Share

บทที่ 8 สหายออกนอกกำแพง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 16:42:27

หลิ่งฟางเซียงเดินมาหยุดที่ริมกำแพงด้านหลังตำหนักมองความสูงของกำแพงตรงหน้าแล้วยกยิ้มกว้าง ก่อนจะเหวี่ยงเชือกปีนเขาในมือขึ้นไปบนขอบกำแพง ทดสอบดึงรั้งความมั่นคงของตะขอเกี่ยวแล้วค่อยๆ โหนตัวไต่ปีนขึ้นไปทีละขั้นด้วยความมั่นคง 

“พระชายา จะทรงทำอะไรเพคะ!!!”

ไป๋เหลียนฮวาร้องเสียงดังลั่น พร้อมกับอ้าแขนกว้างเตรียมรับร่างของผู้เป็นนายหากอีกฝ่ายพลาดพลั้งร่วงหล่นลงมา 

“พระชายา ระวังเพคะ พระชายา!!!”

เสียงร้องดังก้องของไป๋เหลียนฮวาทำให้ หลิ่งฟางเซียงหยุดชะงักถอนหายใจยาวก่อนจะหันมาพูดเสียงดุ

“เหลียนฮวา หากเจ้ายังไม่หยุดโวยวาย ก็เตรียมรับศพของข้าข้อหาขัดพระบัญชาหนีออกไปได้เลย”

ได้ยินคำขู่ของผู้เป็นนาย สาวใช้ตัวน้อยก็รีบยกมือขึ้นปิดริมฝีปากของตนเอง หลิ่งฟางเซียงมองท่าทางราวกับจะร้องไห้ของอีกฝ่ายแล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้ เพียงแต่ในชีวิตนี้ของนางยังต้องทำเรื่องราวอีกหลายอย่าง หากคนที่อยู่ข้างกายไม่มีความมั่นคงทางอารมณ์เช่นนี้อนาคตจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน ใช้เวลาไม่นานหลิ่งฟางเซียงก็ปีนข้ามกำแพงออกมาได้สำเร็จ และเพราะตำหนักของเธอนั้นอยู่ท้ายวัง ดังนั้นพื้นที่ด้านหลังกำแพงจึงเป็นเพียงพงหญ้ารกร้าง หลังจากสำรวจจนมั่นใจว่าไร้คน หลิ่งฟางเซียงก็เหวี่ยงเชือกปีนกำแพงชั้นนอกของวังอ๋องเฉินออกไปอีกชั้น

“ที่แท้ความอิสระนอกกำแพงก็โล่งสบายเช่นนี้เอง”

ใบหน้าหวานที่ยามนี้ใช้ผ้าโปร่งปิดอำพรางเอ่ยด้วยท่าทางสดใส เริ่มคิดวางแผนทำภารกิจของตน 

ในเมื่อถั่วงอกเป็นสินค้าที่ผู้คนไม่รู้จัก แน่นอนว่าหากคิดจะทำการค้าโดยตรงคงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นต้องเริ่มจากการทำให้คนรู้จักเสียก่อน หลิ่งฟางเซียงหยิบปิ่นปักผมเล่มหนึ่งออกมาจากคลังเก็บของในมิติเวลา จากนั้นก็ตรงไปที่ร้านขายเครื่องประดับ

“แม่นางน้อยต้องการซื้อสินค้าตัวไหนหรือขอรับ ปิ่น กำไล สร้อยคอ ต่างหู หรือแม้แต่แผ่นหยก พวกเราก็มีหมดทุกอย่าง”

แม้หลิ่งฟางเซียงจะแต่งกายเรียบง่าย แต่เพราะผ้าที่ตัดเย็บเป็นผ้าไหมชั้นดี หลงจู๊เจ้าของร้านจึงเดินออกมาต้อนรับนางด้วยตนเอง

“พูดตามตรงข้าไม่ได้มาซื้อแต่มาขาย”

เมื่อได้ยินว่าคนตรงหน้าจะมาขายของท่าทางของหลงจู๊หนุ่มก็เปลี่ยนไปในทันที เพียงแต่เมื่อเห็นปิ่นหยกที่หลิ่งฟางเซียงยื่นให้ดูดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเปล่งประกายในพริบตา

“แม่นางน้อยนี่มันปิ่นหยกหิมะ!!!”

