ช่วงเวลาที่เงียบสงบนีรชากำลังใช้ความคิดอยู่กับนิยายรักโรแมนติกของเธอเหมือนเช่นทุกวัน จอคอมพิวเตอร์สี่เหลี่ยมคือสิ่งที่ให้เธอได้ถ่ายทอดจินตนาการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อตอนเย็นอรรถพลโทรมาบอกก่อนแล้วว่าวันนี้ตนต้องกลับดึกเพราะต้องอยู่เคลียร์งานที่บริษัท เธอไม่ได้ว่าอะไรตรงกันข้ามกลับเข้าใจคนเป็นพ่อต้องทำงานหนักก็เพื่อลูกอย่างเธออีกทั้งยังเข้าใจสายงานที่อรรถพลทำอยู่และยิ่งช่วงสิ้นเดือนแบบนี้คนทำงานบัญชีมักจะยุ่งจนหัวหมุน
อีกหน่อยเธอเองก็คงจะไปเป็นพนักงานบัญชีเหมือนอรรถพลเป็นแน่เพราะแรงบันดาลใจที่สอบชิงทุนจนเข้าเรียนคณะบัญชีได้ก็เพราะมีคนเป็นพ่อเป็นแบบอย่าง
หลังจากรับผิดชอบงานบ้านที่ได้รับมอบหมายเสร็จนีรชาไม่ลืมจะปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้เรียบร้อยแล้วรีบอาบน้ำให้สบายตัวเพื่อที่จะได้มาปั่นงานอันเป็นที่รักต่อ
“โอ๊ย ทำไงดีคิดไม่ออก” นีรชายกมือกุมขมับเพราะอยู่ๆ สมองที่เคยลื่นไหลก็ตัน ในซีรีส์ที่เธอชอบดูมีพระรองแสนดีฉันใดในนิยายของเธอก็มีพระรองแสนดีฉันนั้น คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาด้วยความหนักอกพลางนึกตำหนิตัวเอง
ทำไมเธอต้องให้พระรองแสนดีขนาดนี้ด้วยนะ
นีรชาถอดแว่นสายตาคู่หูออกวางไว้ที่โต๊ะแล้วลุกยืดเส้นยืดสายเพราะนั่งอยู่อยางนั้นไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมงขณะนั้นเธอสังเกตเห็นว่ากลุ่มเมฆฝนที่ตั้งเค้าเมื่อตอนกลางวันทำท่าจะตกลงมาเธอจึงเดินไปปิดหน้าต่าง เวลานี้ด้านนอกมีลมกระโชกแรงเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่เอนไปในทิศทางเดียวกันดวงตาคู่สวยมองออกไปด้านนอก
ความเย็นยะเยือกปกคลุมทั่วทุกพื้นที่ส่งผลให้รางบางหนาวเย็นเข้ากระดูกจนเธอต้องโอบกอดตัวเองช่างเป็นบรรยากาศที่ชวนอยากให้มุดเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มนอนฟังเสียงฝนที่กระทบหลังคาบ้านทว่าพายุลูกใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวมาทำให้อดเป็นห่วงคนเป็นพ่อว่าป่านนี้ทำงานใกล้เสร็จหรือยัง
แต่ในระหว่างที่นีรชากำลังเป็นห่วงพ่อของเธออยู่นั้นบานหน้าต่างที่เป็นเพียงไม้เก่าๆ ก็ถูกลมแรงพัดจนตีเข้าหากันเสียงดัง ลมกระโชกแรงมาพร้อมกับฝนห่าใหญ่ที่พร้อมใจกันซัดสาดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทันทีที่นีรชาตั้งสติได้เธอก็รีบเดินกลับมาที่คอมพิวเตอร์และในตอนนั้นเองในหัวของแม่นักเขียนนิยายก็คิดอะไรดีๆ ออก
ใช่….ฝนตก
