ANMELDENนิยายชุดมีทั้งหมด 2 เรื่องย่อย ฟาโรห์จอมหื่น & เสน่หา มนตรา ไอยคุปต์ เรื่องราวความรักของบัลลังก์องค์ฟาโรห์ที่เร่าร้อน เป็นที่เล่าขานความกระหายอำนาจ ตัณหา และราคะ ไม่มีวันมอดดับ
Mehr anzeigenหญิงสาวร่างเปลือยเปล่า รูปร่างบอบบางสีน้ำตาล กำลังควรครางอยู่ใต้ร่างขององค์ฟาโรห์หนุ่ม พระเกศารัตติกาล พระวรกายกำยำสมส่วน ถอดพระวรกายเปลือยเปล่าที่กำลังโถมใส่พระวรกายบางอย่างดุเดือด พระนางเองชอบรสรักรสสวาทที่พระองค์ประทานให้พระนางถึงพระทัย
"อา..." ไม่ช้าองค์ฟาโรห์ทรงปลดปล่อย พระนางก็ซบลงที่พระอุระเปลือยเปล่าของพระองค์ แล้วพระองค์ก็เอาตัวนางออกจากพระอุระหนา จัดการฉลองพระองค์เตรียมออกจากตำหนักของพระสนมเอก องค์ฟาโรห์มีพระราชดำริเสด็จกลับพระตำหนักที่ประทับส่วนพระองค์ "ฝ่าบาททรงไม่ค้างที่ตำหนักของหม่อมฉันหรือเพคะ" พระนางตรัสถามองค์ฟาโรห์ "เจ้าก็รู้นะบีนู ว่าข้าไม่นอนที่ตำหนักไหนทั้งนั้น ข้าจะกลับตำหนักกลาง ข้ามีงานที่ต้องทำอีกมาก" องค์ฟาโรห์ตรัสกลับทันที แบบที่ไม่ต้องไตร่ตรองก่อนแต่อย่างใด ทันใดนั้นองค์ฟาโรห์เสด็จออกจากตำหนักพระสนมเอกทันที โดยไม่หันพระพักตร์มาทอดพระเนตรมองพระนางอีกเลย หลังจากองค์ฟาโรห์เสด็จออกจากตำหนักของพระสนมเอกบีนู พระนางก็ได้แต่ทรงกรีดร้อง ทรงทำลายข้าวของเช่นเคย พระนางมีพระดำริว่า สักวันหนึ่งพระนางจะได้เป็นองค์ราชินีขององค์ฟาโรห์คาโมส แต่ทว่าพระนางไม่เคยได้ความรักจากองค์ฟาโรห์แม้แต่ครั้งเดียว พอองค์ฟาโรห์มาเสพสังวาสเสร็จแล้ว พระองค์ก็เสด็จจากไป แต่พระนางถือได้ว่าได้เสพสังวาสอยู่บ่อยครั้ง กว่านางสนมในตำหนักพันดารา ที่มีไม่ต่ำกว่าสองร้อยกว่าคน พระสนมเอกบีนูทรงเป็นบุตรสาวของเจ้าเมืองซีน่า อยู่ภายใต้การปกครองอียิปต์ ดินแดนแห่งลุ่มแม่น้ำไนล์ตอนบน "ฝ่าบาทได้เวลาเสวยพระกระยาหารเช้าแล้วพระเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะพระประชวร" พระสหายคนสนิท อีกทั้งเขายังเป็นราชองครักษ์ส่วนตัวขององค์ฟาโรห์มีนามว่าอารอส เขาสามารถถือดาบเข้าออกตำหนักได้แต่เพียงผู้เดียว "ไม่เป็นไรหรอก ข้าแข็งแรง" องค์ฟาโรห์ตรัสด้วยพระอารมณ์ขัน แล้วก็เสด็จไปที่ห้องพระกายหารทันที ขณะที่องค์ฟาโรห์กำลังเสวยพระกระยาหารอยู่นั้น นางกำนัลก็ก้าวเดินเข้ามาถวายบังคม แล้วทูลต่อพระองค์ "ฝ่าบาทเพคะ พระชนนีมีพระเสาวนีย์ให้พระองค์เสด็จไปหาพระนางหลังจากที่ฝ่าบาทเสวยเสร็จเพคะ" "บอกเสด็จแม่ด้วยว่า ข้าเข้าไปหาพระนาง" องค์ฟาโรห์ตรัสเช่นนี้ "เพคะ" นางกำนัลถอยออกไปจากพระตำหนัก องค์ฟาโรห์หันไปทอดพระเนตรราชองครักษ์ของพระองค์ ราชองครักษ์ผู้นี้ที่กำลังเผยรอยยิ้มอย่างไม่ปิดบัง "เจ้ายิ้มอะไร อารอส" องค์ฟาโรห์คาโมสตรัสถาม "ไม่มีอะไร...