Mag-log in14 ฉันจะดับความร่านของเธอเอง
แคว่กก!! เสียงเสื้อผ้าถูกฉีกกระชากจนขาดหวิ่นด้วยน้ำมือของอคิราห์ ปรางปรีญาค่อยๆเปิดเปลือกตาอันแสนร้อนผ่าวขึ้น เห็นชายร่างสูงกำลังลูบไล้เรือนร่างของเธอด้วยความหื่นกระหาย ยิ่งเห็นสภาพของตัวเองในตอนนี้ก็ยิ่งรู้สึกสมเพชเข้าไปทุกที นี่เธอตกเป็นที่ระบายความใคร่ไปแล้วหรอ “สวยมากปรางปรีญา อ้าส์” มือใหญ่ไล้ขึ้นมาบีบคลึงหน้าอกอวบใหญ่พร้อมกับเปล่งเสียงออกมาเบาๆ คล้ายกำลังคุมตัวเองไม่อยู่ ปรางปรีญามีเรือนร่างที่งดงามมาก แม้กระทั่งคาสโนว่าอย่างเขาที่ผ่านผู้หญิงมาพอสมควร ก็ยังห้ามใจตัวเองไว้ไม่อยู่ เธอมีร่างกายสุดแสนเซ็กซี่ขนาดใส่ที่เสื้อผ้าธรรมดาๆยังอดมองไม่ได้เลย อคิราห์รีบจัดการกับเรือนร่างของตัวเองจนกระทั่งทั้งสองร่างเปลือยเปล่า เขารีบขึ้นคร่อมร่างของเธออีกรอบโดยให้ขาทั้งสองข้างโอบเอวสอบเอาไว้ คนใต้ร่างน้ำตาไหลพราก ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าน่าจะกำลังมีไข้ อาการปวดเนื้อปวดตัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งพื้นห้องน้ำก็เย็นเฉียบจนทำให้เกิดอาการหนาวสะบั้น “ได้โปรด….ออกไป” เธอพูดเสียงเบาหวิวคล้ายคนละเมอ ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาพร่ามัวเข้าไปทุกที “ออกไปไม่ได้หรอกเพราะวันนี้ฉันกะจะเข้ามาสั่งสอนเธอ ว่าอย่ามาอ่อยเพื่อนฉันอีก คนอย่างไอ้ปรเมศมันไม่ลดตัวลงไปเอาผู้หญิงจนๆอย่างเธอหรอก” จบประโยคนั้นอคิราห์ก็ฝังจมูกลงไปที่ซอกคอระหง ซุกไซ้อย่างหนักหน่วงราวกับเสือที่กำลังหิวกระหายเหยื่อ ทุกสัมผัสสร้างความเจ็บปวดทั้งกายและใจให้กับคนใต้ร่าง มือหนาของเขาบีบเค้นหน้าอกอวบจนแทบแหลกละเอียด อีกทั้งยังใช้ปลายนิ้วขยี้ยอดอกจนเจ็บแปล๊บ “เจ็บ…” ปรางปรีญากับริมฝีปากจนห้อเลือด พยายามดิ้นรนแต่ร่างกายทุกส่วนก็หนักอึ้งไปหมด “ฉันเจ็บ พอแล้ว ฮึก….” “พอหรอ ได้!” เขาเงยหน้าขึ้นมาหลังจากก้มลงไปดูดดื่มสองเต้างามจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ อคิราห์เคลื่อนมือลงไปที่บั้นท้ายงอนงาม ยกสะโพกขึ้นแล้วอัดกระแทกท่อนเอ็นเข้าไปในร่องเนื้อโดยไม่ได้ให้สัญญาณใดๆ ทำให้ปรางปรีญาผวาเฮือกด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลทะลักออกมาอีกรอบ ซ้วกก!! “โอ้ยยย!!!” “เป็นไง ยังจะอ่อยเพื่อนฉันอีกหรือเปล่า” แต่คนใต้ร่างกลับไม่ได้ยินคำถามนั้นเพราะความเจ็บปวดที่เขามอบให้กำลังทำให้เธอทรมานจนจิกเกร็งไปทั้งร่าง เจ็บไม่ต่างอะไรจากเมื่อคืน เจ็บเหมือนโดนมีดกรีดลงใจกลางร่าง สอบโพกสอบกระแทกเข้ามาอย่างหนักพรางใช้มือบีบเข้าที่ปลายคางมน บังคับให้เธอสบตา คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้น