เจ้าของร่างบางดีดนิ้วดังเปาะรีบนั่งลงยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ในหัวเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่อยากจะถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ นีรชากำลังจินตนาการถึงตอนที่พระเอกในนิยายของเธอตามหานางเอกเจอแล้วจะพากลับไปด้วยและเพราะเสียงเม็ดฝนที่กำลังถล่มหลังคาบ้านอยู่ในตอนนี้ทำให้ในที่สุดเธอก็รู้แล้วว่าจะแต่งจากที่ค้างเอาไว้ยังไง
เมื่อจินตนาการลื่นไหลปลายนิ้วเล็กวางลงยังแป้นพิมพ์สีแป๋นเวลาที่สมองเป็นใจแบบนี้มีหรือที่คนแต่งนิยายอย่างเธอจะไม่รีบคว้า
ขอโทษด้วยนะพายุที่ทำให้ต้องอกหักแต่ทำยังไงได้พระรองอย่างนายก็เป็นได้แค่ตัวสำรองเท่านั้นนี่
นีรชาระบายยิ้มกว้างพึมพำกับตัวเอง สำหรับคนแต่งนิยายอย่างนีรชาแล้วตัวละครเฉกเช่นพระรองก็เปรียบเป็นเพียงหมากสำคัญหมากหนึ่งที่ทำให้เนื้อเรื่องมันมีสีสัน
พระเอกคู่กับนางเอกเป็นเรื่องธรรมดาต่อให้พระรองแสนดีแค่ไหนก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือกเพราะบทพระรองถูกสร้างมาให้เป็นคนเสียสละและเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพระนางเท่านั้น
นานหลายนาทีที่นีรชาอยู่กับสมาธิดวงตาเรียวรีจดจ่ออยู่กับจอสี่เหลี่ยมเบื้องหน้าปลายนิ้วเล็กถ่ายทอดเหตุการณ์รักสามเส้าผ่านตัวหนังสือที่บรรจงพิมพ์ลงไปซึ่งดูเหมือนจะเป็นธรรมดาของนักเขียนทุกคน
การบอกเล่าความรู้สึกของตัวละครในนิยายจำเป็นอย่างมากที่ต้องเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตัวละครรวมถึงสถานการณ์ที่ตัวละครกำลังเผชิญหน้า
เฉกเช่นในเวลานี้ที่นีรชาได้เข้าใจความรู้สึกของ พายุ พระรองผู้น่าเห็นใจในนิยายของเธอว่าเขาต้องเจ็บปวดเพียงใดเมื่อพบว่าเขาเป็นได้แค่เพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ทั้งที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่สุดท้ายเขาก็ได้เข้าใจว่าผู้หญิงที่หลงรักไม่เคยเหลียวมองเขาเลย
นีรชาอยากให้เนื้อเรื่องในนิยายเข้มข้นจึงให้นางร้ายขับรถตามพระเอกไปแต่ดันคลาดกันตัวร้ายในนิยายของเธอมีชื่อว่า พราวดาว
เธอเป็นดาราสาวที่ร้ายในจอแต่นอกจอชีวิตกลับน่าสงสาร เล่าไปก็เหมือนละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่ง แม้ว่านีรชาจะให้พราวดาวเป็นดาราดังตั้งแต่เด็กมีสิ่งของทุกอย่างที่อยากได้แต่ก็ไม่ได้ให้ครอบครัวของพราวดาวอบอุ่นอย่างที่ควรจะเป็น เส้นทางการเป็นดาราของเธอได้มาเพราะความสามารถแต่เงินทองที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงคนเป็นพ่อก็เอาไปเข้าบ่อนการพนันจนหมดส่วนคนเป็นแม่วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับขวดเหล้า
