สืบแค้นฮ่องเต้แสนร้ายกาจ

สืบแค้นฮ่องเต้แสนร้ายกาจ

last updateLast Updated : 2025-08-02
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
6
1 rating. 1 review
38Chapters
2.3Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

นางจงใจเข้ารับการคัดเลือกสนม ข่าวหนาหูว่าฮ่องเต้เป็นบุรุษตัดแขนเสื้อไม่ก็โรคประหลาด นั่นย่อมดีต่อแผนการชำระแค้นมิใช่หรือ ได้เข้าวังในฐานะสนม ซ้ำยังมิต้องเปลืองตัว ผู้ใดจะคาดคิดว่านางกำลังทำผิดมหันต์!

View More

Chapter 1

บทที่ 1 กบฎตระกูลจ้าว

"When you realize that you have been the third wheel in their love story, sit up and think straight!"

Easier said than done.

I watched my best friend in bed, curled into the arms of the only guy I ever liked. 

Ethan.

Being in the same study group, Lisa didn't think he was good enough for anyone. Until I told her I wanted to ask him out. 

I gathered the shattered pieces of my heart, shut the door on them and lumbered downstairs. Between anger and the hurt chipping away at pieces of my heart is the fact they're both my friends. 

Lisa, the cheerleader who's been more of a sister to me.

Ethan, the nerd I found too hard to ignore.

Both in bed the same day I asked him out on a date.

I didn't wait for her to come downstairs. I knew she would bolt after me, so I went home straight with nerve breaking exhaustion. 

Should I curl up and cry in a corner? Hell no.

When you're a foster kid, you don't get those privileges. 

A minute after I got home, her call came in.

" Hello, Nicki... listen, it wasn't planned. It just happened..."

I imagined her gesticulating while speaking, and him on the bed watching her pull those excuses into my deafened ears.

" I gotta go," I spoke calmly, reining in my anger. By tomorrow I'll be fine. Until them, I hate everyone right now.

" Nicki, we are still friends right?" She probed, voice a little above a whisper.

" Maybe tomorrow," I thought and hung up. 

I'm back here in this government assigned shelter. What was once a haven has become a nightmare.

I thought I had the best foster dad in the world until he was snooping around, prying my phone, and peeping into my room through the keyhole.

An ass!

The next morning, I'm fixing breakfast when I heard him cough.

“ Nicki, you will be eighteen in two days. Anything you want for your birthday?” He approached my side of the kitchen counter and placed his hand on mine. He moves a finger in circles, tracing invisible lines on the back of my palm.

Honestly, I'm resisting the urge to wack his head with a fry pan. After what he did few days ago, I'm planning his funeral.

So, here's the gist.

He sneaked into my room. I assumed it was Maya, a younger foster kid. While few of us have separate room, others, especially the younger ones, share, and most times Maya comes to mine.

He crawled under the sheets. It took his calloused large hands to alert me of the intruder. 

“ Wanted to give you a massage,” the fat old piggy brute blurted. 

“ Ohh!” my lips tilted in disdain. That was the beginning of my nightmare. Today, he's tone deaf to the dripping venom in my voice.

A breath away from me, he continues. “ Whatever it is, I can arrange it to be bought.”

I feigned a smile. Exaggerated. “ You have done enough. I might be leaving few days after.” I announced and watched him grow pale.

“ But you can stay as long as you want. This is your home now.”

I dramatically touched my heart. “ That is so kind of you. I will be eighteen. It's only appropriate that I leave as soon as possible.”

He grabbed that opportunity. Looked sideways and inched closer, right behind me.

He grabbed my ass. I jerked at the unexpected touch and clenched my fist. He pressed my well rounded butt, leaned in and took a deep breath.

It felt nauseating and different.

No one has touched me in such sensitive places before. I went through high school without any form of romance. Ethan would have been my first.

Besides, with the way he guarded me from boys, I didn't expect him to be such a jerk.

“ I could give you your very first experience.”

I frowned. “ This jerk knows I'm still a virgin?” 

