LOGIN“ฝ่าบาทพระราชทานสมรส หาใช่ข้าที่เรียกร้อง หากอยากหย่า ท่านก็ไปเรียกร้องที่หน้าวัง อี้เหวินปิดประตู!!” ปึง!! คนอ้าปากค้างกลางอากาศทำได้แค่เข็ญเขี้ยว สักวันข้าจะปราบพยศนางให้จงได้!!
View More“ซ่งหร่าน รู้หรือไม่ตัดสินใจเช่นนี้เจ้าจะเจอกับอะไร” เสียงแหบแห้งของผู้เป็นแม่ทำ หลิวซ่งหร่าน กุมมือผู้มีพระคุณแน่น
“ท่านแม่อย่าได้ร้อนใจไปเจ้าค่ะ ขบวนเกี้ยวมาถึงเมื่อใดก็เมื่อนั้น ข้าไม่มีทางเลี่ยงเป็นแน่” หลิวซ่งหร่านเป็นคุณหนูรองตระกูลหลิว ที่หลายปีก่อนท่านพ่อที่เป็นขุนนางใหญ่ป่วยตายด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ตอนนี้ทั้งจวนเหลือเพียงท่านแม่คือ หลิวซิงฮัว ที่ป่วยออดๆ แอดๆ มีบุตรด้วยกัน4คน คือพี่สาวคนโตอย่างหลิวซือเหยาที่เป็นหม้ายเพราะสามีตายในสนามรบ บุตรสาวคนรองคือนาง หลิวซ่งหร่าน น้องเล็กอีกสองคนที่เป็นฝาแฝดคือ หลิวหยางเต๋อ เป็นบุตรชาย หลิวหลู่หนิงเป็นบุตรสาว ทั้งคู่มีอายุเพียง10หนาวเท่านั้น “แต่นั่นไม่ใช่ความสุขของเจ้า แม่เจ้าจะมีหน้าไปพบพ่อเจ้าได้อย่างไร หากต้องบังคับจิตใจเจ้าเช่นนี้” นิ้วมือเรียวยาวลูบไล้แก้มนวลของผู้มีพระคุณ “องค์ไทเฮาท่านมีเมตตาเสนอชื่อข้าให้เป็นคู่ครององค์ชายสิบเอ็ด องค์ฮ่องเต้ก็ทรงเห็นด้วย ท่านแม่โปรดวางใจเจ้าค่ะ” หลิวซ่งหลานมองคนที่ครั้งหนึ่งเคยตรากตรำขายสมบัติมาช่วยชีวิตบุตรสาวที่เป็นไข้ป่า โดยหารู้ไม่ว่า เด็กสาววัย5ขวบปีนั้นได้ตายจากไปแล้ว มีเพียงวิญญานจากอีกภพนึงเข้ามาอยู่อาศัย ทั้งที่ชื่อแซ่นั้นก็เหมือนกันจนไม่ต้องปรับตัว เมืองกวางโจว ปี 2010 “คุณหมอ ช่วยลูกฉันด้วย เธอยังเด็กนัก” เสียงร้องไห้คร่ำครวญหน้าห้องผู้ป่วยวิกฤต ทำคนเดินผ่านไปมาต่างเห็นใจ “คุณนายหลิว อาการของครูหร่านนั้นเรียกว่าสมองตายไปแล้วถึง80% ที่ยังอยู่ได้ก็เพราะเครื่องมือแพทย์เท่านั้น หมอไม่อยากปิดบังญาติจึงต้องเรียนแจ้งตามตรง” หลิวซ่งหร่านวัย25ปีเป็นครูสอนอยู่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง วันนึงถูกเด็กนักเรียนวิ่งมาชนจนตกลงไปในทะเลสาบระหว่างพาเด็กๆไปทัศนะศึกษา หลังจากนั้นเธอไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย พ่อแม่ทำใจไม่ได้จึงขอยื้อเอาไว้จนถึงที่สุด ร่างโปร่งแสงมองดูคนเป็นแม่ที่ร้องไห้ราวจะขาดใจด้วยน้ำตานองหน้า