Share

ตอนที่ 2 ข้อตกลง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-03 08:28:42

จางม่านอวี้ในชุดกี่เพ้าสีชมพูเข้มปักด้วยลวดลายที่ประณีต เดินลงมาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แต่แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเองกำลังเผชิญในตอนนี้

หญิงสาวเดินไปที่ห้องโถงของบ้าน บุคคลที่ตรงหน้าคือ ‘ถังเจิ้น’ ผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจที่เกี่ยวกับการค้าขายวัตถุโบราณ และเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่กำลังก่อสร้าง

“เราไปเถอะ รถพร้อมแล้ว” เขาพูดแล้วงอแขนให้เธอจับเดินไปด้วยกัน หญิงสาวก็ทำตามอย่างว่าง่าย

ระบบเจ้าพ่อถูกกวาดล้างไปแล้วก็จริง แต่เขาเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจ หรือถ้าเป็นภาษาปัจจุบันก็เรียกได้ว่าเป็นมาเฟียนั่นเอง และที่เขาและคนรับใช้ในบ้านแต่งตัวย้อนยุคแบบนี้ ก็เพราะว่าครอบครัวสกุลถังเป็นครอบครัวอนุรักษนิยม

และสาเหตุที่แต่งงานกับเธอ ก็เพราะว่าเขาจะใช้เธอบังหน้าในการที่จะรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม ซึ่งกฎหมายในยุคนี้หากจะรับเลี้ยงเด็กสักคนจะต้องมีพร้อมทั้งพ่อและแม่ เขาจึงต้องหาผู้หญิงสักคนมาแต่งงานด้วย และผู้ที่ได้รับเลือกก็คือเธอ

เด็กชายที่จะรับเลี้ยงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของสหายรักที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุพร้อมกับภรรยา เหลือเพียงทายาทคนเดียวที่รอดชีวิต จึงต้องการจะรับเลี้ยงเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ครั้งหนึ่งอีกฝ่ายเคยช่วยเหลือตนเอาไว้

จางม่านอวี้ในปี 1980 เกิดในครอบครัวยากจนและถูกขายให้ซ่องโสเภณี แต่ระหว่างที่หลบหนีออกมา ได้เจอกับถังเจิ้นเข้า เขาจึงซื้อตัวเธอต่อแล้วพาเธอกลับมาพร้อมกับยื่นข้อเสนอให้

จริง ๆ คนรวยระดับนี้ต้องมีผู้หญิงไม่น้อยวิ่งเข้าหาและต้องการทำหน้าที่ภรรยาของเขา แต่เมื่อคนเหล่านั้นรู้ว่าถังเจิ้นจะแต่งงานด้วยสาเหตุใด ก็ไม่มีใครอยากจะกลายเป็นแม่เลี้ยงของเด็กชายที่ไม่ใช่สายเลือดของทั้งตนเองและของเขา

ถังเจิ้นก็ชัดเจนว่าการแต่งงานใช้เป็นข้ออ้างทางกฎหมายเพื่อให้ได้รับเด็กเข้ามาอุปการะเท่านั้น ส่วนผู้เป็นภรรยานั้นจะทำหน้าที่ได้เพียงหนึ่งปีก็จะต้องหย่าขาดจากกัน ให้ลงนามในเอกสารคำขอหย่าเอาไว้ล่วงหน้า และต้องทำข้อตกลงว่าไม่มีการแบ่งสินสมรสใด ๆ แล้วใครล่ะอยากเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว

ถึงเขาจะรวยมากแค่ไหน และแม้ว่าค่าจ้างในการจ้างมาเป็นภรรยากำมะลอจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงก็ตามทีเถอะ แต่ในเมื่อแต่งงานไปแล้วไม่มีอนาคต ไม่ได้รับทรัพย์สมบัติในส่วนสินสมรส และไม่ได้รับความรักจากสามี ก็ไม่มีใครอยากจะเสียเวลา

