로그인เจ้ามองข้าเป็น ‘ตัวร้าย’ แต่ข้าก็เป็นแค่บุรุษคนหนึ่งที่ต้องปกป้องสิ่งสำคัญ เจ้าไม่รู้จักข้าดีพอหรอกมินตรา ข้าอาจมาจากโลกที่แตกต่างแต่ความรักที่ข้ามีให้ท่านเป็นของจริง ข้าไม่เคยเสแสร้งแม้แต่วินาทีเดียว
더 보기แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ ม่านสีครีมปลิวไสวเมื่อสายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาในห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มินตราค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงที่ไม่คุ้นเคย ห้องนี้ประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักและพรมหนานุ่มสีแดงเข้ม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบจากสวนด้านนอกทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน เธอรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่อยู่ในโลกเดิมอีกต่อไป แต่ความจริงกลับทำให้เธอใจสั่น
“ที่นี่มัน ที่ไหนกัน” มินตราพึมพำกับตัวเอง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและกังวล เธอลุกขึ้นนั่งและพยายามรวบรวมสติ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เธอก็เห็นสวนกุหลาบกว้างใหญ่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีบานสะพรั่ง รั้วสีขาวและป้อมปราการสูงล้อมรอบปราสาทขนาดใหญ่ที่เธออยู่
“นี่มัน ปราสาทของเอเดรียน” มินตราจำได้ว่าเธอเคยอ่านถึงสถานที่นี้ในนิยายโรมานซ์เรื่องโปรดที่เธออ่านประจำ นี่คือโลกนิยายที่เธอรู้จักดี โลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวดราม่า ความรัก และความเกลียดชัง แต่กลับดูสมจริงและน่ากลัวมากกว่าในจินตนาการ
เสียงระบบลึกลับดังขึ้นในสมองของเธอทันที
> “ยินดีต้อนรับสู่โลกนิยายโรมานซ์, ผู้ใช้ มินตรา. คุณได้รับภารกิจ: เปลี่ยนตัวร้าย เอเดรียน ให้กลายเป็นคนดีเพื่อกลับสู่โลกจริง”
มินตราตกใจอย่างมาก “ภารกิจอะไร ตัวร้ายอะไร แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ”
> “หากไม่สามารถทำภารกิจสำเร็จ ผู้ใช้จะต้องติดอยู่ในโลกนี้ตลอดไป”
มินตราหายใจเข้าออกลึก ๆ หัวใจของมินตราเหมือนจะหยุดเต้น เธอพยายามจะสงบสติและคิดแผนการ ความคิดหลายอย่างพุ่งเข้ามาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว เธอรู้ว่าจากหนังสือเล่มโปรดที่เธออ่านซ้ำไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เอเดรียน ดยุกหนุ่มผู้ซึ่งถูกนิยามว่า เป็นตัวร้ายที่มีนิสัยโหดเหี้ยม เย็นชา และไม่สนใจใคร เขาเป็นคนที่เคยถูกทรยศและสูญเสียสิ่งสำคัญไปมากมายจนหัวใจแข็งกระด้าง เธอต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงเขาให้ได้
“ฉันจะเริ่มจากอะไรก่อนดีล่ะ...” มินตราพึมพำกับตัวเอง ขณะที่เธอก้าวออกจากห้องไปยังทางเดินยาวภายในปราสาท
บรรยากาศภายในปราสาทนั้นเย็นเยียบ ผนังหินสีเข้มที่มองดูเคร่งขรึมของปราสาททำให้รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งคอยจับตาดูทุกฝีก้าวของเธอ เมื่อมินตราเดินไปเรื่อย ๆ เธอก็เห็นทหารยามประจำการอยู่ตามทางเดิน เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ และยิ้มอย่างสุภาพ
“ท่านเอเดรียนอยู่ที่ไหนหรือคะ” เธอถามทหารยามคนหนึ่ง ซึ่งมองมาที่เธอด้วยสายตาประหลาดใจ เหมือนเขารูู้จักกับเธอ
“ท่านเอเดรียนอยู่ในสวนทางด้านหลังขอรับ” ทหารตอบอย่างระมัดระวัง
มินตรากล่าวขอบคุณเบา ๆ ก่อนจะเดินต่อไปตามทางที่ทหารบอก เธอจำได้ทุกซอกทุกมุมที่หนังสือบรรยายไว้ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นระรัวขึ้นทุกย่างก้าวเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย
มินตราค่อย ๆ เดินไปตามทางเดินในสวนที่มีต้นกุหลาบปลูกไว้เป็นแนว ยามเช้ากำลังส่องแสงลงมาให้เห็นประกายเงาของใบไม้ที่เขียวขจี เมื่อเดินผ่านพุ่มไม้สูง เธอก็เห็นร่างของชายหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่รอดผ่านกิ่งไม้ ผมสีดำสนิทของเขาดูมันวาวราวกับไหม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเย็นชาจับจ้องไปยังบางสิ่งไกล ๆ ร่างกายสูงโปร่งสวมเสื้อผ้าที่ออกแบบอย่างประณีตทำให้เขาดูสง่างาม แต่ก็แฝงไปด้วยความมืดมน แต่ก็ยังมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนไม่อาจละสายตาได้
“ท่านเอเดรียน” มินตราเรียกชื่อเขาเบา ๆ ขณะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาใกล้ๆ
เอเดรียนหันขวับกลับมามองเธอทันที ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาจับจ้องที่เธออย่างไม่วางตา สีหน้าเคร่งขรึมของเขาเผยให้เห็นความไม่พอใจและแปลกใจ
“เจ้าเป็นใคร และเจ้ามาทำอะไรที่นี่” เขาถามเสียงเข้ม ดวงตาคมเฉียบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามมองทะลุความคิดใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่ไว้ใจ
มินตรารู้สึกประหม่า แต่พยายามเก็บความกลัวเอาไว้ เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดและยิ้มบาง ๆ ก่อนจะตอบ
“ฉันชื่อมินตราค่ะ เป็นคู่หมั้นของท่าน ท่านจำไม่ได้หรือ ฉันแค่อยาก อยากช่วยจะทำให้ท่านมีความสุข” เอเดรียนมองหน้ามินตราที่เป็นคู่หมั้นของเขา ที่เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าที่เขาจำต้องรับมาไว้ในปราสาทเพราะสาเหตุอะไร
เอเดรียนขมวดคิ้ว เขายิ่งงุนงงมากขึ้นไปอีก “ช่วยข้า ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากใคร โดยเฉพาะจากเจ้า” น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชาและเย้ยหยัน
“เจ้าเป็นใครกันแน่ และมายุ่งกับข้าทำไม"
“ฉัน” มินตราติดขัดเมื่อเห็นความเย็นชาในดวงตาของเขา “ฉันอยากให้ท่านมีความสุข ฉันเชื่อว่าท่านสมควรได้รับสิ่งดี ๆ ในชีวิต ท่านไม่ต้องอยู่คนเดียวเสมอไปหรอกค่ะ”
เอเดรียนหัวเราะอย่างแผ่วเบา แต่เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
“ความสุข สิ่งดี ๆ เจ้าคิดว่าคำพูดพวกนั้นมีค่าอะไรกับข้า เจ้าคิดว่าความสุขของข้าอยู่ที่การมีใครบางคนมาดูแลหรือช่างไร้สาระ” ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย
“เจ้าเป็นเพียงผู้หญิงที่ข้าแทบไม่รู้จัก แต่กลับกล้าพูดถึงความรู้สึกของข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไร”
มินตรารู้สึกได้ถึงกับหน้าเสียที่เขาไม่เล่นด้วย แต่เธอไม่ย่อท้อ “ฉันไม่รู้ว่าท่านคิดยังไง แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับความรักและความสุข ท่านก็เช่นกัน
ฉันเพียงแค่อยากให้ท่านเห็นว่า ท่านไม่ได้อยู่ลำพัง มีคนที่ห่วงใยและพร้อมจะอยู่เคียงข้างท่าน”
เอเดรียนหรี่ตาลงมองเธออย่างสงสัย และยิ้มเย็น เขาพยายามทำความเข้าใจความตั้งใจของหญิงสาวคนนี้ที่อ้างตัวว่าเป็นคู่หมั้นของเขา “งั้นหรือ เจ้าคิดว่าคำพูดพวกนั้นจะมีค่าอะไรกับข้า เจ้าเป็นใครกันแน่ เจ้าต้องการอะไรจากข้า” เขาถามซ้ำอย่างไม่ไว้ใจ
“ฉันไม่ต้องการอะไรจากท่านเลยค่ะ ฉันแค่อยากให้ท่านรู้ว่าท่านสามารถได้รับความรักและการดูแลได้เช่นกัน” มินตรากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เจ้าพูดราวกับว่าเจ้ารู้จักข้าดีเสียเต็มประดา” เอเดรียนกล่าวเยาะเย้ย
“แต่ข้าไม่เคยพบเจ้า เจ้ากล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตข้าโดยที่ไม่รู้ว่าข้าเป็นใครด้วยซ้ำ”