ก่อนจะเดินกลับไปมองร่างที่ผอมบางนิ่งๆ “หากอยู่พ่อแม่ก็เป็นทุกข์ สู้จากไปให้เสียใจทีเดียวไม่ดีกว่าเหรอ” ติ๊ดดดดดดดดด เสียงเครื่องเตือนชีพจรเป็นแนวยาวดังขึ้น เหล่าหมอและพยาบาลต่างกุลีกุจอเข้ามาปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล ร่างผอมบางนั้นจากไปตลอดกาล “อาหร่าน ทางนี้ๆยายเจ้าอยู่ทางนี้” เสียงเรียกคนสูงอายุใต้ต้นท้อทำหลิวซ่งหร่านที่ยืนเคว้งในสวนดอกไม้รีบหันไปมอง ก่อนพบว่าเป็นยายข้างบ้านของเธอที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายสิบปีก่อน จึงรีบวิ่งไปหา “คุณยาย หนูตายแล้วหรอคะ” คนแก่พยักหน้าก่อนยื่นผลลูบพลับให้ คุณยายข้างบ้านคนนี้เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะพ่อแม่มักนำไปฝากท่านไว้ประจำ “ตายในชาตินี้ แต่ยังมีที่ๆต้องไปต่อ หลานทำคุณประโยชน์ให้มนุษย์ไม่น้อย เพราะมอบความรู้ให้คนมานับไม่ถ้วน ฟังคำยายให้ดี เมื่ออายุครบ15ปีในมิติหน้า เราจะได้พบกัน” เพียงนางกัดลูกท้อ1คำ ร่างงามลอยเคว้งและเมื่อรู้ตัวอีกที เธอก็เปร่งเสียงโวยวาย แต่เสียงนั้นกลับแหบแห้ง เธอเข้ามาอยู่ในร่างของบุตรสาวคนรอง ในครอบครัวสกุลหลิว ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานกว่าจะเติบโตจนล่วงเลยวัยปักปิ่น เมื่ออายุครบ15ปี วันนั้นนางได้เจอองค์ไทเฮา เสวี่ยนจิ้งชง คนที่หน้าตาเหมือนยายผู้เลี้ยงดูนางมาไม่มีผิด “แม้เราจะเป็นญาติกัน แต่เพราะบารมีข้าตอนนี้ลดลงไปมาก ช่วยคนสกุลหลิวได้เพียงน้อยนิด ฮูหยินหลิว จะเป็นอะไรหรือไม่หากข้าจะให้เกี้ยวทองมาสู่ขอหลิวซ่งหร่านเพื่อช่วยเหลือสกุลหลิวอีกทาง” ขบวนทหารที่มาจากวังหลวงทำชาวบ้านแตกตื่น ยิ่งคนที่ลงมาจากรถม้าเป็นองค์ไทเฮา ชาวบ้านจึงต่างเล่าลือ และก็ได้ไขข้อข้องใจเมื่อ เสี่ยวก้วน ที่เป็นทหารองค์รักษ์ประกาศว่า สกุลหลิวนั้นเป็นญาติกับองค์ไทเฮา ไม่แปลกที่จะมาเยี่ยมเยียน ขอให้ทุกคนแยกย้าย“ เห็นทีวันพรุ่งนี้ข้าคงต้องหาวิธีทำให้เจ้าระเห็จออกจากตำหนักนี้ไวๆ หลิวซ่งหร่าน!!” เช้าตรู่วันถัดมาทั้งคู่ถูกฮ่องเต้รับสั่งให้เข้าเฝ้า แม้เขาจะอยากจรลีออกไปท่องเที่ยวตามภาษากลับถูกคำพูดของภรรยาหมาดๆดักทางไว้เสียก่อน“องค์ชาย…ท่านรู้หรือไม่ การที่ท่านจะหนีหน้าข้าไปตามหอสุรา