Beranda / โรแมนติก / ทะลุมิตหัวใจ ดยุกตัวร้าย / ตอนที่ 5 เมล็ดพันธุ์ความคิดใหม่

Share

ตอนที่ 5 เมล็ดพันธุ์ความคิดใหม่

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-02 18:23:39

 ในยามเช้าลานฝึกทหารในปราสาทของเอเดรียนเต็มไปด้วยเสียงตะโกนสั่งและเสียงโลหะกระทบกัน ทหารกลุ่มใหญ่กำลังฝึกฝนภายใต้ดวงอาทิตย์ที่เริ่มแผดเผา พื้นดินแห้งแตกระแหง และอากาศอบอ้าวเพิ่มความเหนื่อยล้าให้กับทหารที่กำลังฝึกอยู่ เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องไปทั่วลานฝึก บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความกดดันจากการฝึกที่เข้มงวด

 เอเดรียนยืนอยู่ที่ขอบสนามฝึก สวมเสื้อเกราะสีดำเงา ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาจับจ้องไปที่ทหารแต่ละคนราวกับเหยี่ยว เขาไม่แสดงสีหน้าใด ๆ มีเพียงความเคร่งขรึมและความเย็นชาที่แผ่ออกมา เขามีชื่อเสียงในด้านความไร้ปรานีและการไม่ยอมอ่อนข้อให้กับความอ่อนแอ ไม่ว่ากับใครก็ตาม

 มินตราแอบยืนมองอยู่ห่าง ๆ เธอรู้สึกไม่สบายใจนักกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความกลัว แต่เธอรู้ว่านี่คือโอกาสที่จะเข้าใจเอเดรียนมากขึ้น เธอต้องการรู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็นคนเช่นนี้

 ทันใดนั้น ทหารคนหนึ่งซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม ฝึกหนักจนหมดแรงและล้มลงไปกับพื้น ดาบหลุดจากมือของเขาและกลิ้งไปอยู่ห่างออกไป เขาหอบหายใจหนักและดูหมดสภาพ

 “ข้าขอโทษ ข้าไม่ไหวแล้ว” ทหารหนุ่มพูดออกมาด้วยความเหนื่อยล้า

 เอเดรียนหันมองทันทีด้วยสายตาเย็นชา เขาก้าวเข้าไปหาทหารหนุ่มที่นั่งอยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว ราวกับเสือที่พบเหยื่อที่อ่อนแอ

 “เจ้าอ่อนแอเกินไปแล้ว” เอเดรียนพูดเสียงดัง เสียงของเขาดังก้องไปทั่วลานฝึก ทุกคนหยุดชะงักและหันมองดูด้วยความหวาดกลัว

 ทหารหนุ่มก้มหน้าลง พยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ล้มลงไปอีกครั้ง เอเดรียนก้าวเข้าไปใกล้เขา มองดูด้วยความดูถูก 

 “เจ้าไม่มีค่าพอที่จะเป็นทหารในกองทัพของข้า ถ้าเจ้ายืนไม่ไหว เจ้าก็ไม่สมควรอยู่ที่นี่”

 ก่อนที่เอเดรียนหันไปสั่งทหารยามสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ “พาตัวเขาไปคุกเข่าตากแดดจนกว่าเขาจะลุกขึ้นได้เอง ถ้าเขาตายเพราะความอ่อนแอของตัวเอง ก็ไม่สมควรอยู่ในกองทัพของข้าอยู่แล้ว”

 ทหารยามรีบเดินไปลากตัวทหารหนุ่มที่หมดแรงออกไป แม้ว่าเขาพยายามจะขอร้องแต่เอเดรียนก็ไม่สนใจ 

 “ท่านดยุก ข้าขอโทษ ข้าจะฝึกต่อ ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้เลย ข้าต้องการอยู่ในกองทัพของท่าน ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยเถิด ท่านดยุก”

 เอเดรียนมองดูเด็กหนุ่มอย่างเย็นชาไร้ความเห็นใจ

 “ไม่มีคำว่า ‘ขอ’ ในสนามรบ จำไว้”

