Masukความสงสารพุ่งขึ้นมาในใจ เขาไม่ชอบพฤติกรรมหยาบคายของจ้าวหมิงหมิงอยู่แล้ว ยิ่งเห็นจ้าวมู่อิงตกเป็นเหยื่อเช่นนี้ยิ่งทำให้รู้สึกไม่พอใจมากกว่าเดิม
“จ้าวหมิงหมิงเธอทำเกินไปแล้ว” เขากล่าวหนักแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างมาก
“เสี่ยวอิงเป็นคนอ่อนโยนและน่ารักขนาดนี้ เธอทำได้อย่างไรกัน จ้าวหมิงหมิง!!”
จ้าวมู่อิงสะอื้นเบา ๆ พลางก้มหน้าลงอย่างเจียมตัว แต่หากมีคนสังเกตดี ๆ ก็จะพบรอยยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ ก่อนจะแสร้งพูดออกมาอย่างน่าสงสาร
“พี่เหวินหยวนอย่าตำหนิพี่หมิงหมิงเลย บางทีฉันอาจจะทำอะไรผิดไปก็ได้ค่ะ หรือไม่ก็มีอะไรที่ขัดหูขัดตาพี่หมิงหมิงก็ได้”
พอได้ยินน้ำเสียงที่สำนึกผิดและเหมือนจะรับเรื่องทุกอย่างทั้งหมดไว้ด้วยตนเอง เหวินหยวนจึงพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“เสี่ยวอิงอย่าได้โทษตัวเองเลยนะ ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่จ้าวหมิงหมิงขี้อิจฉามากกว่า ฝ่ายนั้นคงเห็นว่าเสี่ยวอิงสวยกว่า น่ารักกว่าแล้วทนไม่ได้ เลยหาเรื่องกลั่นแกล้ง”
พอได้ยินอย่างนั้น หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับเหวินหยวน พลางเม้มริมฝีปากแน่นราวกับกำลังชั่งใจแล้วพูดออกมาว่า
“พี่เหวินหยวน ใจดีจังเลยค่ะ” ก่อนจะกล่าวเสียงสั่นเครืออีกครั้ง
“แต่ฉันกลัว...ฉันกลัวว่าพี่หมิงหมิงจะยิ่งเกลียดฉันมากขึ้น ฉันไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี”
เหวินหยวนทอดสายตามองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างอ่อนโยน มือของเขาเกือบจะเอื้อมไปแตะไหล่เธอเพื่อปลอบโยน แต่สุดท้ายก็เลือกจะเก็บมือกลับมาเหมือนเดิม
“ไม่ต้องกังวล พี่อยู่ที่นี่แล้ว ถ้าจ้าวหมิงหมิงคิดจะรังแกเสี่ยวอิงอีก พี่จะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”
คำพูดของชายหนุ่มเปรียบเสมือนสายลมอ่อนโยนที่พัดผ่านหัวใจของจ้าวมู่อิง เธอสูดหายใจเข้าราวกับว่ากำลังรวบรวมความกล้า
“พี่เหวินหยวนคะ ฉันรู้ว่าไม่ควรหวังมากเกินไป แต่…ฉันรู้สึกอบอุ่นใจเสมอเมื่ออยู่ใกล้กับพี่”
เหวินหยวนตกใจเล็กน้อยกับคำพูดนั้น แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเพียงมองจ้าวมู่อิงด้วยแววตาอ่อนโยน
จ้าวหมิงหมิงกำมือแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ตอนแรกก็คิดว่าศัตรูของตัวเองคือจ้าวซีซี แต่หลังจากที่เฝ้ามองเหตุการณ์นี้ก็เข้าใจแล้วว่าศัตรูที่แท้จริงของเธอคือจ้าวมู่อิง
ก่อนหน้านี้เธอมั่นใจว่าจ้าวซีซีคือคนที่น่ารำคาญที่สุด เป็นตัวขัดขวางไม่ให้เธอได้รับความสนใจจากเหวินหยวน แต่ตอนนี้เห็นทุกอย่างชัดเจนแล้ว
จ้าวมู่อิงต่างหากที่เป็นตัวปัญหา เล่นบทหญิงสาวอ่อนแอ ทำให้เหวินหยวนหลงใหล และแสร้งทำเป็นผู้ถูกกระทำเพื่อให้ได้รับความเห็นใจ
“น่าขยะแขยง!” จ้าวหมิงหมิงสบถออกมา
หญิงสาวกัดริมฝีปากจนเลือดซิบ เธอจะไม่ยอมให้จ้าวมู่อิงชนะ และหากจ้าวมู่อิงต้องการเล่นบทเหยื่อ อย่างนั้นก็เตรียมตัวรับมือกับฝันร้ายที่แท้จริงได้เลย
จากนั้นจ้าวหมิงหมิงจึงเดินออกมา ซึ่งภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ตกอยู่ในสายตาของจ้าวซีซีทั้งหมด
อากาศยามบ่ายของหมู่บ้าน เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของเหล่าหญิงสาวที่นั่งจับกลุ่มใต้ต้นไม้ใหญ่ เค่ออินลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านนั่งเด่นอยู่กลางวง สีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ สวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านและรอบตัวมีกลิ่นหอมของดอกไม้จาง ๆ
