Share

บทที่ 9 สูตรลับของตระกูล

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 16:42:39

“มังกรเร้นกาย”

เมื่อได้ยินชื่ออาหารจากปากหญิงสาว คิ้วหนาของเสี่ยวเอ้อร์ก็พลันขมวดเข้าหากัน ที่ร้านอาหารเฟิ่งหวงของเขามีอาหารมากมายจากหลากหลายท้องถิ่น แต่กลับไม่เคยได้ยินชื่ออาหารชนิดนี้ หญิงสาวผู้นี้แม้แต่ใบหน้าก็ไม่กล้าเปิดเผย บางทีอาจเป็นพวกที่จงใจมาก่อกวนร้านของเขา

“ขออภัยแม่นาง ไม่ทราบว่าอาหารนี้เป็นของพื้นที่เขตใด และมีวิธีการทำอย่างไรหรือขอรับ”

“เจ้ากำลังสงสัยคนของข้าหรือ”

เซิ่นชิงหยวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาที่จ้องมองไปยังเสี่ยวเอ้อร์นั้นกลับแข็งกร้าวดุดัน ชัดเจนถึงความไม่พอใจ

“ขอคุณชายเซิ่นโปรดอภัย ข้าน้อยไม่ได้หมายความเช่นนั้น”

“แล้วเจ้าหมายความเช่นไร”

ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อร์พลันซีดเซียว แม้ว่าคุณชายเซิ่นจะเป็นคนมีหน้ามีตาและเป็นที่รู้จักของผู้คน ทว่าก็ไม่ได้หมายความว่าหญิงสาวผู้นี้จะไว้ใจได้ เพียงแต่ด้วยสถานะของเขาย่อมไม่อาจจะล่วงเกินคุณชายเซิ่นโดยตรง ขณะเดียวกันก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้อื่นมาทำลายชื่อเสียงของร้าน

ช่างเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากจริงๆ

หลิ่งฟางเซียงไม่ใช่คนโง่ย่อมรับรู้ได้ถึงการกระทำที่พยายามปกป้องของเซิ่นชิงหยวน ในใจของเธอจึงรู้สึกขอบคุณเขาเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะส่งยิ้มไปทางเสี่ยวเอ้อร์ที่ตอนนี้หน้าซีดตัวสั่นจนดูน่าสงสาร

“มังกรเร้นกาย เป็นอาหารจากทางเขตทางใต้บ้านเกิดของข้า เพียงแต่ต่างพื้นที่อาจมีชื่อเรียกต่างกัน วันนี้ข้ามีวัตถุดิบหลักมาพอดี หากทางร้านเฟิ่งหวงไม่รังเกียจข้าขอยืมครัวทำอาหารนี้ได้หรือไม่ บางทีทำเสร็จแล้วอาจจะเป็นอาหารที่เดิมทีร้านของท่านก็มีอยู่แล้ว เพียงแค่เรียกขานต่างกันเท่านั้น”

“ในเมื่อแม่นางกล่าวเช่นนี้ก็รบกวนแม่นางแล้ว”

ชายหนุ่มรู้สึกขอบคุณหญิงสาวตรงหน้าเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ให้เขา ในขณะที่เซิ่นชิงหยวนแสร้งยกชาขึ้นดื่มแล้วลอบยกยิ้มมุมปาก เขาอยู่ในวงการค้าขายมาตั้งแต่เกิด ย่อมมองแผนการของหญิงสาวตรงหน้าออก ดูเหมือนว่าตั้งแต่แรกนางก็ไม่ได้ต้องการมากินข้าวร่วมกับเขา แต่ต้องการมาเจรจาขายของเท่านั้น

