ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ

ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-07
โดย:  โหย่วหยวนเชียนหลี่ยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 คะแนน. 1 ทบทวน
103บท
1.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เขาเป็นอดีตแม่ทัพที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจทำหน้าที่ได้ รักษาอย่างไรก็ไม่หาย จนได้พบกับสตรีประหลาดผู้มีผมสีทอง เขาจำต้องพานางเข้าจวนเป็นอนุ เพื่อจะได้รักษาอาการบาดเจ็บและอาการนกเขาไม่ขันได้ตลอดเวลา

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1 ข่าวของเทพธิดาผมทอง

私・白川初音(しらかわ はつね)は死んだ。

半透明の魂が宙に漂いながら、涙を流して叫んでいた。

だが隣にいる夫・白川鳴(しらかわ なる)には、今の私の絶望も嘆きも見えていない。マスクをつけた彼は、一体の遺体の解剖に集中していた。

鳴は法医だ。今朝、上司の指示で郊外の遺棄現場へ向かった。

血腥い場面を数えきれないほど見てきた彼も、その幼い子供の遺体を前にして、吐き気を堪えきれずにえずいた。表情に同情と不憫が過ぎった。

小さな遺体は、生前の面影をまったく留めていなかった。顔は鈍器で砕かれ、全身に無傷な部分は一箇所もない。

発見が遅れたせいで、遺体はすでに腐敗し始めており、目を背けたくなるほどだった。

初期の検死を終えた後、鳴は遺体を解剖室に運び、系統的な解剖を行った。手つきは熟練していて、迷いがなかった。

私は宙に浮いたまま見ていた。悲しみで胸が張り裂けそうで、もう一度死んでしまうような気さえした。

もし鳴が、今自分の手で解剖している遺体が娘の真白(ましろ)だと知ったら、それでもこんなに落ち着いていられるだろうか。

「死者の年齢は六、七歳前後、性別は女。

後頭部に明らかな損傷あり、死因は打撲による脳挫傷と推定。

死後、遺体は激しく損壊されており、顔面は鈍器で破壊、皮膚の腐食が著しく指紋の採取は不可能」

鳴は淀みなく記録を終えて、無残な遺体を前にため息をついた。

「いったいどんな人間が、こんなに小さな子をこんな目に……」

同情の言葉を聞きながら、私の心には憎しみが燃え盛っていた。

真白を殺したその人間こそ、鳴が自ら家に連れ帰った初恋の人――御堂雅(みどう みやび)だ。

幼児殺害・遺体遺棄という凶悪な事件に加え、最近ずっと降り続けていた雨が現場の痕跡の大半を洗い流してしまったせいで、捜査は難航していた。

捜査チームは全員残業し、一日でも早い解決を目指していた。

鳴が家に帰り着いた時間は、すでに深夜に近かった。

彼の後をついて玄関に入ると、ソファで待っていた雅の顔が見えた。思わず目を剥いた。この蛇のような女が、私の大切な真白を殺したのだ。

「鳴、今日はどうしてこんなに遅いの?」

雅が立ち上がり、鳴の上着を脱がせた。

「郊外で子供の遺体が出てね、犯人が狡猾で、捜査が難航してるんだ」

鳴はこめかみを揉んだ。そのせいで、雅の顔に一瞬走った動揺を見逃した。

「その子は……どうやって死んだの?」

雅がさりげない様子で聞いた。

「雅、そんなことは聞かなくていい、生々しすぎて気分を害する話だ」

鳴は彼女を抱き寄せ、手を腹に当てた。

「お腹の赤ちゃんのためにもな」

その温かい光景を見ながら、私はただ空虚な皮肉を感じていた。

雅は鳴の実の娘を殺した。なのに彼は、彼女の腹の中の――他の男との子供を心配して、自ら進んで父親になろうとしている。

天真爛漫だった真白のことを思うと、悲しみが押し寄せてきた。

深夜、雅が眠り込んだ後、鳴はそっとベッドを抜け出してベランダへ行き、ある番号に電話をかけた。

その番号が見えた。私に電話しているようだ。

当然、繋がらなかった。私のスマホは、あの殺人犯に取り上げられて電源を切られているのだから。

鳴は小声で悪態をついて、苛立たしげに髪を掻き回し、寝室へ戻った。

彼が私に連絡しようとしているのは分かっていた。離婚手続きを済ませて、早く雅と結婚したいのだろう。

でも彼は知らない。

離婚手続きをしに行ったあの日に、私がもう死んでいたことを。

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ

ความคิดเห็น

Aran K.
Aran K.
เรื่องนี้สนุกแน่นอนค่ะ เพราะเป็นโหย่วหยวนเชียนหลี่
2026-03-06 14:25:56
1
0
103
บทที่ 1 ข่าวของเทพธิดาผมทอง
