Masuk“ซันไม่เป็นไร” เสียงของซันเดย์เบาทว่าหนักแน่น เธอคว้าต้นแขนไลก้าเอาไว้ ทั้งเพื่อพยุงตัว และเพื่อยืนยันว่าตนเองยังยืนไหว หากแต่สายตากลับกดต่ำไปยังวัตถุสีเงินแวววาวในมืออีกข้างของเขา‘พกของพวกนี้ติดตัวมาด้วยเหรอ’ก่อนจะดึงสายตากลับมาบนใบหน้าคมเข้มที่ยังเต็มไปด้วยความเครียดขึง‘เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?’ไลก้าเหมือนรับรู้ถึงสายตานั้น เขาลดความแข็งกระด้างของสีหน้าและเปลี่ยนแววตาให้อ่อนลง ระหว่างที่หันมามองใบหน้ารูปไข่ทันทีเมื่อรอยช้ำบนแก้มและมุมปากของซันเดย์ปรากฎแก่สายตา กรามก็ขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน เสียงสบถคำหยาบไม่น่าฟังลอดไรฟันออกมาจนจับใจความไม่ชัด ก่อนจะปรับใช้เสียงที่อ่อนลงกับคนตรงหน้า“หนีเที่ยวจนได้เรื่อง ไว้พี่จะจัดการเธอทีหลัง”ซันเดย์ไหนเลยจะเกรงกลัวคำขู่ เธอเม้มปากพร้อมทั้งย่นคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน“ซันไม่ได้หนี แค่ไม่ได้บอก แล้วก็แค่มาเที่ยว ต้องขอพี่ก่อนด้วยหรือไง?”“เธอนี่มัน...” คำที่ไม่ควรพูดติดค้างอยู่กลางลำคอ เขากลืนมันลงไปพร้อมกับพรูลมหายใจหนัก ๆ สมองเต้นตุบเมื่อต้องควบคุมอารมณ์กับเธอ ซึ่งมันยากกว่าใช้กับคนพวกนั้นเสียอีกวิกเตอร์เมื่อเห็นว่าตอนนี้สถานการณ์สงบ
velvet Roomเสียงเบสกระแทกลงมาหนักแน่นดังกระหึ่มก้องไปทั่วทั้งพื้นที่ นักท่องราตรีต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะบีทเร้าใจกลางฟลอร์ราวกับถูกสะกดโดยจังหวะดนตรีแสงไฟสลัว ๆ สาดส่องไปทั่วทั้งผับยิ่งเพิ่มความลึกลับและชวนหลงใหล เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยปะปนกับจังหวะเพลงเป็นบรรยากาศที่สนุกสนานเร้าใจมากขึ้นซันเดย์กับไลลาอยู่ตรงโซนส่วนตัวของพวกเธอ ทำให้ทั้งคู่ดูเหมือนกำลังหลุดออกมาอีกโลกหนึ่งไลลายิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟข้างฟลอร์ ซันเดย์เอนหลัง ช้อนตาขึ้นมองกลุ่มคนที่เต้นกันเหมือนโดนมนตร์สะกดก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วดื่มอีกอึกใหญ่พื้นที่โดยรอบอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ และกลิ่นน้ำหอมสุดเซ็กซี่ เสียงหัวใจเต้นตามจังหวะเพลงร่างกายของทุกคนในที่แห่งนี้เหมือนจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับบีทไปแล้วโดยเฉพาะหญิงสาวที่กำลังหยัดตัวขึ้นจากที่นั่ง“แก~ ออกไปเต้นกันเถอะ” ไลลาแตะปลายนิ้วลงบนหัวไหล่เพื่อนที่นั่งเอนตัวพิงพนักโซฟา ท่อนขาเรียวไขว่ห้างมองดูคนอื่นสนุกกัน ทั้งที่ก็ตั้งใจมาเพื่อสิ่งนี้แต่กลับเอาแต่นั่งดื่มเฉย ๆ จะเรียกว่ามาปลดปล่อยได้ยังไง“ไม่ดีกว่า แกไปเต้นเถอะเดี๋ยวฉันดูตรงนี้
