Share

12ข้าจะลงโทษนางเอง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-17 17:45:04

เจ็ด

ข้าจะลงโทษนางเอง

“เกิดเรื่องอันใดขึ้นที่จวนของข้า!”

ตอนแรกลี่อินงงกับท่าทางเสแสร้งเล่นงิ้วของสองป้าหลาน ทว่าพอนางได้ยินเสียงทุ้มดุดันคุ้นเคยจึงถึงบางอ้อว่าพวกนางกำลังทำอันใดอยู่

เหอะ อย่างกับละครหลังข่าว

ลี่อินค่อย ๆ หันกลับหลังมามองบุรุษผู้มาใหม่อย่างเชื่องช้าพลางกลืนน้ำลายหนืดคอ เมื่อเห็นสีหน้าเดือดดาลราวกับพญามัจจุราชเปิดประตูมาเยี่ยมเยือนแดนมนุษย์เสียอย่างนั้น

ลี่อินหวั่นเกรงว่าจะโดนต่อว่าเพราะอย่างไรนางก็เป็นเพียงสตรีที่ซื้อตัวมาเพื่อทำงานให้เท่านั้น ทว่าพวกสตรีที่กำลังแสดงงิ้วอยู่นั้นเป็นถึงสมาชิกในครอบครัวของเขา

“ท่านพี่อี้ฉงกลับมาทันเวลาพอดีเลยเจ้าค่ะ น้องโดนสตรีชั้นต่ำผู้นี้ตบหน้า ดูสิเจ้าคะ”

ซ่งลี่เจียหันแก้มข้างที่แดงเป็นรอยนิ้วมือให้จูอี้ฉงดูเป็นหลักฐานในการใส่ความลี่อินทำเอาคนโดนกล่าวหากะพริบตาอ้าปากค้าง

“เดี๋ยวสิ นั่น มิใช่ว่าเจ้าตบหน้าของตัวเองหรอกหรือ”

“ผู้ใดเสียสติทำเช่นนั้นกัน” ฮูหยินรองซ่งเถียงแทนหลานสาวคนโปรด ก่อนเดินเข้าไปหาบุตรเลี้ยงด้วยท่าทีเหมือนผู้ถูกกระทำ

“ข้าเข้าใจว่านางไร้การศึกษา จึงไม่รู้ว่าไม่ควรใช้กำลังในการแก้ไขปัญหา ข้าเป็นผู้ใหญ่แล้วอาจไม่คิดถือสาได้ ทว่าเจียเอ๋อร์เล่า นางยังเด็กคงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจไม่น้อยที่ถูกรังแกทั้งที่อยู่ในเขตเรือนของประมุขน้อย จริงหรือไม่เจียเอ๋อร์”

“เจ้าค่ะท่านป้า ท่านพี่ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมแก่เจียเอ๋อร์นะเจ้าคะ”

จูอี้ฉงสีหน้าไม่พอใจไม่เปลี่ยนตั้งแต่เดินเข้ามาในเรือนของตนเอง สายตาคมมองปราดเดียวผ่านหน้าสองป้าหลานไปอย่างรวดเร็ว แขนแกร่งยกเบี่ยงออกจากการเกาะกุมของซ่งลี่เจียอย่างแนบเนียน

“ได้ ข้าจะลงโทษนางเอง”

ฟังดูก็รู้ว่าน้ำเสียงคนพูดตอบรับเหมือนคนไม่ได้ใส่ใจ เพียงเอ่ยตอบรับอย่างขอไปทีเท่านั้นลับหลังพวกนางไม่รู้จะลงโทษอย่างที่บอกหรือไม่ด้วยซ้ำ

นางกลัวว่าหากบุตรเลี้ยงของนางผู้นี้หลงใหลสตรีในเรือนผู้นี้จริง ๆ จะเอนเอียงเข้าข้าง ซึ่งนั่นเท่ากับว่าไม่บรรลุวัตถุประสงค์ของพวกนางในวันนี้น่ะสิ

“ถึงขนาดทำร้ายสมาชิกตระกูลจู โทษทัณฑ์ที่ควรได้รับรุนแรงไม่เบา ข้าวางใจอาฉงให้ลงโทษนางด้วย”

“จริง ท่านพี่ส่งนางไปให้คนลงหวายทำโทษแล้วโยนนางออกไปจากจวนเลยเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นในอนาคตนางอาจตามมาทำร้ายคนอื่นในตระกูลจูได้อีกนะเจ้าคะ”

“เจ้าเป็นผู้ควบคุมกฎและบทลงโทษงั้นรึ ซ่งลี่เจีย”

“มะ ไม่ใช่เจ้าค่ะ น้องแค่หวังดีแนะนำท่านพี่”

“เอ่อ... อาฉง อย่าถือสาสตรีที่เพิ่งโดนทำร้ายมาเลย เจียเอ๋อร์คงกำลังตกใจจนสมองโง่งมพูดอันใดไม่เข้าเรื่องไป ข้าว่าส่งนางให้พ่อบ้านกัวไปลงโทษตามกฎบ้านดีหรือไม่”

“ไม่จำเป็นหรอกฮูหยินรองซ่ง นางเป็นสตรีของข้า ในเมื่อนางทำความผิดข้าย่อมสมควรเป็นคนลงโทษด้วยตัวเอง”

“แต่นายท่าน ข้าไม่ได้ทำอันใดผิดนะ”

ในที่สุดลี่อินก็ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมาคัดค้าน นางไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมาลงโทษทั้งที่ไม่ได้ทำผิดเสียหน่อย

ในเมื่อพวกนางเล่นงิ้วเป็น ลี่อินเองก็เล่นงิ้วเป็นเหมือนกัน ฉะนั้นหญิงสาวจึงสวมบทบาทเป็นคณิกานางโลมตัวร้ายที่มักใช้เสน่ห์ในการยั่วยวนให้บุรุษทั้งหลายตกหลุมพรางมหาเสน่ห์ยินยอมทำตามนางทุกสิ่งอย่างในข่าวลือต่าง ๆ นานาเสียเลย

“ในความคิดของนายท่าน ลี่อินเป็นสตรีนิสัยร้ายกาจเช่นนั้นเองหรือ ฮึก...” มือบางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตาล่องหนพลางเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างจูอี้ฉงและซ่งลี่เจียอย่างแนบเนียน “ข้าเองก็รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกัน แต่หากให้ถามบ่าวในเรือนก็คงไม่มีใครกล้าอยู่ฝ่ายข้าที่เป็นเพียงสตรีไร้ฐานะ ฮึก...” ลี่อินลอบขยิบตาให้จูอี้ฉงที่กำลังขมวดคิ้วมองนางอยู่

พลางหันไปอ้าปากพูดจาไร้เสียงกับชายหนุ่มให้ตามน้ำนางไปก่อนเดี๋ยวนางจะหาทางออกที่สวยงามให้แก่เขา

ลี่อินรู้ว่าชายหนุ่มรู้ว่าสิ่งที่สองสาวพูดมาไม่จริง ทว่าไม่อยากหักหน้าเพราะพวกนางเป็นคนของบิดาตนเองจึงได้แต่รับปากส่ง ๆ ไปก่อนนั่นเอง

“ข้าหาได้คิดเช่นนั้นไม่ อินอินอย่าร้องไห้ไปเลย ข้าเจ็บปวดใจยิ่ง”

ลี่อินซบศีรษะลงบนอกของบุรุษคนรักพลางเอียงใบหน้าหันไปสบตาเยาะเย้ยซ่งลี่เจีย ริมฝีปากบางเอ่ยวาจาไร้เสียงแก่ซ่งลี่เจียช้า ๆ ว่า

‘เจ้า แพ้ แล้ว’

“นี่เจ้า นังสตรีไร้ยางอาย อ๊าย...” ลี่อินโดนฝ่ามือของสตรีขี้อิจฉาจิกผมดึงออกมาจากอ้อมอกแกร่ง ร่างบางปลิวลอยไปอีกฝั่งของห้องศีรษะโขกกับขอบโต๊ะอย่างแรง เงยหน้าขึ้นมาหลังจากล้มลงไปอีกทีโลหิตสีแดงฉานไหลซึมออกมาเปื้อนเต็มหน้าผาก

ลี่อินเม้มปาก ยกมือขึ้นจับบริเวณหน้าผากที่ตนเองรู้สึกเจ็บ ใบหน้าเหยเกเพราะแผนของนางได้ผลเกินคาดเกินไปหน่อย

คิดไว้ว่าจะยั่วยุให้ซ่งลี่เจียสติแตกลงมือทำร้ายนางต่อหน้าทุกคนอีกรอบ ส่วนนางก็จะเล่นบทบาทเสแสร้งว่าถูกตบอย่างแรงล้มลงไปกองที่พื้นเช่นพวกนาง จากนั้นค่อยใช้ข้ออ้างที่ว่าพวกนางเองก็ทำร้ายลี่อินเช่นกันในการให้จูอี้ฉงใช้ไกล่เกลี่ยไล่พวกนางกลับจวนกันไป

เป็นอันตัดจบได้อย่างสวยงาม

ทว่าใครจะไปคิดว่าเมื่อกี้คาดคะเนแรงเสแสร้งผิดไปหน่อยจึงถลาเอาศีรษะมาโขกโต๊ะแข็งจนเลือดตกยางออกเสียเอง

“อินอิน!”