พระเจ้าค่ะ" "อย่าให้ข้ารู้นะ" องค์ฟาโรห์ตรัสจริงจัง อีกทั้งยังทอดพระเนตรอย่างคาดโทษ ภายในตำหนักของพระพันปี พระพันปีหรือพระชนนีขององค์ฟาโรห์ พระนางยังพระพักตร์งดงามอยู่ไม่จางหาย แม้จะมีพระชนมายุได้สามสิบแปดพระชันษา พระนางมีพระวรกายดุจน้ำผึ้ง พระเนตรกลมโต พระนางทอดพระเนตรเห็นพระโอรสหนึ่งเดียวของพระนาง ที่กำลังเสด็จเข้ามาจากพระทวารของพระตำหนัก องค์ฟาโรห์จึงถวายบังคมพระชนนีทันที "คาโมส ข้าจะส่งคนไปรับเจ้าหญิงอาร์ทีน่า มาเป็นองค์ราชินีของเจ้า เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างบาบิโลนและอียิปต์ บัดนี้บาบิโลนก็ยิ่งใหญ่ไม่ต่างจากเรา ถ้าเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นได้จะเป็นผลดีต่ออียิปต์เรา เพื่อไม่ให้บาบิโลนหาความโจมตีเราในภายหลัง" พระชนนีตรัสจริงจัง "เสด็จแม่ ข้ายังไม่อยากแต่งงานกับใครทั้งนั้น บัดนี้อียิปต์เราก็ยิ่งใหญ่ไม่มีใครมาทัดเทียมเรา เหตุใดข้าต้องร่วมอภิเษกกับองค์หญิงแห่งบาบิโลนด้วยเล่า" องค์ฟาโรห์ตรัสถามเรียบเฉย อีกทั้งทรงสวมกอดพระชนนี แล้วใช้พระโอษฐ์ประทับที่พระปรางค์ องค์ฟาโรห์ทำเช่นทุกครั้งที่เสด็จมาหาพระชนนี จนเหล่าข้าหลวงเห็นกันจนชินตา "องค์ฟาโรห์คาโมส แม่เองก็แก่มากแล้ว แม่อยากเห็นหลานไวๆ องค์หญิงอาร์ทีน่า ถ้ามาเป็นองค์ราชินีของเจ้า แม่เชื่อว่านางต้องเป็นองค์ราชินีที่ดีต่อเจ้า และอาณาจักรของเรา" "เสด็จแม่..." "อย่าพึ่งตรัส ให้ข้าพูดให้จบก่อน คาโมสพระธำรงก็อยู่บนนิ้วของเจ้า เจ้าก็ไม่เคยถอด ข้าอยากให้สองอาณาจักรแนบแน่นกันมากยิ่งขึ้น และทำให้อาณาจักรทั้งสองจะได้ไม่เกิดสงครามขึ้นในอนาคต" "หม่อมฉันหมดปัญญาจะโต้เถียงพระองค์แล้ว เช่นนั้นสุดแล้วแต่เสด็จแม่พระเจ้าค่ะ" "ดีมากลูกรัก แม่จะส่งสาส์นไปเทียบเชิญองค์หญิงอาร์ทีน่า" "พระเจ้าค่ะ ลูกขอทูลลากลับก่อน ลูกมีงานต้องทำต่ออีกมาก" องค์ฟาโรห์ตรัสเช่นนี้ ถวายบังคมพระชนนี แล้วจึงเสด็จออกจากพระตำหนัก พระชนนีมีพระพักตร์ที่เบิกบานพระทัยยิ่งนัก "สำเร็จ ซานิโครัส พระองค์ต้องดีพระทัยแน่ๆ" พระนางราเซนตรัสเช่นนี้ แล้วพระนางส่งสาส์นที่นางเขียนมาไว้ล่วงหน้าสามวัน ให้นางสนองพระโอษฐ์ ...................... ตอนแรกมาแล้วจร้า อย่าลืมคอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าจนมาทะลุออกจากถ้ำของอีกฝั่งหนึ่ง ทอดพระเนตรเห็นธารน้ำตกที่ไหลจากภูเขา กระทบสู่สายธารน้ำตกในยามค่ำคืน แต่มีคบไฟที่ส่องแสงสว่างไม่ให้มืด ทอดพระเนตรเห็นผีเสื้อราตรีรูปร่างงดงามสีสันสวยงามบินวนอยู่ที่ตรงหน้าหลากหลายตัว พระนางแย้มพระสรวลด้วยความดีพระทัย “เจ้าชอบไหมเมอร์อาร์” องค์ฟาโรห์ตรัสถามอย่างอ่อนโยน พระนางหันมาหาพระองค์ ทอดพระเนตรเห็นสายพระเนตรอ่อนโยนและเป็นประกายเหมือนดวงดาวบนท้องนภา องค์ราชินีหันพระพักตร์หนีด้วยความเอียงอาย “ชอบเพคะ แต่พระองค์ใช้พลังเวทย์มากเกินไปหรือไม่เพคะ” องค์ราชินีตรัสถามด้วยความสงสัยแผ่วเบา องค์ฟาโรห์แย้มพระสรวลและใช้พระหัตถ์เชยพระหนุขึ้นมา องค์ราชินีจึงทอดพระเนตรที่กำลังแย้มพระสรวลให้พระนาง และนำพระพักตร์ชิดที่พระปรางค์ ทำให้พระนางทรงรู้สึกร้อนไปทั้งพระวรกายอย่างยิ่ง “ข้าทำมากกว่านี้ ข้าก็ทำมาแล้ว อย่างเช่น...” องค์ฟาโรห์ตรัสแผ่วเบาและวาบหวามยิ่งนัก แต่ยิ่งไปกว่านั้นพระนางกลับทรงรู้สึกเย็นไปทั้งพระวรกายยิ่งนัก พระนางจึงก้มลงดูพระวรกายที่ไร้สิ้นฉลองพระองค์สีขาวสะอาดที่สวมใส่มาก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ก็เปลือยเปล่าด้วยเช่นกัน “ฝ่าบาท” องค์ราชินีตรัสแผ่วเบา
เพลาผ่านพ้นไปถึงสิบปี อาณาจักรไอยคุปต์ยังคมสงบสุขร่มเย็นยิ่งนัก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ประกาศแสนยานุภาพทั่วลุ่มแม่น้ำไนล์ เมื่อให้ดินแดนไอยคุปต์แห่งนี้เป็นปึกแผ่น และไม่มีใครกล้ามาต่อกรกับพระองค์ได้ อีกทั้งองค์ฟาโรห์ทรงให้อูนัสไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่มิโนอัน เมื่อสามปีมานี้ องค์กษัตริย์แห่งนูเบียก่อกบฏขึ้น พระองค์ให้คาเฟรไปปราบยันราบคาบ และให้คาเฟรไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่นูเบียด้วยเช่นกัน แต่ทั้งสองกลับไปยอมไปจากอียิปต์ เพราะสองเป็นห่วงความปลอดภัยของพระองค์ องค์ฟาโรห์จนใจที่จะตรัสกับพวกเขาทั้งสอง จึงให้ผู้อื่นไปแทนองค์ราชินีเมอร์อาร์ได้มีโอรสและพระธิดาให้องค์ฟาโรห์อินโยเซฟสององค์ คือองค์ชายราโมส ผู้ดุดันและห้าวหาญ ทั้งที่ยังเป็นยังทรงพระเยาว์ เพราะถูกเลี้ยงดูจากสังฆราชคานัน แห่งมหาวิหารเทพโอไซริส พระองค์ชายเชี่ยวชาญด้านตำราสงคราม อีกทั้งยังเชี่ยวชาญการต่อสู้ไม่ต่างจากองค์ฟาโรห์ ทำให้เป็นที่พอพระทัยขององค์ฟาโรห์ยิ่งนัก ส่วนองค์หญิงเนเฟอร์ตารี ผู้มีพระสิริโฉมงดงามดุจองค์ราชินีไม่มีผิด แต่อุปนิสัยต่างจากองค์ราชินียิ่งนัก ด้วยอุปนิสัยอ่อนหวาน สุขุมนุ่มลึก และทำสิ่งใดเชื่องช้าประณีตจริงจังไปเสี
