Share

๔ รอยยิ้มเสแสร้ง

last update Last Updated: 2025-12-03 03:36:19

บรรยากาศภายในจวนหลี่อ๋องอึมครึ้ม ราวกับมีเมฆพายุฝนหนาทึบตั้งเค้าอยู่เหนือหัว อากาศหนักอึ้งไปด้วยความตึงเครียดจนคล้ายถูกบีบรัดแน่นแทบหายใจไม่ออก ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงดังหรือแม้แต่หายใจแรงด้วยซ้ำ

ทั้งที่วันนี้เป็นวันมงคลของจวนหลี่อ๋องควรเฉลิมฉลองให้แก่ซือจื่อน้อย แต่ทุกสิ่งกลับพังลงในพริบตา เมื่อพระชายาเอกปาจอกน้ำชาของพระชายารองลงพื้นโดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย

ผู้ใดเล่าจะเคยเห็นพระชายาเอกผู้ที่สงบเสงี่ยมแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาถึงเพียงนี้ ทั้งยังกล้าเผชิญหน้าต่อหลี่อ๋องโดยไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อย

เกรงว่าความอดทนที่สะสมมานานจะขาดสะบั้นลงเสียแล้ว คงยอมแตกหักดีกว่าถูกเหยียบย่ำอย่างไร้ค่ากระมัง

ผู้คนทั้งในจวนอดรู้สึกเห็นใจพระชายาเอกไม่ได้…

สตรีที่ถูกสามีเอ่ยปากรังเกียจต่อหน้าด้วยคำพูดหยามน้ำใจ ถูกปฏิบัติใส่อย่างเย็นชาราวกับคนแปลกหน้ามิใช่ภรรยาที่ร่วมกราบไหว้ฟ้าดินกันมาและทั้งที่อยากจะหย่าเกินทน หากแต่ต้องทนเพราะเกรงใจฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้น

มิหนำซ้ำ เมื่อในคืนวันเข้าหอนั้น หลี่อ๋องกลับหนีออกจากเรือนทั้งที่เข้าไปได้เพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะพบได้ว่าแอบไปหาสตรีอื่น

และยิ่งไปกว่านั้น ยังมีถ้อยคำที่ออกจากปากของหลี่อ๋องในสามวันหลังแต่ง ว่าปรารถนาอยากให้สตรีอื่นเข้ามาอยู่ในจวนร่วม กับพระชายา!

แม้หลี่อ๋องจะมีอำนาจในมือ เป็นผู้ดูแลจวนหลี่อ๋องทว่าต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า ยังไม่อาจทำตามอำเภอใจได้ทุกสิ่ง

จนกระทั่งเมื่อพระชายาเอกตั้งครรภ์ อีกฝ่ายกลับคิดว่าตนไม่อาจปรนนิบัติสามีได้อย่างเต็มที่ จึงยินยอมให้หลี่อ๋องพาสตรีอื่นเข้ามาในจวน ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากลับไม่แม้แต่จะจัดพิธีแต่งให้อย่างยิ่งใหญ่เทียบเท่าครั้งของพระชายาเอกราวกับสตรีผู้นั้นไม่มีค่าแม้แต่ให้เปรียบเทียบ

อีกทั้งในยามที่พระชายาเอกเจ็บครรภ์จะคลอด ผู้ที่ควรเฝ้ารอคอยกลับไม่ใช่สามี หากแต่เป็นมารดาสามีเท่านั้น ส่วนหลี่อ๋อง...กลับคลุกอยู่กับสตรีอื่นโดยไม่สนใจไยดี!

ภายหลังจากนั้น สตรีผู้นั้นก็ตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายอีกคนแก่หลี่อ๋อง

กล่าวได้ว่า ความขมขื่นกลำกลืนฝืนทนเช่นนี้ จะมีสตรีใดในใต้หล้าที่สามารถอดทนได้เทียบเท่าพระชายาเอกอีกเล่า?

เหล่าสาวใช้ในจวนที่ยังอดเห็นใจไม่ได้ ทุกครั้งที่เห็นแววตาสงบนิ่งคู่นั้น พวกนางรู้ดี…เบื้องหลังคือความเจ็บปวดที่ไม่มีวันเลือน

หนิงอี้ไม่สนใจว่า การกระทำของนางจะทำให้แม่สามีหรือทำให้ผู้ใดไม่พอใจเพียงใด หากแต่มีผู้คิดลอบทำร้ายหรือพรากชีวิตบุตรของนาง นางยอมหักล้างทุกสิ่งยอมแลกด้วยชีวิตตนเองก่อนจะยอมสูญเสียลูกไปเสียยังดีกว่า!

