Masukหลังจากที่เอเดรียนได้เริ่มเปิดใจรับฟังแนวทางใหม่จากมินตรา ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นว่าความเมตตาและความยุติธรรมสามารถนำไปสู่การสร้างความไว้วางใจและความภักดีในหมู่พันธมิตรได้ แต่อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงนี้ยังไม่แข็งแรงพอที่จะหยุดยั้งแรงกดดันจากฝ่ายขุนนางที่ไม่เห็นด้วย ความขัดแย้งภายในแคว้นเวสตันยังคงคุกรุ่น และการทดสอบครั้งใหม่ก็อยู่ไม่ไกลนัก
ข่าวการประชุมเจรจาระหว่างแคว้นเวสตันและพันธมิตรใหม่กำลังแพร่กระจายไปทั่วแคว้น ขุนนางและทหารในแคว้นต่างเฝ้ารอด้วยความระแวดระวัง พวกเขารู้ดีว่าการประชุมครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งหากการเจรจาสำเร็จก็เป็นประโยชน์กับแคว้น แต่หากการเจรจาล้มเหลว มันอาจนำไปสู่สงครามครั้งใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมและคนที่พ่ายแพ้อาจจะกลายเป็นพวกเขาแทน
ภายในห้องโถงประชุมของปราสาทเวสตัน เอเดรียนดยุกของปราสาทนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ข้างกายเขาคือมินตราที่รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและพยายามสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเปิดกว้างสำหรับการเจรจา ขุนนางบางคนยังคงมีท่าทีเย็นชาและสงสัยคลางแคลงใจต่อพันธมิตรใหม่
เอเดรียนหันไปมองมินตราก่อนการประชุมจะเริ่ม “เจ้ามั่นใจหรือว่าการเจรจาครั้งนี้จะเป็นไปด้วยดี”
มินตรายิ้มให้กับเอเดรียนเล็กน้อย “ข้ามั่นใจว่าการเจรจาด้วยความจริงใจและการเปิดใจจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ท่านต้องให้โอกาสพวกเขาได้แสดงความตั้งใจจริง แล้วเราจะได้มิตรมากกว่าศัตรู”
เอเดรียนพยักหน้าอย่างเงียบ ๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความระมัดระวัง เขายังคงสงสัยอยู่ลึก ๆ ว่าคำพูดเหล่านี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงศัตรูให้กลายเป็นพันธมิตรที่แท้จริงได้หรือไม่
เมื่อคณะเจรจาจากพันธมิตรใหม่เดินทางเข้ามาในห้องโถง บรรยากาศเงียบงัน เอเดรียนยืนขึ้นต้อนรับและยื่นมือให้ทักทายและกล่าวต้อนรับด้วยความจริงใจ “ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทเวสตัน ข้าดยุกเอเดรียน และนี่แม่หญิงมินตราคู่หมั้นของข้า ข้าหวังว่าเราจะสามารถหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกันได้ในวันนี้”
ผู้นำคณะเจรจายื่นมือจับกับเอเดรียนอย่างระมัดระวัง “ข้าก็หวังเช่นเดียวกัน ดยุกแห่งเวสตัน ข้ามาที่นี่เพื่อแสดงถึงความเต็มใจที่จะร่วมมือและสร้างอนาคตร่วมกันและเป็นพันธมิตรกับแคว้นเวสตันที่ยิ่งใหญ่ของท่าน”
การเจรจาเริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ โดยมีการพูดคุยถึงข้อตกลงทางการค้าและการป้องกันร่วมกัน มินตราเข้ามาแทรกในบทสนทนาด้วยการเสนอไอเดียที่สร้างสรรค์และวิธีการที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