 มินตราที่มองดูการฝึกอยู่ห่างๆ ถึงกับทนดูไม่ไหว เธอเดินเข้ามาใกล้และกล่าวออกมา “ท่านเอเดรียน ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าการทำเช่นนี้อาจทำให้พวกเขาเกลียดท่านแทนที่จะเคารพท่าน”

 เอเดรียนหันมามองเธอ ดวงตาของเขาแหลมคมเหมือนคมดาบที่กำลังจะฟาดฟันเธอ “ข้าต้องการให้พวกเขาเคารพหรือไม่ใช่ ข้าต้องการให้พวกเขากลัว ข้าไม่มีเวลาให้กับคนอ่อนแอ คนเช่นนี้เป็นภาระในสงคราม และข้าไม่ต้องการภาระใด ๆ”

 มินตราได้ฟังดังนี้ก็ไม่ยอมแพ้ เธอรู้ว่านี่คือโอกาสที่จะทำให้เขาเห็นความสำคัญของความเมตตา “แต่ถ้าพวกเขาตายไปเพราะการฝึกนี้ ท่านก็จะเสียทหารที่อาจเป็นผู้มีความสามารถในอนาคต การแสดงความเมตตาไม่ได้หมายถึงความอ่อนแอ แต่มันคือการเสริมสร้างความจงรักภักดี ทหารที่ท่านปฏิบัติดีด้วยจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อท่านมากกว่า”

 เอเดรียนหรี่ตามองมินตรา เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่เข้มแข็งดุดัน “ข้าไม่ได้มาเพื่อสร้างเพื่อน ข้ามาเพื่อชนะสงคราม ถ้าเจ้าอยากเล่นเป็นแม่พระ ก็ทำตามใจเจ้า แต่จงจำไว้ว่าโลกนี้ไม่ได้มีที่สำหรับคนอ่อนแอ เจ้าอย่ามายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของบุรุษที่กล้าหาญ ไม่ใช่พวกสตรีที่อ่อนแอเช่นเจ้า”

 มินตราถอนหายใจ เธอรู้ว่ามันจะไม่ง่าย แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ “ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นคนอ่อนแอเพื่อแสดงความเห็นใจ ท่านสามารถแสดงความแข็งแกร่งผ่านความเข้าใจและความเมตตาได้เช่นกัน”

 เอเดรียนยังคงจ้องเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา แต่ก็มีแววสงสัยและท้าทาย เขาไม่ได้ตอบอะไร แต่เดินกลับไปที่ลานฝึกทหาร ทำให้มินตรารู้สึกว่าอย่างน้อยเธอก็ได้เริ่มหว่านเมล็ดแห่งความคิดใหม่ลงในใจเขาแล้ว

 ในห้องโถงของปราสาทเวสตัน บรรยากาศหนักอึ้งและตึงเครียด ท่ามกลางแสงเทียนที่วูบไหว เอเดรียนนั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยท่าทีเย็นชา ข้าง ๆ เขามีขุนนางหลายคนยืนอยู่ด้วยความกังวล ทหารสองคนลากขุนนางหนุ่มนามว่า “ลอร์ดเฟอร์ดินันด์” เข้ามาตรงหน้าเอเดรียน ใบหน้าของเฟอร์ดินันด์เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการถูกทุบตี เขาถูกกล่าวหาว่าขโมยเสบียงที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับกองทัพไปขายเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

 ภายในห้องโถงใหญ่ เอเดรียนนั่งอยู่บนบัลลังก์สูง ดวงตาสีน้ำเงินของเขาจ้องมองเฟอร์ดินันด์อย่างเย็นชา เสียงกระซิบกระซาบของขุนนางรอบข้างเงียบลงเมื่อเขายกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุดพูดคุย

 “ลอร์ดเฟอร์ดินันด์” เอเดรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจ

 “เจ้าถูกกล่าวหาว่าขโมยเสบียงของกองทัพ ข้ามอบหมายให้เจ้าดูแลเสบียงเหล่านั้นอย่างดี แต่กลับมีหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าใช้ตำแหน่งของเจ้าในการทำลายศรัทธาของข้าและผู้คน”

 เฟอร์ดินันด์ยืนขึ้นทั้งร่างสั่นเทาด้วยความกลัว “ท่านเอเดรียน ข้าขอสาบานต่อพระเจ้า ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้น มันต้องมีคนใส่ร้ายข้าแน่ ๆ”

 มินตรายืนอยู่ข้างหลังขุนนางคนอื่น ๆ เธอมองดูสถานการณ์นี้ด้วยความวิตกกังวล เมื่อได้ยินคำขอร้องของเฟอร์ดินันด์ เธอก็รู้สึกได้ถึงความสิ้นหวังที่แผ่ออกมาจากตัวเขา

 เอเดรียนยกมือขึ้นเพื่อห้ามไม่ให้ใครพูด “เจ้ายังจะปฏิเสธอีกหรือ ทั้งที่หลักฐานชัดเจนขนาดนี้” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็ง 

 “ข้าจะไม่ปล่อยให้ความอ่อนแอและความไร้ศีลธรรมเช่นนี้ทำลายกองทัพของข้า”

 ทหารยามสองคนดึงดาบออกจากฝักพร้อมกัน เมื่อเอเดรียนพยักหน้าออกคำสั่งให้จัดการ เฟอร์ดินันด์ก้มลงกราบด้วยความตื่นตระหนก 

 “ได้โปรดขอท่านให้โอกาสข้าได้อธิบายและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้น”

 เสียงของเฟอร์ดินันด์สะท้อนกลับไปทั่วห้องโถง แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เอเดรียนใจอ่อนได้เลย เขากล่าวอย่างเย็นชา

 “การพูดนั้นง่าย การกระทำนั้นยาก ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าได้มีโอกาสทำลายความไว้วางใจที่ข้ามอบให้เจ้าอีกต่อไป” เอเดรียนยกมือขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณให้ทหารยามเตรียมตัว

 มินตราทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอรีบก้าวออกมาและพูดขึ้นอย่างเร่งรีบ “เดี๋ยวก่อนค่ะ ท่านเอเดรียน ข้าคิดว่าท่านอาจจะต้องการตรวจสอบให้แน่ใจมากกว่านี้ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรที่อาจจะผิดพลาดได้”

 เอเดรียนหันไปมองมินตราด้วยสายตาเย็นชาและสงสัย “เจ้ากล้าดียังไงมาแทรกแซงการตัดสินใจของข้า มินตรา”

 มินตรากลืนน้ำลายด้วยความกังวลและกลัว แต่เธอก็ยังคงยืนหยัด “ข้าไม่ได้ต้องการแทรกแซงท่าน แต่ข้าคิดว่าการให้โอกาสลอร์ดเฟอร์ดินันด์ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ อาจช่วยให้ท่านได้รู้ว่าใครคือศัตรูที่แท้จริงในสถานการณ์นี้”

 เอเดรียนจ้องมินตราอย่างนิ่งงัน ดวงตาของเขายังคงแฝงไปด้วยความเย็นชา 

 “เจ้าคิดว่าเขามีค่าพอที่จะได้รับโอกาสเช่นนั้นหรือ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

 “ใช่ค่ะ ข้าเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับโอกาสในการอธิบายตัวเอง และถ้าเขาผิดจริง ๆ ท่านจะได้ลงโทษเขาอย่างสมเหตุสมผล” มินตราพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น 

 “หากท่านลงโทษโดยไม่ให้โอกาส ท่านจะทำให้ขุนนางทุกคนหวาดกลัว แต่หากท่านให้โอกาส มันอาจจะสร้างความจงรักภักดีขึ้นมาแทน”

 เอเดรียนหรี่ตามองเธอด้วยความสงสัย “เจ้ามั่นใจมากสินะว่าการให้โอกาสจะทำให้ข้าดูอ่อนแอ”