ชาติที่แล้วเกิดมาในสถานะที่ร่ำรวย แล้วถูกผู้ชายเข้ามาหลอก เพื่อนสนิทกับสามีร่วมกันหักหลังอย่างเลือดเย็น พอเกิดมาชาตินี้ก็เป็นคนจนที่พ่อแม่ขายกิน ต้องหนีจากซ่องมาแต่งงานเป็นภรรยากำมะลอ เพียงเพื่อที่จะให้เข้ากับกฎเกณฑ์การรับบุตรบุญธรรมที่เขาต้องการ กลายเป็นผู้หญิงที่ทำทุกอย่างเพื่อแลกกับการอยู่รอด

แต่ถ้าให้แลกกับการมีชีวิตอยู่อีกครั้ง ก็ยังดีกว่าตายไปโดยยังไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เลย

หรือบางที คำถามที่ว่า “คนที่ตายแล้วไปไหน” คำตอบที่ว่าก็คือทุกคนจะต้องย้อนมิติมาอยู่ในร่างใครสักคนแบบเธอหรือเปล่า หญิงสาวก็อดคิดไม่ได้

“เมื่อไปถึงที่บริษัทแล้วก็วางตัวตามปกติ คนอาจจะเยอะหน่อยไม่ต้องตื่นเต้น ผมจะแนะนำตัวคุณแล้วให้พูดทักทายไม่กี่คำเท่านั้น สำคัญที่สุดคือคุณย่าของผม คนอื่นไม่ต้องสนใจ” ขณะนั่งรถไปด้วยกัน น้ำเสียงนั้นราบเรียบเป็นปกติ ไม่ได้เย็นชาแต่ก็ไม่ได้อ่อนหวานนุ่มนวลอะไร

“ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ

ถังเจิ้นก็ไม่ได้แย่อะไร สถานะภรรยากำมะลอก็เป็นการตกลงเอาไว้ตั้งแต่แรก หากทำการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้สำเร็จ เขาจะหย่าให้เธอภายในหนึ่งปีให้หลัง พร้อมกับเงินสักก้อนเพื่อออกไปตั้งตัว

ถึงตอนนั้นหญิงสาวจึงจะหาลู่ทางในการทำธุรกิจ แต่ต้องศึกษาก่อนว่าในยุคนี้ทำอะไรถึงจะอยู่รอด ในระหว่างนี้ก็ทำหน้าที่เมียกำมะลอไปก่อน

จางม่านอวี้มองดูสองข้างทางขณะที่รถขับผ่านไป ที่นี่ก็ไม่ได้เป็นบ้านเรือนโบราณเสียทีเดียว สถาปัตยกรรมบางอย่างเหมือนอย่างยุคปัจจุบัน  และกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาเมือง

ขณะที่ขับรถผ่านจัตุรัสเทียนอันเหมินมุ่งหน้าไปสู่ย่านซีตัน ซึ่งเป็นย่านการค้าดั้งเดิมที่สำคัญในกรุงปักกิ่งที่ตั้งอยู่ในเขตซีเฉิง หญิงสาวก็มองบรรยากาศนอกรถด้วยความสนใจ

นอกจากถังเจิ้นจะทำธุรกิจเกี่ยวกับค้าขายวัตถุโบราณแล้ว เขาก็ยังเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ในย่านซีตัน ซึ่งเป็นอาคารสูง สิบชั้น

แน่นอนเราว่าห้างสรรพสินค้านี้เธอรู้จักดีเลยล่ะ ‘เดอะฟิวเจอร์’ ห้างสรรพสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในย่านซีตัน และเป็นห้างฯ ที่เธอพลัดตกจากลานจอดรถชั้นหกลงมาพร้อมกับสามีใจเหี้ยม ที่เธอตั้งใจดึงให้เขาตายตกไปตามกัน

คิดถึงความรู้สึกตอนที่ร่างลอยลงมาก็รู้สึกใจหายวูบอย่างน่าประหลาด มือเรียวยกมือวางที่หน้าอกของตนเองเอาไว้ พร้อมหายใจติดขัดเล็กน้อย

“ยังไม่หายอีกเหรอ” น้ำเสียงนั้นถามขึ้นมาด้วยความห่วงใย ทำให้จางม่านอวี้นึกได้ว่า เมื่อคืนนี้เจ้าของร่างเดิมมีอาการปวดแน่นหน้าอก