I turned and wriggled out. “ The kids might be watching,” I spoke flirtatiously. 

He chuckled. “ Later then?”

I shrugged and watched his pot belly take the lead. 

“ Gross!”

He didn't look so terrible in my eyes until these past few days.. Now I can't imagine him being anything order than a pig.

I am yet to round off all the necessary requirements for my college admission. But I haven't mentioned it to anyone, except Ethan. We applied to the same school.

Since I don't have money for hostel accommodation, I also applied for the Devinsky free accommodation for indigent students. Hopefully, I can sort out myself before graduation.

Right now, I have few days to the deadline for my acceptance fees, and the tuition for my first year.

I practical have no idea of how I'm going to get the money. 

Raising the complimentary card Ethan gave me days before he made his choice, I dialed the number.

He said they might have a job. No idea what kind of job, but I have to give it my all. It's my only hope right now.

Following some direction, I met with the card owner in a restaurant.

One glance at me, and he nodded, somewhat satisfied.

" You will do just good. I have an important guest. He just arrived. You will be serving him tonight."

It didn't sink in at first. I imagined that the restaurant needed private services for VIPs. Something within that line, but a rough guess quickly snapped my eyes right back at him.

" What kind of services do you mean?"

His face contorted into a frown. His heavily built figure looked like a flood about to drown me in its waves. But his remark made my heart shutdown.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องอ่านได้เรื่อยๆ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-08-16 08:09:16
0
0
38 Chapters
บทที่ 1 กบฎตระกูลจ้าว