ใบหน้าเหยเกแสดงถึงความเจ็บปวด “ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอแย่งไอ้ปรเมศไปจากศรุตาหรอก เพราะฉันจะขัดขวางทุกวิถีทาง” “ฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฮึก! แต่ในเมื่อคุณตัดสินฉันไปแล้ว งั้นก็ทำไปเถอะ ทำจนกว่าคุณจะพอใจ แล้วสักวันคุณจะต้องเจ็บปวด ฮรื้อๆๆ” “คนที่ต้องเจ็บปวดคือคนที่คิดไม่ซื่อต่างหาก ฉันไม่ปล่อยให้เธอมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นหรอก” อคิราห์กัดฟันกร๊อด กระแทกร่างเข้าไปอย่างหนักหน่วง ร่องเนื้อของปรางปรีญากำลังตอดรัดจนร้อนวูบวาบไปทั่วท่อนเอ็น ความคับแน่นทำให้เขาเผลอเปล่งเสียงแห่งความสุขออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ต่างจากอีกฝ่ายที่เอาแต่นอนตัวเกร็ง “อ้าส์…แน่นเหลือเกินปรางปรีญา ฉันอยากกระแทกแบบนี้ทั้งวันเลย” “ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา ทั้งๆที่คุณ….เป็นฝ่ายทิ้งฉันก่อน” เธอสบตากับเขาทั้งน้ำตา อยากรู้เหลือเกินว่าเธอไปทำอะไรให้ขนาดนั้น ถึงขั้นทำร้ายกันอย่างเลือดเย็นทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายเลิกกับเธอ คนที่เจ็บปวดกว่าควรเป็นเธอไม่ใช่หรอ ต้องเลิกทั้งๆที่ยังรักหมดหัวใจ “ฉันทิ้งเธอเพราะอะไรเธอก็น่าจะรู้ดี” “เพราะพ่อของฉันแอบยักยอกเงินในบริษัท เพราะคุณน้าของฉันแอบไปเป็นชู้กับคุณเชษ นี่ใช่ไหมคือเหตุผลที่คุณทิ้งฉันไป” “นั่นก็มีส่วน แต่มันยังมีอีกเรื่อง” “อะไรล่ะ” ดวงตาคมกริบแสนดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา ยิ่งปรางปรีญาทำตัวไขสือมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นเท่านั้น ทั้งๆที่วันนั้นเธอเป็นคนพูดเองว่าคบกับเขาทำไม “เธอเป็นคนพูดเองปรางปรีญา ลืมคำพูดของตัวเองไปแล้วหรอ หรือความจำเธอมันสั้นไปแล้ว” “ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณพูด ตอนที่เราสองคนคบกัน….ฉันซื่อสัตย์กับคุณตลอด” “ฮ่าฮ่าฮ่า เก็บคำพูดพวกนี้เอาไปหลอกผู้ชายหน้าโง่คนอื่นเถอะ ฉันตาสว่างมานานแล้ว ฉันไม่มีวันเชื่อผู้หญิงอย่างเธอหรอก เธอมันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากรินรดา” “แต่คนที่ทิ้งฉันก่อนก็คือคุณ ทั้งๆที่ตอนนั้นคนที่อยู่ข้างๆฉันควรเป็นคุณ ฮรือ…” ปรางปรีญาร่ำไห้สะอึกสะอื้นหนักขึ้นเรื่อยๆเมื่อนึกถึงช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดที่สุดในชีวิต แม่ของเธอเพิ่งเสียไปได้ไม่นาน ยังทำใจไม่ได้ หัวใจดวงน้อยๆยังบอบช้ำ หนำซ้ำยังถูกผู้ชายที่เป็นที่พึ่งเดียว