ขณะนั้นเองจ้าวซีซีเดินผ่านหญิงสาวกลุ่มนี้ โดยไม่ได้เอ่ยทักทายหรือหยุดมอง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเค่ออินกลับเป็นยางมัดผมที่จ้าวซีซีใช้
ยางมัดผมเส้นนั้นเป็นสีแดงสด ปักด้วยลายไหมละเอียดดูงดงาม มันไม่ได้ดูหรูหรามากมาย แต่กลับทำให้จ้าวซีซีที่ปกติมักจะมอมแมมดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างประหลาด
เค่ออินหรี่ตา รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที จึงร้องเรียกขึ้น
“เดี๋ยวก่อน”
จ้าวซีซีหยุดเดิน หันกลับไปมองด้วยความแปลกใจ
“มีธุระอะไรกับฉันเหรอ”
เค่ออินลุกขึ้นยืน เดินเข้ามาใกล้ มองไปที่ยางมัดผมของจ้าวซีซีอย่างพินิจพิเคราะห์
“เธอมัดผมด้วยอะไรน่ะ ฉันรู้สึกว่ามันดูสวยดี”
จ้าวซีซีแสร้งทำเป็นตกใจก่อนจะยกมือแตะยางมัดผม แล้วทำท่านึกขึ้นได้
“อ๋อ อันนี้เหรอ เป็นของขวัญจากคนรู้จักน่ะ ฉันก็แค่เอาออกมาใช้น่ะ”
“จากใครงั้นเหรอ รู้ไหมว่าเขาไปซื้อมาจากที่ไหน” เค่ออินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
จ้าวซีซีแกล้งทำสีหน้าเขินอาย ก่อนจะตอบเสียงเบา
“เหวินหยวนเป็นคนให้ฉันมา”
จ้าวซีซีเดินเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ การที่เธอควงแขนอยู่กับเซียวเฉิงดึงดูดความสนใจจากทุกคนในงาน สายตาหลายคู่หันมาจับจ้อง ทั้งผู้หญิงที่ชื่นชมในความงามของเธอ และผู้ชายที่อดไม่ได้ที่จะมองตามร่างนุ่มนวลในชุดกี่เพ้ารูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาอย่างทันสมัย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและสง่างามความสนใจทั้งหมดในห้องหันไปที่จ้าวซีซีและเซียวเฉิง ทั้งสองคนเดินเข้ามาด้วยท่าทางที่เป็นกันเอง ทำให้ทุกคนยิ่งรู้สึกว่า พวกเขาเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบและดูเหมาะสมกันที่สุดในงานในขณะเดียวกัน จ้าวฉีที่นั่งอยู่โต๊ะหลักเห็นภาพนี้แล้วก็ต้องหรี่ตาลง ความโกรธในใจเธอเริ่มเดือดปุด ๆ เมื่อเห็นว่าจ้าวซีซีสวมชุดใหม่ที่สวยกว่าของเธอ และยังควงแขนเซียวเฉิงเข้ามาด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน ความรู้สึกเหมือนถูกท้าทายทำให้จ้าวฉีแทบจะเดินเข้าไปตบตีจ้าวซีซีแต่เมื่อเธอเริ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า มือของถังอู่ถงก็ยื่นออกมาจับแขนของจ้าวฉีเอาไว้ก่อน“ใจเย็น ๆ ก่อน”ถังอู่ถงพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด แม้จะมีแววในดวงตาที่ส่อไปทางไม่พอใจเช่นเดียวกันกับจ้าวฉีแสดงออก แต่เธอก็ยังคงพยายามควบคุมสถานการณ์เอาไว้จ้าวฉีสะบัดแขนออกจากมือของถังอู่ถงอ
เปิดตัวหลานสาวอีกคนงานเลี้ยงวันเกิดของถังซวง เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและคึกคัก ภายในห้องจัดงานประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดง และป้ายคำอวยพรที่เขียนด้วยตัวอักษรสีทองทุกมุมของห้องเต็มไปด้วยอาหารที่จัดเรียงอย่างประณีต ทั้งอาหารทะเลสด ๆ หมูย่างทั้งตัว และขนมหวานหลากหลายเสียงเพลงดั้งเดิมที่มีทำนองหวานหู และการสนทนาของแขกที่นั่งอยู่ตามโต๊ะกลมที่ตั้งไว้กลางห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและสนุกสนานการเสิร์ฟอาหารเป็นไปอย่างรีบเร่ง