LOGIN13 จัดการนังแพศยา!
ปรเมศเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทอย่างตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้ออกจากปากของอคิราห์ “นี่มึงว่าอะไรนะ” “ดูไม่ออกหรอว่าแม่นี่กำลังอ่อยมึง” “พูดอะไรก็ให้เกียรติพนักงานกูหน่อยสิวะ คุณปรางเขาไม่สบายอยู่นะ” ปรเมศตัดสินใจอุ้มร่างอ่อนปวกเปียกของปรางปรีญาขึ้นแล้วพาเธอกลับไปนั่งประจำที่ อคิราห์มองภาพนั้นอย่างโกรธจัดจนสันกรามหนาขบเข้าหากันแน่น ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าปรางปรีญากำลังอ่อยปรเมศ รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายมีแฟนอยู่แล้ว แต่ก็ยังทำ เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ เห็นทีคืนนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ “ขะ...ขอโทษค่ะ ปรางรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย” “หน้าคุณซีดมากเลยนะ งั้นเดี๋ยวถึงฝั่งแล้วผมจะให้คุณไปพักผ่อนก็แล้วกัน” “ปรางยังไหวค่ะ ไว้ค่อยกลับมาพักทีเดียวก็ได้” หญิงสาวพยักหน้ารับ ฝืนยิ้ม ทั้งๆที่รู้ตัวว่าตอนนี้ร่างกายไม่ไหวแล้ว คนตัวเล็กกลับมานั่งประจำที่ แต่ก็ยังมีอาการพะอืดพะอมอยู่ พยายามกลั้นเอาไว้เพราะไม่อยากอาเจียนบนเรือ อีกเดี๋ยวก็จะถึงเกาะแล้ว สายตาคมกริบประดุจเหยี่ยวจับจ้องอยู่ที่ร่างบางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ปรางปรีญารับรู้ได้ทันทีว่ากำลังมีรังสีบางอย่างแผ่ออกมาจากชายร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่เธอก็พยายามไม่สนใจ อย่างน้อยก็ยังมีปรเมศนั่งอยู่ตรงนี้ ยังพอเป็นที่พึ่งให้เธอได้บ้าง อคิราห์เก็บความร้อนรุ่มเอาไว้ในใจ ไว้ถึงฝั่งเมื่อไหร่เขาจะจัดการคนตัวเล็กทันที เห็นหน้าซื่อๆใสๆแบบนี้มารยาสาไถยใช่ย่อย ขนาดปรเมศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายก็ยังไม่เว้น เชื่อแล้วว่าคนบ้านนี้เป็นเหมือนกันหมด ทันทีที่เรือแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า ปรางปรีญาก็รีบลงจากเรือวิ่งไปเข้าห้องน้ำ เสียงอาเจียนดังเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่มีอะไรออกมานอกจากน้ำเหนียวหนืดใสๆ ประจวบกับปรเมศต้องรีบไปตรวจเช็คโครงการพอดี อคิราห์จึงถือโอกาสนี้เดินตามหญิงสาวมาที่ห้องน้ำ เขายืนพิงกรอบประตูรอเธออย่างใจเย็น สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูออกมา ปรางปรีญาซึ่งอยู่ในสภาพหมดเรี่ยวแรงใจหายวาบเมื่อเห็นซาตานร้ายดักรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ “คุณ!” “ตกใจทำไมหรอ หรือเพราะฉันไม่ใช่ไอ้ปรเมศ” อคิราห์ยกมือกดอก สายตาคมกริบแสนดุดันจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยซีดเซียว ปรางปรีญาดูตกใจมากที่เห็นเขายืนรออยู่หน้าห้องน้ำ “คุณตามฉันมาทำไม” “ก็ตามมาสั่งสอนนังเพศยาที่พยายามอ่อยเพื่อนฉันไง ปรเมศมันมีแฟนแล้วเธอก็รู้ หรือพวกเธอมันไม่มีจิตสำนึกขนาดนั้นถึงขั้นเอาไม่เลือก” “ฉันไม่ได้คิดอะไรกับบอส เราสองคนทำงานด้วยกันมานาน คุณศรุตาเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เลิกกล่าวหาฉันสักที!” “น้ำหยดลงหิน…หินยังกร่อน นับประสาอะไรกับใจคน อย่างวันนี้เธอก็จงใจอ่อยมัน พอเมียเขาเผลอหน่อยก็ออกลายเลยนะ” ปรางปรีญากัดฟันกร๊อดใหญ่ เจ็บแค้นใจที่อีกฝ่ายเอาแต่พูดดูถูกดูแคลนทั้งๆที่เธอไม่ได้คิดอะไรกับปรเมศ อย่างวันนี้ก็เห็นว่าเธอไม่สบายจริงๆ หรืออคติมันบังตาไปหมดแล้ว “ฉันไม่อยากคุยกับคนพาลอย่างคุณ ก็เห็นๆอยู่ว่าฉันอ้วกอยู่ในห้องน้ำ แต่คุณก็ยังคิดว่าฉันเสแสร้ง งั้นก็แล้วแต่คุณจะคิดเถอะค่ะ เพราะคนอย่างคุณไม่เคยมองฉันในด้านดีๆอยู่แล้ว” “เพราะฉันรู้ความลับของเธอกับน้าสาวร่านๆไง ฉันถึงรู้ว่าพวกเธอมันเป็นคนยังไง” “คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ” คิ้วโก่งดังคันศรย่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ตอนนี้ยอมรับว่ากลัวอคิราห์มาก ยิ่งอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เหมือนมีสัญญาณเตือนว่าเขากำลังจะทำอะไรบางอย่างกับเธออีกรอบ อคิราห์ผลักร่างของปรางปรีญาเข้าไปในห้องน้ำแล้วปิดประตูล็อคกลอนอย่างแน่นหนา “อย่ามาทำเป็นไขสือทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ” “ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณพูดหมายถึงอะไร แต่ฉันไม่เคยทำอะไรลับหลังคุณแน่นอน ตอนนั้นฉัน….มีแค่คุณคนเดียว” เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็นเส้นตรงด้วยความรู้สึกประหม่า จู่ๆก็เกิดอาการร้อนวูบวาบ ครั่นเนื้อครั่นตัว กระบอกตาร้อนผ่าว แถมยังปวดตึบๆที่บริเวณขมับ “เธอนี่มันเล่นละครเก่งจังเลยนะปรางปรีญา ฉันรู้หมดแล้วว่าเธอกับรินรดาเข้ามาหาครอบครัวฉันเพื่ออะไร คนอย่างเธอ….มันไม่มีวันได้รับความรักดีๆจากใครหรอก!” “ถ้าเป็นเรื่องที่พ่อฉันโกงบริษัทคุณ ฉันจะใช้คืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์ แล้วคุณก็เลิกตามจองล้างจองผลาญฉันสักที” “มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันยังมีอีกเรื่องที่ทำให้ฉันเกลียดเธอจนอยากฆ่าให้ตายคามือ!” ร่างสูงย่างสามขุมเข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยแววตาโกรธแค้น คนที่ไม่รู้เรื่องเงยหน้าขึ้นส่งสายตาบ่งบอกว่าเธอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขากำลังสื่อ กระทั่งแผ่นหลังเล็กชนกับผนังห้องน้ำ “ถอยออกไปนะคุณอคิราห์ นี่มันห้องน้ำของโรงแรมนะ” “แล้วไง ฉันไม่แคร์หรอก เพราะเธอมันก็แค่อีตัวที่ฉันกำลังจะกินอีกรอบ จืดชืดแบบนี้ฉันกินไม่นานเดี๋ยวก็เบื่อแล้วแหละ” ร่างเล็กอาศัยจังหวะที่อคิราห์เผลอ มุดใต้ท้องแขนแล้ววิ่งออกจากห้องน้ำ แต่ก็ช้ากว่า อคิราห์กระชากคอเสื้อของเธอกลับมาแล้วเหวี่ยงลงบนพื้นห้องน้ำ ทำให้คนตัวเล็กเจ็บจนจุก ขยับตัวไม่ได้ “โอ้ยย!!” “เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะฉันจะสั่งสอนให้เธอจำว่าการไปยุ่งกับคนที่มีแฟนอยู่แล้ว มันต้องเจออะไร!” อคิราห์ดึงเข็มขัดออกแล้วฟาดลงบนพื้นด้วยแววตาแข็งกร้าวพร้อมลงทัณฑ์อีกฝ่าย คนตัวเล็กที่ยังเจ็บอยู่กระเสือกกระสนหนีอสูรร้ายพรางร้องเรียกขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ด้านนอก แต่ก็ไม่มีใครได้ยินเพราะตรงนี้เป็นห้องน้ำหลังโรงแรมไม่ค่อยมีลูกค้ามาใช้ “ช่วยด้วยค่ะ! ช่วยด้วย! อ้ะ!!” “จะไปไหน” มือใหญ่กระชากข้อเท้าเล็กกลับมาแล้วจัดการคร่อมทับร่างของเธอเอาไว้ ปรางปรีญายกมือดันแผ่นหน้าอกแกร่ง พยายามฝืนร่างกายสู้แรงอีกฝ่าย “เธอสู้ฉันไม่ได้หรอกปรางปรีญา ร่านนักใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอหายร่านเอง!” “อย่าทำ….ขอร้อง วันนี้ฉันไม่สบาย” ปรางปรีญาขอร้องจากใจด้วยสีหน้าชวนสงสารเพราะรู้สึกปวดเนื้อปวดตัว รวมไปถึงอาการปวดขมับที่กำลังทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ แต่อีกฝ่ายกลับคิดว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำ “ฉันไม่สบายจริงๆนะ ถ้าคุณหิวมากก็ไปหาคุณแพรขวัญสิ” “ฉันไปแน่ แต่ต้องเป็นหลังจากที่ฉันสั่งสอนเธอก่อน” “ฉันไม่ได้คิดอะไรกับบอส ไม่เคยคิดและก็ไม่มีวันคิด อ้ะ!” “ตอแหล! ฉันไม่เชื่อคนหน้าเนื้อใจเสืออย่างเธอหรอก ไอ้ปรเมศมันหัวอ่อน ตามเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงไม่ทัน ถ้ามันรู้สักนิดว่าเธอเคยเป็นแฟนเก่าฉัน มันคงขยะแขยงเธอไม่ต่างจากเศษขยะเน่าๆ!” “ปล่อยนะ! ปล่อยฉัน ฮึก….” น้ำตาพาลจะไหลออกมาดื้อๆเพราะคำพูดพวกนี้กำลังทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆดวงน้อยจนจุกหน่วง แต่อคิราห์ก็ยังไม่ยอมหยุด ตรึงข้อมือของเธอเอาไว้เหนือหัวแล้วใช้เข็มขัดมัดติดกับประตูห้องน้ำ ทำอย่างกับเธอไม่มีหัวจิตหัวใจ “คนเลว…” ปรางปรีญาตัดพ้อทั้งน้ำตา ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ขาดสาย อคิราห์ก้าวถอยหลังออกมายืนดูผลงานด้วยความภาคภูมิใจที่เห็นคนตัวเล็กถูกมัดให้นอนราบอยู่บนพื้นห้องน้ำ “ถ้าฉันรู้ล่ะก็ว่าเธอจ้องจะแทงข้างหลังศรุตา....