LOGIN“อ๊ะ... อ๊า! อ๊าาา!! คุณชายทำสิ่งใดเจ้าคะ! อย่าเจ้าค่ะ... ปล่อยเยว่เอ๋อร์ก่อน!”
“ไม่ต้องหวาดกลัวไป ข้ารับรองว่าเจ้าจะต้องชอบ... ร่องกลีบของเจ้าตอดรัดนิ้วข้าแน่นตุบๆ เชียวนะ น้ำหวานไหลทะลักออกมาง่ายดายยิ่งนัก เดี๋ยวข้าจะใช้ลิ้นเลียชิมความหวานให้เจ้านะ...”
“อย่านะเจ้าคะ... ไม่เอา!”
“อย่าดื้อสิเด็กดี... พวกเราแต่งงานกันแล้ว อย่าลืมสิ”
“อะ... อืมม์...”
ข้าหายใจหอบกระหืดกระหอบจนเนื้อตัวสั่นสะท้านไปหมด และยิ่งหลุดร้องซ่านเสียวหนักยิ่งขึ้น เมื่อเขาขยับตัวขึ้นนั่ง แล้วดันยกสะโพกงอนงามของข้าให้ลอยสูงขึ้นมา จนพอดีกับริมฝีปากหยักโค้งของเขาโดยไม่ต้องก้มตัวเลยแม้แต่น้อย!
ข้าหน้าแดงก่ำร้อนผ่าวไปถึงใบหู... ยามเมื่อเห็นคุณชายเหวินเซวียนใช้นิ้วมือแหวกกลีบคับแน่นออก แล้วส่งลิ้นร้อนระอุเลียโลมสอดแทรกเข้าไป รุกรานแข่งกับนิ้วมือของเขาอย่างเร่าร้อนซาบซ่าน!
“อ๊ะ อ๊าาา...”
แจะๆๆๆๆๆๆๆ
“ซู้ดด จ๊วบบ แผล่บๆ”
“ซี้ดด อา... อูยย ลิ้นแหย่รูแบบนั้นเสียวอ่า”
จ๊วบ จ๊วบบ จ๊วบบบ
“ซี้ดดด อาส์... อูยยย ลิ้นเลียเช่นนั้นมันเสียวเจ้าค่ะ!”
เพียงแค่ปลายนิ้วอุ่นร้อนของเขาถูไถเบาๆ แขนขาของข้าก็แทบจะอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรงไปหมด แต่นี่เขาทั้งเลียทั้งดูดดึงเกสรดอกไม้ของข้าอย่างหิวกระหาย! ข้าจึงทำได้เพียงร้องครวญครางและดิ้นเร่าๆ อยู่บนเตียง อกเอวบิดเกร็งไปด้วยความเสียวซ่านเกินจะต้านทาน!
รสเสน่หาอันแสนซาบซ่านที่ข้าไม่คุ้นเคยพุ่งพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่างกายกระตุกเกร็งเป็นระยะๆ ข้ากำลังจะสูญเสียการควบคุมตนเองไปสิ้น หากเขายังคงกระตุ้นจุดสยิวของข้าด้วยความถี่กระชั้นรุนแรงเช่นนี้ไม่หยุด!
“อ๊ะ... อ๊าๆๆ คุณชายเหวินเซวียน! เยว่เอ๋อร์เสียว ห ... อุ๊ย!”
ข้าสะดุ้งโหยงสุดตัว เมื่อคุณชายเหวินเซวียนนำกลไกกระดิ่งสั่นสยิวมาทาบลงตรงยอดเกสรของข้าอีกครั้ง!
คราวนี้มันสั่นรัวเร็วยิ่งกว่าเดิมราวกับม้าพยศ! เมื่อคืนสั่นแค่ลานระดับแรก ข้าก็ดิ้นพราดๆ แทบขาดใจแล้ว แต่นี่ยามนี้เขาปรับเร่งลานกลไกขึ้นสู่ระดับสูงสุด แล้วดันกลไกสั่นนั้นแทรกเข้าไปในร่องรักฉ่ำหวานของข้า! น้ำหวานเสน่หาพรั่งพรูทะลักไหลออกมามากมายเสียจนเขาใช้ลิ้นเลียชิมไม่ทัน!
