LOGIN“ขอบใจคุณชาย บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืม” นางประสานมือขึ้นมาขอบคุณคนตรงหน้า รอยยิ้มสว่างไสว ทำจิตใจเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาเคยเจอนางครั้งนึงเมื่อตอนเยาว์วัยสตรีที่ขี้อายและเรียบร้อยจนเขาแอบคิดว่า นางคงเหมาะที่จะเป็นคุณหนูอยู่เพียงในจวนใหญ่ แต่สิ่งที่คนตรงหน้าแสดงออกมากลับเหมือนคนละคน ตอนนี้นางดู …สู้ชีวิต…
“พ่อข้าเป็นสหายกับท่านลุงมาช้านาน ท่านลุงเองก็มีบุญคุณไม่น้อย ก่อนพ่อของข้าจะจากไปสั่งเสียเอาไว้มากมาย รวมถึง…ทำดีกับคนสกุลชิงให้มากหน่อย” นางพยักหน้ารับ ก่อนหน้าที่จะมานางเข้าใจว่าสหายของบิดายังมีชีวิตอยู่ พูดเช่นนี้คงไม่อยู่สินะ “เอาหล่ะ หากเจ้าต้องการให้ช่วยเหลืออะไรก็บอกแล้วกัน” นางพยักหน้าด้วยความยินดีเมื่อเขาวางตั๋วเงินจำนวน 300ตำลึงลงตรงหน้า นางรับมาด้วยความดีใจ พร้อมเตรียมตัวจะเดินกลับ เห็นทีต้องไปลองสำรวจดูว่าตลาดแห่งนี้ขายอะไรบ้าง “คุณหนูสกุลชิง” เพราะนางเอาแต่มองเงินในมือเขาจึงเรียกเอาไว้ก่อน ดวงตากลมโตรีบหันมามองเขา ก่อนรอว่าเขาจะพูดอะไร ”ที่หน้าเรือนของเจ้า มีคนงานมากมายเดินผ่าน เพราะต้องไปทำงานในโรงงานไม้ และโรงงานยาสูบ หากต้องการขายกับข้าว ข้าว่า…เป็นทำเลที่ดีทีเดียว“ ริมฝีปากอวบอิ่มแต่แย้มยิ้มออกมาจนเห็นฟันขาวครบทุกซี่ ก่อนจะก้มหัวลงต่ำที่สุด ”พบท่านเพียงครั้งแรก ข้ากลับมีแต่ความโชคดี ขอบคุณคุณชายเสิ่นเจ้าค่ะ“ ท่าทางดีใจเช่นนั้นทำเขาอารมณ์ดีไม่น้อย เดิมทีเคยเจอนางผ่านๆ แต่ใบหน้าที่บึ้งตึงตลอดเวลาทำเขารักษาระยะห่างเอาไว้พอควร บัดนี้เมื่อได้เจออีกครั้งกลับพบว่า…นางปรับตัวจากสถานะที่เปลี่ยนไปได้ดีทีเดียว ”ซีกวง เก็บอันนี้แยกไว้ วันหน้านางอาจมีเงินมาไถ่ถอน“ เขายื่นเครื่องประดับให้คนสนิท ก่อนจะจัดการงานตรงหน้าต่อ ด้านคนที่ได้เงินมาแม้มันจะน้อยนิดกว่าเงินที่นางมีอยู่แต่ต้องบอกว่า ได้เท่าไหร่นางก็ดีใจหมด 300ตำลึงของสมัยนี้ นับว่าเป็นเงินถึง30000หยวนของนางเลยด้วยซ้ำกระมัง ส่วนเงิน10000หยวนในโลกเดิมของนาง นั่นเท่ากับว่าค่าเงินที่นี่เป็นล้านเลยทีเดียว… ”ข้าวสารที่นี่ต้องไปร่อนเอากรวดออก ไม่ได้ขาวสะอาดเช่นที่โลกเดิมของข้าสักนิด“ นางมองดูวัตถุดิบมากมายกลับพบว่าคุณภาพไม่ดีเท่าของที่นางมีจริงๆ ก่อนจะเลี่ยงออกไปหาซื้อผ้าเกือบ50ฉือ เพื่อให้ทุกคนนำมาเย็บผ้าห่มและที่นอน ส่วนบางอย่างนำออกมาจากในมิติได้ เพียงแต่นางต้องหาอะไรให้ทุกคนทำเพื่อจะได้ไม่สงสัยตอนนางจัดการวัตถุดิบ ”เช่นนั้นนำออกมาใส่ตะกร้าแล้วบอกว่าซื้อมาก็สิ้นเรื่อง“ พูดจบนางแอบเข้าไปตามซอกตรอกที่ลับตาผู้คนก่อนเรียกของในมิติออกมา ”วันนี้กินอาหารดีๆหน่อยแล้วกัน“ ใบหน้าหวานหันซ้ายแลขวาก่อนจะ…. ”ขาหมูน้ำแดง น้ำแกงเป่าฮื้อ เป็ดกรอบราดเผือก ข้าวสวย1โถ ไก่ดำผัดพริก ปิ่งเฝิ่น แป้งยัดใส้เนื้อ โมจิครีม!!“ นางทดลองแบบมือออกด้านหน้าก่อนเรียกชื่ออาหารแต่ละอย่าง ทุกอย่างปรากฏลงบนมือนางทีละชิ้นๆ อย่างพร้อมเพียงกัน ทำนางสุขใจไม่น้อย ”ดีจริงๆ แต่ว่า ของใช้ต้องเรียกออกมาตอนนี้เลย จะได้ไม่น่าสงสัย“ นางจัดเก็บของในตะกร้าสะภายหลังให้เป็นระเบียบ แม้จะหนักพอควรแต่ถือว่าไม่เสียเที่ยว ”จานที่ดีที่สุด ช้อนที่ดีที่สุด แก้วน้ำที่สวยที่สุด น้ำเปล่า5ขวด นมหวาน1เหยือก อะไรอีกดี“ ทุกอย่างปรากฏจนครบถ้วนตามที่นางขอ ”เอาหล่ะ วันนี้กินให้อิ่มหมีพรีมันไปก่อน มื้อต่อไป ข้าจะโชว์ฝีมือเอง“ นางปัดมือพร้อมลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงเดินทางกลับเรือน ตลอดทางที่ผ่านผู้คนกลับพบว่า กลิ่นหอมของอาหารที่โชยมาคล้ายทำสดใหม่จากเตามีแต่ผู้คนหันมอง ด้วยที่นี่แม้มีของขายมากมาย แต่เครื่องปรุงและวัตถุดิบไม่ดีเท่าของในมิติเธอ ทุกอย่างยังสดๆใหม่ๆ และสะอาดกว่าที่นี่เป็นเท่าตัว นางจึงมั่นใจว่าหากขายอาหาร อาหารของนางต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน!! ”ข้ากลับมาแล้วววว“ ทันทีที่เดินเข้ามาทุกสายตามองมาที่นางเป็นตาเดียว ”นั่งทำอะไรกันตรงนี้หรือ“ นางเลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ ”พี่หญิง พวกข้าใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าท่านออกไปตามหาท่านพ่อ!!“ คนแรกที่วิ่งมาหานางคือชิงหลานตี้ น้องสาวที่ผอมแห้งของนาง “ฮ่าฮ่า ข้าเพียงแค่ไปหาเสบียงให้เจ้าแล้วก็พวกเราทุกคน มาเถอะๆ วันนี้เลี้ยงฉลองการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเรากันหน่อย” นางเรียกทุกคนมารวมตัวกันที่โต๊ะหน้าบ้าน ก่อนนำอาหารมาเปิดออก สายตาทุกคนลุกวาวก่อนกลืนน้ำลายลงคอ “ชิงมู่ เจ้า…ไปเอาของพวกนี้มาจากไหนหรือ” เป็นอาสะใภ้ของนางที่ถามขึ้น แม้ขาหมูนุ่มเด้งตรงหน้าจะส่งกลิ่นหอมหวนแค่ไหน แต่ทุกคนก็ยังไม่กล้าลงมือ “ข้านำเครื่องประดับไปขายให้คุณชายเสิ่น ได้เงินมาไม่น้อย มือนี้พวกท่านกินกันให้อิ่มหนำเลยเจ้าค่ะ เสร็จแล้ว เราช่วยกันเย็บเครื่องนอน ส่วนเรื่องเรือนคงต้องอาศัยอยู่ทีละปีกไปก่อน” เดิมทีนางคิดว่ากินเรียบร้อยแล้วจึงค่อยคุย แต่ตอนนี้คุยเลยก็ไม่เสียหาย “ท่านอาสะใภ้ คุณชายเสิ่นบอกว่า ถัดจากบ้านเราไปราวๆ2-3ตรอก มีโรงงานตั้งอยู่หลายที่ คนงานมักใช้ทางผ่านทางนี้ประจำเพื่อกลับบ้าน ทำเลหน้าบ้านจึงดีไม่น้อยหากข้าจะทำการค้าขายกับข้าว ท่านอาว่าอย่างไรเจ้าคะ” อย่างไรอาสะใภ้ก็เป็นผู้ใหญ่ที่สุด นางจึงต้องปรึกษา “แต่เจ้าทำอาหารไม่เป็น” ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ …แล้วยัยเด็กร่างเดิมนี่มันทำไมไม่เรียนกันเล่า… “ทุกคนอาจจะไม่คิดแต่ว่า ข้าเคยแอบไปเรียนทำอาหารกับท่านย่าตอนอยู่ที่จวนเก่าเจ้าค่ะ พอจะทำเป็นบ้าง ตำราอาหารข้าเองก็มี” นางพยักหน้าแข็งขันเพื่อให้ทุกคนวางใจว่านางทำได้จริงๆ แต่คล้ายกับว่าความเงียบคือคำตอบ สายตาทุกคนยังคงหลบหลีกเมื่อนางไล่สบตาทีละคน มือนางก็หยิบจับอาหารและตักแบ่งข้าวไปเรื่อยมีเจี๋ยนเจี้ยนคอยช่วยเหลือ ”เอาเป็นว่า มื้อนี้กินกันก่อนเถอะ มื้อต่อไปข้าจะแสดงฝีมือเอง อย่างน้อยมีข้าอยู่ตรงนี้ พวกเราทุกคนต้องรอด!!”“พี่สาวของข้าทรงตั้งครรภ์ มอบโอรสให้แก่พระองค์ถึงสามคน แต่เมื่อท่านตั้งครรภ์บุตรคนที่สี่ ได้บุตรเป็นธิดากลับถูกโหรหลวงทำนายว่าเป็นกาลกิณีต่อบ้านเมือง กลุ่มคนไม่หวังดีพยายามปลดพี่สาวข้าออกจากการเป็นฮองเฮา” ความหลังที่เจ็บปวดเขาเก็บไว้กับตัวเองมานานนับหลายปี ไม่เคยคิดจะเอื้อนเอ่ยเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่วันนี้เมื่อเขาได้ระบายมันออกมากลับรู้สึกตัวเบาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เกิดเสียงแตกออกเป็นหลายฝ่าย แคว้นที่เหลือต่างรีบส่งบุตรสาวเข้ามาเชื่อมสัมพันธ์ ฝ่าบาทก็ส่งรับไมตรีนั้นไว้โดยที่ไม่สนว่าพี่สาวของข้าทนทุกข์เพียงใด” นางประคองแก้มสาขึ้นมาสบตา มองเห็นเพียงความเจ็บปวดที่อยู่ในดวงตานั้น“แต่ข้ากลับคิดว่าฝ่าบาททำเช่นนั้น เพื่อปกป้องชีวิตของพี่สาวท่านต่างหาก