ชายคนที่พราวดาวหลงอย่างหัวปักหัวปำ นั่นก็คือ เหนือเมฆ เหนือเมฆเป็นเพื่อนในสมัยเด็กด้วยความที่พราวดาวโตมาในครอบครัวที่ขาดความอบอุ่นนางร้ายอย่างเธอเลยต้องเรียกร้องความรักจากคนอื่นมาเติมเต็ม ความรักที่มีให้เหนือเมฆทำให้นางร้ายของนีรชาหูหนวกตาบอดถึงขั้นขัดขวางความรักของพระเอก
เมื่อนิยายเดินทางมาถึงกลางเรื่องนีรชาให้คนอ่านเอาคืนนางร้ายด้วยการให้พราวดาวขับรถฝ่าพายุฝนตามพระเอกชายที่เธอตีตราจะเป็นเจ้าของไปแต่ให้ประสบอุบัติเหตุเรื่องราวต่อจากนี้เธอวางพล็อตเรื่องเอาไว้ว่าจะให้พราวดาวแกล้งความจำเสื่อมอาศัยช่วงเวลาที่ชีวิตเจอมรสุมทำให้พระเอกกลับมาสนใจตัวเองอีกครั้ง
โอ๊ย! พราวดาวคราวนี้เธอต้องถูกแฟนคลับของท่านประธานเกลียดกว่าเดิมแน่
แม่นักเขียนสาวเอ่ยออกมาอย่างติดตลกขนาดนิยายพึ่งจะเดินทางมาถึงแค่กลางเรื่องนางร้ายของเธอยังร้ายกาจได้เพียงนี้ ร้ายจนนีรชาเริ่มคิดหนักว่าจะให้มีจุดจบไปในทิศทางไหนเพราะเธอดันปูเรื่องไว้ซะยุ่งเหยิงไปหมด แต่ก็ช่างเถอะอย่างไรเสียพราวดาวก็เป็นแค่นางอิจฉานี่นา
นีรชากลับมาที่ฉากสำคัญที่เธอต้องให้พระรองในนิยายถูกนางเอกปฏิเสธความรู้สึก ฉากที่เธอกำลังนั่งเพียรแต่งเป็นฉากที่พระเอกตามหานางเอกเจอแล้วตัดสินใจกลับไปด้วยกัน
ทุกบรรทัดที่ถ่ายทอดความรู้สึกเธอพยายามจินตนาการว่าตัวเองคือตัวละครตัวนั้น แม้ว่าสายตาจะจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์แต่ในหัวกลับมองเห็นพระรองของตัวเองกำลังอกหักยืนอยู่ท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ร่างสูงเอาแต่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง นีรชาเป็นคนกำหนดชีวิตทุกตัวละครในนิยายตอนนี้เธอจึงไม่ต่างอะไรจากคนที่กำลังยืนมองผู้ชายสิ้นหวังคนหนึ่ง ใบหน้าของชายหนุ่มราวกำลังถามตัวเองซ้ำๆ
เขายังไม่ดีพอหรือที่ผ่านมาเขายังพิสูจน์ความจริงใจไม่ได้
ทำไมคนที่เสียใจถึงเป็นเขา
ทำไมเขาถึงไม่ใช่คนที่ถูกเลือก
ความคิดความสงสัยตีกันอยู่ในหัวของพายุซ้ำไปซ้ำมา หากสวรรค์ไม่คิดให้เขาเกิดมาเพื่อใครสักคนเหตุใดถึงต้องให้เขารู้จักกับความรักที่เจ็บปวดรวดร้าวเพียงนี้
ฝนห่าใหญ่นอกฤดูกาลไม่มีทีท่าว่าหยุดพายุเนื้อตัวเปียกปอนหมดสภาพ เขายืนอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่คนที่หัวใจบอบช้ำอ่อนแอแหงนหน้าขึ้นไปหาท้องฟ้าอันมืดมิดดวงตาคมไร้ความหวังไม่แม้แต่จะกะพริบตาราวกับต้องการให้เม็ดฝนเหล่านั้นได้ช่วยชะละล้างความเจ็บปวดก่อนที่เขาคนพ่ายแพ้จะทรุดเข่าลงไปที่พื้นอย่างสิ้นหวัง
“แค่นี้ก็น่าจะได้แล้วมั้ง” เสียงหวานพึมพำออกมามือเล็กยกขึ้นกอดอกก่อนจะนั่งหลังพิงเก้าอี้ดวงตาเรียวรีทบทวนตัวหนังสือผ่านกรอบแว่นเมื่อเห็นว่าใช้ได้แล้วนีรชาจึงลุกยืดเส้นยืดสายเพราะนั่งมาเป็นชั่วโมงแล้ว
เปรี๊ยงงง!!
