LOGINพ่อแท้ๆ หลอกขายเธอให้ชายแก่ แต่คืนนั้นกลับจบลงบนเตียงกับชายแปลกหน้าที่จำหน้าไม่ได้ ของขวัญจากคืนนั้นคือลูกแฝด สามปีต่อมา เจ้านายหนุ่มผู้เย็นชาปรากฏตัว พร้อมใบหน้าที่เหมือนลูกของเธออย่างกับแกะ
View More“ช่วยด้วยยย อื้อ...” เสียงหวานครางดังไปทั่วทั้งห้องนอนกว้าง สะดุ้งยามที่เขาสัมผัสร่างกายราวกับโดนของร้อนเล่นงาน ใบหน้าสวยตามไรผมมีเหงื่อซึมออกมา
บนร่างบางมีชายหนุ่มร่างกายสูงใหญ่ขึ้นคร่อม ใบหน้าของเขาวุ่นวายอยู่กับเต้าคู่งามของเธอไม่ห่าง สองมือบีบเคล้นสลับกันไปมา
ก่อนที่ปากอุ่นชื้นจะค่อยๆ สัมผัสเม็ดบัวสีหวาน จนหญิงสาวใต้ร่างสะดุ้ง ความดิบเถื่อนในร่างกายปะทุออกมาจนเขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“ลูกน้องฉันจ้างเธอเท่าไหร่ ถูกใจฉันมาก อืมมม”
“อื้อ อ๊ะ เจ็บบบ” เธอขยุ้มผมเขาแน่นยามที่เขารุกล้ำเข้ามา ความเจ็บแปลบทำให้เธอน้ำตาคลอเบ้า แต่เพราะความต้องการที่ถาโถมเข้ามา ทำให้เธอยอมเขา
“ฉันถูกใจเธอมากๆ แต่ขอแตกในฉันจะจ่ายให้อีก 3 เท่า” เขาหัวเราะอย่างชอบใจชอบความสดใหม่อย่างที่ไม่เคยมาก่อน โดยลืมไปว่าหญิงสาวยังไม่เคยผ่านมือชายไหนมาก่อน
“มะ ไม่ใช่ อื้ออ” เสียงหวานกลืนหายไปในลำคอเมื่อเขาบดจูบลงมาอย่างเร่าร้อน ลิ้นร้อนซอกแซกเข้ามาในปาก ก่อนจะดูดลิ้นของเธอจนแทบหายใจไม่ทัน
“คะ คุณหนูเจ็บ”
“เรียกชื่อฉันเตชินทร์ อ่าส์” เขาถูกใจคนใต้ร่างมาก ถึงแม่สติจะไม่เต็มร้อยเพราะถูกยาปลุกเซ็กส์ แต่เขาจำรสชาติ และเสียงครางหวานๆ ได้ขึ้นใจ
เขาขยับเอวอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวไปตามจังหวะของเขา ความรู้สึกเร่าร้อนทำให้เธอครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน เขากระแทกเข้าไปลึกสุดจนเธอรู้สึกถึงความเข้มข้นของอารมณ์
เขาจูบริมฝีปากของเธออีกครั้งอย่างเร่าร้อนและรุนแรง ลิ้นของเขาไล้ไปตามริมฝีปากของเธอ ขณะที่มือของเขาลูบคลำไปตามแผ่นหลังของเธอ ราวกับต้องการจดจำทุกส่วนของเธอในคืนที่ร้อนแรงนี้
“ฉันชอบจูบของเธอที่สุด” เขาไม่ใช่คนอ่อนต่อโลกยามมีอะไรกับผู้หญิงสิ่งที่หวงแหนที่สุดคือริมฝีปาก แต่กับเธอคนนี้เขากลับชอบมันยิ่งนัก
“คะ คุณหนูไม่ไหวแล้ว อื้อ” เธอจิกเล็กที่แผ่นหลังของเขาจนเกิดรอย เกร็งตัวยามที่ใกล้จะสุขสม
สายตาของเขาจ้องมองเธออย่างหลงใหล เขากอดเธอแน่น มือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างของเธอ ริมฝีปากของเขาจูบเธออย่างลึกซึ้ง ลิ้นของเขาแทรกเข้าไปในปากของเธอ เสียงครางเบาๆ หลุดออกมาจากลำคอของเธอ
“อืมม…ดีเหลือเกิน…”
เขาสอดใส่เข้าไปในตัวเธอ ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นไปทั่วร่างกาย เธอครางเสียงหวาน
“อา…ไม่ไหวแล้ว…อ๊า…”
“หนูสะ...เสียว”
“ฉันขอแตกในนะ”
