สถานะลับ...ฉบับคู่อริ

สถานะลับ...ฉบับคู่อริ

last updateLast Updated : 2026-10-21
By:  LadypornUpdated just now
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
15Chapters
3views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

กลางวันพวกเขาคือคู่แข่งที่ไม่มีใครยอมใคร แต่กลางคืนกลับเป็นคู่นอนภายใต้สถานะซึ่งต้องเก็บเป็นความลับ กฎของความสัมพันธ์มีเพียงสามข้อ ห้ามหึง ห้ามผูกมัด และห้ามเรียกร้องสถานะ ทว่าเมื่อหัวใจเริ่มไม่ยอมทำตามข้อตกลง จากเกมที่ตั้งใจเอาชนะกัน จึงกลายเป็นเดิมพันที่ไม่มีใครกล้าเป็นฝ่ายเดินจากไป เพราะในความสัมพันธ์ครั้งนี้ ใครรู้สึกก่อน คนนั้นแพ้

View More

Chapter 1

บทที่ 1 คู่แข่งหมายเลขหนึ่ง

เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วหอประชุมใหญ่ ทันทีที่ภาพประชาสัมพันธ์โครงการ UniVision Asia Challenge ปรากฏบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์

นักศึกษาหลายร้อยคนจับจ้องไปยังเวทีด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขันธรรมดา แต่เป็นโอกาสสำคัญที่อาจเปลี่ยนอนาคตของผู้ชนะไปตลอดกาล

ทีมที่ได้รับเลือกจะเป็นผู้รับผิดชอบออกแบบแคมเปญประชาสัมพันธ์เทศกาลนานาชาติประจำปีของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่การวางแนวคิด หาผู้สนับสนุน ผลิตสื่อ ไปจนถึงจัดงานจริงภายในสามเดือน

รางวัลคือทุนฝึกงานหกเดือนกับบริษัทอีเวนต์ชื่อดังในประเทศสิงคโปร์ พร้อมเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านบาท

แพรไหมนั่งอยู่แถวหน้าของหอประชุม ดวงตากลมสวยจับจ้องตัวเลขบนจอโดยแทบไม่ได้สนใจเสียงรอบข้าง

หนึ่งล้านบาท

หากชนะ เงินก้อนนั้นจะเพียงพอสำหรับค่ามัดจำผ่าตัดหัวใจของมารดา รวมถึงค่าใช้จ่ายระหว่างพักฟื้นอย่างน้อยหลายเดือน

หญิงสาวกำมือที่วางอยู่บนตักแน่น ภายใต้สีหน้ามั่นใจไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเธอเพิ่งนั่งฟังแพทย์อธิบายถึงความเสี่ยง หากมารดายังไม่ได้รับการผ่าตัดภายในระยะเวลาที่กำหนด

เธอไม่มีสิทธิ์แพ้

ไม่ใช่เพราะต้องการทุนไปต่างประเทศ ไม่ใช่เพราะอยากเอาชนะใคร และไม่ใช่เพราะต้องการชื่อเสียงอย่างที่หลายคนคิด

แต่เพราะชีวิตของมารดากำลังฝากอยู่กับการแข่งขันครั้งนี้

“ทำหน้าจริงจังขนาดนั้น กลัวไม่ได้รางวัลหรือไง”

เสียงทุ้มคุ้นหูดังมาจากเก้าอี้ด้านข้าง แพรไหมเหลือบมองชายหนุ่มในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ เนกไทสีกรมท่าถูกจัดไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่นาฬิกาบนข้อมือก็ดูแพงเกินกว่าจะนำมาใส่นั่งฟังการบรรยายในมหาวิทยาลัย

คีตภัทร วัฒนเมธากุล

นักศึกษาคณะบริหารธุรกิจชั้นปีที่สี่ ประธานสโมสรนักศึกษา และทายาทเจ้าของเครือโรงแรมระดับประเทศ

เขาคือผู้ชายที่แพรไหมไม่อยากพบหน้ามากที่สุด แต่กลับต้องเจอแทบทุกวันตลอดสี่ปีที่ผ่านมา

“ฉันไม่ได้กลัว” เธอตอบโดยไม่หันไปมองเต็มตา “กำลังสงสัยมากกว่าว่า ถ้านายชนะด้วยความสามารถตัวเองไม่ได้ คุณพ่อจะบริจาคอาคารเพิ่มอีกสักหลังไหม”

ริมฝีปากได้รูปของคีตะยกขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มตาม

“อย่างน้อยฉันก็มีคุณสมบัติพอให้ครอบครัวลงทุน ไม่เหมือนบางคนที่ต้องสร้างภาพว่าตัวเองเก่งตลอดเวลา”

แพรไหมหันขวับมามองเขา

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะท่านประธาน ต่อให้ฉันสร้างภาพ อย่างน้อยภาพของฉันก็ยังน่ามองกว่าหน้าหยิ่ง ๆ ของนาย”

“เธอ”

“ขอความร่วมมือนักศึกษาทุกคนอยู่ในความสงบด้วยนะคะ”

เสียงอาจารย์บนเวทีทำให้ทั้งคู่ต้องยุติสงครามชั่วคราว แต่สายตาที่มองกันยังไม่มีใครยอมถอย

แพรไหมกับคีตะเป็นคู่แข่งกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง

ครั้งแรกที่พบกันคือวันคัดเลือกตัวแทนนักศึกษาไปกล่าวสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ คีตะได้อันดับหนึ่ง ส่วนแพรไหมได้อันดับสองด้วยคะแนนห่างกันเพียงครึ่งคะแนน

หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นการประกวดแผนธุรกิจ การโต้วาที การจัดกิจกรรม หรือการเลือกตั้งสโมสรนักศึกษา ชื่อของทั้งคู่ก็มักปรากฏอยู่ในลำดับต้น ๆ เสมอ

คีตะมองว่าแพรไหมทะเยอทะยาน ชอบเอาชนะ และเก่งเรื่องใช้รอยยิ้มสร้างคะแนนนิยม

ส่วนแพรไหมมองว่าเขาเป็นคุณชายผู้สมบูรณ์แบบที่ไม่เคยต้องดิ้นรน เพราะเพียงเอ่ยนามสกุลวัฒนเมธากุล ประตูทุกบานก็พร้อมเปิดต้อนรับอยู่แล้ว

คนสองคนที่ไม่มีใครยอมใครจึงไม่เคยพูดกันดีเกินสามประโยค

“ลำดับต่อไปจะเป็นการประกาศผลการนำเสนอแนวคิดรอบแรกค่ะ”

เสียงภายในหอประชุมเงียบลงทันที รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบปรากฏบนจอทีละทีม ก่อนมาหยุดอยู่ที่ชื่อของผู้ทำคะแนนสูงสุด

อันดับหนึ่ง คีตภัทร วัฒนเมธากุล — 96 คะแนน

เสียงปรบมือดังขึ้น คีตะเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทางสงบนิ่ง ราวกับรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นนี้

แพรไหมเม้มริมฝีปาก เธอก้มมองเอกสารในมือและพยายามบอกตัวเองว่าอย่างน้อยยังมีรอบตัดสิน

ทว่าข้อความบรรทัดต่อมากลับทำให้ทั้งหอประชุมส่งเสียงฮือฮา

อันดับหนึ่งร่วม แพรพิไล อัครภักดี — 96 คะแนน

แพรไหมเงยหน้าขึ้นทันที ก่อนหันไปยิ้มให้ผู้ชายข้างกายอย่างผู้ชนะ

“น่าเสียดายนะ นายยังเขี่ยฉันไม่พ้น”

“ฉันกำลังคิดเหมือนกันว่ากรรมการให้คะแนนผิดหรือเปล่า”

“ถ้าจะขอตรวจคะแนนใหม่ก็รีบขอนะ เผื่อคะแนนนายลดลง”

คีตะกำลังจะสวนกลับ แต่อธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษากลับขึ้นมาบนเวทีเสียก่อน

“เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคนนำเสนอแนวคิดที่มีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างชัดเจน คณะกรรมการจึงมีมติพิเศษให้ทั้งสองคนทำหน้าที่หัวหน้าโครงการร่วมกัน”

รอยยิ้มบนใบหน้าของแพรไหมแข็งค้าง

คีตะขมวดคิ้วอย่างไม่ปิดบัง

“หมายความว่าอย่างไรครับ” เขาถามขึ้นทันที

อาจารย์บนเวทีมองตรงมายังทั้งสองคน “หมายความว่าคุณคีตภัทรจะรับผิดชอบด้านการบริหาร งบประมาณ และการหาผู้สนับสนุน ส่วนคุณแพรพิไลจะดูแลด้านสื่อประชาสัมพันธ์กับภาพลักษณ์ของงานค่ะ”

“แต่โครงการนี้ควรมีหัวหน้าคนเดียว” แพรไหมแย้ง

“ผมเห็นด้วยครับ”

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ทั้งคู่พูดประโยคเดียวกันโดยไม่ได้นัดหมาย

อาจารย์กลับยิ้มอย่างพึงพอใจ “การทำงานจริง เราไม่ได้เลือกเพื่อนร่วมงานได้ทุกคน การแข่งขันครั้งนี้จึงไม่ได้วัดเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังวัดความสามารถในการทำงานร่วมกับคนที่มีความคิดเห็นแตกต่างจากตัวเองด้วย”

“ถ้าเราทำงานร่วมกันไม่ได้ล่ะคะ”

“ทั้งคู่จะถูกตัดสิทธิ์ และทีมที่ได้คะแนนลำดับถัดไปจะได้รับโอกาสแทน”

คำตอบนั้นทำให้แพรไหมเงียบลงทันที

เธอยอมถูกผู้ชายคนนี้กวนประสาทสามเดือน ยังดีกว่าปล่อยเงินหนึ่งล้านบาทหลุดมือไปโดยไม่พยายาม

คีตะเองก็ไม่ต่างกัน เขาต้องชนะการแข่งขันเพื่อพิสูจน์กับบิดาว่าสามารถสร้างผลงานด้วยตัวเอง หากล้มเหลว เขาจะต้องกลับไปทำงานในเครือโรงแรมตามเส้นทางที่ครอบครัววางไว้ รวมถึงยอมรับการหมั้นหมายกับเรน่า บุตรสาวหุ้นส่วนคนสำคัญ

ชีวิตที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

“มีใครต้องการถอนตัวไหมคะ” อาจารย์ถาม

แพรไหมกับคีตะสบตากัน ก่อนตอบพร้อมกัน

“ไม่ค่ะ”

“ไม่ครับ”

เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง ขณะที่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าสงครามเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

หลังการประกาศผล ทีมงานทั้งหมดถูกเรียกเข้าประชุมครั้งแรกในห้องสโมสรนักศึกษา กระดานขนาดใหญ่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ต ตารางเวลา และรายชื่อบริษัทที่อาจเข้ามาเป็นผู้สนับสนุน

คีตะยืนอยู่หัวโต๊ะ เขากดรีโมตให้ภาพตัวอย่างงานเลี้ยงยามค่ำคืนปรากฏบนจอ ภาพอาคารถูกประดับด้วยแสงสีทอง ซุ้มอาหารนานาชาติถูกจัดอย่างหรูหรา และมีเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางงาน

“ธีมหลักคือ Global Prestige” เขาอธิบาย “เราจะทำให้งานนี้เป็นมากกว่าเทศกาลของมหาวิทยาลัย แต่เป็นงานระดับประเทศที่ดึงสปอนเซอร์และแขกจากภายนอกเข้ามาได้”

สมาชิกในทีมหลายคนพยักหน้าคล้อยตาม แต่แพรไหมกลับยกมือขึ้น

“ฉันไม่เห็นด้วย”

คีตะมองเธอเหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะได้ยินประโยคนี้

“เหตุผล?”

“งบประมาณเกินกว่าครึ่งจะถูกใช้กับการตกแต่งและงานเลี้ยงวีไอพี แต่นักศึกษาทั่วไปแทบไม่ได้อะไรเลย” แพรไหมลุกขึ้นเดินไปหน้าจอ “เทศกาลนานาชาติควรทำให้คนเข้าถึงความหลากหลาย ไม่ใช่สร้างงานหรูไว้ถ่ายรูปกับผู้บริหาร”

“ถ้าไม่มีภาพลักษณ์ที่ดี สปอนเซอร์ก็ไม่สนใจ และถ้าไม่มีสปอนเซอร์ แนวคิดสวยหรูของเธอก็ไม่มีเงินทำจริง”

“ภาพลักษณ์ที่ดีไม่ได้แปลว่าต้องแพง”

“โลกธุรกิจไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความฝันอย่างเดียว”

“แล้วก็ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเงินของพ่อนายอย่างเดียวเหมือนกัน”

ทั้งห้องเงียบกริบ

รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าคีตะหายไปทันที เขาวางรีโมตลงบนโต๊ะช้า ๆ

“เธอควรแยกเรื่องงานออกจากอคติส่วนตัว”

“ฉันกำลังพูดเรื่องงาน นายต่างหากที่พยายามเปลี่ยนงานมหาวิทยาลัยให้เป็นงานเปิดตัวโรงแรม”

“อย่างน้อยฉันก็เสนอแผนที่ทำได้จริง”

“ถ้าทำได้เพราะใช้นามสกุลตัวเองเปิดประตูทุกบาน ฉันไม่เรียกว่าความสามารถหรอกนะ”

คีตะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ความสูงที่มากกว่าทำให้แพรไหมต้องเงยหน้าขึ้น แต่เธอไม่คิดถอยแม้แต่ก้าวเดียว

“งั้นก็พิสูจน์สิ” เขาพูดเสียงต่ำ “พิสูจน์ว่าแนวคิดของเธอหาเงินเข้ามาได้โดยไม่ต้องพึ่งชื่อวัฒนเมธากุล”

“ได้”

“ภายในหนึ่งสัปดาห์ เราจะเสนอแผนของตัวเองต่อทีม ใครได้เสียงสนับสนุนมากกว่า คนนั้นเป็นฝ่ายตัดสินใจ”

“ตกลง”

แพรไหมยื่นมือออกไป คีตะมองมือนั้นครู่หนึ่งก่อนจับไว้

แรงบีบของทั้งคู่ไม่มีใครเบากว่าใคร

“เตรียมตัวแพ้ไว้ได้เลย ท่านประธาน”

“ประโยคนี้ฉันควรพูดกับเธอมากกว่า”

การประชุมสิ้นสุดลงโดยที่สมาชิกในทีมต่างทยอยออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครอยากติดอยู่ท่ามกลางสงครามของหัวหน้าสองคน

แพรไหมเก็บเอกสารลงกระเป๋า เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็พบสายที่ไม่ได้รับจากเจ้าของหอพักถึงห้าสาย

เธอรีบโทรกลับทันที

“สวัสดีค่ะพี่ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“น้องแพร พี่กำลังจะบอกเรื่องตึกน่ะ ช่างเพิ่งตรวจพบปัญหาระบบไฟกับรอยร้าว ต้องปิดปรับปรุงด่วนทั้งหมดเลย”

หัวใจของแพรไหมกระตุกวูบ

“ปิดเมื่อไรคะ”

“ภายในสามวันจ้ะ ผู้เช่าต้องย้ายออกก่อน พี่ขอโทษจริง ๆ”

“แล้วเงินประกันกับค่าเช่าที่จ่ายไป”

“พี่จะคืนให้ แต่คงต้องรอเจ้าของตึกอนุมัติประมาณหนึ่งเดือนนะ”

แพรไหมหลับตาแน่น เธอไม่มีเงินพอจะจ่ายค่าประกันห้องใหม่ เพราะเงินเก็บทุกบาทถูกกันไว้สำหรับค่ารักษามารดา

เธอสูดหายใจลึก ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด

“ค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวแพรจัดการเอง”

หลังวางสาย หญิงสาวเปิดแอปค้นหาที่พักทันที ห้องราคาถูกใกล้มหาวิทยาลัยแทบไม่เหลือ ส่วนห้องที่ว่างก็เรียกเก็บเงินประกันล่วงหน้าสองถึงสามเดือน

แพรไหมคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนนึกถึงบ้านพักที่เธอเพิ่งวางเงินประกันผ่านนายหน้าไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เจ้าของบ้านแจ้งว่าจะย้ายเข้าได้ช่วงปลายเดือน แต่หากขอเข้าเร็วกว่ากำหนดก็น่าจะพอเจรจาได้

อย่างน้อยเงินก้อนนั้นก็จ่ายไปแล้ว

เธอจึงโทรหานายหน้าและได้รับคำตอบว่าสามารถย้ายเข้าได้ทันที

ปัญหาที่พักน่าจะจบลงตรงนั้น หากเธอไม่ลากกระเป๋าใบใหญ่ไปถึงบ้านในอีกสามวันต่อมา แล้วพบรถยนต์สีดำคุ้นตาจอดอยู่หน้าประตู

แพรไหมยืนมองทะเบียนรถอยู่หลายวินาที ก่อนภาวนาให้เป็นเพียงรถรุ่นเดียวกัน

แต่ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้าไป คำภาวนาของเธอก็พังทลาย

คีตะกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่กลางห้องรับแขก ข้างเท้ามีกระเป๋าเดินทางสองใบ เมื่อเห็นเธอ เขาก็หยุดพูดไปชั่วขณะ

“เดี๋ยวผมโทรกลับ”

เขากดวางสาย ก่อนมองตั้งแต่ใบหน้าของแพรไหมลงไปถึงกระเป๋าเดินทาง

“เธอมาทำอะไรที่นี่”

“ฉันต่างหากที่ต้องถาม” แพรไหมดึงเอกสารสัญญาออกจากกระเป๋า “ฉันเช่าบ้านหลังนี้แล้ว”

“เป็นไปไม่ได้ ฉันจ่ายเงินประกันไปตั้งแต่สองอาทิตย์ก่อน”

คีตะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเลขาส่วนตัว หลังจากพูดคุยกันไม่ถึงห้านาที สีหน้าของเขาก็ยิ่งเย็นชาขึ้น

นายหน้าสองคนรับงานจากเจ้าของบ้านคนเดียวกันและทำสัญญาซ้ำซ้อน เนื่องจากเจ้าของอยู่ต่างประเทศจึงไม่ทราบว่าบ้านถูกปล่อยเช่าให้คนสองคนพร้อมกัน

ทั้งคู่สามารถยกเลิกสัญญาได้ แต่เงินประกันจะต้องรอการตรวจสอบอย่างน้อยสี่สิบห้าวัน

คีตะมีเงินมากพอจะหาบ้านใหม่ได้ทันที แต่บ้านหลังนี้อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยและเหมาะสำหรับเตรียมโครงการมากที่สุด ที่สำคัญ หากบิดารู้ว่าเขาหนีออกจากคอนโดของครอบครัวมาเช่าบ้านเพื่อพิสูจน์ว่าตนเองอยู่ได้โดยไม่พึ่งพา คงไม่พลาดใช้เรื่องนี้เยาะเย้ยเขา

ส่วนแพรไหมไม่มีเงินเหลือพอจะไปที่อื่น

“นายย้ายออกไปสิ” เธอเสนอ “ค่าประกันแค่นั้นคงไม่กระทบเงินในบัญชีของนายหรอก”

“แล้วทำไมไม่เป็นเธอที่ย้าย”

“เพราะฉันมาถึงทีหลัง นายควรมีเวลาหาที่ใหม่มากกว่าฉัน”

“เหตุผลฟังไม่ขึ้น”

แพรไหมกอดอก “งั้นก็อยู่ด้วยกันชั่วคราว บ้านตั้งกว้าง แบ่งคนละครึ่ง ฉันจะไม่ยุ่งกับนาย นายก็อย่ามายุ่งกับฉัน”

คีตะนิ่งคิด แม้ไม่พอใจ แต่ก็ไม่พบทางเลือกที่ดีกว่า

“แค่จนกว่าเรื่องสัญญาจะเรียบร้อย”

“ตกลง”

ทั้งคู่แยกกันสำรวจบ้าน ก่อนเสียงของแพรไหมจะดังขึ้นจากชั้นสอง

“คีตะ!”

ชายหนุ่มเดินตามขึ้นไปและพบเธอยืนอยู่หน้าห้องสองห้อง ห้องแรกเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ ส่วนอีกห้องไม่มีเตียง เพราะเจ้าของเดิมปรับเป็นห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว

“มีห้องนอนเดียว” เธอบอก

“ฉันเห็นแล้ว”

คีตะเดินเข้าไปในห้องนอนและวางกระเป๋าลงข้างเตียงราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่โดยสมบูรณ์

แพรไหมตามเข้ามาทันที “นายทำอะไร”

“เลือกห้อง”

“ใครอนุญาต”

“ฉันมาถึงก่อน”

“เมื่อกี้นายยังบอกว่าเหตุผลมาถึงก่อนไม่มีน้ำหนักอยู่เลย”

คีตะหันกลับมาเผชิญหน้า ก่อนกอดอกมองเธอด้วยสายตาเย็นชา

“ฉันยอมทำงานกับเธอ ไม่ได้แปลว่าจะยอมใช้ชีวิตร่วมกับเธอ”

แพรไหมจ้องหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากจะคลี่ยิ้มหวานจนน่าระแวง

เธอหยิบหมอนใบหนึ่งจากบนเตียงแล้วโยนใส่อกเขาเต็มแรง

คีตะรับไว้โดยอัตโนมัติ

“งั้นโซฟาเป็นของนายค่ะ ท่านประธาน”

