จากเหตุการณ์เหลือเชื่อที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้นีรชาได้เข้ามาอยู่ในร่างของ พราวดาว นางร้ายในนิยายของตัวเองโดยที่เธอยังไม่รู้ชะตากรรม
ย้อนกลับไปยังมิติที่นีรชาอยู่ก่อนที่ฝนจะตกเธอแต่งนิยายค้างไว้ ถึงตอนที่นางร้ายขับรถตามพระเอกไปจนไปสู่อุบัติเหตุไม่คาดฝัน
วันที่ฝนตกหนักเป็นเหตุการณ์ที่ถูกดึงเข้ามาให้เนื้อเรื่องน่าติดตามมากขึ้นด้วยความที่นีรชาให้นางร้ายไม่คุ้นชินเส้นทางบวกกับเป็นเวลากลางคืนด้วยการขับรถเสียหลักพุ่งชนข้างทาง จึงเป็นเหตุผลที่พอจะให้คนอ่านยอมรับได้และเธอได้เลือกจุดที่นางร้ายประสบอุบัติเหตุอยู่ใกล้กับจุดที่พระรองในเรื่องยืนอยู่นางร้ายเลยถูกช่วยชีวิตเอาไว้ได้ทัน
นอกจากนี้นีรชายังใช้ประโยชน์จากการที่พระรองมีอาชีพเป็นศัลยแพทย์ช่วยชีวิตนางร้ายเอาไว้โดยที่เธอไม่คาดคิดอีกเช่นกันว่าความบังเอิญนี้จะเกิดในเวลาคาบเกี่ยวตอนที่เธอถูกดึงเข้ามาอยู่อีกมิติหนึ่ง
หลังจากได้รับการช่วยเหลือร่างไร้ดวงจิตของพราวดาวถูกนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดจากผลการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบว่าศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน ขาซ้ายได้รับการกระแทกจากประตูรถคาดว่าอาจทำให้กระดูกร้าวหรือหักนอกนั้นเป็นเพียงบาดแผลเล็กน้อยเลยถือเป็นความโชคดีเพราะอย่างน้อยๆ นีรชาก็อาจจะมีโอกาสได้กลับไปหาพ่อของเธอหรือตื่นจากฝันร้ายนี้
ในโลกที่จากมานีรชาไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้วส่วนในโลกนิยายที่เธอเป็นคนแต่งขณะนี้คนในสังคมต่างก็พูดถึงข่าวดาราสาวประสบอุบัติเหตุ ข่าวล่ามาไวไม่อาจพ้นหูตาสับปะรดของนักข่าวทั้งหลายแหล่ นักข่าวดังทุกสำนักพากันแห่แหนมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำข่าวและการที่นีรชาขยันให้นางร้ายของเธอมีข่าวฉาวไม่เว้นแต่ละวันส่งผลให้อุบัติเหตุคราวนี้ภาพลักษณ์ของพราวดาวแย่ลงกว่าเดิม
ดูเหมือนว่าผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตในโลกนิยายไม่ได้แตกต่างจากโลกที่นีรชาอยู่แม้แต่น้อย เวลามีข่าวอะไรเกี่ยวกับดาราคนในสังคมก็มักจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องฉาวโฉ่ก่อนเสมอและหัวข้อที่ทุกคนพูดถึงกันอย่างสนุกปากเห็นจะไม่พ้นการตั้งคำถามเหล่านี้
พราวดาวไปที่นั่นทำไม
ผู้หญิงที่อยู่บนรถมีความเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าของบริษัท เมธา กรุ๊ป บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ที่เคยมีข่าวกับดาราสาวก่อนหน้านี้
ผู้หญิงปริศนาคนนั้นเป็นสาเหตุให้พราวดาวประสบอุบัติหรือไม่
วงการบันเทิงในโลกของนีรชาเป็นเช่นไรวงการบันเทิงในนิยายเรื่องนี้ก็เป็นในทำนองเดียวกัน มักจะเล่นข่าวที่ทำให้เรียกเรดติ้งได้มากกว่าจะขายประเด็นสำคัญอย่างเช่นว่า ตอนนี้อาการของดาราสาวเป็นตายร้ายดียังไง