 มินตราส่ายหน้า “ไม่ใช่การอ่อนแอค่ะ แต่เป็นการใช้สติปัญญาเพื่อค้นหาความจริง และท่านจะได้รับความเคารพอย่างแท้จริงจากทุกคน”

 เอเดรียนเงียบไปสักครู่ ก่อนจะยิ้มเย็น ๆ “เจ้าคิดว่าข้าไม่เคยได้ยินคำพูดหวาน ๆ เช่นนี้มาก่อนหรือ แต่ถ้าเจ้าแน่ใจนัก ข้าจะให้โอกาสเจ้าพิสูจน์ความจริง แต่ถ้ามันเสียเวลา ข้าจะถือว่าเจ้าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด และจะได้รับโทษเช่นเดียวกับเขา”

 มินตราเงยหน้ามองเอเดรียนอย่างแน่วแน่ แม้ว่าใจเธอจะเต้นรัวด้วยความกลัว แต่เธอก็ไม่ยอมถอยหลัง “ข้ายอมรับข้อเสนอนั้นค่ะ”

 มินตราเริ่มต้นการสืบสวนด้วยการเรียกขุนนางหลายคนมาให้ปากคำ เธอค่อย ๆ เปิดเผยหลักฐานที่บ่งบอกถึงการสมคบคิดของขุนนางคนอื่น ๆ ที่พยายามใส่ร้ายเฟอร์ดินันด์ และการขโมยเสบียงที่แท้จริงเกิดจากขุนนางกลุ่มหนึ่งที่ต้องการทำลายชื่อเสียงของเฟอร์ดินันด์และเพิ่มอำนาจของตนเอง

 เอเดรียนนั่งฟังคำให้การและตรวจดูหลักฐานต่าง ๆ อย่างเงียบ ๆ เขาไม่แสดงความรู้สึกออกมา แต่สายตาที่เขามองมาที่มินตราก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากความไม่พอใจกลายเป็นความสนใจ

 ในที่สุด เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ขุนนางที่สมรู้ร่วมคิดก็ถูกจับกุม เอเดรียนยืนขึ้นและประกาศด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ 

 “ข้าขอขอบใจท่านที่ช่วยเปิดเผยความจริงในวันนี้ ลอร์ดเฟอร์ดินันด์ ข้าขออภัยที่ข้าสงสัยเจ้าในตอนแรก และจะปล่อยเจ้าเป็นอิสระ”

 เฟอร์ดินันด์ก้มหัวด้วยความเคารพ “ขอบคุณท่านเอเดรียน และท่านหญิงมินตราที่ช่วยให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น”

 เมื่อการสอบสวนสิ้นสุดลงและขุนนางทั้งหมดออกจากห้อง เอเดรียนเดินเข้ามาหามินตราที่มุมห้อง เธอรู้สึกถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น แต่เธอก็ไม่แสดงความกลัวออกมา

 “เจ้าอาจคิดว่าเจ้าได้พิสูจน์อะไรบางอย่างวันนี้” เอเดรียนกล่าวช้า ๆ ดวงตาของเขายังคงแหลมคม 

 “แต่จำไว้ว่า ข้าไม่ได้เปลี่ยนวิธีการของข้าเพราะคำพูดของเจ้า ข้าเพียงแค่ต้องการดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างที่เจ้าทำได้”

 มินตรายิ้มบาง ๆ แม้จะรู้สึกกดดัน “ข้าดีใจที่ท่านให้โอกาส ข้าแค่ต้องการให้ท่านเห็นว่า การให้โอกาสไม่ได้ทำให้ท่านอ่อนแอ แต่มันแสดงถึงความแข็งแกร่งและความยุติธรรม”

 เอเดรียนหรี่ตามองเธอ “เจ้าคิดว่าข้าจะเปลี่ยนเพราะเจ้างั้นหรือ”