นีรชายกมือปิดหูสองนั้นพายุก็ซัดลงมาราวกับฟ้ารั่วเสียงฝนกระทบหลังคาบ้านดังจนกลบเสียงทีวีที่นีรชาเปิดทิ้งเอาไว้คนตัวเล็กก้าวไวๆ เพื่อไปปิดหน้าต่างเป็นจังหวะเดียวกับที่ฟ้าผ่าลงมาอีกระลอกลมด้านนอกกระโชกแรงเสียจนพัดเอาเม็ดฝนกระทบใบหน้าขาวซีดความเหน็บหนาวทำให้นีรชาสวมกอดตัวเองเอาไว้
ทำไมเราถึงไม่ใช่คนที่ถูกรัก เพราะอะไร
ท่ามกลางเสียงฝนโหมกระหน่ำนีรชากลับได้ยินเสียงตะโกนเชิงตัดพ้อต่อว่าของใครสักคนและในตอนนั้นเองที่มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
ชั่วพริบตา...รอบข้างของนีรชาเหมือนถูกสะกดให้หยุดนิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับถูกดึงเข้าไปอยู่ในที่ไหนสักแห่ง
ที่นั่นปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง หมอกควันสีขาวโพลนปกคลุมบริเวณกว้างทำให้นีรชามองเห็นไม่ชัดรู้เพียงว่าเป็นหญิงสาวคนหนึ่งแต่เธอยืนหันหลังอยู่ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปแต่เมื่อนีรชาลืมตาขึ้นมาอีกทีกลับพบว่าตัวเองอยู่ในรถคันหนึ่งมองออกไปเบื้องหน้าแทบไม่เห็นอะไรเพราะสายฝนที่กำลังถาโถมลงมา
ยังไม่ทันจะคลายความสงสัยนีรชาก็ได้ยินเสียงดังอยู่ด้านนอกของรถเป็นเสียงเหมือนมีคนกำลังทุบกระจกหรืออะไรสักอย่างสายตาของนีรชาก็พร่ามัวเลยมองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร
และทันทีที่นีรชาคิดจะขยับร่างกายก็เจ็บร้าวเจียนจะขาดใจ
เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ ที่นี่คือที่ไหน แน่นอนว่านีรชาไม่ได้สติฟั่นเฟือนจนจำไม่ได้ว่าก่อนหน้าที่ตนอยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรแต่เหตุใดอยู่ๆเธอถึงมาโผล่ที่อื่น
“ชะ….ช่วยได้” เป็นน้ำเสียงที่เค้นออกมาอย่างยากลำบากดวงตาพร่ามัวเริ่มจะลืมไม่ขึ้นความรู้สึกของคนใกล้ตายเป็นอย่างไรนีรชาพึ่งเข้าใจตอนนี้เอง
“ช่วยด้วย” ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองแต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้นีรชาขอความช่วยเหลือจากคนอื่นทว่า...ร่างกายของเธอตอนนี้แค่ขยับนิ้วยังทำได้ยาก
“ช่วย…..” เป็นน้ำเสียงที่ทั้งแผ่วเบาและอ่อนแรงเปลือกตาทั้งสองข้างปิดลงสติของนีรชาค่อยๆ ดับวูบทีละนิดโดยที่เธอไม่รู้เลยว่ามีเรื่องเหนือธรรมชาติเกิดขึ้นเพราะตอนนี้เธอได้มาอยู่ในร่างของ พราวดาว นางร้ายในนิยายของตัวเองไปแล้ว
“ฉันอยู่ตรงนี้”พายุกุมมือพราวดาวเอาไว้แน่น เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกที่เรียกว่าความรักในตอนที่พราวดาวฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของตัวเองอีกครั้ง พายุก็รับรู้ได้จากแววตาว่าเธอคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เขาอยากให้พราวดาวได้เริ่มต้นชีวิตใหม่จึงลองพยายามรักพราวดาวดูสักครั้งแต่สุดท้ายเขาก็รู้ว่าเรื่องหัวใจไม่อาจจะฝืนกันได้ ไม่สามารถสั่งให้หัวใจรักใครได้ง่าย ๆ แม้พายุจะพยายามอยู่กับความเป็นจริง อยากทำทุกวันให้พราวดาวมีความสุขแต่เขาไม่อาจจะแตะต้องตัวพราวดาวได้อีกต่อไปทุกครั้งที่เขามองไปที่หน้า ภาพของเธอคนนั้นก็ทับซ้อนเข้ามา ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนสายตาและหัวใจของพายุก็มีเพียงเธอคนนั้น“ฉันรู้ว่านายทำเพื่อฉันมาตลอดแต่ต่อไปนี้นายไม่ต้องทำอะไรเพื่อฉันแล้วนะ” น้ำเสียงอิดโรยเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบากขณะพยายามฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย พราวดาวรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพายุพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขแต่เรื่องหัวใจก็ไม่อาจจะบังคับกันได้“เธอจะต้องไม่เป็นอะไร ฉันไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรไปเป็น
