ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ

ทะลุมิติมาเป็นนักกายภาพบำบัดของท่านแม่ทัพ

last updateDernière mise à jour : 2026-01-07
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
103Chapitres
476Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เขาเป็นอดีตแม่ทัพที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจทำหน้าที่ได้ รักษาอย่างไรก็ไม่หาย จนได้พบกับสตรีประหลาดผู้มีผมสีทอง เขาจำต้องพานางเข้าจวนเป็นอนุ เพื่อจะได้รักษาอาการบาดเจ็บและอาการนกเขาไม่ขันได้ตลอดเวลา

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 ข่าวของเทพธิดาผมทอง

หงเจี้ยนหยาง แม่ทัพผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดชายชาติทหาร เป็นมหาบุรุษที่นับร้อยปีจะมีสักคนหนึ่ง อดีตจอหงวนบู๊ผู้เลื่องชื่อที่สามารถล้มกองทัพชาวหู [1] ร้อยนายเพียงลำพัง ตัวสูงใหญ่กว่าเก้าฉื่อ [2] ราวกับยักษ์ผานกู่ น่าเกรงขามจนศัตรูต่างหวาดเกรงไม่กล้าเอ่ยชื่อ ถูกขนานนามยิ่งใหญ่ว่า เสวียนหู่ [3] แห่งอี้โจว

ยามนี้ เจ้าเสือดำนั่นกลับเมามายในห้อง ไม่ยอมพบผู้ใด ปล่อยตัวสกปรกหนวดเครารุงรังไม่ต่างจากพวกชาวหู ตัวอ้วนหนากว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ทิ้งตัวอยู่ท่ามกลางกองไหสุรา ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณเรือนหลัง

บุรุษตัวเล็กสูงเพียงหกฉื่อครึ่ง [4] สวมแหวนสีดำไว้ทั้งสิบนิ้ว ดูประหลาดแต่ก็เข้ากับชุดดำล้วนของเขายิ่งนัก เมื่อบุรุษผู้นั้นเดินมาจนถึงหน้าเรือนเหม็นสุรา ท่าทางของสาวใช้สองคนที่ตัวเปียกปอนยืนเฝ้าประตูอยู่ก็ราวกับได้พบหนทางหลุดพ้นจากทะเลทุกข์

“ท่านกุนซือจาง ฮือ..” สาวใช้คนหนึ่งยกมือมาปิดปากเพื่อป้องกันเสียงร้องไห้เล็ดลอดออกมา นางดีใจราวกับได้พบพระโพธิสัตว์ก็ไม่ปาน

“ไปเถิด ข้าดูแลเขาเอง” บุรุษในชุดดำผู้ถูกเรียกว่ากุนซือจางโบกมืออนุญาตให้สาวใช้ไปทำสิ่งอื่นได้ ไม่ต้องทนทรมานเฝ้าหน้าเรือนของเหม็นสุราของหงเจี้ยนหยางอีกต่อไป

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านกุนซือ” สาวใช้ทั้งสองคนรีบย่อตัวคารวะ แล้ววิ่งจากไปทันที

กุนซือจางได้แต่ส่ายหัว หลายเดือนมานี้หงเจี้ยนหยางทำตัวราวกับเป็นอาจมสุนัขกองหนึ่ง ไม่มีใครอยากเข้าใกล้เขา แต่ฮูหยินผู้เฒ่า มารดาของหงเจี้ยนหยางกลับบังคับสาวใช้ในจวนทุกคนที่ยังไม่ได้แต่งงานให้มาคอยเฝ้าดูแลบุตรชาย

ฮูหยินผู้เฒ่าหวังให้บุตรชายที่เมามายเผลอจับสตรีสักคนขึ้นเตียง นางจะได้มีหลานสืบสกุลสักที แต่ไม่ว่าสาวใช้กี่คนต่อกี่คนต่างก็หวาดกลัวจะได้ขึ้นเตียงของอดีตแม่ทัพหงเจี้ยนหยางผู้นี้ยิ่งนัก

ไม่ใช่เพราะเขาดุร้ายราวเสือดำตามฉายาของเขา แต่เพราะความเมามายจนไม่สนใจใต้หล้าต่างหากที่ทำให้เหล่าสาวใช้เข็ดขยาด หงเจี้ยนหยางผู้นั้นถึงขั้นยืนปัสสาวะรดหัวสาวใช้มาแล้ว!!

