LOGINความรักที่ไม่คิดว่าจะลงเอ่ยกันได้ ภพ ทายาทเพียงคนเดียวของ ฟรุ๊ตเอ็มไพร์ ชายหนุ่มที่หยิ่งทนงค์ในศักดิศรีของตัวเอง เรียนไม่จบ ดื้อรั้นจนเป็นนิสัย ไม่ฟังใคร ไม่สนใจโลกภายนอกทำให้ชีวิตพลิกผันมาเป็นกรรมกรเข็นผัดรับจ้างรายวันที่แทบจะไม่พอกินได้ค่าแรงอันน้อยนิด ไม่มีที่ซุกหัวนอน มาเจอเข้ากับคุณหนูหลิน ที่ขี้วีนขี้เหวี่ยง ดูถูกคนเป็นนิสัย ทายาทเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ เห็นแกตัวเป็นที่สุด เรื่องชุลมุนเริ่มต้นขึ้นเมื่อภพได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของหลินในฐานะคนดูแลน้องหมา เมื่อหนุ่มกรรมกรมาเจอกับสาวขี้วีน ชอบดูถูกคนอื่น ชอบทำตามใจตัวเองไม่ยอมใคร แต่ภพก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุด เรื่องสนุกเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ภพก้าวขามาอยู่ในบ้านของหลินตั้งแต่ก้าวแรก จากไม่ชอบหน้า กลายมาเป็นคู่กัดที่ไม่น่าจะมีวันลงรอยกันได้ เหมือนน้ำมันกับไฟเจอกันเมื่อไหร่ก็พร้อมจะเผาทุกอย่างให้วอดวาย
View Moreเสียงประกาศผลสอบหน้าเสาธงดังกระหึ่ม แต่สำหรับภพเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลที่ท้าทายโลกแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับเสียงลมที่พัดผ่านใบหูของภพ ยืนกอดอกพิงกำแพงตึกเรียนอย่างไม่ใส่ใจโลก ไม่ได้สนใจเลยว่าผลสอบจะออกมาในทิศทางไหน สายตาของภพเรียบนิ่งไม่ไหวติง สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มเพื่อนที่กำลังเฮลั่นเมื่อได้ยินชื่อตัวเองจบการศึกษา มันเป็นความภาคภูมิใจที่นักเรียกทุกคนรอคอย ยกเว้นภพที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลย
"ไอ้ภพ ทำไมมึงไม่ไปฟังผลกับพวกกูวะ" นนนี่ เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของภพวิ่งหน้าตื่นมาหาภพแล้วถามขึ้น
"ฟังไปก็เท่านั้น ยังไงก็ไม่จบรู้ทั้งรู้ว่าคำตอบมันจะเป็นยังไงทำไมต้องไปดูว่ะ" ภพยักไหล่ท่าทางของภพคือไม่ได้ดูทุกข์ร้อนอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆ ที่อนาคตทั้งอนาคตของตัวเองกำลังจะดับวูบลงไป
"เฮ้ย พูดเป็นเล่นน่า มึงลอกงานกูส่งทุกวิชา คะแนนเก็บมึงเต็มเหนี่ยวไม่มีทางหรอกที่มึงจะไม่จบเชื่อกูดิ" นนนี่ตบบ่าเพื่อนแรงๆเป็นเชิงให้กำลังใจแต่ในใจของนนนี่กับมีความคิดกังวลอยู่ไม่ใช่น้อย
"แต่กูไม่ได้เข้ากิจกรรม คะแนนจิตพิสัยกูเป็นศูนย์ ครูสมศรีบอกว่าต่อให้คะแนนสอบเต็มร้อย แต่จิตพิสัยไม่ผ่าน ก็คือไม่ผ่าน" ภพพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวกับว่ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายของชีวิตเด็กมัธยมปลายปีสุดท้ายยังไงยังงั้น