เธอได้เจ็บหนักกว่านี้แน่!” ---------------ตอนพิเศษ 3 พิสูจน์โดยการบอกรักปรางทั้งคืนไงวันนี้อคิราห์พาปรางปรีญามาทำบุญเนื่องในวันครบรอบสามเดือนของการจากไปของรินรดา ทุดครั้งที่มาที่นี่เขารู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่เป็นต้นเหตุทำให้รินรดาจากไป เขาเอาแต่โทษตัวเอง เพราะถ้าวันนั้นไม่ใจร้อนขังปรางปรีญาไว้ในห้อง เธอก็คงได้ไปดูใจน้าสาวเป็นครั้งสุดท้าย เขาปรับความเข้าใจกับปรางปรีญาอยู่นานจนกว่าเธอจะทำใจได้ เพราะถึงอย่างไรรินรดาก็ต้องจากไปอยู่แล้ว เนื่องจากโรคที่นางเป็น ถือว่าคุณหมอยื้อชีวิตไว้ได้นานพอสมควร“เอาล่ะ อาตมาจะให้พรโยมทั้งสองคน ทำใจให้สงบ แล้วหลับตาลง” เสียงท่านเจ้าอาวาสเอ่ย ก่อนที่ปรางปรีญาและอคิราห์จะตั้งสมาธิเพื่อให้จิตใจสงบ สองมือประนมขึ้นรอรับพรอคิราห์ตั้งจิตนึกถึงรินรดาผู้ที่เขาได้ล่วงเกินทางวาจา ได้แต่หวังว่าวิญญาณของท่านจะรับรู้ว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ และเขาก็พร้อมจะดูแลหลานสาวของท่านด้วยชีวิต …หวังว่าท่านจะยกโทษให้ผู้ชายเลวๆคนนี้ หลังท่านเจ้าอาวาสให้พรเสร็จ ทั้งสองก็ถวายสังฆทานให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งรินรดาและพ่อกับแม่ของปรางปรีญา อัฐิของทั้งสามคนตั้งอยู่ตรงหน้า ปรางปรีญารู้สึกสะเทือนใจทุกครั้งที่มาที่น
ตอนพิเศษ 2 ดีใจที่มีเธอ@คฤหาสน์ของอคิราห์“ไม่รอให้ลูกโตก่อนล่ะ ค่อยพาหลานมาหาพ่อ” เสียงคุณปู่หมาดๆเอ่ยออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ กว่าจะได้เจอหน้าหลาน นี่ก็ปาไปเกือบสองเดือนแล้ว“ขอโทษครับคุณพ่อ ผมยุ่งมากจนไม่มีเวลาพาเมียกับลูกมาหา ช่วงแรกน้องคิมยังต้องอยู่ใกล้ชิดคุณหมอ อีกอย่างผมเพิ่งปิดคดีของแพรขวัญไป อาจจะยุ่งๆบ้าง แต่ตอนนี้ว่างยาวเลยครับ”ปรางปรีญาที่เดินตามหลังเข้ามาโค้งศีรษะให้พีรพลซึ่งเป็นบิดาของอคิราห์ด้วยความเคารพ ครั้งหนึ่งท่านเคยมีพระคุณกับเธอและครอบครัวเป็นอย่างมาก แต่พอพ่อของเธอแอบยักยอกเงินในบริษัท เธอก็ไม่กล้าสู้หน้าท่านอีกเลยไม่รู้ว่าท่านยังเคืองอยู่หรือเปล่า“เข้ามานี่สิหนูปราง” ปรางปรีญาส่งลูกชายตัวน้อยให้อคิราห์อุ้มแทน แล้วค่อยๆคลานไปหยุดอยู่ตรงหน้าพีรพลด้วยความรู้สึกประหม่าความจริงไม่ใช่อคิราห์ไม่ว่าง แต่เป็นเพราะเธอยังรู้สึกละอายใจจนไม่กล้ามาสู้หน้าคนในครอบครัวของเขาต่างหาก จึงขอเวลาทำใจเสียก่อน“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” พีรพลคลี่ยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปลูบศีรษะของปรางปรีญาอย่างเอ็นดู เหมือนที่เขาชอบทำบ่อยๆตอนที่เธอยังเด็ก ในสายตาของเขา ปรางปรีญาก็ยังน่ารักและเป็นเด็ก