“อ๊าๆๆๆ! คุณชาย... น้ำ ห... น้ำ ห จะแตกแล้วเจ้าค่ะ!”
ร่างกำยำสูงใหญ่ขยับขึ้นมาดูดดึงหัวนมของข้าอย่างดุดัน พร้อมกับขยับหมุนกลไกสั่นควงวนไปมาภายในร่องเสียว! เขาผ่อนแรงและเน้นหนักเบาอย่างยากจะคาดเดา ก่อนจะเร่งจังหวะถี่ยิบอีกครั้ง จนสะโพกงอนงามของข้าแอ่นลอยกระเด้งกระดอนไปมาบนฟูก!
“อ๊าาา!! อ๊าาา!! อ๊าาา!!”
“เยว่เอ๋อร์... เจ้าเสียวจนร่อน ห ควงเป็นวงกลมเช่นนี้ ลามกยิ่งนัก... หากโดนลึงค์ของข้ากระแทกกระทั้นเข้าไป จะเป็นอย่างไรกันน้อ...”
“อ๊าๆๆๆ!”
พรวดดด! พรวดดด!
“ยามนี้เจ้าคงรู้แล้วสินะว่ากลไกสั่นสยิวนี้มีไว้ทำสิ่งใด”
คุณชายเหวินเซวียนยิ้มยั่วพราวเสน่ห์ พลางจ้องมองข้าที่นอนปลดปล่อยน้ำหวานกระฉูดทะลักกระจาย! ข้าได้แต่นอนหายใจหอบกระเส่า ร่องเนื้อสาวคายน้ำหวานออกมาจนฟูกปูเตียงชุ่มแฉะไปหมด แม้เขาจะถอนกลไกสั่นออกไปแล้ว แต่เรือนร่างของข้ายังคงกระตุกเกร็งสั่นสะท้านไม่หยุด แค่โดนมือหนาของเขาแตะสัมผัสผิวเนื้อนิดเดียว ข้าก็พร้อมที่จะเสียวซ่านจนน้ำหวานทะลักออกมารอบสองทันที!
“เยว่เอ๋อร์ของข้าร้อนแรงยิ่งนัก... ชอบให้ข้าใช้ลิ้นโลมเลียสินะา วันนี้พวกเราเย่อกันทั้งวันเลยดีหรือไม่”
“แต่... แต่เยว่เอ๋อร์ต้องไปทำงานบ้านนะเจ้าคะ!”
“หากเจ้าไม่ยอมให้ข้าเย่อ... ข้าก็ไม่ยินยอมให้เจ้าออกไปไหนทั้งสิ้น”
“คุณชายเหวินเซวียนแกล้งเยว่เอ๋อร์อีกแล้ว!”
“ข้ามิได้แกล้งเสียหน่อย... แค่ลิ้นกับนิ้วบวกกับกลไกสั่นสยิวเข้าไป เจ้าก็น้ำหวานแตกทะลักรัวๆ แล้ว หากข้าส่งสอดแท่งลึงค์เข้าไปปี้ร่องรักของเจ้า เจ้าจะไม่ยิ่งเสียวซ่านปานบินขึ้นสวรรค์เลยหรือ... ดูสิเด็กดี แค่ได้ยินเสียงร้องครวญครางของเจ้า ท่อนเอ็นของข้ามันก็แข็งปวดรวดร้าวไปหมดแล้ว”
“โธ่... น่าสงสารยิ่งนัก แล้วเยว่เอ๋อร์ต้องทำอย่างไรคุณชายถึงจะหายปวดรวดร้าวเล่าเจ้าคะ”
“ก็ต้องทำเช่นนี้อย่างไรเล่า...”
เขาจับลำหอกอวบใหญ่แกร่งขึงมาสะกิดเขี่ยร่องเนื้อฉ่ำแฉะ แหวกกลีบสีชมพูคับแน่น แล้วงัดขยับขึ้นลง ถูไถไปมาจนลำเอ็นฉ่ำวาวไปด้วยน้ำหวาน เด้งหนุบหนับสู้ร่องเนื้อสาว!
“อูยย... คุณชายเหวินเซวียน เอาแท่งหยกมาเขี่ยถูไถเช่นนี้มันเสียวซ่านนะเจ้าคะ!”