นีรชากลับมาใช้ชีวิตตามเดิม เธอพยายามทำทุกอย่างเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น การได้กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองเป็นสิ่งที่เธอควรจะยอมรับและอยู่กับความเป็นจริงให้จงได้ แต่โลกที่ไม่มีพายุ…ต่อให้ท้องฟ้าจะสดใสเพียงใดหัวใจของเธอก็หม่นหมองอยู่ดี เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน“เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ” เมื่อนีรชารู้ตัวว่าเผลอเหม่อลอยก็หันกลับไปถามเพลินเพลง“ฉันถามว่าแกเอาร่มมาหรือเปล่า ฝนทำท่าจะตกอีกแล้วนะ ช่วงนี้แกเป็นอะไรไปฟ้าทำไมเหม่อบ่อยจังเมื่อเช้าก็ทีนึงหนึ่งแล้วนะ” เพลินเพลงสังเกตว่าเพื่อนดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่เมื่อเช้าเธอดึงมือเพื่อนเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นป่านนี้นีรชาอาจจะถูกรถชนไปแล้ว“ไม่เป็นไรหรอกแค่รู้สึกเหนื่อยๆ” นีรชาเลือกจะไม่เล่าเรื่องที่เธอเข้าไปอยู่ในนิยายให้เพื่อนฟังเพราะเธอไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตลอดหลายเดือนที่มีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นแต่เวลาของที่นี่กลับผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น“งั้นกลับไปถึงบ้านก็พักผ่อนล่ะกัน ฉันกลับแล้วนะพรุ่งนี้เจอกัน” เพลินเพลงโบกมือให้เพื่อนก่อนจะเดินขึ้นรถไป เนื่
เนตรนภาถูกตำรวจคุมตัวไปยังโรงพักข้อหาพยายามฆ่าโดยมีการไตร่ตรองไว้แล้ว แม้นีรชาจะไม่เอาเรื่องเพราะเธอเข้าใจเหตุผลของเนตรภาดี อีกอย่างเธอก็สงสารลูกน้อยวัยห้าขวบที่ต้องมาเห็นแม่ตัวเองติดคุกแต่เพราะเป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้เธอจึงต้องปล่อยให้เรื่องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายงานแต่งของทั้งคู่จะถูกจัดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า ความจริงพายุอยากจัดงานแต่งให้เร็วกว่านี้แต่เพราะพราวดาวติดคิวถ่ายละคร บวกกับเขาเองก็ต้องเคลียร์งานที่โรงพยาบาลให้เรียบร้อยก่อนลาหยุดยาว เขาเลยจำใจต้องรอฤกษ์ที่พิสุทธิ์หาให้วันนี้เป็นอีกวันที่นีรชาในร่างพราวดาวต้องไปถ่ายละคร ส่วนพายุหลังจากออกเวรเขาก็รีบบึ่งรถมาคอนโดของพราวดาว แต่ระหว่างถ่ายทำเกิดปัญหาขึ้นการถ่ายทำจึงลากยาวกว่ากำหนด พายุมองนาฬิกาข้อมือแทบจะทุกห้านาทีเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้เห็นหน้าเธอเขาเฝ้ารอที่จะได้หอมแก้มเธอและนอนกอดเธอให้หายเหนื่อย แต่ขณะกำลังปัดหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่นั้นนีรชาก็โทรมาบอกว่ากำลังจะขับรถกลับเองเพราะผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ต้องแวะไปดูชุดที่จะใส่ไปออกรายงานในวันพรุ่งนี้ พายุเห็นว่าสถานที่ถ่ายละครกับคอน
