Masuk“ เห็นทีวันพรุ่งนี้ข้าคงต้องหาวิธีทำให้เจ้าระเห็จออกจากตำหนักนี้ไวๆ หลิวซ่งหร่าน!!”
เช้าตรู่วันถัดมาทั้งคู่ถูกฮ่องเต้รับสั่งให้เข้าเฝ้า แม้เขาจะอยากจรลีออกไปท่องเที่ยวตามภาษากลับถูกคำพูดของภรรยาหมาดๆดักทางไว้เสียก่อน “องค์ชาย…ท่านรู้หรือไม่ การที่ท่านจะหนีหน้าข้าไปตามหอสุรา ข้าที่เป็นพระชายามีสิทธิ์กระทำการสิ่งใดบ้าง พิธีแต่งงานมีการเฉลิมฉลองต่อถึงสามวัน ภายในสามวันนี้หากท่านทำให้ท่านแม่ข้าทุกข์ใจ” สตรีรูปร่างอรชรเดินเข้ามับจับเสื้อเขาให้เข้าที่เข้าทางพร้อมกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทร “ข้าจะไม่ปล่อยคนข้างกายท่านเอาไว้สักคน!! หอสุรานั้นจะราบเป็นหน้ากอง แต่หากสามวันนี้ท่านทำตัวดี อยู่แต่ในวังและร่างคำขอลาออกจากฐานันดรด้วยตัวเองจนแล้วเสร็จ ข้าจะเป็นภรรยาที่เชื่อฟังท่าน…สักสองวัน“ เขาจับมือบางที่จัดชุดเขาเอาไว้แน่น ”พระชายา เจ้ารู้หรือไม่ ในวังแห่งนี้ใช้ความกล้าบ้าบิ่นเช่นเจ้าทำรั้งแต่จะทำให้ตนเองเจ็บ คนพวกนี้มีพิษสงรอบด้าน เจ้าที่เป็นเพียงบุตรสาวอดีตขุนนางจะเอาสิ่งใดไปสู้“ นางชักมือบางออกจากมือหนาพร้อมลูบไปบนอกแกร่ง ”ข้าไม่มีพิษสงเช่นคนอื่น แต่ข้ามีสมอง และมีมารยาสตรี…องค์ชาย เรื่องแค่นี้ไม่คณามือข้าสักนิด!!“ สายตากลมดั่งตากวางสานสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง คล้ายนางจะบอกบางอย่างแก่เขา บางอย่างที่ว่าทำให้เขายอมสงบปากสงบคำลง และยอมไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อเฉลิมฉลองกับเหล่าเสนาอำมาตย์ นานกว่าสองชั่วยามที่นางนั้งนิ่งฟังคนในราชวงศ์หรือญาติสามีคุยโอ้อวดกันไปมา นางคล้ายเข้าใจเขาขึ้นมาเสียแล้ว ว่าเหตุใดจึงทำหน้าเบื่อหน่ายเช่นนี้ “พระชายาองค์ชายสิบเอ็ดคงจะเหนื่อยจนหืดขึ้นคอ กว่าจะปราบพระสวามีให้อยู่ในลู่ในทางได้ หากท่านตรึงมืออยากขอคำปรึกษาข้าเองก็ยินดีรับฟัง” โต๊ะอาหารบ่าวสาวถูกจับนั้งแยกกันแต่ไม่ไกลกันนัก ห่างกันเพียงฝ่ามือกั้น นางจึงแสร้งยกน้ำชาขึ้นจิบช้าๆ ตามมารยาทที่ถูกไทเฮาสั่งสอนมาเกือบสามปี “หม่อมฉันคิดว่าชีวิตคู่ของหม่อมฉันและองค์ชายสิบเอ็ดนั้น มีวิถีคิดและดำรงชีวิตไม่เหมือนครัวอืื่นเพคะ มิอาจเอื้อมรบกวนพระชายาองค์ชายรองได้ กระนั้นแล้วก็ต้องขอบพระทัยที่ยังทรงเป็นห่วงสะใภ้ใหม่เช่นข้า” มุมปากบางแย้มยิ้มเล็กน้อย คนอยากเสนอทางช่วยชักสีหน้าบึ้งตึง เดิมทีวันนี้ในหมู่ลูกหลานพากันพนันขีนต่อว่า พระชายารากหญ้าจะสามารถลากตัวสามีหัวแข็งมาพบญาติมิตรได้หรือไม่ ทุกคนลงความเห็นกันว่าไม่ได้ แต่เมื่อร่างสูงกำยำในชุดสีเขียวของบ่าวสาวปรากฏกาย ยิ่งทำให้ญาติพี่น้องที่ไม่ใคร่พอใจในตัวองค์ชายสิบเอ็ดแทบลุกขึ้นเต้นเป็นเจ้าเข้า ยิ่งเห็นองค์ฮ่องเต้ยิ้มปลื้มปริ่มใจยิ่งแทบขาดลอนๆ ยามอยากขู่สตรีที่ชนชั้นต่ำกว่าอย่างหลินซ่งหร่าน นางกลับตอกกลับมานิ่มๆ มิหนำซ้ำนั้งอยู่ตรงนี้ นางทำแค่ตักอาหารข้าๆ เคี้ยวอาหารช้าๆ ยกน้ำชาขึ้นจิบแบบไม่อินังขังขอบ พวกนางจึงยิ่งไม่ชอบใจ “ได้ข่าวว่าสตรีที่หอสุราก่วนเยว่น้ำตาไหลอาบแทบท่วมตลาด เพียงเพราะองค์ชายสิบเอ็ดเข้าพิธีแต่งงานสายฟ้าแล่บ ป่านนี้คงเฝ้ารอให้สามีของเจ้ารีบเร่งเข้าไปอธิบายกระมัง” นางคีบขนมกุ้ยฮวาขึ้นมากัดหนึ่งคำ ก่อนจะวางมันลงเบาๆ ความเงียบตามมาเป็นแถบ ทุกการกระทำของหลิวซ่งหร่านยิ่งทำให้ผู้คนต่างลุ้นทั้งโต๊ะของเหล่าสตรีและโต๊ะของเหล่าบุรุษ “อาจเป็นเช่นนั้นเพคะ สามีหม่อมฉันค่อนข้างใช้จ่ายมือเติบ การที่ตั้งตารอบุรุษกระเป๋าหนักย่อมเป็นธรรมดาของอาชีพสตรีเหล่านั้น แต่เชื่อหม่อมฉันเถิดเพคะ สิ่งใดกรวด สิ่งใดเพชร องค์ชายย่อมมองออก มิเช่นนั้น ตราประทับบนทะเบียนสมรสที่หมึกยังไม่ทันแห้งดีคงไม่วางอยู่บนหัวเตียงห้องหอเป็นแน่” นางกวาดตามองเหล่าสะใภ้และองค์หญิงที่เป็นทั้งลูกสาว ลูกสะใภ้และหลานฮ่องเต้นิ่งๆ ก่อนจะยกน้ำชาขึ้นสูงและจิบเบาๆด้วยท่าทีสง่างาม “หากภายหน้า พบเจอพระสวามีหม่อมชั้นตามหอสุรา โรงน้ำชา หรือหนักสุดคงเป็นหอโคมเขียว รบกวนพระชายาองค์รัชทายาทโปรดเมตตราส่งคนมารายงานหม่อมฉันจะได้นับดูว่าในหนึ่งเดือนสามีชอบไปที่แห่งใดมากที่สุด จะได้…ตัดสินใจได้ว่าจะเปิดร้านอะไรดีในอนาคต” ท่าทางไม่โกรธ ไม่เสียใจ และยังสนับสนุน ยิ่งทำให้คนอยากยุแยงเต้นเป็นเจ้าเข้า นางไม่จำเป็นต้องไว้หน้าใคร หากเสิ่นหลี่จ้านชอบสิ่งนั้น นางก็จะสนับสนุน สิ่งที่เสิ่นหลี่จ้านต้องการหลุดพ้นจากคนเหล่านี้ไม่ใช่การเอาชนะ แค่ต้องการพาตัวเองให้หลุดพ้นจากคนพวกนี้ต่างหาก “พระชายา เห็นทีว่าข้าต้องพาเจ้าไปคำนับแม่ยายเสียแล้ว ไปเถอะ!!ซู่อวี๋และอี้เหวินเตรียมขบวนเสร็จแล้ว“ เสิ่นหลี่จ้านและหลิวซ่งหร่านทำความเคารพไทเฮา ฮ่องเต้ และฮ่องเฮา ก่อนจะประครองนางลุกขึ้นช้าๆ ทุกการกระทำที่เขาแสดงออก ยิ่งทำให้องค์ไทเฮาและฮ่องเต้ปราบปลื้ม เห็นทีว่าพวกเขาจะคิดไม่ผิด ที่เลือกคุณหนูรองสกุลหลิวมาแต่งเข้าวัง“ท่าน!!” นางยกมือขึ่นปิดปาก ก่อนจะเห็นรอยยิ้มเอ็นดูปรากฏบนใบหน้าคมเข้ม“ข้ายืนยันที่จะไม่รับ แต่ฝ่าบาทกลับบอกข้าว่า ใบค้าเกลือนี้ สลักหลังให้ข้าเพียงผู้เดียว ที่เมืองเหนือเป็นเมืองท่าที่รับของจากต่างแดนมากมายก็จริง