จังหวะการเคลื่อนไหวของเขาเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทั้งสองพากันไปถึงฝั่งฝัน
คืนนั้นหญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไร เพราะเขาไม่ยอมปล่อยให้เธอได้พักผ่อนเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งในรอบสุดท้ายร่างบางก็หมดแรงและสลบไป ก่อนจะค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเกือบรุ่งสาง
มือหนาคีบบุหรี่ขึ้นมาสูบช้าๆ ควันสีขาวลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ขณะที่สายตาคมกริบจ้องมองลูกน้องที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าอย่างเย็นชา บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของทุกคน
“ผมไม่ทราบจริงๆ ครับว่าผู้หญิงที่อยู่บนเตียงกับคุณเตชินทร์เป็นใคร เมื่อคืนนางแบบสาวที่นัดไว้เกิดป่วยกะทันหัน” ลูกน้องพูดเสียงสั่น ทำงานพลาดครั้งนี้หมายถึงชีวิต
ปัง!
เขาใช้เท้าถีบโต๊ะตรงหน้าเบาๆ แต่แรงกระแทกกลับดังสนั่นจนทุกคนสะดุ้ง แววตาคมวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ
“หากมีนักฆ่าหลุดเข้ามา ป่านนี้กูคงไปเฝ้านรกแล้ว” คำพูดเย็นเฉียบทำให้คนที่คุกเข่าอยู่หน้าซีดเผือด
“ผมขอโทษครับที่หละหลวม ปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามาได้”
ชายหนุ่มสูบควันบุหรี่ลึกๆ ก่อนจะพ่นออกมาช้าๆ ดวงตาคมหรี่ลงราวกับกำลังครุ่นคิดบางอย่าง เขายังต้องการผู้หญิงคนนั้น
“กูจะให้โอกาสมึงครั้งสุดท้ายไปตามล่าหาผู้หญิงคนนั้นมาให้เจอ ต้องมีชีวิตเท่านั้น!” เสียงทุ้มเอ่ยชัดทีละคำ
รุ่งเช้าตอนที่เขาตื่นขึ้นมา หญิงสาวคนนั้นก็หายไปแล้ว บนเตียงกว้างเหลือเพียงร่องรอยคราบเลือดจางๆ และสร้อยคอเส้นเล็กที่ถูกทิ้งไว้ราวกับเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว
“ผมจะตามหาเธอให้เจอครับ” ลูกน้องรีบก้มศีรษะรับคำ
ชายหนุ่มดีดขี้บุหรี่ลงในที่เขี่ย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“แล้วก็อีกอย่างมีโอกาสที่จะมีเด็กติดท้องไป”
คำพูดนั้นทำให้ลูกน้องชะงักไปชั่วขณะ เพราะเรื่องนี้สำคัญกับเจ้านายมาก หากเกิดผู้หญิงเหล่านั้นท้องเรื่องวุ่นวายต้องตามมาแน่
“เอ่อ ผมจะออกไปตามหาเดี๋ยวนี้ครับ”
“ถ้าเจอเอามาแต่ผู้หญิง ส่วนเด็กกูไม่ต้องการ”
คำสั่งสั้นๆ ทำให้ทุกคนในห้องมองหน้ากันโดยไม่กล้าพูดอะไรต่อ ก่อนจะรีบก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง
“ขอจูบอีกนิดนะ” ณัทเตชินทร์งอแงตั้งแต่เช้า แขนยังกอดเอวภรรยาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ“พอแล้วค่ะ ใกล้ถึงเวลาส่งลูกไปเรียนแล้วนะ” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ พลางพยายามดันอกเขาออก“ก็กลางคืนเจ้าตัวเล็กงอแงตลอด แทบไม่ได้อยู่กับเมียเลย” เขาบ่นเสียงต่ำ หน้าซบลงกับไหล่เธอเหมือนเด็กขี้อ้อน“คุณอย่าดื้อสิคะ โตแล้วนะ” เธอส่ายหน้าอย่างเอ็นดู“ไม่โตตอนอยู่กับเธอ” เขาตอบทันควัน ทำเอาเธอหลุดยิ้มออกมาอีกครั้งริญชิฎาพยายามจะขยับตัวหนี แต่เขากลับถอนหายใจเบาๆ เหมือนยอมแพ้ ก่อนจะฉวยโอกาสนั้นดึงเธอกลับเข้ามาในอ้อมกอดริมฝีปากของเขาแนบลงมาอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ ครั้งนี้ไม่เร่งร้อน เหมือนต้องการเก็บช่วงเวลาสั้นๆ นี้ไว้ให้นานที่สุดเธอเผลอนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ คลายแรงต้าน ปล่อยให้ตัวเองอยู่ในอ้อมกอดนั้น มือเล็กจับปลายเสื้อเขาไว้แน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจห้ามปัง!เสียงเปิดประตูดังลั่น พร้อมร่างเล็กของพอร์ชที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นพ่อกอดแม่แน่น เด็กชายหยิกขาพ่อเบาๆ“ปะป๊าทำอะไรแม่อีก!” พอร์ชหน้าบึ้ง ก่อนจะรีบวิ่งมากอดแม่ไว้แน่น ราวกับกลัวว่าจะถูกแย่งไป“แค่กอดยุ่งไรด้วย” เขาเลิกคิ้วนิดๆ ก่อนตอบเ
ห้องจัดเลี้ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของบรรดาเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน บรรยากาศคึกคักจนแทบไม่มีมุมเงียบริญชิฎานั่งอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้อง ชุดเรียบหรูของเธอทำให้ดูโดดเด่นอย่างเป็นธรรมชาติ ข้างๆ มีต้นไผ่นั่งอยู่เงียบๆ คอยเป็นเหมือนกำแพงกันลม“เรนนี่ ได้ข่าวว่าเธอเรียนไม่จบไม่ใช่เหรอ แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่ล่ะ” เพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเหมือนจะเป็นห่วง แต่แฝงความตั้งใจบางอย่าง บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงเล็กน้อย“เราเลี้ยงลูกอยู่บ้าน” เธอตอบเรียบๆ ไม่หลบสายตาใคร มือของเธอเอื้อมไปแตะต้นแขนต้นไผ่เบาๆ เป็นเชิงห้ามไม่ให้เขาใจร้อน“มีลูกแล้วเหรอ จะเอาปัญญาที่ไหนเลี้ยงลูก” เพื่อนอีกคนทำตาโต คำพูดนั้นทำให้หลายคนเริ่มหันมามองกัน“ส้มโอเธอก็พูดไป บ้านของเรนนี่เคยรวยมาก่อน บางทีอาจจะได้สามีรวยๆ ก็ได้” เพื่อนอีกคนหัวเราะเบาๆ คำพูดเหมือนหยอกล้อ แต่กลับกดดันให้ต้องตอบ“สามีเธอชื่ออะไรเหรอ เผื่อแฟนของฉันรู้จัก เลโอเขาเป็นนักธุรกิจทั้งหล่อทั้งรวย”สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่เธอพร้อมกัน ริญชิฎานิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะยกยิ้มบางๆ อย่างสุขุม เธอรู้ว่าเพื่อนๆ ต้องการคำตอบแบบไหน“เธอเห็นค
