LOGIN‘แม่... หนูยังอยู่’
ความรู้สึกประหลาดก่อตัวขึ้นในอกของสาวโสดที่ไม่เคยคิดจะมีลูก
น้ำตาเม็ดโตไหลลงมาอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ความเสียใจของเธอ แต่มันคงเป็นความโล่งใจของเจ้าของร่างเดิม หรือไม่ก็สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ยังตกค้างอยู่
“โอเค... โอเค...”
น้ำอุ่นสูดหายใจเข้าลึก ปาดน้ำตาทิ้งอย่างลวก ๆ แววตาที่เคยสับสนเริ่มเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นตามนิสัยเดิม
“ในเมื่อตายแล้วเกิดใหม่ ฉันก็จะไม่ยอมตายซ้ำสองเพราะความโง่เรื่องผู้ชายแน่ ฟังนะเจ้าหนู... แม่คนใหม่ของเธอ ไม่ใช่คนเดิมที่จะยอมให้ใครมาโขกสับอีกแล้ว”
แอด...
เสียงประตูห้องพักฟื้นถูกเปิดออก ตามด้วยร่างของพยาบาลสาวที่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจื่อน ๆ
“เอ่อ... คุณเพียงรัก ฟื้นแล้วเหรอคะ?” ท่าทีของพยาบาลดูหวาดระแวง ราวกับกลัวว่าคนไข้จะลุกขึ้นมาอาละวาด
น้ำอุ่นปรับสีหน้าทันที เข้าใจว่าเพียงรักคนเก่ามีนิสัยยังไง แต่ตอนนี้เธอคือน้ำอุ่น การควบคุมอารมณ์คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด
“ค่ะ ขอน้ำหน่อยได้ไหมคะ” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
พยาบาลดูประหลาดใจกับความสงบเสงี่ยมนี้ แต่ก็รีบส่งแก้วน้ำให้ หลังจากจิบน้ำจนชุ่มคอ พยาบาลก็แจ้งข่าวที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“คุณสิบทิศกำลังเดินทางมานะคะ คงใกล้ถึงแล้ว”
ทันทีที่ได้ยินชื่อ สิบทิศ ความทรงจำของเพียงรักก็ส่งผ่านความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเข้ามา
แต่น้ำอุ่นกลับปัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือภาพจำของผู้ชายเห็นแก่ตัว ปากร้าย และใจดำอำมหิต
‘ผู้ชายพรรค์นี้เหรอที่เธอยอมแลกชีวิตด้วย ไร้สาระสิ้นดี’
น้ำอุ่นยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นหน้าห้อง ตามมาด้วยเสียงประตูที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายคุกคามและอันตรายแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันทีที่ปรากฏตัว
สิบทิศ เกื้อสกุล ตัวจริงดูดีกว่าในความทรงจำเสียอีก รูปร่างสูงใหญ่สมส่วนภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเผยให้เห็นรอยสักรูปงูที่พันรอบแขนแกร่ง
ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวกับเทพบุตรปีศาจ แต่สิ่งที่ทำลายความดูดีนั้นจนหมดสิ้น คือแววตาที่มองมาที่เธอ แววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจขยะแขยง
“ตื่นแล้วเหรอ? นึกว่าจะตายคาอ่างน้ำไปแล้วซะอีก!”
ประโยคแรกที่ทักทายช่างระคายหูจนน้ำอุ่นต้องลอบกลอกตา
สิบทิศเดินดุ่ม ๆ เข้ามาประชิดเตียง ค้ำมือลงกับขอบเตียง ก้มหน้าลงมาจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจกรุ่นกลิ่นมิ้นต์ผสมบุหรี่จาง ๆ
“เรียกร้องความสนใจเก่งเหลือเกินนะเพียงรัก คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะสงสารเหรอ? คิดว่าฉันจะรีบแจ้นมาโอ๋เธอหรือไง!”
เขาตะคอกใส่หน้าเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นไปด้วยโทสะ
“จำใส่สมองกลวง ๆ ของเธอไว้ซะ ว่าต่อให้เธอตายไปจริง ๆ ฉันก็จะไม่เสียน้ำตาให้เธอแม้แต่หยดเดียว! ผู้หญิงสกปรกอย่างเธอ แค่ให้ใช้นามสกุลร่วมกับฉันก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว!”