หลังจากที่โยนจอกยาพิษนั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี นางไม่รั้งรอสิ่งใดอีกแล้ว หากจะกระเด็นไปโดนผู้ใดก็จัดการเองเถอะ

ไม่รู้ว่าบุตรชายวัยสามขวบจะเข้าใจความหมายของคำพูดเหล่านั้นได้มากเพียงใด ทว่าหนิงอี้กลับรู้สึกหน่วงในใจ คล้ายมีเศษความหวาดหวั่นระแคะระคายรุมเร้าอยู่ภายใน หัวใจเต้นแรงรัวด้วยความกังวลปะปนกับความโกรธ ไม่อาจห้ามภาพของบุตรชายที่ต้องเผชิญอันตรายจนถึงชีวิตที่แวบเข้ามาในหัวได้เลย

เช้าวันถัดมา

“หลี่อ๋อง…เรื่องผ่านไปแล้ว อย่าได้ถือโทษโกรธเคียงพี่หญิงเกินไปเลยเพคะ” น้ำเสียงหวานเจือความเห็นใจ แผ่วเบาอย่างคล้ายสายลมในฤดูใบไม้ผลิ

ใบหน้าของไป๋เหม่ยฮวาปรากฏรอยยิ้มจางๆ นางเงยหน้าสบตากับบุรุษตรงหน้าอย่างพอดี “เกรงว่าพี่หญิงคงเหน็ดเหนื่อยกับเรื่องภายในจวนไม่ใช่น้อย หากไม่รังเกียจหาว่าหม่อมฉันต่ำต้อยไร้หัวนอนปลายเท้าดุจเศษดิน หม่อมฉันก็ยินดีขอยื่นมือช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระในจวนเพคะ”

ไฉนเลยจะไม่ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจได้ เมื่อสตรีที่สงบนิ่งดั่งสายน้ำ พูดน้อยกว่าเสียงนกจิบและวาจาอ่อนโยนประหนึ่งไม่อาจกดด่าผู้ใดให้เจ็บใจ แต่วันนี้กลับด่ากราดผู้คนได้เจ็บแสบราวกับถูกน้ำร้อนลวก ทำคนฟังพาลร้อนรุ่มตามไปด้วย

มิใช่ว่าครานั้นเป็นลมไปกระแทกพื้นจนบาดเจ็บหัวหรือไร!

พอฟื้นขึ้นมา นิสัยจึงเปลี่ยนไปราวกับคนละคน แล้วไฉนไม่ตายไปเสียให้สิ้นเรื่องเล่า นางจะได้มอบชะตากรรมที่เหลือให้ง่ายขึ้น และเวทนาก็คงรีบส่งบุตรชายตามลงไปโดยเร็ว!

แม้แผนลอบสังหารมารหัวขนนั้นจะล้มเหลวพังไม่เป็นท่าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะไร้โอกาสเสียทีเดียว ยิ่งเห็นนิสัยของสตรีผู้นั้นเปลี่ยนไป หลี่อ๋องก็คงรู้สึกรังเกียจขึ้นเป็นเท่าทวี เกรงว่ายายเฒ่าผู้นั้นก็คงเริ่มมองถงซิ่นเหยาด้วยสายตาไม่เอ็นดูต่างจากเมื่อคราวก่อนแน่!

ใบหน้าของไป๋เหม่ยฮวาปรากฏรอยยิ้มจางๆ อย่างพึงพอใจ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับหลี่อ๋องอย่างจงใจ

“หลี่อ๋องอย่างได้โกรธเคืองพี่หญิงเลยนะเพคะ”

หลี่เฉิงหยวนยังคงเงียบ ฝ่ามือหนาทายาลงบนผิวขาวเนียนที่ระเรื่อจางๆ จากรอยลวกของน้ำชาที่กระเด็นอย่างเบามือ ดวงตาคมกริบราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าภายในใจเต็มไปด้วยความขุ่นมัวปนความโกรธเกี้ยว

