Share

ตอนที่ 3 สะใภ้สกุลถัง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-03 08:28:46

รถเก๋งคันสีดำรุ่นคลาสสิกวิ่งเข้าไปจอดหน้าบริษัทต้าถังที่เป็นอาคารสี่ชั้น ฝั่งตรงข้ามมองเห็นห้างสรรพสินค้าที่กำลังก่อสร้าง อีกไม่เกินสองปีห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ก็คงได้เปิดทำการอย่างแน่นอน

ประตูรถถูกเปิดออก ถังเจิ้นลงจากรถก่อนแล้วยื่นมือให้เธอจับเพื่อเดินควงแขนกันเข้าไป หญิงสาววางมือบนฝ่ามือหนา รู้สึกประหม่าเล็กน้อย แม้จะผ่านการแต่งงานมาแล้ว ทว่าผู้ชายคนนี้ก็ยังถือว่าเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธออยู่ดี

หญิงสาวในชุดกี่เพ้าตามแบบอนุรักษนิยมที่คุณย่าของเขาชอบ เธอลงจากรถมายืนเคียงข้างกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี มือที่วางบนมือของเขาใตอนแรกเลื่อนมาวางคล้องที่แขนแล้วเดินเข้าไปในงานพร้อมกัน ท่ามกลางสายตาชื่นชมของคนที่มาร่วมแสดงความยินดีในงานเลี้ยงเปิดตัวสะใภ้สกุลถัง

ห้องโถงจัดงานอยู่บนชั้นบนสุดของอาคาร เมื่อไปถึงก็พบว่าแขกส่วนใหญ่ได้มาถึงแล้ว งานเลี้ยงจัดแบบดั้งเดิมเป็นโต๊ะอาหารแบบโต๊ะจีนทั่วไป แขกในงานส่วนใหญ่แต่งกายแบบดั้งเดิมเพื่อเอาใจลู่เหว่ย

ที่ถังเจิ้นแต่งตัวแบบนี้ในงาน และเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นแบบดั้งเดิม ส่วนหนึ่งก็คงมีอิทธิพลมาจากการเลี้ยงดูจากครอบครัวอนุรักษนิยม ถ้าคนอื่นใส่คงจะดูแก่และเชยระเบิด แต่เขากลับสวมใส่มันแล้วดูน่าเกรงขามและดูดีมากเลยทีเดียว

ยิ่งใบหน้าที่ไม่ค่อยยิ้มนั้นยิ่งทำให้เขาดูเหมือนพระเอกในหนังเจ้าพ่อที่เคยดู ทว่าจางม่านอวี้ยกให้เขาเป็นมาเฟียปักกิ่งที่หล่อเท่ไม่แพ้กัน

โต๊ะของเจ้าภาพตั้งอยู่ด้านหน้าสุด ผู้ที่ที่นั่งหน้าตึงอยู่คือลู่เหว่ย สตรีที่มีอำนาจที่สุดในงานนี้

ถังเจิ้นเดินควงเธอเข้าไปเพื่อทำการคารวะผู้เป็นย่า จากนั้นก็พยักหน้าให้คนของตนยกป้านน้ำชามาให้ตนกับจางม่านอวี้ทำการยกน้ำชาให้แก่ลู่เหว่ย

“ม่านอวี้คารวะคุณย่า ขอให้คุณย่ามีสุขภาพแข็งแรงค่ะ”

หญิงชรารับน้ำชานั้นมาจิบหนึ่งคำ  ต่อหน้าแขกเหรื่อจะแสดงอาการต่อต้านออกนอกหน้าได้อย่างไร แม้ใบหน้านั้นจะบึ้งตึง แต่ก็ต้องรักษาหน้าตาของหลานชายและตระกูลถังเอาไว้

หลังจากสูญเสียสามี ลูกชายและลูกสะใภ้ ไปในอุบัติเหตุเมื่อยี่สิบปีก่อน ตนก็เลี้ยงดูถังเจิ้นมาตัวคนเดียว ท่ามกลางความกดดันที่ต้องบริหารงานต่อจากสามีภายใต้คำสบประมาทที่ว่าผู้หญิงไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้