"ตระกูลจ้าวรับราชโองการ" เสียงขันทีประกาศก้องพร้อมกองทหารนับร้อยวิ่งกรูเข้ามาปิดล้อมเรือนสกุลจ้าว ขณะเดียวกันรถม้าคันหนึ่งก็เพิ่งเคลื่อนตัวออกจากจวนโดยมิทันสังเกตถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ฮูหยินจ้าวหรือจ้าวหว่านถงพร้อมทั้งบุตรทั้งสองเร่งรุดออกมาหน้าลานกว้าง บ่าวไพร่วางงานในมือลงจ้าละหวั่น อกซ้ายของทุกคนต่างกระเพื่อมไหว เหงื่อเม็ดละเอียดผุดซึมขึ้นบนกรอบหน้ายามนี้แม่ทัพใหญ่จ้าวตงหยวนไม่อยู่เรือน เพราะบ้านเมืองเข้าสู่ช่วงเพลิงสงคราม เขาจึงเป็นทัพหน้ากรีธาเพื่อปกป้องแว่นแคว้น แล้วเหตุใดจู่ ๆ จึงมีราชโองการมาจ่อถึงหน้าประตูจวนได้กันเล่า หลังจากทุกคนมารวมตัวกันโดยพร้อมเพรียง ขันทีจึงเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงกึ่งเล็กแหลม "ฮูหยินเจ้า ไม่ทราบว่ามาครบทุกคนแล้วหรือไม่" จ้าวหว่านถงสัมผัสได้ถึงสังหรไม่ดี ความรู้สึกประหลาดใจเริ่มหนักหน่วงกลายเป็นหวาดระแวง จ้าวหว่านถงเป็นหญิงวัยกลางคนทว่าใบหน้ายังคงสะสวยเฉกเช่นดรุณีแรกแย้ม มิแปลกใจที่บุตรสาวทั้งสองจะหน้าตางดงามอนึ่งนางเซียนแดนสวรรค์นางเหลียวมองบุตรีข้างกาย และบุตรชายคนโตแช่มช้า แววตากระจ่างใสดุจไข่มุกราตรีสะท้อนความเจ็บปวดดั่งล่วงรู้ว่ากำลังจะเกิดอั
Read more
บทที่ 2 หญิงเสียสติ (1/2)
รถม้าเคลื่อนมาหยุดหน้าจวนสกุลจ้าว แต่ทว่ากลับมีบรรดาชาวบ้านกำลังยืนรายล้อมเบียดเสียดกันแน่นขนัดไปหมด จ้าวหลิงหลิงสาวเท้าลงจากบันไดคับแคบพลางกวาดสายตาสำรวจด้วยความงุนงง "คุณหนู รอก่อนเจ้าค่ะ ฝนตกเดี๋ยวเป็นหวัดเอาได้นะเจ้าคะ" เริ่นเหมยหยิบหมวกสานซึ่งมีผ้าแพรผืนบางปิดล้อมโดยรอบพลางสวมลงบนศีรษะของจ้าวหลิงหลิง จากนั้นกางร่มเพื่อป้องกันละอองฝนอีกครั้ง "ขอบคุณแม่นม" จ้าวหลิงหลิงยิ้มตอบ "แล้วไยผู้คนจึงมายืนบังหน้าจวนของเราอย่างนี้เล่า" สกุลจ้าวน่าเวทนาเสียจริง เดิมทีท่านแม่ทัพทำผลงานมากมายไม่น่าคิดกบฏบ้านเมืองเลยเสียงจากสตรีนางหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางฝูงชนที่แออัด คนขายบ้านเมืองกินก็สมควรแล้วมิใช่หรือ ว่าแต่นั่นชายหนุ่มผู้นั้น...ชายหนุ่มอันใด เจ้าอยากหัวขาดรึ นั่นองค์ชายรองเชียวนะ เกรงว่าคงนำราชโองการลงทัณฑ์มาด้วยตนเอง ว่ากันว่าองค์ชายรองทั้งเคร่งขรึมเหี้ยมโหด คาดไม่ถึง พระองค์จะสามารถสังหารคนทั้งตระกูลจ้าวได้อย่างเลือดเย็นเพียงนี้ ช่างน่ากลัวโดยแท้ พวกเจ้า! พูดจาส่งเดชยิ่ง หากพระองค์ได้ยินจะได้หัวหลุดจากบ่า! หญิงชรานางหนึ่งเอ่ยสำทับ หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษต่างก้มหน้างุดพลันหุบปากลงเดี๋ยวนั้
Read more
บทที่ 2 หญิงเสียสติ (2/2)