“มึงอยากรู้อะไรก็มุดเข้ามาถามกูในนี้เลย ไอ้เตอร์” เสียงเย็นเฉียบของไลก้าดังขึ้นหลังจากเงียบอยู่นาน เขารับรู้การเคลื่อนไหวของอีกคนมาตั้งแต่ต้น แต่ไม่คิดจะเอ่ยอะไรเพราะขี้เกียจพูดให้เสียเวลา แต่ดูเหมือนเพื่อนจะสนใจเรื่องเขามากเป็นพิเศษ หรือจะพูดให้ถูกคือสนใจเรื่องของเพื่อนทุกคนนั่นแหละ ถึงได้พยายามหาส่วนร่วมแต่คราวนี้ดันพลาด เพราะเจฟฟ์ไม่เล่นด้วยอย่างที่หวังไว้ พอไม่ได้คำตอบตามต้องการ ก็เลยหัวเสีย“เอ่อ...”‘เชี้ยแล้วไง!’คำสบถในใจผุดขึ้นทันทีที่วิกเตอร์ได้ยินเสียงไลก้า ยังไม่ทันจะได้ลุกไปไหน ร่างสูงใต้ท้องรถค่อย ๆ สไลด์ตัวออกมาเชื่องช้าแต่ทุกจังหวะของเขากลับกดดันยิ่งกว่าคำพูด ทำให้คนอยากรู้อยากเห็นเหมือนถูกล็อกไว้กับพื้น ลำคอแห้งผากจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง“กูก็แค่เป็นห่วง กลัวมึงหายใจไม่ออก” วิกเตอร์ยิ้มแหย ส่งเสียงกลั้วหัวเราะฝืดคอให้กับสายตาเย็นเฉียบของเพื่อนยังนอนราบตรงหน้ารอยยิ้มของเขานั้นไม่ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นแม้แต่น้อย กลับยิ่งตอกย้ำความตึงเครียดที่ลอยอบอวลอยู่รอบตัว และก่อนที่เขาจะพูดอะไรได้อีกไลก้าก็ดันตัวขึ้นเหนือพื้นมือที่ยังคงกำประแจไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดขดรอบท่อนแขน สอดร
“พี่จะเอาน้ำเปล่าไหม หรือรอเฉย ๆ อุ๊ย!” ซันเดย์เอี้ยวหน้ามาถามคนด้านหลัง แต่เพราะไม่คิดว่าร่างสูงจะเดินมาประชิดตัว เธอจึงชนเข้ากับแผงอกเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นเข้าอย่างจัง“อะไรของพี่เนี้ย?”“แล้วถ้าไม่อยากรอเฉย ๆ แล้วก็ไม่กินน้ำเปล่าด้วยต้องทำไง” ท่อนแขนใหญ่เป็นมัดโอบเอวเล็ก พลางกระชับให้เนื้อตัวเสียดสีกันอย่างจงใจไลก้าโน้มใบหน้าลงสูดดอมดมความหอมเย้ายวน จากเจ้าของผิวเนียนละเอียด ซ้ำยังตั้งใจลากปลายจมูกผ่านหูเธอไป ครั้นเห็นอากัปกิริยาเปลี่ยนไปของซันเดย์ยิ้มร้ายก็แต่งแต้มมุมปากฝ่ายถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน หดคอหลบสัมผัสวาบหวาม นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอพยายามเว้นระยะจากคนอ้างสิทธิ์ ที่อยากจะหอม จะจูบเมื่อไหร่ก็ได้ซันเดย์ดันไหล่กว้างพลางหันหน้าหลบ“พอเลย! เสื้อซันยับหมดแล้วเห็นไหม” เสียงขุ่นกล่าวห้ามปราม“เดี๋ยวรีดให้ใหม่” ยิ่งคนตัวเล็กพยายามดันตัวออกห่าง เขาก็กระชับท่อนแขนหนักขึ้น และการทำแบบนั้นส่วนที่เสียดสีกันก็ยิ่งเพิ่มความร้อนระอุ แล้วตอนเช้าอะไร ๆ มันก็ตื่นง่ายเสียด้วย“พี่ไลก้า! ซันบอกให้พอไงคะ” เธอขึ้นเสียงกว่าครั้งแรก รู้สึกถึงความร้อนผ่าวจากร่างสูงที่แนบชิด ‘บางอย่าง’ ดุนบริ