เป็นเหมือนโลกทั้งใบทอดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ปล่อยให้เธอทนทุกข์อยู่กับความเจ็บปวดที่มองไปทางไหนก็เจอแต่ความมืดมิด คนที่เจ็บปวดกว่าคือเธอไม่ใช่หรอ? “ฉันอยู่กับคนลวงโลกอย่างเธอไม่ได้หรอก ฉันไม่ฟ้องเธอกับครอบครัวก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไม่งั้นคงได้เข้าคุกกันยกฝูง” บทรักเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเช่นเดียวกับความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอกของอคิราห์ สาบานได้เลยว่าหลังจากนี้ชีวิตของปรางปรีญากับครอบครัวจะไม่พบเจอกับความสุขอีกเลย “ถึงพ่อฉันจะไม่เอาเรื่องพวกเธอ แต่ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอกับครอบครัวอยู่อย่างมีความสุขแน่นอน!” “แค่นี้ฉันก็เจ็บปวดมากพอแล้ว ได้โปรดออกไปจากชีวิตฉัน ถ้าเกลียดฉันมาก ก็อย่ามายุ่งกับฉัน” “เห็นทีคงไม่ได้ เพราะฉันจะเป็นคนดับความร่านของเธอเอง ไอ้ปรเมศมันกำลังจะแต่งงานกับศรุตา ถ้าเธอคันจนไม่มีที่ลง….เดี๋ยวฉันจะสนองให้เอง” ปึก!ปึก!ปึก! อคิราห์ตวัดขาเรียวขึ้นพาดบ่าแล้วโถมกายเข้าไปอย่างหนักหน่วง ปรางปรีญาทำอะไรไม่ได้นอกจากนอนนิ่ง เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น อดทนกับความเจ็บปวดที่ซาตานร้ายกำลังมอบให้ ท่อนเอ็นยาวใหญ่เสียดสีกับร่องเนื้อที่ไร้น้ำหนืดเป็นตัวนำทางจนเกิดความเจ็บแสบไม่ต่างอะไรจากแผลสด แต่เขาก็ยังไม่สนใจ กระแทกเข้ามาเรื่อยๆด้วยความสุขสม “อื้อ เจ็บ…ฉันเจ็บ พอแล้ว….ฉันไม่ไหวแล้ว….” เธอร่ำไห้ขอร้องให้เขาหยุดการกระทำ แต่ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม อคิราห์ไม่หยุด ยังกระแทกต่ออย่างเอาแต่ใจโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเช่นไร ไม่รู้ว่าสิ่งที่อคิราห์พูดหมายถึงอะไร แต่ที่ผ่านเธอรักเขา รักหมดหัวใจ รัก…เท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำเพื่อผู้ชายที่เธอรักได้ ไม่มีใครอยากให้มันจบลงแบบนี้เพราะเธอเองก็วาดฝันไว้กับเขาเยอะเหมือนกัน แต่พอฝันนั้นพังทลายลง คนที่ต้องทนทุกข์กับความเจ็บปวดก็คือคนที่ตั้งใจรัก ต่างจากอีกคนที่ดูถูกความรักโดยการมีผู้หญิงคนใหม่ทั้งๆที่เพิ่งเลิกกันได้ไม่นาน ปรางปรีญาได้แต่กัดฟันอดทนต่อความปวด ภาวนาให้บทรักอันแสนรุนแรงนี้จบลงเสียที เปลือกตาร้อนผ่าวค่อยๆปิดลงท่ามกลางความปวดร้าวไปทั้งร่าง ปล่อยให้ความทรมานแผ่นซ่านทั่วร่างกายก่อนที่สติจะหลุดลอยออกไป ----------------ตอนพิเศษ 3 พิสูจน์โดยการบอกรักปรางทั้งคืนไงวันนี้อคิราห์พาปรางปรีญามาทำบุญเนื่องในวันครบรอบสามเดือนของการจากไปของรินรดา ทุดครั้งที่มาที่นี่เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่เป็นต้นเหตุทำให้รินรดาจากไป