ข้าที่เป็นพระชายามีสิทธิ์กระทำการสิ่งใดบ้าง พิธีแต่งงานมีการเฉลิมฉลองต่อถึงสามวัน ภายในสามวันนี้หากท่านทำให้ท่านแม่ข้าทุกข์ใจ” สตรีรูปร่างอรชรเดินเข้ามับจับเสื้อเขาให้เข้าที่เข้าทางพร้อมกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทร“ข้าจะไม่ปล่อยคนข้างกายท่านเอาไว้สักคน!! หอสุรานั้นจะราบเป็นหน้ากอง แต่หากสามวันนี้ท่านทำตัวดี อยู่แต่ในวังและร่างคำขอลาออกจากฐานันดรด้วยตัวเองจนแล้วเสร็จ ข้าจะเป็นภรรยาที่เชื่อฟังท่าน…สักสองวัน“ เขาจับมือบางที่จัดชุดเขาเอาไว้แน่น”พระชายา เจ้ารู้หรือไม่ ในวังแห่งนี้ใช้ความกล้าบ้าบิ่นเช่นเจ้าทำรั้งแต่จะทำให้ตนเองเจ็บ คนพวกนี้มีพิษสงรอบด้าน เจ้าที่เป็นเพียงบุตรสาวอดีตขุนนางจะเอาสิ่งใดไปสู้“ นางชักมือบางออกจากมือหนาพร้อมลูบไปบนอกแกร่ง”ข้าไม่มีพิษสงเช่นคนอื่น แต่ข้ามีสมอง และมีมารยาสตรี…องค์ชาย เรื่องแค
“เจ้าแต่งงานกับข้า ฮ่องเต้ติดสินบนใช่หรือไม่!!” นางกรอกตามองชายสูงศักดิ์ผู้นี้ที่ยังตามถามนางไม่หยุดหย่อน แม้แต่ตอนนี้จะเป็นเวลาที่พึ่งเข้าหอยังไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ“องค์ชายสิบเอ็ดท่านลองนึกย้อนกลับไปดูการกระทำของท่านดีหรือไม่ เหตุใดจึงได้ข้าเป็นพระชายา” นางเลิกคิ้วขึ่นสูงพร้อมมองหน้า“ข้าไม่เชื่อว่าคืนนั้นจะมีอะไรเกินเลย ข้าไม่ชอบสตรี เช่นเจ้า!!”“ข้าก็ไม่ชอบบุรุษเช่นท่าน แต่ข้าเรียกร้องสิ่งใดได้ในเมื่อนี่เป็นคำสั่ง หากไม่พอใจ ท่านก็แค่ไปร้องเรียนองค์ฮ่องเต้เสียสิ หึ แล้วก็หุบปากของท่านสะ ข้าลำคาญเต็มทน!!” “เจ้า!!” ร่างหนาอ้าปากค้าง เขาไม่เคยเจอสตรีนางใดบอกว่าลำคาญเขาเช่นนี้ นางเป็นใครเหตุใดจึงทำหน้าอิดหนาระอาใจกับเขาได้ นี่มัน…อะไรกัน!!เรื่องคืนนั้นที่เขาเอ่ยถึง ทำนางไพร่คิดไปถึงคืนนึงที่นางเดินทางไปไหว้ป้ายบรรพบุรุษตระกูลหลิว เพราะความรีบร้อนเพราะบ่าวรับใช้มีเรื่องราวชู้สาวในจวน นางจึงต้องเดินทางกลับมาก่อนท่านแม่และพี่ใหญ่ กว่าจะเดินทางลงมาจากเขาก็เป็นเวลาเย็นย่ำ ระหว่างที่รถม้ากำลังเดินทางผ่านวัดซู่เจียงก็พบเจอบุรุษผู้หนึ่งนอนไม่ได้สติอยู่ข้างทาง บ่าวที่มาด้วยรีบเข้ามาร