กายหนาโยกขยับกดเอวสอบลงลึก เมื่อซันเดย์ปรับสภาพได้แล้วกับการมีตัวตนของเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่คับแคบบั้นท้ายแน่นหนั่นดึงตัวออกถอดถอนเอ็นร้อนมาเกินครึ่ง แล้วตอกเอวกระแทกเข้าลึกจนเสียงหน้าขากระทบบั้นท้ายนุ่มดัก ‘ปึก’ จากนั้นเสียงหวีดร้องก็ดังลั่นห้อง ไลก้ากระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ“คนบ้า! บอกให้เบาไม่ได้กระแทกจนสุดลำแบบนี้” ซันเดย์จุกท้องจนน้ำตาเล็ด กำผ้าปูจนยับยู่ยี่ไปกับความเสียดท้องน้อย ใบหน้าเหยเก น้ำตาซึมเธอสบถให้เขาอีกหลายคำก่อนที่จะกดนัยน์ตาดุยิ่งกว่าแม่เสือมองคนยิ้มกริ่มตั้งตัวตรงอยู่ด้านบน“สงสัยพี่จะจำสลับกัน แต่ซันก็รับแรงกระแทกพี่ได้ดีอยู่นะ” ยิ้มร้ายเพิ่มระดับมากขึ้นเมื่อพูดคำนั้น “ข้างในเธอตอดจนพี่จะเสร็จ!”ระหว่างนั้นที่ยังสบตากันอย่างไม่มีใครยอมกัน ไลก้ายึดเอวคอดก่อนจะตอกเอวย้ำความดิบเถื่อนของตนเอง เข้าใส่ร่องสวาทที่ร้ายไม่แพ้กัน บีบรัดถี่ยิบจนเขาเสียวไปทั้งลำ“ซี้ดด... เป็นไงซันเดย์” เขากัดฟันข่มความกระสันเสียดเสียว ถามเสียงสั่นพร่าผู้ถูกกระแทกเอวเข้าใส่ไม่ยั้งจนตัวสั่นหัวคลอนไปตามแรงอารมณ์ สมองพร่าเบลอ ส่ายหน้าเร่าเหมือนไม่รู้กับคำถามนั้นทว่าสะโพกกลับส่ายร่อนเอ
ไลก้ามองด้วยสายตาเร่าร้อน ราวกับชายหนุ่มที่พึ่งได้สัมผัสกับภาพฝันที่เฝ้าคิดถึงมานาน ซันเดย์ในยามนี้ปราศจากสิ่งใดบดบัง ร่างเปลือยเปล่าที่ปรากฏต่อสายตานั้นงดงามจนแทบหยุดลมหายใจเขาละเลียดไล่สายตาไปทุกส่วนโค้งเว้า ตั้งแต่เนินอกอวบอิ่ม เอวคอดระหง ไปจนถึงสะโพกผายที่รับกันอย่างพอเหมาะ ไม่มีส่วนไหนที่เขาอยากมองข้ามแม้กระทั่งเนินสามเหลี่ยมที่ยังคงถูกรัดรั้งไว้ด้วยเรียวขาทั้งสองข้าง ก็ยังเผยความน่าหลงใหลผ่านช่องว่างเพียงน้อยนิด ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ความเรียบเนียนนั้น ชวนให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นทุกขณะแต่แทนที่จะก้มฝังหน้าลงตรงนั้น กลับตวัดสายตากลับขึ้นมาสบกับความอวบอิ่มช่วงบน นัยน์ตาคมฉายชัดถึงความหิวกระหายที่ปิดไม่มิด แววตานั้นแผดเผาจนซันเดย์ต้องรีบยกมือขึ้นปกปิดทรวงอกไว้อย่างเขินอาย ใบหน้าแดงระเรื่อราวกลีบกุหลาบแรกแย้ม“จ้องกันขนาดนี้... ไม่คิดว่าซันจะเขินเป็นบ้างเลยหรือไง?” เสียงเธอสั่นไหวทั้งขัดเขิน ทั้งต่อว่าในทีไลก้ายิ้มมุมปาก เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังอยู่ในลำคออย่างอดเอ็นดูไม่ได้ สีหน้าของเธอบอกทุกอย่างและนั่นทำให้เขาหลงยิ่งกว่าเดิม“ไม่มองก็ได้...” เขาเอ่ยเสียงพร่า สายตายังจับจ้องที่ปลายน







