LOGINนิยายชุดมีทั้งหมด 2 เรื่องย่อย ฟาโรห์จอมหื่น & เสน่หา มนตรา ไอยคุปต์ เรื่องราวความรักของบัลลังก์องค์ฟาโรห์ที่เร่าร้อน เป็นที่เล่าขานความกระหายอำนาจ ตัณหา และราคะ ไม่มีวันมอดดับ
View Moreจนมาทะลุออกจากถ้ำของอีกฝั่งหนึ่ง ทอดพระเนตรเห็นธารน้ำตกที่ไหลจากภูเขา กระทบสู่สายธารน้ำตกในยามค่ำคืน แต่มีคบไฟที่ส่องแสงสว่างไม่ให้มืด ทอดพระเนตรเห็นผีเสื้อราตรีรูปร่างงดงามสีสันสวยงามบินวนอยู่ที่ตรงหน้าหลากหลายตัว พระนางแย้มพระสรวลด้วยความดีพระทัย “เจ้าชอบไหมเมอร์อาร์” องค์ฟาโรห์ตรัสถามอย่างอ่อนโยน พระนางหันมาหาพระองค์ ทอดพระเนตรเห็นสายพระเนตรอ่อนโยนและเป็นประกายเหมือนดวงดาวบนท้องนภา องค์ราชินีหันพระพักตร์หนีด้วยความเอียงอาย “ชอบเพคะ แต่พระองค์ใช้พลังเวทย์มากเกินไปหรือไม่เพคะ” องค์ราชินีตรัสถามด้วยความสงสัยแผ่วเบา องค์ฟาโรห์แย้มพระสรวลและใช้พระหัตถ์เชยพระหนุขึ้นมา องค์ราชินีจึงทอดพระเนตรที่กำลังแย้มพระสรวลให้พระนาง และนำพระพักตร์ชิดที่พระปรางค์ ทำให้พระนางทรงรู้สึกร้อนไปทั้งพระวรกายอย่างยิ่ง “ข้าทำมากกว่านี้ ข้าก็ทำมาแล้ว อย่างเช่น...” องค์ฟาโรห์ตรัสแผ่วเบาและวาบหวามยิ่งนัก แต่ยิ่งไปกว่านั้นพระนางกลับทรงรู้สึกเย็นไปทั้งพระวรกายยิ่งนัก พระนางจึงก้มลงดูพระวรกายที่ไร้สิ้นฉลองพระองค์สีขาวสะอาดที่สวมใส่มาก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ก็เปลือยเปล่าด้วยเช่นกัน “ฝ่าบาท” องค์ราชินีตรัสแผ่วเบา
เพลาผ่านพ้นไปถึงสิบปี อาณาจักรไอยคุปต์ยังคมสงบสุขร่มเย็นยิ่งนัก อีกทั้งองค์ฟาโรห์ประกาศแสนยานุภาพทั่วลุ่มแม่น้ำไนล์ เมื่อให้ดินแดนไอยคุปต์แห่งนี้เป็นปึกแผ่น และไม่มีใครกล้ามาต่อกรกับพระองค์ได้ อีกทั้งองค์ฟาโรห์ทรงให้อูนัสไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่มิโนอัน เมื่อสามปีมานี้ องค์กษัตริย์แห่งนูเบียก่อกบฏขึ้น พระองค์ให้คาเฟรไปปราบยันราบคาบ และให้คาเฟรไปเป็นผู้สำเร็จราชการที่นูเบียด้วยเช่นกัน แต่ทั้งสองกลับไปยอมไปจากอียิปต์ เพราะสองเป็นห่วงความปลอดภัยของพระองค์ องค์ฟาโรห์จนใจที่จะตรัสกับพวกเขาทั้งสอง จึงให้ผู้อื่นไปแทนองค์ราชินีเมอร์อาร์ได้มีโอรสและพระธิดาให้องค์ฟาโรห์อินโยเซฟสององค์ คือองค์ชายราโมส ผู้ดุดันและห้าวหาญ ทั้งที่ยังเป็นยังทรงพระเยาว์ เพราะถูกเลี้ยงดูจากสังฆราชคานัน แห่งมหาวิหารเทพโอไซริส พระองค์ชายเชี่ยวชาญด้านตำราสงคราม อีกทั้งยังเชี่ยวชาญการต่อสู้ไม่ต่างจากองค์ฟาโรห์ ทำให้เป็นที่พอพระทัยขององค์ฟาโรห์ยิ่งนัก ส่วนองค์หญิงเนเฟอร์ตารี ผู้มีพระสิริโฉมงดงามดุจองค์ราชินีไม่มีผิด แต่อุปนิสัยต่างจากองค์ราชินียิ่งนัก ด้วยอุปนิสัยอ่อนหวาน สุขุมนุ่มลึก และทำสิ่งใดเชื่องช้าประณีตจริงจังไปเสี
“องค์หญิงเมริอังค์” อูนัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา องค์หญิงหันพระพักตร์มามองเขา อีกทั้งทรงแย้มพระสรวลให้กับเขาทันที บ่าวรับใช้ของอูนัสจึงก้าวเดินออกไปทันทีเมื่อเห็นพระพักตร์ขององค์หญิงอย่างแจ่มชัด“ท่านจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ถ้าท่านจะอาบข้าจะเดินออกไปทันที” องค์หญิงตรัสเช่นนี้“ท่านมาได้อย่างไร แล้วใครพาท่านมา” อูนัสทูลถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เห็นข้าหลวงตามเสด็จมา“ข้ามาคนเดียว” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด็จไปหาอูนัส ประทับยืนเผชิญหน้าก็เขา“ทำไมข้าจะมาบ้านของว่าที่สวามีของข้าไม่ได้เล่า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา แล้วใช้พระหัตถ์เรียวลูบใบหน้าของเขามาที่คางมล“แต่มันอันตรายมาก