แต่…คนต่างแดนก็ยังต้องการเกลืออยู่ดี และเราจะเรียกราคาเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ พวกเขายินดีจ่ายเพราะไม่ต้องเดินทางไกลมาติดต่อขอซื้อเองในเมืองหลวง” นางคล้องมือเข้าไปเกาะแขนแกร่ง “หากย้อนเวลากลับไปได้ ท่านจะทำตัวเสเพลหรือไม่” นางอยากรู้ว่าหากไม่มีใครคอยทำร้ายเขา จะทำตัวเช่นไร“ฮูหยิน ยามก่อนที่ข้าอยู่หัวเมืองใต้กับท่านพ่อท่านแม่ ข้าคิดเสมอว่าอยากเป็นพ่อค้า เปิดหอสุรา โรงน้ำชา หรือแม้แต่ร้านขายอาหาร เพราะชีวิตท่านพ่อมีแต่ความห่ำหั่นมาทั้งชีวิต” เขาคิดย้อนไปในวันที่ผู้ให้กำเนิดทั้งสองเล่าถึงความเป็นมากว่าจะครองความรักที่เสียสละเช่นนี้“ยามรักใคร่กับท่านแม่ มีแต่คนขวางกั้นเพราะฐานันดรต่างกันมาก แต่ท่านพ่อก็ไม่ย่อท้อ สอบขุนนางได้ตั้งแต่อายุเพียง15หนาว ท่านไม่ได้ใช้ยศของท่านแม่มาใต่เต้าแต่ผลักดันตนเองจนมีผลงานเป็นที่น่าพอใจ เป็นคนซื่อสัตและซื่อตรง จนวันนึงชนะใจท่านยาย” นางซบหัวลงบนอ
“ข้าทำร้ายผู้เฒ่าเซี่ยวไม่ได้เพราะเขาเป็นคนให้ข้าวให้น้ำ แต่กับฮองเฮา ข้า…จะกระชากคอนางมาถามว่าเหตุใดใจจึงอำมหิตนัก!!” เสิ่นหลี่จ้านเข้าใจดี เขาจึงถอยออกมา“ไปจัดการเรื่องของท่านเถิด ข้าจะแวะไปหาผู้เฒ่าเซี่ยวเสียหน่อย ความแค้นของท่านและข้า ขอให้สิ้นสุดกันตรงนี้!!” เซี่ยวซ่างก่วนประสานมือขึ้นคำนับเขา“ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการเรื่องแม่นมซางเป็นอย่างดี ” พูดจบเขาสั่งทหารไปอีกทาง ก่อนจะหายไปในความมืด หลิวซ่งหร่านเห็นเช่นนั้นจึงออกมาจากที่ซ่อน“ข้าเตรียมของมาครบแล้ว ไปกันเถิดเจ้าค่ะ” พรึบ ร่างหนากระโดดขึ้นม้าตัวเดียวกับนาง ก่อนจะมุ่งตรงไปยังจวนสกุลเซี่ยว“ตอนนี้พวกเจ้ากับข้าล้วนเป็นโจร ฆ่าให้หมด!!! อย่าทิ้งหลักฐานใดๆ ปล้นเสบียงไปด้วย เพราะนั่นคืออาหารที่จะช่วยหล่อเลี้ยงพวกเจ้า!!”กลุ่มชายชุดดำใช้ผ้าสีดำคลุมหน้า รวมทั้งเสิ่นหลี่จ้านและหลิวซ่งหร่านเองก็ด้วย ทั้งคู่ยืนมองคนของตัวเองจัดการทหารเฝ้าเวรอย่างเงียบเฉียบทุกคนล้วนตายตกด้วยคมดาบเดียว และไม่ทีสิทธิ์ได้ร้องออกมาสักนิด“ฮูหยิน เจ้าคิดว่าจะทำสิ่งใดกับเรือนไม้นี้ดี” เสิ่นหลี่จ้านกอดอกมองจวนสกุบเซี่ยวนิ่งๆ รอดูคนของตัวเองนำเสบียงออกมาจำนวนไม่น