มีใครบ้างอยากปีนขึ้นเตียงของคนไร้สติ บางครั้งเจ้าเสือดำผู้บ้าคลั่งถึงขั้นทุบทำลายข้าวของ ดื่มสุราจนเมามายแล้วก็ยังมีแรงปีนขึ้นไปเลาะหลังคาจวนทิ้ง แม้หงเจี้ยนหยางจะสืบทอดตำแหน่งกั๋วกงจากบิดาที่เสียแล้วก็ยังไม่มีสตรีสติครบถ้วนคนใดต้องการอยู่ใกล้

วันนี้สาวใช้สองคนนั้นก็เพิ่งถูกหงเจี้ยนหยางจับโยนใส่อ่างอาบน้ำเพราะพวกนางพยายามจะให้เขาล้างตัว หลังจากพวกนางเปียกชุ่มก็ถูกเขาไล่ให้ออกมายืนเฝ้าหน้าประตู ทั้งที่อากาศช่วงนี้หนาวเย็นจนใกล้หิมะตกเต็มที

กุนซือจางเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ผ้าม่านและผ้าปูถูกดึงลงมาทิ้งเต็มพื้น เขาต้องก้าวข้ามไหสุราทั้งเล็กใหญ่อย่างระมัดระวัง เพราะบางไหก็ถูกทุบจนแตก

ร่างสูงใหญ่ของหงเจี้ยนหยางนอนจมในกองผ้าห่มที่มีคราบสุราเปียกเกินครึ่ง ส่งกลิ่นเหม็นจนแสบจมูก แต่บุรุษตัวใหญ่ผู้นั้นก็ยังคงนอนหลับได้ราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ

“..น่าสมเพช” กุนซือจางไร้คำจะต่อว่าแล้ว เขาพยายามจะช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในใจของสหาย แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจช่วยได้เลย

เขาในฐานะกุนซือที่เคียงบ่าเคียงไหล่ในสนามรบมาด้วยกัน ทนเห็นหงเจี้ยนหยางในสภาพนี้แทบไม่ไหว เคยพาไปหาหมอมาหลายคน แม้แต่หมอหลวงในวังก็เชิญมารักษาแล้ว แต่อาการบาดเจ็บของหงเจี้ยนหยางก็ยังไม่ดีขึ้น

“ลุกขึ้น” กุนซือจางเตะเข้าที่สีข้างของเจ้าเสือดำ

“!!..ใคร! ใครกล้าลอบทำร้ายแม่ทัพ” หงเจี้ยนหยางตะโกนทั้งที่ยังลืมตาไม่ขึ้น ร่างสูงใหญ่พยายามชันตัวลุกนั่งอย่างทุลักทุเล

“ล้างเนื้อล้างตัวซะ ข้าจะพาเจ้าไปหาเทพธิดา”

“อ้อ..พี่เหวินหรือ” หงเจี้ยนหยางปรือตามอง เห็นว่าเป็นท่านกุนซือจาง เขาก็หลับตานอนต่อไป

“ลุกขึ้น!” จางป๋อเหวินเตะซ้ำไปที่เดิม เขาสุดจะทนความเน่าสกปรกของอดีตแม่ทัพผู้นี้แล้ว

“ชิ เจ้ากล้าทำร้ายข้าหรือ” หงเจี้ยนหยางที่เมื่อครู่ยังเมามายลุกขึ้นไม่ขึ้น ยามนี้กลับมีเรี่ยวแรงมหาศาลเตะจนร่างในชุดดำปลิวลิ่วเกือบถึงประตู

จางป๋อเหวินถูกเตะจนลอยมาไกล แต่เขาคล้ายรับมือท่าเตะนั้นเป็นประจำจนสามารถคาดเดาทิศทางการตกของตัวเองได้ แม้เขาจะตัวเล็ก แต่ทันทีที่ล้มก็กระโดดลุกขึ้นวิ่งเข้าใส่หงเจี้ยนหยางอีกครั้ง

เจ้าเสือดำหงุดหงิดเพราะถูกเตะ ร่างสูงใหญ่กระโดดทีเดียวก็ลุกขึ้นมาตั้งรับการโจมตีจากกุนซือจางได้อย่างสบาย ชายตัวเล็กและชายตัวใหญ่จึงเริ่มต่อสู้กันวุ่นวายในห้องที่ทั้งเหม็นทั้งรก

