LOGIN“ไม่จริง!!” แค่ได้ยินลูกชายเล่าเหตุการณ์ของเขา มันดูย้อนแย้งจนต้องเถียงออกมา ลู่เฉินหมิงนึกไม่ออกว่าเขาไปกอดกับผู้ช่วยอย่างม่อฝานตอนไหน แต่เรื่องไปกินข้าวแน่นอนว่าต้องไปเพราะหนังเรื่องใหม่กำลังจะเปิดกล้องเร็วๆนี้ และฉางหนิงคือนักแสดงที่ทางช่องส่งมา
“ผม…” กำลังจะอธิบายแต่เธอยกมือขึ้นห้ามก่อน “ฟังเสี่ยวจินพูดให้จบสิคะ” เขายอมสงบใจ มือเล็กจับนิ้วผู้เป็นแม่ไว้แน่น เธอเองก็บีบให้กำลังใจ เด็กน้อยจึงพูดต่อ “หม่ามี๊ที่ได้ยินทุกอย่างรีบวิ่งขึ้นไปคว้ากระเป๋าก่อนจะโทรไปหาคนขับรถของปะป๊า จากนั้นคุณย่าก็ตามขึ้นไป บอกว่าหากหม่ามี๊ยอมหย่า จะยกเสี่ยวจินให้หม่ามี๊ แลกกับการแบ่งทรัพย์สินที่เป็นธรรมที่สุด” เฉินหมิงได้ยินคำนั้นพร้อมน้ำตาของลูกชายที่หยดเหมะลงบนผ้าห่มก็ยกมือขึ้นลูบหน้า “พอเถียงกันแรงเข้าหม่ามี๊บอกว่า ไม่หย่า!! ก็เตรียมวิ่งลงไปแต่จู่ๆก็เหมือนสะดุดอะไรบางอย่าง หม่ามี๊ตกบันไดลงมาตั้งแต่ชั้นบนเลยคับ” คราวนี้ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนสูดลมหายใจเข้าปอด ว่านชิวเห็นแบบนั้นก็ย้ำให้ภาพความจริงมันแจ่มแจ้ง “แม่คุณเอาขาออกมาขัดขาฉันไว้…” เขาก้มหน้าลง “เสี่ยวจิน ลูกไม่โกหกพ่อใช่ไหม ก่อนหน้าเหตุการที่อยู่ในบ้าน ทำไม…ลูกถึงไม่เคยพูด” เขานั่งลงก่อนจับลูกชายหันมา ว่านชิวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนดึงสายน้ำเกลือออกจนเลือดกระฉูด เธอใช้มือกดห้ามแผลก่อนส่ายหน้าไม่ให้พยาบาลพิเศษที่นั่งอยู่ไม่ไกลเข้ามา “ว่านว่านคุณทำอะไร!!” เฉินหมิงตกใจจนร้องถามและรีบลุกขึ้นมาดู “ลำคาญ ทำอะไรไม่ถนัดสักที!! น้ำเกลือกระปุกนี้ฉันไม่เอาแล้ว จากนี้ฉันจะดูแลตัวเองกินข้าวให้ตรงเวลา เอาไปเก็บแล้วค่อยกลับมาทำแผล” เธอสั่งพยาบาลรวดเดียว แม้จะเห็นสายตาห่วงใยของคนเป็นสามี แต่เธอไม่อาทร เขาคือหัวหน้าครอบครัวที่ปกป้องใครไม่ได้ บ้างานจนลืมความทุกข์ยากของลูกเมียควรโดนลงโทษด้วยเช่นกัน!! ”คุณดูนี่นะ“ มือที่ยังเจ็บเลิกเสื้อลูกชายขึ้น รอยเขียวช้ำเต็มแผ่นหลังทำเฉินหมิงนิ่งค้าง ”นี่มัน!! อะไรกัน!!