พูดจบเธอก็ผลักกระเป๋าของเขาออกจากห้อง ก่อนปิดประตูใส่หน้าอย่างรวดเร็ว

คีตะยืนมองประตูที่เพิ่งถูกล็อกจากด้านใน แล้วก้มมองหมอนในมือของตัวเอง

นี่เป็นเพียงวันแรกของการแข่งขัน

แต่เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ระหว่างเงินรางวัลหนึ่งล้านบาทกับการเอาชนะผู้หญิงที่อยู่หลังประตูบานนี้ สิ่งใดจะยากกว่ากัน

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
15 Chapters
บทที่ 1 คู่แข่งหมายเลขหนึ่ง
เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วหอประชุมใหญ่ ทันทีที่ภาพประชาสัมพันธ์โครงการ UniVision Asia Challenge ปรากฏบนจอแอลอีดีขนาดยักษ์นักศึกษาหลายร้อยคนจับจ้องไปยังเวทีด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขันธรรมดา แต่เป็นโอกาสสำคัญที่อาจเปลี่ยนอนาคตของผู้ชนะไปตลอดกาลทีมที่ได้รับเลือกจะเป็นผู้รับผิดชอบออกแบบแคมเปญประชาสัมพันธ์เทศกาลนานาชาติประจำปีของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่การวางแนวคิด หาผู้สนับสนุน ผลิตสื่อ ไปจนถึงจัดงานจริงภายในสามเดือนรางวัลคือทุนฝึกงานหกเดือนกับบริษัทอีเวนต์ชื่อดังในประเทศสิงคโปร์ พร้อมเงินสดมูลค่าหนึ่งล้านบาทแพรไหมนั่งอยู่แถวหน้าของหอประชุม ดวงตากลมสวยจับจ้องตัวเลขบนจอโดยแทบไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างหนึ่งล้านบาทหากชนะ เงินก้อนนั้นจะเพียงพอสำหรับค่ามัดจำผ่าตัดหัวใจของมารดา รวมถึงค่าใช้จ่ายระหว่างพักฟื้นอย่างน้อยหลายเดือนหญิงสาวกำมือที่วางอยู่บนตักแน่น ภายใต้สีหน้ามั่นใจไม่มีใครรู้ว่าเมื่อคืนเธอเพิ่งนั่งฟังแพทย์อธิบายถึงความเสี่ยง หากมารดายังไม่ได้รับการผ่าตัดภายในระยะเวลาที่กำหนดเธอไม่มีสิทธิ์แพ้ไม่ใช่เพราะต้องการทุนไปต่างประเทศ ไม่ใช่เพราะอยากเอาชนะใคร และไม่ใช่เพราะต้องการชื่อเ
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 2 กฎของรูมเมต
“เปิดประตู แพรไหม”เสียงทุ้มดังผ่านบานประตูห้องนอน พร้อมเสียงเคาะเป็นจังหวะหนัก ๆ ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆหญิงสาวซึ่งกำลังรื้อเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าเดินทางเหลือบมองประตู ก่อนตอบกลับโดยไม่คิดจะเปิด“ถ้าจะขอหมอนเพิ่ม ไม่มีแล้วค่ะท่านประธาน”“ฉันไม่ได้จะขอหมอน”“งั้นผ้าห่มอยู่ในตู้เก็บของชั้นล่าง”“ฉันก็ไม่ได้จะขอผ้าห่ม”แพรไหมถอนหายใจ เธอเดินไปเปิดประตูเพียงแง้มหนึ่ง แต่ยังใช้ร่างกายขวางทางไว้ชัดเจนคีตะยืนอยู่หน้าห้องโดยไม่มีกระเป๋าหรือหมอนติดมือ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย ทว่าเส้นเลือดที่ขมับคล้ายจะกระตุกเล็กน้อย“มีอะไร”“ฉันจะไม่ได้นอนโซฟา”“แต่ฉันยกให้แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ”“ฉันไม่ได้เกรงใจ”“งั้นก็ดี ตกลงตามนี้นะ”แพรไหมกำลังจะปิดประตู แต่ฝ่ามือใหญ่กลับยันบานประตูเอาไว้“โซฟาตัวนั้นยาวไม่ถึงสองเมตร”หญิงสาวกวาดตามองเจ้าของความสูงเกินมาตรฐานตรงหน้า ก่อนยักไหล่อย่างไม่เห็นใจ“ก็พับขาสิ”“ทำไมไม่เป็นเธอที่ไปนอน”“เพราะฉันจองห้องนี้ก่อน”“เธอแค่โยนกระเป๋าเข้ามาแล้วล็อกประตู แบบนั้นไม่เรียกว่าจอง”“ใครเร็วใครได้”“เด็กอนุบาลหรือไง”“ถ้านายแพ้เด็กอนุบาล นายก็ควรกลับไปพิจารณาความสามา
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 3 สัมพันธ์ครั้งแรก NC
