เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา

เพลิงแค้นใต้เงาบุปผา

last updateآخر تحديث : 2025-12-30
بواسطة:  หนามชมพูمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
29فصول
2.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ซีอีโอสาวตายลงเพราะอุบัติเหตุทะลุมิติมาอยู่ในร่างองค์หญิงผู้อ่อนแอของจวนแม่ทัพ ถูกอนุรังแก ซ้ำร้ายยังถูกสามีเกลียดเข้าไส้ เช่นนั้นนางจะล้างแค้นคืนความยุติธรรมให้กับร่างนี้เอง

عرض المزيد

الفصل الأول

ยัดเยียดความตาย

"หากหญิงคนรักเย็บปักยันต์แคล้วคลาดด้วยหัวใจบริสุทธิ์ บุรุษที่นางรักก็จะปลอดภัยกลับมา"

มู่หรงเยี่ยนซีนั่งปักผ้าทุกวันจากความตั้งใจจริงส่งผ่านความห่วงใยและคำอธิษฐานลงบนผ้าผืนนั้นอยู่ทุกวัน แม้นิ้วมือที่เคยเรียวงามกลับกลายเป็นด้านแข็งนางก็หาได้ใส่ใจไม่

"เขาชอบสวมชุดเกราะหนัก คงลำบากมากหากไม่มีผ้าซับเหงื่อ ข้าจะใช้ผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดีที่สุด"

"เขาเกลียดดอกไม้ ข้าจะไม่ใส่น้ำมันหอมลงไปแม้แต่น้อย"

"เขาเคยบ่นว่าซอกไหล่เกราะมักเสียดสีขณะขี่ม้า เช่นนั้นต้องเย็บบุหนาไว้ตรงนั้น"

นางพึมพำกับตนเองเงียบ ๆ ขณะกำลังปักผ้า ในดวงตาคู่งามซ่อนความโศกเศร้าเผยเพียงรอยยิ้มบางราวกับจะกลบเกลื่อนมันไว้เบื้องหลัง

ทว่าขณะที่นางบรรจงปักผ้า รอยน้ำตาก็หยดลงบนด้ายสีทองเหมือนห้ามเอาไว้ไม่อยู่

"ไม่ว่าเขาจะรู้สึกกับข้าเช่นไร ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังอยากให้เขาปลอดภัยกลับมา"

เสียงเบาหวิวของนางสั่นเครือน้อย ๆ ดั่งคนที่กำลังพยายามอดกลั้นทุกความรู้สึกเอาไว้ในใจ

ประตูห้องเปิดออก ร่างบอบบางของสตรีแช่มช้อยก้าวเข้ามา ตามด้วยสาวรับใช้ข้างกาย

"หวังจะเอาชนะใจท่านแม่ทัพด้วยความใส่ใจเช่นนี้หรือ ข้าว่าไม่มีประโยชน์หรอกนะ"

ซ่างกวนเหยียนนั่งลงเหลือบตามองสิ่งของในมือและชุดเกราะหนาข้างหน้าสายตาของนางเยาะหยันเปิดเผย เยี่ยนซีไม่เงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือนที่นางมิได้เชิญ ยังก้มหน้าปักผ้าต่อไปอย่างตั้งใจ

เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งของเยี่ยนซี ซ่างกวนเหยียนจึงลุกขึ้นเดินตรงไปหา ท่าทางของนางทั้งดุร้ายและโอหัง

"หยุดได้แล้ว ท่านแม่ทัพไม่อยากได้ของของเจ้าหรอก"

ไม่ว่าเปล่านางก้มลงคว้าเสื้อเกราะเดินไปที่ประตูแล้วโยนมันออกไปกองอยู่บนพื้น

"อย่านะ ซ่างกวนเหยียน เจ้าจะทำ...อะไร"

นางเอื้อมมือคว้าเอาไว้แต่ไม่ทันความไวของซ่างกวนเหยียน เมื่อเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ดุร้ายราวกับเสือ ปลายเสียงของนางจึงแผ่วเบาเพราะความหวาดกลัว

ซ่างกวนเหยียนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาแดงก่ำของเยี่ยนซีและหัวเราะออกมา

"ร้องไห้หรือ หึ น่าสมเพชจริง ๆ ต่อให้เจ้าร้องไห้ให้ตาย ท่านแม่ทัพก็ไม่มีวันเหลียวแลเจ้า ไม่รับของสกปรกจากมือคนอย่างเจ้า"

นางยกนิ้วชี้จิ้มหน้าผากเยี่ยนซีแล้วผลักนางเต็มแรง เยี่ยนซีล้มลง ในใจของนางเจ็บปวดร้าวลึกราวกับอีกฝ่ายกำลังปักมีดกรีดลงที่หัวใจของนาง