เธอต้องฝ่าฟันมาอย่างยากลำบาก ในขณะที่ต้องเลี้ยงดูหลานชายคนเดียวไปด้วย กว่าจะมาถึงจุดที่ถังเจิ้นสานต่องานทุกอย่างได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว

แต่พอจะแต่งงาน เจ้าหลานชายไม่รักดีนี้กลับจัดการด้วยตนเอง แม้จะเป็นการแต่งงานหลอก ๆ ก็ตามทีเถอะ เขาไม่ควรแยกบ้านออกไปแบบนี้ ถึงตนจะไม่ได้เป็นคนเลือกหลานสะใภ้ด้วยตนเอง แต่อย่างน้อยเขาก็ยังเป็นหลานชายของตนเองอยู่ คนแก่ทำไมจะอดคิดถึงเขาไม่ได้

“ไม่อยู่บ้านแค่เดือนเดียว ดูหลานซูบผอมลงนะ” ผู้เป็นย่ากล่าวขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เยือกเย็น แล้วพยักหน้าให้ทั้งสองลุกขึ้น

ถังเจิ้นประคองให้จางม่านอวี้ลุกขึ้นแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ และทำหน้าที่สามีที่รักภรรยาของตนต่อหน้าแขกเหรื่อที่มองดูอยู่

“ช่วงนี้วุ่นวายอยู่กับการคุมงานก่อสร้าง และงานซื้อขายวัตถุโบราณ ไม่ได้กลับบ้านไปกินข้าวกับคุณย่าเลย อาหารข้างนอกไม่ได้ถูกปากเท่ากับที่ป้าอี้ทำ” ถังเจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและสุภาพ นั่งลงข้างผู้เป็นย่าแล้ววางมือกุมที่มือเหี่ยวย่นของอีกฝ่ายเอาไว้

“กลับมาอยู่ที่บ้านเราเถอะ อาเจิ้น คนแก่กินข้าวคนเดียวมันเหงา” หญิงชราบอกแก่หลานชาย สายตามองเลยไปยังหลานสะใภ้กำมะลอที่กำลังนั่งลุ้นคำตอบของเขาอยู่ 

‘ไม่กลับ ไม่กลับ ไม่กลับ’ หญิงสาวได้แต่ภาวนาในใจ แค่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนอื่นในยุคอื่นก็เคร่งเครียดและทำตัวไม่ถูกแล้ว หากจะต้องไปอยู่ในบ้านสกุลถังที่มีผู้เป็นย่าของเขาดูแล อยู่เธอคงรู้สึกอึดอัดใจ กว่าจะพ้นหนึ่งปีตามข้อตกลงคงได้อกแตกตายเสียก่อน

“เอาเป็นว่าผมจะพาหลานสะใภ้ของคุณย่าไปกินข้าวที่บ้านเราบ่อย ๆ ก็แล้วกันนะครับ” เขาพูดเพียงแค่นั้น สื่อความหมายว่าไม่ได้กลับไป ทำให้ผู้เป็นย่าพ่นลมหายใจด้วยความผิดหวัง ก่อนที่จะปั้นหน้านิ่งแล้วมองจางม่านอวี้ด้วยสายตาที่พินิจ

อีกฝ่ายดูไม่ได้ตื่นกลัวอย่างที่ตนเองเข้าใจ สายตาที่กวาดมองไปรอบ ๆ ห้องจัดเลี้ยงด้วยความสนใจนั้นเป็นสายตาที่ไม่ได้ดูตื่นเต้นอะไรมาก ราวกับว่าคุ้นชินกับงานเลี้ยงที่มีผู้คนอุ่นหนาฝาคั่งเช่นนี้

“เธอชื่ออะไรนะ” คำถามนั้นทำให้หญิงสาวที่กำลังมองวิถีชีวิตของคนยุคนี้ด้วยความสนใจ หันกลับมาให้ความสนใจกับบทสนทนาของคนตรงหน้า รู้สึกเสียมารยาทที่เผลอมองไปทางอื่น จนอาจทำให้คุณย่าของสามีไม่พอใจหนักยิ่งขึ้น