ข้าครางซี้ดสั่นสะท้าน หลับตาแน่นไม่กล้ามองยามเมื่อส่วนหัวบานดั่งดอกเห็ดสีสดกำลังถูไถงัดแงะหาทางสอดแทรกเข้าไปในร่องเนื้อสาว!
“ซี้ดดด อย่าเจ้าค่ะคุณชาย... อ๊ะ อ๊ะ...” ลำหอกอวบแข็งมาเขี่ยรูสวาทแฉะๆ แหวกรูเนื้อสีชมพูแล้วงัดขึ้นงัดลง ถูไถไปมาจนลำเอ็นฉ่ำวาว เด้งหนุบหนับ
“ข้าจะสอดลึงค์เข้าไปเด้าแล้วนะ... แทรกเข้าไปแล้ว... อีกเพียงนิดเดียว...”
“นี่ขอรับจี้หยก...”เหวินเซวียนเงยหน้าขึ้นมาจากใต้โต๊ะ พลางส่งจี้หยกคืนให้พร้อมกับกระแอมไออึกอัก เขาสบตาข้าด้วยท่าทีแปลกๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้นมา“เยว่เอ๋อร์... อย่าโกรธพี่เลยนะ หากพี่จะพูดอะไรตรงๆ”“โกรธเรื่องอันใดหรือเจ้าคะท่านพี่” ข้าทำหน้าฉงนเหวินเซวียนหันไปมองคุณหนูเฉินสวี่ฉี “คุณหนูเฉิน... ข้าขอแนะนำอะไรสักอย่างได้หรือไม่ขอรับ”“เจ้าค่ะ?” สตรีมารยาแย้มยิ้มอย่างไร้เดียงสา “บอกมาเถิดเจ้าค่ะ ไม่ว่าสิ่งใด สวี่ฉีก็นึกยินดีสนองให้คุณชายหลี่ทุกประการเจ้าค่ะ!”“ไปตัดโกนขนตรงนั้นออกบ้างก็ดีนะ... รุงรังมากเลยขอรับ”......เงียบกริบทั้งโต๊ะชา!เงียบไปได้เพียงครึ่งเค่อ... ก่อนที่อาเจียกับหลี่ลี่จะขอตัววิ่งออกไประเบิดเสียงหัวเราะดังก๊ากๆ ลั่น“กร๊ากกกกกก! ฮ่าๆๆๆๆ!”และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... หากพวกบ่าวและชาวบ้านในตลาดเอ่ยถึง ‘ขนหญ้ารุงรัง’ ก็เป็นอันรู้กันว่าหมายถึงคุณหนูเฉินสวี่ฉี! สตรีโฉมงามเข่นเคี้ยวเคี้ยวฟันด้ว
“คุณชายเหวินเซวียนเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือเจ้าคะ...” ขณะอยู่ด้วยกันตามลำพัง คุณหนูเฉินสวี่ฉีส่งสายตาหวานเชื่อม พลางเอ่ยปากชวนเสียงนุ่มนวล “ทั้งหล่อเหลาทั้งปัญญาเลิศล้ำ ตัวสวี่ฉีเองก็ฝันอยากจะเดินทางไปร่ำเรียนวิชาการค้ายังต่างแดนบ้าง ข้าชอบบุรุษที่เข้มแข็งเปี่ยมอำนาจเช่นท่านยิ่งนักเจ้าค่ะ... คุณชายเหวินเซวียนเจ้าคะ ข้าขอเวลาคุยกับท่านเป็นการส่วนตัวสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ”“มีเรื่องอันใดจะคุยกับข้าหรือ” เหวินเซวียนเอ่ยถามเรียบๆ“ก็เยว่เอ๋อร์เป็นเพียงบ่าวรับใช้ชั้นต่ำ หากเรื่องราวแพร่ออกไป ผู้ใหญ่ในตระกูลหลี่บางท่านอาจไม่เห็นด้วย จนอาจมีปัญหาตามมาในภายหลังได้... สวี่ฉีนึกเป็นห่วงตระกูลหลี่ยิ่งนัก จึงอยากจะเป็นธุระ ช่วยสั่งสอนอบรมวิชางานเรือนและมารยาทธรรมเนียมชั้นสูงให้แก่นาง รบกวนเวลาคุณชายเหวินเซวียนคุยกับสวี่ฉีสักครู่เถิดนะเจ้าคะ... พวกเราไปหาที่เงียบๆ คุยเรื่องนี้กันสองต่อสองดีกว่า”สตรีแสนยั่วเดินบิดสะโพกงอนผาย ทำท่าจะโผเข้าหาแผงอกแกร่ง... ทว่าหลี่ลี่พลันถลาตัวเอาถาดน้ำชายื่นขวางไว้ทันควัน! ยืน