หลิ่งฟางเซียงเดิมทีไม่รู้ว่าปิ่นหยกนี้มีค่ามากแค่ไหน แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหลงจู๊หนุ่มก็พอจะคาดเดาได้ว่าราคาของปิ่นนี้ต้องสูงมากอย่างแน่นอน ดังนั้นยามที่เขายื่นเสนอราคาแรกมาเธอจึงส่ายหน้าแล้วหมุนตัวเดินจากไป

“ห้าสิบตำลึงเงิน! แม่นางน้อยข้าให้มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

มุมปากของหลิ่งฟางเซียงยกขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเขาเสนอราคาแรกมาที่สามสิบตำลึงเงินหรอกหรือ ดังนั้นหลิ่งฟางเซียงจึงก้าวเดินอีกหนึ่งก้าว

“แปดสิบ! แปดสิบตำลึงเงิน”

เท้าเล็กก้าวไปอีกก้าว ในจังหวะที่กำลังจะพ้นขอบประตูเบื้องหน้าก็ถูกชายแปลกหน้าจับเอาไว้

“หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงเงิน”

“ตกลง! รับเป็นเงินสดไม่รับตั๋วเงิน”

เพราะการแลกตั๋วเงินต้องมีการยืนยันตัวตนของผู้แลกเปลี่ยน เธอที่เป็นนักโทษของวังอ๋องเฉินย่อมไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยรับเป็นเงินสดย่อมเหมาะสมที่สุด

ดวงตาคมของชายแปลกหน้ามองหญิงสาวเจ้าของปิ่นด้วยความสงสัย เงินหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงเงินไม่ใช่จำนวนน้อยๆ หากนางถือออกไปแล้วถูกคนไม่หวังดีสังเกตเห็นไม่เท่ากับหาภัยให้ตนเองหรือ

“แม่นาง เจ้าพกเงินติดตัวข้าคิดว่าไม่ค่อยปลอดภัยนัก ไม่สู้เจ้ารับเป็นตั๋วเงิน!”

“ข้าย่อมมีวิธีการของข้า หากท่านตกลงก็แลกเปลี่ยนของได้เลย หากไม่ตกลง...”

“เสี่ยวติง ไปเตรียมเงิน”

“ขอรับนายน้อย”

สังเกตจากท่าทางของหลงจู๊หนุ่ม ดูแล้วชายแปลกหน้าผู้สง่างามตรงหน้าคนนี้คงเป็นเจ้าของร้านเครื่องประดับแห่งนี้อย่างแน่นอน

“ขอบคุณ คุณชาย เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวก่อน”

“ไม่ทราบว่านามของแม่นางคือ...”

คิ้วเรียวของหลิ่งฟางเซียงขมวดเข้าหากันในทันที ท่าทางและสายตาที่หวาดระแวงไม่ไว้วางใจทำให้ชายหนุ่มรีบอธิบายเจตนาของตนในทันที

“แม่นางได้โปรดอย่าเข้าใจผิด ข้ามีนามว่า เซิ่นชิงหยวน รู้สึกชื่นชอบสินค้าของแม่นางเป็นอย่างยิ่ง จึงคิดว่าหากเป็นไปได้พวกเราสามารถร่วมทำกิจการกันได้หรือไม่”

“คุณชายหมายถึง?”