“เสวียนหู่อะไรกัน เจ้ามันแค่สุนัขเหม็นอาจม” กุนซือจางบ่นระหว่างที่เหวี่ยงเส้นด้ายสีดำออกจากแหวนของเขาไป ด้ายพวกนั้นพันมัดสองแขนของหงเจี้ยนหยางอย่างแม่นยำ

“จางป๋อเหวิน ข้ากับเจ้าขาดกันตั้งแต่วันนี้” หงเจี้ยนหยางผู้ซึ่งตัวใหญ่และมีพละกำลังมหาศาล ใช้แขนที่ถูกมัดดึงเส้นด้ายสีดำลากจนร่างบุรุษตัวเล็กลอยเข้ามาให้เขาเตะ

“เจ้าหมูสกปรก” จางป๋อเหวินหลบได้

“ข้าไม่ได้เป็นหมู!” หงเจี้ยนหยางไม่ยอมรับ

“หมู!”

ผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ กว่าบุรุษสองคนจะยอมหยุด ในห้องที่พังรกอยู่แล้วยิ่งถูกทำลายจนข้าวของระเกะระกะเต็มไปหมด

“เจ้าบอกว่าจะไปที่ใดนะ” หงเจี้ยนหยางหอบเหนื่อยจนหนวดเครากระเพื่อม มีกลิ่นสุราโชยแรงมาจากร่างของเขา

“ข้าจะพาเจ้าไปหาท่านหมอผู้หนึ่ง เล่ากันว่านางเป็นเทพธิดา สามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่ไม่มีผู้ใดรักษาได้” กุนซือจางตอบ แม้เขาจะไม่มีเหงื่อออกสักเม็ด แต่ผมที่รวบจนเรียบตึงก็เริ่มหลุดลุ่ยบ้างแล้ว

“ข้าไม่ไป”

“ขี้ขลาด”

“เจ้าว่าอะไรนะ!”

“ข้าบอกว่า เจ้า มัน หมู ขี้ ขลาด” บุรุษตัวเล็กเน้นทีละคำ

“..ชิ ข้า..ข้าแค่ไม่เชื่อเรื่องเทพธิดาอะไรนั่นเท่านั้น” แม้เขาจะแก้ตัวปากดีเช่นนั้น แต่ในใจเขาหวาดกลัวยิ่งที่จะให้ความหวังตัวเองอีกครั้ง

“ข้าไปดูมาแล้ว ผมของนางเป็นสีทองครึ่งหนึ่ง ผู้คนในโรงรักษาของนางล้วนประหลาด คนขาขาดก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไม้ค้ำ ข้าคิดว่า..นางควรค่าให้เจ้าคาดหวัง เจ้าควรลองไปพบนางดูสักครั้ง”

” ผมสีทองหรือ!” หงเจี้ยนหยางแปลกใจอยู่บ้าง


[1] ชาวหู หมายถึง ชนกลุ่มน้อยของจีนโบราณหลายเผ่ารวมกัน อาศัยอยู่ทางเหนือเป็นหลัก อากาศหนาว ใส่เสื้อผ้ารัดกุมกระชับทั้งแขนและขา หนวดเครารุงรัง ป่าเถื่อน ไร้ระเบียบ แต่ขี่ม้าเก่ง ออกรบดุดัน

[2] หนึ่งฉื่อ เท่ากับ 23-24 เซนติเมตร 9 ฉื่อ จึงสูงประมาณ 190 เซนติเมตรถึง 2 เมตรค่ะ

[3] เสวียนหู่ แปลว่า เสือดำ

[4] หนึ่งฉื่อ เท่ากับ 23-24 เซนติเมตร 6 ฉื่อครึ่ง จึงสูงประมาณ 156-160 เซนติเมตรค่ะ