ซ่างกวนเหยียนเดินออกไปหน้าประตูหันหน้ามายิ้มเยาะเยี่ยนซีก่อนยกเท้าเหยียบลงบนเสื้อเกราะ ใช้เท้าบดขยี้แล้วกระทืบซ้ำไปซ้ำมา

"อย่า! อย่าทำของจวินหลง"

เยี่ยนซีลุกขึ้นถลาเข้าไปแต่ถูกสาวใช้ของซ่างกวนเหยียนจับตัวเอาไว้แน่น

"อย่าใจร้ายเช่นนั้น"

เยี่ยนซีดิ้นรนพลางร้องไห้ มองตัวแทนของคนที่นางรักถูกกระทำย่ำยีคาฝ่าเท้าของซ่างกวนเหยียนอย่างไร้ปรานี

"เจ้ากล้าว่าข้ารึ ยิ่งเจ้าต่อว่าข้า ข้าก็จะเหยียบให้มันบิดเบี้ยวจนใช้การไม่ได้!"

นางกระทืบเสื้อเกราะไม่ยั้งจนกระทั่งเหนื่อยนางถึงหยุดแล้วเดินกลับเข้ามา

"ผ้ายันต์บ้าบออะไรนี่ มันไม่มีความหมายสำหรับเขาหรอก"

ซ่างกวนเหยียนกระชากผ้าในมือเยี่ยนซีออกมา เหยียบผ้าที่ปักค้างไว้ บดขยี้จนแปดเปื้อนรอยเท้าแล้วเตะปลิวออกไปนอกห้องท่ามกลางคำขอร้องของเยี่ยนซี

"ได้โปรด อย่าทำลายของจวินหลง..."

"เหอะ ท่านแม่ทัพไม่สนใจหรอก ของที่เจ้าทำให้เขามีแต่ของไร้ค่าไม่ต่างจากตัวเจ้าที่ไม่มีค่าอะไรเลย ข้าก็สงสัยว่าเจ้ายังหน้าด้านมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ทำไมไม่ตายไปซะ นางคนโง่!"

ซ่างกวนเหยียนพูดจบนางเงื้อมือจิกผมของเยี่ยนซี ลากตัวนางออกไปข้างนอก เยี่ยนซีที่ร่างกายอ่อนแอเพราะเพิ่งฟื้นจากไข้สู้แรงนางและสาวใช้ไม่ไหว ได้แต่ขอร้องอย่างน่าสงสาร

"ซ่างกวนเหยียนปล่อย...ปล่อยข้าเจ็บ ข้าทำอะไรให้เจ้าถึงต้องทำร้ายข้า ทั้งที่ข้าไม่รู้จักเจ้ามาก่อน"

เยี่ยนซีเอ่ยถามและร้องไห้เพราะความเจ็บปวด

"ก็ข้าเกลียดเจ้า หากไม่มีเจ้า ข้าก็คือนายหญิงของที่นี่เข้าใจหรือไม่!"

ทันใดนั้น

เพียะ!!

ซ่างกวนเหยียนตบเข้าที่หน้าของเยี่ยนซีเต็มแรงโดยให้สาวรับใช้จับนางเอาไว้ เยี่ยนซีโดนตบหลายครั้งจนใบหน้าของนางชาไร้ความรู้สึก มีรอยแดงและเริ่มบวมที่แก้มทั้งสองข้าง

"ปล่อยมัน ไปเอาไม้มาข้าจะโบยมันให้ตายโทษฐานทำลายเสื้อเกราะท่านแม่ทัพ!"

ซ่างกวนเหยียนโยนความผิดให้เยี่ยนซีซึ่ง ๆ หน้า สาวรับใช้รับคำสั่งวิ่งออกไปไม่นานก็วิ่งกลับมาพร้อมกับไม้โบย

เสียงไม้โบยกระแทกลงบนแผ่นหลังบางดังต่อเนื่อง เสียงนั้นปนกับเสียงหอบสะอื้นของเยี่ยนซีราวกับจะฉีกความเงียบของห้องให้ขาดสะบั้น

"หยุดเถอะ ข้าเจ็บ"

เสียงของนางแผ่วเบาราวกับสายลม ไม่อาจสั่นคลอนใจของซ่างกวนเหยียนที่มองอย่างสะใจ

"เจ็บรึ แค่นี้น่ะหรือเจ็บ ถ้าทนไม่ได้ก็ตาย ๆ ไปซะ มู่หรงเยี่ยนซี!"

เสียงตวาดของซ่างกวนเหยียนบาดลึกยิ่งกว่าความเจ็บกาย ยิ่งได้ฟังประโยคถัดไปนางยิ่งรู้สึกราวกับกำลังถูกกระชากหัวใจแล้วถูกเหยียบซ้ำจนป่นปี้

"เจ้าตายไปข้าก็จะได้เป็นนายหญิงของจวนนี้ ครองรักกับท่านแม่ทัพ ไม่ต้องมีหนามยอกอกอย่างเจ้า"

เพียะ!!