”องค์ชายรองถูกลอบทำร้ายขอรับ!!“ ได้ยินเช่นนั้นเขากำลังจะออกตัววิ่งไปที่ม้า แต่ถูกนางดึงแขนเอาไว้ก่อน”อย่าบุ่มบ่ามเจ้าค่ะ นี่อาจเป็นกับดัก!!“ เขาสบตานางเพียงครู่ก่อนหันไปถามกับคนสนิท“องค์ชายรองถูกทำร้ายที่ใด”“ที่หน้าศาลเจ้าเตียะอู่ขอรับ” “เจ้าเห็นเหตุการณ์หรือไม่” คนสนิทเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะส่ายหัว มีเพียงคนเลี้ยงแพะเท่านั้นที่นำข่าวมาแจ้งแก่เขา“หากองค์ชายรองถูกทำร้ายจริง การที่คนเลี้ยงเแพะจะมาบอกเจ้า สู้บอกคนของทางการไม่ดีกว่าหรือ” หลิวซ่งหร่านบอกเช่นนั้น ทั้งสามีและคนสนิทจึงพยักหน้าเห็นด้วย“อี้เหวิน บอกให้ซีหลางและบ่าวคนอื่นๆ นำพาขบวนไปรอที่ชายป่า ไปให้เงียบที่สุด หากเจอใครให้แสดงท่าเป็นเพียงผู้อพยพ ส่วนเจ้ารีบตามข้าไปที่คอกม้า” หากจะตัดไฟควรต้องตัดเสียตอนนี้“เจ้าจะทำอะไร” เสิ่นหลี่จ้านคว้าแขนนางไว้ก่อนเอ่ยถาม“หากวางกับดักให้เราตกไปในหลุม เราก็ลองเล่นด้วยดู ดีหรือไม่เจ้าคะ ในเมื่อ คนของเราก็มีฝีมืออยู่บ้าง” นางบอกแผนการแก่เขา ก่อนที่เขาและคนสนิทจะรีบวิ่งไปขึ้นม้าและไปที่ศาลเจ้า ที่ๆคนเลี้ยงแพะแจ้งว่าองค์ชายรองถูกทำร้าย“พลุเฉลิมฉลองวันไหว้พระจันทร์มีเยอะหรือไม่” สาวใช้พยักหน้าก
“อี้เหวินบอกข้าว่าเจ้ามารออยู่นาน” เมื่อรอผู้เป็นสามีกลับมาจนเกือบค่ำนางตัดสินใจงีบรอ บอกตรงๆว่าร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่มาก รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างสูงใหญ่ไร้จมูกมาดอมดมแก้มนางอย่างแสนคิดถึง”อืมม พอก่อนเจ้าค่ะ วันนี้ท่านไปไหนมาเจ้าคะ“ เพราะเขาหายไปนานจนผิดวิสัยจึงเอ่ยถาม“ไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท แจ้งแก่พระองค์ว่าข้าจะเดินทางไกลพร้อมสกุลหลิว” นางขยับตัวลุกขึ้นนั้งก่อนจับมือเขาแน่น“พระองค์มีรับสั่งสิ่งใดหรือไม่เจ้าคะ” นางรู้ดีว่าทางเลือกที่ว่ามามันดูยากเย็น แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่อาจข้องเกี่ยวกับราชวงศ์ได้อีกแล้ว“ทรงรับสั่งเพียงแต่ให้ข้าดูแลคนในจวนและสกุลหลิวให้ดีๆ ท่านพ่อของเจ้าทำคุณประโยชน์มากมาย แต่คนในสกุลกลับไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร มาถึงบัดนี้ก็ยังต้องออกไประหกระเหินอีก” มือหนาจับปรอยผมทัดข้างหูก่อนจะลูบไร้แก้มนวล“วันนี้ข้าให้บ่าวในจวนไปต่อแถวซื้อข้าวขาว ธัญพืช เนื้อสัตว์ และน้ำมันหมูมา แม้จะได้มาพอประมานแต่ก็ยังถือว่าน้อยอยู่ดี เพราะให้ซื้อได้เพียงคนละสองจินเท่านั้น” นางรีบเข้าเรื่องเพราะตอนนี้อาจเตรียมตัวไม่ทัน“เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องห่วง ข้าไปจัดการเรื่องโรงน้ำชา เถ้าแก่ใหม่ยินดีข