ไป๋เหม่ยฮวาพูดอีก “พี่หญิงคงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

พอได้ยินคำนั้น หลี่เฉิงหยวนพลันชะงัก สายตาคมกริบเงยขึ้นมองสตรีตรงหน้า พลางสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมอารมณ์ไม่ให้ปะทุออก

“เหม่ยฮวา…ลืมไปแล้วหรือที่เจ้าเจ็บตัวก็เพราะนาง เหตุใดถึงจิตใจอ่อนโยนนัก คราวหน้าอย่ายอมให้ผู้ใดรังแกได้ง่ายๆ เช่นนี้ อีกเข้าใจหรือไม่” หลี่เฉิงหยวนเอ่ยดุเล็กน้อย เจือทั้งความเอ็นดูและความห่วงใย ทว่าแฝงความหงุดหงิดเล็กน้อยซ่อนอยู่ใต้โทนเสียง

“หากจะตอบโต้กลับก็อย่าได้เกรงกลัว…”

สายตาคมกริบแข็งกร้าวเต็มไปด้วยความจริงจัง เขาเองก็ไม่เข้าใจว่า เหตุใดสตรีที่สงบนิ่งดั่งสายน้ำจึงกลายเป็นเช่นนี้

มิใช่ว่าที่ผ่านมานางแสดงละครแสร้งหรอกหรือ?

หึ! คราวนี้ หากจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกรงว่า คงไม่มีผู้ใดมองนางเหมือนเดิมอีกแล้ว

“อวดดีนัก! เห็นว่ามีมารดาของข้าให้ท้ายแล้ว เจ้าคิดจะทำอะไรตามใจตัวเองก็ได้อย่างไรงั้นหรือ…ถงซิ่นเหยา!” น้ำเสียงทุ้มต่ำ พูดรอดไรฟันออกมาด้วยความเดือดดาล มุมปากหนายกยิ้มเย็นชา

หลี่เฉิงหยวนขบกรามแน่นขึ้นเป็นสันอย่างโกรธเกรี้ยว

ไป๋เหม่ยฮวาเหลือบมองบุรุษตรงหน้า แววตาคู่นั้นคล้ายอ่อนโยน หากแต่ในส่วนลึกกลับแฝงรอยเย้ยหยัน นางลอบหัวเราะในลำคออย่างพึงใจ…หลี่อ๋องผู้นี้ช่างเชื่องนัก! เชื่อฟังนางยิ่งกว่าสุนัขที่ภักดีต่อเจ้านายเสียอีก

เกรงว่าหากในจวนนี้ไร้ยายเฒ่าผู้นั้นคอยขวาง ถึงแม้นางจะไม่ได้รับตำแหน่งพระชายาเอก แต่อย่างไรเสียอำนาจทั้งหมดก็คงตกอยู่ในกำมือนางอยู่ดี!

ทว่าน่าเสียดายนัก…นางกลับมีอุปสรรคขวางทางอยู่ทุกย่างก้าว!

ทั้งยายเฒ่าที่อายุยืนยิ่งกว่าหินผายังไม่รู้จักรีบตายลงโลงไปเสียที ทั้งเด็กมารหัวขนนั่นที่นางวางแผนกำจัดไปให้พ้นหูตาแต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า แล้วไหนจะสตรีชะตาแข็งผู้นั้นอีก…

ช่างดื้อด้านนัก! ไม่ว่าทำอันใดก็ไม่ตายสักที!

เพียงคิดถึงเรื่องพวกนั้น โทสะในใจของไป๋เหม่ยฮวาก็เดือดพล่านปุดๆ ขึ้นมาราวน้ำเดือดในหม้อ

นางจึงลอบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานแฝงพิษร้าย

“หลี่อ๋อง…หม่อมฉันไม่เข้าใจ ถ้อนคำพูดเมื่อครู่หมายความเช่นไรกัน อย่างไรเสียพี่หญิงก็คือภรรยาของท้าน ทั้งยังเป็นมารดาของซื่อจื่อน้อย จะลงโทษหรือกล่าวตำหนิก็ใจเน็นก่อนเถอะเพคะ”

แม้ถ้อยคำพูดนั้นจะฟังดูคล้ายห่วงใย ทว่าในส่วนลึกของใจ ไป๋เหม่ยฮวากลับภาวนาให้เขาลงโทษสตรีผู้นั้นให้ถึงตายเสีย นางจะได้หมดสิ้นเสี้ยนหนามไปโดยเร็ว!