ตอนแรกถังเจิ้นคิดว่าเธอแกล้งทำ เพราะกังวลว่าจะถูกเขาล่วงเกินในวันเข้าหอหลังแต่งงานคืนแรก จึงได้บอกให้ไว้วางใจว่าตนจะไม่ล่วงเกินใด ๆ  เพียงแต่ที่ต้องใช้ห้องนอนเดียวกันนั้น เนื่องจากอยากให้ทุกอย่างดูสมจริง เพราะมีเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่าเขาแต่งงานด้วยสาเหตุอะไร ส่วนคนรับใช้ที่บ้านหลังเล็กนี้เป็นคนที่เพิ่งรับเข้ามาจึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้

แต่ว่าจางม่านอวี้ไม่ได้แกล้งทำ เมื่อคืนนี้หล่อนหัวใจวายตาย และผู้ที่เข้ามาอยู่ในร่างแทนที่ก็คือเธอในตอนนี้นั่นเอง

“ฉันยังรู้สึกแน่นหน้าอกเล็กน้อยค่ะ” หญิงสาวตอบไปอย่างนั้น แล้วมองสบตาฝ่ายที่มองด้วยสายตาที่แสดงความห่วงใย แม้เขาจะเป็นผู้มีอิทธิพล แต่ก็ไม่ได้จะแสดงความแข็งกร้าวกับเธอมากนัก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสถานะคู่สมรสกำมะลออยู่ในตอนนี้

“ตอนเจอคุณย่า เราจะต้องยกน้ำชาให้ท่าน ไหวไหม”

“ไหวค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนหวาน

เขากล่าวถึง ‘ลู่เหว่ย’ ผู้เป็นย่า ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นกุมบังเหียนบริษัทต้าถัง

ตอนนี้ผู้ที่ดูแลบริษัทต้าถัง แม้จะเป็นถังเจิ้นที่มีอำนาจเด็ดขาดเพียงคนเดียว แต่เรื่องสำคัญบางอย่างก็ต้องปรึกษาลู่เหว่ยก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินงานในเรื่องสำคัญ

โชคดีที่ก่อนแต่งงาน เขาแยกตัวออกมาอยู่ที่บ้านหลังเล็ก เพราะไม่อยากให้วุ่นวายที่บ้านใหญ่ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะรู้สึกอึดอัดไม่น้อย เมื่อต้องอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันกับย่าของเขา

แต่งานนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณย่าไม่ชอบหลานสะใภ้กำมะลออย่างเธอ และไม่ชอบใจความคิดที่ถังเจิ้นจะรับลูกชายของสหายรักมาเป็นบุตรบุญธรรมของเขา ไม่มีใครอยากเลี้ยงลูกหลานที่ไม่ใช่สายเลือดของตนแน่

นี่เป็นเรื่องเดียวที่ถังเจิ้นไม่ได้ปรึกษาผู้เป็นย่าและจัดการด้วยตนเองทั้งหมด เนื่องจากว่าเห็นเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องทางธุรกิจ ทำให้หญิงชรารู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้พอสมควร แม้กระทั่งงานแต่งก็ไม่ได้ย่างกรายเข้าไปในงาน

พิธีแต่งงานแม้จะจัดขึ้นเพื่อกราบไหว้ฟ้าดินตามพิธีการขั้นตอน แต่ไม่มีญาติผู้ใหญ่ฝั่งเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้ทำการกราบไหว้ จนต้องให้ผู้อื่นมาทำหน้าที่แทนก็ตาม ทว่าทั้งสองก็ไม่ได้รู้สึกติดใจอะไร เพราะทุกอย่างก็ทำเพื่อบังหน้าเท่านั้น ขอแค่แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้อง นั่นคือจุดประสงค์ที่ถังเจิ้นต้องการ

แต่เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ที่เธอต้องจัดการตอนนี้ คือการวางตัวเป็นหลานสะใภ้ที่ดี อย่างอื่นค่อยว่ากันในภายหลัง

