Se connecterหัวหน้าสาวใช้รีบตอบ
“พระชายาทรงอธิบายละเอียดมากเพคะ พวกบ่าวจึงไม่ต้องเดากันเองเหมือนแต่ก่อน”
เหมยฮวาหันไปหาอาหลิว
“แล้วเจ้าล่ะ ไม่รู้สึกว่าข้าเจ้ากี้เจ้าการหรือ”
อาหลิวรีบคำนับ
“พระชายาทรงเข้มงวด แต่ยุติธรรมมากขอรับ!”
พอแล้ว!
ไม่ต้องช่วยกันชมข้าขนาดนี้ก็ได้!
เสี่ยวเถาก้มหน้ากลั้นหัวเราะ
ลี่เซียวมองท่าทางหงุดหงิดของเหมยฮวาแล้วมุมปากกระตุกเล็กน้อย
“ดูเหมือนเจ้าจะไม่พอใจที่ทุกคนพอใจ”
เหมยฮวาสะดุ้ง
“ใครว่าเล่าเพคะ!”
“เช่นนั้นเหตุใดทำหน้าเช่นนั้น”
“หม่อมฉัน...”
นางรีบคิดหาข้ออ้าง
“หม่อมฉันเพียงเห็นว่ายังมีงานต้องแก้ไขอีกมากเพคะ!”
ลี่เซียวพยักหน้า
“ดี ความรอบคอบเป็นเรื่องสำคัญ”
โอ๊ย!
พูดอะไรก็กลายเป็นข้อดีไปหมด!
เหมยฮวาแทบอยากเอาตารางเวรปิดหน้า
ทันใดนั้น พ่อครัวใหญ่ก็เดินออกมาจากห้องครัว
“พระชายาพ่ะย่ะค่ะ... เอ่อ ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!”
เขารีบคำนับ
ลี่เซียวมองถาดอาหารในมือพ่อครัว
“นั่นอะไร”
“อาหารสูตรใหม่ที่พระชายาทรงให้ทดลองพ่ะย่ะค่ะ”
เหมยฮวาตาเป็นประกายทันที
โอกาสมาแล้ว!
“ใช่เพคะ! หม่อมฉันสั่งให้ห้องครัวเปลี่ยนเมนูด้วย อาหารหน้าตาประหลาดมาก ท่านอ๋องคงไม่ชอบแน่!”
ลี่เซียวมองนาง
“เจ้ายังไม่ให้ข้าชิมเลย”
“แต่...”
“ยกมาเถอะ”
พ่อครัวใหญ่รีบจัดอาหารลงบนโต๊ะใต้ชายคา
มีไก่ฉีกคลุกน้ำปรุงรส ซุปหัวผักกาด และแป้งทอดชิ้นเล็ก
ลี่เซียวมองอาหารตรงหน้า
“หน้าตาไม่เหมือนที่เคยกิน”
เหมยฮวารีบพยักหน้า
“ใช่เพคะ! แปลกมากใช่หรือไม่”
เขาคีบไก่ฉีกขึ้นชิม
นางลุ้นจนแทบกลั้นหายใจ
ไม่ชอบสิ!
บอกว่าไม่ชอบเร็วเข้า!
ลี่เซียวเคี้ยวช้า ๆ ก่อนวางตะเกียบ
“รสชาติดี”
เหมยฮวานิ่งค้าง
“อะไรนะเพคะ”
“ข้าบอกว่ารสชาติดี”
“แต่หน้าตามันแปลกนะเพคะ!”
“ข้าใช้ปากกิน ไม่ได้ใช้ตากิน”
จ้าวหมิงรีบก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม
เสี่ยวเถาหลุดเสียงหัวเราะเบา ๆ
เหมยฮวาหันขวับไปมองสาวใช้
“เสี่ยวเถา!”
“บ่าวขออภัยเพคะ!”
ลี่เซียวชิมซุปต่อ
“จานนี้ก็ใช้ได้”
พ่อครัวใหญ่ยิ้มกว้าง
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ทำตามสูตรพระชายาหรือ”
“พ่ะย่ะค่ะ แต่บ่าวช่วยปรับเครื่องปรุงเล็กน้อย”
ลี่เซียวพยักหน้า
“เช่นนั้นก็เป็นความสามารถของทั้งสองฝ่าย”
เหมยฮวาถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง
แม้แต่พ่อครัวยังได้รับคำชมไปด้วย!