หงเจี้ยนหยาง แม่ทัพผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดชายชาติทหาร เป็นมหาบุรุษที่นับร้อยปีจะมีสักคนหนึ่ง อดีตจอหงวนบู๊ผู้เลื่องชื่อที่สามารถล้มกองทัพชาวหู [1] ร้อยนายเพียงลำพัง ตัวสูงใหญ่กว่าเก้าฉื่อ [2] ราวกับยักษ์ผานกู่ น่าเกรงขามจนศัตรูต่างหวาดเกรงไม่กล้าเอ่ยชื่อ ถูกขนานนามยิ่งใหญ่ว่า เสวียนหู่ [3] แห่งอี้โจวยามนี้ เจ้าเสือดำนั่นกลับเมามายในห้อง ไม่ยอมพบผู้ใด ปล่อยตัวสกปรกหนวดเครารุงรังไม่ต่างจากพวกชาวหู ตัวอ้วนหนากว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ทิ้งตัวอยู่ท่ามกลางกองไหสุรา ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณเรือนหลังบุรุษตัวเล็กสูงเพียงหกฉื่อครึ่ง [4] สวมแหวนสีดำไว้ทั้งสิบนิ้ว ดูประหลาดแต่ก็เข้ากับชุดดำล้วนของเขายิ่งนัก เมื่อบุรุษผู้นั้นเดินมาจนถึงหน้าเรือนเหม็นสุรา ท่าทางของสาวใช้สองคนที่ตัวเปียกปอนยืนเฝ้าประตูอยู่ก็ราวกับได้พบหนทางหลุดพ้นจากทะเลทุกข์“ท่านกุนซือจาง ฮือ..” สาวใช้คนหนึ่งยกมือมาปิดปากเพื่อป้องกันเสียงร้องไห้เล็ดลอดออกมา นางดีใจราวกับได้พบพระโพธิสัตว์ก็ไม่ปาน“ไปเถิด ข้าดูแลเขาเอง” บุรุษในชุดดำผู้ถูกเรียกว่ากุนซือจางโบกมืออนุญาตให้สาวใช้ไปทำสิ่งอื่นได้ ไม่ต้องทนทรมานเฝ้าหน้าเรือนของเหม็นสุ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 เดินทางไปพบเทพธิดา
หงเจี้ยนหยางนั่งในรถม้าหลังใหญ่ เขากำลังออกเดินทางไปพบเทพธิดาหัวทองผู้นั้น เขาถึงขั้นยอมล้างเนื้อล้างตัว แต่ไม่ยอมโกนหนวดเครา ใส่เพียงเสื้อชั้นเดียวออกเดินทางทั้งที่อากาศหนาวเย็นจางป๋อเหวินจึงจำเป็นต้องเตรียมผ้าห่มไว้ในรถม้าหลายผืน ป้องกันไม่ให้เจ้าเสือดำเด็กน้อยป่วยเสียก่อนจะได้พบเทพธิดาผมทอง หากผู้คนรู้อาจคิดว่าเขาเป็นพี่ชายที่แสนดี แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกคล้ายเป็นเพียงคนใช้ที่ต้องคอยดูแลคุณชายตัวใหญ่ของตระกูลหงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา หนึ่งแม่ทัพ หนึ่งกุนซือ นับว่าสนิทสนมกันมาก มากจนผู้คนต่างนินทาว่าพวกเขาอาจเป็นคู่รัก เป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่ในความจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยปีนี้จางป๋อเหวินก็อายุสามสิบปีแล้ว แต่เป็นเพราะเขาตัวเล็กและมีใบหน้าอ่อนเยาว์ สูงเพียงหกฉื่อครึ่ง [1] จึงยังดูราวกับเด็กหนุ่มอายุไม่เกินยี่สิบปี หากเป็นบุรุษอื่นคงแต่งงานมีลูกมีหลาน ได้เป็นท่านปู่ท่านตาไปแล้ว แต่เขายังอยู่ในจวนกั๋วกงทำตัวราวกับเป็นพ่อบ้านคนหนึ่ง แม้ผู้อื่นจะยังเรียกเขาว่าท่านกุนซือก็ตามส่วนหงเจี้ยนหยาง เป็นถึงบุตรชายภรรยาเอกของจวนกั๋วกงเพียงผู้เดียว แม้จะมีพี่สาวอีกหนึ่งคน แต่ก็แต่งงานกับองค์ช
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 เทพธิดาหรือปีศาจจิ้งจอกจอมราคะ