หากจะกล่าวถึงความเป็นมาของนิยายที่นีรชาทะลุมาจากอีกมิติอย่างพิศวงนั้น นิยายที่แม่นักเขียนสาวยังแต่งไม่ทันจะจบก็เกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้นซะก่อน
พายุ หรือพระรองของเรื่องรู้จักกับนางเอกก่อนจะไปสมัครเป็นเลขาที่บริษัทของพระเอก ในช่วงแรกๆ นีรชาให้พระเอกไม่ชอบขี้หน้านางเอกหาสารพัดวิธีมากลั่นแกล้งเพื่อจะให้ลาออกไปเองแต่เพราะนิสัยดื้อรั้นและชอบเอาชนะที่เป็นข้อดีของนางเอก ทำให้พระเอกมองนางเอกเปลี่ยนไป ความใกล้ชิดที่ใช้ได้ไม่ว่ากับชีวิตจริงหรือในละครทำให้พระเอกนางเอกมีความรู้สึกดีๆ ต่อกันและคบกันในที่สุด แต่นีรชาก็วางปมดราม่าด้วยการให้พระเอกไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้หญิงที่เขารักกับผู้หญิงที่เพื่อนสนิทมีใจให้เป็นคนเดียวกันและเพื่อนสนิทที่ว่านั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นพระรองนั่นเอง
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วและอาจจะขัดใจคนอ่านอยู่บ้างแต่นิยายแทบจะทุกเรื่องพอถึงตอนที่พระนางกำลังหวานชื่นคนแต่งมักจะหาอุปสรรคมาขวางกั้นซึ่งนีรชาก็เป็นหนึ่งในนั้น เธอชอบเล่นกับความรู้สึกของคนอ่าน
เมื่อถึงตอนที่พระเอกนางเอกมีปากเสียงกันนีรชาใส่ความยุ่งเหยิงของเรื่องโดยให้พระรองเปิดเผยความรู้สึกแล้วพานางเอกไปหลบรักษาแผลใจจนนำมาสู่เหตุการณ์รักสามเส้าและนำมาสู่เรื่องเหลือเชื่อที่พึ่งเกิดขึ้น
ภายในห้องพักผู้ป่วยวีไอพีร่างบางของพราวดาวนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงหากแต่เวลานี้นีรชาที่มาจากอีกมิติเป็นคนครอบครองร่างกาย ตั้งแต่ออกมาจากห้องผ่าตัดกระทั่งผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ ที่คนอาศัยร่างยังไม่ได้สติ ใบหน้าดาราสาวซีดเซียวหายใจแผ่วเบาเป็นจังหวะช้าๆ โดยมี เนตรนภา ผู้จัดการส่วนตัวของพราวดาวนั่งเฝ้าอยู่
จังหวะที่ผู้จัดการสาวหันไปหยิบมือถือแล้วหันกลับมานิ้วมือที่แนบอยู่ข้างลำตัวก็ขยับเบาๆ เปลือกตาซีดเผือดค่อยๆลืมขึ้นอย่างอิดโรย
“ฟื้นแล้วเหรอ” น้ำเสียงที่ไม่คุ้นหูทำให้นีรชาเพ่งมองเบื้องหน้าด้วยความงุนงงอีกฝ่ายดูจะดีใจมากที่เห็นว่าเธอปลอดภัยดี
“ที่นี่คือ”
“โรงพยาบาลไง"
"โรงพยาบาล" คิ้วสวยขมวดเข้าหากันแต่ไม่ทันจะได้พูดอะไรต่ออีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นก่อน
"ก็โรงพยาบาลน่ะสิรอดมาได้ก็ถือว่าบุญแล้วนะนี่รู้ไหมว่าตอนที่โรงพยาบาลโทรไปบอกพี่ตกใจแค่ไหน” ยิ่งได้ฟังที่อีกฝ่ายอธิบายนีรชาก็ยิ่งงุนงง ผู้หญิงคนนี้ดูสนิทสนมกับเธอเกินกว่าจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด เธอจึงค่อยๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวเท่าที่จำได้ความทรงจำครั้งสุดท้ายเหมือนเธอจะติดอยู่ในรถที่ไหนสักแห่งเธอยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี ความรู้สึกที่เหมือนคนใกล้จะตาย
พอนึกมาถึงตรงนี้นีรชาก็กลับมาสงสัยทันทีว่าอยู่ๆ ทำไมเธอถึงไปโผล่ที่นั่นได้