************************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 19 ของล้ำค่า

    เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังจากที่แวะซื้อเครื่องเป่าผมลมร้อนเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็กอดกล่องไม้ที่บรรจุรูปวาดนั้นเดินเข้าไปในบ้านด้วยความตื่นเต้น เธอเคยดูแต่ในหนัง ไม่คิดว่าวันนี้จะได้มาลงมือทดสอบด้วยตนเอง“อาเป้ย ฉันขอน้ำมะนาว ช่วยคั้นให้ฉันที แล้วนำสำลีมาให้ฉันด้วยนะ” เธอหันไปบอกสาวใช้ทันทีที่เจอหน้า แล้วกวาดตามองไปรอบ ๆ เพื่อหาลูกชายตัวน้อยของตน“แล้วเสี่ยวซานล่ะ”“นายน้อยขึ้นไปนอนกลางวันค่ะ อากุ้ยพาเข้านอนเมื่อครู่นี้เอง” อาเป้ยบอก จากนั้นก็รีบเดินไปในครัวเพื่อที่จะหาน้ำมะนาวมาให้แก่นายหญิงของตน“คุณบอกได้หรือยังว่าคุณจะทำอะไร” คำถาม ของเขาถูกถามขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวหันหน้ามามองเขาแล้วชูกล่องไม้ในมือขึ้นมา“ก็พิสูจน์ให้เห็นไงคะ ว่าฉันเลือกของไม่ผิด”“ทั้ง ๆ ที่คุณก็รู้ว่านี่คือรูปเลียนแบบ ถึงแม้จะเป็นของโบราณ ผมก็ไม่จ่าย 200 หยวนให้คุณหรอกนะ” เขาบอกกับเธอ ในขณะที่ซ่งเหยียนเดินตามเข้ามา อยากรู้เหมือนกันว่าของตรงหน้าชิ้นนี้จะมีค่าอย่างที่เธอบอกหรือไม่“หากฉันเดาไม่ผิดรูปวาดนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่ด้านในและต้องมีมูลค่ามากกว่ารูปวาดของจริงแน่ ถึงตอนนั้นอย่าลืม 10% ของฉันก็แล้วกัน” หญิงสาวพูดทว

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 18 ของเลียนแบบ

    การท้าทายของประธานบริษัทค้าขายวัตถุโบราณทั้งสองได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อเหล่าเติ้งต้องการจะเอาชนะหลังจากเสียหน้าไป เพราะคทาจักรพรรดิของปลอมที่ตนตัดหน้าซื้อมาแล้วพยายามจะขายต่อแต่ไม่สำเร็จ“อาจารย์จินฟู่ รูปวาดนี้ท่านว่าอย่างไร” เหล่าเติ้งผายมือให้ชายวัยประมาณหกสิบที่มาพร้อมกับตน ให้ไปตรวจสอบรูปวาดหมึกตรงหน้า จินฟู่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ เดินเข้าไปตรวจสอบรูปวาดหมึกโบราณชิ้นนั้น แล้วส่ายหัวเบา ๆ เมื่อพบว่ามันเป็นเพียงแค่รูปวาดเลียนแบบเท่านั้น“เรียนเหล่าเติ้ง กระดาษที่ใช้วาดเป็นกระดาษที่นิยมใช้กันในช่วงราชวงศ์ชิงก็จริง แต่ตราประทับของจิตรกรผู้นี้เป็นของที่ทำเลียนแบบขึ้นมา หมึกที่ใช้วาดรูปเสือเองดูภาพรวมแล้วมีสีที่ซีดจาง แม้จะผ่านเวลามานานมากแล้วก็ตามแต่ไม่น่าจะมีสีซีดจางได้ขนาดนี้ ภาพนี้จึงเป็นของปลอมที่น่าจะมีคนทำเลียนแบบ”เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้ว จางม่านอวี้ที่รอฟังอยู่ก็ตาลุกวาวขึ้นมา ของปลอมอย่างนั้นหรือ ตรงตามที่เธอได้ยินมาไม่มีผิด“ส่วนชุดชงชาที่ประธานถังกำลังสนใจอยู่ ผมคิดว่ามันน่าสนใจเลยทีเดียว” จินฟู่กระซิบบอกเหล่าเติ้งในตอนท้าย ทำให้เขาหันมามองชุดชงชา หนึ่งในนั้นคือถ้วย