“ เธอยิ้มเยาะ รอยเขียวช้ำนี้ไม่มีใครรู้แม้แต่ร่างเดิมก็ไม่รู้ว่าลูกชายโดนอะไรมาบ้าง มีแต่เธอนี่แหละที่เห็นทุกอย่าง ย้อนไปยันวันแต่งงานของเขาด้วยซ้ำ!! ”เสี่ยวจินถึงเวลาที่ลูกต้องปกป้องตัวเอง และปกป้องแม่แล้ว ลูกพูดได้หมดทุกอย่าง แผลนี้ลูกได้มายังไง“ เธอถามลูกชายที่ยังมองเลือดที่หลังมือแม่ไม่ละสายตา ”คุณย่าหยิกบ้าง แม่บ้านฉีหยิกบ้าง บางทีก็ถูกไม้ขนไก่ฟาด เวลาที่ผมร้องหาม๊าบ่อยๆ หรือเวลาที่ผมห้ามไม่ให้ม๊าออกไปตามปะป๊า” ตุบๆ กำปั้นของเฉินหมิงทุบลงบนอก ดวงตาแดงก่ำแต่เขาไม่ปล่อยให้น้ำที่ขังคลอหน่วยตามันรินไหล “เฉินหมิง ฉันรู้ว่าการเป็นแม่ลูกมันยากจะตัดขาด แต่เพราะว่า…ฉันเองก็เป็นแม่ที่มีลูกชายเหมือนกัน ฉันคิดว่า…ฉันจะไม่ทนให้ลูกฉันอยู่แบบนี้!!” ว่านชิวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ว่านว่านคุณหมายความว่ายังไง” เขาขยับมานั่งริมเตียงดึงลูกชายเข้าไปกอด มองเธอด้วยสายตาลุแก่โทษ “ฉันจะทำได้แน่ๆ ขอแค่มีลูก ฉันจะหย่ากับคุณ แต่ก่อนจะหย่าครอบครัวคุณต้องชดใช้ให้ลูกฉัน!!”ใบหน้าสวยหวานสะบัดออกไป ท่าทางที่เดินราวกับนางพญาทำต้าจวงโกรธจัดจนตัวสั่นเทิ่ม“ตะตั้งแต่เมื่อไหร่!! ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มันหายบ้าคะคุณแม่” สะใภ้ใหญ่ที่แอบมองดูสถานการณ์รีบวิ่งเข้ามาประคองแม่สามีพร้อมยกยาดมมาจ่อจมูก สะใภ้เล็กพัดวีไม่ห่าง“ไม่ได้การแล้ว หากมันมาทวงทุกอย่างคืน ที่เราทำมาทั้งหมดต้องพังแน่ๆ” สะใภ้เล็กอย่างสวี่เถียนเอ่ยอย่างร้อนรน“ถ้าเป็นแบบนั้นบริษัทของพี่ใหญ่ที่เตรียมจะเปิดเราจะทำยังไงดีคะ บริษัทนั้นหากได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ตระกูลลู่ของเราต้องเป็นนักธุระกิจแถวหน้าของเมืองเอแน่นอน!!” สะใภ้ใหญ่อย่างเสี่ยวฮุยวาดฝันให้แม่สามีเห็นถึงความสำคัญของธุระกิจสามี โดยลืมคำนึงไปว่าตระกูลลู่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะการสนับสนุนของเฉียนว่านชิวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเงินหรือทรัพยากรมนุษย์“นั่นสิคะ ตอนนี้ธุระกิจทัวร์ของพี่สามดีขึ้นมาก หากได้เงินลงทุนที่พอเหมาะ ต้องไปได้สวย ลำพังแค่เงินที่พี่ีรองช่วยในบ้าน ต้องรวบรวมกี่ปีเราจะรวยแบบนี้หล่ะคะ” เมื่อหลายปีก่อนทุกคนเพิ่งผ่านพ้นการปฏิวัติทางการเมือง พี่ชายคนโตที่เคยเป็นเพียงพ่อค้าเครื่องปรุงต้องปิดร้านเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วนน้องชายคนที่สามนั้น