"โธ่เว้ย แล้วมึงจะทำยังไงต่อวะ" นนนี่ถามขึ้นอีกครั้งด้วยอารมณ์หัวเสียอย่างเห็นได้ชัด
"ก็ไม่ทำไง กูยอมหักไม่ยอมงอ ในเมื่อครูอยากขีดเส้นชีวิตกูด้วยปลายปากกาหมึกแดง กู ก็จะเดินออกไปขีดชีวิตตัวเองด้วยสองตีนกูนี่แหละไม่ต้องห่วงหรอกเพื่อนกูดีใจด้วยที่มึงเรียนจบตามที่มึงหวัง" ภพแสยะยิ้มมุมปากออกมาแล้วพูดขึ้น คำพูดของภพทำให้นนนี่อ้าปากค้างกับสิ่งที่พึ่งได้ยินมา แต่ก่อนที่จะได้ทักท้วงอะไร ภพก็คว้ากระเป๋าเป้ที่วางพิงไว้ขึ้นสะพายบ่า
"กูไปล่ะ เจอกันข้างนอกว่ะเพื่อน" ภพก้าวเดินออกจากรั้วโรงเรียนโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ทิ้งไว้เพียงความงุน งง ของเพื่อนรักและอนาคตที่ยังมองไม่เห็นปลายทางไม่รู้ว่าชีวิตจะดำเนินไปทางไหนต่อ
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เขาเรียกว่าบ้านบรรยากาศเย็นเยียบก็ต้อนรับภพทันที พ่อของภพนั่งหน้าเครียดอยู่บนโซฟาหลุยส์ตัวใหญ่ในมือถือใบแจ้งผลการเรียนที่โรงเรียนส่งตรงมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้วโดยที่ภพ
"แกจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไงภพ" เสียงทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นพร้อมมองค้อนมาที่ลูกชาย
"ก็ตามนั้น ผมไม่จบพ่อก็รู้คำตอบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ" ภพตอบสั้นๆ ขณะก้มลงถอดรองเท้าผ้าใบเก่าๆออกจากเท้า
"แกทำบ้าอะไรของแก นี้มันอนาคตทั้งชีวิตของแกทำไมถึงทำตัวเป็นเด็กไม่มีความคิดแบบนี้แล้วต่อไปแกจะทำมาหากินอะไรวะ" พ่อของภพตวาดลั่นจนแม่ของภพต้องรีบวิ่งออกมาจากครัวเพื่อมาห้ามพ่อของภพที่กำลังดุลูกชายคนเดียวอยู่
"คุณคะ ใจเย็นๆนะคะค่อยๆ คุยกับลูกนะคะ"
"จะให้ใจเย็นได้ยังไง ลูกชายคนเดียวของคุณเรียนไม่จบ มัวแต่ทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ไปวันๆ อนาคตจะเอาอะไรกินคนอย่างมัน มันไม่เอาไหน" พ่อของภพพูดขึ้น ภพเงยหน้าขึ้นสบตาพ่ออย่างไม่เกรงกลัว
"ผมบอกแล้วไงว่าต่อให้ไม่เรียนผมก็ไม่อดตายและผมจะไม่ขอความช่วยเหลืออะไรจากที่บ้านทั้งนั้น" ภพพูดขึ้นอีกครั้ง
"ปากดี หึ มึงมันปีกกล้าขาแข็งนักใช่ไหม ได้ถ้าแกคิดว่าเก่งนักก็ไสหัวออกจากบ้านฉันไปเลย ไปพิสูจน์สิว่าคนที่ไม่เห็นหัวใครอย่างแกจะรอดได้สักกี่น้ำคนอย่างแกยังไงก็ไปไม่รอด" พ่อของภพพูดออกมาเสียงดังคำว่าไสหัวไปเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจคนเป็นแม่ แต่สำหรับภพแล้วมันคือสิ่งที่ภพคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
“ได้" ภพรับคำสั้นๆ แล้วหมุนตัวเดินขึ้นห้องนอนของตัวเองไปในทันที