พร้อมเสียงทักทายและเสียงหัวเราะของผู้คนที่พบปะกันอีกครั้ง หลังจากที่ห่างหายไปนานทุกคนในงานแต่งตัวอย่างมีเกียรติ แต่ก็ยังคงมีความผ่อนคลายและเป็นกันเอง การแลกเปลี่ยนคำอวยพรและของขวัญเป็นธรรมเนียมที่ขาดไม่ได้ พร้อมกับการยิ้มแย้มและคำพูดขอให้สุขภาพดีและโชคดีในปีหน้าเมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ ช่วงเวลาเปิดงานเริ่มใกล้เข้ามา แต่จ้าวซีซีก็ยังไม่ปรากฏตัวออกจากห้องเสียทีถังซวงเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจจึงหันไปมองถังอู่ถงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับสั่งเสียงแข็ง“อู่ถง ไปตามซีซีมาให้หน่อย ทำไมเธอถึงยังไม่ออกมาเสียที”จ้าวฉีที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เริ่มแสร้งทำเป็นมีท่าทางวิตกกังวล สายตามองไปย
“ก็ต้องสนิทสิ เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฉันเคยทำงานที่ร้านชาของเขา พวกเราเจอหน้ากันทุกวัน ตอนที่ฉันจะเข้าตระกูลถัง เขาก็เป็นคนหาหลักฐานให้อย่างเต็มใจด้วยนะ”จ้าวซีซียักไหล่ พลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ทว่ากลับซ่อนความพึงพอใจไว้คำพูดของจ้าวซีซีทำให้ใบหน้าของจ้าวฉีแดงก่ำ เซียวเฉิงเองก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยให้จ้าวซีซี และไม่แม้แต่จะหันไปมองจ้าวฉีอีกเลย“ฉันไปก่อนนะคะคุณเซียว แล้วเจอกันที่งานเลี้ยง”จ้าวซีซียิ้มให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้จ้าวฉียืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเคืองแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา กระทบกับกล่องไม้ขนาดกลางที่ถูกส่งมาวางไว้บนโต๊ะเบื้องหน้าจ้าวซีซียืนกอดอกมองมันนิ่ง ๆ ขณะที่สาวใช้เปิดกล่องออกเผยให้เห็นชุดที่อยู่ข้างในเนื้อผ้าหยาบและแข็ง สีจืดชืดราวกับเป็นของเก่าที่ถูกนำมาใช้ซ้ำ ลวดลายล้าสมัยอย่างเห็นได้ชัดการตัดเย็บแบบเรียบง่ายราวกับเป็นชุดของสาวใช้ก็ไม่ปาน ไม่มีความงดงามสมกับเป็นงานเลี้ยงเปิดตัวหลานสาวและงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของนายท่านถังแม้แต่น้อยเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู จ้าวฉีเดินเข้ามาพร้อมกับสีหน้าพึงพอ
คอยดูหายนะ“การที่ฉันไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่รู้” เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกฝ่าย นัยน์ตาสีเข้มของเธอเป็นประกายวาววับ ขณะที่พูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ“ทุกสิ่งที่พวกคุณทำ ฉันรู้ดีทุกอย่าง”ถังอู่ถงตัวแข็งทื่อขึ้นมาในทันที รอยยิ้มที่ฝืนไว้แทบจะไม่เหลือแล้ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่กำอยู่ข้างกายเริ่มสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย จ้าวซีซีรู้สึกพึงพอใจมาก ก่อนจะก้าวถอยหลัง แล้วหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมาถังอู่ถงยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยคำพูดของหญิงสาวที่เดินจากไป ความหวาดระแวงเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจเธอคิดมาตลอดว่าจ้าวซีซีเป็นเพียงเด็กสาวไร้หนทางที่ถูกกดขี่มาตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นอีกแบบโดยสิ้นเชิง“เธอรู้มากแค่ไหนกันแน่นะ...จ้าวซีซี”ถังอู่ถงกำมือแน่น นัยน์ตาที่เคยสงบเริ่มเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดหวั่น เธอรู้ดีว่าหากจ้าวซีซีต้องการเอาคืนจริง ๆ และเธอก็ต้องระวังตัวอย่างมากเช่นกันหลายสัปดาห์ต่อมา...ตอนนี้คฤหาสน์ตระกูลถังเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อถังซวงประกาศว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตนเอง และยังตั้งใจใช้โอกาสนี้เป็นการเปิ