หลิ่งฟางเซียงเดินตามเสี่ยวเอ้อร์หนุ่มมาที่ห้องครัวด้านหลัง ดวงตากลมเปล่งประกายยิ้มกว้าง ก่อนหน้านี้ตัวเธอยังกังวลว่าวัตถุดิบในคลังมิติที่มีไม่ครบอาจจะทำให้รสชาติของอาหารผิดเพี้ยนจนไม่เป็นที่ถูกปากของผู้คน ทว่าเมื่อได้เห็นวัตถุดิบที่หลากหลายในห้องครัวความกังวลก่อนหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นความมั่นใจถึง 9 ส่วน หันไปทางพ่อครัวใหญ่แล้วย่อตัวลงด้วยความนอบน้อม

“ข้าน้อยฟางเซียงขอเสียมารยาท แม้มังกรเร้นกายนี้จะเป็นอาหารท้องถิ่นที่สามารถหากินได้ทั่วไป ทว่าสูตรในการปรุงนี้เป็นสูตรลับของตระกูลข้า จึงขอท่านพ่อครัวอย่าถือสาหากข้าจะขอกั้นม่านระหว่างทำอาหาร”

“ไม่มีปัญหา”

หวงตง เป็นคนจากตระกูลพ่อครัวมาสามรุ่น ย่อมเข้าใจดีว่าสิ่งล้ำค่าของพ่อครัวก็คือสูตรลับของตระกูล ดังนั้นเขาจึงออกคำสั่งให้คนตั้งม่านบังตาให้กับหญิงสาว หลิ่งฟางเซียงย่อตัวพร้อมเอ่ยคำขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเริ่มลงมือ

แท้จริงแล้วมังกรเร้นกายนี้ก็คือก๋วยเตี๋ยวหลอดเจนั่นเอง เพียงแต่หากไม่ตั้งชื่อให้สูงส่งชวนสงสัยสักหน่อยจะทำให้พวกเขาสนใจได้อย่างไร 

มือเรียวหยิบถั่วงอกในตะกร้าออกมาล้างแล้วนำไปลวกให้พอสุก ก่อนจะหยิบเห็ดหอม เต้าหู้ และถั่วงอกลวกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  จากนั้นจึงนำเห็ดหอมลงผัดในน้ำมันจนหอมฟุ้ง ตามด้วยวัตถุดิบอื่นๆ ปรุงรสจนกลมกล่อมได้ที่ จึงนำมาห่อม้วนเป็นแท่งด้วยแผ่นฟองเต้าหู้ที่แช่น้ำจนนิ่ม และวางนึ่งบนเตาอีกรอบ

กลิ่นหอมของเห็ดหอมที่ผ่านการปรุงรสผสมผสานกับกลิ่นเฉพาะของถั่วงอกคละคลุ้งไปทั่วห้องครัวจนแม้แต่หวงตงก็ยังอดที่จะชะเง้อมองดูไม่ได้ ดวงตาคมจดจ้องความคล่องแคล่วของคนหลังม่านด้วยความชื่นชม 

ดูจากท่าทางของนางแล้ว ต้องเป็นหญิงสาวที่มีฝีมืองานครัวไม่น้อยจริงๆ

ผ่านไปราวสองเค่อ หลิ่งฟางเซียงก็ยกแผ่นฟองเต้าหู้ม้วนลงจากเตานึ่ง จัดวางลงในจานขนาดกลาง ใบละหนึ่งแท่ง หั่นแต่ละแท่งออกเป็นสามชิ้น โรยหน้าด้วยหัวไชโป๊เจียว วางคู่กับซีอิ๊วดำถ้วยเล็ก 

แน่นอนว่าเพียงแค่ได้ลิ้มรส พ่อครัวมือหนึ่งก็คงสามารถทำมังกรเร้นกายหรือก๋วยเตี๋ยวหลอดเจนี้ได้ เพียงแต่ซีอิ๊วดำนี้คาดว่าในยุคนี้คงยังไม่มีแน่นอน

หวงตงเป็นทายาทของพ่อครัวชีวิตของเขาคลั่งไคล้มากที่สุดก็คือการทำอาหารเมื่อได้เห็นมังกรเร้นกายของหลิ่งฟางเซียง ก็เกิดความรู้สึกต้องการลิ้มลองอยากศึกษาในทันที