“หากแม่นางมีเครื่องประดับต้องการแลกเปลี่ยนในคราหน้า ขอให้มาที่ร้านของเรา ข้ารับรองว่าราคาที่จ่ายจะต้องเหมาะสมอย่างแน่นอน”

หลิ่งฟางเซียงเม้มริมฝีปากบาง ไม่ว่าในยุคไหน ชีวิตล้วนต้องขับเคลื่อนด้วยเงิน หากนางทำภารกิจสำเร็จแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนเป็นเครื่องประดับมาขายเช่นนั้นในภายหน้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้ชีวิตอีก

“คุณชายสามารถเรียกข้าว่าฟางเซียงก็ได้เจ้าค่ะ หากมีโอกาสข้าจะต้องนำสินค้ามาขายกับคุณชายอย่างแน่นอน”

“ขอบคุณแม่นางฟางที่ไว้วางใจร้านของข้า ไม่ทราบว่าวันนี้แม่นางฟางมีธุระที่อื่นอีกหรือไม่ หากไม่มีข้าอยากชวนแม่นางไปรับมื้อกลางวันด้วยกัน ถือว่าเป็นการฉลองความร่วมมือระหว่างเรา”

เดิมทีหลิ่งฟางเซียงคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อคิดบางอย่างได้ก็ยกยิ้มกว้างพยักหน้าตอบตกลงในทันที โดยก่อนออกจากร้านได้ขอให้เขาช่วยหาตะกร้าสานให้หนึ่งใบเพื่อใส่ของส่วนตัว แน่นอนว่าเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เกินความสามารถของเซิ่นชิงหยวน

“แม่นางฟางเชิญ”

มือหนาข้างหนึ่งเปิดม่านรถม้า อีกข้างยื่นให้หลิ่งฟางเซียงใช้เป็นหลักก้าวประคองตนเองขึ้นรถม้า จากนั้นใช้เวลาราวครึ่งเค่อก็มาหยุดอยู่ที่หน้าภัตตาคารหรูแห่งหนึ่ง

“ที่นี่คือร้านเฟิ่งหวง เป็นภัตตาคารอันดับหนึ่งของแคว้นเซียว แม่นางฟางต้องการกินอะไรสามารถสั่งได้เลย”

“อืม... ความจริงแล้วข้ามีอาหารบ้านเกิดอย่างหนึ่งที่อยากกิน ไม่ทราบว่าที่ร้านเฟิ่งหวงแห่งนี้มีหรือไม่”

“เชิญแม่นางเอ่ยได้เลยขอรับ”

เสี่ยวเอ้อร์ผู้ดูแลรับรองเอ่ยบอกด้วยท่าทางสุภาพ หลิ่งฟางเซียงยกยิ้มพอใจที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่ตนเองคาดการณ์ จากนั้นก็บอกออกไปด้วยเสียงหนักแน่น

“มังกรเร้นกาย”

.........................................

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทสุดท้าย

    “ชีวิตนี้ของข้าได้ปกป้องเจ้า ข้าไม่เสียใจ”เสียงแผ่วเบาเอ่ยจบประโยคก็กระอักเลือดออกมาอีกหน หลิ่งฟางเซียงส่ายหน้าไปมา“ไม่นะท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ยอม พระองค์ห้ามเป็นอะไรทั้งนั้น”มือเรียวรีบวาดในอากาศเปิดระบบร้านค้าโดยไม่กังวลว่าความลับจะถูกเปิดเผยอีกต่อไป จากนั้นกดเข้าไปที่หมวดร้านค้า ค้นรายการเพื่อหายาแก้สารพัดพิษ เพียงแต่ของสิ่งนั้นเป็นของที่ได้จากการทำภารกิจดังนั้นจึงไม่มีขายทั่วไปในระบบค้นหายาแก้สารพัดพิษไม่พยในระบบเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้ทางแก้ไข หลิ่งฟางเซียงก็ร้องไห้จนตัวสั่น ในใจหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็น อ๋องเฉินยกมือขึ้นวางบนแก้มเนียน มุมปากยกยิ้มอ่อนแรงให้นาง“เซียงเซียง วันหน้าไม่มีข้าอยู่ต้องดูแลตนเองให้ดี เข้าใจไหม”“ไม่! ข้าไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น หมอ! หมอมาหรือยัง!”เห็นท่าทางร้อนใจของนางในใจของหยางหย่งเล่อก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน เพียงแต่เวลานี้ตัวเขารู้สึกอ่อนแรงเกินกว่าจะขยับตัวโอบกอดปลอบโยนนาง“เซียงเซียง ข้า... รักเจ้า...”น้ำเสียงแผ่วเบาสุดท้ายเอ่ยออกมาก่อนที่ดวงตาคมจะปิดลง พร้อมกับลมหายใจของอ๋องเฉินที่ค่อย ๆ แผ่วลงทีละน้อย"ไม่นะ... ท่านอ๋อง หยางหย่ง

