LOGINขณะทำพิธีและร่วมดื่มฉลองยินดี ยามเมื่อได้อยู่กันตามลำพังชั่วครู่ ข้าถึงได้มีโอกาสพิศมองเขาอย่างชัดๆ เต็มสองตา...
คุณชายเหวินเซวียนตัวสูงใหญ่กว่าที่ข้าเคยจำได้ในอดีตเสียอีก! แถมเรือนร่างยังกำยำแน่นหนาไปเสียทุกส่วน โดยเฉพาะช่วงต้นขาแกร่งแน่นและบั้นท้ายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ยิ่งข้าเพ่งมองเห็นเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือหนาของเขา ข้าก็ยิ่งจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ... อืมหือ งานดีสุดๆ!
“เยว่เอ๋อร์ของข้า... เจ้าผุดผ่องน่าเอ็นดูยิ่งนัก”
“เยว่เอ๋อร์รู้สึกแปลกๆ มากกว่าเจ้าค่ะ...”
ร่างสูงกำยำขยับเข้ามาซ้อนชิดด้านหลังของข้า ก่อนจะโน้มกายลงมาแนบชิดแล้วสวมกอดรัดเรือนร่างข้าไว้แน่น ข้าไม่ทันได้ระมัดระวังตัวว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ทั้งแข็งขึงและร้อนผ่าว กำลังบดเบียดเสียดสีเข้ากับบั้นท้ายงอนงามของข้าอย่างรุ่มร้อน!
ข้าเอี้ยวตัวขยับหนีไปทางซ้าย เขาก็ขยับเบียดตามมา ข้าขยับไปทางขวา เขาก็ยังคงดันทุรังตามมาเบียดแนบอีก จนข้าทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนเกร็งไปทั้งร่าง!
“อา...”
คุณชายเหวินเซวียนครางแผ่วต่ำในลำคอ เสียงลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างใบหู ข้ายืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้เขาขยับถูไถแก่นกายใหญ่โตผ่านเนื้อผ้าเข้ากับบั้นท้ายของข้าอยู่อย่างนั้น จนซับในตัวจิ๋วของข้าเริ่มเปียกชื้นแฉะด้วยความสยิว โหนกนูนเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา ต่างฝ่ายต่างเริ่มหายใจกระชั้นแรงด้วยไฟแห่งความปรารถนา
“ข้าคิดถึงเจ้ายิ่งนัก... เยว่เอ๋อร์ ค่ำคืนนี้พวกเรามาทำเรื่องอย่างว่ากันเหมือนเช่นเคยอีกนะ ข้าเตรียมการทุกอย่างเอาไว้พร้อมสรรพแล้ว”
“คุณชาย...”
ยามนี้ยามไห่ (ราวๆ สี่ทุ่ม) แล้ว ท่านแม่บุญธรรมเดินมากระซิบบอกข้าว่าได้ฤกษ์มงคลส่งตัวเข้าหอ ข้าจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระอักกระอ่วน
“พรุ่งนี้เยว่เอ๋อร์ต้องช่วยท่านแม่เตรียมงานเซ่นไหว้บรรพบุรุษแต่เช้าตรู่ ค่ำคืนนี้คงต้องรีบเข้านอนเสียหน่อยนะเจ้าคะคุณชาย”
“ได้สิ... ไม่มีปัญหาอันใดหรอก” เขาตอบรับด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าค่ะ งั้นเยว่เอ๋อร์ขอตัวนะเจ้าคะ”
ข้าทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับไปยังเรือนรับใช้หลังคฤหาสน์ตามความเคยชิน ทว่ามือหนาใหญ่ที่กุมมือข้าไว้ตลอดเวลานั้นกลับไม่ยอมปล่อย ข้าจึงเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะร้อง “อ๋อ...”
“เจ้าลืมจริงๆ หรือแกล้งทำเป็นลืมกันแน่เนี่ย... มาทางนี้ ต่อไปนี้เจ้าต้องย้ายมาพักที่เรือนของข้า จำไม่ได้หรืออย่างไร”
“เออเนอะ... เยว่เอ๋อร์ลืมไปเลยเจ้าค่ะ ไปก็ไป!”
ข้ายกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะยอมเดินจับมือเขาขึ้นไปยังเรือนใหญ่ จะให้ทำอย่างไรได้เล่า... ก็ข้ายังไม่ชินนี่นา จู่ๆ ก็โดนจับแต่งงานกะทันหันเช่นนี้!