“หึ!” หลี่เฉิงหยวนหัวเราะในลำคอ มุมปากหนายกขึ้นเป็นอย่างเย็นเยียบ “ในเมื่ออยู่ในจวนอ๋องย่อมต้องมีระเบียบ หากอวดดีเช่นนี้ก็คงไม่พ้นถูกตราหน้าว่าเป็นต่ำทราม ไร้ผู้ใดอบรมสั่งสอน!”

เดิมทีอารมณ์ของหลี่เฉิงหยวนก็ขุ่นมัวมาตั้งแต่เมื่อคืนยามพลบค่ำอยู่แล้ว เมื่อได้ยินไป๋เหม่ยฮวากล่าวถึงเรื่องนั้น ภาพของสตรีอีกคนพลันแวบขึ้นมาในหัว ดวงตาเยียบเย็นคู่นั้นของนาง ฉายแววอวดดีและแข็งกร้าวราวไม่รู้จักเกรงกลัว!

ทว่าเหตุใดนางถึงกล้ามองเขาด้วยสายตาเช่นนั้นกัน!?

ทั้งที่นางสมควรก้มหน้าหลบสายตาอย่างที่เคยทำแทนที่จะเชิดหน้าสบตาเขาเช่นนี้!

เพียงนึกถึง ดวงตาสรดำขลับของหลี่เฉิงหยวนก็แข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ จนความเย็นเยียบแผ่ซ่านกระจายไปทั่วห้อง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง คล้ายพายุที่กำลังตั้งเค้าก่อนโถมใส่ผู้ใดสักคนโดยไม่รู้ว่าจะรุนแรงถึงเพียงไหน...

ภายในจวนหลี่อ๋องมีเสียงหัวเราะใสซื่อของเด็กน้อยดังสะท้อนก้องอยู่ในลานกว้าง

“ท่านแม่ ท่านดู! ข้าเขียนได้แล้ว!”

มือเล็กๆ ของอาหรงน้อยกำลังตวัดพู่กัน เขียนอักษรลงบนกระดาษขาวด้วยสีหน้าแน่วแน่อย่างตั้งใจ แม้เส้นสายจะโย้เย้ไม่เป็นรูปนัก แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

ถงซิ่นเหยาเอื้อมมือช่วยประคอง มืออ่อนเรียวยาวขาวราวกับหยกแตะหลังมือเล็กอย่างแผ่วเบา นางระบายยิ้มจางๆ ออกมาอย่างอ่อนโยนจนถึงดวงตา หากแต่ฉายแววเหนื่อยล้าเล็กน้อย

จนถึงตอนนี้ หลิงอี้ก็ยังไม่อยากเชื่อได้ว่าเธอได้ทะลุมิติมาจริงๆ ทั้งที่ก่อนยังนั่งอ่านนิยายอยู่ห้อง แม้ตอนก่อนนอนจะภาวนาขอให้ทุกอย่างเป็นเพียงความฝันเท่านั้น ทว่ายามที่ลืมตาขึ้นมากลับพบว่าทุกสิ่งตรงหน้าเป็นจริงไปเสียหมด

แม้ในใจหนิงอี้อยากกลับไปเพียงใด แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าเล็กๆ ของหลี่จวิ้นหรง นางกลับรู้สึกเวทนาขึ้นมาทุกครั้งโดยไม่รู้ตัว

เช่นนั้นแล้ว นางปรารถให้เด็กน้อยผู้นี้เติบโตอย่างปลอดภัย มีชีวิตที่ยืนยาวถึงร้อยปีได้หรือไม่

จากนั้น หากสวรรค์จะเมตตาให้นางได้ตายจากไป แล้วได้กลับคืนสู่ที่ที่จากมาอีกครั้งก็คงดีไม่น้อย

“ดีมาก…ลูกแม่เก่งที่สุดแล้ว!” น้ำเสียงของนางแผ่วราวกับจะถูกกลืนหายไปสายลม ภายในใจเต็มความปวดร้าวลึกซึ้งมิอาจให้ผู้ใดล่วงรู้

นัยน์ตาเมล็ดซิ่งเพ่งมองบุตรชายตรงหน้าอย่างเงียบงันราวกับกำลังจดจำใบหน้าเล็กของบุตรชายให้ขึ้นใจ ทั้งโครงหน้ากลมมน คิ้วเข้มสีดำขลับ ดวงตาคมกริบที่เป็นประกาย จมูกโด่งได้รูปและริมฝีปากอวบอิ่มน่ารักน่าเอ็นดู

เพียงมองก็รู้ว่าอีกหน่อยต้องเติบโตเป็นบุรุษรูปงามแน่!