ผู้ใด!? ปล่อยข้า ปล่อยข้า ข้าจะไปหาท่านแม่และท่านพี่ ปล่อยข้า!ชายผู้นั้นรัดเอวคอดเอาไว้อย่างเหนียวแน่น ผู้คนล้วนแตกฮือด้วยความงุนงงนางเป็นใครงั้นหรือ ไยมาเอะอะอยู่ตรงนี้คงมิใช่ญาติตระกูลจ้าวกระมัง หากนางเข้าไปมีหวังคอขาดอีกคนแน่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอึงอลไปหมด บุรุษซึ่งยืนอยู่หน้าประตูผินหน้ากลับเชื่องช้า จ้าวหลิงหลิงสบดวงตาของเขาผ่านช่องว่างระหว่างผ้าแพรครู่หนึ่ง นางลดสายตามองของบางอย่างที่อยู่ในมืออีกฝ่าย พลางแดดิ้นดุจปลาขาดน้ำ ร่างระหงพยายามดิ้นรนทว่าไม่เป็นผลของสิ่งนั้น ของนั่น! คือของแม่ข้า ของพี่สาวข้า พี่ใหญ่ ๆ ท่านอยู่ที่ใด ฮื่อ สวรรค์ได้โปรดอย่าล้อเล่นกับข้า!...จ้าวหลิงหลิงทำได้เพียงตะโกนร่ำร้องภายในใจ เพราะริมฝีปากของนางถูกปิดเอาไว้ อยู่ ๆ ท้ายทอยของนางก็เกิดอาการเจ็บแปลบดั่งถูกตีกระหน่ำฮึก!...ทะ...ท่านแม่ ท่านพี่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันภาพที่นางเห็นคือแววตาเย็นชาของบุรุษผู้นั้น เขาสวมกวานทองคำลายมังกรไว้บนศีรษะ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาทว่าแววตาช่างเศร้าหมอง จ้าวหลิงหลิงกลับไม่คิดเช่นนั้น ประกายตาของเขาช่างเย็นชายิ่ง! นางจดจำใบหน้าหล่อเหลานี้ไว้ในก้นบึ้งของจิตใจ จู่ ๆ สติสั
Read more
บทที่ 3 ท่านรอข้าก่อนเถอะ! (1/2)
ยามนี้ฝนซาลงแล้ว ทว่าจ้าวหลิงหลิงยังคงหลับใหลไร้สติ ริมฝีปากซีดขาวพร่ำรำพันด้วยเสียงแผ่วโผย ร่างระหงนอนเหยียดกายอยู่บนผ้าปูผืนบางท่ามกลางผืนป่าอันเงียบสงัด "ท่านแม่ ท่านพ่อ พี่ใหญ่ หลิงหวิน...จะไปไหนกัน รอข้าด้วย รอหลิงหลิงด้วย" จ้าวหลิงหลิงควานมือท่ามกลางอากาศสะเปะสะปะ เริ่นเหมยนั่งเฝ้าคุณหนูสามอยู่ไม่ห่าง ผู้เป็นแม่นมเลี้ยงดูอีกฝ่ายมาแต่อ้อนแต่ออกเห็นนางทุกข์ระทมเพียงนี้ก็พลันน้ำตาคลอหน่วย กระทั่งหลั่งรินอาบแก้มอีกหน นางจับมือน้อย ๆ อันเย็นเยียบขึ้นแนบแก้มของตน "คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ ทุกคนไม่อยู่แล้ว แต่คุณหนูยังมีข้านะเจ้าคะ คุณหนู ฮื่อ..." ซางจี้หยวนนั่งอยู่อีกด้านของกองไฟมองภาพสองนายบ่าวด้วยความรู้สึกอันยากอธิบาย เขาเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน ชายหนุ่มลุกยืนเต็มความสูง จากนั้นเยื้องย่างเข้าใกล้ร่างของสตรีที่ยังนอนละเมอพร่ำเพ้อไม่ขาดปาก "แม่นมเริ่น ท่านไปพักบ้างเถิด เดี๋ยวข้าดูแลนางต่อให้เอง" เริ่นเหมยเหลียวมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าแดงก่ำ "ตะ...แต่..." "ท่านไปเถิด ไม่ต้องเป็นกังวล เฉินหลินเป็นสหายข้า หลิงหลิงและหลิงหวินก็เปรียบดั่งน้องสาวของข้าเช่นเดียวกัน" เอ่ยถึงสองพี่น้องที่เพิ่งจาก
Read more
บทที่ 3 ท่านรอข้าก่อนเถอะ! (2/2)