หากการใส่ร้ายรุนแรงกว่าการสั่งประหารองค์หญิงน้อย ป่านนี้คงไม่มีแม่ชีอยู่บนโลกใบนี้ ฝ่าบาทเพียงผ่อนหนักให้เป็นเบา การที่อารามฉุ่ยไม่ถูกคนพวกนั้นตามละลาน ท่านก็น่าจะเห็นได้ว่านี่เป็นการปกป้องทางอ้อมอย่างหนึ่ง” เรื่องนั้นเขาไม่เคยคิด เพราะเอาแต่คิดโทษว่าเหตุใดพี่สาวเขาต้องเจอเคราะห์กรรมอยู่คนเดียว“หากฝ่าบาทไม่รู้สึกผิดมาตลอด คงไม่สร้างสถานกา
“เพราะสามแคว้นที่เหลือไม่ยอม ทั้งยังจะยกทัพมาตีแคว้นเหยาให้ได้ ข้าเหนื่อยจะเล่นกับเจ้าแล้ว จึงสั่งจับเหล่าขุนนางที่โกงกินบ้านเมืองประหารเจ็ดชั่วโคตร และทำหนังสือเที่ยบเชิญ ให้มาหาเจ้าพร้อมกัน จะให้ดูหรือไม่ ข้าให้เจ้าตัดสินใจเอง” สิ้นสุดคำพูดของโอรสสวรรค์เขาถึงกับยกมือขึ้นมานวดบริเวณขมับ จนนางต้องขยับเข้ามารินน้ำชากลิ่นมิ้นให้เขาผ่อนคลาย“เจ้าอย่าพึ่งปวดหัว ที่ข้ามาวันนี้ เพราะข้าโกรธเจ้าจริงๆที่ไม่ยอมตามน้ำไปกับข้า แถมยังแต่งงานโดยไม่พึ่งพาอาศัยบารมีของข้าอีก!!” เมื่อเห็นสตรีข้างกายสหายรัก เอาอกเอาใจโดยการรินชาให้สหายคนสนิทเงียบๆ ก็ยิ่งอยากแหย่ให้ท่านอ๋องแห่งแคว้นเหยาหงุดหงิดขึ้นไปอีก“นางเป็นบุตรสาวสกุลชิง แม้ทางการจะขับไล่สกุลชิงออกจากเมืองหลวง แต่เพราะข้า…อยากใช้ชีวิตกับนาง ไม่อยากเอาเรื่องความผิดของสกุลชิงมาเป็นข้อถกเถียงกันในท้องพระโรง จึงเลือกจะแต่งงานอย่างถูกต้องกับนายอำเภอที่นี่” กับสหายผู้นี้ไม่มีสิ่งใดต้องอ้อมค้อม“ฝ่าบาท ที่กระหม่อมมีเสบียงเพราะว่า…กระหม่อมทำการค้ามาตั้งแต่บรรพบุรุษ และที่กระหม่อมปิดบังใบหน้า เพราะไม่อยากให้คนครหาว่า… มีพี่สาวเป็นราชินีถึงได้เลื่อนขั้นเป็
หลังจากวางแผนเรื่องการจัดสรรเสบียงให้ชาวบ้าน เช้านี้เขาออกตรวจการดูความเรียบร้อย ส่วนนางเตียมเสบียงออกมานับพันถุง“หนึ่งชุดมีข้าวขาว2จิน ธัญพืช1จิน ไข่ไก่10ฟอง เนื้อแดดเดียว2จิน แจกบ้านละ1ชุดก่อน” นางช่วยกันจัดเรียงเป็นชุดอย่างตั้งอกตั้งใจ ซูกวงทำหน้าที่ประกาศให้ตัวแทนบ้านใครบ้านมันออกมารับ และให้ลงชื่อเพื่อความเท่าเทียมกัน“ส่วนข้าวขาวและอาหารที่เหลือ นำไปไว้ที่อารามฉุ่ย แม่ชีจะจัดการต่อเอง ส่วนคนที่ยังป่วย ก่อนออกจากการรักษา ก็ค่อยมารับเสบียงกลับไป” เสียงชื่นชมของชาวบ้านมีมาไม่หยุด บ้านไหนที่อยู่กันเยอะ เช่นบ้านพ่อค้าหรือเศรษฐีในแค้วน