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
103
บทที่ 1 ข่าวของเทพธิดาผมทอง
หงเจี้ยนหยาง แม่ทัพผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นยอดชายชาติทหาร เป็นมหาบุรุษที่นับร้อยปีจะมีสักคนหนึ่ง อดีตจอหงวนบู๊ผู้เลื่องชื่อที่สามารถล้มกองทัพชาวหู [1] ร้อยนายเพียงลำพัง ตัวสูงใหญ่กว่าเก้าฉื่อ [2] ราวกับยักษ์ผานกู่ น่าเกรงขามจนศัตรูต่างหวาดเกรงไม่กล้าเอ่ยชื่อ ถูกขนานนามยิ่งใหญ่ว่า เสวียนหู่ [3] แห่งอี้โจวยามนี้ เจ้าเสือดำนั่นกลับเมามายในห้อง ไม่ยอมพบผู้ใด ปล่อยตัวสกปรกหนวดเครารุงรังไม่ต่างจากพวกชาวหู ตัวอ้วนหนากว่าเมื่อก่อนหลายเท่า ทิ้งตัวอยู่ท่ามกลางกองไหสุรา ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณเรือนหลังบุรุษตัวเล็กสูงเพียงหกฉื่อครึ่ง [4] สวมแหวนสีดำไว้ทั้งสิบนิ้ว ดูประหลาดแต่ก็เข้ากับชุดดำล้วนของเขายิ่งนัก เมื่อบุรุษผู้นั้นเดินมาจนถึงหน้าเรือนเหม็นสุรา ท่าทางของสาวใช้สองคนที่ตัวเปียกปอนยืนเฝ้าประตูอยู่ก็ราวกับได้พบหนทางหลุดพ้นจากทะเลทุกข์“ท่านกุนซือจาง ฮือ..” สาวใช้คนหนึ่งยกมือมาปิดปากเพื่อป้องกันเสียงร้องไห้เล็ดลอดออกมา นางดีใจราวกับได้พบพระโพธิสัตว์ก็ไม่ปาน“ไปเถิด ข้าดูแลเขาเอง” บุรุษในชุดดำผู้ถูกเรียกว่ากุนซือจางโบกมืออนุญาตให้สาวใช้ไปทำสิ่งอื่นได้ ไม่ต้องทนทรมานเฝ้าหน้าเรือนของเหม็นสุ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 2 เดินทางไปพบเทพธิดา
หงเจี้ยนหยางนั่งในรถม้าหลังใหญ่ เขากำลังออกเดินทางไปพบเทพธิดาหัวทองผู้นั้น เขาถึงขั้นยอมล้างเนื้อล้างตัว แต่ไม่ยอมโกนหนวดเครา ใส่เพียงเสื้อชั้นเดียวออกเดินทางทั้งที่อากาศหนาวเย็นจางป๋อเหวินจึงจำเป็นต้องเตรียมผ้าห่มไว้ในรถม้าหลายผืน ป้องกันไม่ให้เจ้าเสือดำเด็กน้อยป่วยเสียก่อนจะได้พบเทพธิดาผมทอง หากผู้คนรู้อาจคิดว่าเขาเป็นพี่ชายที่แสนดี แต่เจ้าตัวกลับรู้สึกคล้ายเป็นเพียงคนใช้ที่ต้องคอยดูแลคุณชายตัวใหญ่ของตระกูลหงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา หนึ่งแม่ทัพ หนึ่งกุนซือ นับว่าสนิทสนมกันมาก มากจนผู้คนต่างนินทาว่าพวกเขาอาจเป็นคู่รัก เป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่ในความจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยปีนี้จางป๋อเหวินก็อายุสามสิบปีแล้ว แต่เป็นเพราะเขาตัวเล็กและมีใบหน้าอ่อนเยาว์ สูงเพียงหกฉื่อครึ่ง [1] จึงยังดูราวกับเด็กหนุ่มอายุไม่เกินยี่สิบปี หากเป็นบุรุษอื่นคงแต่งงานมีลูกมีหลาน ได้เป็นท่านปู่ท่านตาไปแล้ว แต่เขายังอยู่ในจวนกั๋วกงทำตัวราวกับเป็นพ่อบ้านคนหนึ่ง แม้ผู้อื่นจะยังเรียกเขาว่าท่านกุนซือก็ตามส่วนหงเจี้ยนหยาง เป็นถึงบุตรชายภรรยาเอกของจวนกั๋วกงเพียงผู้เดียว แม้จะมีพี่สาวอีกหนึ่งคน แต่ก็แต่งงานกับองค์ช