เขาเอาแต่โทษตัวเอง เพราะถ้าวันนั้นไม่ใจร้อนขังปรางปรีญาไว้ในห้อง เธอก็คงได้ไปดูใจน้าสาวเป็นครั้งสุดท้าย เขาปรับความเข้าใจกับปรางปรีญาอยู่นานจนกว่าเธอจะทำใจได้ เพราะถึงอย่างไรรินรดาก็ต้องจากไปอยู่แล้ว เนื่องจากโรคที่นางเป็น ถือว่าคุณหมอยื้อชีวิตไว้ได้นานพอสมควร“เอาล่ะ อาตมาจะให้พรโยมทั้งสองคน ทำใจให้สงบ แล้วหลับตาลง” เสียงท่านเจ้าอาวาสเอ่ย ก่อนที่ปรางปรีญาและอคิราห์จะตั้งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ สองมือประนมขึ้นรอรับพรอคิราห์ตั้งจิตนึกถึงรินรดาผู้ที่เขาได้ล่วงเกินทางวาจา ได้แต่หวังว่าวิญญาณของท่านจะรับรู้ว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ และเขาก็พร้อมจะดูแลหลานสาวของท่านด้วยชีวิต …หวังว่าท่านจะยกโทษให้ผู้ชายเลวๆคนนี้ หลังท่านเจ้าอาวาสให้พรเสร็จ ทั้งสองก็ถวายสังฆทานให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งรินรดาและพ่อกับแม่ของปรางปรีญา อัฐิของทั้งสามคนตั้งอยู่ตรงหน้า ปรางปรีญารู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่มาที่น
ตอนพิเศษ 2 ดีใจที่มีเธอ@คฤหาสน์ของอคิราห์“ไม่รอให้ลูกโตก่อนล่ะ ค่อยพาหลานมาหาพ่อ” เสียงคุณปู่หมาดๆเอ่ยออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ กว่าจะได้เจอหน้าหลาน นี่ก็ปาไปเกือบสองเดือนแล้ว“ขอโทษครับคุณพ่อ ผมยุ่งมากจนไม่มีเวลาพาเมียกับลูกมาหา ช่วงแรกน้องคิมยังต้องอยู่ใกล้ชิดคุณหมอ อีกอย่างผมเพิ่งปิดคดีของแพรขวัญไป อาจจะยุ่งๆบ้าง แต่ตอนนี้ว่างยาวเลยครับ”ปรางปรีญาที่เดินตามหลังเข้ามาโค้งศีรษะให้พีรพลซึ่งเป็นบิดาของอคิราห์ด้วยความเคารพ ครั้งหนึ่งท่านเคยมีพระคุณกับเธอและครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่พอพ่อของเธอแอบยักยอกเงินในบริษัท เธอก็ไม่กล้าสู้หน้าท่านอีกเลยไม่รู้ว่าท่านยังเคืองอยู่หรือเปล่า“เข้ามานี่สิหนูปราง” ปรางปรีญาส่งลูกชายตัวน้อยให้อคิราห์อุ้มแทน แล้วค่อยๆคลานไปหยุดอยู่ตรงหน้าพีรพลด้วยความรู้สึกประหม่าความจริงไม่ใช่อคิราห์ไม่ว่าง แต่เป็นเพราะเธอยังรู้สึกละอายใจจนไม่กล้ามาสู้หน้าคนในครอบครัวของเขาต่างหาก จึงขอเวลาทำใจเสียก่อน“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” พีรพลคลี่ยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะของปรางปรีญาอย่างเอ็นดู เหมือนที่เขาชอบทำบ่อยๆตอนที่เธอยังเด็ก ในสายตาของเขา ปรางปรีญาก็ยังน่ารักและเป็นเด็ก