ลี่เซียวหันมาหานาง
“เจ้าคิดเมนูเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร”
“หม่อมฉันเพียงลองนำวัตถุดิบที่มีมาทำต่างจากเดิมเพคะ”
“เพราะต้องการประหยัด”
“ส่วนหนึ่งเพคะ”
“แล้วอีกส่วน”
เหมยฮวาอึกอัก
เพราะอยากให้ท่านรำคาญอย่างไรเล่า!
แต่พูดออกไปไม่ได้
“เพราะหม่อมฉันไม่อยากกินอาหารเดิมทุกวันเพคะ”
ลี่เซียวพยักหน้า
“เข้าใจได้”
เหมยฮวาแทบอยากร้องไห้
เข้าใจอีกแล้ว!
ช่วยไม่เข้าใจข้าสักเรื่องได้หรือไม่!
ลี่เซียววางตะเกียบลง
“ข้าจะให้คนครัวหลักมาดูวิธีบันทึกวัตถุดิบของเจ้า หากทดลองแล้วได้ผลดี อาจนำบางส่วนไปปรับใช้ในที่อื่น”
เหมยฮวาเงยหน้าพรวด
“เดี๋ยวก่อนเพคะ!”
“มีอะไร”
“หม่อมฉันเพิ่งทดลองวันแรก ยังไม่รู้เลยว่าจะดีจริงหรือไม่”
“ข้าจึงบอกให้มาดู ไม่ได้สั่งเปลี่ยนทั้งจวนทันที”
“อ้อ...”
นางหมดข้อโต้แย้ง
ลี่เซียวมองกระดาษในมืออีกครั้ง
“หากเจ้าชอบงานจัดการเช่นนี้ ข้าอาจให้เจ้าช่วยพิจารณาบัญชีบางส่วนในอนาคต”
เหมยฮวาถอยหลังทันที
“ไม่ต้องเพคะ!”
ลี่เซียวเลิกคิ้ว
“เหตุใด”
“หม่อมฉันไม่ได้อยากทำงานเพิ่ม!”
“แต่เจ้าดูสนุกกับการจัดระเบียบ”
“สนุกก็ส่วนสนุกเพคะ ไม่ได้หมายความว่าอยากรับผิดชอบงานทั้งหมด!”
“...”
“หม่อมฉันต้องการเวลาพักผ่อนด้วย”
ลี่เซียวมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องรับงานเพิ่ม”
เหมยฮวาชะงัก
“ท่าน... ไม่บังคับหรือ”
“เหตุใดข้าต้องบังคับ”
“ก็ท่านเป็นท่านอ๋อง”
“แล้วอย่างไร”
“...”
ลี่เซียวส่งกระดาษคืนให้นาง
“เจ้าดูแลเรือนของตนให้ดีก่อนก็พอ”
เหมยฮวารับกระดาษมาอย่างงุนงง
ลี่เซียวหันไปทางจ้าวหมิง
“กลับกันเถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ก่อนเดินจากไป เขาหันกลับมามองเหมยฮวาอีกครั้ง
“วันนี้เจ้าทำได้ดี”
นางยืนนิ่ง
“...เพคะ”
“แต่พักบ้าง อย่าเพิ่งหักโหมหลังเพิ่งฟื้นไข้”
พูดจบ เขาก็เดินออกจากเรือนไป
เหมยฮวามองตามแผ่นหลังสูงสง่าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
เมื่อครู่เขาพูดว่าอะไรนะ
ทำได้ดี
แล้วยังบอกให้พักอีก
เสี่ยวเถาเดินเข้ามายืนข้าง ๆ
“พระชายาเพคะ”
“ว่าอย่างไร”
“ท่านอ๋องทรงชมพระองค์ด้วยเพคะ!”
“ข้าได้ยินแล้ว!”
“ทั้งยังทรงเป็นห่วงด้วย”
“ข้าก็ได้ยิน!”