”สตรีคนนั้นจะได้เป็นเพียงฮูหยินธรรมดา ไม่มียศฐาเพราะกระหม่อมจะขอลาออกจากฐานันดร กระหม่อมไม่เป็นแล้ว องค์ชายสิบเอ็ด!!“ คนเอาแต่ใจยังไม่ยอมแพ้”เช่นนั้นหม่อมฉันจะรีบทำพิธีให้เสร็จ เพื่อเพิ่มเวลาให้พระองค์ได้ร่างจดหมายลาออกจากฐานันดรดีหรือไม่เพคะ“ สตรีที่สวมอาภรสีแดง มีผ้าผืนบางคลุมศรีษะจนมิดเดินลงมาจากเกี้ยวพร้อมเอ่ยช้าๆเนิบๆ“เห็นทีว่าพระสวามีคงกะเวลาผิด จึงช้ากว่าหม่อมฉันไปหนึ่งก้าว ไม่คิดเลยจริงๆว่าบุรุษที่โชกโชนนารีเช่นนี้ จะขี้ขลาดจนไม่กล้าแม้แต่จะเข้าหอกับสตรีที่เป็นคู่หมั้น” เสียงหวานนุ่มทำเขาแทบเคลิ้ม แต่วาจาบาดจิตรบาดใจเช่นนี้ดึงสติเขากลับมา“แม่นางสกุลหลิว เจ้าอย่าคิดว่ามีฝ่าบาทและไทเฮาถือหางแล้วจะพูดจาสามหาวกับข้าอย่างไรก็ได้นะ ข้าขอเตือนไว้ก่อน” นิ้วมือแกร่งยกขึ้นชี้สั่นระริก แต่โดนพัดจากองค์ไทเฮาปัดมันลงเสียก่อน“องค์ชายสิบเอ็ด เจ้ากำลังเสียมารยาทกับพระชายา เหตุใดจึงยังไม่เดินไปรับ มัวปล่อยให้นางปรามาสอยู่ได้อย่างไร” เมื่อรู้ว่าจะพูดสิ่งใดให้หลานชายยอมทำตามก็จัดการจุดไฟเพิ่มเสียหน่อย“ท่านยาย!!” “อย่าขึ้นเสียงหน่า ด้านนอกชาวบ้านมีอยู่ไม่น้อย เจ้าเป็นคุณชายเจ้าสำราญมาแต่ไหน
หนึ่งวันหลังจากตกลงกัน เกี้ยวมงคลจากวังหลวงมารับตัวเจ้าสาวตั้งแต่เช้ามืด ฮูหยินหลิวถึงกับซับน้ำตาไม่หยุด ในบรรดาบุตรทั้ง4คน หลิวซ่งหร่านเป็นคนที่มีความอดทนมากที่สุด เจ็บแค่ไหนก็ไม่ร้อง ความคิดความอ่านเหมือนผู้ใหญ่ เสียสละให้น้องๆจนนางอดเอ็นดูไม่ได้ ครั้งนี้บุตรสาวก็เสียสละให้ครอบครัวเช่นกัน“ท่านแม่ ขึ้นรถม้าเถิดเจ้าค่ะ” สมาชิกในครอบครัวจะได้เจอกันตอนยกน้ำชา พิธีเช้าจะเป็นหน้าที่ของคนในวัง นางจะยังไม่ได้เจอลูกอีกว่าหนึ่งชั่วยาม“ซือเหยา เจ้าคิดว่าองค์ชายผู้นั้นจะยอมมาเคารพฟ้าดินหรือ“ นั่นคือสิ่งที่นางกังวล ชื่อเสียงองค์ชายสิบเอ็ดที่เอาแต่ทำตัวเจ้าสำราญนั้นมีมาเนิ่นนาน นางได้ยินเข้าหูอยู่บ่อยๆ”ไทเฮาจัดการได้เจ้าค่ะ พิธีวันนี้อาจจะกระท่อนกระแท่นบ้าง เพราะองค์ชายสิบเอ็ดถูกตามใจมาช้านาน แต่ลูกเชื่อว่าน้องรองเอาอยู่เจ้าค่ะ“ นางมั่นใจในตัวน้องสาว หลิวซ่งหร่านเป็นคนเด็ดขาดและดุมาแต่ไหนแต่ไร นางไม่มีทางให้ใครมาเอาเปรียบ ดูอย่างของหมั้นและสินสมรสนั่นอย่างไร ยิ่งการดัดนิสัยองค์ชายหินแค่ไหน น้องสาวนางก็เรียกของบรรณาธิการไปจุกๆ แม้ขนหน้าแข้งวังหลวงไม่ล่วง แต่ก็ต้องยอมรับว่า องค์ชายสิบเอ็ดผู้นั้น