"คุณค่ะ ทำไมพูดกับลูกแบบนั้นละคะ" แม่ของภพน้ำตานองหน้าถามผู้เป็นสามีขึ้น
"ปล่อยมันไป ให้มันออกไปเจอโลกความจริงบ้าง จะได้เลิกทำตัวหยิ่งผยองในศักดิ์ศรีจอมปลอมของมันสักที แล้วมันจะได้รู้ว่าสิ่งที่มันกำลังจะไปเผชิญในโหดร้ายมากแค่ไหน" พ่อของภพพูดขึ้นพร้อมกับมองตามลูกชายคนเดียวไปอย่างไม่ละสายตา
ภพใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีในการเก็บของใช้ที่จำเป็นที่สุดใส่กระเป๋าเป้ใบเดิม ภพมองไปรอบๆห้องที่เต็มไปด้วยของเล่นราคาแพงและคอมพิวเตอร์สเปคเทพที่ภพเก็บเงินซื้อเองทุกชิ้น แม้บ้านของภพจะร่ำรวยมากแต่ตัวของภพเองก็ไม่เคยเอ่ยปากขออะไรจากพ่อแม่เลย
เพราะรู้ดีว่าพ่อสนใจแต่งานจนไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องเล็กน้อยของลูกชายอย่างภพเลย การขอถึงจะดูเป็นเรื่องง่ายดายแต่ภพเองไม่เคยคิดจะทำ บัดนี้ศักดิ์ศรีที่ภพกำลังยึดถือนั้นกำลังจะถูกทดสอบในสนามจริงของชีวิตที่ภพเป็นคนเลือกเอง
ภพก้าวลงบันไดมาโดยไม่มองหน้าใครเลยแม้แต่คนเดียว แม่ของภพวิ่งเข้ามากอดทันทีที่ลูกชายก้าวขาลงบนไดขั้นสุดท้าย
"ภพอย่าไปเลยนะลูก อยู่กับแม่นะ นะลูกนะ อย่าไปสนใจที่พ่อเขาพูดเลยนะลูก" แม่ของภพพูดออกมาทั้งน้ำตา
"ผมขอโทษครับแม่ แต่ผมต้องไป" ภพกอดตอบผู้เป็นแม่แล้วพูดออกมา แล้วภพก็ก้าวเท้าออกจากประตูบ้านหลังใหญ่ที่เคยให้แต่ความอ้างว้าง ปลายทางของภพคือบ้านเช่าหลังเล็กๆ ของนนนี่ เพื่อนที่ถึงแม้ฐานะจะต่างกันราวฟ้ากับเหว แต่กลับเป็นคนที่เข้าใจภพมากที่สุดในตอนนี้ นนนี่ไม่เคยพูดดูถูกหรือทำร้ายจิตใจภพเลยสักครั้งมีแต่ให้กำลังใจ มันคือสิ่งที่ภพต้องการมากท่าสุดซึ้งไม่มีใครรู้เลยนอกจากนนท์นี้ว่าภพต้องการอะไรมากที่สุด
ภพก้าวพ้นประตูรั้วอัลลอยด์บานยักษ์ออกมา ลมเย็นของช่วงพลบค่ำปะทะเข้าที่ใบหน้า แต่มันกลับไม่หนาวเหน็บเท่ากับคำพูดของพ่อที่ยังดังก้องอยู่ในหัวคนอย่างแกยังไงก็ไปไม่รอด ภพกระชับสายเป้ที่ไหล่ซ้าย มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงเดินไปตามทางเท้าที่ทอดยาวอย่างไร้จุดหมาย แสงไฟนีออนจากเสาไฟฟ้าเริ่มทำงานทีละดวง ส่องให้เห็นเงาของเด็กหนุ่มที่ดูโดดเดี่ยวแต่กลับทระนงอย่างประหลาดภพหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ หาคนเดียวที่ตัวของภพเองไว้ใจที่สุดในตอนนี้
“กูออกจากบ้านแล้วนะ กำลังไปหา” ภพ ไม่ถึงนาทีข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้นมา
