สืบแค้นฮ่องเต้แสนร้ายกาจ

สืบแค้นฮ่องเต้แสนร้ายกาจ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-08-02
โดย:  เทียนสื่อจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
6
1 คะแนน. 1 ทบทวน
38บท
2.0Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

นางจงใจเข้ารับการคัดเลือกสนม ข่าวหนาหูว่าฮ่องเต้เป็นบุรุษตัดแขนเสื้อไม่ก็โรคประหลาด นั่นย่อมดีต่อแผนการชำระแค้นมิใช่หรือ ได้เข้าวังในฐานะสนม ซ้ำยังมิต้องเปลืองตัว ผู้ใดจะคาดคิดว่านางกำลังทำผิดมหันต์!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 กบฎตระกูลจ้าว

"ตระกูลจ้าวรับราชโองการ" 

เสียงขันทีประกาศก้องพร้อมกองทหารนับร้อยวิ่งกรูเข้ามาปิดล้อมเรือนสกุลจ้าว ขณะเดียวกันรถม้าคันหนึ่งก็เพิ่งเคลื่อนตัวออกจากจวนโดยมิทันสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ฮูหยินจ้าวหรือจ้าวหว่านถงพร้อมทั้งบุตรทั้งสองเร่งรุดออกมาหน้าลานกว้าง บ่าวไพร่วางงานในมือลงจ้าละหวั่น อกซ้ายของทุกคนต่างกระเพื่อมไหว เหงื่อเม็ดละเอียดผุดซึมขึ้นบนกรอบหน้า

ยามนี้แม่ทัพใหญ่จ้าวตงหยวนไม่อยู่เรือน เพราะบ้านเมืองเข้าสู่ช่วงเพลิงสงคราม เขาจึงเป็นทัพหน้ากรีธาเพื่อปกป้องแว่นแคว้น แล้วเหตุใดจู่ ๆ จึงมีราชโองการมาจ่อถึงหน้าประตูจวนได้กันเล่า 

หลังจากทุกคนมารวมตัวกันโดยพร้อมเพรียง ขันทีจึงเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงกึ่งเล็กแหลม "ฮูหยินเจ้า ไม่ทราบว่ามาครบทุกคนแล้วหรือไม่" 

จ้าวหว่านถงสัมผัสได้ถึงสังหรไม่ดี ความรู้สึกประหลาดใจเริ่มหนักหน่วงกลายเป็นหวาดระแวง จ้าวหว่านถงเป็นหญิงวัยกลางคนทว่าใบหน้ายังคงสะสวยเฉกเช่นดรุณีแรกแย้ม มิแปลกใจที่บุตรสาวทั้งสองจะหน้าตางดงามอนึ่งนางเซียนแดนสวรรค์

นางเหลียวมองบุตรีข้างกาย และบุตรชายคนโตแช่มช้า แววตากระจ่างใสดุจไข่มุกราตรีสะท้อนความเจ็บปวดดั่งล่วงรู้ว่ากำลังจะเกิดอันใดขึ้น จ้าวหว่านถงกล้ำกลืนก้อนสะอื้นซึ่งจุกในคอลงไปด้วยความลำบากยากยิ่ง พลางเบนหน้ากลับ เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

"คะ...ครบแล้วเจ้าค่ะ" นางรู้สึกเสียขวัญจนหลั่งเหงื่อเย็นโซมกาย 

บ่าวไพร่มิได้เอะใจ ทว่าบุตรทั้งสองกลับมองหน้ากันด้วยความฉงน 

จ้าวหลิงหวินกระซิบแผ่ว "ท่านแม่ แล้วหลิงหลิงเล่าเจ้าคะ" 