“จางม่านอวี้ค่ะ อาเจิ้นเรียกฉันว่า ม่านม่าน” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับรอยยิ้มที่สุภาพและมั่นใจในตนเอง แต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนน้อมและถ่อมตน จริง ๆ ถังเจิ้นไม่เคยเรียกเธอเช่นนั้น แต่หลังจากนี้เขาคงต้องเรียกเพื่อให้ดูสนิทสนมกันเสียแล้ว

หญิงชราพยักหน้าเบา ๆ มองดูใบหน้าของอีกฝ่ายที่ดูยิ้มแย้มและไม่ได้กังวลกับตนมากนัก คงเพราะรู้ตัวว่าอยู่ได้ไม่ถึงปีก็ต้องไปจากสกุลถัง จึงไม่ได้เกรงกลัวอะไรตน และอีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะหลานชายของตนให้ท้าย แยกบ้านให้อยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและปกครองของบ้านหลังใหญ่ที่ตนดูแลกฎบ้านอยู่

ลู่เหว่ยหันมามองหลานชายของตนเองอีกครั้งแล้วเผยรอยยิ้มที่อ่อนโยนออกมา

“แล้วเรื่องเด็กคนนั้นล่ะ หลานจะว่าอย่างไร” แม้จะไม่ได้อยากรับเลี้ยงเหลนบุญธรรม แต่ก็ขัดความต้องการของหลานชายไม่ได้

ในอนาคตหลังจากหย่าร้างจากสะใภ้กำมะลอคนนี้ ตนจะเกลี้ยกล่อมให้อีกฝ่ายแต่งงานและมีทายาทเป็นของตนเอง จ่ายภาษีลูกคนที่สองไม่ได้กระทบเม็ดข้าวสารในบ้านสกุลถังเลยแม้แต่น้อย แต่ติดตรงที่ถังเจิ้นบ้างานและไม่สนใจผู้หญิงต่างหากเล่าคือปัญหา

“ผมคิดว่าจะยื่นเรื่องอีกครั้งภายในเดือนนี้ครับ หากติดต่อไปตอนนี้เกรงว่าจะเร็วเกินไปและดูไม่น่าเชื่อถือ” แม้จะมีอำนาจเงิน และอิทธิพลในวงการธุรกิจ แต่เรื่องบางอย่างก็เป็นเรื่องทางกฎหมายที่ไม่สามารถใช้อำนาจเงินในการติดต่อเจรจาให้สำเร็จลุล่วงได้

ยิ่งช่วงปี 1980 ที่เพิ่งผ่านการกวาดล้างอิทธิพลของคนที่ตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อ หากตนใช้อิทธิพลในทางที่ไม่ถูกต้องคงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก แม้จะมีหลายคนที่ยังคงมีอิทธิพลในทางธุรกิจอยู่ในปักกิ่ง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นพกอาวุธปืนยิงกันกลางเมืองเหมือนพวกผู้มีอิทธิพลมืดในสมัยก่อน แต่เป็นการใช้อำนาจในการแข่งขันทางธุรกิจกันเสียมากกว่า

“งั้นในระหว่างช่วงที่ยังไม่ได้เอาเด็กมาเลี้ยง ก็ให้ม่านม่านไปเรียนรู้งานบ้านงานเรือนที่บ้านเราดีหรือไม่ ย่าจะได้สอนให้เธอดูแลหลาน และเตรียมตัวดูแลเด็ก คนไม่เคยตั้งครรภ์จะมีสัญชาตญาณความเป็นแม่และเลี้ยงเด็กเล็กได้อย่างไร ย่าจะสอนเธอเอง” จางม่านอวี้สบตากับสามีเป็นทำนองให้เขาปฏิเสธอีกครั้ง แต่ลู่เหว่ยก็กระแอมขึ้นมาอย่างรู้ทัน

“ถ้าเธอทำไม่ได้ ผมคิดว่าจะหาพี่เลี้ยงมาดูแลครับ ทุกอย่างผมเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว” เขาบอกตามความจริง อย่างน้อยแม้จะเป็นภรรยากำมะลอ แต่เขาก็ไม่อยากให้เธออยู่ภายใต้ความกดดันของผู้เป็นย่าที่เจ้าระเบียบและเคร่งครัดธรรมเนียมดั้งเดิม

จางม่านอวี้ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ถังเจิ้นดีกับเธอกว่าที่คิด แบบนี้น่าจะอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุขจนพ้นหนึ่งปีได้ไม่ยาก