คำพูดของเอเดรียนทำให้มินตรารู้ว่าเธอต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่านี้ในการทำให้เขาเปลี่ยนแปลงได้จริง ๆ
“เจ้าพร้อมที่จะเป็นของข้าเเล้วใช่ไหมมินตรา ถ้าเจ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลย”เสียงทุ้มแต่ทว่ากระเส่าของเอเดรียนบอกกับมินตรา บอกกับมินตรา หลังจากนั้นเอเดรียนไม่รอช้า เขารีบปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากกายแกร่งจนด้วยความรีบเร่งจนตอนนี้เหมือนเขาสั่นเทาไปหมด ชั่วเวลาไม่นานร่างเปลือยเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงามก็ปรากฏอยู่ตรงหน้ามินตรา กล้ามเนื้อของเอเดรียนมันสวยงามจนเธออดไม่ไหวที่จะยกมือเรียวขึ้นไปลูบไล้ เธอไล่จับตั้งแต่หน้าอกแกร่งเป็นต้นมา ปลายนิ้วเรียวสะกิดเอาปลายยอดอกจนมันแข็งสู้มือ ก่อนที่จะเลื่อนมือลงมาที่ลอนหน้าท้องแน่นของเขา ลามมือจนถึงท้องน้อย ก่อนจะเธอจะพามือเรียวลูบต่ำลงมาที่กลางกายจนมาหยุดอยู่ที่ลำเอ็นใหญ่ยาวของเขา และลูบตามความยาวของมัน“อ๊าาา มินตรา มือของเจ้าร้ายกาจมาก มันนุ่มมาก รู้สึกตัวพอๆกับปากของเจ้าเลย อ๊าาา สาวเร็วๆ มินตรา ซู๊ดดดด สาวเอ็นข้าเร็วๆ มินตรา อูวววว ข้าจะไม่ทน”ร่างสูงล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวใหญ่ ก่อนที่จะยกตัวมินตราขึ้นมานอนทับร่างแกร่งของเขาหันศีรษะไปคนละทาง มินตรายังคงใช้มือสาวท่อนเอ็นแข็งน่าเกรงขามให้กับเขาอยู่ ส่วนสะโพกอวบของเธอต้อนนี้ถูกมือสากที่เกิดจากการจับอาวุธ
“ท่าน.. อึมจ๊วบ จ๊วบ”ปากเรียวของมินตราโดนปิดด้วยปากหยักของเอเดรียน มือหนาประคองใบหน้าสวยของหญิงสาวไว้ ก่อนที่จะมองจุมพิตอันดูดดื่มให้แก่นาง ลิ้นร้อนของดยุกแห่งเวสตันสอดเข้าไปในโพรงปากนุ่มของมินตรา เขาเอาลิ้นไล่ต้อนลิ้นเรียวของเธอให้มาเกี่ยวพันหยอกล้อกับลิ้นสากของเขา โพรงปากนุ่มถูกกวาดต้อนเขาน้ำหวานมาที่เขาจนหมด เมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังจะหายใจไม่ทัน ริมฝีปากหยักเอาแต่ใจก็ถอนออก ย้ายไปจุดมุ่งหมายใหม่ ลำคอขาวถูกสููดดมความหอมด้วยจมูกโด่ง ก่อนที่จะเอียงคอให้พื้นที่กับริมฝีปากของเอเดรียนที่ตามขบเม้มคอระหงของมินตรา มือหนาลูบวนอยู่ด้านหน้าตำแหน่งหน้าอกอวบ ก่อนที่จะทำการปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาวออกให้สิ่งกีดขวางหลุดพ้นจากเนินอวบสล้าง เต้าอวบปรากฏแก่สายตาคมของเอเดรียนเขายิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะก้มลงชิมปลายยอดอกทันที“หวานมากที่รัก ยอดอกของเจ้าหวานยิ่งนัก จ๊วบ จ๊วบ ข้าชอบมาก จ๊วบ จ๊วบ มันอวบมาก หวานมาก”“เอเดรียน ซี๊ดดด ออยยย ท่านอย่ากัดเอเดรียน ซี๊ดดด อ๊ะ ดูดแรงๆ เอเดรียน อูยยย ดูดเเรงๆ ซี๊ดดด เอเดรียน” ปากนุ่มเอ่ยบอก มือเรียวยกขึ้นกดศีรษะของเอเดรียนไม่ให้ออกจากทรวงอวบของตัวเองเอเดรียนยังคงปลุกคว
หลังจากการเผชิญหน้ากับลอร์ดแวนเดอร์ เอเดรียนเตรียมการตอบโต้ให้รัดกุมยิ่งขึ้น การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเข้มแข็งของเขาในฐานะผู้นำ แต่ยังเป็นการทดสอบความไว้วางใจในหมู่พันธมิตรและขุนนางของแคว้นเวสตันด้วย หลายวันผ่านไป สายสืบและทหารที่เอเดรียนสั่งการเริ่มรายงานความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของลอร์ดแวนเดอร์มากขึ้น เขาได้พบกับบุคคลลึกลับในป่าลึกนอกเมือง และมีการติดต่อกับพ่อค้าต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับแคว้นเรเวอเรียน เอเดรียนตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะเปิดโปงและจับกุมเขาเพื่อยุติแผนการที่ซ่อนเร้นนี้ ในขณะที่ลอร์ดแวนเดอร์อยู่ในคฤหาสน์ของตน