 มินตราตอบอย่างมั่นใจ “ไม่ใช่เพราะข้าค่ะ แต่เพราะข้าเชื่อว่าท่านยังมีความสามารถในการเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ได้มากกว่านี้”

 เอเดรียนเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะหันหลังกลับไป “เราจะได้เห็นกัน” เขากล่าวก่อนเดินออกจากห้อง ทิ้งมินตรายืนอยู่ในห้องโถงที่ยังคงเงียบสงัด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิตหัวใจ ดยุกตัวร้าย   ตอนที่ 18 ข้าขอ

    หลังจากการเผชิญหน้ากับลอร์ดแวนเดอร์ เอเดรียนเตรียมการตอบโต้ให้รัดกุมยิ่งขึ้น การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเข้มแข็งของเขาในฐานะผู้นำ แต่ยังเป็นการทดสอบความไว้วางใจในหมู่พันธมิตรและขุนนางของแคว้นเวสตันด้วย หลายวันผ่านไป สายสืบและทหารที่เอเดรียนสั่งการเริ่มรายงานความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของลอร์ดแวนเดอร์มากขึ้น เขาได้พบกับบุคคลลึกลับในป่าลึกนอกเมือง และมีการติดต่อกับพ่อค้าต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับแคว้นเรเวอเรียน เอเดรียนตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะเปิดโปงและจับกุมเขาเพื่อยุติแผนการที่ซ่อนเร้นนี้ ในขณะที่ลอร์ดแวนเดอร์อยู่ในคฤหาสน์ของตน เอเดรียนพร้อมทหารและนายพลที่ได้ล้อมรอบคฤหาสน์ไว้ ก่อนที่ลอร์ดแวนเดอร์จะทันตั้งตัว ทหารของเอเดรียนก็บุกเข้าไปในคฤหาสน์และจับตัวเขาไว้ได้โดยไม่มีการต่อต้านมากนัก ลอร์ดแวนเดอร์ถูกนำตัวมายังห้องโถงใหญ่ของปราสาทเวสตัน ขณะที่ประชาชน ขุนนาง และพันธมิตรต่างรวมตัวกันเพื่อเฝ้าดูการพิจารณาคดี “ลอร์ดแวนเดอร์ เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว” เอเดรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้ามีหลักฐานที่ยืนยันว่าเจ้าได้วางแผนกับศัตรูภายนอกเพื่อทำลายแคว้นเวสตัน เจ้าจะสาร

  • ทะลุมิตหัวใจ ดยุกตัวร้าย   ตอนที่ 17 การสอบสวนศัตรูภายใน

    หลังจากการประชุมร่วมกับแคว้นเรเวอเรียนและพันธมิตร เอเดรียนตัดสินใจที่จะเริ่มการสืบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับขุนนางในแคว้นเวสตันที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ เขาเรียกประชุมลับในปราสาทเพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแผนการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงในห้องประชุมลับของปราสาทเวสตัน นายพลและขุนนางที่เอเดรียนไว้ใจได้มารวมตัวกัน มินตราอยู่เคียงข้างเขาเช่นเคย คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนการตัดสินใจเอเดรียนเริ่มพูด “ข้าได้ตัดสินใจว่าเราจำเป็นต้องสืบสวนและจับตาดูขุนนางที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในแคว้น ข้าไม่สามารถปล่อยให้คนที่พยายามทำลายความมั่นคงของเรายังลอยนวลอยู่ได้”นายพลแคสันเห็นด้วย “ข้าคิดว่าเราควรเริ่มจากขุนนางที่เคยมีประวัติก่อกบฏหรือมีความขัดแย้งกับท่านในอดีต พวกเขาอาจเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากแคว้นอื่นเพื่อทำลายพันธมิตร”มินตราแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงรอบคอบ “และเราควรระวังไม่ให้การสืบสวนนี้สร้างความขัดแย้งภายในมากเกินไป ข้าคิดว่าเราควรให้ความสำคัญกับการหาหลักฐานและเจรจามากกว่าการใช้กำลัง”“เอเดรียน ท่านควรระวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกบฏอาจพยายามใช้ความกลัวและข่าวลือเ