คำด่าทอที่สาดซัดเข้ามาเหมือนน้ำกรด ถ้าเป็นเพียงรักคนเดิมคงร้องไห้คร่ำครวญ กอดขาอ้อนวอนขอความเมตตา
สำหรับน้ำอุ่น เธอนั่งนิ่ง หลังตรงพิงหัวเตียง ประสานสายตากับเขาอย่างไม่ลดละ
จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาคู่นั้น พลางวิเคราะห์ผู้ชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว...
‘หล่อ... รวย... แต่ EQ ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทัศนคติเข้าขั้นติดลบ’
ความเงียบที่ผิดปกตินี้ทำให้สิบทิศเริ่มชะงัก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เขาคิดว่าจะได้เสียงร้องไห้ ทุบตีตัวเอง
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมีเพียงความนิ่งสงบ และรอยยิ้มมุมปากที่ดูแคลนเขาอย่างปิดไม่มิด
ใช่... เธอกำลังยิ้มเยาะเขา
น้ำอุ่นขยับริมฝีปากแห้งผากเอื้อนเอ่ยวาจาที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบ
“ด่าจบหรือยังคะ?”
น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกเย็นสันหลัง
“ถ้าจบแล้ว... ก็เชิญไสหัวออกไปได้เลยค่ะ ฉันเหม็นขี้หน้าคุณ จะอ้วก!”
สิบทิศเบิกตากว้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่กลางสี่แยกไฟแดง
คำพูดที่สวนกลับมาไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยได้ยินจากปากผู้หญิงคนนี้
น้ำอุ่นเชิดหน้าขึ้น แววตาพราวระยับด้วยความท้าทาย
“อ้อ... แล้วช่วยกรุณาจำใส่สมองของคุณด้วยเหมือนกัน ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับลูกไม่ต้องการความสงสาร หรือแม้แต่เศษเงินของคุณ เชิญคุณกลับไปกอดทิฐิของคุณให้ตายคาอกเถอะค่ะ... เชิญ!”
เธอผายมือไปทางประตู ราวกับไล่สุนัขจรจัด
สิบทิศยืนนิ่งงัน ทำอะไรไม่ถูกเป็นครั้งแรกในชีวิต
ผู้หญิงตรงหน้า... ใช่เพียงรักคนเดิมแน่หรือ?
ทำไมแววตาคู่นั้น ถึงได้ดูน่ากลัวและทรงอำนาจกว่าเขาเสียอีก!
“หุบปาก... อึก... อย่าพูด...” น้ำอุ่นหน้าแดงจัด หลับตาแน่นหนีความจริงที่น่าอับอาย“หึ”สิบทิศไม่รอช้า เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของตัวเองลง ปล่อยความเป็นชายที่ขยายตัวจนปวดหนึบออกมามันแข็งขึงและร้อนผ่าวพร้อมรบเต็มที่เขาแทรกกายเข้ามาระหว่างขาเธออีกครั้ง จับสะโพกมนให้ยกสูงขึ้นรับแรงกระแทก“จำไว้นะ คนที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้ได้ มีแค่ฉันคนเดียว”พูดจบเขาก็ดันแก่นกายใหญ่โตเข้าไปในช่องทางคับแคบนั้นรวดเดียวจนสุดความยาวปึก!“กรี๊ดดด เจ็บ!”น้ำอุ่นกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บจุก ช่องทางที่ร้างราเรื่องอย่างว่ามานานกว่า 6 ปีบีบรัดตัวตนของเขาแน่นจนสิบทิศต้องขบกรามแน่น ซี๊ดปากด้วยความเสียวซ่านที่แทบขาดใจ“แน่นชิบ ผ่อนคลายหน่อยสิ เดี๋ยวก็ฉีกหรอก” เขาบอกเสียงพร่า ก้มลงจูบซับเหงื่อที่ขมับชื้นของเธอ ปลอบประโลมให้เธอผ่อนคลายลงแต่น้ำอุ่นยังคงเกร็งตัวแน่น เล็บจิกท่อนแขนเขาจนเลือดซิบ“เอามันออกไป ฮึก... คนเลว”“สายไปแล้ว”สิบทิศเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าหาอย่างเนิบนาบแต่หนักหน่วง ทรงพลัง เขาถอนกายออกจนเกือบสุดแล้วกระแทกกลับเข้าไปใหม่ ย้ำ ๆ ซ้ำ ๆ ที่จุดกระสันภายในพั่บ... พั่บ... พั่บ...เสียงเนื้อกระทบเนื้อด