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 3 เทพธิดาหรือปีศาจจิ้งจอกจอมราคะ
ในห้องนั้นสว่างกว่าด้านหน้ามาก เพราะไม่มีหลังคา มีเพียงผนังล้อมรอบ มีเตียงไม้ที่สูงกว่าเตียงนอนทั่วไปวางอยู่ติดกำแพง และมีเก้าอี้เก่าๆ อีกตัววางอยู่ข้างเตียง“นั่งลงที่นี่ขอรับ” เด็กชายบอกพร้อมกับจูงมือหงเจี้ยนหยางให้นั่งลงบนเตียงไม้ ตัวสูงใหญ่ของชายหนุ่มถึงกับทำให้เตียงดังเอี๊ยดอ๊าด“อือ..อาเจียว เจ้าเอาแผ่นไม้ดามแขนไปให้เสี่ยวซีด้วยนะ” เสียงไพเราะของเจ้าของผมทองสั่งเด็กชาย“ได้ๆ พี่ใหญ่ ท่านลุงผู้นี้ชื่อว่า พ่างพ่าง เจ็บที่มือ” อาเจียวรายงาน“อือ..” สตรีนางนั้นยังคงวุ่นวายกับสิ่งของตรงหน้า ไม่ยอมหันหน้ามามองคนป่วยหงเจี้ยนหยางถอนหายใจ เขาไม่เคยพบโรงรักษาประหลาดเช่นนี้มาก่อน อีกทั้งเขามองอย่างไรก็รู้สึกว่าที่นี่ยากจนมาก ความหวังก่อนหน้าคล้ายใกล้จะพังทลายลงอีกครั้ง“เอาล่ะ เรียบร้อย” เทพธิดาผมทองยื่นแผ่นไม้บางแต่มีรูปร่างคล้ายแขนให้อาเจียว เด็กชายรับแผ่นไม้และวิ่งออกไปด้านนอกเทพธิดารับแผ่นกระดาษรายละเอียดคนไข้จากอาเจียวมาอ่าน ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้ลุงพ่างพ่าง“ท่านลุงอะไรกัน เจ้าเป็นคนหนุ่มชัดๆ” หญิงสาวเอ่ยเมื่อได้สังเกตคนตรงหน้าดีๆ อีกครั้ง“ข้าบอกเจ้าเด็กนั่นแล้ว ข้าไม่ใช่ลุง” หงเจี
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 4 นกเขาไม่ขัน
“ใจเย็นก่อน ท่านหมอไม่ได้หมายความเช่นนั้น” กุนซือจางหันไปกล่อมเจ้าเสือดำที่กำลังแยกเขี้ยวไม่พอใจ“เจ้าเข้าข้างสตรีจอมหื่นกามผู้นี้หรือ” หงเจี้ยนหยางหันไปแยกเขี้ยวใส่สหายของเขาแทน“เราฟังที่ท่านหมออธิบายก่อนดีหรือไม่”“ผู้ใดอยากฟังจอมต้มตุ๋นกัน เจ้ามัน.. อะ!!!” เขาชี้นิ้วไปทางหญิงสาว เพื่อด่าทอ แต่กลับถูกนางจับปลายนิ้วนั้นบิดจนเขาเจ็บปวดเกินจะทน ยังดีที่ชายชาติทหารเช่นเขาข่มกลั้นเสียงร้องไว้ได้เสวียนหู่แห่งอี้โจวถูกเทพธิดาสยบได้เพียงใช้ปลายนิ้ว..“เอาล่ะ เป็นคนป่วยก็ต้องอยู่นิ่งๆ อย่าดื้อ นั่งลงและให้หมอตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งสิ” เทพธิดาสั่งเสียงเรียบนิ่ง ไม่สะทกสะท้านต่อเสียงตะคอกของอีกฝ่ายหลังจากความวุ่นวาย กุนซือจางกล่อมจนเสือดำน้อยที่ตัวสูงใหญ่ยอมตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง“ดื่มสุราหนักด้วยหรือไม่” เทพธิดาถามคำถาม“...” เขาไม่ยอมตอบ ถอนหายใจแล้วหันหน้าหนี“เรียกว่าอาบสุราทั้งวันยังได้” กุนซือจางอธิบายสิ่งที่หงเจี้ยนหยางทำ“อือ..เป็นแค่ เดอเกอร์แวง ภาวะอักเสบเรื้อรังของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้งจนใช้ข้อมือไม่สะดวก เป็นทั้งสองมือ หนักที่มือซ้าย แต่เพราะเกิดเ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 5 ไม่อยากเป็นอนุ
