Masuk“พระชายา เห็นทีว่าข้าต้องพาเจ้าไปคำนับแม่ยายเสียแล้ว ไปเถอะ!!ซู่อวี๋และอี้เหวินเตรียมขบวนเสร็จแล้ว“ เสิ่นหลี่จ้านและหลิวซ่งหร่านทำความเคารพไทเฮา ฮ่องเต้ และฮองเฮา ก่อนจะประครองนางลุกขึ้นช้าๆ ทุกการกระทำที่เขาแสดงออก ยิ่งทำให้องค์ไทเฮาและฮ่องเต้ปราบปลื้ม เห็นทีว่าพวก้ขาจะคิดไม่ผิด ที่เบือกคุณหนูรองสกุลหลิวมาแต่งเข้าวัง
“รู้หรือยังว่าที่แห่งนี้ไม่เหมาะกับเจ้า ประทับนิ้วบนใบหย่าสะ” ทันทีที่ขึ้นมาบนรถม้าเขาก็เอ่ยทันที ทำสาวใช้ที่เดินอยู่ข้างล่าง มองหน้ากันอย่างคิดหนัก “ที่นี่ก็ไม่เหมาะกับท่าน!! อย่าพูดสิ่งใดให้แม่ข้าทุกข์ใจ กลืนคำพูดร้ายๆเรื่องจะหย่านั่นลงไปเสีย อี้เหวิน บอกขบวนไปที่ตระกูลเสิ่นก่อน จะข้ามหน้าข้ามตาไปสกุลหลิวได้อย่างไรหากเคารพฝั่งสามีไม่หมด” สาวใช้รับคำ ก่อนบอกต่อกันเป็นทอด “ที่นั้นก็ร้ายไม่ต่างจากโต๊ะอาหารเมื่อครู่หรอกนะ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ” เขากอดอกพร้อมขู่นางนิ่งๆ “ก็ดี เมื่อครู่ข้าพูดไม่ถนัดเพราะเห็นแก่ไทเฮา หากครั้งนี้มีใครสอดปากมายุ่งกับชีวิตคู่ของข้ากับท่าน จะได้ตอกกลับถนัดๆเสียหน่อย” สายตาคมเบิกกว้าง สตรีตรงหน้าเขาเป็นใคร เป็นพวกชอบท้าชนหรืออย่างไร เหตุใดจึงไม่เกรงกลัวสิ่งใดเช่นนี้ “พระชายาข้าคุ้มกะลาหัวให้เจ้าไม่ได้ทุกที่ ศรัตรูข้ามีทั้งเปิดเผยและแอบซ่อน เจ้าอยากเอาชนะข้าจนสติเลอะเลือนเช่นนั้นรึ” มือหนาจับไหล่นางให้หันมาเผชิญหน้า ยิ่งเสียงในรถม้าดังขึ้นเท่าใด เหล่าสาวใช้ยิ่งกุมมือกันแน่น ภาวนาให้ไม่ใครก็ใครสักคนนึงโยนกันออกมานอกรถม้า!! “เหตุใดต้องคุ้มกะลาหัวข้า องค์ชาย…การที่ข้าแต่งงานกับท่านมีหลายปัจจัย 1ไทเฮาห่วงท่านจึงส่งข้ามา ไม่ได้ให้มารักหรือเทิดทูนท่าน แต่ส่งข้าให้มาจัดการชีวิตท่านให้เข้าที่เข้าทาง และข้ายอมรับว่ายากเข็ญ แต่ไม่เหนือบ่ากว่าแรง” นางสะบัดมือหนาออกจากไหล่บางที่โดนเขาบีบจนเจ็บ “2 ข้าเห็นผู้มีพระคุณเป็นทุกข์จากบุรุษที่ไม่เอาไหนคนนึงไม่ได้ และ3 ข้าถึงวัยที่ต้องออกเรือน หากไม่แต่งกับท่าน ก็ต้องมีบุรุษสักคนที่ต้องแต่ง และหากเลือกได้ ข้าเลือกท่านที่สามารถอุ้มชูสกุลหลิวที่ตอนนี้มีชีวิตรอดกันเพียงห้าคนมิดีกว่าหรือ” นางไม่หลบสายตาค้นหาของเขาสักนิด พูดตามใจตัวเองคิดทุกอย่าง “เจ้ากำลังจะบอกกับข้าว่า…เจ้าไม่ต้องการครอบครอง ต้องการเพียงตอบแทนบุญคุณเสด็จยาย