“ดูเหมือนท่านอ๋องจะเริ่มพอพระทัยพระชายาแล้วนะเพคะ”
เหมยฮวาหันขวับ
“อย่าพูดเรื่องน่ากลัวเช่นนั้น!”
เสี่ยวเถาสะดุ้ง
เหมยฮวายิ้มอ่อนลง“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ”ทั้งสองนั่งเงียบไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้เสียงน้ำไหลและสายลมทำหน้าที่แทนคำพูดก่อนที่เหมยฮวาจะนึกอะไรขึ้นได้“ท่านอ๋องเพคะ”“หือ”“อาหารที่นำมาวันนี้ใครจ่าย”ลี่เซียวหันมองนางทันที“ข้าจ่าย”“ทั้งหมด”“ทั้งหมด”“เช่นนั้นก็ดีเพคะ”เขาหัวเราะ“เจ้าถามเรื่องเงินได้ทุกเวลาเลยจริง ๆ”“ก็เรื่องเงินสำคัญนี่เพคะ”“แล้วข้าสำคัญหรือไม่”เหมยฮวาชะงัก ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์“พระองค์อยากให้หม่อมฉันตอบจริง ๆ หรือ”“อยาก”“สำคัญเพคะ”ลี่เซียวอมยิ้ม“มากเพียงใด”นางขยับเข้าไปใกล้ ก่อนตอบเบา ๆ“มากกว่าเงินในสมุดบัญชีอีกเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะอย่างพอใจ“เช่นนั้นข้าคงสำคัญมากจริง ๆ”“ท่านอ๋อง!”ยามเย็น เมื่อกลับถึงเรือนสุขสำราญ เหมยฮวานั่งอยู่ใต้ต้นท้อพร้อมสมุดบันทึกแผนชีวิตเล่มเก่านางเปิดดูหน้าที่เคยจดแผนชีวิตไว้ตั้งแต่ช่วงแรก ๆหาเงินให้มากพอมีเรือนเป็นของตัวเองเปิดกิจการที่เลี้ยงตัวได้แล้วใช้ชีวิตอย่างสงบตอนนั้นนางยังคิดด้วยว่าจะต้องหย่ากับลี่เซียวให้สำเร็จเหมยฮวามองลายมือของตนเอง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ“หัวเราะอะไรอยู่”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลี่เซียวเดิ
เหมยฮวายิ้มเจ้าเล่ห์“หม่อมฉันคิดว่าเราคงต้องจับตาดูสองคนนี้เสียหน่อย”“เจ้าจะเข้าไปถามหรือ”“ไม่เพคะ”“เหตุใด”“เรื่องของหัวใจต้องให้พวกเขาคุยกันเอง”ลี่เซียวยิ้ม“เจ้าพูดถูก”เหมยฮวาหันมองสามี“เหมือนที่พระองค์เคยต้องเรียนรู้ไงเพคะ”“ข้ายอมรับ”“ยอมรับง่ายเสียจริง”“เพราะข้าเถียงเจ้าไม่ได้”“ท่านอ๋อง!”เสียงหัวเราะของทั้งสองทำให้เสี่ยวเถาหันมามองอย่างสงสัย“พระชายา มีอะไรหรือเพคะ”เหมยฮวารีบส่ายหน้า“ไม่มีอะไร เจ้าทำงานต่อเถิด”เสี่ยวเถามองนายหญิงสลับกับท่านอ๋อง ก่อนหรี่ตา“พระชายากำลังแอบหัวเราะบ่าวหรือเพคะ”“ข้ายังไม่ได้พูดอะไรเลย”“แต่พระชายายิ้ม!”“วันนี้ข้าอารมณ์ดี”“จริงหรือเพคะ”“จริง”เสี่ยวเถายังไม่ค่อยเชื่อ แต่สุดท้ายก็ยอมเดินกลับไปทำงานเหมยฮวามองตามอย่างขบขันดูท่าบ้านร้อยรสจะมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่ายอดขายเสียแล้วระหว่างเดินกลับจากร้าน ลี่เซียวกล่าวขึ้น“เหมยฮวา ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”“เรื่องอะไรเพคะ”“เรื่องคดีเสนาบดีหลี่”นางหันมองเขาทันที“มีอะไรคืบหน้าหรือ”“การพิจารณาคดีส่วนที่เกี่ยวกับการยักย้ายเสบียงและการใช้อำนาจโดยมิชอบดำเนินไปตามพยานหลักฐานแล้ว ผู้เกี่ยวข้องแต่ละ