อันที่จริงข้าเคยเข้าออกห้องนอนของคุณชายเหวินเซวียนมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว จึงพอจะคุ้นเคยกับบรรยากาศอยู่บ้าง ทว่ายามนี้ห้องนอนกว้างขวางถูกตกแต่งประดับประดาขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อต้อนรับการกลับมาของคุณชาย และเพื่อฉลองเรือนหอให้คู่แต่งงานใหม่...
โดยเฉพาะเตียงไม้สลักลายมังกรหงส์ขนาดใหญ่ยักษ์ ที่ปูฟูกหนานุ่มเด้งดึ๋ง สุดจะหรูหรา ข้าเห็นแล้วถึงกับตาโตทันที!
โอ้โห... มันน่าขึ้นไปกระโดดเล่นเสียจริงๆ!
คุณชายเหวินเซวียนย่างสามขุมเข้ามาหาข้าอย่างเชื่องช้า สายตาร้อนระอุแฝงความโหยหาและไฟปรารถนาพุ่งตรงมาที่ข้าจนแทบจะเผาผลาญ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงพร่าต่ำชวนขนลุกซู่
“ไปอาบน้ำชำระร่างกายเสียสิ แล้วพวกเราค่อยมาสนุกกัน... ข้ารอคอยที่จะบดขยี้เจ้าให้มาเนิ่นนานแล้ว!”
ข้าสบสายตาคมกริบของเขา ก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย
“เจ้าค่ะ... คุณชายเหวินเซวียน”
คุณหนูเฉินสวี่ฉีกระทืบเท้าเดินหน้ามุ่ยผ่านตรอกเพื่อจะกลับจวนสกุลเฉิน...ยามนั้น ‘คุณชายลั่ว’ บุรุษเสเพลร่างสูงล่ำบึ้ก เขาคือหนึ่งในคู่นอนที่เคยชิมเต้าหู้และเล่นสวาทกับนางมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน! พอบังเอิญเห็นคุณหนูเฉินเดินหน้าบูดบึ้งมาแต่ไกล จึงรีบยิ้มกริ่มพุ่งเข้ามาหยอดคำหวาน เผื่อจะได้ร่วมอภิรมย์กับนางอีกสักรอบ!“น้องสวี่ฉีหงุดหงิดอันใดมาหรือจ๊ะ... บอกพี่ลั่วสิ เดี๋ยวพี่ไปจัดการยกพวกตบมันให้เอง!”“ไปไกลๆ เลย! ไม่ต้องมายุ่งกับข้า!” คุณหนูเฉินตวาดใส่“อย่าทำเล่นตัวเล่นลิ้นไปหน่อยเลยน่า...” คุณชายลั่วหัวเราะหื่นกาม “เดินออกมาจากหลังร้านตาเฒ่าแบบนี้ เขาทำให้อารมณ์ของเจ้าค้างเติ่งล่ะสิ! ถึงพี่ลั่วจะไม่ได้มีเงินมากมายเท่าตาเฒ่านั่น... แต่พี่มีลึงค์ใหญ่ยาวนะจ๊ะ! เดี๋ยวพี่ลั่วจะช่วยกระแทกส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ให้เองนะ!”“ไอ้เลว! ไร้ยางอายนักนะ!”คุณชายลั่วร่างบึ้กยิ้มกริ่มรับคำด่าอย่างไม่สะทกสะท้าน... เพราะเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา คุณชายลั่วก็ได้สอดลึงค์กระแทกกระทั้นคุณหนูเฉินปากดีคนนี้สมใจอยาก ณ หลังตรอก!คุณหนูเฉินยืนกระต่ายขาเดียว ยืนโหนตัวยกขาข้า