จ้าวหลิงหลิงยิ้มบาง "ท่านพี่จี้หยวน ขอบคุณท่านมาก แต่ท่านไม่ต้องลำบากแล้วล่ะ ข้าคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกแล้ว ไม่นานข้าจะตามทุกคนไป"เริ่นเหมยถลาเข้ามา พลางร้องไห้โฮ "คุณหนู อย่าเอ่ยเช่นนี้เจ้าค่ะ ฮึก ฮื่อ...หากท่านไม่อยู่แล้วข้าเล่า ข้าจะอยู่กับใคร"จ้าวหลิงหลิงยกมือขึ้นลูบแก้มแม่นมของตน "แม่นม ท่านสามารถกลับไปที่บ้านเดิมของท่านได้ กลับไปใช้บั้นปลายชีวิตของท่าน ส่วนข้าอย่าได้ใส่ใจอีกเลย"เริ่นเหมยส่ายหน้าพัลวัน "ไม่เจ้าค่ะ หากคุณหนูจะไปที่ใด ข้าจะไปกับท่าน"ซางจี้หยวนถอนหายใจ เขาไม่รู้ควรทำเช่นไรแล้วจริง ๆ "เจ้าแน่ใจหรือหลิงหลิง เจ้าจะให้ครอบครัวของเจ้าถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏทั้งที่ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเลยอย่างนั้นหรือ เจ้ากำลังทำให้ฮูหยินจ้าวและท่านแม่ทัพใหญ่ผิดหวัง ไยไม่ลองตรึกตรองดูดี ๆ หากเป็นข้า ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้โดยที่ยังไม่ได้ทำสิ่งใดเลยเป็นอันขาด"จ้าวหลิงหลิงใจสั่นหวิว นางปิดเปลือกตาลงเนิบนาบ ทำราวกับสิ่งที่ซางจี้หยวนเอ่ยเปรียบดั่งอากาศธาตุ ทว่านางกำลังใคร่ครวญบางอย่างก็เพียงเท่านั้น ดูเหมือนคนทั้งสองถอยห่างจากนางแล้ว กระนั้นเมื่อจ้าว
Read more
บทที่ 4 โรคประหลาดหรือบุรุษตัดแขนเสื้อ (1/2)
สามปีผันผ่าน แคว้นเฉินเป่ยอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงรัชศกใหม่ รัชทายาทหมายช่วงชิงตำแหน่งฮ่องเต้จากบิดาของตน ทว่าองค์ชายรองกลับเป็นผู้ปกป้องบัลลังก์มังกรเอาไว้ กระนั้นฮ่องเต้เวินเจียเหลียงกลับทนพิษบาดแผลจากคมดาบอาบยาพิษได้ไม่กี่วันก็สิ้นพระชนม์ลง เมื่อรัชทายาทไม่เถรตรงต่อตำแหน่งหน้าที่ การก่อกบฏหนนี้จึงถูกลงทัณฑ์ด้วยโทษสูงสุด คือประหารเท่านั้น ตำแหน่งฮ่องเต้คนถัดไปจึงมิมีผู้ใดเหมาะสมมากไปกว่าองค์ชายรองอีก แม้องค์ชายรองยืนกรานไม่ขอขึ้นครองบัลลังก์และต้องการส่งมอบแด่องค์ชายสาม ทว่าบรรดาขุนนางกลับคัดค้านหัวชนฝา เช่นนั้นแล้วผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งอย่างองค์ชายรองจึงจำใจต้องแบกภาระอันหนักอึ้งนี้ไว้บนบ่า กาลเวลามิเคยคอยท่า องค์ชายสามเกิดประชวรโดยไร้สาเหตุท้ายที่สุดก็สิ้นพระชนม์ตามบิดา เวินเยี่ยนเฉินทุกข์ระทมอย่างหนักหน่วง เขาสูญเสียคนที่ตนรักไปทั้งหมด แทบนับได้ว่าเหลือตัวคนเดียวเวินเยี่ยนเฉินมักใช้โอกาสจากกรณีสวรรคตของฮ่องเต้องค์ก่อนเป็นข้ออ้างในการแต่งตั้งฮองเฮาและรับสนม ทว่าเป็นเวลาไว้ทุกข์อันเหมาะสมแล้ว ครั้นจะหยิบยกเอาเรื่ององค์ชายสามมากล่าวอ้างก็มิอาจประ
Read more