ขณะที่การเจรจากำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น จู่ ๆ ขุนนางคนหนึ่งจากฝ่ายเวสตันที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของเอเดรียน ก็โพล่งขึ้นมาด้วยความโกรธและไม่พอใจในวิธีการของเอเดรียน
“ท่านดยุก ท่านไม่คิดหรือว่าการแสดงความอ่อนแอเช่นนี้จะทำให้แคว้นของเราตกอยู่ในความเสี่ยง พวกมันคือศัตรู เราควรกำจัดพวกมัน ไม่ใช่ทำข้อตกลงเเบบนี้”
บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปทันที ความตึงเครียดปะทุขึ้น เอเดรียนหันไปมองขุนนางคนนั้นด้วยสายตาแข็งกร้าว
“เงียบเสีย เจ้าลืมไปหรือว่าใครเป็นผู้นำที่นี่” เสียงเข้มของเอเดรียนดังขึ้นทำให้ขุนนางคนนั้นนั่งลงอย่างไม่ค่อยพอใจ
เมื่อเห็นสถานการณ์ที่เริ่มตึงเครียด เอเดรียนรู้ว่าเขาต้องจัดการกับปัญหานี้อย่างรอบคอบ หากเขาใช้ความรุนแรงหรือการบังคับอีกครั้ง มันอาจทำให้ความไว้วางใจที่เขาพยายามสร้างขึ้นต้องพังทลายลง
มินตราเห็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงการสนทนา เธอเดินเข้ามาหยุดตรงกลางห้องระหว่างเอเดรียนและขุนนางคนนั้น
“ทุกคนในห้องนี้ต่างก็หวังดีต่อแคว้นเวสตัน ข้าเข้าใจว่ามีความกลัว แต่การทำลายกันเองจะไม่ช่วยให้เราแข็งแกร่งขึ้นได้ ท่านทุกคนต้องเข้าใจว่าการเปิดใจให้กับความร่วมมือคือการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ไม่ใช่การอ่อนแอ”
เอเดรียนฟังมินตราและครุ่นคิด เขาเผชิญหน้ากับความกลัวของตัวเองอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเลือกที่จะลองเสี่ยง
“เจ้าพูดถูก มินตรา” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง
“เราไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยมีแต่ความเกลียดชัง ข้าตัดสินใจที่จะให้โอกาสครั้งนี้แก่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นศัตรูเก่าหรือพันธมิตรใหม่”
เขาหันไปหาผู้นำคณะเจรจาจากอีกฝ่าย “ข้าพร้อมที่จะลงนามในข้อตกลงเพื่อแสดงถึงความเชื่อใจของข้า เราจะสร้างอนาคตร่วมกัน และข้าหวังว่าเจ้าจะรักษาสัญญาที่เราได้ทำไว้”
การเจรจาจบลงด้วยการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ ขณะที่บรรยากาศในห้องเริ่มคลายความตึงเครียด มินตรารู้สึกภาคภูมิใจที่เห็นเอเดรียนยอมเปิดใจและเลือกเส้นทางใหม่
เมื่อการเจรจาเสร็จสิ้นและแขกจากแคว้นอื่นออกจากห้องไป เอเดรียนหันมาหามินตรา
“เจ้าทำให้ข้าเห็นมุมมองที่แตกต่าง แต่จำไว้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ข้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้ในทันที”
มินตรายิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับกำลังใจที่มีให้กับเอเดรียน “ข้ารู้ค่ะ ข้าแค่หวังว่าท่านจะให้โอกาสการเปลี่ยนแปลงได้เติบโต ข้ารู้ว่าท่านมีความสามารถที่จะเป็นผู้นำที่ไม่เพียงแค่ใช้ความเข้มแข็ง แต่ยังใช้ความยุติธรรมและความเมตตาด้วย”
เอเดรียนพยักหน้า “บางที เจ้าก็อาจจะพูดถูก ข้าจะดูต่อไปว่าเจ้าพูดถูกแค่ไหน”