  • ทะลุมิตหัวใจ ดยุกตัวร้าย   ตอนที่ 16 การเผชิญหน้ากับศัตรูและการสร้างความเชื่อมั่นที่แท้จริง

    หลังจากที่ลอร์ดเกรย์สันและลอร์ดเฟรเดอริกถูกจับกุมในข้อหากบฏ เอเดรียนจึงตัดสินใจเปิดเผยและจัดการกับการคบคิดภายในแคว้นอย่างเปิดเผย ด้วยการแสดงออกถึงความยุติธรรมและความเข้มแข็ง เขาต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรและประชาชน เพื่อให้เห็นว่าความมั่นคงและสันติภาพที่แท้จริงมาจากการร่วมมือกันในลานกว้างหน้าปราสาทเวสตัน ประชาชนจากทุกมุมของแคว้นมารวมตัวกันเพื่อเฝ้าดูการพิจารณาคดีของลอร์ดเกรย์สันและลอร์ดเฟรเดอริก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความคาดหวัง ขณะที่เอเดรียน มินตรา และขุนนางคนสำคัญยืนอยู่บนแท่นสูงเอเดรียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พวกเจ้าทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้ เรามาเพื่อดูความยุติธรรมถูกแสดงออก พวกเจ้ารู้ว่าพวกเราพยายามสร้างพันธมิตรและความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับแคว้นอื่น ๆ แต่ยังมีคนที่พยายามทำลายสิ่งนี้”ลอร์ดเกรย์สันซึ่งถูกล่ามโซ่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาหันมาทางเอเดรียนและพูดเสียงดังด้วยความโกรธ “ข้าเพียงแค่ต้องการปกป้องแคว้นนี้จากการตกไปอยู่ในมือของศัตรู ท่านไม่เห็นหรือว่าแคว้นเหล่านั้นต้องการทำลายเรา”มินตรายืนอยู่ข้างเอเดรียน ก้าวขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงสง

  • ทะลุมิตหัวใจ ดยุกตัวร้าย   ตอนที่ 15 ศัตรูที่ซ่อนเร้น

    ขณะที่เอเดรียน โทมัสแคว้นแคร์วินและเอลธัสกำลังหารือเกี่ยวกับแผนการป้องกัน มีสายสืบคนหนึ่งกลับมาพร้อมกับข้อมูลที่สำคัญ เขาเข้ามาในห้องโถงประชุมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด “ท่านเอเดรียน ข้ามีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกลุ่มศัตรูที่พยายามเข้ามาขัดขวางการประชุมของเรา” สายสืบกล่าว เอเดรียนพยักหน้า “พูดมา ข้าต้องการรู้ทุกอย่างที่เจ้าค้นพบ” สายสืบเริ่มรายงาน “จากการสืบสวนของข้า เราพบว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการขัดขวางนี้ไม่ใช่แค่แคว้นศัตรูเพียงแคว้นเดียว แต่เป็นการรวมตัวของขุนนางบางกลุ่มที่ไม่พอใจการรวมอำนาจของท่านและไม่ต้องการให้แคว้นต่าง ๆ ร่วมมือกัน ขุนนางกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากแคว้นศัตรูที่ต้องการสร้างความไม่สงบในภูมิภาคนี้” โทมัสดยุกแห่งแคร์วินขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าศัตรูของเรามีคนอยู่ในแคว้นของท่านด้วยหรือ” เอเดรียนพยักหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ใช่ ข้าไม่แปลกใจเลยที่ยังมีคนที่ไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลง ขุนนางกลุ่มนี้เห็นว่าการรวมอำนาจของข้าและการสร้างพันธมิตรใหม่ทำให้พวกเขาสูญเสียอิทธิพล ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาทำลายสิ่งที่ข้าพ