บทที่ 4 โรคประหลาดหรือบุรุษตัดแขนเสื้อ (2/2)
"แม่นาง แม่นาง..."เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยเรียกจ้าวหลิงหลิงสองสามครา นางจึงหลุดจากภวังค์เดี๋ยวนั้น"เถ้าแก่ ปิ่นนี่เท่าไหร่หรือ" นิ้วเรียวชี้ไปยังปิ่นสีเงินมิได้พิเศษมากทว่ากลับสะดุดตาของนางยิ่ง"อ่า...ท่านตาถึงจริงเชียว ปิ่นเหมยกุ้ยฮวานี้ ราคาเพียงห้าสิบอีแปะเท่านั้น แต่ทว่างดงามเฉกเช่นของราคาแพง ท่านลองดู" ชายเจ้าของร้านหยิบขึ้นและยื่นให้นางจ้าวหลิงหลิงรับมาจากนั้นพลิกมองซ้ายขวา เครื่องประดับนี่งดงามเกินราคาดังที่อีกฝ่ายยกยอจริงเสียงทุ้มเอ่ยจากทางเบื้องหลัง "เจ้าชอบหรือ หากชอบข้าจะซื้อให้""ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าซื้อเอง"จ้าวหลิงหลิงหยิบก้อนตำลึงเงินขึ้นมา จากนั้นมอบให้กับเถ้าแก่ร้าน อีกฝ่ายยิ้มหน้าบานควานหาเงินทอนให้วุ่น"ไม่ต้องทอน"จ้าวหลิงหลิงเก็บปิ่นไว้ในสาบเสื้อ ชายเจ้าของร้านนิ่งงัน มองเหรียญตำลึงเงินในมือ"เอ่อ...ขอบคุณขอรับ" เขาตะโกนไล่หลัง ทว่าจ้าวหลิงหลิงกลับเดินห่างออกไปไกลลิบเสียแล้วซางจี้หยวนเร่งสับฝีเท้าตาม "หลิงเอ๋อร์เร่งร้อนไปไหน เจ้าต้องการสิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่ หากเจ้าชมชอบศิษย์พี่ผู้นี้จ
Read more
บทที่ 5 วันหนึ่งข้าจะต้องได้ปกป้องเด็กในท้องของท่าน (1/2)
"ข้าไม่เห็นด้วย!" ซางจี้หยวนเอ่ยเสียงกระด้าง พลางกอดอกขบฟันแน่น "ศิษย์พี่ ท่านไม่ได้ยินหรือว่าเขาเป็นโรคประหลาด ไม่ก็เอ่อ...บุรุษตัดแขนเสื้อ" จ้าวหลิงหลิงหลุกหลิกเล็กน้อย เอ่ยต่อว่า "แล้วจะเป็นกังวลไปไย อีกอย่างหากข้าไม่เข้าไปพัวพันในวังหลวง เช่นนั้นจะตามสืบเรื่องครอบครัวของข้าได้เช่นไร" ซางจี้หยวนกุมมือเนียนละเอียดไว้แน่น สีหน้าของเขามิสู้ดีนัก เอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนรน "แต่การคัดเลือกสนม หากเจ้าไม่ได้รับเลือกก็ต้องเข้าไปเป็นนางใน อีกอย่างเมื่อก้าวเท้าเข้าไปแล้วจะเดินออกมาได้อย่างไร ข้า... ข้า... ข้าไม่อาจทนเห็นเจ้าเดินเข้าเพลิงอเวจีได้จริง ๆ ข้าคิดว่าเรายังมีวิธีอื่น เรื่องพวกนั้นเป็นข่าวโคมลอยไม่มีมูล เจ้าเองก็เคยผ่านมา ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะป่วยหรือเป็นบุรุษพวกนั้น" "ศิษย์พี่... ท่านเป็นคนบอกข้าเองมิใช่หรือ ว่าให้ข้าอยู่เพื่อทวงความยุติธรรม เช่นนั้นข้ามองไม่เห็นวิธีอื่นแล้ว แม้ท่านไม่เห็นด้วยและไม่ช่วยเหลือก็ไม่เป็นไร ไว้ข้าจะหาหนทางด้วยตนเอง" "หลิงเอ๋อร์ ไฉนจึงดื้อรั้นนัก" หลังจากถกเถียงกันอยู่พักใหญ่ ซางจี้หยว
Read more