“แล้วนี่คิดยังไงถึงขับรถไปคนเดียวพี่ก็เคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าให้เลิกยุ่งกับผู้ชายแบบนั้นสักทีคิดดูถ้าเป็นอะไรขึ้นมาพี่จะตอบพ่อกับแม่พราวว่ายังไง” ด้วยความเป็นห่วงผู้จัดส่วนตัวจึงใส่ดาราในสังกัดเป็นชุดโดยที่ไม่รู้ว่าคนที่ตนกำลังต่อว่าต่อขานอยู่ไม่ใช่พราวดาวอย่างที่เข้าใจ นีรชากำลังจะเปิดปากเถียงว่าเธออาศัยอยู่กับพ่อแค่สองคนแต่พอนึกดีๆ ชื่อที่ผู้หญิงแปลกหน้าเรียกเธอเมื่อครู่นี้มันไม่ใช่ชื่อของเธอนี่
"เมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าอะไรนะคะ" นีรชาถามออกไปทันที
"ก็พราวไงทำไมอย่าบอกนะว่าจำชื่อตัวเองไม่ได้"ผู้จัดการสาวถามด้วยความตกใจ ความจำเสื่อมไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะ
"อะไรนะคะพราว....เหรอคะ" นีรชาย้ำคำถามเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิด
"นี่พราวอย่ามาล้อเล่นนะ ไม่ได้การแล้วเดี๋ยวพี่ตามคุณหมอดีกว่า" ผู้จัดการสาวร้อนใจจะออกไปตามคุณหมอมาดูอาการให้พราวดาวแต่ในตอนนั้นมีคนเปิดประตูเข้ามาพอดี
ทันทีที่ประตูห้องเปิดออก เหนือเมฆ พระเอกในนิยายรักโรแมนติกของนีรชาก็เดินเข้ามาภายในห้องด้วยความร้อนใจและที่สำคัญเขาไม่ได้ผิดแปลกอะไรจากมนุษย์คนหนึ่ง เขามีเนื้อหนัง มีรูปร่าง มีเลือดเนื้อและดูเหมือนว่าจะมีความรู้สึกนึกคิดและใช้ชีวิตเหมือนกับมนุษย์บนโลกทุกอย่างราวกับว่ามิติที่นีรชาหลุดเข้ามาก็คือโลกอีกใบหนึ่งนั่นเอง
ทันทีที่รู้ข่าวว่าพราวดาวประสบอุบัติเหตุเหนือเมฆก็รีบตีรถกลับมาหาแต่กว่าจะหลบหูตาของนักข่าวมาได้ก็เล่นเอาแทบแย่อยู่เหมือนกัน
“พราวฟื้นนานหรือยังครับ” ชายหนุ่มเดินตรงไปที่นีรชาด้วยความดีใจไม่ต่างจากผู้จัดการส่วนตัวเพราะคิดว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงตอนนี้คือดาราสาวที่ชื่อพราวดาว
แต่สำหรับนีรชานั้น...การปรากฏตัวของเหนือเมฆมันเหมือนเวลาที่เธอได้เห็นดาราดัง ไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตาหรือส่วนสูง ชายหนุ่มตรงหน้าดูดีจนเธอคิดว่าถ้าเขาไม่ใช่ดารานายแบบแถวหน้าคงต้องเป็นพระเอกในนิยายของเธอแล้วล่ะถึงได้หล่อลากดินขนาดนี้
“พึ่งฟื้นเมื่อกี้ค่ะ” ผู้จัดการสาวเอ่ยตอบแต่ก็เป็นเพียงการตอบไปตามมารยาทเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เนตรนภาเคยบอกให้พราวดาวเลิกยุ่งกับเหนือเมฆเพราะไม่อยากให้พราวดาวเสียใจ ยิ่งมารู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ดาราในความดูแลเกือบเอาชีวิตไม่รอดเลยยิ่งไม่ชอบขี้หน้า
“เป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” คนเอ่ยถามนั่งลงยังเก้าอี้ตัวที่ผู้จัดการสาวนั่งก่อนหน้านี้ก่อนจะเอื้อมมือไปอังหน้าผากโดยที่นีรชาไม่ทันได้ตั้งตัว
“ไข้ลดแล้วนี่ค่อยยังชั่ว” การกระทำของชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้นีรชารู้สึกประหลาดใจ
อะไรกัน แค่ได้เห็นรอยยิ้ม รับรู้ถึงความเป็นห่วง จากอีกฝ่ายหัวใจดวงน้อยๆก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันทีทันใด
“เป็นอะไรให้ฉันไปตามหมอให้ไหม” เมื่อเห็นนีรชาหรือในความเข้าใจของเหนือเมฆว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาคือพราวดาวทำสีหน้าแปลกๆก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“ก็น่าจะไม่ปกติหรอกเมื่อกี้ก็จำชื่อตัวเองไม่ได้” ผู้จัดการสาวตอบแทนอีกครั้ง
“เธอจำชื่อตัวเองไม่ได้เหรอ” คำถามของอีกฝ่ายทำให้นีรชาเริ่มแน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอจะต้องไม่ปกติแน่นอน
“ฉันชื่ออะไรนะคะ” นีรชาแกล้งถามออกไปเพื่อยืนยันสิ่งที่เธอกำลังสงสัยอยู่ตอนนี้
“ก็พราวไง พราวดาว จิรวราพงษ์ เป็นไงฉันแถมนามสกุลให้ด้วย” แล้วคำตอบที่ได้ฟังเต็มสองหูนีรชาจึงเริ่มแน่ใจว่าคนแปลกหน้าสองคนนี้กำลังเข้าใจว่าเธอ คืออีกคน
แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมชื่อกับนามสกุลถึงได้รู้สึกคุ้นๆ
พราวดาว จิรวราพงษ์ คือชื่อนางร้ายในนิยายของเธอนี่แถมชื่อเล่นยังเหมือนกันอีกด้วย
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
“ฉันอยู่ตรงนี้”พายุกุมมือพราวดาวเอาไว้แน่น เขามองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน ทว่านัยน์ตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกที่เรียกว่าความรักในตอนที่พราวดาวฟื้นขึ้นมาอยู่ในร่างของตัวเองอีกครั้ง พายุก็รับรู้ได้จากแววตาว่าเธอคนนั้นไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เขาอยากให้พราวดาวได้เริ่มต้นชีวิตใหม่จึงลองพยายามรักพราวดาวดูสักครั้งแต่สุดท้ายเขาก็รู้ว่าเรื่องหัวใจไม่อาจจะฝืนกันได้ ไม่สามารถสั่งให้หัวใจรักใครได้ง่าย ๆ แม้พายุจะพยายามอยู่กับความเป็นจริง อยากทำทุกวันให้พราวดาวมีความสุขแต่เขาไม่อาจจะแตะต้องตัวพราวดาวได้อีกต่อไปทุกครั้งที่เขามองไปที่หน้า ภาพของเธอคนนั้นก็ทับซ้อนเข้ามา ไม่ว่าจะพยายามสักแค่ไหนสายตาและหัวใจของพายุก็มีเพียงเธอคนนั้น“ฉันรู้ว่านายทำเพื่อฉันมาตลอดแต่ต่อไปนี้นายไม่ต้องทำอะไรเพื่อฉันแล้วนะ” น้ำเสียงอิดโรยเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบากขณะพยายามฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย พราวดาวรู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาพายุพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขแต่เรื่องหัวใจก็ไม่อาจจะบังคับกันได้“เธอจะต้องไม่เป็นอะไร ฉันไม่ยอมให้เธอเป็นอะไรไปเป็น
นีรชากลับมาใช้ชีวิตตามเดิม เธอพยายามทำทุกอย่างเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น การได้กลับมาใช้ชีวิตของตัวเองเป็นสิ่งที่เธอควรจะยอมรับและอยู่กับความเป็นจริงให้จงได้ แต่โลกที่ไม่มีพายุ…ต่อให้ท้องฟ้าจะสดใสเพียงใดหัวใจของเธอก็หม่นหมองอยู่ดี เธอคิดถึงเขาเหลือเกิน“เมื่อกี้แกว่าอะไรนะ” เมื่อนีรชารู้ตัวว่าเผลอเหม่อลอยก็หันกลับไปถามเพลินเพลง“ฉันถามว่าแกเอาร่มมาหรือเปล่า ฝนทำท่าจะตกอีกแล้วนะ ช่วงนี้แกเป็นอะไรไปฟ้าทำไมเหม่อบ่อยจังเมื่อเช้าก็ทีนึงหนึ่งแล้วนะ” เพลินเพลงสังเกตว่าเพื่อนดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่เมื่อเช้าเธอดึงมือเพื่อนเอาไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นป่านนี้นีรชาอาจจะถูกรถชนไปแล้ว“ไม่เป็นไรหรอกแค่รู้สึกเหนื่อยๆ” นีรชาเลือกจะไม่เล่าเรื่องที่เธอเข้าไปอยู่ในนิยายให้เพื่อนฟังเพราะเธอไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ตลอดหลายเดือนที่มีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นแต่เวลาของที่นี่กลับผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น“งั้นกลับไปถึงบ้านก็พักผ่อนล่ะกัน ฉันกลับแล้วนะพรุ่งนี้เจอกัน” เพลินเพลงโบกมือให้เพื่อนก่อนจะเดินขึ้นรถไป เนื่
เนตรนภาถูกตำรวจคุมตัวไปยังโรงพักข้อหาพยายามฆ่าโดยมีการไตร่ตรองไว้แล้ว แม้นีรชาจะไม่เอาเรื่องเพราะเธอเข้าใจเหตุผลของเนตรภาดี อีกอย่างเธอก็สงสารลูกน้อยวัยห้าขวบที่ต้องมาเห็นแม่ตัวเองติดคุกแต่เพราะเป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้เธอจึงต้องปล่อยให้เรื่องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายงานแต่งของทั้งคู่จะถูกจัดขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า ความจริงพายุอยากจัดงานแต่งให้เร็วกว่านี้แต่เพราะพราวดาวติดคิวถ่ายละคร บวกกับเขาเองก็ต้องเคลียร์งานที่โรงพยาบาลให้เรียบร้อยก่อนลาหยุดยาว เขาเลยจำใจต้องรอฤกษ์ที่พิสุทธิ์หาให้วันนี้เป็นอีกวันที่นีรชาในร่างพราวดาวต้องไปถ่ายละคร ส่วนพายุหลังจากออกเวรเขาก็รีบบึ่งรถมาคอนโดของพราวดาว แต่ระหว่างถ่ายทำเกิดปัญหาขึ้นการถ่ายทำจึงลากยาวกว่ากำหนด พายุมองนาฬิกาข้อมือแทบจะทุกห้านาทีเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้เห็นหน้าเธอเขาเฝ้ารอที่จะได้หอมแก้มเธอและนอนกอดเธอให้หายเหนื่อย แต่ขณะกำลังปัดหน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่นั้นนีรชาก็โทรมาบอกว่ากำลังจะขับรถกลับเองเพราะผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ต้องแวะไปดูชุดที่จะใส่ไปออกรายงานในวันพรุ่งนี้ พายุเห็นว่าสถานที่ถ่ายละครกับคอน
ย้อนกลับไปตอนพายุสงสัยว่าเนตรนภาอยู่เบื้องหลังเรื่องที่สัญญาหายไปเขาจึงแอบสะกดรอยตามเนตรนภาหลายครั้ง จนวันหนึ่งเขาขับรถตามเนตรนภาไปจนถึงวัดแห่งหนึ่งเลยได้รู้ว่าเนตรนภาไปไหว้หลุมศพแม่ของเธอพายุเคยได้ยินพราวดาวเล่าว่า แม่ของเนตรนภาล้มป่วยเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนเนตรนภาอายุได้เพียงแปดขวบเท่านั้น ส่วนพ่อมีครอบครัวใหม่พายุมีความสงสัยบางอย่าง หลังจากวันนั้นที่มีคนสะกดรอยตามพราวดาวไปที่คอนโดเขาก็ขอให้เพื่อนที่เป็นตำรวจคอยดูเนตรนภาอยู่ห่าง ๆ รวมถึงให้ช่วยสืบเรื่องพ่อของเนตรนภาด้วย เขาเลยรู้ว่าเนตรนภากับพราวดาวเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดต่างแม่ทรงยศทิ้งแม่ของเนตรนภาไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็คือทัศวรรณนั่นเองหลังถูกสามีทอดทิ้งเนตรนภากับแม่ก็ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างลำบากเพราะขาดเสาหลักครอบครัวไป