และ…คงไว้ซึ่งสกุลหลิวของเจ้าเช่นนั้นรึ” นางพยักหน้า “เดิมทีตั้งแต่ท่านพ่อข้าเสีย ญาติๆกอบโกยลักขโมยและเอาเปรียบไปไม่น้อย เมื่อเห็นแม่ข้าเริ่มทุข์ยาก การตัดพวกข้าออกจากตระกูลฝั่งแม่ก็เกิดขึ่นทันที ส่วนญาติฝั่งพ่อตายจากหมด ตอนนี้จึงเหลือเพียงข้า5คน ยังคงไว้ซึ่งศักศรีสกุลหลิว” เพราย้ายมาอยู่ในร่างนี้ตั้งแต่5ขวบ ทำนางเข้าใจและเห็นความเแ็นไปทุกอย่าง เท่านั้นยังไม่พอ นางยังพบว่าคนภายนอกดูถูกมารดานางเช่นไร จากฮูหยินสกุลใหญ่บัดนี้เปลี่ยนมาค้าขายขนมแทน นางจะไม่ยอมให้ผู้มีพระคุณต้องทุกข์ใจเด็ดขาด “ข้าคนค้าขายทุกสิ่งที่ลงแรงไปต้องได้กำไร ข้ารู้อยู่แล้วว่าอย่างไรท่านต้องลาออกจากฐานันดร และท่านก็ขี้เกียจแย่งชิงทรัพย์สมบัติกับคนสกุลเสิ่น” นางพูดกับเขาด้วยท่าทีจริงจัง “จะทำตัวเสเพลเช่นใดข้าไม่สน ที่ข้าสนคือหากคิดจะเสเพล ท่านต้องเอาตัวให้รอด ใบสัญญาค้าเกลือเป็นสิ่งที่ท่านพ่อท่านรักษามาเท่าชีวิต แต่เพราะบุญน้อยจึงยังไม่ได้จัดแจง” นางหยิบหมึกกับกระดาษข้างกายมาเขียนบางอย่างลงไป “เดิมทีท่านปู่ของท่านคิดเพียงว่าทายาทสายตรงควรได้รับ แม้มีอนุและหลานมากมาย แต่มีท่านคนเดียวที่เป็นบุรุษสืบสกุลเสิ่น คนเฒ่าจะตายตาหลับได้อย่างไร เมื่อวันนึงสิ่งสุดท้ายที่ทำให้หลานเช่นท่านกลับถูกโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี” ปากพร่ำพูดจนคนฟังเพลิดเพลิน มือก็เขียนบางอย่างลงไปเรื่อยๆ “นี่คือส่วนแบ่งที่บ้านรอง บ้านสามสกุลเสิ่นจะได้รับหากท่านสานต่อการค้าเกลือ แต่หากท่านไม่สานต่อ ใบค้าเกลือจะถูกส่งต่อไปบ้านรอง ส่วนแบ่งก็จะเยอะขึ้น” นางชี้ให้เขาดู ร่างหนาถอนหายใจก่อนมองนางนิ่ง “ข้ารู้อยู่แล้ว และเพราะเหตุนี้…ข้าจึงต้องคอยหลบคมดาบ และเสด็จยายยังคงขอให้ข้าเป็นบุตรบุญธรรมให้ฮ่องเต้คุ้มกะลาหัวเช่นนี้” น้ำเสียงรอดไรฟันทำนางพึงพอใจกับปฏิกิริยาของเขา “ก็สนใจอยู่หนิ่ แล้วเหตุใดจึงไม่เปิดหน้าชน” “เจ้าหมายความเช่นไร” แววตาสับสนทำนางสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ทุกอย่างที่กล่าวถึงสกุลเสิ่นนางเพียงแต่อยากรู้ว่าเขารู้ตื้นลึกหนาบางเพียงใด และอยากรู้ว่าบุรุษตรงหน้านี้…สร้างเกาะป้องกันตนเองหรือไม่เท่านั่นเอง “เคยได้ยินคำนี้หรือไม่ รวมกันเราอยู่ มีท่าน มีข้า แก้ปัญหาด้วยกัน” “ข้าได้อะไร เจ้าได้อะไร” เขามองนางอย่างเคลือบแคลง “ท่านได้เปิดหน้าสู้ไม่ต้องแสร้งทำตัวร้ายๆ ข้าได้ความมั่นคงของสกุลหลิว นั่นพอจะเป็นเหตุผลได้หรือไม่” สายตาคมขุ่นคิดถึงสิ่งที่สตรีตรงหน้าพูด นางที่เห็นเขาลังเลหรี่ตามองดูว่าเขาจะไปในทิศทางใด “ข้ายังสามารถทำหอสุราได้หรือไม่” นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกช้าๆ บุรุษผู้นี้ช่างไม่กลัวตายเลยจริงๆ “ช่วยใช้ชีวิตให้อยู่ในลู่ในทางก่อนได้หรือไม่ การทหารไม่เอา ให้เป็นขุนนางในวังก็ไม่ทำ วันๆคิดแต่จะเปิดหอสุรา ท่านอยากตายนักหรือ” เสียงตะเบ็งลั่นรถม้าทำบ่าวรับใช้ก้มหน้าขนอ่อนลุกชัน “นั่นคือความฝันของข้า!!” คนดื้อรั้นมาตลอดมีหรือจะยอมลงให้นางง่ายๆ ข้อนี้นางรู้ดีทีเดียว “หากอยากทำตามฝัน ก็ช่วยฝันให้มันสมกับเป็นหลานชายคนโปรดของไทเฮาหน่อย!!! ท่านรู้หรือไม่เหตุการณ์บ้านเมืองตอนนี้ไม่ปกติสักนิด” นางขยับเข้าไปใกล้เขาก่อนพูดเสียงรอดไรฟันช้าๆชัดๆ “ศึกในบ้าน ศึกนอกบ้านล้วนแก้ไขยากพอกัน หากไม่ทำตามคำสั่งใคร ก็จงออกมาเป็นเพียงคุณชายสกุลเสิ่นที่เอาการเอางานเข้าใจหรือไม่” มือบางกำคอเสื้อเขาเอาไว้แน่น นางไม่เคยรู้สึกว่าสอนใครแล้วเหนื่อยถึงเพียงนี้มาก่อน “ซ่งหร่าน ข้าเป็นสามีเจ้านะ!!” คนโดนกระชากคอเสื้อเบ้หน้า อยู่ด้วยกันเพียงหนึ่งวันนางทำเขานึกกลัว “จัดการเรื่องในสกุลเสิ่นให้อยู่ในร่องในรอยเสีย ท่านปู่เสิ่นตอนนี้ตาขวาไม่ค่อยเห็นรุ่งนัก อย่าทูซี้ทำสิ่งใดที่ไม่เหมาะไม่ควร ไม่เช่นนั้น ต่อให้หนีข้าไปหอสุราได้ ข้าก็จะตามไปลากคอท่านกลับมา!!”“ท่าน!!” นางยกมือขึ่นปิดปาก ก่อนจะเห็นรอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม“ข้ายืนยันที่จะไม่รับ แต่ฝ่าบาทกลับบอกข้าว่า ใบค้าเกลือนี้ สลักหลังให้ข้าเพียงผู้เดียว ที่เมืองเหนือเป็นเมืองท่าที่รับของจากต่างแดนมากมายก็จริง แต่…คนต่างแดนก็ยังต้องการเกลืออยู่ดี และเราจะเรียกราคาเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ พวกเขายินดีจ่ายเพราะไม่ต้องเดินทางไกลมาติดต่อขอซื้อเองในเมืองหลวง” นางคล้องมือเข้าไปเกาะแขนแกร่ง “หากย้อนเวลากลับไปได้ ท่านจะทำตัวเสเพลหรือไม่” นางอยากรู้ว่าหากไม่มีใครคอยทำร้ายเขา จะทำตัวเช่นไร“ฮูหยิน ยามก่อนที่ข้าอยู่หัวเมืองใต้กับท่านพ่อท่านแม่ ข้าคิดเสมอว่าอยากเป็นพ่อค้า เปิดหอสุรา โรงน้ำชา หรือแม้แต่ร้านขายอาหาร