ในห้องนั้นสว่างกว่าด้านหน้ามาก เพราะไม่มีหลังคา มีเพียงผนังล้อมรอบ มีเตียงไม้ที่สูงกว่าเตียงนอนทั่วไปวางอยู่ติดกำแพง และมีเก้าอี้เก่าๆ อีกตัววางอยู่ข้างเตียง“นั่งลงที่นี่ขอรับ” เด็กชายบอกพร้อมกับจูงมือหงเจี้ยนหยางให้นั่งลงบนเตียงไม้ ตัวสูงใหญ่ของชายหนุ่มถึงกับทำให้เตียงดังเอี๊ยดอ๊าด“อือ..อาเจียว เจ้าเอาแผ่นไม้ดามแขนไปให้เสี่ยวซีด้วยนะ” เสียงไพเราะของเจ้าของผมทองสั่งเด็กชาย“ได้ๆ พี่ใหญ่ ท่านลุงผู้นี้ชื่อว่า พ่างพ่าง เจ็บที่มือ” อาเจียวรายงาน“อือ..” สตรีนางนั้นยังคงวุ่นวายกับสิ่งของตรงหน้า ไม่ยอมหันหน้ามามองคนป่วยหงเจี้ยนหยางถอนหายใจ เขาไม่เคยพบโรงรักษาประหลาดเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งเขามองอย่างไรก็รู้สึกว่าที่นี่ยากจนมาก ความหวังก่อนหน้าคล้ายใกล้จะพังทลายลงอีกครั้ง“เอาล่ะ เรียบร้อย” เทพธิดาผมทองยื่นแผ่นไม้บางแต่มีรูปร่างคล้ายแขนให้อาเจียว เด็กชายรับแผ่นไม้และวิ่งออกไปด้านนอกเทพธิดารับแผ่นกระดาษรายละเอียดคนไข้จากอาเจียวมาอ่าน ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ลุงพ่างพ่าง“ท่านลุงอะไรกัน เจ้าเป็นคนหนุ่มชัดๆ” หญิงสาวเอ่ยเมื่อได้สังเกตคนตรงหน้าดีๆ อีกครั้ง“ข้าบอกเจ้าเด็กนั่นแล้ว ข้าไม่ใช่ลุง” หงเจี
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 นกเขาไม่ขัน
“ใจเย็นก่อน ท่านหมอไม่ได้หมายความเช่นนั้น” กุนซือจางหันไปกล่อมเจ้าเสือดำที่กำลังแยกเขี้ยวไม่พอใจ“เจ้าเข้าข้างสตรีจอมหื่นกามผู้นี้หรือ” หงเจี้ยนหยางหันไปแยกเขี้ยวใส่สหายของเขาแทน“เราฟังที่ท่านหมออธิบายก่อนดีหรือไม่”“ผู้ใดอยากฟังจอมต้มตุ๋นกัน เจ้ามัน.. อะ!!!” เขาชี้นิ้วไปทางหญิงสาว เพื่อด่าทอ แต่กลับถูกนางจับปลายนิ้วนั้นบิดจนเขาเจ็บปวดเกินจะทน ยังดีที่ชายชาติทหารเช่นเขาข่มกลั้นเสียงร้องไว้ได้เสวียนหู่แห่งอี้โจวถูกเทพธิดาสยบได้เพียงใช้ปลายนิ้ว..“เอาล่ะ เป็นคนป่วยก็ต้องอยู่นิ่งๆ อย่าดื้อ นั่งลงและให้หมอตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งสิ” เทพธิดาสั่งเสียงเรียบนิ่ง ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงตะคอกของอีกฝ่ายหลังจากความวุ่นวาย กุนซือจางกล่อมจนเสือดำน้อยที่ตัวสูงใหญ่ยอมตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง“ดื่มสุราหนักด้วยหรือไม่” เทพธิดาถามคำถาม“...” เขาไม่ยอมตอบ ถอนหายใจแล้วหันหน้าหนี“เรียกว่าอาบสุราทั้งวันยังได้” กุนซือจางอธิบายสิ่งที่หงเจี้ยนหยางทำ“อือ..เป็นแค่ เดอเกอร์แวง ภาวะอักเสบเรื้อรังของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้งจนใช้ข้อมือไม่สะดวก เป็นทั้งสองมือ หนักที่มือซ้าย แต่เพราะเกิดเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 ไม่อยากเป็นอนุ