เสียงตบหน้าอีกรอบ คราวนี้เลือดซึมที่มุมปากของเยี่ยนซี ใบหน้าบวมเป่งจนมองแทบไม่ออกว่าเคยงดงามเพียงใด

"อย่ามาทำตัวเป็นนกน้อยไร้เดียงสา ถ้าข้าไม่ได้เป็นภรรยาคนเดียวของท่านแม่ทัพ ข้าไม่มีวันยอม!"

นางหยิบผ้าปักของเยี่ยนซีที่ถูกเหยียบเลอะโคลนขึ้นมาขยำ ก่อนปาใส่หน้านางอย่างดูแคลนและเย้ยหยัน

"เจ้าคิดหรือว่าแค่เย็บยันต์บ้าบอผืนเดียวแล้วจะทำให้เขารอดตาย สวรรค์มีตา เขาจะตายเสียด้วยซ้ำถ้าอยู่กับคนโง่ไร้ค่าเช่นเจ้า!"

น้ำตาของเยี่ยนซีไหลอาบแก้ม ทว่าแววตานางกลับไม่เหมือนก่อน มันไม่ใช่เพียงความเศร้า แต่มันเริ่มมีแสงแข็งกร้าววูบผ่าน

"ข้า...ข้ารักเขา"

นางพึมพำราวกับย้ำเตือนตนเอง

ซ่างกวนเหยียนหัวเราะเยาะออกมาดังลั่น รอยยิ้มบิดเบี้ยวจนไม่น่ามอง

"เจ้ารักเขา? แล้วเขารักเจ้าหรือไม่? เขาไม่แม้แต่จะมองเจ้า! เจ้ามันก็แค่...ของเล่นชิ้นหนึ่งที่ไม่มีใครต้องการ!"

ซ่างกวนเหยียนทำท่าทางเยาะเย้ยเช่นเดิม

"ฟังให้ดีนะ มู่หรงเยี่ยนซี อีกไม่กี่วันข้าจะได้เป็นภรรยาอีกคนของเขาอย่างสมบูรณ์ และข้าจะไล่เจ้าออกไปจากที่นี่ด้วยตัวข้าเอง!"

นางถ่มน้ำลายใส่พื้นแล้วสะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้อง ทิ้งให้เยี่ยนซีฟุบลงบนพื้นเย็นเฉียบในห้องว่างเปล่า ท่ามกลางเศษผ้าที่เปื้อนโคลนและเสื้อเกราะที่ถูกย่ำยี

อากาศภายในห้องเริ่มเย็นเยียบ แม้เปลวเทียนจะยังลุกโชติช่วงบนเชิงเทียน แต่มันไม่สามารถสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายของเยี่ยนซีได้อีกต่อไป

นางนอนคุดคู้กับพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ เลือดจากปากยังไม่ทันแห้งสนิท รอยฟกช้ำตามร่างกายปรากฏให้เห็นแม้ใต้ผ้าผืนบางที่เปื้อนดิน ทว่าดวงตาของนางยังเบิกโพลง มองไปยังเสื้อเกราะที่ถูกเหยียบย่ำไม่ไกลจากปลายนิ้วของนาง

"จวินหลง" เสียงแหบพร่าเอ่ยชื่อคนรักอย่างแผ่วเบา

"ท่านคง...ไม่รู้..."

นางพยายามจะขยับร่างเพื่อคลานไปหาของที่ตนทำด้วยความตั้งใจ แม้จะเพียงแค่แตะสัมผัสมันสักนิด แต่ร่างกายกลับไม่ฟังคำสั่งอีกต่อไป

ในหัวของนางมีเพียงเสียงสะท้อนจากอดีต คำพูดของหานจวินหลงที่เคยกล่าวก่อนออกศึก

"ข้าไม่มีวันรักเจ้า อย่าแม้แต่จะหวังอะไรจากข้าเลย เยี่ยนซี"

"ข้า…ผิดอะไร..."

น้ำตาหยดสุดท้ายไหลลงข้างแก้มแนบผิวเย็นเฉียบ

หัวใจของเยี่ยนซีราวกับถูกบีบจนแหลกละเอียด นางไม่ได้เจ็บเพราะแผลบนร่างกาย หากแต่เป็นเพราะความรักที่อัดแน่นอยู่ในใจนั้นไม่เคยมีใครเข้าใจ

ร่างของนางสั่นเล็กน้อยแล้วเงียบลง

นางไม่มีลมหายใจอีกต่อไปแล้ว

ชั่วครู่เสียงฝีเท้าของสาวใช้คนหนึ่งดังเข้ามาพร้อมถาดอาหาร

"ฮูหยิน...เอ่อ ...องค์หญิง..."