“แม่นางฟางอาหารจานนี้ของท่าน ข้าขอชิมสักหน่อยได้หรือไม่”

“ย่อมได้อยู่แล้ว”

พูดจบก็ยกมังกรเร้นกายจานหนึ่งส่งให้หวงตง อีกทั้งยังผายมือไปยังอีกร่วมสิบจานที่เหลือแล้วพูดด้วยท่าทางสดใสจริงใจ

“เมื่อครู่ข้าพลั้งเผลอทำมังกรเร้นกายเสียหลายจาน เช่นนั้นก็รบกวนท่านพ่อครัวนำไปแจกจ่ายให้กับลูกค้าในร้านเถิดเจ้าค่ะ จะได้ไม่เป็นการเสียของ ส่วนนี่เป็นค่าวัตถุดิบที่ข้าใช้ไปเมื่อครู่”

มือเรียวส่งเงินหนึ่งตำลึงเงินให้กับเสี่ยวเอ้อร์ ก่อนจะหยิบมังกรเร้นกายจานหนึ่งเดินกลับไปยังชั้นบน

“ให้คุณชายเซิ่นรอนานต้องขออภัยด้วย”

“ธุระของเจ้าสำเร็จแล้วหรือ”

เมื่อถูกรู้ทันหลิ่งฟางเซียงก็ไม่คิดปกปิดอีก ริมฝีปากบางยิ้มกว้างวางอาหารในมือลงตรงหน้าเขา

“ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณชายเซิ่นที่ร่วมมือ ตัวข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทนนอกจากอาหารจานนี้เท่านั้น”

หึ!  เซิ่นชิงหยวนแค่นเสียงขบขันในลำคอ ก่อนจะใช้ตะเกียบในมือคีบอาหารตรงหน้า 

รสชาติกลมกล่อมแฝงกลิ่นหอมของเห็ดหอมและบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย เมื่อลองเขี่ยดูก็พบผักรูปร่างประหลาดหน้าตาไม่น่ากินซ่อนอยู่ภายใน

“สิ่งประหลาดนี้คือ”

“คือถั่ว...”

หลิ่งฟางเซียงยังไม่ทันอธิบายประตูห้องก็ถูกเปิดออก พร้อมกับเสี่ยวเอ้อร์หนุ่มที่พรวดพราดพุ่งเข้ามาคุกเข่าด้วยท่าทางร้อนรน

“แม่นางฟางได้โปรดช่วยเหลือด้วย!!!”

............................................................

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 20 ขอร้องเทพเซียน

    หลิ่งฟางเซียงนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงมาครึ่งคืนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้ ในใจของเธอเวลานี้รู้สึกคิดไม่ตก กังวลเรื่องที่ดินด้านหลังตำหนัก กว้างขวางขนาดนั้นหากต้องใช้แรงขุดจริงๆ เธอคงจะมือหักก่อนได้ปลูกผักมือเรียววาดกลางอากาศ เปิดระบบเข้าไปตรวจสอบร้านค้าหมวดอุปกรณ์ทางการเกษตร ก่อนที่ดวงตากลมจะเบิกกว้างเมื่อพบเครื่องพรวนดินระบบไฟฟ้าขนาดเล็กถึงแม้ว่าในยุคนี้ไม่มีไฟฟ้า แต่ในคลังมิติของเธอนั้นมีคุณสมบัติในการรักษาสภาพสินค้า ดังนั้นแค่ชาร์จแบตเตอรี่ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แต่ที่ทำให้หลิ่งฟางเซียงหนักใจก็คือ ราคาแลกเปลี่ยนเจ้าสินค้าชิ้นนี้กลับสูงถึง 20 คะแนน แพงยิ่งกว่าปิ่นปักผม 30 อันที่เธอแลกมาเมื่อวันก่อนเสียอีกหลิ่งฟางเซียงลังเลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าวันนี้เธอจะทำภารกิจสำเร็จและได้คะแนนเพิ่มมาถึง 100 คะแนน แต่คะแนนเดิมของเธอก็เหลือเพียงแค่ 10 คะแนน รวมกันแล้วมีเพียง 110 คะแนนเท่านั้น จะใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่ได้เด็ดขาด ทว่าเมื่อคิดถึงอนาคตที่ต้องอยู่ในระบบนี้ไปอย่างไร้กำหนด เธอก็ถอนหายใจยาวคนเราจะใช้จมูกผู้อื่นหายใจได้อย่างไรกัน ถึงแม้ว่าตัวเธอจะมีระบบร้านค้าที่มีข้าวของมากมายให้หยิบใช้ แต่ก็ต้อง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 19 นายหญิงคือเจ้าชีวิต