เอเดรียนรู้ว่าเส้นทางของเขายังอีกยาวไกล ความท้าทายยังคงรออยู่ข้างหน้า แต่การตัดสินใจในวันนี้เป็นสัญญาณของความหวังใหม่ที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว การสร้างความสมดุลระหว่างความเข้มแข็งและความเมตตาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันคือทางเลือกที่สามารถนำพาแคว้นเวสตันไปสู่อนาคตที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรืองได้
ในใจของเขา เอเดรียนรู้ว่าเขาไม่ได้เดินคนเดียวในการเปลี่ยนแปลงนี้ มินตราได้กลายเป็นแสงสว่างที่ช่วยนำทางให้เขาเห็นเส้นทางที่ต่างออกไป และด้วยความหวังใหม่ที่เกิดขึ้น เขารู้ว่าเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
หลังจากการเผชิญหน้ากับลอร์ดแวนเดอร์ เอเดรียนเตรียมการตอบโต้ให้รัดกุมยิ่งขึ้น การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเข้มแข็งของเขาในฐานะผู้นำ แต่ยังเป็นการทดสอบความไว้วางใจในหมู่พันธมิตรและขุนนางของแคว้นเวสตันด้วย หลายวันผ่านไป สายสืบและทหารที่เอเดรียนสั่งการเริ่มรายงานความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยของลอร์ดแวนเดอร์มากขึ้น เขาได้พบกับบุคคลลึกลับในป่าลึกนอกเมือง และมีการติดต่อกับพ่อค้าต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับแคว้นเรเวอเรียน เอเดรียนตัดสินใจว่าถึงเวลาที่จะเปิดโปงและจับกุมเขาเพื่อยุติแผนการที่ซ่อนเร้นนี้ ในขณะที่ลอร์ดแวนเดอร์อยู่ในคฤหาสน์ของตน เอเดรียนพร้อมทหารและนายพลที่ได้ล้อมรอบคฤหาสน์ไว้ ก่อนที่ลอร์ดแวนเดอร์จะทันตั้งตัว ทหารของเอเดรียนก็บุกเข้าไปในคฤหาสน์และจับตัวเขาไว้ได้โดยไม่มีการต่อต้านมากนัก ลอร์ดแวนเดอร์ถูกนำตัวมายังห้องโถงใหญ่ของปราสาทเวสตัน ขณะที่ประชาชน ขุนนาง และพันธมิตรต่างรวมตัวกันเพื่อเฝ้าดูการพิจารณาคดี “ลอร์ดแวนเดอร์ เจ้าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว” เอเดรียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้ามีหลักฐานที่ยืนยันว่าเจ้าได้วางแผนกับศัตรูภายนอกเพื่อทำลายแคว้นเวสตัน เจ้าจะสาร
หลังจากการประชุมร่วมกับแคว้นเรเวอเรียนและพันธมิตร เอเดรียนตัดสินใจที่จะเริ่มการสืบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับขุนนางในแคว้นเวสตันที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ เขาเรียกประชุมลับในปราสาทเพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแผนการเผชิญหน้ากับศัตรูที่แท้จริงในห้องประชุมลับของปราสาทเวสตัน นายพลและขุนนางที่เอเดรียนไว้ใจได้มารวมตัวกัน มินตราอยู่เคียงข้างเขาเช่นเคย คอยให้คำแนะนำและสนับสนุนการตัดสินใจเอเดรียนเริ่มพูด “ข้าได้ตัดสินใจว่าเราจำเป็นต้องสืบสวนและจับตาดูขุนนางที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในแคว้น ข้าไม่สามารถปล่อยให้คนที่พยายามทำลายความมั่นคงของเรายังลอยนวลอยู่ได้”นายพลแคสันเห็นด้วย “ข้าคิดว่าเราควรเริ่มจากขุนนางที่เคยมีประวัติก่อกบฏหรือมีความขัดแย้งกับท่านในอดีต พวกเขาอาจเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากแคว้นอื่นเพื่อทำลายพันธมิตร”มินตราแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงรอบคอบ “และเราควรระวังไม่ให้การสืบสวนนี้สร้างความขัดแย้งภายในมากเกินไป ข้าคิดว่าเราควรให้ความสำคัญกับการหาหลักฐานและเจรจามากกว่าการใช้กำลัง”“เอเดรียน ท่านควรระวังว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกบฏอาจพยายามใช้ความกลัวและข่าวลือเ
หลังจากที่ลอร์ดเกรย์สันและลอร์ดเฟรเดอริกถูกจับกุมในข้อหากบฏ เอเดรียนจึงตัดสินใจเปิดเผยและจัดการกับการคบคิดภายในแคว้นอย่างเปิดเผย ด้วยการแสดงออกถึงความยุติธรรมและความเข้มแข็ง เขาต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรและประชาชน เพื่อให้เห็นว่าความมั่นคงและสันติภาพที่แท้จริงมาจากการร่วมมือกันในลานกว้างหน้าปราสาทเวสตัน ประชาชนจากทุกมุมของแคว้นมารวมตัวกันเพื่อเฝ้าดูการพิจารณาคดีของลอร์ดเกรย์สันและลอร์ดเฟรเดอริก บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและความคาดหวัง ขณะที่เอเดรียน มินตรา และขุนนางคนสำคัญยืนอยู่บนแท่นสูงเอเดรียนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พวกเจ้าทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ในวันนี้ เรามาเพื่อดูความยุติธรรมถูกแสดงออก พวกเจ้ารู้ว่าพวกเราพยายามสร้างพันธมิตรและความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับแคว้นอื่น ๆ แต่ยังมีคนที่พยายามทำลายสิ่งนี้”ลอร์ดเกรย์สันซึ่งถูกล่ามโซ่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน เขาหันมาทางเอเดรียนและพูดเสียงดังด้วยความโกรธ “ข้าเพียงแค่ต้องการปกป้องแคว้นนี้จากการตกไปอยู่ในมือของศัตรู ท่านไม่เห็นหรือว่าแคว้นเหล่านั้นต้องการทำลายเรา”มินตรายืนอยู่ข้างเอเดรียน ก้าวขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงสง
ขณะที่เอเดรียน โทมัสแคว้นแคร์วินและเอลธัสกำลังหารือเกี่ยวกับแผนการป้องกัน มีสายสืบคนหนึ่งกลับมาพร้อมกับข้อมูลที่สำคัญ เขาเข้ามาในห้องโถงประชุมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด “ท่านเอเดรียน ข้ามีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกลุ่มศัตรูที่พยายามเข้ามาขัดขวางการประชุมของเรา” สายสืบกล่าว เอเดรียนพยักหน้า “พูดมา ข้าต้องการรู้ทุกอย่างที่เจ้าค้นพบ” สายสืบเริ่มรายงาน “จากการสืบสวนของข้า เราพบว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการขัดขวางนี้ไม่ใช่แค่แคว้นศัตรูเพียงแคว้นเดียว แต่เป็นการรวมตัวของขุนนางบางกลุ่มที่ไม่พอใจการรวมอำนาจของท่านและไม่ต้องการให้แคว้นต่าง ๆ ร่วมมือกัน ขุนนางกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากแคว้นศัตรูที่ต้องการสร้างความไม่สงบในภูมิภาคนี้” โทมัสดยุกแห่งแคร์วินขมวดคิ้ว “เจ้าหมายความว่าศัตรูของเรามีคนอยู่ในแคว้นของท่านด้วยหรือ” เอเดรียนพยักหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ใช่ ข้าไม่แปลกใจเลยที่ยังมีคนที่ไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลง ขุนนางกลุ่มนี้เห็นว่าการรวมอำนาจของข้าและการสร้างพันธมิตรใหม่ทำให้พวกเขาสูญเสียอิทธิพล ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาทำลายสิ่งที่ข้าพ