“ท่านอ๋อง...”“เจ้าทำงานหนักมามากแล้ว”องครักษ์หนุ่มยิ้มออกมา“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า ก่อนหยิบห่อขนมที่เตรียมไว้ขึ้นมาจ้าวหมิงมองห่อขนมในมือเจ้านาย“จะนำไปถวายพระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่”“เช่นนั้นกระหม่อมขอถามอีกข้อ”“อะไร”“พระชายาจะทรงให้พระองค์เข้าประตูหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลี่เซียวหยุดเดินจ้าวหมิงรีบถอยหลัง“กระหม่อมไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงหัวเราะของลี่เซียวดังตามหลังองครักษ์คนสนิทไปช่วงบ่าย ลี่เซียวมาถึงเรือนสุขสำราญพร้อมห่อขนมหลังได้รับอนุญาตให้เข้ามา เขาก็พบว่าเหมยฮวากำลังเอนกายอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นท้อ“เหมยฮวา”นางเงยหน้าขึ้น“ท่านอ๋อง”“ข้านำขนมมาให้”เหมยฮวามองห่อขนม ก่อนยิ้มทันที“ขนมเปี๊ยะร้านที่หม่อมฉันชอบหรือเพคะ”“ใช่”“พระองค์ช่างรู้ใจ”ลี่เซียววางห่อขนมลงบนโต๊ะ“ข้ามีข่าวดีด้วย”“ข่าวอะไรเพคะ”“ข้าได้รับอนุญาตให้ลาพักราชกิจหลายวัน”เหมยฮวาชะงัก ก่อนหรี่ตามอง“ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วหรือเพคะ”“เรียบร้อย”“ไม่มีงานค้าง”“ไม่มี”“ไม่ได้แอบหนีงานมาใช่หรือไม่”ลี่เซียวหัวเราะ“เหมยฮวา ข้าเป็นอ๋อง ไม่ใช่เด็กหนีเรียน”“หม่อมฉันถามเพื่อความแน่ใจต่างหากเพคะ”“เจ้าถ
“พระชายา ตื่นหรือยังเพคะ”“ยัง” เสี่ยวเถาชะงัก ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“ในเมื่อทรงตอบบ่าวได้ ก็แสดงว่าตื่นแล้วสิ เพคะ”“ข้าตื่นมาบอกว่ายังไม่ตื่น”“พระชายา!”เหมยฮวาดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“มีเรื่องอะไรแต่เช้า”“ไม่เช้าแล้วเพคะ ใกล้เที่ยงแล้ว”“เช่นนั้นก็ดี ข้าประหยัดอาหารเช้าไปได้หนึ่งมื้อ”เสี่ยวเถาส่ายหน้าอย่างจนใจ“ผู้จัดการร้านบ้านร้อยรสส่งรายงานบัญชีประจำเดือนมาให้ตรวจเพคะ”“กำไรลดลงหรือ”“ไม่ลดเพคะ เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอีกต่างหาก!”“เช่นนั้นวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวข้าตื่นแล้วจะอ่าน”“แล้วพระชายาจะตื่นเมื่อใดเพคะ”“เมื่อข้านอนพอ” เสี่ยวเถาถอนหายใจ ก่อนวางสมุดบัญชีลงบนโต๊ะตามคำสั่งร้านบ้านร้อยรสของเหมยฮวาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จากร้านเล็ก ๆ ที่นางต้องลงมือตรวจทุกอย่างด้วยตัวเอง กลายเป็นกิจการที่มีทั้งหมดสามสาขาสาขาแรกยังคงเป็นร้านหลัก ส่วนอีกสองแห่งเปิดจากกำไรสะสมและเงินทุนที่จัดสรรไว้อย่างรอบคอบ แต่ละร้านมีผู้จัดการประจำ มีระบบตรวจบัญชีและดูแลวัตถุดิบชัดเจนเหมยฮวายังคงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ ทว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งวุ่นแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเองอีกต่อไปนางตั้งใจสร้างกิจการเพื่อให้มีช