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 17 ท้าทาย

    เมื่อไปถึงตลาดค้าของโบราณ ตามสองข้างทางก็มีแต่ร้านที่นำของเก่ามาขาย ซึ่งบางอย่างก็ทำของปลอมลอกเลียนแบบ บางอย่างก็เป็นของเก่าแก่จริงแต่ไม่มีประวัติความเป็นมาจึงมีราคาที่ไม่สูงนัก“วันนี้ถ้าคุณหาของโบราณให้ผมได้ ผมจะจ่ายพิเศษให้คุณชิ้นละ 200 หยวน” เขาบอกเธอแล้วสังเกตดูสีหน้าที่กำลังนิ่งคิดอยู่‘200 หยวนในยุคนี้มีมูลค่าเท่าไรนะ แล้วเราจะคุ้มไหม’ หญิงสาวไม่มั่นใจในมูลค่าของเงินในยุคนี้ เพราะสนใจแค่ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจระบบเศรษฐกิจในยุคสมัยเก่าเลย แม้จะเรียนบริหารธุรกิจและทำรายงานเกี่ยวกับประวัติของนักธุรกิจมาหลายคนก็ตาม แต่ค่าเงินและวิถีชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่ได้ผ่านตาเลยแม้แต่น้อยพยายามเค้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมที่เป็นคนในยุคนี้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมรายละเอียดของความทรงจำบางอย่างเหมือนจะจางหายไปทีละน้อย ราวกับว่าร่างนี้กำลังจะกลายเป็นของเธอโดยสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณไปแล้ว“กลัวจะซื้อของปลอมให้ผมเหรอ” คำถามของเขาพร้อมกับคิ้วที่เลิกสูงขึ้น นั่นไม่ใช่การท้าทายเธอหรอกหรือ“ไม่ได้กลัวค่ะ ฉันแค่กำลังคิดอยู่ว่าชิ้นละ 200 หยวน จะคุ้มค่าหรือไม่”“200 หยวน มากกว

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 16 ความชิดใกล้

    ใบหน้าที่ซบแอบอิงที่หน้าอกและนอนทับอยู่ที่ต้นแขนของประธานหนุ่มอยู่ใกล้เพียงคืบ เปลือกตานั้นปิดสนิทพร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอเจ้าของอ้อมกอดที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้ามืด มองภรรยากำมะลอของตนที่ตอนนี้กอดก่ายอยู่อย่างสบายใจ เธอจะรู้หรือไม่ว่าคนที่กอดอยู่ไม่ใช่ลูกชายบุญธรรม แต่เป็นเขาเสี่ยวซานตัวน้อยนอนดิ้นไปนอนอยู่ที่ปลายเตียง แขนขากางออกกว้างนอนอย่างสบายใจ คงมีแต่เขาคนเดียวที่ตอนนี้จะลุกก็ลุกไม่ได้ จะหลับต่อก็หลับไม่ลงเกิดมายี่สิบหกปี นี่เป็นครั้งแรกที่เข้าใกล้อิสตรีอย่างนี้ หัวใจที่แข็งแกร่งมีหรือจะอดทนไหว รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่เกินจะควบคุมได้ ทั้งหัวใจที่กำลังสั่นไหวและร่างกายที่รู้สึกถึงความรุ่มร้อนตรงนั้นให้ตายสิ เขาแทบคลั่งจะตายอยู่แล้ว!“อืม” เสียงของจางม่านอวี้ที่เหมือนจะรู้สึกตัวแล้ว ทำให้ถังเจิ้นต้องรีบหลับตาลง แสร้งทำว่าตนเองยังไม่ตื่นหญิงสาวขยับตัวยุกยิกในอ้อมกอดนั้น รู้สึกอบอุ่นและสบายอย่างบอกไม่ถูก วาดขาพาดกอดก่ายวางบนสะโพกแกร่ง จนรับรู้ถึงบางอย่างที่ต่างออกไปเมื่อนึกออกว่าตนอยู่ในยุคอื่นและคนข้างกายคือสามีกำมะลอที่ดุดันและน่าเกรงขาม เป็นมาเฟียในยุคนี้ที่มีอำนาจคนหนึ่ง หา