หลังจากกลับถึงจวนกั๋วกง ห้องสกปรกเน่าเหม็นของหงเจี้ยนหยางก็ถูกเก็บกวาดจนเรียบร้อยแล้ว จางป๋อเหวินยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เด็กน้อยเสวียนหู่“นี่มันอะไร” เขาถามกุนซือจาง“นางเรียกว่า ตารางกายภาพบำบัด หรือก็คือ วิธีการรักษา”“ฮะ? แช่น้ำอุ่นวันละหนึ่งเค่อ [1] เดินครึ่งชั่วยาม [2] กินอาหารที่ประกอบจากเมล็ดธัญพืช โดยเฉพาะถั่วและงา ผักใบเขียว ไข่แดง..ไข่แดงหรือ” อดีตแม่ทัพขมวดคิ้วมุ่น“อืม..ข้าถามนางแล้ว นางบอกว่าให้แยกไข่ขาวออกไปและกินเฉพาะไข่แดง” จางป๋อเหวินพยายามอธิบายเพิ่ม“ไร้สาระ แค่กิน เดินกับแช่น้ำอุ่น ไม่มีตำรับยา หรือการรักษาใด วิธีมักง่ายเช่นนี้ จะให้ข้าเชื่อได้อย่างไรว่านางเป็นเทพธิดา”“นางบอกว่าเจ้ายังต้องเดินทางไปพบนางสองวันครั้งหนึ่ง เพื่อให้นางทำ..เอ่อ นางพูดว่า..กายภาพบำบัด และเจ้าต้องห้ามดื่มสุราอีกเด็ดขาด ต้องเปลี่ยนท่านอนด้วย และยังต้อง..”“พอแล้ว ข้าไม่อยากฟัง ไปเอาเหล้ามา”“ข้าไม่ใช่คนรับใช้ในจวนของเจ้า และข้าได้บอกฮูหยินผู้เฒ่าว่าเจ้าจะรักษาตัว ห้ามในจวนเก็บสุราไว้แม้แต่จอกเดียว”“จางป๋อเหวิน!”“หมูขี้ขลาด”“ข้าไม่ได้เป็นหมู!”“สุนัขเหม็นอาจม”“จางป๋อเหวิน!!..ข้า..ข้าจะฟ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6 ชายแขนขาดและความหวัง
“อื้ม ลูกค้ารายใหญ่มาแล้ว เข้ามาก่อนสิ” เทพธิดาหัวทองเชื้อเชิญเสวียนหู่แห่งอี้โจว“ลูกค้าหรือ” หงเจี้ยนหยางไม่ค่อยเข้าใจคำที่สตรีประหลาดผู้นี้ใช้“แล้วสหายของเจ้าไม่ได้มาด้วยกันหรือ” เทพธิดาผมทองถามถึงกุนซือจาง“..เขา มีงานสำคัญที่ต้องทำ” ชายหนุ่มโกหก ที่จริงแล้วจางป๋อเหวินยังโกรธเรื่องที่เขาข่มขู่ไม่หาย วันนี้เขาจึงจำเป็นต้องมาหาเทพธิดาลำพัง“ไม่เป็นไร อย่างน้อยเจ้าก็มาแล้ว วันก่อนข้าทำให้เจ้าไม่พอใจจนเข้าใจผิด อย่างไรข้าก็เป็นหมอ ข้าจึงคิดว่าควรกอบกู้ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของตัวเองสักหน่อย ตามข้ามาสิ”หญิงสาวเดินนำหน้า พาชายหนุ่มตัวสูงออกจากโรงรักษาโกโรโกโสของนาง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณโล่งแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากตรอกซิ่วสือ แม้จะไม่กว้างมาก แต่เพียงพอให้ผู้คนมารวมตัวกันทำกิจกรรมกลางแจ้งที่นั่น หงเจี้ยนหยางเห็นเครื่องเล่นหลายชนิดที่ทำจากไม้รูปร่างประหลาด มีทั้งเสา ขื่อ กำแพง กล่องสี่เหลี่ยม และคานสำหรับปีนป่าย เด็กหลายคนกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานหลายคนไม่มีขา บางคนต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ บางคนมีเท้าไม้ต่อจากขาข้างที่ขาด สตรีอีกหลายคนกำลังจับราวไม้ฝึกเดิน ทุกคนล้วนเป็นคนพิการ ไม่
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7 อายุยี่สิบสี่คือแก่แล้ว