“องค์หญิงเมริอังค์” อูนัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา องค์หญิงหันพระพักตร์มามองเขา อีกทั้งทรงแย้มพระสรวลให้กับเขาทันที บ่าวรับใช้ของอูนัสจึงก้าวเดินออกไปทันทีเมื่อเห็นพระพักตร์ขององค์หญิงอย่างแจ่มชัด“ท่านจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ถ้าท่านจะอาบข้าจะเดินออกไปทันที” องค์หญิงตรัสเช่นนี้“ท่านมาได้อย่างไร แล้วใครพาท่านมา” อูนัสทูลถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เห็นข้าหลวงตามเสด็จมา“ข้ามาคนเดียว” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด็จไปหาอูนัส ประทับยืนเผชิญหน้าก็เขา“ทำไมข้าจะมาบ้านของว่าที่สวามีของข้าไม่ได้เล่า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา แล้วใช้พระหัตถ์เรียวลูบใบหน้าของเขามาที่คางมล“แต่มันอันตรายมาก ถ้าเสด็จมาองค์เดียวเช่นนี้” อูนัสทูลบอกจริงจัง“ข้ารู้ แต่ข้าอยากมาหาท่าน” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา ด้วยพระสุรเสียงอันเย้ายวน อูนัสกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆ“ให้หม่อมฉันไปหาองค์หญิงที่ตำหนักก็ได้” อูนัสทูลบอกแผ่วเบา“ข้าอยากมาเห็นกับตา ว่าท่านมีหญิงอื่นหรือไม่”“หม่อมฉันตัวเปล่ามาโดยตลอด” อูนัสทูลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง องค์หญิงใช้พระหัตถ์เรียวที่ลูบลงบนปลายคางของเขามาประทับที่อกด้านซ้ายแผ่วเบา“ข้าเชื่อท่าน” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด
“เสด็จพี่ ความจริงแล้วข้าก็อยากแต่งงานกับชายผู้หนึ่ง แต่ว่าข้ากลัวเขาจะไม่ตอบรับไมตรีจากข้า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา“ชายผู้นั้นคือคนที่อยู่ใกล้ชิดองค์ฟาโรห์ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ ทำให้องค์หญิงที่สีพระพักตร์แดงราวกับสีชาดมาแต่งแต้มอย่างยิ่ง“ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามอีกครั้ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบาแทบจะเป็นกระซิบ“อูนัสใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ องค์หญิงแย้มพระสรวลเอียงอายอย่างยิ่ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา องค์ราชินีแย้มพระสรวลอย่างไม่ปิดบัง เพราะงานของพระนางสำเร็จลุล่วงไปเสียแล้ว ว่าแต่อูนัสจะยอมอภิเษกหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่องค์ฟาโรห์จะเจรจากับอูนัสว่าเช่นไรงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเหนือเผ่าคาซัสและการตั้งพระครรภ์ขององค์ราชินีทำให้องค์ฟาโรห์ดีพระทัยยิ่งนักที่ได้รับข่าวดีที่สองข่าวในวันเดียวกัน องค์ฟาโรห์หันไปทอดพระเนตรองค์ราชินีมอร์อาร์ที่มีพระสิริโฉมงดงามกว่าทุกวัน วันนี้พระนางฉลองพระองค์สีทองทำจากทองคำทั้งองค์ โดยชุดฉลองพระองค์ชุดนี้ปิดพระถันไว้ทั้งสองข้างและมีสายผูกที่ด้านหลัง และคล้องพระอังสาทั้งสองข้าง ด้านล่างนั้นเป็นผ้าที่ทำจากทองคำปิดพระโยนีตรงกลาง และเปิด

