“เจ้า!”

“ฮึก โอ๊ย เจ็บ...”

“ท่านพี่ ข้าไม่ได้ทำ นะ นาง...”

“ออกไป!”

“อาฉงจะ...”

“ข้าสั่งให้ออกไปอย่างไรเล่า!” น้ำเสียงตวาดไม่ไว้หน้าผู้ใดทำให้สองป้าหลานสะดุ้งตัวโยนพากันลนลานกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนไปตั้งหลักก่อน เหล่าบ่าวที่ติดตามมาก็รีบถอยหลังตามเจ้านายของตนเองไปตาม ๆ กัน ไม่นานในห้องที่เคยวุ่นวายพลันเงียบสงัดขึ้นมาทันตา

สีหน้าบุรุษเจ้าของเรือนเข้มขึ้นอย่างน่ากลัวขณะไล่สายตามองบาดแผลบนหน้าผากนูนขาวได้รูป

หากมีเข็มสักเล่มตกพื้นเกรงว่าจะได้ยินชัดเจนเป็นแน่

“พ่อบ้านกัว ไปตามท่านหมอมาสิ มัวยืนทำอันใดอยู่”

“ขะ ขอรับ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   94บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายเสียงพิณและขลุ่ยดังแผ่วเบาออกมาจากในสวนจวนตระกูลซุน ตลอดทั้งจวนถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยโคมไฟสีแดงสดและดอกไม้สีสันสดใส ประตูไม้ประดับด้วยผ้าแพรแดงที่ทอดยาวไปทั่วทั้งจวน กลิ่นหอมของธูปและเครื่องหอมอบอวลอยู่ในอากาศ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวันนี้เป็นวันมงคลอันสำคัญยิ่ง วันแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยซุนเพ่ยเหวินนั่งอยู่ในห้องภายในเรือนพัก นางสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงชาดที่เย็บด้วยผ้าไหมชั้นดี ลายปักบนเสื้อคลุมแสดงถึงฝีมือการเย็บปักถักร้อยที่ประณีตอย่างยิ่ง โดยเฉพาะลายมังกรและหงส์ที่ประดับด้วยเส้นด้ายทองคำ ดวงตาของนางส่องประกายใต้ผ้าคลุมหน้าขณะที่หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและประหม่าเหล่าสาวใช้และผู้ช่วยเจ้าสาวต่างแสดงความยินดีกับนาง ช่วยจัดแต่งทรงผมและเพิ่มเครื่องประดับด้วยความเอาใจใส่ ซุนเพ่ยเหวินรับรู้ถึงความสำคัญของวันนี้ได้ดี นางกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับหลิวมู่เหยียนชายที่นางรักและเคารพ“คุณหนูเพ่ยเหวิน ดูงดงามยิ่งนัก” หนึ่งในผู้ช่วยเจ้าสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม สาวใช้อีกคนหนึ่งเองก็เอ่ยขึ้น “ข้าน้อยไม่เคยเห็นใครสวยงามขนาดนี้มาก่อน ท่านแม่ทัพหลิวต้องหลงใหลในตัวคุณหนูของพวกบ่าวอย่างแน่นอน”

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   93นางคือคู่หมั้นของข้า

    หกสิบห้านางคือคู่หมั้นของข้าภายในโรงน้ำชาชื่อดังกลางตลาดใหญ่ของเมืองหลวงแห่งหนึ่ง เสียงพูดคุยและเสียงจอกชาถูกกระทบกันเบา ๆ ภายในโรงน้ำชาดูราวกับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของบรรดาผู้คนที่มาสูดอากาศบริสุทธิ์หลังจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงมาได้ไม่นาน หลิวมู่เหยียนในชุดสีเข้มที่บ่งบอกถึงยศศักดิ์ของเขายืนอยู่ที่ระเบียงชั้นบนของโรงน้ำชา เขาสอดสายตามองออกไปยังถนนที่แสนพลุกพล่านเบื้องล่าง ใจเต้นแรงด้วยความกังวลขณะที่ดวงตาคมกริบของเขาเฝ้าจับจ้องมองหาสตรีที่ตนเองนัดหมายเอาไว้เวลาผ่านไปเกินกว่าที่นัดหมายกันแล้ว แต่ยังไร้วี่แววของหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอด้วยความคิดถึง หลิวมู่เหยียนถอนหายใจเบา ๆ แต่ภายในใจเขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติความคิดหลายอย่างเริ่มวนเวียนในหัวของเขา ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นกับนางระหว่างทางเขาคงไม่อภัยให้ตัวเองได้แน่สุดท้ายความกังวลก็ทำให้เขาตัดสินใจเดินออกจากโรงน้ำชา เขาก้าวลงบันไดไปยังถนนและมุ่งตรงไปยังจุดที่คิดว่าซุนเพ่ยเหวินน่าจะเดินผ่าน หวังเพียงได้พบเห็นนางในกลุ่มคนที่เดินผ่านไปมา เขาเดินไปไม่กี่ก้าวก็หยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก ดวงตาของเขาเบิกกว้