กลิ่นกาแฟลอยอบอวลอยู่ในห้องครัวตั้งแต่เช้าตรู่คีตะยืนพิงเคาน์เตอร์ในชุดนักศึกษาที่แต่งเรียบร้อยแล้ว เนกไทสีกรมท่าวางพาดอยู่บนไหล่ ขณะที่สายตาจับจ้องหญิงสาวซึ่งเพิ่งเดินลงมาจากชั้นสองแพรไหมดูเหมือนคนนอนไม่พอ ดวงตาคู่สวยมีรอยอ่อนล้าจาง ๆ แม้เธอจะใช้เครื่องสำอางปกปิดไว้แล้วก็ตามเมื่อคืนหลังจากวางสายจากโรงพยาบาล เธอกลับเข้าห้องโดยไม่พูดกับเขาอีกแม้แต่คำเดียวคีตะตั้งใจจะทำเหมือนไม่ได้ยินบทสนทนานั้น แต่เมื่อเห็นเธอกำลังหยิบกาแฟเพียงแก้วเดียวแทนอาหารเช้า เขาก็ไม่สามารถปล่อยผ่านได้“เมื่อคืนใครโทรมา”มือของแพรไหมชะงักเล็กน้อย ก่อนยกกาแฟขึ้นจิบโดยไม่มองหน้าเขา“นายถามทำไม”“ฉันได้ยินเธอพูดเรื่องค่าผ่าตัด”คราวนี้เธอหันมามองทันที แววตาที่เคยง่วงงุนเปลี่ยนเป็นระวังตัว“นายแอบฟังฉันเหรอ”“ฉันไม่ได้แอบฟัง เธอคุยอยู่หลังประตูกระจกแล้วฉันยืนอยู่ในบ้าน”“ได้ยินแล้วก็ลืมไปซะ”“ใครต้องผ่าตัด”แพรไหมวางแก้วลงบนเคาน์เตอร์เสียงดังเกินความจำเป็น จากนั้นเดินตรงไปยังตู้เย็นแล้วใช้นิ้วแตะกระดาษที่ติดอยู่บนประตู“กฎข้อสอง อ่านออกไหม”ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว“ฉันแค่ถาม”“และฉันไม่อยากตอบ”“แพรไหม”“มันไม่
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 5 ลงโทษจนตัวลอย NC
“ในฐานะหัวหน้าทีม…หรือในฐานะคู่นอนลับ ๆ ของฉันล่ะ?”คำถามของแพรไหมทำให้บรรยากาศบริเวณหน้าโรงแรมเงียบลงในความรู้สึกของคีตะ ทั้งที่รอบข้างยังเต็มไปด้วยเสียงรถยนต์และเสียงดนตรีซึ่งลอยออกมาจากเลานจ์เขามองเสื้อคลุมของอชิซึ่งพาดอยู่บนไหล่เธอ ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นสบดวงตาคู่สวย“ขึ้นรถ”“นั่นไม่ใช่คำตอบ”“ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามไร้สาระ”แพรไหมหัวเราะเบา ๆ ก่อนยืดตัวขึ้น “งั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งนายเหมือนกัน”เธอหันไปหาอชิพร้อมยื่นกุญแจรถของตนให้ดู“รถแพรยังอยู่ที่มหาวิทยาลัย พี่อชิผ่านทางนั้นใช่ไหมคะ”“ผ่าน เดี๋ยวพี่ไปส่งให้”“ขอบคุณค่ะ”คีตะขบกรามแน่นเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เธอมอบให้ผู้ชายอีกคน“แพรไหม”หญิงสาวชะงักเล็กน้อยกับน้ำเสียงเย็นจัด แต่ยังคงทำเหมือนไม่ใส่ใจ“มีอะไรอีกคะท่านประธาน”“ฉันบอกให้ขึ้นรถ”“ส่วนฉันบอกว่าจะกลับกับพี่อชิ นายฟังภาษาไทยไม่เข้าใจหรือไง”อชิมองคนทั้งคู่สลับกัน ก่อนถามอย่างระมัดระวัง “มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า”“เรื่องงานนิดหน่อยค่ะ” แพรไหมตอบเร็วเกินไป “แต่คุยพรุ่งนี้ก็ได้”คีตะไม่ได้โต้แย้งต่อ เขาปรับกระจกรถขึ้นแล้วขับออกไปทันทีแพรไหมมองตามท้ายรถด้วยความรู้สึ
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 4 กลางวันคือคู่แข่ง กลางคืนคือความลับ
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นในเวลาเจ็ดโมงสิบห้านาทีแพรไหมซึ่งกำลังยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกเหลือบมองหน้าจอ ก่อนพบข้อความจากคนที่อาศัยอยู่ในห้องถัดไปคีตะ: ประชุมเก้าโมง ห้ามสายหญิงสาวกลอกตา เธอพิมพ์ตอบกลับไปโดยไม่เสียเวลาเดินออกไปคุยกับเขาแพรไหม: ฉันจำตารางได้ ไม่ต้องสั่งข้อความถูกอ่านแทบจะทันทีคีตะ: ถ้าจำได้ ก็ควรลงมากินอาหารเช้าสายตาของแพรไหมหยุดอยู่บนข้อความนั้นครู่หนึ่งหลังจากคืนที่พวกเขาทำลายกฎข้อห้าและลงชื่อในข้อตกลงฉบับใหม่ ความสัมพันธ์ภายในบ้านก็เปลี่ยนไปอย่างประหลาดไม่ได้ดีขึ้นและไม่ได้แย่ลง เพียงแต่ทุกการสบตา ทุกการเดินสวนกัน หรือแม้แต่เสียงเปิดประตูห้องนอนของอีกฝ่าย ล้วนทำให้ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นย้อนกลับมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อคืนต่างคนต่างหลบหน้า เธอกลับเข้าห้องตั้งแต่หัวค่ำ ส่วนคีตะทำงานอยู่ในห้องรับแขกจนดึก ไม่มีใครเอ่ยถึงข้อตกลงหรือถามว่าจะเริ่มความสัมพันธ์ครั้งต่อไปเมื่อใดแพรไหมพยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างไม่มีอะไรซับซ้อนพวกเขาเพียงเคยมีอะไรกันหนึ่งครั้งและอาจเกิดขึ้นอีกเมื่อทั้งคู่ต้องการ ไม่มีสถานะ ไม่มีความรู้สึก และไม่มีใครต้องรับผิดชอบหัวใจของใครฟังดูง่า