บทที่ 5 คุณหนูแสนร้ายภายในห้องบัญชีลับหลังเรือนการค้าใหญ่... มีสองร่างกำลังขึ้นควบขี่กันอย่างเมามันส์!“อ๊ะ... อ๊า... ท่านคหบดีเจ้าขา... กระแทกกระทั้นเก่งเหลือเกินเจ้าค่ะ”คุณหนูเฉินสวี่ฉีครวญครางด้วยน้ำเสียงยั่วยวน นางนั่งคร่อมอยู่บนตักของท่านคหบดีใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล วัยหกสิบกว่าปี แล้วขย่มเรือนร่างเข้าใส่ไม่ยั้ง! นางอุตส่าห์ทอดสะพานส่งสายตาวิบวับตั้งแต่ตอนพบกันที่งานชุมนุมการค้า ดังนั้นจึงเข้าทางท่านคหบดีเฒ่าตัณหากลับ รีบพาคุณหนูโฉมงามมาสนองตัณหาให้ถึงในห้องส่วนตัวทันที“เสียวซ่านหรือไม่เจ้าคะท่านคหบดี...”“เสียวมากเลยล่ะสวี่ฉีเอ๋ย...”“ซี้ดดด อาส์...” คุณหนูเฉินเร่งเสียงครางกระเส่าเพื่อเอาอกเอาใจ อกเอวร่อนส่ายขย่มสุดฤทธิ์พลางเอ่ยปากชมฉอเลาะ “อูยย... ท่านช่างอึ๊บมันส์ถึงใจเหมือนเคยเลยนะเจ้าคะ สวี่ฉีเสียวจนแทบจะยืนไม่ไหวแล้ว”“อูยย... ร่องตอดรัดแน่นหนึบ อร่อยมากจ้ะ”&l
ยังไม่ทันที่พวกข้าจะได้หมุนตัวเดินออกจากร้านผ้า... คุณหนูเฉินสวี่ฉีก็เยื้องกรายเข้ามาขวางทางไว้! นางยืนเชิดหน้า กอดอกมองข้าด้วยสายตาถากถางและเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งบาดหู“นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน... สุดท้ายพวกไม่รู้จักเจียมตัวก็ย่อมต้องรู้สำนึกและรู้จักหลีกทางให้แก่ผู้ที่สูงส่งกว่าอยู่วันยันค่ำ! จำใส่หัวเอาไว้เสียด้วยนะ... สิ่งใดก็ตามที่ข้าต้องการ สิ่งนั้นล้วนต้องตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”อาเจียกับหลี่ลี่ข้างกายข้าแทบจะถกแขนเสื้อพุ่งไปตบปากนาง ทว่าข้ากลับยกมือห้ามเพื่อนไว้ ก่อนจะย่อกายประสานมือคำนับนางอย่างนอบน้อมเรียบร้อย แล้วช้อนสายตาขึ้นยิ้มหวานใสซื่อส่งไปให้“คุณหนูกล่าวได้ถูกต้องแท้จริงเลยเจ้าค่ะ... สิ่งใดที่เป็นของของคุณหนู ข้าหรือจะกล้าล่วงเกินแย่งชิง...” ข้าเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะเอียงคอน้อยๆ พลางเอ่ยต่อ “...ทว่า หากของสิ่งนั้นมิใช่ของของคุณหนูตั้งแต่แรก แต่ท่านกลับเอาแต่จ้องจะแย่งชิงจากมือผู้อื่นไปเรื่อยเช่นนี้... ผู้คนในตลาดมองเข้ามา มันจะดูมิค่อยงดงามสักเท่าไรนะเจ้าคะ”คำพูดเรียบๆ แต่ตบหน้าฉาดใหญ่
ม่ายยยยย... ข้ากับคุณชายเหวินเซวียนเนี่ยนะ! ฮือออ... ตายแน่ๆ ยายเยว่เอ๋อร์เอ๋ย!“พวกเจ้ามายืนจับกลุ่มคุยสิ่งใดกันตรงนี้... เกะกะขวางทางยิ่งนัก!”น้ำเสียงเยียบเย็นแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง... ผู้ที่ก้าวเข้ามาคือ ‘คุณหนูเฉินสวี่ฉี’ นางเป็นคุณหนูโฉมงามสะพรั่ง รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ทรวดทรงเอวคอดสะโพกงอนงามดึงดูดสายตา พวกบุรุษทั่วทั้งเมืองต่างเหลียวมองตามกันตาเป็นมัน!ข้าและเพื่อนๆ จึงรีบหลบทางเดินเข้าด้านในร้านผ้าทันที โดยไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่า คุณหนูเฉินผู้นั้นกำลังจ้องมองข้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเพียงใด... ทว่าหลี่ลี่กลับมองเห็นเต็มสองตา!