    ดวงตะวันเริ่มเคลื่อนคล้อยต่ำลง หลิ่งฟางเซียงมองดูหมอชราตรวจอาการให้ซ่งหลินซีด้วยสีหน้ากังวล ด้านหนึ่งก็ห่วงใยอาการของเด็กชายที่นอนอยู่ตรงหน้า อีกด้านก็คะนึงหาเด็กน้อยที่รออยู่ในตำหนักท้ายวังอ๋องฉิน“แม่นางฟาง อาการของลูกชายเจ้ารุนแรงอยู่ไม่น้อย ทั้งขาดอาหาร ทั้งบาดเจ็บภายใน เจ้าเป็นแม่คน ต่อให้เขาดื้อรั้นเพียงใดก็ไม่ควรลงมือหนักขนาดนี้”พูดพลางมองไปทางเด็กขายตัวโตอีกคนที่ผอมแห้งไม่ต่างกันช่างเป็นมารดาที่ย่ำแย่จริงๆ ทั้งที่รูปร่างงดงาม สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดี แต่กลับให้เด็กๆ ใช้ชีวิตรันทดถึงเพียงนี้หลิ่งฟางเซียงอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นมารดาร้ายกาจ อีกทั้งยังมีลูกชายเพิ่มขึ้นอีกสองคน ก็วางสีหน้าไม่ถูก กลับเป็นเด็กชายบนเตียงที่รู้ความรีบเอ่ยปากแทน“ท่านลุงหมอเข้าใจผิดแล้วขอรับ พวกเราเป็นเด็กกำพร้าไร้บ้าน วันนี้ถูกคนพาลรังแก นายหญิงไปพบเข้าเกิดความเมตตาจึงรับมาอยู่ด้วยขอรับ”เมื่อได้ยินคำอธิบายที่ชัดเจน หมอชราก็หันกลับมาโค้มศีรษะเอ่ยขออภัยต่อหญิงสาว พร้อมมอบใบสั่งยาให้ก่อนจะจากไปหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปจับมือของซ่งหลินซาง แล้ววางเงินอีแปะพวงหนึ่งไว้บนฝ่ามือเล็ก เด็กชายเงยห