ตอนพิเศษ 01 พี่สัญญานะครับคนดี@สองเดือนต่อมาปรางปรีญากำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงหลังห้องซึ่งเป็นห้องนอนส่วนตัว โดยมีเด็กชายตัวน้อยนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอด ลูกชายของเธอสุขภาพร่างกายแข็งแรงดีและดูตัวโตกว่าเด็กที่คลอดออกมาพร้อมกันอย่างลูกชายของปรเมศ คงเป็นเพราะอคิราห์ตัวโตกว่าปรเมศ ลูกชายจึงถอดแบบออกมาจากเขาทุกกระเบียนนิ้ว“กลับมาแล้วครับ” เสียงใสของคุณพ่อหมาดๆ ดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเข้ามาข้างใน เห็นร่างของแฟนสาวนั่งอยู่ที่ริมระเบียงหลังห้อง เธอกำลังนั่งคุยกับลูกน้อยด้วยน้ำเสียงไพรเราะ เป็นภาพที่ทำให้อคิราห์ถึงกับน้ำตาซึมนั่นเมียเขา…และเด็กชายตัวน้อยผิวขาวอมชมพูนั่นก็ลูกชายของเขาเอง“ทำอะไรอยู่”“นั่งกล่อมลูกค่ะ”“เหนื่อยหรือเปล่า” อคิราห์สวมกอดร่างของปรางปรีญาจากทางด้านหลัง เกยคางคมลงบนหัวไหล่มน ดวงตาคมกริบคู่นั้นเอาแต่จับจ้องอยู่ที่ร่างเหน่งน้อยของลูกชายไม่เคยมีความสุขขนาดนี้มาก่อน เพิ่งรู้ว่าชีวิตครอบครัวที่เพิ่งเริ่มต้นกับปรางปรีญาจะทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนมากขึ้น ทุกเช้าเขาตื่นมาทำงานอย่างมีความสุขเพราะรู้ว่ามีหัวใจสองดวงอันเป็นที่รักคอยอยู่ด้านหลังจากคาสโนว่าตัวพ่อ กลายเป็นผู้ชา
55 ดวงใจของอคิราห์ ‘คุณหมอครับช่วยเมียกับลูกของผมด้วยนะครับ ฮื้ออ!!’ ‘ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณผู้ชาย เข้าไม่ได้นะคะ’ ‘ปรางปรีญา…เธอต้องฟื้นนะ เราสองคนจะเลี้ยงลูกช่วยกัน อย่าทิ้งพี่ไปนะ!’‘คุณหมอครับ ช่วยลูกกับเมียผมด้วยนะครับ เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย แต่ลูกกับเมียของผมต้องปลอดภัย!’ ‘ปรางปรีญาเธอจะตายไม่ได้นะ เอาชีวิตของพี่ไปแทน…แต่ปรางกับลูกต้องรอด!’@โรงพยาบาลปรางปรีญาและลูกปลอดภัย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คุณหมอต้องผ่าคลอดเป็นการด่วน ความจริงปรางปรีญามีนัดผ่าคลอดอีกสองอาทิตย์ ลูกชายจึงคลอดก่อนกำหนดเล็กน้อย แต่เจ้าตัวเล็กก็ปลอดภัยและแข็งแรงดีแต่ก่อนที่เธอจะหลับไปในมโนภาพ เห็นแต่อคิราห์ร่ำไห้ใจจะขาด ปากก็เอาแต่พร่ำบอกให้คุณหมอช่วยลูกกับเมียให้ได้ …น้ำตาของเขา…เสียงร่ำไห้ของเขายังดังก้องอยู่ในหูและในขณะนี้ปรางปรีญากำลังยืนอยู่ที่ไหนซักแห่ง บนพื้นที่เธอเหยียบรายล้อมไปด้วยกลุ่มก้อนเมฆปุยสีขาว ดวงหน้างามหันหน้ามองซ้ายมองขวาแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า กับทิวเมฆยาวสุดลูกหูลูกตา ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน? ผู้คนหายไปไหนกันหมด? ในจังหวะนั้นเองหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นบิดา มารดาและรินรดา กำล