เพราะชีวิตท่านพ่อมีแต่ความห่ำหั่นมาทั้งชีวิต” เขาคิดย้อนไปในวันที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองเล่าถึงความเป็นมากว่าจะครองความรักที่เสียสละเช่นนี้“ยามรักใคร่กับท่านแม่ มีแต่คนขวางกั้นเพราะฐานันดรต่างกันมาก แต่ท่านพ่อก็ไม่ย่อท้อ สอบขุนนางได้ตั้งแต่อายุเพียง15หนาว ท่านไม่ได้ใช้ยศของท่านแม่มาใต่เต้าแต่ผลักดันตนเองจนมีผลงานเป็นที่น่าพอใจ เป็นคนซื่อสัตและซื่อตรง จนวันนึงชนะใจท่านยาย” นางซบหัวลงบนอ
“ข้าทำร้ายผู้เฒ่าเซี่ยวไม่ได้เพราะเขาเป็นคนให้ข้าวให้น้ำ แต่กับฮองเฮา ข้า…จะกระชากคอนางมาถามว่าเหตุใดใจจึงอำมหิตนัก!!” เสิ่นหลี่จ้านเข้าใจดี เขาจึงถอยออกมา“ไปจัดการเรื่องของท่านเถิด ข้าจะแวะไปหาผู้เฒ่าเซี่ยวเสียหน่อย ความแค้นของท่านและข้า ขอให้สิ้นสุดกันตรงนี้!!” เซี่ยวซ่างก่วนประสานมือขึ้นคำนับเขา“ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการเรื่องแม่นมซางเป็นอย่างดี ” พูดจบเขาสั่งทหารไปอีกทาง ก่อนจะหายไปในความมืด หลิวซ่งหร่านเห็นเช่นนั้นจึงออกมาจากที่ซ่อน“ข้าเตรียมของมาครบแล้ว ไปกันเถิดเจ้าค่ะ” พรึบ ร่างหนากระโดดขึ้นม้าตัวเดียวกับนาง ก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนสกุลเซี่ยว“ตอนนี้พวกเจ้ากับข้าล้วนเป็นโจร ฆ่าให้หมด!!! อย่าทิ้งหลักฐานใดๆ ปล้นเสบียงไปด้วย เพราะนั่นคืออาหารที่จะช่วยหล่อเลี้ยงพวกเจ้า!!”กลุ่มชายชุดดำใช้ผ้าสีดำคลุมหน้า รวมทั้งเสิ่นหลี่จ้านและหลิวซ่งหร่านเองก็ด้วย ทั้งคู่ยืนมองคนของตัวเองจัดการทหารเฝ้าเวรอย่างเงียบเฉียบทุกคนล้วนตายตกด้วยคมดาบเดียว และไม่ทีสิทธิ์ได้ร้องออกมาสักนิด“ฮูหยิน เจ้าคิดว่าจะทำสิ่งใดกับเรือนไม้นี้ดี” เสิ่นหลี่จ้านกอดอกมองจวนสกุบเซี่ยวนิ่งๆ รอดูคนของตัวเองนำเสบียงออกมาจำนวนไม่น
”องค์ชายรองถูกลอบทำร้ายขอรับ!!“ ได้ยินเช่นนั้นเขากำลังจะออกตัววิ่งไปที่ม้า แต่ถูกนางดึงแขนเอาไว้ก่อน”อย่าบุ่มบ่ามเจ้าค่ะ นี่อาจเป็นกับดัก!!“ เขาสบตานางเพียงครู่ก่อนหันไปถามกับคนสนิท“องค์ชายรองถูกทำร้ายที่ใด”“ที่หน้าศาลเจ้าเตียะอู่ขอรับ” “เจ้าเห็นเหตุการณ์หรือไม่” คนสนิทเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะส่ายหัว มีเพียงคนเลี้ยงแพะเท่านั้นที่นำข่าวมาแจ้งแก่เขา“หากองค์ชายรองถูกทำร้ายจริง การที่คนเลี้ยงเแพะจะมาบอกเจ้า สู้บอกคนของทางการไม่ดีกว่าหรือ” หลิวซ่งหร่านบอกเช่นนั้น ทั้งสามีและคนสนิทจึงพยักหน้าเห็นด้วย“อี้เหวิน