และที่แย่ไปกว่านั้นแม่ของเนตรนภายังป่วยออด ๆ แอด ๆ มาตลอดคนที่ขาดพ่ออย่างเนตรนภาเลยต้องออกไปรับจ้างหาเงินมาดูแลแม่ กระทั่งตอนอายุได้แปดขวบแม่ของเนตรนภาก็จากไป โชคดีที่ญาติห่าง ๆ ฝั่งแม่เมตตารับเนตรนภาไปอุปการะเลี้ยงดูแต่ด้วยฐานะทางครอบคร
“ยินดีด้วยนะ” เนตรนภาระบายยิ้มให้กับทั้งคู่ แต่มันกลับดูเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากใจ ยิ่งไปกว่านั้นสายตาเนตรนภายังบ่งบอกว่าเธอรู้สึกสะอิดสะเอียนกับความรักของพวกเขาแค่ไหน“แต่พี่ก็อดน้อยใจไม่ได้นะที่พราวไม่เคยบอกพี่เลยว่าคบกับคุณหมออยู่” หลังจากเธอพูดจบแขกในงานต่างพากันหันไปซุบซิบ ในเมื่อพราวดาวกับพายุประกาศออกสื่อว่ากำลังคบหากันอยู่แต่ทำไมผู้จัดการส่วนตัวถึงพูดทำนองว่าทั้งคู่ปกปิดตัวเองอยู่ล่ะในตอนนั้นเองเนตรนภาก็ได้หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋า พายุและนีรชารู้ทันทีว่าสิ่งที่เนตรนภาถืออยู่ในมือคือสัญญาที่พวกเขาสร้างเรื่องขึ้นมาหลอกลวงสังคมเพื่อกลบข่าวฉาวเมื่อหลายเดือนก่อน เนตรนภาชูกระดาษให้แขกในงานเห็นก่อนจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ“ทุกคนอยากรู้ไหมคะว่าในมือเนตรคืออะไร สัญญาไงคะสัญญาที่สองคนนี้ทำขึ้นหลังจากโกหกทุกคนว่าคบกันอยู่ ถ้าไม่เชื่อจะดูก็ได้นะคะในนี้มีลายนิ้วมือของพวกเขาอยู่เชิญตรวจสอบได้เลย” เนตรนภาส่งกระดาษแผ่นนั้นไปให้เด็กเสิร์ฟคนหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ไม่มีใครไม่อยากรู้ หลังจากคนหนึ่งได้ดูกระดาษแผ่นนั้น
“ในสายตาฉันเธอคือผู้หญิงที่สวยที่สุดแต่ถ้าเธอยังทำเป็นไม่ได้ยินฉันอาจจะต้องพาเธอไปคุยที่อื่น”“มะ…ไม่ต้องฉันได้ยินชัดแล้ว” สายตาของพายุไม่น่าไว้ใจสักนิดนีรชาจึงต้องรีบกลับมาเป็นคนหูดีเพราะใครจะไปคิดว่าผู้ชายอบอุ่นและแสนสุภาพบุรุษอย่างพ่อพระรองคนนี้ เวลาอยากรังแกเธอขึ้นมาก็เปรียบเหมือนเสือซ่อนเล็บดี ๆ นี่เองพายุพาเธอเข้าไปในงานวันเกิดของพิสุทธิ์ซึ่งจัดขึ้นบริเวณสวนหย่อมขนาดใหญ่ พอแขกเหรื่อเห็นดาราสาวปรากฏตัวในวันสำคัญของครอบครัวฝ่ายชาย พวกเขาต่างก็พากันมองพายุกับพราวดาวด้วยความชื่นชม เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหนทั้งสองคนก็ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกตั้งแต่ประกาศออกสื่อว่าคบหากัน ดาราสาวก็ไม่เคยมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ อีกเลยตรงกันข้ามดูเหมือนว่าความรักครั้งนี้กับนายแพทย์หนุ่มดีกรีเพื่อนสมัยเด็กจะไปได้สวยอีกด้วยหลังจากที่พายุพาพราวดาวไปแนะนำกับเพื่อนของพิสุทธิ์อย่างเป็นทางการในฐานะแฟนสาว เขาก็พาเธอมานั่งยังโต๊ะด้านหน้าซึ่งมีเจ้าของงานวันเกิดและญาติใกล้ชิดอีกสองสามคนนั่งอยู่ด้วยเมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญอดีตนายแพทย์พิส