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   92หมดเวรหมดกรรม

    หกสิบสี่หมดเวรหมดกรรมวันต่อมา ขณะที่แสงอาทิตย์ยามเช้าทอดยาวเหนือทิวเขา ขบวนรถม้าหรูหราก็แล่นออกจากประตูเมืองไคเฟิงอย่างเชื่องช้า ซุนเพ่ยเหวินนั่งอยู่ในรถม้าคันใหญ่พร้อมกับเหล่าผู้ติดตามที่ใกล้ชิด รถม้าเคลื่อนตัวไปบนเส้นทางที่คดเคี้ยวผ่านทิวทัศน์ที่เขียวขจี ขณะที่ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความคิดถึงและความกังวลเมื่อเวลาเช้าตรู่มีขบวนรถม้ามารับนางกลับบ้าน ซึ่งนางดูจากคนที่มารับคาดว่าน่าจะเป็นคนขององค์รัชทายาท นางจึงรีบเก็บสัมภาระและขึ้นรถม้ามาเสียงล้อรถม้ากระทบกับถนนดังเป็นจังหวะกล่อมให้จิตใจที่ว้าวุ่นค่อย ๆ สงบลง นางหันมองออกนอกหน้าต่างเห็นทิวทัศน์ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่กลับรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ช่างยาวนานเสียงตะโกนดังมาจากทหารผู้ควบคุมม้า “คุณหนูซุนเพ่ยเหวินได้ยินข่าวดีแล้วหรือไม่?” เขาคงรับรู้ได้ถึงความเป็นกังวลในใจนางกระมัง จึงอยากตะโกนบอกบางสิ่งให้นางสบายใจซุนเพ่ยเหวินเปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อยพลางถาม “ข่าวดีอะไรหรือ?”“ทางเมืองหลวงได้ประกาศออกมาแล้วว่าให้เมืองไคเฟิงกลับมาเปิดเป็นปกติ เนื่องจากคนป่วยทุกคนได้รับการรักษาและปัญหาต่างๆ ก็บรรเทาลงหมดแล้ว ดังนั้นสถานการณ์ในเวลานี

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   91เหตุจลาจลในเมืองหลวง

    หกสิบสามเหตุจลาจลในเมืองหลวงซุนเพ่ยเหวินยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องพักในหมู่บ้านชายป่า ใบหน้าของนางเคร่งขรึม ดวงตากระจ่างใสทอดมองไปยังที่ไกลแสนไกลนั้นแฝงไปด้วยความกังวลและความคิดถึง นางเฝ้ามองออกไปในทิวทัศน์ที่ไม่มีที่สิ้นสุดราวกับกำลังค้นหาเงาของใครบางคนที่อยู่ห่างไกลเกินจะสัมผัสได้สามวันก่อน องค์รัชทายาทและแม่ทัพหลิวมู่เหยียนพาคนจำนวนมากไปสมทบกับทหารที่เมืองหลวง พวกเขาได้แอบออกจากเมืองไคเฟิงตามแผนการที่วางไว้เพื่อจัดการกับกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสก่อกบฏ ในวิกฤติของแคว้นเซี่ย การจากไปของพวกเขาทำให้หัวใจของซุนเพ่ยเหวินเต็มไปด้วยความกังวล แม้เธอจะได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญในหมู่บ้านนี้ ทั้งการปรุงยาเพื่อรักษาอาการป่วยของชาวบ้านและการนำทหารของแม่ทัพหลิวไปจัดการลำธารที่ปนเปื้อน แต่ความคิดของนางกลับวนเวียนอยู่กับความปลอดภัยของคนรักและแผนการที่พวกเขากำลังดำเนินการในเมืองหลวงซุนเพ่ยเหวินพยายามจดจ่อกับหน้าที่ของตนเอง แต่ในใจลึก ๆ แล้วนางเฝ้ารอคอยข่าวสารจากทหารที่ถูกส่งไปในเมืองหลวงอย่างกระวนกระวาย วันนี้เป็นวันที่สามหลังจากที่พวกเขาเดินทางไป นางหวังว่าวันนี้จะมีข่าวดีที่นำมาซึ่งความโล่งใจทันใดนั้น เ