หลังจากกลับถึงจวนกั๋วกง ห้องสกปรกเน่าเหม็นของหงเจี้ยนหยางก็ถูกเก็บกวาดจนเรียบร้อยแล้ว จางป๋อเหวินยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เด็กน้อยเสวียนหู่“นี่มันอะไร” เขาถามกุนซือจาง“นางเรียกว่า ตารางกายภาพบำบัด หรือก็คือ วิธีการรักษา”“ฮะ? แช่น้ำอุ่นวันละหนึ่งเค่อ [1] เดินครึ่งชั่วยาม [2] กินอาหารที่ประกอบจากเมล็ดธัญพืช โดยเฉพาะถั่วและงา ผักใบเขียว ไข่แดง..ไข่แดงหรือ” อดีตแม่ทัพขมวดคิ้วมุ่น“อืม..ข้าถามนางแล้ว นางบอกว่าให้แยกไข่ขาวออกไปและกินเฉพาะไข่แดง” จางป๋อเหวินพยายามอธิบายเพิ่ม“ไร้สาระ แค่กิน เดินกับแช่น้ำอุ่น ไม่มีตำรับยา หรือการรักษาใด วิธีมักง่ายเช่นนี้ จะให้ข้าเชื่อได้อย่างไรว่านางเป็นเทพธิดา”“นางบอกว่าเจ้ายังต้องเดินทางไปพบนางสองวันครั้งหนึ่ง เพื่อให้นางทำ..เอ่อ นางพูดว่า..กายภาพบำบัด และเจ้าต้องห้ามดื่มสุราอีกเด็ดขาด ต้องเปลี่ยนท่านอนด้วย และยังต้อง..”“พอแล้ว ข้าไม่อยากฟัง ไปเอาเหล้ามา”“ข้าไม่ใช่คนรับใช้ในจวนของเจ้า และข้าได้บอกฮูหยินผู้เฒ่าว่าเจ้าจะรักษาตัว ห้ามในจวนเก็บสุราไว้แม้แต่จอกเดียว”“จางป๋อเหวิน!”“หมูขี้ขลาด”“ข้าไม่ได้เป็นหมู!”“สุนัขเหม็นอาจม”“จางป๋อเหวิน!!..ข้า..ข้าจะฟ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 6 ชายแขนขาดและความหวัง
“อื้ม ลูกค้ารายใหญ่มาแล้ว เข้ามาก่อนสิ” เทพธิดาหัวทองเชื้อเชิญเสวียนหู่แห่งอี้โจว“ลูกค้าหรือ” หงเจี้ยนหยางไม่ค่อยเข้าใจคำที่สตรีประหลาดผู้นี้ใช้“แล้วสหายของเจ้าไม่ได้มาด้วยกันหรือ” เทพธิดาผมทองถามถึงกุนซือจาง“..เขา มีงานสำคัญที่ต้องทำ” ชายหนุ่มโกหก ที่จริงแล้วจางป๋อเหวินยังโกรธเรื่องที่เขาข่มขู่ไม่หาย วันนี้เขาจึงจำเป็นต้องมาหาเทพธิดาลำพัง“ไม่เป็นไร อย่างน้อยเจ้าก็มาแล้ว วันก่อนข้าทำให้เจ้าไม่พอใจจนเข้าใจผิด อย่างไรข้าก็เป็นหมอ ข้าจึงคิดว่าควรกอบกู้ชื่อเสียงความน่าเชื่อถือของตัวเองสักหน่อย ตามข้ามาสิ”หญิงสาวเดินนำหน้า พาชายหนุ่มตัวสูงออกจากโรงรักษาโกโรโกโสของนาง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังบริเวณโล่งแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากตรอกซิ่วสือ แม้จะไม่กว้างมาก แต่เพียงพอให้ผู้คนมารวมตัวกันทำกิจกรรมกลางแจ้งที่นั่น หงเจี้ยนหยางเห็นเครื่องเล่นหลายชนิดที่ทำจากไม้รูปร่างประหลาด มีทั้งเสา ขื่อ กำแพง กล่องสี่เหลี่ยม และคานสำหรับปีนป่าย เด็กหลายคนกำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานหลายคนไม่มีขา บางคนต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ บางคนมีเท้าไม้ต่อจากขาข้างที่ขาด สตรีอีกหลายคนกำลังจับราวไม้ฝึกเดิน ทุกคนล้วนเป็นคนพิการ ไม่
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 7 อายุยี่สิบสี่คือแก่แล้ว