เอเดรียนพร้อมทหารและนายพลที่ได้ล้อมรอบคฤหาสน์ไว้ ก่อนที่ลอร์ดแวนเดอร์จะทันตั้งตัว ทหารของเอเดรียนก็บุกเข้าไปในคฤหาสน์และจับตัวเขาไว้ได้โดยไม่มีการต่อต้านมากนัก ลอร์ดแวนเดอร์ถูกนำตัวมายังห้องโถงใหญ่ของปราสาทเวสตัน ขณะที่ประชาชน ขุนนาง และพันธมิตรต่างรวมตัวกันเพื่อเฝ้าดูการพิจารณาคดี “ลอร์ดแวนเดอร์ เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว” เอเดรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้ามีหลักฐานที่ยืนยันว่าเจ้าได้วางแผนกับศัตรูภายนอกเพื่อทำลายแคว้นเวสตัน เจ้าจะสาร
หลังจากการประชุมร่วมกับแคว้นเรเวอเรียนและพันธมิตร เอเดรียนตัดสินใจที่จะเริ่มการสืบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับขุนนางในแคว้นเวสตันที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ เขาเรียกประชุมลับในปราสาทเพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแผนการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงในห้องประชุมลับของปราสาทเวสตัน นายพลและขุนนางที่เอเดรียนไว้ใจได้มารวมตัวกัน มินตราอยู่เคียงข้างเขาเช่นเคย คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนการตัดสินใจเอเดรียนเริ่มพูด “ข้าได้ตัดสินใจว่าเราจำเป็นต้องสืบสวนและจับตาดูขุนนางที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในแคว้น ข้าไม่สามารถปล่อยให้คนที่พยายามทำลายความมั่นคงของเรายังลอยนวลอยู่ได้”นายพลแคสันเห็นด้วย “ข้าคิดว่าเราควรเริ่มจากขุนนางที่เคยมีประวัติก่อกบฏหรือมีความขัดแย้งกับท่านในอดีต พวกเขาอาจเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากแคว้นอื่นเพื่อทำลายพันธมิตร”มินตราแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงรอบคอบ “และเราควรระวังไม่ให้การสืบสวนนี้สร้างความขัดแย้งภายในมากเกินไป ข้าคิดว่าเราควรให้ความสำคัญกับการหาหลักฐานและเจรจามากกว่าการใช้กำลัง”“เอเดรียน ท่านควรระวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกบฏอาจพยายามใช้ความกลัวและข่าวลือเ
หลังจากที่แคว้นเวสตัน แคว้นแคร์วิน และแคว้นเอลธัสลงนามเป็นพันธมิตรกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ประชาชนเริ่มมีความหวังที่ความสงบสุขจะมาเยือน แต่ความสงบที่เพิ่งจะเริ่มต้นนั้นกลับถูกคุกคามจากศัตรูที่ไม่คาดคิดที่มาจากภายในแคว้นเองเช้าวันหนึ่งขณะที่เอเดรียนกำลังอ่านรายงานและจดหมายในห้องทำงานส่วนตัว ทหาร
หลังจากการตัดสินใจของเอเดรียนที่จะให้โอกาสขุนนางที่ก่อความวุ่นวายเพื่อพิสูจน์ความภักดี แคว้นเวสตันดูเหมือนจะกลับมาสู่เสถียรภาพอีกครั้ง แต่เบื้องหลังความสงบนี้ยังมีความขัดแย้งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขุนนางบางคนที่ยังไม่พอใจกับแนวทางใหม่ของเอเดรียนเริ่มรวมตัวกันวางแผนการร้ายเพื่อท้าทายอำนาจของเขาอย่
หลังจากที่ลอร์ดเกรย์สันและลอร์ดเฟรเดอริกถูกจับกุมในข้อหากบฏ เอเดรียนจึงตัดสินใจเปิดเผยและจัดการกับการคบคิดภายในแคว้นอย่างเปิดเผย ด้วยการแสดงออกถึงความยุติธรรมและความเข้มแข็ง เขาต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรและประชาชน เพื่อให้เห็นว่าความมั่นคงและสันติภาพที่แท้จริงมาจากการร่วมมือกันในลานกว
ขณะที่เอเดรียน โทมัสแคว้นแคร์วินและเอลธัสกำลังหารือเกี่ยวกับแผนการป้องกัน มีสายสืบคนหนึ่งกลับมาพร้อมกับข้อมูลที่สำคัญ เขาเข้ามาในห้องโถงประชุมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด “ท่านเอเดรียน ข้ามีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกลุ่มศัตรูที่พยายามเข้ามาขัดขวางการประชุมของเรา” สายสืบกล่าว