เมื่อเห็นร่างนิ่งสงบและดวงตาไร้แววของเยี่ยนซี หญิงสาวก็สะดุ้งสุดตัว

"ตาย...ตายแล้ว!"

หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามที่ป่าลึกหลังเรือนร้าง

ร่างของเยี่ยนซีห่อผ้าไว้อย่างลวก ๆ โยนใส่เกวียนเก่า ๆ ที่เต็มไปด้วยฟางแห้งโดยไร้พิธีกรรมใด ๆ จากคนของซ่างกวนเหยียน

ชายวัยกลางคนที่เป็นคนควบม้าหันไปพูดกับชายในชุดบ่าวรับใช้อีกคน

"นายหญิงสั่งให้เอาไปทิ้งให้ห่าง ๆ จากจวน อย่าให้ใครหาเจอ ถ้าหมาป่ามาคาบไปก็ยิ่งดี"

"น่าเสียดายที่ตอนยังมีชีวิตงดงามไม่เบาเลยนะ"

อีกคนหัวเราะเสียงเหี้ยม

โครก!

ร่างของนางถูกทิ้งลงพื้นกลางป่าทึบ ร่างที่เคยงดงามบอบบางเปื้อนเลือดและฝุ่น ไม่มีผู้ใดโศกเศร้า ไม่มีแม้แต่ธูปเทียนหรือคำอำลา

ครึ่งชั่วยามต่อมา เสียงเกือกม้าดังจากระยะไกลราวกับเร่งรีบวนเวียนอยู่ใกล้กับศพของเยี่ยนซี ฉับพลันเปลือกตาของนางเปิดขึ้นช้า ๆ เสียงในหูของนางสั่นสะเทือนก่อนที่นางจะแน่นิ่งไป