จ้าวหว่านถงตวัดตามองด้วยใจโหมระทึก เดิมนางมีบุตรสามคน คือคุณชายใหญ่จ้าวเฉินหลิน ลูกสาวฝาแฝด จ้าวหลิงหวินและจ้าวหลิงหลิง ทว่ายามนี้แฝดผู้น้องไม่อยู่จวน เป็นนางที่จงใจส่งบุตรสาวคนเล็กออกไปข้างนอกก่อน เพราะยามนี้สามีไม่ส่งข่าวคราวกลับมาหลายเดือนแล้ว ไม่ทราบเป็นหรือตาย แม่ทัพใหญ่จ้าวตงหยวนมีศัตรูรอบด้าน มีหรือยามที่เขาล้มจะไม่โดนตลบหลังเหยียบซ้ำและถูกถอนรากถอนโคนจนหมดสิ้น 

จ้าวหลิงหวินสบประสานสายตาอันแข็งกร้าวของมารดา นางจึงหุบปากฉับพลัน พลางหลุบตามองต่ำเดี๋ยวนั้น 

ขันทีพยักหน้าเข้าใจ เขาไม่ทันได้ยินในสิ่งที่จ้าวหลิงหวินเอ่ย และมิได้ใส่ใจว่ามีจำนวนคนอาศัยอยู่ในจวนสกุลจ้าวเท่าใด จากนั้นถอนหายใจอย่างนึกสังเวชแล้วจึงประกาศก้องอีกหน 

"แม่ทัพใหญ่จ้าวตงหยวนมิเถรตรงต่อหน้าที่ คิดกบฏต่อบ้านเมือง จนศัตรูสามารถตีฝ่าด่านหน้าเข้ามา ส่งผลให้แว่นแคว้นได้รับความเสียหาย ประชากรล้มตายดุจทะเลโลหิต เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ฝ่าบาทจึงมีราชโองการสำเร็จโทษโดยการประหารริบจวนทั้งตระกูล" 

บ่าวไพร่ต่างแตกตื่นไม่กล้าขยับกาย เสียงอึงอลเริ่มดังขึ้นระเบ็งเซ็งแซ่ด้วยความตื่นตระหนก

"พะ...พวกเราเป็นบ่าวของที่นี่ก็ยังจะถูกลงทัณฑ์ด้วยเช่นนั้นหรือ" บ่าวรับใช้นายหนึ่งกล่าว ริมฝีปากอันซีดขาวพลางสั่นระริก ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกัน หัวใจระส่ำระสายแทบหยุดเต้น 

จ้าวหลิงหวิน และจ้าวเฉินหลินมองหน้ากันด้วยความหวาดกลัว ต่างเบิกตากว้างตะลึงพรึงเพริด กระทั่งลืมหายใจ ทั้งสองนัยน์ตาแดงก่ำเหลียวหน้ามองมารดาด้วยความเจ็บปวดระคนผิดหวัง 

จ้าวเฉินหลินเอ่ยเสียงสั่นเครือ กระบอกตาร้อนผ่าว "ทะ...ท่านแม่ ท่านทราบเรื่องนี้มาโดยตลอดเลยหรือ" 

ขณะที่สกุลจ้าวกำลังอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ที่สุดของแคว้นเฉินเป่ย จ้าวเฉินหลินเองเพิ่งสอบจอหงวนได้อันดับแรก ส่วนน้องสาวทั้งสองเพิ่งย่างเข้าวัยปักปิ่นได้ไม่นาน พวกนางยังไม่ทันได้ใช้ชีวิตดุจใจปรารถนาก็ต้องสิ้นชีพอย่างน่าเวทนาเช่นนี้หรือ ตระหนักถึงตรงนี้คิ้วเข้มพลันขมวดมุ่น เหตุใดจึงประจวบเหมาะกับวันที่จ้าวหลิงหลิงออกเดินทางกันเล่า  

จ้าวหว่านถงพยายามกล้ำกลืนความเจ็บปวดลงคอ เสียงร้องไห้ระงมของบ่าวไพร่ตอกย้ำความผิดบาปซึ่งกำลังถาโถมเข้ามาดุจระลอกคลื่นกระหน่ำซัดซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