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 118 ได้ปกป้องเจ้าข้าไม่เสียใจ

    หลิ่งฟางเซียงมองดูทหารส่วนพระองค์สี่นายที่เข้ามาจับกุมตัวเธอแล้วขมวดคิ้วเรียว ดูเหมือนว่าอ๋องเฉินจะไม่ยอมทำตามคำร้องขอของเธอในจดหมายและยืนยันจะเข้าเมืองหลวง เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้อ๋องเฉินควรตกเป็นรองไม่ใช่หรือไร เหตุใดองค์ฮ่องเต้จึงทำราวกับว่าตนเองตกเป็นรองเช่นนี้เล่า“ขอพระสนมโปรดอภัยด้วย”“ไม่ต้อง พวกเจ้านำทางก็พอ”ด้วยรู้ดีว่าไม่สามารถสู้กำลังของอีกฝ่ายได้ หลิ่งฟางเซียงจึงไม่คิดต่อต้านให้ตนเองตกที่นั่งลำบาก แสร้งยอมเดินตามทหารส่วนพระองค์ไปด้วยท่าทางสงบ หากแต่ในใจกำลังขบคิดหาทางหนีทีไล่ให้ตนเอง“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท”หยางหย่งหมิงมองดูท่าทางว่าง่ายของหลิ่งฟางเซียงแล้วแค่นยิ้ม อ๋องเฉินเก่งกาจทางการรบแล้วอย่างไร สตรีของอีกฝ่ายในตอนนี้ไม่ใช่ว่าอยู่ในกำมือเขาหรือไร“สนมรัก เจ้ารู้หรือไม่ตอนนี้อ๋องเฉินกำลังจะบุกเข้ามาชิงตัวเจ้า”“จะเป็นไปได้อย่างไรเพคะ อ๋องเฉินเป็นเพียงอ๋องประจำเมือง ถึงจะมีตำแหน่งแม่ทัพแต่ทหารในมือก็มีเพียงน้อยนิดเท่านั้น”“แน่นอนว่าอาศัยเพียงกำลังทหารจากหัวเมืองเหนือเขาย่อมไม่กล้า แต่ที่เขากล้าก็เพราะเขามีกำลังหนุนจากอีกสามหัวเมืองอย่างไรเล่า”เมื่อได้ยินเรื่องนี้ใ