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

สเมิร์ฟแมวมึน
สเมิร์ฟแมวมึน
บทพระเอกโคตรโง่ดีจัง
2026-01-04 22:46:39
2
0
29 فصول
ยัดเยียดความตาย
"หากหญิงคนรักเย็บปักยันต์แคล้วคลาดด้วยหัวใจบริสุทธิ์ บุรุษที่นางรักก็จะปลอดภัยกลับมา" มู่หรงเยี่ยนซีนั่งปักผ้าทุกวันจากความตั้งใจจริงส่งผ่านความห่วงใยและคำอธิษฐานลงบนผ้าผืนนั้นอยู่ทุกวัน แม้นิ้วมือที่เคยเรียวงามกลับกลายเป็นด้านแข็งนางก็หาได้ใส่ใจไม่ "เขาชอบสวมชุดเกราะหนัก คงลำบากมากหากไม่มีผ้าซับเหงื่อ ข้าจะใช้ผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดีที่สุด" "เขาเกลียดดอกไม้ ข้าจะไม่ใส่น้ำมันหอมลงไปแม้แต่น้อย" "เขาเคยบ่นว่าซอกไหล่เกราะมักเสียดสีขณะขี่ม้า เช่นนั้นต้องเย็บบุหนาไว้ตรงนั้น" นางพึมพำกับตนเองเงียบ ๆ ขณะกำลังปักผ้า ในดวงตาคู่งามซ่อนความโศกเศร้าเผยเพียงรอยยิ้มบางราวกับจะกลบเกลื่อนมันไว้เบื้องหลัง ทว่าขณะที่นางบรรจงปักผ้า รอยน้ำตาก็หยดลงบนด้ายสีทองเหมือนห้ามเอาไว้ไม่อยู่ "ไม่ว่าเขาจะรู้สึกกับข้าเช่นไร ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังอยากให้เขาปลอดภัยกลับมา" เสียงเบาหวิวของนางสั่นเครือน้อย ๆ ดั่งคนที่กำลังพยายามอดกลั้นทุกความรู้สึกเอาไว้ในใจ ประตูห้องเปิดออก ร่างบอบบางของสตรีแช่มช้อยก้าวเข้ามา ตามด้วยสาวรับใช้ข้างกาย "หวังจะเอาชนะใจท่านแม่ทัพด้วยความใส่ใจเช่นนี้หรือ ข้าว่าไม่มีประโยชน์หรอกนะ" ซ
اقرأ المزيد
งานมงคลต้องร่วมอวยพร
ภายในจวนเงียบสงบเยี่ยนซีลืมตาขึ้นช้า ๆ ภาพตรงหน้าที่ไม่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตา ในห้องกว้างขวาง ปลอดโปร่ง แม้จะเป็นไม้ก็ไม้เนื้อดี เครื่องเรือนประดับมีไม่มากแต่มองด้วยตาเปล่าล้วนเป็นของเลอค่า คล้ายห้องนี้เป็นที่เก็บสิ่งล้ำค่าโบราณ "องค์หญิงฟื้นแล้ว ท่านฟื้นแล้วจริง ๆ " เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นใกล้ ๆ พร้อมกับเสียงร้องไห้โฮตามมา "ข้าคิดว่าท่านจะไม่ฟื้นเสียแล้ว ในที่สุดคำวิงวอนของข้าก็เป็นจริง ฮือ ๆ" เยี่ยนซีหันศีรษะไปตามเสียงเล็ก นางมองอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นเด็กสาวอายุราวสิบสี่ปีในชุดโบราณ ใบหน้างดงามแดงก่ำ ดวงหน้าโศกเศร้าเกินบรรยาย "ที่นี่...คือที่ไหน" เสียงของนางแหบแห้ง เด็กสาวปาดน้ำตาส่งยิ้มกว้างมาทดแทนแล้วรินน้ำชาใส่ถ้วยใบเล็ก "ดื่มน้ำชาก่อนเจ้าค่ะ มา ข้าช่วยพยุงท่านเอง" นางค่อย ๆ ลุกขึ้นและดื่มชาจนหมดถ้วยทว่ายังไม่หายมึนงง "เซียวหยู" นางเรียกชื่อนั้นตามความทรงจำที่มี เด็กสาวพยักหน้ายิ้มแย้มแล้วกุมมือนางเอาไว้แน่น "ใช่แล้วเจ้าค่ะ" "แล้วที่นี่ที่ไหนกัน" "ที่นี่จวนของครักษ์ อี้เฟิง ตอนเขาพบท่านเขาพามาที่นี่แล้วตามตัวข้าจากบ้านนอกมาดูแลท่าน" เซียวหยูเล่าเรื่องความเป็นมายังไม่ทัน
اقرأ المزيد
ไม่มาต้อนรับ