"หลินเอ๋อร์ หวินเอ๋อร์ โลกใบนี้หาได้งดงามเฉกเช่นพวกเจ้าเข้าใจ การอยู่จุดสูงสุดแม้จะนับเป็นเรื่องน่ายินดี ทว่ากลับมีคนเตรียมฉุดเจ้าลงมายังที่ต่ำสุดได้เช่นกัน อย่าได้น้อยเนื้อต่ำใจต่อโชคชะตา ชาตินี้ไร้วาสนา ชาติหน้าแม่ขอให้พวกเจ้าได้เกิดในตระกูลที่ดี และพบแต่ความสงบสุข" 

จ้าวหลิงหวินน้ำตาไหลพรากโผเข้ากอดผู้เป็นมารดา "ฮึก...ฮื่อ...ท่านแม่ ข้ากลัว ท่านพ่อไม่ได้ทำใช่ไหมเจ้าคะ ข้าไม่เชื่อว่าท่านพ่อจะกบฏ" 

จ้าวเฉินหลินค่อย ๆ กระถดกายเข้าใกล้มารดา ทั่วทั้งร่างสั่นกระเพื่อม มือเท้าอ่อนปวกเปียกไปหมด จ้าวเฉินหลินก่อเกิดคำถามในใจ มารดาของเขาไม่รักตนทั้งสองแล้วหรือ ทว่าเมื่อเขาประสานกับดวงตาซึ่งบ่งบอกถึงความรวดร้าวของจ้าวหว่านถง จ้าวเฉินหลินจึงเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นมารดาในบัดดล ไม่ว่านางเลือกทางใดก็ล้วนเจ็บปวดไม่ต่างกัน 

สามคนแม่ลูกกอดกันน้ำตานองหน้า นางไม่มีสิ่งใดจะอธิบายหรือแก้ต่างทั้งสิ้น ต่อให้ยืนกรานว่าสามีของตนไม่ผิด คนโฉดชั่วพวกนั้นก็ยังสามารถหาวิธีบิดเบือนความเป็นจริงเพื่อทำลายตระกูลจ้าวอยู่วันยังค่ำ

การประหัตประหารได้เริ่มต้นขึ้น บุรุษถูกกุดหัวทั้งหมด ส่วนสตรีดื่มยาพิษดิ้นทุรนทุราย เสียงสาปแช่งจากบ่าวรับใช้ยิ่งทำให้จ้าวหว่านถงรู้สึกรวดร้าว นางมิอาจปกป้องใครได้สักคน นางเฝ้าโทษตนเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เดิมทีนางไม่คิดว่าเรื่องมิคาดฝันจะเกิดขึ้นรวดเร็วปานนี้ นึกไม่ถึงว่าจ้าวหลิงหลิงออกไปเพียงเวลาฉิวเฉียดเท่านั้น 

ราชโองการมิอาจขัด บุตรชายเพียงคนเดียวกำลังจะถูกสะบั้นศีรษะ นัยน์ตาที่เคยเริงร่าเพ่งมองมารดาด้วยแววตาระทมทุกข์ น้ำสีใสเอ่อคลอเสียจนภาพเบื้องหน้าพร่าเบลอ "ท่านแม่ ต่อให้เกิดชาติหน้าข้าก็ยังอยากเป็นลูกของท่าน" 

ดาบคมกริบตวัดฉับ สะบั้นลำคอเสียจนศีรษะหล่นจากบ่า โลหิตสีแดงฉานเจิ่งนองสาดกระจาย จ้าวหว่านถงและจ้าวหลิงหวินต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด นางกอดลูกสาวคนรองไว้ในอ้อมแขนรวดร้าวดั่งถูกเลาะเอ็นในกายออกมาบดขยี้ ไม่รู้ว่าตนทำผิดไปหรือไม่ เหตุใดจึงไม่ส่งลูก ๆ ออกไปพร้อมกันวันนี้ นางช่างเป็นมารดาที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย สวรรค์ก็โหดร้ายไร้เมตตานัก ให้นางมีความสุขชั่วประเดี๋ยว จากนั้นก็ฟาดทัณฑ์อสนีเคราะห์ลงมาอย่างแสนสาหัส 