รุ่งขึ้น ในจวนของขุนนางหงก็มีเด็กชายจากตรอกซิ่วสือมาเก็บเงินจำนวนมาก พร้อมกับตราประจำตัวของท่านกั๋วกง ฮูหยินผู้เฒ่าได้แต่หน้าดำหน้าแดงเพราะความโกรธ ไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองไปก่อเรื่องอะไรมาอีกฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจจะถามระหว่างมื้ออาหาร แต่ท่านกั๋วกงกลับรีบร้อนกินข้าวและรีบออกจากบ้าน แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องจ่ายเงินไปจำนวนมาก แต่อย่างน้อยบุตรชายของนางกลับมาตั้งใจทำบางสิ่งอย่างแน่วแน่อีกครั้ง นางจึงไม่ได้บ่นอะไรมาก“เจ้าชื่ออะไร” หงเจี้ยนหยางถามเทพธิดาผมสองสี ระหว่างที่นั่งให้นางนวดมือให้เขา“เรียกข้าว่าท่านเทพธิดาสิ” หญิงสาวตอบราบเรียบ แต่ในน้ำเสียงมีความเย่อหยิ่งอยู่มาก“..เจ้าชื่ออะไร” เขาถามคล้ายไม่ได้ยินที่นางตอบ“ท่านเทพธิดา”เขาสะบัดมือออกจากการนวดของนางทันที“นี่ ท่านอดีตแม่ทัพ ท่านไม่อยากรักษาแล้วหรือ” ท่านเทพธิดาเอ่ยถาม นางยืดหลังเต็มความสูงเท้าเอวด้วยความไม่พอใจกับการกระทำของคนไข้ผู้ดื้อดึงไร้มารยาท“เจ้าคงไม่อยากได้เงินสองพันตำลึงทองสินะ” เขาไม่ยอมเช่นกัน“..เอ่อ สองพัน..อยากได้สิ ย่อมอยากได้ นายท่าน..ข้าชื่อว่า อันเยว่ฉีเจ้าค่ะ ปีนี้อายุยี่สิบสี่ปี ยังไม่ได้แต่งงาน และไม่คิดจะแ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 8 ค่ำคืนเมามายแสนอันตราย
หนึ่งเดือนผ่านไป หงเจี้ยนหยางทำตามตารางการรักษาของเทพธิดาอันเยว่ฉีอย่างเคร่งครัด ข้อมือของเขาเริ่มหายปวดแล้ว และในที่สุดนางก็อนุญาตให้เขาฝึกยุทธ์ในช่วงเช้าหรือช่วงเย็นได้ แต่ยังคงห้ามไม่ให้จับอาวุธจางป๋อเหวินหายโกรธหงเจี้ยนหยางเมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะมีลูกท้อเชื่อมน้ำตาลส่งมาจากเมืองอู่โจว และหงเจี้ยนหยางก็ยกให้กุนซือจางทั้งหมด เย็นวันนี้ท่านกุนซือจึงมาคอยดูแลเขาหากจะเรียกให้ถูกคือ ท่านกุนซือผู้นั้นมาคอยกำกับไม่ยอมให้เขาจับอาวุธ แต่บังคับให้เขาฝึกร่างกายด้วยการร่ายรำตามท่าทางของเสี่ยวจิ่วเทียนฝ่า [1] ซึ่งต้องขยับร่างกายช้าๆ อย่างทรมาน ท่านกุนซือใช้อ้างว่าเขาจะได้ฝึกสมาธิด้วย“นายท่าน เอ้อหลิงนำน้ำแกงไก่ใส่โสมมาให้เจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าบอกว่าช่วยให้ร่างกายแข็งแรง เอ้อหลิงจึงให้คนไปตามหาโสมอยู่สามวัน ในที่สุดวันนี้ก็ได้มา เอ้อหลิงเคี่ยวด้วยตัวเองก่อนจะนำมาให้ท่านเจ้าค่ะ” หญิงสาวร่างอรชรตัวเล็กเอวคอดได้รูปพูดขึ้นหงเจี้ยนหยางหยุดฝึกร่างกาย เขาหันไปมองดูที่มาของเสียง“เจ้าคือเอ้อหลิงคนนั้นหรือ” เขายังจำที่สาวใช้อี้ซิ่วพูดได้“เจ้าค่ะ”อนุเอ้อหลิงผู้ซึ่งหงเจี้ยนหยางไม่เคยรู้ว่านางเป็นอนุข