หลังจากที่แคว้นเวสตัน แคว้นแคร์วิน และแคว้นเอลธัสลงนามเป็นพันธมิตรกัน เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง ประชาชนเริ่มมีความหวังที่ความสงบสุขจะมาเยือน แต่ความสงบที่เพิ่งจะเริ่มต้นนั้นกลับถูกคุกคามจากศัตรูที่ไม่คาดคิดที่มาจากภายในแคว้นเองเช้าวันหนึ่งขณะที่เอเดรียนกำลังอ่านรายงานและจดหมายในห้องทำงานส่วนตัว ทหารรักษาประตูคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกับจดหมายที่มีตราประทับของแคว้นแคร์วิน ท่าทางของทหารเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด“ท่านเอเดรียนขอรับ เมื่อสักครู่มีนายทหารจากแคว้นแคร์วิน นำจดหมายนี่มาส่งพร้อมกับข้อความจากท่านโทมัสดยุกแห่งแคร์วินบอกให้บอกท่านว่า นี่เป็นข้อความด่วนจากท่านโทมัสแคว้นแคร์วินขอรับ” ทหารคนนั้นกล่าวขณะยื่นจดหมายให้เอเดรียนเอเดรียนรีบรับจดหมายและรีบเปิดอ่านทันที ท่าทีของเขาเริ่มเปลี่ยนไปเมื่ออ่านเนื้อหาในจดหมายที่ส่งมาจากโทมัสดยุกแห่งแคร์วิน ใจความในจดหมายระบุว่าพวกเขาได้พบการเคลื่อนไหวลับของกลุ่มกบฏบางกลุ่มภายในแคว้นเวสตัน ซึ่งกำลังวางแผนที่จะโค่นล้มเอเดรียนและทำลายพันธมิตรที่เพิ่งสร้างขึ้นเอเดรียนขมวดคิ้วก่อนจะหันไปหามินตราที่อยู่ในห้องด้วยกันเหมือนแค่บอกกล่าวให้ฟังแต่ก็ขอคำปรึกษา “ด
หลังจากแคว้นเวสตันและแคว้นแคร์วินได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกัน ทั้งสองแคว้นก็เริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับแคว้นเอลธัสที่กำลังเตรียมการโจมตี กองทัพจากแคว้นแคร์วินเดินทางมาถึงแคว้นเวสตันอย่างรวดเร็ว พร้อมเข้าร่วมกับกองกำลังของเอเดรียนในการเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นในค่ายทหารของแคว้นเวสตัน เอเดรียนยืนอยู่ท่ามกลางแผนที่ที่แสดงเส้นทางและแนวชายแดน เขากำลังประชุมร่วมกับโทมัสดยุกแห่งแคว้นแคร์วินและทหารคนสำคัญของเขา โดยมีมินตรายืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อสนับสนุนและให้คำแนะนำดยุกโทมัสแห่งแคร์วินชี้ไปที่แผนที่ “ท่านเอเดรียน เราคาดว่าพวกเอลธัสจะโจมตีจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ นั่นคือพื้นที่ที่มีภูมิประเทศสูงและสามารถบุกได้ง่าย ถ้าเราสามารถตั้งกำลังป้องกันที่นั่นและตัดเส้นทางการเคลื่อนที่ของพวกเขาได้ เราจะมีโอกาสชนะมากขึ้น”เอเดรียนพยักหน้าพร้อมตอบกลับด้วยสีหน้าเห็นด้วย “ข้าตกลง เราจะจัดกำลังป้องกันที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ แต่เราต้องระวังไม่ให้เสียกำลังทหารมากเกินไป ข้าอยากให้พวกเราสร้างกับดักและดึงพวกมันเข้าสู่พื้นที่ที่เราควบคุมได้”“ข้าเห็นด้วยกับท่านทั้งสอง แต่ข้าเสนอว่าเราควรส่ง