รุ่งขึ้น ในจวนของขุนนางหงก็มีเด็กชายจากตรอกซิ่วสือมาเก็บเงินจำนวนมาก พร้อมกับตราประจำตัวของท่านกั๋วกง ฮูหยินผู้เฒ่าได้แต่หน้าดำหน้าแดงเพราะความโกรธ ไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองไปก่อเรื่องอะไรมาอีกฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะถามระหว่างมื้ออาหาร แต่ท่านกั๋วกงกลับรีบร้อนกินข้าวและรีบออกจากบ้าน แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องจ่ายเงินไปจำนวนมาก แต่อย่างน้อยบุตรชายของนางกลับมาตั้งใจทำบางสิ่งอย่างแน่วแน่อีกครั้ง นางจึงไม่ได้บ่นอะไรมาก“เจ้าชื่ออะไร” หงเจี้ยนหยางถามเทพธิดาผมสองสี ระหว่างที่นั่งให้นางนวดมือให้เขา“เรียกข้าว่าท่านเทพธิดาสิ” หญิงสาวตอบราบเรียบ แต่ในน้ำเสียงมีความเย่อหยิ่งอยู่มาก“..เจ้าชื่ออะไร” เขาถามคล้ายไม่ได้ยินที่นางตอบ“ท่านเทพธิดา”เขาสะบัดมือออกจากการนวดของนางทันที“นี่ ท่านอดีตแม่ทัพ ท่านไม่อยากรักษาแล้วหรือ” ท่านเทพธิดาเอ่ยถาม นางยืดหลังเต็มความสูงเท้าเอวด้วยความไม่พอใจกับการกระทำของคนไข้ผู้ดื้อดึงไร้มารยาท“เจ้าคงไม่อยากได้เงินสองพันตำลึงทองสินะ” เขาไม่ยอมเช่นกัน“..เอ่อ สองพัน..อยากได้สิ ย่อมอยากได้ นายท่าน..ข้าชื่อว่า อันเยว่ฉีเจ้าค่ะ ปีนี้อายุยี่สิบสี่ปี ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่คิดจะแ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8 ค่ำคืนเมามายแสนอันตราย
หนึ่งเดือนผ่านไป หงเจี้ยนหยางทำตามตารางการรักษาของเทพธิดาอันเยว่ฉีอย่างเคร่งครัด ข้อมือของเขาเริ่มหายปวดแล้ว และในที่สุดนางก็อนุญาตให้เขาฝึกยุทธ์ในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นได้ แต่ยังคงห้ามไม่ให้จับอาวุธจางป๋อเหวินหายโกรธหงเจี้ยนหยางเมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะมีลูกท้อเชื่อมน้ำตาลส่งมาจากเมืองอู่โจว และหงเจี้ยนหยางก็ยกให้กุนซือจางทั้งหมด เย็นวันนี้ท่านกุนซือจึงมาคอยดูแลเขาหากจะเรียกให้ถูกคือ ท่านกุนซือผู้นั้นมาคอยกำกับไม่ยอมให้เขาจับอาวุธ แต่บังคับให้เขาฝึกร่างกายด้วยการร่ายรำตามท่าทางของเสี่ยวจิ่วเทียนฝ่า [1] ซึ่งต้องขยับร่างกายช้าๆ อย่างทรมาน ท่านกุนซือใช้อ้างว่าเขาจะได้ฝึกสมาธิด้วย“นายท่าน เอ้อหลิงนำน้ำแกงไก่ใส่โสมมาให้เจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เอ้อหลิงจึงให้คนไปตามหาโสมอยู่สามวัน ในที่สุดวันนี้ก็ได้มา เอ้อหลิงเคี่ยวด้วยตัวเองก่อนจะนำมาให้ท่านเจ้าค่ะ” หญิงสาวร่างอรชรตัวเล็กเอวคอดได้รูปพูดขึ้นหงเจี้ยนหยางหยุดฝึกร่างกาย เขาหันไปมองดูที่มาของเสียง“เจ้าคือเอ้อหลิงคนนั้นหรือ” เขายังจำที่สาวใช้อี้ซิ่วพูดได้“เจ้าค่ะ”อนุเอ้อหลิงผู้ซึ่งหงเจี้ยนหยางไม่เคยรู้ว่านางเป็นอนุข