วันต่อมา...หลังจากกินมื้อเช้าไปแล้ว ถังซวงจึงให้คนไปตามหลานสาวอย่างจ้าวซีซีมาหาเมื่อเห็นจ้าวซีซีเดินมานั่ง ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย มีทั้งความสำนึกผิด ความลังเล และความตั้งใจจริง“ซีซี ตารู้ว่าที่ผ่านมาหลานต้องทนทุกข์มากมาย ตาเองก็มีส่วนผิดที่ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ตาอยากจะชดเชยให้หลาน” ถังซวงเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน แววตาของเขาฉายแววด้วยความรู้สึกผิด“ยังไงเหรอคะ” จ้าวซีซีถามออกมาอย่างนุ่มนวล“ไม่ว่าหลานต้องการอะไร ตาพร้อมจะให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ทรัพย์สมบัติ หรือฐานะในตระกูลถัง”ถังซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น จนลืมไปว่าตอนนี้จ้าวซีซีคือหลานสาวที่แท้จริงของตนเองเมื่อได้ยินอย่างนั้น เธอจึงยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดขึ้นมาว่า“ฉันไม่ได้ต้องการทรัพย์สมบัติหรอกค่ะ คุณตา”“แล้วหลานต้องการอะไร” ถังซวงขมวดคิ้ว ชายชราแปลกใจว่าหากหลานสาวคนนี้ไม่ต้องการสมบัติแล้วเธอต้องการอะไรหญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะกล่าวอย่างหนักแน่นออกมา“ฉันต้องการเพียงแค่การยืนยัน ว่าฉันคือลูกสาวของคุณแม่ถังเหยียนจริง ๆ และให้ฉันหลุดพ้นจากทะเบียนของตระกูลจ้าว เพียงเท่านี้คุณตาทำให้ได้ไหม
จำนนเพราะหลักฐานเห็นอย่างนั้นจ้าวซีซีก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินไปหยิบเอกสารบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่เธอจะโยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้า“นี่คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า การสลับตัวของฉันกับจ้าวฉีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจัดการของลุงกับป้า”พูดแล้วก็หันไปมองทั้งสองคน“พวกคุณคือคนที่ทำให้จ้าวฉีแย่งทุกอย่างจากฉันไป ทั้ง ๆ ที่ฉันคือหลานตัวจริงของตระกูลถัง และต่อให้ไม่มีหลักฐานพวกนี้ ก็น่าจะรู้ดีว่าฉันมีตำหนิเหมือนกับแม่ทุกอย่าง ในขณะที่จ้าวฉีไม่มี”จ้าวหยวนและเหลียงฮุยมองหน้ากันด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าจ้าวซีซีจะมีหลักฐาน ทั้งสองแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอแล้วพวกเขาไม่แน่ใจว่าจ้าวซีซีไปหาใบแจ้งเกิดนี้มาจากไหน เพราะพวกเขาจำได้ว่าได้ทำการเผาทิ้งไปหมดแล้ว ทว่าทั้งสองคงนึกไม่ถึงว่าเซียวเฉิงจะให้เพื่อนของเขาที่อยู่ในสำนักงานพลเรือนไปช่วยสืบมาให้ จนได้หลักฐานเหล่านี้มา“เธอมันโกหก เป็นเพราะเธออยากได้สมบัติของตระกูลถังล่ะสิ ถึงได้กุเรื่องนี้ขึ้นมา” จ้าวฉีตะคอกใส่จ้าวซีซีเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจถังอู่ถงสังเกตเห็นว่าบรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเห็นจ้าวฉีกำลังโกรธจัด และมีท่าทีจะอาล





![ไอยคุปต์ มนตรา พันธนาการราคะ [PWP] + [NC30+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