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 19 ของล้ำค่า

    เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังจากที่แวะซื้อเครื่องเป่าผมลมร้อนเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็กอดกล่องไม้ที่บรรจุรูปวาดนั้นเดินเข้าไปในบ้านด้วยความตื่นเต้น เธอเคยดูแต่ในหนัง ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มาลงมือทดสอบด้วยตนเอง“อาเป้ย ฉันขอน้ำมะนาว ช่วยคั้นให้ฉันที แล้วนำสำลีมาให้ฉันด้วยนะ” เธอหันไปบอกสาวใช้ทันทีที่เจอหน้า แล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาลูกชายตัวน้อยของตน“แล้วเสี่ยวซานล่ะ”“นายน้อยขึ้นไปนอนกลางวันค่ะ อากุ้ยพาเข้านอนเมื่อครู่นี้เอง” อาเป้ยบอก จากนั้นก็รีบเดินไปในครัวเพื่อที่จะหาน้ำมะนาวมาให้แก่นายหญิงของตน“คุณบอกได้หรือยังว่าคุณจะทำอะไร” คำถาม ของเขาถูกถามขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวหันหน้ามามองเขาแล้วชูกล่องไม้ในมือขึ้นมา“ก็พิสูจน์ให้เห็นไงคะ ว่าฉันเลือกของไม่ผิด”“ทั้ง ๆ ที่คุณก็รู้ว่านี่คือรูปเลียนแบบ ถึงแม้จะเป็นของโบราณ ผมก็ไม่จ่าย 200 หยวนให้คุณหรอกนะ” เขาบอกกับเธอ ในขณะที่ซ่งเหยียนเดินตามเข้ามา อยากรู้เหมือนกันว่าของตรงหน้าชิ้นนี้จะมีค่าอย่างที่เธอบอกหรือไม่“หากฉันเดาไม่ผิดรูปวาดนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่ด้านในและต้องมีมูลค่ามากกว่ารูปวาดของจริงแน่ ถึงตอนนั้นอย่าลืม 10% ของฉันก็แล้วกัน” หญิงสาวพูดทว

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 18 ของเลียนแบบ

    การท้าทายของประธานบริษัทค้าขายวัตถุโบราณทั้งสองได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเหล่าเติ้งต้องการจะเอาชนะหลังจากเสียหน้าไป เพราะคทาจักรพรรดิของปลอมที่ตนตัดหน้าซื้อมาแล้วพยายามจะขายต่อแต่ไม่สำเร็จ“อาจารย์จินฟู่ รูปวาดนี้ท่านว่าอย่างไร” เหล่าเติ้งผายมือให้ชายวัยประมาณหกสิบที่มาพร้อมกับตน ให้ไปตรวจสอบรูปวาดหมึกตรงหน้า จินฟู่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ เดินเข้าไปตรวจสอบรูปวาดหมึกโบราณชิ้นนั้น แล้วส่ายหัวเบา ๆ เมื่อพบว่ามันเป็นเพียงแค่รูปวาดเลียนแบบเท่านั้น“เรียนเหล่าเติ้ง กระดาษที่ใช้วาดเป็นกระดาษที่นิยมใช้กันในช่วงราชวงศ์ชิงก็จริง แต่ตราประทับของจิตรกรผู้นี้เป็นของที่ทำเลียนแบบขึ้นมา หมึกที่ใช้วาดรูปเสือเองดูภาพรวมแล้วมีสีที่ซีดจาง แม้จะผ่านเวลามานานมากแล้วก็ตามแต่ไม่น่าจะมีสีซีดจางได้ขนาดนี้ ภาพนี้จึงเป็นของปลอมที่น่าจะมีคนทำเลียนแบบ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้ว จางม่านอวี้ที่รอฟังอยู่ก็ตาลุกวาวขึ้นมา ของปลอมอย่างนั้นหรือ ตรงตามที่เธอได้ยินมาไม่มีผิด“ส่วนชุดชงชาที่ประธานถังกำลังสนใจอยู่ ผมคิดว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียว” จินฟู่กระซิบบอกเหล่าเติ้งในตอนท้าย ทำให้เขาหันมามองชุดชงชา หนึ่งในนั้นคือถ้วย