  • ทะลุมิตหัวใจ ดยุกตัวร้าย   ตอนที่ 14 ศัตรูภายใน

    หลังจากที่แคว้นเวสตัน แคว้นแคร์วิน และแคว้นเอลธัสลงนามเป็นพันธมิตรกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ประชาชนเริ่มมีความหวังที่ความสงบสุขจะมาเยือน แต่ความสงบที่เพิ่งจะเริ่มต้นนั้นกลับถูกคุกคามจากศัตรูที่ไม่คาดคิดที่มาจากภายในแคว้นเองเช้าวันหนึ่งขณะที่เอเดรียนกำลังอ่านรายงานและจดหมายในห้องทำงานส่วนตัว ทหารรักษาประตูคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกับจดหมายที่มีตราประทับของแคว้นแคร์วิน ท่าทางของทหารเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด“ท่านเอเดรียนขอรับ เมื่อสักครู่มีนายทหารจากแคว้นแคร์วิน นำจดหมายนี่มาส่งพร้อมกับข้อความจากท่านโทมัสดยุกแห่งแคร์วินบอกให้บอกท่านว่า นี่เป็นข้อความด่วนจากท่านโทมัสแคว้นแคร์วินขอรับ” ทหารคนนั้นกล่าวขณะยื่นจดหมายให้เอเดรียนเอเดรียนรีบรับจดหมายและรีบเปิดอ่านทันที ท่าทีของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเมื่ออ่านเนื้อหาในจดหมายที่ส่งมาจากโทมัสดยุกแห่งแคร์วิน ใจความในจดหมายระบุว่าพวกเขาได้พบการเคลื่อนไหวลับของกลุ่มกบฏบางกลุ่มภายในแคว้นเวสตัน ซึ่งกำลังวางแผนที่จะโค่นล้มเอเดรียนและทำลายพันธมิตรที่เพิ่งสร้างขึ้นเอเดรียนขมวดคิ้วก่อนจะหันไปหามินตราที่อยู่ในห้องด้วยกันเหมือนแค่บอกกล่าวให้ฟังแต่ก็ขอคำปรึกษา “ด

  • ทะลุมิตหัวใจ ดยุกตัวร้าย   ตอนที่ 13 ไม่มีศัตรูที่ถาวร

    หลังจากแคว้นเวสตันและแคว้นแคร์วินได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน ทั้งสองแคว้นก็เริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับแคว้นเอลธัสที่กำลังเตรียมการโจมตี กองทัพจากแคว้นแคร์วินเดินทางมาถึงแคว้นเวสตันอย่างรวดเร็ว พร้อมเข้าร่วมกับกองกำลังของเอเดรียนในการเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในค่ายทหารของแคว้นเวสตัน เอเดรียนยืนอยู่ท่ามกลางแผนที่ที่แสดงเส้นทางและแนวชายแดน เขากำลังประชุมร่วมกับโทมัสดยุกแห่งแคว้นแคร์วินและทหารคนสำคัญของเขา โดยมีมินตรายืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อสนับสนุนและให้คำแนะนำดยุกโทมัสแห่งแคร์วินชี้ไปที่แผนที่ “ท่านเอเดรียน เราคาดว่าพวกเอลธัสจะโจมตีจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ นั่นคือพื้นที่ที่มีภูมิประเทศสูงและสามารถบุกได้ง่าย ถ้าเราสามารถตั้งกำลังป้องกันที่นั่นและตัดเส้นทางการเคลื่อนที่ของพวกเขาได้ เราจะมีโอกาสชนะมากขึ้น”เอเดรียนพยักหน้าพร้อมตอบกลับด้วยสีหน้าเห็นด้วย “ข้าตกลง เราจะจัดกำลังป้องกันที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เราต้องระวังไม่ให้เสียกำลังทหารมากเกินไป ข้าอยากให้พวกเราสร้างกับดักและดึงพวกมันเข้าสู่พื้นที่ที่เราควบคุมได้”“ข้าเห็นด้วยกับท่านทั้งสอง แต่ข้าเสนอว่าเราควรส่ง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status