บทที่ 5 วันหนึ่งข้าจะต้องได้ปกป้องเด็กในท้องของท่าน (2/2)
ไม่เคยมีผู้ใดระแคะระคายมาก่อนว่าแม่ทัพใหญ่จ้าวตงหยวนมีลูกแฝด จ้าวหลิงหวินเป็นแฝดพี่ร่างกายอ่อนแอ นางจึงไม่มีโอกาสได้ออกเที่ยวเล่นเฉกเช่นจ้าวหลิงหลิงยามที่จ้าวหลิงหลิงออกไปกับบิดา นางก็เพียงมาบอกเล่าเรื่องราวให้พี่สาวฝาแฝดของตนรับรู้เท่านั้น และเป็นเช่นนั้นเรื่อยมา ทว่าจ้าวหลิงหวินกลับมิได้น้อยใจต่อโชคชะตาของตนแต่อย่างใด ถึงไม่มีเหตุการณ์ล้างบางตระกูลจ้าว แฝดพี่เช่นนางก็มีอายุไม่ยืนยาวเท่าใดนัก ที่ยังประคองร่างกายจนถึงวัยปักปิ่นก็นับว่าปาฏิหาริย์ยิ่งแล้ว"เอ่อ...ฝ่าบาท ว่าแต่..." หร่านจิ้งเหยามองภาพที่ยังอยู่ในมืออีกฝ่ายด้วยความลังเล เขาไม่รู้ว่าแท้จริงผู้เป็นนายต้องการสิ่งใดกันแน่ ร้อยวันพันทศวรรษแทบไม่เห็นฮ่องเต้หน้าละอ่อนผู้นี้สนใจสตรีนางใด"ให้กงหนี่ว์รับนางเข้ามาในรอบห้าคน""หา...ฝะ...ฝ่าบาทพึงใจนางหรือพ่ะย่ะค่ะ" หร่านจิ้งเหยากะพริบตาปริบ ๆเวินเยี่ยนเฉินหยิบพู่กันและก้มหน้าต่อ เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "อืม...ข้าอยากเห็นนางตัวเป็น ๆ เจ้าไปได้แล้ว""พ่ะย่ะค่ะ"หร่านจิ้งเหยาตอบรับด้วยความงุนงง กระนั้นในใจกลับโล่งอกอย่างน่าประ
Read more
บทที่ 6 ภารกิจที่โรยด้วยหนามแหลมคม (1/2)
เดิมทีการเข้าคัดเลือกพระสนมอายุพวกนางจะต้องราวสิบสี่ถึงสิบหกหนาว ทว่าจ้าวหลิงหลิงกลับอายุได้สิบแปดหนาวแล้ว กระนั้นนางยังคงมีใบหน้าอ่อนเยาว์ยิ่งกว่าสตรีเหล่านั้นเสียอีก จ้าวหลิงหลิงเข้ามาคัดเลือกสนมโดยใช้สกุลแฝงเฟิงหลิงหลิง และปลอมแปลงอายุจากสิบแปดหนาวเป็นสิบหกเท่านั้นพิธีการคัดเลือกพระสนมเริ่มต้นขึ้นแล้ว อันดับแรกนางกำนัลอาวุโสจะทำการตรวจสอบจากรูปร่างหน้าตา ดูเหมือนบรรดาคุณหนูเหล่านั้นล้วนมีสีหน้าหวาดหวั่น มิมีผู้ใดต้องการเป็นสนมของเวินเยี่ยนเฉิน เพราะข่าวหนาหูว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีอาการประชวรด้วยโรคประหลาด นั่นเป็นเพียงการเลี่ยงข้อครหาเท่านั้น เอ่ยโดยง่ายดูเหมือนฮ่องเต้คงนกเขาไม่ขันกับบรรดาสตรีทว่ากับบุรุษด้วยกันก็คงไม่แน่กระมัง จ้าวหลิงหลิงแค่นยิ้มในใจ เป็นเช่นนี้ก็ดีมิใช่หรือ ภารกิจของนางจะได้ราบรื่น ซ้ำยังไม่เปลืองตัวอีกด้วย สตรีหน้าขาวเหล่านี้เป็นหญิงประเภทใด เกรงมิได้ร่วมหอเพียงนั้นเชียวรึ ยามนี้จึงมีเพียงนางที่ยังยืนสงบนิ่งไม่บ่งบอกสิ่งใด ใบหน้างามหยดดุจเซียนสวรรค์ตั้งตรงถือดีโดยไร้ความกริ่งเกรง "นี่เจ้าไม่รู้สึกอะไรเลยรึ" 
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status