นางแบ่งให้ตามจำนวนคน คือ5คนต่อ1ชุด“ข้าบริจาคกับฮูหยินเช่นนี้ คล้ายกับว่าข้าได้บุญไปด้วย ช่างอิ่มอกอิ่มใจเสียจริง” เศรษฐีคนนึงที่เคยพาบุตรสาวมารักษาตัว บัดนี้เมื่อหายดีแล้วตั้งใจมาขอบคุณนาง แต่นางกลับมอบเสบียงไปให้ รวมถึงอาหารบำรุงอีกจำนวนนึง“ข้าเองก็ขอให้ท่านค้าขายรุ่งเรือง หากภายหน้าเกิดภัยร้ายในแคว้น เราจะได้ร่วมด้วยช่วยกันหลายๆแรง” นางแอบนำลูกอมรสนมใส่ถุงเล็กๆยื่นให้เด็กสาวเพิ่มไปอีก“แน่นอนๆ ต่อให้มีอีกกี่ภัยร้าย ต้องผ่านพ้นได้เพราะคุณชายเสิ่นและ
“ท่านอา ที่เรือนสกุลชิงของเราทำบ้านแบบใหม่มีปีกซ้ายขวา ข้าเองยังแบ่งพื้นที่มาทำภัตตาคารเพิ่ม หากพ้นภัยโรคระบาดแล้ว ความเป็นอยู่ทุกคนต้องดีขึ้นแน่ ข้ารู้ว่าตอนนี้ท่านทุกข์ใจเรื่องใด อย่าห่วงไปเลยเจ้าค่ะ” ตอนนี้มีเพียงเหล่าสตรีที่มาช่วยงานในค่ายกักกัน ขาดเพียงแม่นมจางที่คอยคุมคนงานในการสร้างเรือนสกุลชิงใหม่ พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่ไว้ทำภัตตาคารตามที่นางใฝ่ฝันหลังจากนางนำเรื่องที่แคว้นอื่นต้องการโจมตีแคว้นเหยา ไปแจ้งแก่ท่านอ๋องตอนนี้สถานการณ์ตึงเครียดไม่น้อย“ หากเรามีการขนส่งสินค้าอยู่ในมือเหตุใดต้องออมแรงพวกเขา เพียงเพราะว่าทั้งสี่แคว้นจะร่วมมือการโค่นล้มท่านเช่นนั้นหรือ” นางเป็นพวกไม่ยอมคน เมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล ถึงเวลาต้องใช้ยาแรง“ในเมื่อยามเกิดภัยพิบัติเช่นนี้คนพวกนั้นแทบไม่เห็นหัวหรือยื่นมือเข้ามาช่วยแล้วเหตุใดจึงต้องประนีประนอมหรือเจ้าค่ะ” ตอนนี้นางวิ่งวุ่นช่วยคนป่วยสายตัวแทบขาด ยังมีพวกฉวยโอกาสใช้สถานการณ์อ่อนแอของแคว้นเข้ามาโจมตี นางจะไม่ยอมเด็ดขาด“ขอเพียงเจ้าเอ่ยปากบอก และไม่กลัวความยากลำบากหากเราถูกตัดขาดจากแคว้นอื่นๆ ข้ายินดีที่จะยกทัพไปจัดการเดี๋ยวนี้” เพราะเขาเป็นชายชาตินัก
นางพูดไปตามสิ่งที่นางคิด แต่ใครเลยรู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเด็ดขาดกว่าสิ่งที่นางเอ่ยมา“ชิงมู่…ข้าไม่ได้เพียงแต่ขัง แต่ข้าสั่งประหารคนพวกนั้นแล้วเรียบร้อย ข้าไม่อาจปล่อยให้ใครมามองว่าแคว้นของเรานั้น อ่อนแอจนใครใครนึกจะเข้าออกก็ได้ หรือนึกจะฝ่าฝืนก็ทำได้เช่นกัน” นางค่อนข้างอึ้งกับสิ่งที่เขาบอก แต่เข้าใจดีว่า ยุคสมัยนี้แตกต่างจากโลกเดิมที่นางอยู่ เพราะว่าที่นี่ไม่มีกฏตายตัว ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจของผู้กุมอำนาจเท่านั้น!! นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนพยักหน้า“ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม นั่นคือสิ่งที่ควรเจ้าค่ะ” นางบอกแก่เขา การที่พบเจอทั้งความอดอยากของคนในบ้าน และยังเจอโรคระบาด นางจึงพยายามปรับตัวให้ได้ทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องแต่งงาน ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นการแต่งเพราะสถานการณ์บังคับเสียมากกว่า นางจึงเลือกที่จะทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด“ท่านปกป้องแคว้น ข้าช่วยดูแลคนในแคว้น หากร่วมมือกัน อย่างไรเราต้องผ่านพ้นไปได้เจ้าค่ะ” นางเอ่ยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ทหารหลายร้อยนายกำลังช่วยกันสร้างที่พัก สำหรับผู้ป่วยเพิ่มทั้งวันทั้งคืนจนแทบไม่ได้พัก วันนี้นางจึงเลือกเครื่องดื่มชูกำลังให้
นางมองดูความวุ่นวายตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจ“เจี๋ยนเจี้ยนท่านอ๋องอยู่ที่ค่ายหรือไม่” เพราะวันนี้เขาต้องไปตรวจบริเวณชายแดน ก่อนตึงกำลังและวางกับดักบนเขา ป้องกันคนที่จะเข้ามาแพร่เชื้ออีก และหากใครจะออกไป จะได้รู้ทันที ว่าคนผู้นั้นคือหนอน“ท่านอ๋องยังไม่กลับจากลาดตระเวนเจ้าค่ะ” นางพยักหน้ารับก่อนเดินเข้าไปในห้องรอน“แมส5000ชิ้น ยาแก้ไอ500ขวด ยาแก้ไข้ชนิดรุนแรง500เม็ด อะไรอีกดี อาหารที่มีประโยชน์แล้วกัน” สิ่งของที่นางเลือกออกมาวางเรียงรายอยู่บริเวณในห้องนอนจนเต็ม แต่นางจะเรียกคนออกมายกไปทีเดียว“รังนก10กิโล ไก่ดำ20กิโล ซุปไก่500ขวด นม500กล่อง” เพราะที่นี่มีเด็กที่ติดโรคไม่น้อย ตอนนี้เหล่าสตรีที่ช่วยทำอาหาร ต้องแบ่งกันไปดูแลคนป่วยร่วมด้วย เนื่องจากหมอในแคว้นเหยามีเพียง10กว่าคนเท่านั้น แม้ทุกคนจะมีตำรับยาและวิธีรักษาของตนเองแต่ก็ใช่ว่า จะเพียงพอเสมอไปยาบางตัวยังขาดแคลนนัก“เจี๋ยนเจี้ยน เรียกคนมายกของออกไปไว้ที่โรงครัว” นางยืนดูทหารที่ออกมาช่วยกันยกของออกไปอย่างขมักเขม้น ไม่มีใครสงสัยใดๆ เพราะท่าเรือสินค้าเป็นของสกุลเสิ่นจะมีของพวกนี้ก็ไม่แปลกนัก“ยานี้แก้ไข้แบบเม็ด ส่วนยานี้คือยาแก้ไอ แจกให้ค