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 9 กอดสตรีผมทอง
พวกคนที่ประตูกระโจมต่างกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปจับเสวียนหู่แห่งอี้โจว “รีบไปจับเขามัดไว้เร็วเข้า” เสียงของอันเยว่ฉียังคงสั่งต่อไปจางป๋อเหวินส่งคบเพลิงให้กับอันเยว่ฉี จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปไล่จับชายที่มีร่างสูงใหญ่กว่าเขาสองเท่าอย่างไร้ความกลัว “เจ้ากล้าข้ามศพทหารในค่ายของข้าหรือ อย่าหวังว่าจะได้ตายดีเลย” หงเจี้ยนหยางแม้จะเจ็บข้อมือจนมือสั่น แต่เขาไม่อาจยอมให้ใครมาหยามคนตายได้ เขาจึงตั้งท่ารับมือศัตรูเต็มที่“ต้องรีบไปช่วยท่านกุนซือ เขาคนเดียวไม่ไหวแน่” อันเยว่ฉีหันไปบอกเหล่าบ่าวชายในจวนที่ยังหวาดกลัวท่านกั๋วกงไม่เลิก นางเห็นแล้วว่าอดีตแม่ทัพหงผู้นั้นมีฝีมือสูงมากแต่บรรดาบ่าวชายพวกนั้นยังคงตัวสั่นไม่กล้าขยับ“ชิ อดีตแม่ทัพอะไรกัน ไม่มีทหารมีฝีมือไว้ในบ้านสักคนเลยเหรอ” หญิงสาวทำเสียงไม่พอใจ แต่ก็ส่งคบเพลิงให้บ่าวพวกนั้น และวิ่งเข้าไปช่วยท่านกุนซืออีกแรง“ท่านแม่ทัพ ท่านต้องหยุดได้แล้ว” อันเยว่ฉีตะโกนวิ่งเข้าไปกอดเอวของหงเจี้ยนหยางเอาไว้จากด้านหลัง นางฉวยโอกาสในระหว่างที่เขากำลังยกมือตั้งรับลูกเตะของกุนซือจาง “ท่านเทพธิดา อันตราย!” จางป๋อเหวินตะโกนด้วยความตกใจ
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
บทที่ 10 หญิงสาวที่นอนทับบนอก
“เจ้าเป็นใคร” หงเจี้ยนหยางก้มลงมองดูปลายผมสีทองที่สะท้อนแสงโคมเล็กน้อยจากด้านนอกแล้วรู้สึกประหลาดใจ จึงเอ่ยถาม“ข้าชื่อ อันเยว่ฉี” หญิงสาวแนะนำตัวอีกครั้ง“ข้า..เหมือนจะจำได้ว่าเจ้าคือเทพธิดา นี่ข้าตายแล้วหรือ”“ยัง เจ้ายังไม่ตาย ถึงแม้ข้าจะเป็นเทพธิดาจริงๆ แต่ก็เป็นเพียงชื่อที่ผู้อื่นเรียกเท่านั้น ข้ายังคงอยู่ในโลกคนเป็นเช่นเดียวกับเจ้า”“ข้ายังไม่ตายอีกหรือ อีกนานหรือไม่” เขาถามหญิงสาวรู้สึกกังวลเพราะดูเหมือนเขาจะป่วยเป็นทั้งโรคพีทีเอสดีและป่วยซึมเศร้าด้วย“เจ้าอยากตายหรือ” นางถามระหว่างที่จับดึงเขาให้นั่งลงข้างเตียง“ข้าไม่รู้” เขานั่งลงและตอบคำถามอย่างเคร่งเครียด ไม่ยอมปล่อยมือของเทพธิดา“ชีวิตเป็นของเจ้า เหตุใดเจ้าจึงไม่รู้” นางนั่งลงข้างเขา ตัดสินใจว่าคืนนี้คงไม่ได้กลับบ้านไปนอนแล้ว ยังไงคืนนี้ก็ดูแลคนป่วยให้ผ่านพ้นไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยเก็บเงินจากเขาก้อนโตเป็นค่ารักษานอกสถานที่“ข้า..ทุกคนล้วนทิ้งข้าไว้ ข้าไม่สมควรมีชีวิต ไม่สมควรมีความสุขและปล่อยให้พวกเขาตายตามลำพัง” เขาเริ่มมือสั่นเมื่อพูดถึงสิ่งที่หวาดกลัว“เจ้าบอกว่ามีคนปกป้องเจ้าไว้ใช่หรือไม่” นางถาม“อืม..ข้าไม่รู้จักชื่อเข
last updateDernière mise à jour : 2025-11-17
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status