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 117 ข้าต้องปกป้องนาง

    ในวันถัดมาหลิ่งฟางเซียงให้ซ่งหลินซางไปสืบความทั้งในและนอกวังเพื่อประเมินสถานการณ์ อีกทั้งยังให้เขาปล่อยข่าวเรื่องว่าเธอเป็นหญิงกาลกิณี เพียงก้าวเข้าวังก็เกิดเรื่องสะเทือนแผ่นดินดังนั้นวันต่อมาองค์ฮ่องเต้หยางหย่งหลงจึงได้รับราชฎีกามากมายคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมคนใหม่ หากแต่เขาวางแผนอย่างยากลำบากเพื่อชิงคนของน้องชายมา แน่นอนว่าย่อมไม่คิดปล่อยมือโดยง่าย“เรื่องตำหนักหลังของข้ายังไม่ถึงคราวให้ขุนนางอย่างพวกเจ้าสอดมือ! ประกาศราชโองการออกไป ผู้ใดคัดค้านการแต่งตั้งพระสนมไป๋ให้ถือว่าต่อต้านข้าผู้เป็นฮ่องเต้ มีโทษเทียบเท่ากบฏ”แน่นอนว่าหลังจากที่หยางหย่งหลงประกาศราชโองการนี้ออกไปก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากคัดค้านอีก“ในเมื่อเขายังไม่ยอมถอย เช่นนั้นก็เพิ่มยาแรงอีกสักหน่อย อาซางคืนนี้เจ้าไปจัดการวางระเบิดศาลบรรพชน พรุ่งนี้โถงว่าราชการ วันถัดไปก็เป็นศาลาชมขันทร์ ข้าจะดูว่าฮ่องเต้ยังจะทนรับข้าเป็นสนมได้อยู่หรือไม่”“กระหม่อมรับพระบัญชา”ซ่งหลินซางรับกล่องระเบิดแล้วพลิ้วกายไปจัดการตามคำสั่งของผู้เป็นนาย และในยาวสวีเสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ก็สร้างความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วทั้งวังหลวง ด้วยไม

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 116 เตรียมตัวรอเป็นอย่างดี

    หลิ่งฟางเซียงหยุดเท้าที่หน้าโถงพระโรง ขันทีนำทางก็แจ้งแก่ขันทีหน้าประตูไม่นานก็ได้ยินเสียงขันทีด้านในประกาศดังก้อง“เชิญเสด็จพระสนมผินไป๋เข้าเฝ้า”สิ้นเสียงขันทีด้านในท้องพระโรง หลิ่งฟางเซียงก็ก้าวเท้าเข้าไปด้านใน สายตาของบรรดาขุนนางมองหญิงสาวที่สวมชุดสามัญ ใบหน้าครึ่งล่างอำพรางด้วยผ้าโปร่งแล้วพากันแค่นเสียงเย้ยหยันในลำคอ บางคนยังถึงขั้นเอ่ยออกมาโดยตรง“กระหม่อมทราบมาว่าพระสนมเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้าน ทว่าอย่างไรตอนนี้ก็ได้เป็นพระสนมแล้ว เรื่องมารยาทอย่างเครื่องแต่งกายก็ควรจะทราบบ้างนะพ่ะย่ะค่ะ”หลิ่งฟางเซียงปรายตามองอีกฝ่ายแล้วยกยิ้มเย้ยหยันใต้ผ้าโปร่ง ดูจากลักษณะของขุนนางผู้นี้แล้วน่าจะเป็นรองเจ้ากรมโยธาอันจ้าวเหยียน“รองเจ้ากรมอันกล่าวเช่นนี้กำลังตำหนิฝ่าบาทหรือ”อันจ้าวเหยียนอยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาด้วยโทษหมิ่นเบื้องสูงจึงรีบขยับตัวมาคุกเข่ากลางห้องโถงรีบเอ่ยแก้ต่างในทันที“กระหม่อมมิได้มีเจตนาเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ พระสนมทรงกล่าวหากระหม่อมเช่นนี้มีจุดประสงค์อันใดกันแน่”“ข้าเป็นเพียงแม่ค้าชาวบ้านจะกล่าวหารองเจ้ากรมไปทำไม อีกทั้งตอนนี้ตำแหน่งของข้าก็เป็นเพียงสนมขั้นผิน เทียบกับอันเฟยแล้วนับว่า