บรรยากาศภายในห้องนอนกว้างขวางถูกปกคลุมด้วยความมืดสลัวจากแสงไฟหัวเตียงสีส้มอ่อนทว่าอุณหภูมิภายในห้องกลับพุ่งสูงขึ้นจนแทบระเบิดด้วยแรงอารมณ์ของสองร่างที่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่บนเตียงคิงไซซ์หนานุ่ม“ปล่อยนะ ไอ้คนสารเลว! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”น้ำอุ่นกรีดร้องเสียงหลง พยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแกร่งร่างบางบิดเร่าถีบขาไปมา แต่ก็เหมือนลูกไก่ในกำมือราชสีห์ เมื่อสิบทิศใช้เข่าแกร่งแทรกกลางระหว่างขาเรียวของเธอกดตรึงสะโพกมนให้อยู่กับที่ พร้อมกับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไพล่ขึ้นเหนือศีรษะกดแนบไปกับหมอนนุ่มด้วยมือเพียงข้างเดียว“ปากเก่งนักนะ”สิบทิศคำรามเสียงต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและแรงปรารถนาโน้มลงมาจนชิดลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดใบหน้านวลที่แดงก่ำด้วยความโกรธ“ด่าฉันอีกสิ ยิ่งเธอด่า ฉันยิ่งมีอารมณ์”ดวงตาสีเทาของเขาวาวโรจน์ดุจสัตว์ป่าที่กำลังหิวกระหาย จ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังสั่นระริกนั่นด้วยความมันเขี้ยวก่อนจะก้มลงฉกวูบดูดดึงริมฝีปากล่างของเธออย่างแรงจนน้ำอุ่นสะดุ้งเฮือก“เจ็บ อื้อ!”กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ คละคลุ้งในโพรงปากเมื่อเขากัดริ
น้ำอุ่นเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่มีทางเลือก... อีกแล้ว“ก็ได้... เชิญ!”เธอเดินกระแทกส้นเท้านำเขาไปที่ลิฟต์ โดยมีสิบทิศเดินตามประกบหลังไม่ห่างราวกับเงาปีศาจบรรยากาศภายในลิฟต์โดยสารที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 25 เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันน้ำอุ่นยืนกอดอกจ้องมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทีละชั้น พยายามข่มใจไม่ให้หันไปมองคนข้าง ๆ แต่รังสีข่มขวัญที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจเงาสะท้อนในบานประตูลิฟต์เผยให้เห็นสิบทิศที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอผ่านกระจกเงาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นิ่งสงบเกินไป นิ่งจนน่ากลัวเหมือนทะเลก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่มติ้ง!เสียงลิฟต์จอดที่ชั้น 25 น้ำอุ่นรีบก้าวขาเดินออกไปทันที เธอไขคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพัก แต่ยังไม่ทันจะก้าวเท้าเข้าไปร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก็เบียดตัวแทรกเข้ามา พร้อมกับดันร่างของเธอเข้าไปในห้องแล้วถีบประตูปิดตามหลังเสียงดังสนั่นปัง!“โอ๊ย เจ็บนะ!”สิบทิศไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคว้าไหล่บางทั้งสองข้างของเธอ เหวี่ยงร่างระหงไปกระแทกกับผนังห้องอย่างแรง“อึก”น้ำอุ่นจุกจนหน้าเหยเก ความเจ็บปวดแล่นร้าวไปทั่ว
เย็นวันเดียวกันท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆดำก้อนมหึมาที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาจนเกือบจะแตะยอดตึกระฟ้าเสียงฟ้าร้องครืนครางแว่วมาแต่ไกลราวกับสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่กำลังจะอุบัติขึ้นทว่าพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของสิบทิศรถสปอร์ตเอสยูวีสีดำสนิทเลี้ยวปาดหน้าเข้าจอดเทียบท่าหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นจน รปภ. ที่ยืนเข้าเวรอยู่สะดุ้งสุดตัวประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก้าวลงมาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีเทาเกรี้ยวกราดดุจสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมเขี้ยวเจษที่รีบขับรถตามมาอีกคัน ลงจากรถแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาประกบเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“นายครับ ใจเย็นก่อนนะครับ ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวจะเป็นข่าว”“ฉันไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น!” สิบทิศตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง “นายทำตามหน้าที่ไป กันตัวเด็กออกไปซะ ส่วนแม่ฉันจะจัดการเอง”จังหวะนั้นเอง ประต
“พอใจหรือยัง คุณต้องการอะไรกันแน่!”“ขึ้นไปคุยกันบนห้อง” สิบทิศสั่งเสียงเฉียบขาด“ไม่ มีอะไรก็คุยตรงนี้”“จะเอาแบบนั้นเหรอ?” สิบทิศเลิกคิ้วมองไปรอบ ๆ ล็อบบี้ที่มีลูกบ้านเริ่มเดินผ่านไปมาและมองดูด้วยความสนใจ “อยากให้คนทั้งคอนโดรู้ไหมว่าเพียงรักผู้แสนดี แท้จริงแล้วเป็นเมียมาเฟีย? อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งอีกรอบไหม?”น้ำอุ่นเม้มปากแน่นจนห้อเลือด เธอไม่มีทางเลือก... อีกแล้ว“ก็ได้... เชิญ!”เธอเดินกระแทกส้นเท้านำเขาไปที่ลิฟต์ โดยมีสิบทิศเดินตามประกบหลังไม่ห่างราวกับเงาปีศาจบรรยากาศภายในลิฟต์โดยสารที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่ชั้น 25 เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันน้ำอุ่นยืนกอดอกจ้องมองตัวเลขดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นทีละชั้น พยายามข่มใจไม่ให้หันไปมองคนข้าง ๆ แต่รังสีข่มขวัญที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนเธอรู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจเงาสะท้อนในบานประตูลิฟต์เผยให้เห็นสิบทิศที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง จ้องมองเธอผ่านกระจกเงาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก นิ่งสงบเกินไป นิ่งจนน่ากลัวเหมือนทะเลก่อนพายุใหญ่จะพัดถล่มติ้ง!เสียงลิฟต์จอดที่ชั้น 25 น้ำอุ่นรีบก้าวขาเดินออกไปทันที เธอไขคีย์การ์ดเปิดประตูห้องพั
เย็นวันเดียวกันท้องฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครถูกปกคลุมด้วยเมฆดำก้อนมหึมาที่เคลื่อนตัวต่ำลงมาจนเกือบจะแตะยอดตึกระฟ้าเสียงฟ้าร้องครืนครางแว่วมาแต่ไกลราวกับสัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่กำลังจะอุบัติขึ้นทว่าพายุฝนฟ้าคะนองที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของสิบทิศรถสปอร์ตเอสยูวีสีดำสนิทเลี้ยวปาดหน้าเข้าจอดเทียบท่าหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมหรูอย่างรวดเร็วและรุนแรงเสียงล้อบดเบียดกับพื้นถนนดังสนั่นจน รปภ. ที่ยืนเข้าเวรอยู่สะดุ้งสุดตัวประตูรถฝั่งคนขับถูกกระชากเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของสิบทิศก้าวลงมาด้วยท่วงท่าที่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิตใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาสีเทาเกรี้ยวกราดดุจสัตว์ร้ายที่บาดเจ็บและพร้อมจะขย้ำศัตรูให้จมเขี้ยวเจษที่รีบขับรถตามมาอีกคัน ลงจากรถแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาประกบเจ้านายด้วยสีหน้ากังวล“นายครับ ใจเย็นก่อนนะครับ ที่นี่คนเยอะ เดี๋ยวจะเป็นข่าว”“ฉันไม่สนหน้าไหนทั้งนั้น!” สิบทิศตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่แม้แต่จะหันไปมอง “นายทำตามหน้าที่ไป กันตัวเด็กออกไปซะ ส่วนแม่ฉันจะจัดการเอง”จังหวะนั้นเอง ประต