ตอนพิเศษ 01 พี่สัญญานะครับคนดี@สองเดือนต่อมาปรางปรีญากำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงหลังห้องซึ่งเป็นห้องนอนส่วนตัว โดยมีเด็กชายตัวน้อยนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอด ลูกชายของเธอสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีและดูตัวโตกว่าเด็กที่คลอดออกมาพร้อมกันอย่างลูกชายของปรเมศ คงเป็นเพราะอคิราห์ตัวโตกว่าปรเมศ ลูกชายจึงถอดแบบออกมาจากเขาทุกกระเบียนนิ้ว“กลับมาแล้วครับ” เสียงใสของคุณพ่อหมาดๆ ดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเข้ามาข้างใน เห็นร่างของแฟนสาวนั่งอยู่ที่ริมระเบียงหลังห้อง เธอกำลังนั่งคุยกับลูกน้อยด้วยน้ำเสียงไพรเราะ เป็นภาพที่ทำให้อคิราห์ถึงกับน้ำตาซึมนั่นเมียเขา…และเด็กชายตัวน้อยผิวขาวอมชมพูนั่นก็ลูกชายของเขาเอง“ทำอะไรอยู่”“นั่งกล่อมลูกค่ะ”“เหนื่อยหรือเปล่า” อคิราห์สวมกอดร่างของปรางปรีญาจากทางด้านหลัง เกยคางคมลงบนหัวไหล่มน ดวงตาคมกริบคู่นั้นเอาแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างเหน่งน้อยของลูกชายไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน เพิ่งรู้ว่าชีวิตครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นกับปรางปรีญาจะทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ทุกเช้าเขาตื่นมาทำงานอย่างมีความสุขเพราะรู้ว่ามีหัวใจสองดวงอันเป็นที่รักคอยอยู่ด้านหลังจากคาสโนว่าตัวพ่อ กลายเป็นผู้ชา
55 ดวงใจของอคิราห์ ‘คุณหมอครับช่วยเมียกับลูกของผมด้วยนะครับ ฮื้ออ!!’ ‘ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณผู้ชาย เข้าไม่ได้นะคะ’ ‘ปรางปรีญา…เธอต้องฟื้นนะ เราสองคนจะเลี้ยงลูกช่วยกัน อย่าทิ้งพี่ไปนะ!’‘คุณหมอครับ ช่วยลูกกับเมียผมด้วยนะครับ เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย แต่ลูกกับเมียของผมต้องปลอดภัย!’ ‘ปรางปรีญาเธอจะตายไม่ได้นะ เอาชีวิตของพี่ไปแทน…แต่ปรางกับลูกต้องรอด!’@โรงพยาบาลปรางปรีญาและลูกปลอดภัย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คุณหมอต้องผ่าคลอดเป็นการด่วน ความจริงปรางปรีญามีนัดผ่าคลอดอีกสองอาทิตย์ ลูกชายจึงคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย แต่เจ้าตัวเล็กก็ปลอดภัยและแข็งแรงดีแต่ก่อนที่เธอจะหลับไปในมโนภาพ เห็นแต่อคิราห์ร่ำไห้ใจจะขาด ปากก็เอาแต่พร่ำบอกให้คุณหมอช่วยลูกกับเมียให้ได้ …น้ำตาของเขา…เสียงร่ำไห้ของเขายังดังก้องอยู่ในหูและในขณะนี้ปรางปรีญากำลังยืนอยู่ที่ไหนซักแห่ง บนพื้นที่เธอเหยียบรายล้อมไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆปุยสีขาว ดวงหน้างามหันหน้ามองซ้ายมองขวาแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า กับทิวเมฆยาวสุดลูกหูลูกตา ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ผู้คนหายไปไหนกันหมด? ในจังหวะนั้นเองหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นบิดา มารดาและรินรดา กำล