“ท่านเป็นใคร! แอบเข้าประตูหลังคฤหาสน์ตระกูลหลี่มาทางใด ตั้งแต่เมื่อใดกัน!” หลี่ลี่ตวาดถามเสียงดังคุณชายลั่วเหอเห็นท่าไม่ดี... แผนการจับเหยื่อย่ำยีเป็นอันต้องพังพินาศเพราะสองสาวใช้!เขารีบปรับสีหน้า ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ดุจผู้บริสุทธิ์ ยักไหล่เบาๆ พลางเอื้อมมือไปจัดแจงสาบเสื้อให้เข้าที่เข้าทางเพื่อซ่อนเป้ากางเกงที่ยังตั้งโด่ตึงอยู่!“พวกเจ้านี่... เอะอะโวยวายไปได้ ข้าก็แค่มนุษย์ผู้รักธรรมชาติ เดินเลียบชมดอกไม้ใบหญ้าเพลินๆ มาทางหลังเรือนเท่านั้นเอง”คุณชายลั่วเหอทำทีเป็นเอามือประสานไว้ด้านหลัง เชิดหน้าเอียงคอมองฟ้ามองฝน ยิ้มแห้งๆ แล้วเอ่ยต่อเสียงเรียบ“พวกเจ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถิด... ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระด่วน... ขอตัวก่อนล่ะ!”ว่าแล้ว คุณชายลั่วเหอก็รีบสาวเท้าก้าวหนีไปอย่างเนียนๆ เดินหน้าตาเฉยผ่านหน้าพวกข้าไปอย่างรวดเร็วปานลมพัด“ช้าก่อน! คิดจะเดินหนีไปหน้าตาเฉยเช่นนี้หรือ!”หลี่ลี่ไม่ยอมปล่อยให้คุณชายลั่วเหอเนียนเดินหนีรอดไปได้ง่ายๆ นางถกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตะโก
“พวกเจ้า ช่วยข้าเอากล่องของขวัญพวกนี้ไปเก็บที่หอเก็บของทีสิ”คุณหนูเฉินสั่งการโดยการยัดกล่องไม้หนักอึ้งมาใส่ข้าโดยไม่ถามความสมัครใจแม้แต่น้อย ทว่าข้าก็ไม่ได้ติดใจอะไร แขกผู้ใหญ่มาเยือนเรือน อย่างไรเจ้าบ้านก็ต้องดูแลต้อนรับตามมารยาท“เยว่เอ๋อร์! เอากล่องมานี่!” อาเจียกระซิบกระซาบ เคืองแทนข้าที่ถูกข่มกดหัว “แขนเล็กแค่นั้น หอบของหนักๆ เดี๋ยวก็กระดูกหักกลางพอดี! เดี๋ยวข้ากับหลี่ลี่จะช่วยยกคนละข้างเอง!”“ไม่เป็นไรๆ ไหวอยู่!” ข้ายิ้มตอบ หลี่ลี่ทำท่าจะพุ่งเข้ามาแย่งกล่องไปถือให้ แต่ข้ายืนยันเสียงแข็งว่ายกไหวจริงๆ ระหว่างที่พวกข้ากำลังเถียงกันอยู่นั้น คุณหนูเฉินสวี่ฉีก็จ้องมองข้าด้วยสายตาหมั้นไส้ นึกด่าในใจว่าข้าเสแสร้งแกล้งทำเป็นอ่อนแอ ตอแหล!“พวกเจ้า... ปล่อยให้ฮูหยินน้อยเขาถือไปสิ” คุณหนูเฉินเอ่ยเสียงสูง “แค่หอบกล่องของขวัญไปเก็บที่หอเก็บของหลังเรือนแค่นี้เอง จะมาแย่งกันทำไมให้เสียเวลา ส่วนพวกเจ้าก็มาช่วยกันขนผลไม้สดพวกนี้ไปไว้ที่ครัว ยังจะทำเฉยอยู่อีก นายของเจ้าช่างไม่รู้จักอบรมสั่งสอนสาวใช้&rd