“ข้าเข้าใจ”เหมยฮวาหันมองเขา“พระองค์ไม่คิดจะเสนอเงินลงทุนหรือเพคะ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เจ้าต้องการหรือ”“หม่อมฉันเพียงถาม”“หากวันหนึ่งเจ้าต้องการผู้ร่วมลงทุน ข้าก็พร้อมพิจารณา”“จริงหรือเพคะ”“จริง แต่ข้าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายกิจการโดยพลการ”เหมยฮวายิ้มกว้าง“ดีมากเพคะ”ลี่เซียวหัวเราะ“แล้วหากข้าลงทุน จะได้สิ่งใดตอบแทน”นางทำท่าครุ่นคิด“ส่วนลดค่าอาหารดีหรือไม่เพคะ”“เท่าไร”“หนึ่งส่วนสิบ”ลี่เซียวเลิกคิ้ว“เมื่อวานเจ้ายังบอกว่าห้ามข้าขอส่วนลด”“ก็เมื่อวานพระองค์ยังไม่ได้เป็นนักลงทุนนี่เพคะ!”“เช่นนั้นข้าคงต้องคิดให้ดี”“คิดได้เพคะ แต่ห้ามต่อรองมากนัก”ลี่เซียวหัวเราะ“ข้าจะจำไว้”เหมยฮวายิ้ม ก่อนเอนศีรษะพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติลี่เซียวชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงนั่งนิ่งให้นางพิงอย่างสบาย“เหมยฮวา”“เพคะ”“เจ้ากำลังคิดอะไร”“กำลังคิดเรื่องอนาคตเพคะ”“อนาคตของร้าน”“ส่วนหนึ่งเพคะ”“แล้วอีกส่วนหนึ่ง”นางเงยหน้าขึ้นมองเขา“อนาคตของเราสองคน”ลี่เซียวชะงัก ก่อนยิ้มกว้าง“ข้าชอบคำตอบนี้”เหมยฮวาหัวเราะ“แต่พระองค์ต้องจำไว้นะเพคะ”“เรื่องใด”“หากวันหนึ่งหม่อมฉันเกษียณแล้ว หม่อมฉันจะนอนตื่นสาย
“ก็ข้าร้องอยู่คนเดียว!”จ้าวหมิงมองนางอย่างจนใจ ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้“เช่นนั้นใช้ผืนนี้เถิด”เสี่ยวเถารับมาอย่างประหลาดใจ“ขอบคุณเจ้าค่ะ”เหมยฮวาเห็นเหตุการณ์นั้นพอดี จึงแอบยิ้มดูท่าวันนี้จะไม่ได้มีเพียงคู่เดียวที่อารมณ์ดีเสียแล้วหลังพิธี ทุกคนร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมไว้ภายในลานเรือนอาหารมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ล้วนเป็นเมนูที่เหมยฮวาเลือกเองบางจานนำมาจากร้านบ้านร้อยรส โดยมีการลงบัญชีค่าใช้จ่ายเรียบร้อยเหมยฮวานั่งตรวจรายการอาหารเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทำเครื่องหมายลงในสมุดลี่เซียวเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้“วันนี้เจ้าจะไม่พักจากสมุดบัญชีสักวันหรือ”“หม่อมฉันตรวจอีกนิดเดียวเพคะ”“วันนี้เป็นวันมงคลของเรา”“วันมงคลก็ต้องระวังเงินเหมือนกันเพคะ”เซี่ยหย่งหัวเราะ“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าจึงดูแลร้านอาหารได้ดี”เหมยฮวายิ้ม“เงินทุกตำลึงมีค่าเจ้าค่ะ”ลี่เซียวพยักหน้า“โดยเฉพาะเงินค่าอาหารของข้า”เหมยฮวาหันขวับ“พระองค์จ่ายค่าอาหารครบแล้วหรือยังเพคะ”“ครบทุกตำลึง ไม่ขาดแม้แต่อีแปะเดียว”เซี่ยหย่งหัวเราะ “ข้าเพิ่งเคยเห็นหลานชายถูกภรรยาชมเพราะจ่ายค่าอาหารเต็มราคา!”ทุกคน