บอกให้ซีหลางและบ่าวคนอื่นๆ นำพาขบวนไปรอที่ชายป่า ไปให้เงียบที่สุด หากเจอใครให้แสดงท่าเป็นเพียงผู้อพยพ ส่วนเจ้ารีบตามข้าไปที่คอกม้า” หากจะตัดไฟควรต้องตัดเสียตอนนี้“เจ้าจะทำอะไร” เสิ่นหลี่จ้านคว้าแขนนางไว้ก่อนเอ่ยถาม“หากวางกับดักให้เราตกไปในหลุม เราก็ลองเล่นด้วยดู ดีหรือไม่เจ้าคะ ในเมื่อ คนของเราก็มีฝีมืออยู่บ้าง” นางบอกแผนการแก่เขา ก่อนที่เขาและคนสนิทจะรีบวิ่งไปขึ้นม้าและไปที่ศาลเจ้า ที่ๆคนเลี้ยงแพะแจ้งว่าองค์ชายรองถูกทำร้าย“พลุเฉลิมฉลองวันไหว้พระจันทร์มีเยอะหรือไม่” สาวใช้พยักหน้าก
“อี้เหวินบอกข้าว่าเจ้ามารออยู่นาน” เมื่อรอผู้เป็นสามีกลับมาจนเกือบค่ำนางตัดสินใจงีบรอ บอกตรงๆว่าร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่มาก รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างสูงใหญ่ไร้จมูกมาดอมดมแก้มนางอย่างแสนคิดถึง”อืมม พอก่อนเจ้าค่ะ วันนี้ท่านไปไหนมาเจ้าคะ“ เพราะเขาหายไปนานจนผิดวิสัยจึงเอ่ยถาม“ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท แจ้งแก่พระองค์ว่าข้าจะเดินทางไกลพร้อมสกุลหลิว” นางขยับตัวลุกขึ้นนั้งก่อนจับมือเขาแน่น“พระองค์มีรับสั่งสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ” นางรู้ดีว่าทางเลือกที่ว่ามามันดูยากเย็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่อาจข้องเกี่ยวกับราชวงศ์ได้อีกแล้ว“ทรงรับสั่งเพียงแต่ให้ข้าดูแลคนในจวนและสกุลหลิวให้ดีๆ ท่านพ่อของเจ้าทำคุณประโยชน์มากมาย แต่คนในสกุลกลับไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร มาถึงบัดนี้ก็ยังต้องออกไประหกระเหินอีก” มือหนาจับปรอยผมทัดข้างหูก่อนจะลูบไร้แก้มนวล“วันนี้ข้าให้บ่าวในจวนไปต่อแถวซื้อข้าวขาว ธัญพืช เนื้อสัตว์ และน้ำมันหมูมา แม้จะได้มาพอประมานแต่ก็ยังถือว่าน้อยอยู่ดี เพราะให้ซื้อได้เพียงคนละสองจินเท่านั้น” นางรีบเข้าเรื่องเพราะตอนนี้อาจเตรียมตัวไม่ทัน“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไปจัดการเรื่องโรงน้ำชา เถ้าแก่ใหม่ยินดีข