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 17 ท้าทาย

    เมื่อไปถึงตลาดค้าของโบราณ ตามสองข้างทางก็มีแต่ร้านที่นำของเก่ามาขาย ซึ่งบางอย่างก็ทำของปลอมลอกเลียนแบบ บางอย่างก็เป็นของเก่าแก่จริงแต่ไม่มีประวัติความเป็นมาจึงมีราคาที่ไม่สูงนัก“วันนี้ถ้าคุณหาของโบราณให้ผมได้ ผมจะจ่ายพิเศษให้คุณชิ้นละ 200 หยวน” เขาบอกเธอแล้วสังเกตดูสีหน้าที่กำลังนิ่งคิดอยู่‘200 หยวนในยุคนี้มีมูลค่าเท่าไรนะ แล้วเราจะคุ้มไหม’ หญิงสาวไม่มั่นใจในมูลค่าของเงินในยุคนี้ เพราะสนใจแค่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจระบบเศรษฐกิจในยุคสมัยเก่าเลย แม้จะเรียนบริหารธุรกิจและทำรายงานเกี่ยวกับประวัติของนักธุรกิจมาหลายคนก็ตาม แต่ค่าเงินและวิถีชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่ได้ผ่านตาเลยแม้แต่น้อยพยายามเค้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่เป็นคนในยุคนี้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมรายละเอียดของความทรงจำบางอย่างเหมือนจะจางหายไปทีละน้อย ราวกับว่าร่างนี้กำลังจะกลายเป็นของเธอโดยสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณไปแล้ว“กลัวจะซื้อของปลอมให้ผมเหรอ” คำถามของเขาพร้อมกับคิ้วที่เลิกสูงขึ้น นั่นไม่ใช่การท้าทายเธอหรอกหรือ“ไม่ได้กลัวค่ะ ฉันแค่กำลังคิดอยู่ว่าชิ้นละ 200 หยวน จะคุ้มค่าหรือไม่”“200 หยวน มากกว

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 16 ความชิดใกล้

    ใบหน้าที่ซบแอบอิงที่หน้าอกและนอนทับอยู่ที่ต้นแขนของประธานหนุ่มอยู่ใกล้เพียงคืบ เปลือกตานั้นปิดสนิทพร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอเจ้าของอ้อมกอดที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด มองภรรยากำมะลอของตนที่ตอนนี้กอดก่ายอยู่อย่างสบายใจ เธอจะรู้หรือไม่ว่าคนที่กอดอยู่ไม่ใช่ลูกชายบุญธรรม แต่เป็นเขาเสี่ยวซานตัวน้อยนอนดิ้นไปนอนอยู่ที่ปลายเตียง แขนขากางออกกว้างนอนอย่างสบายใจ คงมีแต่เขาคนเดียวที่ตอนนี้จะลุกก็ลุกไม่ได้ จะหลับต่อก็หลับไม่ลงเกิดมายี่สิบหกปี นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าใกล้อิสตรีอย่างนี้ หัวใจที่แข็งแกร่งมีหรือจะอดทนไหว รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เกินจะควบคุมได้ ทั้งหัวใจที่กำลังสั่นไหวและร่างกายที่รู้สึกถึงความรุ่มร้อนตรงนั้นให้ตายสิ เขาแทบคลั่งจะตายอยู่แล้ว!“อืม” เสียงของจางม่านอวี้ที่เหมือนจะรู้สึกตัวแล้ว ทำให้ถังเจิ้นต้องรีบหลับตาลง แสร้งทำว่าตนเองยังไม่ตื่นหญิงสาวขยับตัวยุกยิกในอ้อมกอดนั้น รู้สึกอบอุ่นและสบายอย่างบอกไม่ถูก วาดขาพาดกอดก่ายวางบนสะโพกแกร่ง จนรับรู้ถึงบางอย่างที่ต่างออกไปเมื่อนึกออกว่าตนอยู่ในยุคอื่นและคนข้างกายคือสามีกำมะลอที่ดุดันและน่าเกรงขาม เป็นมาเฟียในยุคนี้ที่มีอำนาจคนหนึ่ง หา