54 ดักทำร้ายดวงตาของแพรขวัญเป็นประกายวาวโรจน์หลังเห็นอคิราห์เดินออกไป และมันก็ทำให้หล่อนได้โอกาสเข้าถึงตัวผู้หญิงคนนั้นเสียทีคราวนี้แหละ อคิราห์จะต้องเจ็บเหมือนที่เคยทำกับหล่อน เขาหักอกผู้หญิงมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงเวลาที่จะต้องรับกรรมเสียทีดาราสาวเดินตรงเข้าไปหาร่างที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้านั่งอย่างไม่นึกเกรงกลัว ปรางปรีญาโง่เองที่ไล่ให้อคิราห์กลับไป ปรางปรีญาขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้หมายจะเข้าบ้านเพราะฝนกำลังจะลงเม็ด แต่ในขณะนั้นแพรขวัญที่เดินมาถึงพอดี ก้าวเข้ามาขวางหน้าปรางปรีญาเอาไว้ สีหน้าและแววตาวาวโรจน์ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ หล่อนเกลียดปรางปรีญา…เกลียดที่มันกลับมาแย่งอคิราห์ไป“คุณ!” หัวคิ้วของหญิงท้องแก่ย่นเข้าหากันทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับรางของดาราสาว ดวงตากลมโตทั้งสองข้างเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอแพรขวัญที่นี่“แกยังจำฉันได้ใช่ไหม” แพรขวัญหลุบสายตาลงต่ำ มองไปที่หน้าท้องนูนของปรางปรีญา ทำให้สาวท้องแก่รีบยกมือกุมหน้าท้องเอาไว้ เพราะสายตาของแพรขวัญ ทำให้เธอรู้สึกกลัวและวิตกกังวล“คะ…คุณมาที่นี่ทำไม” ปรางปรีญาก้าวถอยหลังด้วยความกลัว หากไม่ต
53 แล้วพี่จะกลับมา….สักวันคืนนี้ปรางปรีญานอนไม่ค่อยหลับ ยังนึกถึงแต่ภาพที่อคิราห์ตกจากต้นไม้ แต่เธอก็นึกว่าเขาจะลดละความพยายามแล้ว ยังเล่นตามมาหาที่บ้านทุกวัน จนช่วงหลังๆเธอเอาแต่เก็บตัวเงียบ ปิดบ้านปิดช่อง ไม่ออกไปไหนเพราะไม่อยากเจออคิราห์ อีกอย่างช่วงนี้เธอก็ท้องแก่มากแล้ว ทำให้ไปไหนมาไหนลำบากเขาทำร้ายเธอเอาไว้มาก เกินกว่าจะให้อภัย คนอย่างเขาไม่สมควรเป็นพ่อของลูกใครหรอก และลูกคนนี้ก็ไม่ได้เกิดมาจากความตั้งใจของเขา แต่เกิดมาเพราะความรักของเธอ ดังนั้นเธอจะไม่มีวันให้อคิราห์มาพรากลูกไปเด็ดขาดมือเล็กหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าอคิราห์จะพยายามทำดีแค่ไหน บางวันก็ซื้อข้าว ซื้อผลไม้ ซื้อของบำรุงสุขภาพมาให้ บางครั้งซื้อผ้าที่กองอยู่หลังบ้านอคิราห์ก็เป็นคนซักให้ แถมยังมาทำความสะอาดบ้านให้เธอแทบทุกวัน แต่ปฏิกิริยาของปรางปรีญาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังคงทำเหมือนอคิราห์เป็นแค่ธาตุอากาศปรางปรีญากำลังหนังอ่านหนังสืออย่างอารมณ์ดีอยู่ในสวนดอกไม้ อคิราห์ก้าวเข้ามาในสวนแห่งนั้น ตอนนี้ปรเมศพาศรุตากลับกรุงเทพเพื่อเตรียมตัวคลอด เ