และแล้ววันที่หานจวินหลงเดินทางกลับจวนก็มาถึง มีพิธีต้อนรับในจวนอย่างเอิกเกริก ทั่วทั้งจวนตกแต่งอย่างงดงามด้วยโคมไฟหลากสี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ซ่างกวนเหยียนแต่งกายด้วยชุดสีอ่อนละมุน แววตาอ่อนหวาน ท่าทางสง่างามสะท้อนความงามแบบสตรีจากตระกูลซ่างกวนอย่างแท้จริง "ขอต้อนรับท่านแม่ทัพกลับจวนเจ้าค่ะ เหยียนเอ๋อร์ขอฝากเนื้อฝากตัวกับท่านแม่ทัพด้วยใจจริง" น้ำเสียงของนางไพเราะอ่อนหวานไร้ที่ติราวกับกำลังพัดพาความเหนื่อยล้าและความกังวลออกไปจากใจของหานจวินหลงไปชั่วขณะ เขาหายใจลึกขึ้น รู้สึกถึงความอบอุ่นและความหวังก่อตัวขึ้นในใจพลางคิดไปว่า เยี่ยนซีกับซ่างกวนเหยียนน่าจะเข้ากันได้ดี ทุกสิ่งทุกอย่างภายในจวนยังดูปกติก่อนหน้านี้เคยเงียบอย่างไรก็เป็นเช่นเดิม ทว่าสิ่งที่ดูต่างออกไปคือตั้งแต่กลับมาถึงจวนเขายังไม่เห็นแม้แต่เงาของเยี่ยนซี "ทำไมฮูหยินไม่ออกมาต้อนรับการกลับจวนของข้า นางทำอะไรอยู่!" เสียงของหานจวินหลงทั้งห้วนและแข็งกระด้างเมื่อเอ่ยถึงเยี่ยนซี ซ่างกวนเหยียนหันมองบ่าวไพร่แล้วหันกลับมาก้มหน้าอย่างคนสำนึกผิด ใบหน้าของนางเปลี่ยนจากอ่อนหวานกลายเป็นหม่นหมองลงทันที "เกิดอะไรขึ้น" เสียงของเ
اقرأ المزيد
รับอนุภรรยา
งานแต่งงานรับอนุภรรยาในจวนแม่ทัพจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตามโบราณราชประเพณี มีขุนนางทุกระดับเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ประธานเปิดงานก็คือลู่กงกงแห่งราชสำนัก เป็นขุนนางที่ใกล้ชิดฮ่องเต้มากที่สุด ฤกษ์มงคลมาถึง เสียงกลองดังก้องทั่วลานจวนแม่ทัพ ธงสีแดงสดปลิวไสว เสียงหัวเราะครื้นเครงของขุนนางน้อยใหญ่พร้อมครอบครัวดังระงม โต๊ะอาหารจัดเรียงเป็นแถวยาว กลิ่นหอมของสุราอบอวลไปทั่วทั้งงาน ตรงกลางลานพิธี ซ่างกวนเหยียนในชุดเจ้าสาวสีแดงปักลายหงส์ก้มหน้าอย่างงดงาม มือบีบผ้าเช็ดหน้าเบา ๆ ทั้งนอบน้อมและแช่มช้อยจนน่าปกป้อง ลู่กงกงเป็นตัวแทนของฮ่องเต้ ก้าวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ในฐานะประธานของงานนี้ สายตาคมของลู่กงกงกวาดมองไปรอบงาน คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากล "ฤกษ์มงคลเริ่มขึ้นแล้ว แต่ข้ายังไม่เห็นฮูหยินเอกของจวนแม่ทัพ" คำถามนั้นทำเอาบรรยากาศที่กำลังคึกคักชะงักลงทันที ทุกคนต่างจับตามองเมื่อลู่กงกงเอ่ยขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ไม่มีใครสังเกตมาก่อน หานจวินหลงสีหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดบนขมับเต้นแรง เขาไม่คิดว่าลู่กงกงจะจับสังเกตได้ไวขนาดนี้จนหาโอกาสแก้ตัวได้ยาก ขณะนั้นหานจวินหลงกำลั
اقرأ المزيد
ลงโทษ
"ปัง! โครม!" ข้าวของในห้องหล่นกระจัดกระจาย ซ่างกวนเหยียนระบายโทสะกวาดสิ่งของภายในห้องอย่างไม่ลดละ "มันตายไปแล้ว กลับมาได้ยังไง นางเยี่ยนซี มารหัวใจข้า!" เสียงกรีดร้องระเบิดความอัดอั้นออกมาหมดเปลือกยามนี้ไม่ต้องเสแสร้งอะไรอีกแล้ว เสี่ยวเสวียที่ทั้งตกใจและหวาดกลัวรีบเข้ามาห้ามเป็นพัลวัน เกรงว่าเสียงจะเล็ดลอดออกไปถึงข้างนอก "นายหญิงโปรดระงับโทสะเจ้าค่ะ หากแม่ทัพมาเห็นเข้าเราจะลำบากได้นะเจ้าคะ" เสี่ยวเสวียพยายามเตือนสตินาง ซ่างกวนเหยียนยืนหอบหายใจหนัก เหนื่อยจากการพังของในห้องแตกเสียหายไม่มีชิ้นดี มวยผมหลุดลุ่ยปิ่นปักผมหล่นลงจากศีรษะ นางกดเสียงต่ำกัดฟันพูดอย่างเคียดแค้น "มันจงใจเอาคืนข้า แล้วข้าต้องอดทนทำไม อยากรู้ว่าจะดวงแข็งไปได้ถึงเมื่อไร ตราบใดที่ข้าไม่ตายข้าจะไม่มีทางพ่ายแพ้!" นางกล่าวอย่างอาฆาต เสี่ยวเสวียจึงตรงเข้ามาช่วยสงบสติอารมณ์พาไปนั่งพักบนเตียงแล้วรีบเก็บกวาดไม่ให้เผยพิรุธให้ผู้ใดรู้ ด้านเยี่ยนซีและเซียวหยูกลับมาที่เรือนของนางก่อนหน้านี้ เยี่ยนซีผลักบานประตูเข้ามาช้า ๆ แววตายังคงเฉียบเย็นจากเหตุการณ์ในงานเมื่อครู่ นางเปลี่ยนเป็นชุดสวมใส่สบาย เข้าไปล้างหน้าล้างตาอย่างใ