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ท่ามกลางสวนกว้างที่ประดับด้วยดอกไม้สีขาวนวล แซมด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดาวตกลงมาอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยคลุ้งไปทั่ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะของแขกที่มาร่วมยินดีณัทเตชินทร์ในชุดสูทสีขาวสะอาดตา ยืนอยู่ปลายทางเดินพรมยาว ดวงตาคมมองไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ แต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่ไม่เคยปิดบังในอ้อมแขนของเขา มีลูกน้อยตัวเล็กที่กำลังมองไปรอบๆ อย่างไร้เดียงสา ส่วนอีกข้างเจ้าแฝดสองคนจับมือกันแน่น เดินเคียงข้างพ่ออย่างน่ารัก“ปะป๊าแม่สวยไหม” เสียงใสของพีทซ์กระซิบถาม“สวยที่สุด” เขายิ้มบางๆ ก่อนตอบเสียงดนตรีคลอเบาๆ ดังขึ้น เมื่อริญชิฎาปรากฏตัวที่ปลายทางเดินในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ชายกระโปรงพลิ้วไหวไปตามแรงลมอ่อนๆ ใบหน้าสวยหวานเปล่งประกายด้วยรอยยิ้มที่ทั้งเขินอายและมีความสุขทั้งคู่สบตากันเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ณัทเตชินทร์ค่อยๆ เดินไปข้างหน้า พร้อมลูกๆ ที่อยู่เคียงข้าง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความหมาย“มาช้าจังนะ” เขาเอ่ยแซวเบาๆ“ก็อยากให้คุณรอนานๆ หน่อย จะได้รู้ว่ามีค่าขนาดไหน” เธอส่งยิ้มให้เขากับลูกๆ ทั้งสามคน
ณัทเตชินทร์อุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขนอย่างเก้ๆ กังๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อุ้มลูกของตัวเอง สายตาคมจ้องมองใบหน้าเล็กๆ นั้นไม่วาง ราวกับกำลังพิจารณาบางอย่างจริงจัง“คุณจะจ้องลูกอีกนานไหมคะ” ริญชิฎายิ้มขำกับท่าทีที่เขามีต่อลูก“ทำไมถึงเป็นลูกชายอีกนะ บอกให้ตรวจเพศก็ไม่ยอม” น้ำเสียงเหมือนบ่น แต่แววตากลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มมองลูกอีกครั้ง มือใหญ่ค่อยๆ ประคองร่างเล็กอย่างระมัดระวังหญิงสาวมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ครั้งนี้ชายหนุ่มจะได้เลี้ยงดูลูกด้วยตัวเอง จะได้ลิ้มรสของการพักผ่อนไม่พอมันเป็นอย่างไร“คุณตั้งชื่อลูกสิคะ”เขานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะมองเด็กน้อยในอ้อมแขนอีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า“น้องเพิร์ธ ภัทรภาคินแล้วกัน”หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ เห็นด้วยกับเขา อยากให้ชื่อลูกคล้องจองและเข้ากันกับชื่อของเจ้าแฝด เหมือนเป็นสายใยเล็กๆ ที่ผูกพวกเขาไว้ด้วยกันตั้งแต่แรกเกิด“ดูสิเขาเหมือนฉันเลยนะ” เขาอุ้มลูกเข้าไปใกล้หญิงสาว พร้อมรอยยิ้มบางๆ ทั้งสองสบตากันเงียบๆ ก่อนจะยิ้มออกมาพร้อมกัน รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความสุข“พอร์ชอย่าอุ้มน้อง!” พีทซ์รีบห้ามพี่ชาย“น้องตื่นแล้ว เล่นได้นี่นา” พอ