ย้อนกลับไปตอนพายุสงสัยว่าเนตรนภาอยู่เบื้องหลังเรื่องที่สัญญาหายไปเขาจึงแอบสะกดรอยตามเนตรนภาหลายครั้ง จนวันหนึ่งเขาขับรถตามเนตรนภาไปจนถึงวัดแห่งหนึ่งเลยได้รู้ว่าเนตรนภาไปไหว้หลุมศพแม่ของเธอพายุเคยได้ยินพราวดาวเล่าว่า แม่ของเนตรนภาล้มป่วยเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนเนตรนภาอายุได้เพียงแปดขวบเท่านั้น ส่วนพ่อมีครอบครัวใหม่พายุมีความสงสัยบางอย่าง หลังจากวันนั้นที่มีคนสะกดรอยตามพราวดาวไปที่คอนโดเขาก็ขอให้เพื่อนที่เป็นตำรวจคอยดูเนตรนภาอยู่ห่าง ๆ รวมถึงให้ช่วยสืบเรื่องพ่อของเนตรนภาด้วย เขาเลยรู้ว่าเนตรนภากับพราวดาวเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดต่างแม่ทรงยศทิ้งแม่ของเนตรนภาไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือทัศวรรณนั่นเองหลังถูกสามีทอดทิ้งเนตรนภากับแม่ก็ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างลำบากเพราะขาดเสาหลักครอบครัวไป และที่แย่ไปกว่านั้นแม่ของเนตรนภายังป่วยออด ๆ แอด ๆ มาตลอดคนที่ขาดพ่ออย่างเนตรนภาเลยต้องออกไปรับจ้างหาเงินมาดูแลแม่ กระทั่งตอนอายุได้แปดขวบแม่ของเนตรนภาก็จากไป โชคดีที่ญาติห่าง ๆ ฝั่งแม่เมตตารับเนตรนภาไปอุปการะเลี้ยงดูแต่ด้วยฐานะทางครอบคร
“ยินดีด้วยนะ” เนตรนภาระบายยิ้มให้กับทั้งคู่ แต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากใจ ยิ่งไปกว่านั้นสายตาเนตรนภายังบ่งบอกว่าเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนกับความรักของพวกเขาแค่ไหน“แต่พี่ก็อดน้อยใจไม่ได้นะที่พราวไม่เคยบอกพี่เลยว่าคบกับคุณหมออยู่” หลังจากเธอพูดจบแขกในงานต่างพากันหันไปซุบซิบ ในเมื่อพราวดาวกับพายุประกาศออกสื่อว่ากำลังคบหากันอยู่แต่ทำไมผู้จัดการส่วนตัวถึงพูดทำนองว่าทั้งคู่ปกปิดตัวเองอยู่ล่ะในตอนนั้นเองเนตรนภาก็ได้หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า พายุและนีรชารู้ทันทีว่าสิ่งที่เนตรนภาถืออยู่ในมือคือสัญญาที่พวกเขาสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกลวงสังคมเพื่อกลบข่าวฉาวเมื่อหลายเดือนก่อน เนตรนภาชูกระดาษให้แขกในงานเห็นก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ“ทุกคนอยากรู้ไหมคะว่าในมือเนตรคืออะไร สัญญาไงคะสัญญาที่สองคนนี้ทำขึ้นหลังจากโกหกทุกคนว่าคบกันอยู่ ถ้าไม่เชื่อจะดูก็ได้นะคะในนี้มีลายนิ้วมือของพวกเขาอยู่เชิญตรวจสอบได้เลย” เนตรนภาส่งกระดาษแผ่นนั้นไปให้เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครไม่อยากรู้ หลังจากคนหนึ่งได้ดูกระดาษแผ่นนั้น
“ในสายตาฉันเธอคือผู้หญิงที่สวยที่สุดแต่ถ้าเธอยังทำเป็นไม่ได้ยินฉันอาจจะต้องพาเธอไปคุยที่อื่น”“มะ…ไม่ต้องฉันได้ยินชัดแล้ว” สายตาของพายุไม่น่าไว้ใจสักนิดนีรชาจึงต้องรีบกลับมาเป็นคนหูดีเพราะใครจะไปคิดว่าผู้ชายอบอุ่นและแสนสุภาพบุรุษอย่างพ่อพระรองคนนี้ เวลาอยากรังแกเธอขึ้นมาก็เปรียบเหมือนเสือซ่อนเล็บดี ๆ นี่เองพายุพาเธอเข้าไปในงานวันเกิดของพิสุทธิ์ซึ่งจัดขึ้นบริเวณสวนหย่อมขนาดใหญ่ พอแขกเหรื่อเห็นดาราสาวปรากฏตัวในวันสำคัญของครอบครัวฝ่ายชาย พวกเขาต่างก็พากันมองพายุกับพราวดาวด้วยความชื่นชม เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกตั้งแต่ประกาศออกสื่อว่าคบหากัน ดาราสาวก็ไม่เคยมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ อีกเลยตรงกันข้ามดูเหมือนว่าความรักครั้งนี้กับนายแพทย์หนุ่มดีกรีเพื่อนสมัยเด็กจะไปได้สวยอีกด้วยหลังจากที่พายุพาพราวดาวไปแนะนำกับเพื่อนของพิสุทธิ์อย่างเป็นทางการในฐานะแฟนสาว เขาก็พาเธอมานั่งยังโต๊ะด้านหน้าซึ่งมีเจ้าของงานวันเกิดและญาติใกล้ชิดอีกสองสามคนนั่งอยู่ด้วยเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญอดีตนายแพทย์พิส