اقرأ المزيد
ไล่คนออก
หานจวินหลงหันมาต่อว่านางที่ทำเกินกว่าเหตุ "เจ้าทำรุนแรงเกินไป นางเป็นคนเก่าแก่รับใช้ในจวนมานาน จงรักภักดีทำหน้าที่ไม่เคยบกพร่อง แค่นางทำผิดครั้งเดียวเจ้าก็สั่งโบยแล้วไล่ออก บางทีนางอาจเพียงแค่ช่วยข้าประหยัดจริง ๆ ก็ได้" เยี่ยนซีเลิกคิ้วสูง ไม่อยากเชื่อว่านี่คือคำพูดของแม่ทัพใหญ่จอมวางแผนที่ชนะศึกมานับไม่ถ้วน นางเอ่ยขึ้นเสียงเย็นเฉียบ "ท่านเชื่ออย่างไรก็ช่างแต่ข้าคนที่ถูกกระทำมาตลอด ถือว่านี่คือความผิดร้ายแรง ดีแค่ไหนแล้วที่ข้าไม่สั่งฆ่านางต่อหน้าท่าน" นางพูดตามความจริง แม่นางหลิ่วนอกจากไม่เคารพนาง เอาอาหารเหลือให้กิน แถมยังเคยเอาข้าวบูดมาให้นางและบังคับนางกินจนหมด "เจ้ามันอำมหิตไม่เคยเปลี่ยน" หานจวินหลงนิ่งอึ้ง จนปัญญากับความร้ายกาจของนาง ไร้คำพูดใดจะกล่าวออกมา "โทษของนางเหมาะสมกับความผิดแล้ว ในเมื่อหมดเรื่องแล้ว ท่านก็พาคนของท่านไปให้พ้นหน้าข้า รำคาญ" นางทำหน้ารำคาญอย่างชัดเจนทำให้หานจวินหลงและซ่างกวนเหยียนชะงักตั้งตัวไม่ทัน เมื่อไม่มีใครขยับนางจึงหันมาสั่งเซียวหยูที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลัง "เซียวหยู ปิดประตูเรือน" เซียวหยูรับคำสั่ง เดินก้มหน้าไปที่ประตูค่อย ๆ ปิดลงทีละบาน
اقرأ المزيد
งานเลี้ยงต้อนรับ
บรรดาคนรับใช้ใหม่ทั้งชายหญิงเข้ามาทำงานแทนที่คนเก่า อยู่ภายใต้การปกครองของเยี่ยนซีโดยไม่มีผู้ใดคัดค้านได้แม้แต่หานจวินหลง เขาให้คนจับตาดูนางและเฝ้าสังเกตนางเงียบ ๆ ทางด้านวังหลวงฮ่องเต้ตรัสถามข่าวคราวของเยี่ยนซีที่เงียบหายไปนานตั้งแต่แต่งงานเข้าจวนแม่ทัพ "อยู่ที่จวนแม่ทัพ เยี่ยนซีเป็นอย่างไรบ้าง" ลู่กงกงได้ฟังคำถามพลันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนตอบด้วยท่าทีนอบน้อม "ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเกรงว่าความสัมพันธ์ของแม่ทัพหานกับองค์หญิงเหมือนจะไม่ค่อยราบรื่นนักพะย่ะค่ะ" ความเงียบหนักอึ้งเข้าปกคลุมไปทั้งห้องโถงอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดฮ่องเต้จึงรับสั่งกับลู่กงกงต่อ "เช่นนั้น อีกสามวันข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับกลับเข้าเมืองหลวงของแม่ทัพหาน จวนแม่ทัพมีเพียงหานจวินหลงกับฮูหยินเอกเข้าร่วมเท่านั้น" "รับพระบัญชา" ลู่กงกงก้มศีรษะรับคำสั่ง พลางลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนรีบออกไปทำตามราชโองการทันที วันต่อมาบ่าวรับใช้ในจวนแม่ทัพพากันวิ่งวุ่นตามพ่อบ้านฝูที่นำคำเชิญจากวังหลวงมาหาหานจวินหลง เขารับจดหมายเทียบเชิญด้วยสีหน้าเรียบเฉย สายตาคมกริบอ่านเพียงครู่ก็สั่งให้คนนำไปส่งให้เยี่ยนซีที่อยู่ในเรือน "อีกสามวัน จะมีงานเ
اقرأ المزيد
ล้างผลาญ
รุ่งเช้าของวันใหม่เยี่ยนซีตื่นเช้ากว่าทุกวัน นางนอนหลับไม่สนิทจึงไม่อยากหลับต่อ นางเดินออกมายืนหน้าเรือนทอดสายตามองเหล่าคนรับใช้กำลังเริ่มทำงานของตนอย่างเหม่อลอย คนรับใช้ที่ทำงานแถวหน้าเรือนต่างหลบไปที่อื่นเกรงว่าจะรบกวนเวลาส่วนตัวของฮูหยิน นางยืนอยู่ที่เดิมเหม่อมองดูรอบจวนทอดอารมณ์ยามเช้าจนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มทอแสง เซียวหยูจึงเดินเข้ามาถาม "ฮูหยินเจ้าคะ วันนี้ท่านจะให้ข้าน้อยยกอาหารมาให้ที่เรือนหรือจะไปที่เรือนใหญ่" เยี่ยนซีได้ฟังก็ยกยิ้มมุมปากก่อนหันไปสั่งบางอย่างแก่เซียวหยู