สายตาคมกริบของคุณหนูตระกูลใหญ่จ้องมองมายังข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเหยียดยิ้มบางๆ ที่เต็มไปด้วยความดูแคลนอดีตสาวใช้อย่างข้าโดยไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อย แววตาของนางแสดงออกชัดเจนว่าข้าเป็นเพียง 'ก้อนกรวดริมทาง' ที่บังเอิญลอยขึ้นมาประดับบนเกี้ยวทองคำของตระกูลหลี่เท่านั้นเมื่อเถ้าแก่เจ้าของร้านผ้าเห็นคุณหนูเฉินก้าวเข้ามา ก็รีบนอบน้อมออกมาต้อนรับทันที! คุณหนูเฉินแสดงตนว
วันนี้ฮูหยินคนใหม่หมาดๆ อย่างข้าต้องไปตัดชุดแพรพรรณใหม่หลายชุด คุณชายเหวินเซวียนจึงแวะไปส่งข้าที่ร้านขายผ้าประจำเมือง โดยมีเพื่อนสาวใช้ของข้าติดตามไปด้วยสองคน คือ ‘อาเจีย’ และ ‘หลี่ลี่’ พวกนางบิดกายกระมิดกระเมี้ยนเขินอายอยู่ข้าง ๆ ข้าตลอดทางและเมื่อรถม้าเคลื่อนมาถึงหน้าร้านผ้า บุรุษรูปหล่อบาดตา ร่างกายสูงใหญ่แถมยังมีสง่าราศีเปี่ยมบารมีอย่างคุณชายเหวินเซวียน ก็ตกเป็นเป้าสายตาของสตรีและผู้คนทั้งตลาดอย่างช่วยไม่ได้!“ข้าไปทำงานก่อนนะ... เดี๋ยวจะมารับ”“เดี๋ยวเจ้าค่ะคุณชาย!” ข้ารีบเอ่ยดักไว้“ทำไมหรือ... ลืมหอมแก้มข้าก่อนไปหรืออย่างไร” เขายกยิ้มยั่ว“เปล่าเจ้าค่ะ! ข้าขอเงินไว้ซื้อขนมหน่อย... ข้าไม่มีเงินติดตัวเลยสักอีแปะเดียวอ่า!”“เอาไปเลย... ร้อยตำลึง! เดี๋ยวข้ากลับมารับพาไปกินเป็ดย่างหนังกรอบนะ”พอได้เงินตั๋วเงินก้อนโตและโดนล่อด้วยของกินเลิศรส ข้าก็ยิ้มแฉ่ง ขยิบตาตอบตกลงอย่างว่าง่ายทันที!ยามที่
บทที่ 4 วันแรกหลังวิวาห์“เยว่เอ๋อร์! ตื่นได้หรือยัง! ยามนี้สายมากแล้วนะ!”เสียงของท่านแม่บุญธรรมตวาดดังตึงตังเข้ามาจากนอกห้องหอ ทำเอาทั้งข้าและคุณชายเหวินเซวียนที่กำลังตื่นตัวด้วยกันทั้งคู่ ถึงกับสะดุ้งกระเด้งตัวลุกขึ้นพร้อมกันราวกับไฟลน! อารมณ์กระหายอยากที่กำลังลุกโชนเมื่อครู่ดับวูบลงอย่างง่ายดายด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังของท่านแม่!“ท่านแม่มา! ท่านแม่มาแล้ว! โดนหวายตีแน่ๆ เลย!”“ใจเย็นๆ ก่อนสิยัยตัวแสบ... เจ้าแต่งงานแต่งการแล้วนะ อย่าลืมสิ”“เออเนอะ... งั้นนอนต่อดีกว่า!”ข้าทิ้งตัวลงนอนแผ่หงาหลังทันที ทว่าเสียงของท่านแม่ก็แหวดแผดดังแทรกประตูเข้ามาอีกรอบว่า“แต่งงานแล้วยิ่งต้องรีบตื่นแต่เช้ามาดูแลความเรียบร้อย! หากคิดจะนอนตื่นสายล่ะก็... แม่จะเอาถุงหอมกับตุ๊กตาของเล่นของเจ้าไปเผาทิ้งให้หมดเลย!”ฮว๊ากกกกกก!ข้าลุกพรวดไปล้างหน้าแต่งตัว ส่วนคุณชายเหวินเซวียนกำลังผูกผ้าคาดเอวและจัดแจงเสื้อคลุม