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 115 เดินทางเข้าวังหลวง

    สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วหลิ่งฟางเซียงสวมชุดที่รัดกุมก้าวออกจากจวนอ๋อง ทว่าทันทีที่รถม้าเดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองทางทิศใต้ เบื้องหน้าก็มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากขวางกั้นเอาไว้“พวกเราไม่ยอมให้ใครพาพระชายาไปทั้งนั้น!”"ใช่! พวกเราไม่ยอม! พระนางเป็นชายาของท่านอ๋องแล้ว จะเข้าวังไปเป็นพระสนมได้อย่างไรกัน"เมื่อมีเสียงคนที่หนึ่งร้องคัดค้าน คนที่สองที่สามก็ร้องตาม เจียงฟ่านที่ยืนรออยู่หน้าประตูขบกรามแน่น จ้องมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความคับแค้นใจ ในอดีตเขากับอ๋องเฉินฝึกฝนเรียนรู้และเติบโตมาพร้อมกัน ทว่าเพียงเพราะอีกฝ่ายเป็นเชื้อพระวงศ์จึงมีโอกาสมากกว่า เพียงไม่กี่ปีก็เป็นแม่ทัพพิทักษ์แดนเหนือ ครอบครองพื้นที่ศักดินากลายเป็นแม่ทัพปกครองเมือง ในขณะที่เขาเป็นเพียงแม่ทัพไร้นามผู้หนึ่งเท่านั้นวันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก ว่าการเป็นศัตรูกับข้านั้นมีจุดจบเช่นไร“ขัดขวางราชโองการมีโทษประหาร! ใครกล้าก็ลองดู”แม้จะถูกข่มขู่ด้วยโทษตาย หากแต่ชาวบ้านตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิด พากันถืออาวุธที่พอจะหาได้ ทั้งไม้ จอบ เสียม กำมั่นเอาไว้ด้วยสายตาแน่วแน่ ต่อให้ต้องสู้จนตัวตายะวกเขาก็ไม่คิดถอยหนีพระชาย

  • ทะลุมิติครั้งนี้ไม่เป็นแล้วพระชายาท้ายวัง   บทที่ 114 สั่งความ

    "ราชโองการแห่งองค์ฮ่องเต้ ไป๋ฟางเซียงมีคุณงามความดี ช่วยเหลือประชาชนจากโรคระบาด เป็นสตรีอันควรเป็นแบบอย่าง โปรดแต่งตั้งขึ้นเป็น 'ผิงไป๋' รับราชโองการ..."หลิ่งฟางเซียงคล้ายถูกสายฟ้าฟาดลงมากลางวันแสกๆ ทั้งที่เธอพยายามหลบหลีด้วยวิธีการสารพัดแต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลบเลี่ยงชะตานี้หานตงขมวดคิ้วแน่น แม่นางไป๋เป็นสตรีของท่านอ๋อง เขาจะไม่ยอมให้ผู้ใดแย่งชิงนางไปจากผู้เป็นนาย แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นองค์ฮ่องเต้ก็ตาม“แม่นางไป๋ คือพระชายาของท่านอ๋อง จะไปเป็นสนมของฝ่าบาทได้อย่างไร""ขัดราชโองการมีโทษเท่ากับกบฏ ทหารจับตัวมันสังหารเสีย!!""ช้าก่อนท่านแม่ทัพ หานตงทำเช่นนี้จะกล่าวว่ากบฏได้อย่างไรต้องกล่าวว่ามีใจภักดีต่างหาก"รุ่ยหลินเฮ่อรีบเอ่ยปากช่วยคน โดยจงใจใช้เสียงที่ดังกว่าปกติ เพื่อเรียกความสนใจจากชาวเมืองโดยรอบ"แม้ว่าแม่นางไป๋จะยังไม่ได้ผ่านพิธีการของราชวงศ์ แต่นางก็เข้าจวนอ๋องมาอย่างเป็นทางการ มีพยานบุคคลยืนยันเป็นจำนวนมาก! ท่านประกาศราชโองการออกมาเช่นนี้ กลับสร้างความเสื่อมเสียให้ฝ่าบาท ทำให้พระองค์ตกเป็นที่ครหาของผู้คนว่าเป็นกษัตริย์แย่งชิงภรรยาชาวบ้าน!”"แม่นางไป๋ ยังไม่ผ่านพิธีการของราชวงศ์ จะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status