สองแม่ลูกยกจอกสุราพิษขึ้นด้วยฝ่ามือสั่นเทา พลางหลั่งน้ำตาไม่หยุด จ้าวหว่านถงเอื้อมมือลูบไล้ใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่เปียกแฉะของบุตรสาว "หวินเอ๋อร์ แม่ขอโทษ อย่าได้น้อยใจในโชคชะตา ไม่ว่าคนที่จากไปหรือคนที่ยังอยู่ล้วนเจ็บปวดด้วยกันทั้งสิ้น ดูเหมือนแม่และพ่อทำผิดต่อพวกเจ้าแล้ว" 

"ทะ...ท่านแม่ ฮื่อ..." จ้าวหลิงหวินโน้มกระซิบแนบอกมารดา นางส่ายหน้าพัลวัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นนางไม่มีทางถือโทษหรือโกรธบิดามารดาเลย ถึงอย่างไรนางก็ช่วงชิงโชคชะตามาจากสวรรค์ คนร่างกายอ่อนแอเช่นนางมิควรมีลมหายใจตั้งแต่ทีแรก หากไม่เพราะจ้าวหลิงหลิงดันทุรังมอบเลือดในกายให้นางถึงสองส่วน นางคงตายไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้ว  "หลิงหลิงล่ะเจ้าคะ ท่านแม่... น้องจะยัง ฮึก... จะยังรอดหรือไม่" 

จ้าวหว่านถงวางจอกสุราพิษลง จากนั้นลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยของบุตรสาวในอ้อมแขนด้วยความทะนุถนอม "น้องต้องรอดแน่นอน แม่จะไม่ยินยอมให้เราต้องจากไปอย่างอยุติธรรมเช่นนี้ วันนี้ไม่อาจหลีกหนีความอดสู หากแม้พ่อเจ้ามิได้ก่อกบฏจริง คนเหล่านั้นล้วนต้องได้รับผลกรรมอย่างสาสม เด็กดีหลับเถิดนะ เจ้าจะไม่เจ็บปวด ส่วนพี่ของเจ้าแม่จะไปหาเขาเอง..." 

มือขาวซีดยกจอกสุราพิษของบุตรสาวขึ้นแช่มช้า นัยน์ตายังคงเพ่งมองลานประหารที่มีร่างของบุตรชายนอนจมกองโลหิตด้วยความระทมทุกข์ จ้าวหลิงหวินหวาดกลัวจนแทบขาดใจ ทว่านางก็ยังกระดกดื่มสุราพิษลงคออย่างเชื่อฟัง อาการสั่นเทาค่อย ๆ สงบลงเนิบช้า ลมหายใจของนางขาดสะบั้นลงในที่สุด 

จ้าวหว่านถงร่ำไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด นางตระกองกอดร่างบุตรสาวที่เริ่มเย็นลงทุกขณะไว้ในอ้อมแขน พลางร้องเพลงขับกล่อม เอนกายโยกเยกอนึ่งปลอบประโลมทารกน้อย จ้าวหว่านถงถอดกำไลหยกของตนและปิ่นปักผมของบุตรสาวกำไว้ในอุ้งมือ ลายเหมยกุ้ยฮวา [1] บนปิ่นบาดลึกเข้าไปในเนื้อนวล ของเหลวสีแดงสดไหลเยิ้มอาบย้อมจนน่าหวาดผวา นัยน์ตาดำขลับกวาดมองทั่วบริเวณ บ่าวไพร่ตายเกลื่อนกระทั่งลูกเล็กเด็กแดงก็ไม่เว้น บาปของนางหนนี้สาหัสสากรรจ์ยิ่งนัก 