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 18 ตามข้ากลับบ้าน

    “อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็มัดที่คอแทนก็แล้วกัน”มัดคอ ทันทีที่ได้ยินคำพูดนี้ออกมาจากปากของหญิงสาวที่ใช้ผ้าโปร่งอำพรางใบหน้าเอาไว้ดวงตาของเด็กชายก็ตวาดมองด้วยสายตาแข็งกร้าวช่างเป็นหญิงสาวที่โหดเหี้ยมจริงๆ แต่โหดเหี้ยมแล้วอย่างไร ขอเพียงวันนี้เขากับน้องชายสามารถออกไปจากที่นี่ได้ วันหน้าค่อยคิดวิธีการจัดการหญิงชั่วร้ายผู้นี้ก็ยังไม่สาย“เจ้าในตอนนี้เป็นทาสของข้า ศพนั่นแบกตามมา”ศพ! น้องเขายังไม่ตายเสียหน่อย ถึงแม้ในใจของเด็กชายจะคิดเช่นนั้น ทว่าต่อให้นางไม่สั่งเขาก็จะแบบน้องชายออกไปอยู่ดี ใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามหลิ่งฟางเซียงก็พาเด็กชายทั้งสองออกมาจากตลาดค้าทาสได้สำเร็จ ใบหน้าของเด็กชายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม อีกทั้งยังต้องแบกน้องชายที่หมดสติไว้บนหลังก็เต็มไปด้วยเม็ดหนึ่งที่ชุ่มโชก เธอไม่แม้แต่จะหันมามองเขาก็พูดเสียงเรียบ"เดินต่ออีกหนึ่งลี้ค่อยพัก"ไม่ใช่การถามไถ่แต่เป็นการออกคำสั่ง ดังนั้นต่อให้ไม่ยินยอมเด็กชายก็ทำได้แค่จำใจต้องเดินตามหญิงสาว โชคดีที่นางเป็นเพียงสตรีบอบบางที่เชื่องช้า เขาจึงไม่ได้เหนื่อยจนเกินไปไม่นานหลิ่งฟางเซียงก็หยุดเท้าพักที่ศาลาริมทาง ร่างเพรียวบางนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อน

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 17 ค่าของคน

    เซิ่นชิงหยวนส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยลา หลิ่งฟางเซียงยังคงสับสนในใจกับเรื่องที่ได้รับรู้ หรือแท้จริงแล้วอ๋องเฉินผู้นั้นไม่ได้เป็นดั่งเช่นที่เจ้าของร่างเดิมเข้าใจ"แจ้งเตือนจากระบบ!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!! กรุณากดรับภารกิจที่ 4!!"ในขณะที่กำลังคิดวิเคราะห์เรื่องราว เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น หลิ่งฟางเซียงโยนเรื่องทั้งหมดในความคิดทิ้ง รีบเดินเข้าไปด้านในบ้านวาดมือเปิดระบบก่อนจะกดไปที่หน้าภารกิจ"ภารกิจที่ 4 ช่วยชีวิตคน 1 คน"ช่วยคน! แม้ว่าภารกิจนี้จะดูไม่ยากนัก เพราะแค่หาคนใกล้ตายสักคนแล้วช่วยเหลือเขา ก็เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจทว่าสถานที่ที่มีคนใกล้ตายนั้นก็มีเพียงแค่... ลานประหาร... ที่นี่ต่อให้เธอไปได้ ก็คงช่วยคนไม่ได้ สนามรบ... หากไปที่นั่นเธอไม่ทันช่วยคนก็คงเป็นศพไปเสียก่อน พื้นที่โรคระบาด... ไม่มีโรคระบาด จะมีพื้นที่โรคระบาดได้อย่างไร แต่หากจะรอให้เกิดโรคระบาด อีกสิบปีเธอก็คงทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จหลิ่งฟางเซียงถอนหายใจยาว ทั้งที่เป็นภารกิจง่ายๆ แต่กลับทำได้ยากยิ่ง พลันดวงตากลมโตก็เบิกกว้าง เมื่อนึกสถานที่ที่หนึ่งได้เธอช่างโง่จริงๆ ลืมสถานที่ดีๆ แห่งนี้ไปได้อย่างไร“แม่นางอยาก