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9 กอดสตรีผมทอง
พวกคนที่ประตูกระโจมต่างกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปจับเสวียนหู่แห่งอี้โจว “รีบไปจับเขามัดไว้เร็วเข้า” เสียงของอันเยว่ฉียังคงสั่งต่อไปจางป๋อเหวินส่งคบเพลิงให้กับอันเยว่ฉี จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปไล่จับชายที่มีร่างสูงใหญ่กว่าเขาสองเท่าอย่างไร้ความกลัว “เจ้ากล้าข้ามศพทหารในค่ายของข้าหรือ อย่าหวังว่าจะได้ตายดีเลย” หงเจี้ยนหยางแม้จะเจ็บข้อมือจนมือสั่น แต่เขาไม่อาจยอมให้ใครมาหยามคนตายได้ เขาจึงตั้งท่ารับมือศัตรูเต็มที่“ต้องรีบไปช่วยท่านกุนซือ เขาคนเดียวไม่ไหวแน่” อันเยว่ฉีหันไปบอกเหล่าบ่าวชายในจวนที่ยังหวาดกลัวท่านกั๋วกงไม่เลิก นางเห็นแล้วว่าอดีตแม่ทัพหงผู้นั้นมีฝีมือสูงมากแต่บรรดาบ่าวชายพวกนั้นยังคงตัวสั่นไม่กล้าขยับ“ชิ อดีตแม่ทัพอะไรกัน ไม่มีทหารมีฝีมือไว้ในบ้านสักคนเลยเหรอ” หญิงสาวทำเสียงไม่พอใจ แต่ก็ส่งคบเพลิงให้บ่าวพวกนั้น และวิ่งเข้าไปช่วยท่านกุนซืออีกแรง“ท่านแม่ทัพ ท่านต้องหยุดได้แล้ว” อันเยว่ฉีตะโกนวิ่งเข้าไปกอดเอวของหงเจี้ยนหยางเอาไว้จากด้านหลัง นางฉวยโอกาสในระหว่างที่เขากำลังยกมือตั้งรับลูกเตะของกุนซือจาง “ท่านเทพธิดา อันตราย!” จางป๋อเหวินตะโกนด้วยความตกใจ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10 หญิงสาวที่นอนทับบนอก
“เจ้าเป็นใคร” หงเจี้ยนหยางก้มลงมองดูปลายผมสีทองที่สะท้อนแสงโคมเล็กน้อยจากด้านนอกแล้วรู้สึกประหลาดใจ จึงเอ่ยถาม“ข้าชื่อ อันเยว่ฉี” หญิงสาวแนะนำตัวอีกครั้ง“ข้า..เหมือนจะจำได้ว่าเจ้าคือเทพธิดา นี่ข้าตายแล้วหรือ”“ยัง เจ้ายังไม่ตาย ถึงแม้ข้าจะเป็นเทพธิดาจริงๆ แต่ก็เป็นเพียงชื่อที่ผู้อื่นเรียกเท่านั้น ข้ายังคงอยู่ในโลกคนเป็นเช่นเดียวกับเจ้า”“ข้ายังไม่ตายอีกหรือ อีกนานหรือไม่” เขาถามหญิงสาวรู้สึกกังวลเพราะดูเหมือนเขาจะป่วยเป็นทั้งโรคพีทีเอสดีและป่วยซึมเศร้าด้วย“เจ้าอยากตายหรือ” นางถามระหว่างที่จับดึงเขาให้นั่งลงข้างเตียง“ข้าไม่รู้” เขานั่งลงและตอบคำถามอย่างเคร่งเครียด ไม่ยอมปล่อยมือของเทพธิดา“ชีวิตเป็นของเจ้า เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้” นางนั่งลงข้างเขา ตัดสินใจว่าคืนนี้คงไม่ได้กลับบ้านไปนอนแล้ว ยังไงคืนนี้ก็ดูแลคนป่วยให้ผ่านพ้นไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยเก็บเงินจากเขาก้อนโตเป็นค่ารักษานอกสถานที่“ข้า..ทุกคนล้วนทิ้งข้าไว้ ข้าไม่สมควรมีชีวิต ไม่สมควรมีความสุขและปล่อยให้พวกเขาตายตามลำพัง” เขาเริ่มมือสั่นเมื่อพูดถึงสิ่งที่หวาดกลัว“เจ้าบอกว่ามีคนปกป้องเจ้าไว้ใช่หรือไม่” นางถาม“อืม..ข้าไม่รู้จักชื่อเข
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status