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 15 ปกป้องดวงใจ

    หลังจากส่งเสี่ยวซานเข้านอน จางม่านอวี้ก็มีความคิดที่จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการแยกห้องนอนกับถังเจิ้นแบบไม่ให้มีคนสงสัยเธอกลับไปที่ห้องนอนใหญ่ เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์และเส้นทางการค้าขายของจีน ใบหน้าดูจริงจัง บ่งบอกว่าเขากำลังตั้งสมาธิอยู่กับหนังสือเล่มนั้น จึงไม่กล้ารบกวนเขา“มีอะไรก็พูดมา” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ ไม่ได้แสดงอารมณ์ที่หงุดหงิดออกมาให้รู้ว่าขัดจังหวะเขา“เอ่อ คุณถังคะ ฉันจะแยกไปนอนห้องเล็กกับเสี่ยวซาน ใช้ข้ออ้างที่ว่าเขาไม่อยากนอนคนเดียวแล้วเข้าไปนอนด้วย แบบนี้คงไม่มีใครสงสัยหากเราจะแยกห้องนอนกัน” เธอบอกเขาถึงสิ่งที่เธอคิด“อืม ผมเห็นด้วยนะ” เขาวางหนังสือเล่มหนาลง แล้วหันหน้ามาพูดคุยกับเธออย่างจริงจังถังเจิ้นรู้ว่าเธอและเขาต่างไม่มีใจให้แก่กัน ทุกอย่างเป็นแค่การแต่งงานเพื่อบังหน้าเท่านั้น การที่เธอนอนอยู่เตียงเดียวกับเขาย่อมมีความไม่สบายใจ และเขาเองบางครั้งก็ยอมรับว่าเวลาที่ใกล้ชิดกัน มันก็มีบ้างที่ความเป็นบุรุษเพศจะทำให้เกิดความปรารถนากับเรือนร่างของหญิงสาว หากแยกห้องนอนกันโดยมีเสี่ยวซานเป็นข้ออ้างก็น่าจะสมเหตุสมผลดี“งั้นฉันขอไปนอนกับเส

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 14 ลูกบุญธรรม

    เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กของสกุลถังที่ถังเจิ้นใช้พักอาศัยอยู่ชั่วคราว เด็กน้อยก็ถึงกับตาลุกวาวเพราะขนาดที่ใหญ่โตและโอ่อ่าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“ชอบบ้านของเราไหมเสี่ยวซาน”“ชอบครับ บ้านหลังใหญ่มาก”ถังเจิ้นยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เอ็นดูที่เด็กน้อยตื่นเต้นกับบ้านหลังนี้ หากว่าเขาไปเห็นบ้านสกุลถังที่ใหญ่กว่านี้หลายเท่าจะตื่นเต้นมากแค่ไหน เพราะกังวลว่าคุณย่าจะต่อต้านเด็กที่เขารับมาเป็นบุตรบุญธรรม ตนจึงแยกออกมาอยู่ที่นี่ อย่างไรไม่ช้าก็เร็วต้องกลับไป แต่ในระหว่างนี้จะต้องทำให้เสี่ยวซานรักและวางใจตนก่อน อย่างน้อยจะได้รู้สึกว่ายังมีพ่อบุญธรรมที่จะคอยปกป้องเขาจากคนแปลกหน้า“ไปกันเถอะ อาจะพาเสี่ยวซานขึ้นไปดูห้องนอนกัน” จางม่านอวี้พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แล้วจูงมือน้อย ๆ ให้เดินขึ้นบันไดไปทีละขั้นอย่างระมัดระวัง โดยมีประธานหนุ่มเดินตามไปไม่ห่างเมื่อไปถึงห้องนอนเล็กที่อยู่ตรงข้ามกับห้องนอนใหญ่ของทั้งคู่ เธอก็พาสมาชิกใหม่เข้าไปสำรวจห้องนอนของตน“นี่คือห้องนอนของเสี่ยวซาน ส่วนห้องนั้นคือห้องนอนของพวกเรา ถ้ามีอะไรเรียกอาทั้งสองได้ตลอดเลยนะ” เธอบอกเด็กน้อยแล้วยิ้มมองด้วยแววตาที่อ่อนโยนเจียงจื่อซาน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status