บทที่ 8 แผนร้ายวันต่อมา... คุณหนูเฉินสวี่ฉีถือวิสาสะเดินทางมาพบปะฮูหยินน้อยตระกูลหลี่และคุณชายหลี่ถึงเรือนใหญ่!ยามเมื่อนางเห็นหลี่เหวินเซวียน บุรุษรูปงามหล่อเหลาบาดตาบาดใจเดินออกมา สายตาของนางก็พราวระยับ รีบเอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อผ้าแพรด้านบนให้แหวกช่องกว้าง เผยให้เห็นร่องอกขาวผ่องเป็นการยั่วยวนโดยไม่แคร์สายตาผู้ใด! จากนั้นก็เอ่ยทักทายเสียงนุ่มนวลหวานหยดย้อย“คุณชายเหวินเซวียน... ไม่ได้พบกันเสียเนิ่นนาน ท่านยังคงองอาจสง่างาม รูปร่างผึ่งผาย และโฉมงามหล่อเหลาถึงเพียงนี้ สมเป็นบุรุษอันดับหนึ่งจริงๆ เจ้าค่ะ”คุณชายเหวินเซวียนยิ้มรับตามมารยาท แล้วเอ่ยขอบคุณเรียบๆ“ขอบคุณสำหรับคำชม... ทว่าคำชมเช่นนี้ ให้ภรรยาของข้าเอ่ยชมข้าเพียงผู้เดียวจะดีกว่า”คุณหนูเฉินชะงักตะลึง หุบยิ้มทันใด! ก่อนจะรีบปั้นหน้าใหม่ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างชวนให้ใจสั่น พยายามเดินเข้ามาจี้จุดด้อยของหลินเยว่เอ๋อร์ทันที“คุณชายเจ้าคะ... นางเป็นเพ
ตง... ตะเล็งเต็งตง! พรวดดด~ ดิ่งดิ่งดิ่งดิ่ง~!เสียงพิณกู่เจิงแบบฉบับดั้งเดิม ถูกข้าเนรมิตให้กลายเป็นท่วงทำนองเพลงแปลกประหลาด แต่ทว่ากลับสดใหม่ ไพเราะ ร้อนแรง และทรงพลังดึงดูดใจอย่างถึงที่สุด! ข้าขยับตัวตามจังหวะ โยกศีรษะพรึ่บพรั่บ ตบสายพิณและโซโล่รัวนิ้วจนสายพิณสั่นสะเทือนเกิดเป็นคลื่นเสียงสุดตระการตา!ตงๆๆๆ! ตะเล็งเต็งๆๆๆ!ผู้คนบนท้องถนนที่เดินผ่านไปมาต่างชะงักกึก! พากันตื่นตะลึงในท่วงทำนองอันอัศจรรย์ใจที่ไม่เคยได้ยินที่ใดมาก่อน ทั้งชาวบ้าน ร้านตลาด และบ่าวไพร่ ต่างพากันแห่แหนวิ่งเข้ามาล้อมแน่นหน้าร้านขายเครื่องดนตรี ส่งเสียงโห่ร้องปรบมือให้อย่างกึกก้อง!“ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! ท่วงทำนองแปลกใหม่ดนตรีอันใดกันช่างไพเราะสะใจเพียงนี้!”“แม่นางท่านนี้คือใครกัน ช่างมีฝีมือพิสดารยอดเยี่ยมเหลือเกิน!”คุณหนูเฉินและเหล่าสาวใช้ถึงกับอ้าปากค้าง ตาลอย ตะลึงงันจนอารมณ์อึ้งอุตลุด ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่มองข้าโซโล่พิณอย่างตาค้างพรึงเพริดอยู่ตรงนั้น!เสียงโห่ร้องปรบมือของฝูงชนดังกึกก้อง คุณหนูเฉินสวี่ฉีเริ่ม