กว่าค่ำคืนอันหอมหวานจะผ่านพ้นเล่นเอานางอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนลุกไม่ขึ้น ร่างหนายังขลุกอยู่บริเวณทรวงอกสล่างไม่ห่างเหิน “หากท่านยังไม่หยุด วันนี้ข้าคงขาดใจตาย” เพราะเขาพานางท่องวิมานฉิมพลีเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ หลับแล้วตื่น ตื่นแล้วหลับไปสองรอบคนแรงดียังตักตวงความสุขจากนางไม่หยุด“หึๆ นอนเถอะ ข้าเพียงแต่จะสวมอาภรณ์ให้เจ้าเท่านั้น” นางลืมตาแทบไม่ขึ้นจึงปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ และเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้นอนเต็มอิ่มนางรู้สึกว่าด้านนอกวุ่นวายพอสมควร เมื่อบ่าวไพร่เริ่มวิ่งวุ่นจนต้องรีบลุกขึ้นมาดู” มีเหตุอันใดหรือเจ้าค่ะ“ นางเห็นพี่สาวยืนอยู่ด้านหน้าห้องครัวจึงเอ่ยถาม” น้องรองตอนนี้ในตลาดวุ่นวายมาก เกิดเหตุโจรปล้นสดมภ์ จนร้านค้าหลายร้านถูกปล้นสเบียงไปจนหมด“ สิ่งที่ได้รับรู้ทำนางตกใจไม่น้อย ก่อนจะหันไปหาสาวใช้ข้างกาย” เสบียงของเราเรามีเพียงพอหรือไม่“ อี้เหวิน ทำหน้าหนักใจก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นนึงมาให้นาง” นี่คือรายการข้าวของที่ฮูหยินสั่งให้สำรวจเมื่อวานเจ้าค่ะ อาจไม่เพียงพออยู่จนถึงผ่านพ้นเดือนนี้“ สายตาหวานกว่าตาดูตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษ พบว่าข้าวขาวและธัญพืชมีไม่ถึง 20
”ฟอด หอมกว่าตอนกลางคืนที่ข้าแอบไปหอมเสียอีก“ ดวงตางามเบิกโพลงก่อนฟาดฝ่ามือลงบนแขนแกร่งที่โอบประครองนางเอาไว้อยู่”ท่าน!! เหตุใดจึงไม่คุยกับข้าก่อน“ นางรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในสักวัน และเตรียมใจมานานพอควร แต่มันเกิดเรื่องยุ่งๆขึ้นเสียก่อน ตอนนี้จึงยังค่อนข้างสับสน”เช่นนั้นรับปากข้าก่อน หากจบเหตุเรื่องที่เจ้าอยากรู้ ฮูหยินจะตอบแทนข้า…ทั้งคืน!!“นางชั่งใจเพียงครู่ก่อนยอมพยักหน้าเพราะทนสายตาเว้าวอนไม่ไหว คนอยู่ใกล้ชิดกันมาแรมปีมีหรือจะไม่หวั่นไหว หากเป็นนางจะทานทนได้อย่างไร“เช่นนั้นเจ้าถามสิ่งที่เจ้าอยากรู้มา” นางขยับลุกขึ้นนั้งดีๆ แต่ถูกเขาดึงเข้าไปนั้งพิงอก“เรื่องภายในวังหลวง ท่าน…จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่”“ไม่ แม้ฝ่าบาทจะเป็นเสด็จลุงแท้ๆแต่ข้าเชื่อในตัวพระองค์ว่าจะสามารถจัดการทุกอย่างได้…อาจใช้เวลานานหน่อย แต่วันนี้องค์ชายรองแจ้งแก่ข้าว่า ทั้งเขาและองค์รัชทายาทไม่เข้าข้างคนผิด และเลือกจะช่วยฝ่าบาทแก้ปัญหา” ดีที่บุตรชายทุกคนถูกสั่งสอนโดยไทเฮา จึงรู้หน้าที่ตนเองดีว่าควรทำอย่างไร“แต่หากเกิดเรื่องข้าวของแพงขึ้น ข้าราชการชั้นสูงเก็บส่วยและโกงกินบ้านเมืองเช่นนี้ ชาวบ้านตาดำๆคงอดตา