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 15 ปกป้องดวงใจ

    หลังจากส่งเสี่ยวซานเข้านอน จางม่านอวี้ก็มีความคิดที่จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการแยกห้องนอนกับถังเจิ้นแบบไม่ให้มีคนสงสัยเธอกลับไปที่ห้องนอนใหญ่ เห็นว่าอีกฝ่ายนั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์และเส้นทางการค้าขายของจีน ใบหน้าดูจริงจัง บ่งบอกว่าเขากำลังตั้งสมาธิอยู่กับหนังสือเล่มนั้น จึงไม่กล้ารบกวนเขา“มีอะไรก็พูดมา” เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติ ไม่ได้แสดงอารมณ์ที่หงุดหงิดออกมาให้รู้ว่าขัดจังหวะเขา“เอ่อ คุณถังคะ ฉันจะแยกไปนอนห้องเล็กกับเสี่ยวซาน ใช้ข้ออ้างที่ว่าเขาไม่อยากนอนคนเดียวแล้วเข้าไปนอนด้วย แบบนี้คงไม่มีใครสงสัยหากเราจะแยกห้องนอนกัน” เธอบอกเขาถึงสิ่งที่เธอคิด“อืม ผมเห็นด้วยนะ” เขาวางหนังสือเล่มหนาลง แล้วหันหน้ามาพูดคุยกับเธออย่างจริงจังถังเจิ้นรู้ว่าเธอและเขาต่างไม่มีใจให้แก่กัน ทุกอย่างเป็นแค่การแต่งงานเพื่อบังหน้าเท่านั้น การที่เธอนอนอยู่เตียงเดียวกับเขาย่อมมีความไม่สบายใจ และเขาเองบางครั้งก็ยอมรับว่าเวลาที่ใกล้ชิดกัน มันก็มีบ้างที่ความเป็นบุรุษเพศจะทำให้เกิดความปรารถนากับเรือนร่างของหญิงสาว หากแยกห้องนอนกันโดยมีเสี่ยวซานเป็นข้ออ้างก็น่าจะสมเหตุสมผลดี“งั้นฉันขอไปนอนกับเส

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยากำมะลอของประธานมาเฟีย   ตอนที่ 14 ลูกบุญธรรม

    เมื่อมาถึงบ้านหลังเล็กของสกุลถังที่ถังเจิ้นใช้พักอาศัยอยู่ชั่วคราว เด็กน้อยก็ถึงกับตาลุกวาวเพราะขนาดที่ใหญ่โตและโอ่อ่าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน“ชอบบ้านของเราไหมเสี่ยวซาน”“ชอบครับ บ้านหลังใหญ่มาก”ถังเจิ้นยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เอ็นดูที่เด็กน้อยตื่นเต้นกับบ้านหลังนี้ หากว่าเขาไปเห็นบ้านสกุลถังที่ใหญ่กว่านี้หลายเท่าจะตื่นเต้นมากแค่ไหน เพราะกังวลว่าคุณย่าจะต่อต้านเด็กที่เขารับมาเป็นบุตรบุญธรรม ตนจึงแยกออกมาอยู่ที่นี่ อย่างไรไม่ช้าก็เร็วต้องกลับไป แต่ในระหว่างนี้จะต้องทำให้เสี่ยวซานรักและวางใจตนก่อน อย่างน้อยจะได้รู้สึกว่ายังมีพ่อบุญธรรมที่จะคอยปกป้องเขาจากคนแปลกหน้า“ไปกันเถอะ อาจะพาเสี่ยวซานขึ้นไปดูห้องนอนกัน” จางม่านอวี้พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แล้วจูงมือน้อย ๆ ให้เดินขึ้นบันไดไปทีละขั้นอย่างระมัดระวัง โดยมีประธานหนุ่มเดินตามไปไม่ห่างเมื่อไปถึงห้องนอนเล็กที่อยู่ตรงข้ามกับห้องนอนใหญ่ของทั้งคู่ เธอก็พาสมาชิกใหม่เข้าไปสำรวจห้องนอนของตน“นี่คือห้องนอนของเสี่ยวซาน ส่วนห้องนั้นคือห้องนอนของพวกเรา ถ้ามีอะไรเรียกอาทั้งสองได้ตลอดเลยนะ” เธอบอกเด็กน้อยแล้วยิ้มมองด้วยแววตาที่อ่อนโยนเจียงจื่อซาน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status