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 16 ให้ข้าเป็นสามี

    "บ้านของข้าอยู่ในซอยนี้ คุณชายเซิ่นส่งแค่นี้ก็พอเจ้าค่ะ”เซิ่นชิงหยวนเห็นท่าทางลำบากใจของหญิงสาวก็ไม่คิดรบเร้าตอแยให้คนอึดอัดใจ อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้รู้ที่อยู่ของนางแล้ว วันหน้ายังต้องกังวลเรื่องหานางไม่พบอยู่อีกหรือ“ได้! เช่นนั้นข้ากลับก่อน วันหน้าหากมีเรื่องอันใดก็มาหาข้าได้เสมอ”“ขอบ...”“แม่นางน้อย ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว นี่คงเป็นสามีของเจ้าใช่หรือไม่ แต่งตัวภูมิฐานเช่นนี้ย่อมต้องได้เจ้านายที่ดีอย่างแน่นอน มาๆ รีบมาทำสัญญากันเถิด”หลิ่งฟางเซียงไม่ทันเอ่ยปากสักครึ่งคำก็ถูกเถ้าแก่ฉินพูดรวบรัดจนจบประโยค จากนั้นก็เดินนำทาง“สามี? เซียงเซียงนี่มันเรื่องอะไรกัน”หัวใจที่พองโตของเซิ่นชิงหยวนพลันแตกสลายในทันที เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวมีสามีแล้ว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั้งอก จนแม้แต่ลมหายใจก็ยังติดขัด ใบหน้าคมก็พลันซีดเซียวขึ้นมา“ข้ากำลังจะซื้อบ้าน เพื่อความปลอดภัยจึงโกหกไปว่ามีสามีและน้องชายร่วมอยู่ด้วยกันเจ้าค่ะ”คล้ายใจที่แตกสลายได้รับยาวิเศษช่วยเยียวยาไม่เพียงอาการเจ็บปวดในอกจนหายใจติดขัดก่อนหน้านี้จะหายเป็นปลิดทิ้ง ตอนนี้ยังรู้สึกเต็มตื้นพองโตมากกว่าเดิม เชิดหน้าขึ้นขานรับด้วยสีหน้าอิ่มเอ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 15 ข้ายินดี

    หลังจากตกลงราคาซื้อบ้านได้แล้ว หลิ่งฟางเซียงก็รีบไปที่ร้านเครื่องประดับของเซิ่นชิงหยวน เสี่ยวติงเห็นคนก็จดจำได้ในทันที ดังนั้นจึงรีบให้บ่าวชายไปส่งข่าวแก่คุณชายของตน ก่อนจะออกมาต้อนรับหญิงสาวด้วยท่าทางกระตือรือร้น“แม่นางฟาง วันนี้ท่านมาที่ของเราเพื่อซื้อหรือว่า...”“ข้ามาขายของ”พูดจบก็ส่งกล่องไม้ใบหนึ่งให้อีกฝ่าย เมื่อหลงจู๊หนุ่มเปิดดูก็พบว่าด้านในคือปิ่นทองบุปผาประดับเกสรด้วยทับทิมสีแดงสด พร้อมกับต่างหูทับทิม ทว่าที่ทำให้เขาตกใจจนเกือบทำของในมือตกก็คือ...“ทับทิมโลหิต แม่นางฟางนี่มันของล้ำค่ามาก ท่านมีได้อย่างไร”ทับทิมโลหิต เป็นอัญมณีที่หายากมาก เพียงแค่เม็ดเล็กๆ ประดับหัวแหวนหนึ่งวงก็มีค่าถึง 1 ตำลึงทอง ทว่าปิ่นทองเล่มนี้ของแม่นางฟางเซียนกลับประดับไว้ถึง 1 , 2 , 3 , … 15 เม็ด นับรวมกับที่ต่างหูทั้งสองข้างก็ 17 เม็ด“เชิญท่านหลงจู๊ตีราคาเถิดเจ้าค่ะ”“แม่นางฟางของชิ้นนี้ล้ำค่าเกินไป ข้าเกรงว่าทางร้านของเราจะซื้อไม่ไหว”คิ้วเรียวของหลิ่งฟางเซียงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เธออุตส่าห์ใช้คะแนนสะสมถึง 10 คะแนนไปกับการแลกซื้อเครื่องประดับ 30 กว่าชิ้น เพื่อนำมาขายเปลี่ยนเป็นเงินใช้จ่าย และเพรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status