54 ดักทำร้ายดวงตาของแพรขวัญเป็นประกายวาวโรจน์หลังเห็นอคิราห์เดินออกไป และมันก็ทำให้หล่อนได้โอกาสเข้าถึงตัวผู้หญิงคนนั้นเสียทีคราวนี้แหละ อคิราห์จะต้องเจ็บเหมือนที่เคยทำกับหล่อน เขาหักอกผู้หญิงมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงเวลาที่จะต้องรับกรรมเสียทีดาราสาวเดินตรงเข้าไปหาร่างที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้านั่งอย่างไม่นึกเกรงกลัว ปรางปรีญาโง่เองที่ไล่ให้อคิราห์กลับไป ปรางปรีญาขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หมายจะเข้าบ้านเพราะฝนกำลังจะลงเม็ด แต่ในขณะนั้นแพรขวัญที่เดินมาถึงพอดี ก้าวเข้ามาขวางหน้าปรางปรีญาเอาไว้ สีหน้าและแววตาวาวโรจน์ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ หล่อนเกลียดปรางปรีญา…เกลียดที่มันกลับมาแย่งอคิราห์ไป“คุณ!” หัวคิ้วของหญิงท้องแก่ย่นเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับรางของดาราสาว ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอแพรขวัญที่นี่“แกยังจำฉันได้ใช่ไหม” แพรขวัญหลุบสายตาลงต่ำ มองไปที่หน้าท้องนูนของปรางปรีญา ทำให้สาวท้องแก่รีบยกมือกุมหน้าท้องเอาไว้ เพราะสายตาของแพรขวัญ ทำให้เธอรู้สึกกลัวและวิตกกังวล“คะ…คุณมาที่นี่ทำไม” ปรางปรีญาก้าวถอยหลังด้วยความกลัว หากไม่ต
53 แล้วพี่จะกลับมา….สักวันคืนนี้ปรางปรีญานอนไม่ค่อยหลับ ยังนึกถึงแต่ภาพที่อคิราห์ตกจากต้นไม้ แต่เธอก็นึกว่าเขาจะลดละความพยายามแล้ว ยังเล่นตามมาหาที่บ้านทุกวัน จนช่วงหลังๆเธอเอาแต่เก็บตัวเงียบ ปิดบ้านปิดช่อง ไม่ออกไปไหนเพราะไม่อยากเจออคิราห์ อีกอย่างช่วงนี้เธอก็ท้องแก่มากแล้ว ทำให้ไปไหนมาไหนลำบากเขาทำร้ายเธอเอาไว้มาก เกินกว่าจะให้อภัย คนอย่างเขาไม่สมควรเป็นพ่อของลูกใครหรอก และลูกคนนี้ก็ไม่ได้เกิดมาจากความตั้งใจของเขา แต่เกิดมาเพราะความรักของเธอ ดังนั้นเธอจะไม่มีวันให้อคิราห์มาพรากลูกไปเด็ดขาดมือเล็กหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าอคิราห์จะพยายามทำดีแค่ไหน บางวันก็ซื้อข้าว ซื้อผลไม้ ซื้อของบำรุงสุขภาพมาให้ บางครั้งซื้อผ้าที่กองอยู่หลังบ้านอคิราห์ก็เป็นคนซักให้ แถมยังมาทำความสะอาดบ้านให้เธอแทบทุกวัน แต่ปฏิกิริยาของปรางปรีญาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงทำเหมือนอคิราห์เป็นแค่ธาตุอากาศปรางปรีญากำลังหนังอ่านหนังสืออย่างอารมณ์ดีอยู่ในสวนดอกไม้ อคิราห์ก้าวเข้ามาในสวนแห่งนั้น ตอนนี้ปรเมศพาศรุตากลับกรุงเทพเพื่อเตรียมตัวคลอด เ