จ้าวหว่านถงหัวเราะทั้งน้ำตาดุจคนเสียสติ พลันหยดโลหิตลงในสุราพิษเอ่ยสาปแช่งไม่ขาดปาก จู่ ๆ ฟากฟ้าก็ร้องกึกก้องกัมปนาท หยาดน้ำฝนหลั่งลงมาห่าใหญ่เฉกเช่นน้ำตาและสายเลือดที่รินไหลของผู้คนสกุลจ้าวในยามนี้ จ้าวหว่านถงมือสั่นระริก นางประคองสุราโลหิตด้วยพละกำลังอันแผ่วโผย จากนั้นจึงยกซดจนหมดถ้วย ร่างอรชรสองแม่ลูกกอดกันกลมล้มกลิ้งลงบนพื้นอย่างน่าอเนจอนาถใจ 

ขันทีมองภาพความอดสูเบื้องหน้าพลันถอนหายใจอย่างนึกเวทนา "กลับ..." 

.

.

"แม่นม ท่านว่าเหตุใดท่านแม่จึงต้องส่งข้าไปที่สำนักซูเซียวหรือ" จ้าวหลิงหลิงเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้ว พลางหยิบขนมเข้าปากคำโต 

"คุณหนู เพราะท่านชอบเรื่องจับดาบง้างธนูเฉกเช่นบุรุษมิใช่หรือ เช่นนั้นการไปศึกษาที่สำนักซูเซียวท่านมิดีใจหรือเจ้าคะ" 

จ้าวหลิงหลิงยิ้มแฉ่ง "ดีใจสิ ข้าชอบมาก แต่เดิมข้าขอร้องท่านแม่แทบตายก็ยังไม่อนุญาต ข้าเลยแอบเรียนกับพี่ใหญ่ซะเลย เอ๊ะ!..." 

จ้าวหลิงหลิงคลำเปะปะบนศีรษะ "แม่นม  ๆ ข้าลืมของ" 

แม่นมเริ่นเหมยกะพริบตามอง "ลืมอันใดเจ้าคะ" 

"ปิ่นที่ท่านพ่อมอบให้ข้าอย่างไรเล่า ช่วยกลับไปเอาได้หรือไม่ หากไม่มีมันข้ามิอาจสงบใจได้เลย" จ้าวหลิงหลิงเว้าวอน 

หญิงวัยราวสี่สิบกว่าถอนหายใจแผ่ว "คุณหนูนี่นา นิสัยขี้หลงขี้ลืมแต่เด็ก ดูสิฝนฟ้าก็ตกลงมาแล้วเสียด้วย เอาเถอะเจ้าค่ะกลับสักครู่คงไม่เป็นไร" 

เริ่นเหมยเอื้อมมือบีบปลายจมูกเชิดรั้นอย่างนึกมันเขี้ยว 

"หยุดก่อน พาคุณหนูกลับไปเอาของที่จวนก่อน" 

รถม้าจึงค่อย ๆ ชะลอลง "ขอรับ" 

จ้าวหลิงหลิงยิ้มตาหยี "ข้ารู้ว่าแม่นมน่ารักที่สุด" 

ยามนี้ดรุณีน้อยกำลังคลี่ยิ้มด้วยความซุกซนตามนิสัยคุณหนูสามของตระกูลจ้าว ไหนเลยจะล่วงรู้ ขณะที่ตนกำลังเริงร่าเพราะจะได้ไปศึกษายังสำนักที่หวัง เรือนสกุลจ้าวกลับเจิ่งนองไปด้วยทะเลโลหิตเสียแล้ว...

เชิงอรรถ

^เหมยกุ้ยฮวา หมายถึง ดอกกุหลาบ

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-08-16 08:09:16
0
0
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status