กว่าค่ำคืนอันหอมหวานจะผ่านพ้นเล่นเอานางอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนลุกไม่ขึ้น ร่างหนายังขลุกอยู่บริเวณทรวงอกสล่างไม่ห่างเหิน “หากท่านยังไม่หยุด วันนี้ข้าคงขาดใจตาย” เพราะเขาพานางท่องวิมานฉิมพลีเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ หลับแล้วตื่น ตื่นแล้วหลับไปสองรอบคนแรงดียังตักตวงความสุขจากนางไม่หยุด“หึๆ นอนเถอะ ข้าเพียงแต่จะสวมอาภรณ์ให้เจ้าเท่านั้น” นางลืมตาแทบไม่ขึ้นจึงปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ และเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้นอนเต็มอิ่มนางรู้สึกว่าด้านนอกวุ่นวายพอสมควร เมื่อบ่าวไพร่เริ่มวิ่งวุ่นจนต้องรีบลุกขึ้นมาดู” มีเหตุอันใดหรือเจ้าค่ะ“ นางเห็นพี่สาวยืนอยู่ด้านหน้าห้องครัวจึงเอ่ยถาม” น้องรองตอนนี้ในตลาดวุ่นวายมาก เกิดเหตุโจรปล้นสดมภ์ จนร้านค้าหลายร้านถูกปล้นสเบียงไปจนหมด“ สิ่งที่ได้รับรู้ทำนางตกใจไม่น้อย ก่อนจะหันไปหาสาวใช้ข้างกาย” เสบียงของเราเรามีเพียงพอหรือไม่“ อี้เหวิน ทำหน้าหนักใจก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นนึงมาให้นาง” นี่คือรายการข้าวของที่ฮูหยินสั่งให้สำรวจเมื่อวานเจ้าค่ะ อาจไม่เพียงพออยู่จนถึงผ่านพ้นเดือนนี้“ สายตาหวานกว่าตาดูตัวหนังสือบนแผ่นกระดาษ พบว่าข้าวขาวและธัญพืชมีไม่ถึง 20
”ฟอด หอมกว่าตอนกลางคืนที่ข้าแอบไปหอมเสียอีก“ ดวงตางามเบิกโพลงก่อนฟาดฝ่ามือลงบนแขนแกร่งที่โอบประครองนางเอาไว้อยู่”ท่าน!! เหตุใดจึงไม่คุยกับข้าก่อน“ นางรู้ว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในสักวัน และเตรียมใจมานานพอควร แต่มันเกิดเรื่องยุ่งๆขึ้นเสียก่อน ตอนนี้จึงยังค่อนข้างสับสน”เช่นนั้นรับปากข้าก่อน หากจบเหตุเรื่องที่เจ้าอยากรู้ ฮูหยินจะตอบแทนข้า…ทั้งคืน!!“นางชั่งใจเพียงครู่ก่อนยอมพยักหน้าเพราะทนสายตาเว้าวอนไม่ไหว คนอยู่ใกล้ชิดกันมาแรมปีมีหรือจะไม่หวั่นไหว หากเป็นนางจะทานทนได้อย่างไร“เช่นนั้นเจ้าถามสิ่งที่เจ้าอยากรู้มา” นางขยับลุกขึ้นนั้งดีๆ แต่ถูกเขาดึงเข้าไปนั้งพิงอก“เรื่องภายในวังหลวง ท่าน…จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือไม่”“ไม่ แม้ฝ่าบาทจะเป็นเสด็จลุงแท้ๆแต่ข้าเชื่อในตัวพระองค์ว่าจะสามารถจัดการทุกอย่างได้…อาจใช้เวลานานหน่อย แต่วันนี้องค์ชายรองแจ้งแก่ข้าว่า ทั้งเขาและองค์รัชทายาทไม่เข้าข้างคนผิด และเลือกจะช่วยฝ่าบาทแก้ปัญหา” ดีที่บุตรชายทุกคนถูกสั่งสอนโดยไทเฮา จึงรู้หน้าที่ตนเองดีว่าควรทำอย่างไร“แต่หากเกิดเรื่องข้าวของแพงขึ้น ข้าราชการชั้นสูงเก็บส่วยและโกงกินบ้านเมืองเช่นนี้ ชาวบ้านตาดำๆคงอดตา