“เชี่ย มึงเอาจริงเหรอวะ เออๆ มาเลยกูรออยู่หน้าปากซอยแถวนี้หมาดุนะมึง ระวังตัวด้วย” ภพหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการเยาะเย้ยโลก แต่มันคือรอยยิ้มที่รู้ว่าอย่างน้อยในโลกที่แสนเฮงซวยนี้ ภพเองก็ยังมีที่พักใจเล็กๆ รออยู่ ภพเดินมาหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมล์หน้าหมู่บ้านหรู มองกลับเข้าไปข้างในเป็นครั้งสุดท้าย คฤหาสน์หลังนั้นเปรียบเสมือนกรงทองที่ขังตัวของภพเองไว้กับความคาดหวังและคำดูถูกมาตลอดสิบแปดปี แต่วันนี้ กรงนั้นได้เปิดออกแล้ว แม้ว่าโลกข้างนอกจะมืดมิดและอันตรายแค่ไหน แต่มันก็คืออิสระที่เขาโหยหา
รถเมล์สายเก่าที่สภาพซอมซ่อเคลื่อนมาจอดเทียบท่า ภพก้าวขึ้นไปนั่งริมหน้าต่างปล่อยให้ลมพัดผ่านหน้าไป
"เส้นชีวิตของผม ผมจะเขียนมันเอง" ภพพึมพำกับตัวเองเบาๆ สายตามองไปยังถนนข้างหน้าที่ไม่มีใครรู้เลยว่าความเป็นลูกคุณหนูที่หยิ่งในศักดิ์ศรีจะเอาตัวรอดได้อย่างไรในบ้านเช่าหลังเล็กๆ ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศไม่มีอาหารราคาแพง และไม่มีอำนาจของพ่อมาคอยคุ้มกะลาหัวเขาเองอีกต่อไป
งานแต่งงานของภพและหลินถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่อบอุ่นที่คาเฟ่ "Sirawattana Garden & Eatery" สาขาแรก สถานที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและความรักของพวกเขาทั้งสอง ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติซึ่งก็คือครอบครัวและพนักงานที่ร่วมต่อสู้กันมานนนี่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวยืนยิ้มอย่างมีความสุขมองเพื่อนรักที่ในที่สุดก็ได้พบกับความสุขที่แท้จริง หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตมาด้วยกัน"ผมขอสัญญาว่า จะดูแลผู้หญิงคนนี้ให้ดีที่สุด จะรักและซื่อสัตย์ต่อเธอเพียงคนเดียวตลอดไป" ภพกล่าวคำปฏิญาณ"ฉันก็ขอสัญญาว่า จะเป็นภรรยาที่ดี จะอยู่เคียงข้างคุณไม่ว่าจะทุกข์หรือสุขตลอดไปเช่นกันค่ะ" หลินกล่าวตอบทั้งน้ำตาทั้งสองแลกแหวนและจุมพิตกันท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของทุกคนหลังแต่งงาน ภพและหลินก็ยังคงทำงานหนักเพื่อพัฒนาอาณาจักรของพวกเขาต่อ
ท่ามกลางบรรยากาศที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝนและเหตุการณ์อันตรายมาได้ไม่นาน คฤหาสน์สิริวัฒนากลับถูกเนรมิตให้กลายเป็นสวนสวรรค์ขนาดย่อม ภพรีบอาบน้ำชำระล้างคราบเขม่าและหยิบชุดที่ดูดีที่สุดที่ภพแอบสั่งตัดไว้มาสวมใส่ แม้ใจจะยังเต้นแรงจากเหตุการณ์ที่ท่าเรือ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของหลิน ความนิ่งขรึมของ CEO จอมดุก็ละลายหายไปกลายเป็นชายหนุ่มที่ประหม่าที่สุดในโลกภพจูงมือหลินเดินออกมาที่ระเบียงกว้างซึ่งมองเห็นสวนทุเรียนและทุ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา แสงจันทร์หลังฝนตกสว่างนวลตา