คำพูดนั้นทำว่านชิวเผลอกกรอกตาก่อนจะถอนหายใจ พยักหน้าให้ทนายหยิบเอกสารบางอย่างมาแจกจ่ายให้ทุกคน“ก่อนทำงานพวกเธอเซ็นสัญญาจ้างงานในนามของเฉียนว่านชิว แต่ตอนทำงานกลับรับใช้คนอื่น!! เก็บความสาระแนนั่นไม่ไหว ฉันจำเป็นต้องหมดเงินไปกับการจ่ายเงินคนที่ไม่ซื่อสัตย์งั้นหรอ?” คำพูดนิ่มๆแต่สายตาเชือดเฉือนทำเหล่าคนรับใช้เริ่มอยู่ไม่สุข แม่บ้านฉีเตรียมส่งสายตาขอร้องต้าจวง แต่คนอย่างต้าจวงหรือจะสนใจอะไร ตอนนี้เธอมองลูกสะใภ้คนรองคล้ายอยากจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ“แก!! เหอะ!! วางมาดอะไรของแก ร้อยวันพันปีแกสนใจเรื่องในบ้านหรือไง แกรู้ไหม เมื่อคืนที่เฉินหมิงไม่กลับ เพราะอะไร? เพราะการบาดเจ็บของแกมันจะไปสำคัญกว่าดาราสวยๆสาวๆอย่างฉางหนิงได้ยังไงหล่ะ” เมื่อคิดว่าด่าเธอไปก็รั้งแต่จะเปลืองน้ำลาย จึงหันมาเล่นงานจุดอ่อนที่เคยได้ผลประจำแทน“แกหน่ะนะ มันก็เป็นแค่อีบ้าที่เอาแต่ใจ แกบกพร่องไปสะทุกอย่าง!! แกมันไร้ค่า!!” ร่างผอมบางยกยิ่มลุกขึ้นยืนและแคะหูคล้ายฟังไม่ถนัด“ค่ะ คุณแม่อยากให้หย่าหรอคะ?” เธอกอดอกและเดินเข้ามาใกล้แม่สามี“อดทนเอาหน่อยนะคะ ถ้าทนไม่ไหวก็เอาสิบล้านมากองตรงหน้าสิ เหอะ!! มันจะสมหวังง่ายๆได้ยังไง!!“
คำพูดนั้นเฉินหมิงไม่คิดห้าม เขานั่งสอบถามลูกไปเรื่อยๆ จนลืมเวลา จึงได้รับรู้ว่าที่ผ่านมาครอบครัวเขาสร้างเรื่องเลวร้ายอะไรไว้บ้าง และนอกจากภรรยาเขาจะถูกปั่นหัว ลูกชายเขาก็คือคนที่รับความเกลียดชังเข้าเต็มๆ“คุณต้องไปทำงานนะ อย่าลืม” ร่างกายของมารดาลู่จินหมิงอ่อนแอเกินไป เธอคิดว่าเพราะเจ้าของร่างเดิมเอาแต่ตามสามีและเครียดหนัก จึงทรุดโทรมเช่นนี้ แค่เธอเหลือบมองกระจกก็แทบช็อค!!…การรักคนอื่นมากกว่าตัวเองไม่มีอะไรดีเลยแฮะ!!