ถ้าเสด็จมาองค์เดียวเช่นนี้” อูนัสทูลบอกจริงจัง“ข้ารู้ แต่ข้าอยากมาหาท่าน” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา ด้วยพระสุรเสียงอันเย้ายวน อูนัสกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆ“ให้หม่อมฉันไปหาองค์หญิงที่ตำหนักก็ได้” อูนัสทูลบอกแผ่วเบา“ข้าอยากมาเห็นกับตา ว่าท่านมีหญิงอื่นหรือไม่”“หม่อมฉันตัวเปล่ามาโดยตลอด” อูนัสทูลบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง องค์หญิงใช้พระหัตถ์เรียวที่ลูบลงบนปลายคางของเขามาประทับที่อกด้านซ้ายแผ่วเบา“ข้าเชื่อท่าน” องค์หญิงตรัสเช่นนี้ แล้วเสด
“เสด็จพี่ ความจริงแล้วข้าก็อยากแต่งงานกับชายผู้หนึ่ง แต่ว่าข้ากลัวเขาจะไม่ตอบรับไมตรีจากข้า” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา“ชายผู้นั้นคือคนที่อยู่ใกล้ชิดองค์ฟาโรห์ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ ทำให้องค์หญิงที่สีพระพักตร์แดงราวกับสีชาดมาแต่งแต้มอย่างยิ่ง“ใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามอีกครั้ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบาแทบจะเป็นกระซิบ“อูนัสใช่หรือไม่” องค์ราชินีตรัสถามเช่นนี้ องค์หญิงแย้มพระสรวลเอียงอายอย่างยิ่ง“เพคะ” องค์หญิงตรัสแผ่วเบา องค์ราชินีแย้มพระสรวลอย่างไม่ปิดบัง เพราะงานของพระนางสำเร็จลุล่วงไปเสียแล้ว ว่าแต่อูนัสจะยอมอภิเษกหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่องค์ฟาโรห์จะเจรจากับอูนัสว่าเช่นไรงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเหนือเผ่าคาซัสและการตั้งพระครรภ์ขององค์ราชินีทำให้องค์ฟาโรห์ดีพระทัยยิ่งนักที่ได้รับข่าวดีที่สองข่าวในวันเดียวกัน องค์ฟาโรห์หันไปทอดพระเนตรองค์ราชินีมอร์อาร์ที่มีพระสิริโฉมงดงามกว่าทุกวัน วันนี้พระนางฉลองพระองค์สีทองทำจากทองคำทั้งองค์ โดยชุดฉลองพระองค์ชุดนี้ปิดพระถันไว้ทั้งสองข้างและมีสายผูกที่ด้านหลัง และคล้องพระอังสาทั้งสองข้าง ด้านล่างนั้นเป็นผ้าที่ทำจากทองคำปิดพระโยนีตรงกลาง และเปิด
"เป็นอย่างไรบ้างเพคะ วันแรกของการเข้าท้องพระโรง""ไม่มีอะไร ดูความเรียบร้อย" พระองค์ตรัสเรียบเฉยพระองค์ทรงเก็บเรื่องวันนี้ไว้ ไม่ให้พระนางเป็นกังวล พระชายาลูเซียทรงสวมกอดพระสวามี ทอดพระเนตรพระพักตร์ของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นกังวลแต่พระองค์คงไม่ยอมรับสั่งต่อพระนางองค์ชายเมมฟิตบรรทมไม่หลับ ทรงเสด็จล
"เมเนส"พระชายาเซเนร่าตรัสเรียกองค์รัชทายาทเมเนส ที่ประทับนอนทอดพระวรกายอยู่เบื้องล่างของพระนาง"ว่าไง"พระองค์ตรัสถามแล้วจึงตระกองกอดรัดพระนางอยู่"ทำไมยกเจ้าหญิงของกษัตริย์ไซรัสให้โจเซอร์กับซามูด้วยเพคะ ตอนแรกองค์ราชินีมีพระประสงค์ให้จะเป็นพระสนมของพระองค์" พระชายาตรัสถามสงสัย เพราะดูพวกเขาสองคนจ
"หม่อมฉัน ราชินีราเซีย ขอถวายพระธิดาสององค์ที่ประสูติแต่กษัตริย์ไซรัส ซ้ายมือของหม่อมฉันจอร์เจียน่า ขวามือหม่อมฉันเอรีเทีย" องค์ราชินีตรัสแผ่วเบา "ขอบพระทัยราชินีราเซีย ข้ามีพระชายาเพียงผู้เดียวและไม่มีสนมอีก ถ้าไม่ว่ากระไรข้าขอให้อภิเษกกับองครักษ์ของข้าทั้งสองได้หรือไม่ ข้าต้องการให้โจเซอร์รับจอร
พระองค์จึงทรงจับบั้นพระองค์ทั้งสองข้างไว้ทันที"จะหนีไปไหนแม่เสือสวาท" องค์ฟาโรห์ตรัสข้างพระกรรณขององค์ราชินี พระนางทรงใช้พระวรกายถูกับพระวรกายพระองค์ จนองค์ท่านพร้อมอีกครั้ง"ได้"องค์ฟาโรห์ตรัสเพียงคำเดียว องค์ฟาโรห์ทรงจับพระองค์ไถบนพระที่นั่ง แล้วจึงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของพระนางทันที (พระที่นั่ง มี

