และที่สำคัญคือกลิ่นดินกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ภพสั่งให้คนสวนเตรียมไว้เป็นพิเศษ"ภพ นายพาฉันออกมาทำไมคะดึกๆ แบบนี้ ลมเย็นนะ เดี๋ยวคุณไม่สบาย" หลินเอ่ยถามพลางกระชับเสื้อคลุม แววตาของหลินยังมีความกังวลเล็กๆ หลงเหลืออยู่ภพหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้ากับหลิน ภพจับมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา
ความตึงเครียดในอาณาจักรสิริวัฒนาพุ่งขึ้นสู่จุดเดือดสูงสุด บรรยากาศรอบตัวภพแผ่ซ่านไปด้วยรังสีอำมหิตที่แม้แต่นนนี่เองยังรู้สึกเสียวสันหลัง การที่สิงห์หนีไปได้เปรียบเสมือนการปล่อยเสือเข้าป่า และนั่นหมายความว่าชีวิตของหลินยังแขวนอยู่บนเส้นด้ายตราบใดที่คนบงการยังลอยนวล ภพและนนนี่เริ่มปฏิบัติการพลิกแผ่นดินโดยใช้ทุกสรรพกำลังที่มีในมือห้องทำงานของภพถูกเปลี่ยนเป็นวอร์รูม นนนี่สั่งการทีมไอทีและสายสืบจากเครือข่ายตลาดเก่าให้กระจายตัวออกไปทั่วทุกมุมเมือง ข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวกับฟ้าถูกขุดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ฟ้าเกิดจนถึงปัจจุบัน"ทุกรายชื่อที่นังนั่นเคยโทรหา ทุกพิกัด GPS ที่โทรศัพท์มันเคยไป กูต้องการภายใน 10 นาที" นนนี่ตะโกนใส่ลูกน้อง แววตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้กร้าวระคายเหมือนสิงห์ร้าย ภพนั่งนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพวงจรปิดจากทั่วเมือง นิ้วของภพกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน"มันไม่มีทางห
ภพก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าปกติ แม้จะวางใจได้เปลาะหนึ่งที่หลินอยู่ภายใต้การดูแลของพ่อและแม่ที่คฤหาสน์ แต่สัญชาตญาณบางอย่างในตัวเขายังคงเตือนว่าพายุกำลังจะมา เขาเรียกนนนี่เข้าพบในห้องทำงานทันที“นนนี่ เรื่องที่กูสั่ง จัดการไปถึงไหนแล้ว” ภพถามเสียงต่ำ สายตาจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอาคารสูง นนนี่วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ สีหน้าเปลี่ยนจากขี้เล่นเป็นจริงจัง“กูจัดทีมรปภ มือดีที่สุดชุดละ 6 คน วนเฝ้ารอบบ้านพักพิกัดคฤหาสน์สิริวัฒนาตลอด 24 ชั่วโมงแล้วภพ ทุกจุดบอดมีกล้อง CCTV เชื่อมต่อตรงเข้ามือถือกูและทีมรักษาความปลอดภัยกลางแต่กูมีเรื่องจะบอกมึงเพิ่มว่ะ”“เรื่องอะไร” ภพหันกลับมา“กูส่งคนไปตามดูไอ้ฟ้า มันไม่ได้กลับบ้านว่ะภพ มันหายเข้าไปในย่านสลัมแถวชานเมืองตั้งแต่เมื่อคืน และมีคนเห็นมันอยู่กับ ไอ้สิงห์ มือปืนรับจ้างที่





![รอยรักพันธะร้าย[นิยายชุดรักไม่ตั้งใจ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)