…”พรุ่งนี้อย่าพึ่งออกจากโรงพยาบาล เสร็จงานผมจะมารับ“ เขาก้มมองนาฬิกาก็ตัดสินใจลุกขึ้น เธอดึงจินหมิงให้นอนข้างเธอบนเตียง เด็กน้อยที่มีอายุแค่3ขวบง่วงจนตาจะปิดเธอจึงลูบหัวเบาๆ”เฉินหมิง คุณทำงานไปเถอะ ทำให้มันสำเร็จเพื่ออนาคตของจินหมิง เรื่องในบ้านฉันจะจัดการเอง ถ้าคุณ…อึดอัดใจกับความร้ายของฉัน ออกจากโรงพยาบาล เราไปหย่ากัน!!“ เพื่อป้องกันเรื่องร้ายในอนาคต หลังเอาคืนคนพวกนั้นแล้ว เธอจะเลี้ยงจินหมิงให้ดีที่สุด ให้เขาโตไปมีอนาคตและชื่อเสียงในด้านดีๆ ”ว่านชิว ผม…“ เธอปิดปากตาลงไม่อยากฟัง เพราะมั่นใจว่าเขาลังเล นั่นแปลว่าแม้แต่คำพูดของลูกชายเขาก็คงไม่เชื่อ เมื่อเห็นว่าวันนี้ยั
“ไม่จริง!!” แค่ได้ยินลูกชายเล่าเหตุการณ์ของเขา มันดูย้อนแย้งจนต้องเถียงออกมา ลู่เฉินหมิงนึกไม่ออกว่าเขาไปกอดกับผู้ช่วยอย่างม่อฝานตอนไหน แต่เรื่องไปกินข้าวแน่นอนว่าต้องไปเพราะหนังเรื่องใหม่กำลังจะเปิดกล้องเร็วๆนี้ และฉางหนิงคือนักแสดงที่ทางช่องส่งมา“ผม…” กำลังจะอธิบายแต่เธอยกมือขึ้นห้ามก่อน“ฟังเสี่ยวจินพูดให้จบสิคะ” เขายอมสงบใจ มือเล็กจับนิ้วผู้เป็นแม่ไว้แน่น เธอเองก็บีบให้กำลังใจ เด็กน้อยจึงพูดต่อ“หม่ามี๊ที่ได้ยินทุกอย่างรีบวิ่งขึ้นไปคว้ากระเป๋าก่อนจะโทรไปหาคนขับรถของปะป๊า จากนั้นคุณย่าก็ตามขึ้นไป บอกว่าหากหม่ามี๊ยอมหย่า จะยกเสี่ยวจินให้หม่ามี๊ แลกกับการแบ่งทรัพย์สินที่เป็นธรรมที่สุด” เฉินหมิงได้ยินคำนั้นพร้อมน้ำตาของลูกชายที่หยดเหมะลงบนผ้าห่มก็ยกมือขึ้นลูบหน้า“พอเถียงกันแรงเข้าหม่ามี๊บอกว่า ไม่หย่า!! ก็เตรียมวิ่งลงไปแต่จู่ๆก็เหมือนสะดุดอะไรบางอย่าง หม่ามี๊ตกบันไดลงมาตั้งแต่ชั้นบนเลยคับ” คราวนี้ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนสูดลมหายใจเข้าปอด ว่านชิวเห็นแบบนั้นก็ย้ำให้ภาพความจริงมันแจ่มแจ้ง“แม่คุณเอาขาออกมาขัดขาฉันไว้…” เขาก้มหน้าลง“เสี่ยวจิน ลูกไม่โกหกพ่อใช่ไหม ก่อนหน้าเหตุการที่อยู่ในบ้
คำตอบของว่านชิวทำทุกคนในที่นี้อ้าปากค้าง“มันเป็นบ้าอะไรคะ ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เอาแต่อาละวาดทำตัวน่ารังเกียจหรือไง!!” พี่สะใภ้กระซิบถามแม่สามี “แก!!” ร่างอวบอ้วนกำลังจะตรงเข้าไปทำร้ายร่างกายลูกสะใภ้คนรองเหมือนที่แล้วๆมา จนลืมไปว่าตอนนี้ลูกชายผู้เป็นสามีของว่านชิวก็อยู่ด้วย!!