไม่เสียงดัง) น้องพีทซ์แฝดน้องเอามือปิดปากตัวเอง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ“แม่มาาา” พอร์ช
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาภายในรถ ณัทเตชินทร์นั่งเอนตัวอยู่บนเบาะหนังสุดหรู ท่าทางดูเหนื่อยล้าไม่น้อย สายตาคมทอดมองออกไปด้านนอกอย่างเหม่อลอยเมื่อคืนเขาต้องจัดการงานหลายอย่าง กว่าจะเคลียร์ทุกอย่างเสร็จก็เกือบสว่าง ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาแผ่วๆตอนนี้เขาทำได้เ
ห้องอาหารสุดหรูบนดาดฟ้าในยามเย็น อากาศพัดเย็นสบาย แสงไฟสีทองสลัวๆ สะท้อนกับท้องฟ้ายามอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรยากาศควรจะโรแมนติกและผ่อนคลาย แต่สำหรับริญชิฎาแล้ว กลับรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่ริมหน้าผา มากกว่าจะมานั่งทานอาหารดีๆ“เสี่ยครับ นี่ลูกสาวผมเรนนี่ ตอนนี้เรียนใกล้จบแล้ว” รชฏเอ่ยเสียงประจบใบหน้าฝืน
“ช่วยด้วยยย อื้อ...” เสียงหวานครางดังไปทั่วทั้งห้องนอนกว้าง สะดุ้งยามที่เขาสัมผัสร่างกายราวกับโดนของร้อนเล่นงาน ใบหน้าสวยตามไรผมมีเหงื่อซึมออกมาบนร่างบางมีชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่ขึ้นคร่อม ใบหน้าของเขาวุ่นวายอยู่กับเต้าคู่งามของเธอไม่ห่าง สองมือบีบเคล้นสลับกันไปมาก่อนที่ปากอุ่นชื้นจะค่อยๆ สัมผัสเม็