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 6 ความลับใต้รอยยิ้ม
“สไลด์ถัดไปเป็นผลสำรวจความสนใจของนักศึกษาจำนวนหนึ่งพันสองร้อยคนค่ะ”แพรไหมกดรีโมตเปลี่ยนภาพบนจอ ก่อนหันกลับมาหาคณะกรรมการจำลองซึ่งประกอบด้วยสมาชิกในทีมและอาจารย์ที่ปรึกษา“จากข้อมูลจะเห็นว่า นักศึกษาร้อยละเจ็ดสิบแปดต้องการกิจกรรมที่มีส่วนร่วมมากกว่าการชมการแสดงเพียงอย่างเดียว เราจึงออกแบบพื้นที่...”ภาพตรงหน้าไหววูบหญิงสาวหยุดพูดกลางประโยค แสงจากเครื่องฉายภาพพร่ามัวจนตัวหนังสือบนจอซ้อนทับกันไปหมดเธอกะพริบตาแรง ๆ และพยายามพูดต่อ“พื้นที่กิจกรรมให้ผู้ร่วมงานสามารถ…”เสียงของตนเองดังห่างออกไปราวกับลอยมาจากปลายอุโมงค์มือที่ถือรีโมตเย็นเฉียบ ขณะที่เสียงหัวใจเต้นดังก้องอยู่ในหู แพรไหมพยายามสูดลมหายใจ แต่ความรู้สึกหนักอึ้งกลับแผ่ไปทั่วร่าง“แพรไหม?”เสียงคีตะดังขึ้นจากหัวโต๊ะเธอหันไปทางเขา แต่ยังไม่ทันตอบ พื้นห้องประชุมก็พลิกกลับในสายตาร่างบอบบางทรุดลงอย่างกะทันหันคีตะลุกจากเก้าอี้และเข้าถึงตัวเธอก่อนศีรษะจะกระแทกพื้น เขารับร่างเธอไว้ในอ้อมแขน รีโมตหลุดจากมือกระเด็นไปอีกทาง“แพรไหม ได้ยินฉันไหม”หญิงสาวไม่มีปฏิกิริยา ใบหน้าซีดขาวและริมฝีปากแทบไม่มีสี“พี่แพร!”สมาชิกในทีมรีบล้อมเข้ามา
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 7 เข็มฉีดยาท่อนใหญ่ NC
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ เป็นสิ่งแรกที่แพรไหมรับรู้เมื่อลืมตาขึ้นเพดานสีขาวเหนือศีรษะไม่คุ้นตา ข้างกายมีสายน้ำเกลือต่ออยู่กับหลังมือ ส่วนเสียงเครื่องปรับอากาศดังสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบหญิงสาวกะพริบตาอยู่หลายครั้ง ก่อนความทรงจำจะค่อย ๆ กลับมาเธอกำลังตัดต่องานอยู่ในห้องรับแขก รู้สึกคลื่นไส้จึงเดินเข้าไปล้างหน้าภายในห้องน้ำ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ดับวูบแพรไหมพยายามขยับตัว เสียงเก้าอี้ข้างเตียงจึงดังขึ้นทันทีคีตะซึ่งนั่งหลับอยู่ตรงนั้นลืมตาขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เนกไทหายไปแล้ว กระดุมเสื้อสองเม็ดบนถูกปลดออก และเส้นผมซึ่งมักเป็นระเบียบกลับยุ่งเล็กน้อย“ฟื้นแล้วเหรอ”น้ำเสียงแหบพร่าราวกับไม่ได้พูดมานาน“ที่นี่โรงพยาบาล?”“ใช่”“ฉันหลับไปนานแค่ไหน”“เกือบสี่ชั่วโมง”คีตะลุกขึ้นยืนแล้วกดเรียกพยาบาล ก่อนเทน้ำใส่แก้วและช่วยประคองเธอขึ้นมาดื่มแพรไหมรับแก้วไว้ด้วยตนเอง แต่ปลายนิ้วยังอ่อนแรงจนแก้วสั่น คีตะจึงไม่ยอมปล่อยมือ เขาประคองแก้วไว้จนเธอดื่มเสร็จ“หมอว่าอย่างไรบ้าง”“ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดน้ำ น้ำตาลต่ำ และพักผ่อนไม่พอ” เขาตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “โชคดีที่ศีรษะไม่กระ
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 8 คู่หมั้นที่เขาไม่ได้เลือก
แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน แต่ความอบอุ่นจากคนในอ้อมแขนกลับหายไปแล้วคีตะลืมตาขึ้นและพบว่าพื้นที่ข้างกายว่างเปล่า เหลือเพียงรอยยับบนหมอนกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของแพรไหมเขายื่นมือไปแตะผ้าปูที่นอนความเย็นซึ่งหลงเหลืออยู่บอกให้รู้ว่าเธอลุกออกไปนานพอสมควรชายหนุ่มคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาสวม ก่อนเดินลงไปชั้นล่าง เสียงภายในบ้านเงียบผิดปกติ โต๊ะอาหารไม่มีแก้วกาแฟสองใบเหมือนทุกวัน มีเพียงกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางอยู่ข้างกุญแจสำรองฉันไปมหาวิทยาลัยก่อน วันนี้มีงานต้องจัดการคีตะอ่านข้อความซ้ำอีกครั้งไม่มีคำประชด