ภายในเรือนใหญ่ซึ่งเป็นเวลาของอาหารเช้า หานจวินหลงและซ่างกวนเหยียนนั่งประจำบนโต๊ะอาหารแล้ว เหลือที่นั่งตำแหน่งของเยี่ยนซีที่ยังว่างเปล่า "ท่านพี่เจ้าคะ นี่เลยเวลามาครู่ใหญ่แล้ว ปกตินางก็ไม่มากินที่เรือนใหญ่ เรารอนางทุกวันนางก็ไม่เคยมา ไม่รู้ว่านางกำลังท้าทายอำนาจของท่านอยู่หรือไม่" ซ่างกวนเหยียนพูดจบพร้อมกับลอบมองท่าทีของหานจวินหลง คิ้วคมขมวดเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น "กินข้าวกันเถิด ถ้านางมาไม่ทันก็เรื่องของนาง" เขาจับตะเกียบคีบอาหารให้ซ่างกวนเหยียนยิ้มให้นาง เอาใจนาง ซ่างกวนเหยียนที่ได้รับการโปรดปรานทั้งพึ
اقرأ المزيد
แผนโต้กลับ
หนึ่งวันหลังจากหานจวินหลงไปราชการด่วน นายทหารเข้ามาแจ้งเยี่ยนซีว่าอีกสามวันเขาจึงจะกลับมา นางสั่งเซียวหยูจับตามองซ่างกวนเหยียน เมื่อไม่มีหานจวินหลงคอยขัดขวาง แผนการของนางจะได้เริ่มดำเนินการเสียที "ตอนนี้ อนุซ่างกวนกำลังจะออกไปทำขนมในครัวเจ้าค่ะ" เซียวหยูก้มหน้ารายงานทั้งที่ในใจยังหวั่นกลัวว่าเยี่ยนซีจะเสียเปรียบเหมือนที่ผ่านมา "เช่นนั้น เราไปเที่ยวที่โรงครัวกันเถอะ" เยี่ยนซีเดินนำหน้าเซียวหยูไปที่โรงครัวอย่างมีแผนการ กลิ่นน้ำเชื่อมบัวลอยหอมหวานตลบอบอวลไปทั่วโรงครัวใหญ่ ซ่างกวนเหยียนนั่งอยู่หัวโต๊ะ ราวกับเป็นนายหญิงตัวจริง ข้างกายมีเสี่ยวเสวียคอยเช็ดเหงื่อและออกคำสั่งแทน เหล่าแม่ครัวกับบ่าวไพร่ที่นางเรียกมาใช้สอยส่วนตัวหลายคนกุลีกุจอทำตามคำสั่งอย่างตื่นตระหนก บ้างเติมไฟในเตา บ้างปั้นแป้งขนมและคนน้ำเชื่อมในหม้อกันเอิกเกริก เสียงหัวเราะอ่อนหวานของซ่างกวนเหยียนดังขึ้นขณะนั่งมองเหล่าคนรับใช้ ทำงานอย่างภาคภูมิใจ "จงจำเอาไว้ว่าข้าเป็นคนทำของโปรดให้ท่านแม่ทัพเองกับมือ พวกเจ้าตั้งใจทำให้ดีนะ หากทำออกมาไม่อร่อยข้าจะโทษว่าเป็นฝีมือพวกเจ้า" ยังไม่ทันที่ใครจะตอบรับ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น เย
اقرأ المزيد
ทำดีได้ชั่ว
คนรับใช้ได้รู้ว่าซ่างกวนเหยียนจงใจทำให้จวนแม่ทัพเสียชื่อเสียงด้วยการซื้อของราคาถูกมาใช้ในจวน แถมเยี่ยนซียังตรวจสอบยอดสั่งซื้อตามจริงกับพ่อบ้านฝู ผลปรากฏว่าซ่างกวนเหยียนเบิกค่าใช้จ่ายเกินจริงไปเกือบครึ่ง "มีการยักยอกเงินจากค่าใช้จ่ายซื้อของจริงขอรับ ตรวจสอบยอดสั่งซื้อไม่ตรงกับยอดเบิกเงิน" พ่อบ้านฝูรายงานอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง นายหญิงรองท่าทีเมตตาดูซื่อตรง ไม่นึกว่าจะกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ เยี่ยนซีจึงสั่งพ่อบ้านฝูเอาไว้ให้เข้มงวดมากขึ้นและงดให้ซ่างกวนเหยียนเบิกค่าใช่จ่ายในจวนอีก "หากนางมีปัญหาให้นางมาถามข้าเอาเอง" สะสางเรื่องเงินจบเยี่ยนซีจึงเรียกประชุมคนรับใช้ทั้งจวน "ที่ข้าเรียกประชุมในวันนี้ เพราะตั้งแต่ข้าเข้ามาอยู่ในจวนรวมถึงคนใหม่ที่เข้ามาทีหลังยังไม่ได้ถามไถ่กัน ข้าขอถามพวกเจ้าว่าการทำงานในจวนแม่ทัพมีเรื่องใดไม่สบายใจบ้างหรือไม่" ทุกคนต่างก้มหน้าเงียบไม่กล้าเอ่ยปากออกมา "เช่นนั้นข้าจะถือว่าไม่มีปัญหานะ แล้วเรื่องอาหารการกินเล่า กินอยู่กันอย่างไร" ครั้งนี้หลายคนลอบมองหน้ากันซึ่งเยี่ยนซีจับสังเกตได้และพอจะเดาได้จากสีหน้าของอีกหลายคน นางขบคิดเพียงครู่ก็พูดสิ่งที่คนอื่นค
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status