“แม่!!” เสียงเรียกของลูกชายคนโต เหมือนหญิงชราฟื้นคืนสติ เขาส่งสายตาให้มองน้องชายที่ขมวดคิ้วหมุ่นคล้ายกับไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหนดี มือที่เสียบเข็มน้ำเกลือกดเรียกพยาบาลเข้ามา“ค่ะคุณหนูเฉียน” ท่าทางน้อบน้อมนั้นไม่น่าแปลบกใจ ในเมื่อตระกูลเฉียนของว่านชิวคือหุ้นส่วนของที่นี่ และทุกอย่างมันก็อยู่ในความทรงจำตอนที่เธอเป็นวิญญาณทั้งหมด!!”ขอพยาบาลพิเศษคนนึง และติดป้ายห้ามเยี่ยม ยกเว้นสามีกับลูกฉัน ใครไม่เกี่ยวไล่ออกไปให้หมด!!“ สิ้นคำพูดเธอเสียงด่าทอดังออกมาทันที”นังว่านชิว นังอสรพิษ แกกล้าดียังไงทำกับครอบครัวสามีแกอย่างนี้ บรรพบุรุษตระกูลลู่ต้องตายตาไม่หลับแน่ๆ“ แม่สามีที่ตะโกนด่าเธอจนตัวโยน ไม่ทำให้คนเจ็บที่จับมือลูกชายไว้สะเทือน เธอพยักหน้าให้พยาบาลขับไล่คนพวกนั้นออกไปก่อนจะตวัดสายตามามองสามี”เสี่ยวจิน เหตุการณ์ก่อน
“จากตอนแรกที่ดูพวกนั้นใส่ร้ายแม่ของอาจารย์ลู่ แล้วทำไมตอนนี้ขยับตัวไม่ได้หล่ะ!!“ แม้พยายามลืมตาหรืออ้าปากพูดก็ดูเหมือนร่างกายหนักอึ้ง ทั้งยังปวดหัวจนอยากกรี๊ดให้เสียงดังลั่นโรงพยาบาล!!”หม่าม๊า ได้ยินเสี่ยวจินไหม?“ มือเล็กนุ่มนิ่มบีบมือเธอเอาไว้แน่น หลินว่านชิวรับรู้ถึงความอบอุ่นที่กอดรัด ”เสี่ยวจิน กอดแม่ของลูกแบบนั้น หม่าม๊าจะหายใจออกได้ยังไงหล่ะ“ เสียงนุ่มทุ่มแสดงออกว่าเอื้ออาทรแค่ไหนทำเธอเริ่มเข้าใจลางๆ”ไม่ใช่ว่า…มาอยู่ในร่างของคุณนายลู่ แม่ของอาจารย์ลู่จินหมิงหรอกนะ!!“ แม้ใจจะภาวนาว่าไม่ใช่ ต้องไม่ใช่!! แต่คิดอีกทีนี่อาจจะเป็นการตอบแทนบุญคุณอาจารย์ที่เธอเคารพ ผู้มีพระคุณที่ทำให้เธอร่ำรวยจากการเป็นดาราแถวหน้า หากไม่มีเขาคอยชี้แนะเธออาจจะเป็นขอทานอยู่ที่ไหนสักที่!!”คืนนี้ผมจะนอนเฝ้าหม่าม๊าได้ไหมคับ“ เสียงเด็กน้อยยังคงออดอ้อนต่อ คนเป็นพ่อก้มหน้ามองนาฬิกาที่ข้อมือ”แน่นอนว่าพ่อเองก็อยากให้เป็นอย่างนั้น แต่ว่านะเสี่ยวจิน พ่อยังมีงานด่วนที่ยังต้องทำ คืนนี้กลับไปนอนที่บ้านให้พ่อจ้างพยาบาลพิเศษให้หม่าม๊าลูกดีกว่า“ ที่ลู่เฉินหมิงกลับมาบ้านเพราะลืมเอกสาร ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องยุ่งๆ