ไม่มีภาพหน้าบึ้งที่เธอชอบวาดกำกับ และไม่มีการบ่นว่าเขาชอบออกคำสั่งข้อความธรรมดากลับทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูกเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหา แต่แพรไหมไม่รับสาย เมื่อส่งข้อความไปถามว่าออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อไร เธอก็ตอบกลับมาเพียงคำเดียวเช้าคีตะจ้องคำตอบสั้น ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ถามต่อคีตะ: เราต้องคุยกันเรื่องงานแถลงข่าวผ่านไปเกือบห้านาทีจึงมีคำตอบแพรไหม: ไม่เกี่ยวกับฉันคีตะขมวดคิ้ว เขาพอเดาได้ว่าเธอคงได้ยินบางส่วนจากการคุยโทรศัพท์เมื่อคืน แต่ยังไม่รู้ว่าได้ย
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 9 สัมพันธ์พร้อมน้ำตา NC
“โกหกเรื่องอะไร”แพรไหมถามทั้งที่รู้ดีว่า คีตะคงไม่ได้หมายถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งภายในบ้านเงียบสนิท แสงจากโคมไฟเหนือโต๊ะอาหารทอดเงาร่างของคนทั้งคู่ลงบนพื้น กระดาษข้อตกลงวางอยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา คล้ายเส้นแบ่งซึ่งไม่มีใครกล้าก้าวข้ามคีตะหยิบกระดาษขึ้นมา บริเวณเงื่อนไขเรื่องยุติความสัมพันธ์มีรอยวงกลมจากปากกาของเธอปรากฏชัดเจน“เธอโกหกว่าเมื่อคืนไม่มีความหมาย” เขาพูด “โกหกว่าไม่ได้สนใจข่าวของฉันกับเรน่า แล้วก็โกหกว่าการย้ายออกไม่เกี่ยวกับฉัน”แพรไหมกำสายกระเป๋าแน่น“ต่อให้ฉันโกหก แล้วมันเปลี่ยนอะไรได้”“อย่างน้อยฉันก็อยากได้ยินความจริงจากเธอ”“นายต้องการความจริงแบบไหน อยากให้ฉันยอมรับว่าไม่อยากเห็นนายยืนอยู่ข้างเรน่า หรืออยากให้ยอมรับว่าฉันรู้สึกกับนายมากกว่าที่ควรจะเป็น?”คีตะนิ่งไป“ถ้าฉันยอมรับแล้ว นายจะทำอย่างไร” เธอถามต่อ “จะยกเลิกงานแถลงข่าว จะปฏิเสธครอบครัว หรือจะให้สถานะฉันได้หรือเปล่า”เขาวางกระดาษกลับลงบนโต๊ะ“ฉันไม่เคยตอบตกลงหมั้นกับเรน่า”“แต่วันนี้นายก็ไปยืนข้างเธอ”“เพราะพ่อขู่ว่าจะถอนเงินสนับสนุน”“ฉันรู้แล้ว”“ถ้าฉันไม่ไป โครงการจะถูกยกเลิก เงินรางวัลที่เธอต้องใช้รักษาแ
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
บทที่ 10 คนทรยศ
เสียงโทรศัพท์ปลุกแพรไหมขึ้นมาในช่วงเช้าหญิงสาวลืมตาขึ้นท่ามกลางห้องพักแคบ ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย กล่องสัมภาระวางเรียงอยู่ข้างผนัง เสื้อผ้าบางส่วนยังคงค้างอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เพราะเมื่อคืนเธอไม่มีแรงมากพอจะจัดอะไรต่อความทรงจำเกี่ยวกับคีตะไหลกลับเข้ามาในความคิด ตั้งแต่บทสนทนาหน้าโต๊ะอาหารไปจนถึงคืนสุดท้ายภายในห้องนอนของเขาแพรไหมหลับตาลงและพยายามไล่ภาพเหล่านั้นออกไป ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย“สวัสดีค่ะ”“คุณแพรพิไลใช่ไหมคะ ดิฉันโทรมาจากสำนักงานคณะกรรมการโครงการ UniVision Asia Challenge ขอให้คุณเข้าพบคณะกรรมการภายในเก้าโมงเช้าวันนี้ค่ะ”น้ำเสียงเป็นทางการทำให้เธอลุกขึ้นนั่ง“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”“เกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลโครงการค่ะ รายละเอียดทั้งหมดจะแจ้งให้ทราบเมื่อคุณมาถึง”สายถูกตัดไปหลังจากนั้นไม่นานแพรไหมมองหน้าจอด้วยความสับสน ก่อนพบข้อความจำนวนมากจากสมาชิกในทีม บางคนถามว่าเธออยู่ที่ไหน ขณะที่บางคนส่งภาพหลักฐานการส่งไฟล์ซึ่งกำลังถูกแชร์อยู่ในกลุ่มปิดของสโมสรทุกภาพมีชื่อบัญชีของเธอปรากฏอยู่หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอรีบลุกไปเปิดโน้ตบุ๊ก แต่กลับพบว่าบัญชีอีเมลของตนเองถูกออก
last updateLast Updated : 2026-10-21
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status