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   90รักษาการณ์ชั่วคราว

    หกสิบสองรักษาการณ์ชั่วคราวสองวันผ่านไป ยามเช้าภายในเมืองหลวงของแคว้นเซี่ยวันนี้ถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกังวล ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยเกี่ยวกับอาการป่วยหนักขององค์รัชทายาทที่ทรงติดโรคระบาดในเมืองปิดตายอย่างเมืองไคเฟิงได้สร้างความหวาดหวั่นแก่ประชาชนตั้งแต่เมื่อวาน เช่นเดียวกัน ข่าวลือเหล่านี้ได้เดินทางไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้ ซึ่งทำให้พระองค์ผู้เป็นพระบิดาและมีอาการชราภาพอยู่แล้วล้มป่วยลงตามไปด้วยเนื่องจากความเครียดสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ และจากความห่วงใยในองค์รัชทายาทสุดซึ้งได้กัดกร่อนสุขภาพของพระองค์อย่างรวดเร็วภายในห้องบรรทมของฮ่องเต้ หมอหลวงต่างพากันเดินเข้ามาตรวจดูอาการ ล้วนแนะนำให้ฝ่าบาทดื่มยาบำรุงและพักผ่อนให้มากเพื่อรักษาพระวรกาย ห้ามมิให้ผู้ใดนำเรื่องเครียดที่อาจกระทบต่อสุขภาพอ่อนแอของพระองค์ในขณะนี้มากราบทูล ฮ่องเต้ทรงมีพระพักตร์ซีดเซียวและดวงตาที่เต็มไปด้วยความกังวล ทรงรู้ดีว่าการล้มป่วยของพระองค์ในช่วงเวลานี้อาจนำพาแคว้นเข้าสู่ภาวะวิกฤติด้วยเหตุนี้ในช่วงเวลาที่แคว้นเซี่ยอ่อนแอไม่มีทั้งฮ่องเต้ที่แข็งแรงและองค์รัชทายาทคอยดูแลแผ่นดินแทน ฮองเฮาจึงต้องขึ้นม

  • ทะลุมิติมาเป็นบุตรีของขุนนางต้องโทษ   89แผลบนร่าง

    หกสิบเอ็ดแผลบนร่างหลิวมู่เหยียนวิ่งนำขึ้นไปยังห้องขององค์รัชทายาทด้วยความรวดเร็ว หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวลและความห่วงใย เขาไม่รู้ว่าข้างในจะพบกับอะไร แต่ทุกเสี้ยววินาทีที่เสียไปทำให้เขารู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ทันทีที่เขาเปิดประตูห้องเข้าไปภาพที่เห็นทำให้เขาต้องหยุดนิ่งชั่วครู่ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องที่ดีที่สุดในโรงเตี๊ยม บัดนี้กลับกลายเป็นเละเทะไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ เครื่องเรือนบางชิ้นถูกทำลายและทิ้งเศษซากไว้ทั่วห้อง ที่บนเตียงไม้มีองค์รัชทายาทนั่งอยู่โดยมีทหารคนสนิทคนหนึ่งกำลังทำแผลให้อย่างง่าย ๆ แค่พอห้ามเลือดไม่ได้หาหมอมารักษาอย่างถูกวิธีอย่างที่ควรจะเป็น“องค์รัชทายาท!” หลิวมู่เหยียนเรียกด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล ขณะที่เขาและซุนเพ่ยเหวินรีบเข้าไปใกล้เตียง ทหารคนสนิทที่กำลังทำแผลอยู่เงยหน้าขึ้นมามองพวกเขาและพยักหน้าเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้รู้ว่าตนเองทำแผลเสร็จแล้วและจะถอยออกไปก่อนซุนเพ่ยเหวินมองดูแผลบนร่างขององค์รัชทายาท แม้จะไม่ใช่แผลสาหัสถึงชีวิตแต่ก็ยังทำให้นางรู้สึกกังวลอยู่ดี “ทำไมพระองค์ไม่ทรงให้คนไปเรียกหมอมารักษา? เพคะ” นางถามด้วยน้ำเสียงที่แ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status