นางมองแล้วเผลอระบายยิ้มกว้าง…ก่อนจะเจื่อนลงในทันที

แต่เหตุใด…เหตุใดสตรีผู้นั้นถึงได้ใจร้ายใจดำเพียงนั้นกันเล่า ถึงกับคิดลงมือฆ่าเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์เช่นเขาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

อาหรงน้อยยังคงตวัดพู่กันเขียนลงบนกระดาษเป็นรูปร่างต่างๆ อยู่ตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของเด็กน้อยเปื้อนรอยยิ้มไร้เดียงสา เสียงหัวเราะใสกังวานสะท้อนก้องทั้งจวน จนเหล่าสาวใช้ที่อยู่บริเวณนั้นหรือผ่านไปมาอดยกยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้

ทว่าเสียงนั้นกลับยิ่งบีบหัวใจของถงซิ่นเหยาให้แน่นราวถูกกดทับไว้ด้วยหินหนัก

นางค่อยๆ เรือนผมบุตรชายอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อาหรง…เจ้าต้องโตขึ้นให้เข้มแข็งกว่านี้รู้หรือไม่”

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองมารดา พร้อมทั้งยิ้มกว้าง “ท่านแม่ไม่ต้องห่วงขอรับ…ข้าจะปกป้องท่านแม่เอง”

พอสิ้นพูดนั้น หัวใจของนางพลันกระตุกวูบ แววตาสั่นระริก หยาดน้ำตาเอ่อคลอเต็มหน่ย นางสูดลมหายใจลึกพยายามกลั้นไว้ไม่ ให้ไหลรินออกมาก่อนรีบหันหน้าหนี กลัวว่าบุตรชายจะเห็น

“อาหรงไม่ต้องปกป้องเพียงแค่มีชีวิตอยู่ให้ได้นั่นก็พอแล้ว” น้ำเสียงหวานแหบพร่า

ถงซิ่นเหยาหันกลับมาปลายนิ้วยก ขึ้นลูบแก้มบุตรชายราวกับกลัวว่าสัมผัสนี้จะสูญหายไปตลอดกาล

ใต้แสงอาทิตย์ยามสายของวัน เด็กน้อยยังคงยิ้ม แต่ในแววตาของนางกลับสะท้อนความกลัวออกมา…ความกลัวว่าจะมีผู้ใดมาพรากรอยยิ้มนั้นไปจากชีวิตของนางอีกครั้ง

อาหรงระบายยิ้มกว้าง “ข้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อท่านแม่ขอรับ!”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากอีกฟากของจวนเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับหัวใจที่เต้นแรงด้วยโทสะ สาวใช้ทุกคนที่อยู่ในลานต่างหันขวับไปมองตามเสียงนั้นแทบพร้อมกัน

“หลี่อ๋อง!” เสียงหนึ่งร้องขึ้นอย่างตกใจ ก่อนที่บรรยากาศจะเงียบงันลงราวกับทุกลมหายใจถูกกดทับไว้

ร่างสูงของหลี่อ๋องในอาภรณ์สีเข้มปรากฏตัวใต้ชายคาเดินมาแต่ไกล ดวงตาคมกริบฉายแววเย็นชา ท่วงท่าเดินแน่วแน่ พุ่งตรงมาทางยังลานกลางจวนที่พระชายเอกกำลังนั่งอยู่กับจื่อซื่อน้อยโดยไม่ลังเลสักนิด!

“เหตุใด…ท่านอ๋องถึงได้มาในยามเช่นนี้กัน” สาวใช้ผู้หนึ่งพึมพำเสียงเบา พลางก้มหน้าหลบสายตาคมกริบราวคมมีดนั้น

พอได้ยินเสียงนั้น ถงซิ่นเหยาชะงักกึกทันที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความเย็นเยียบวาบแล่นผ่านแผ่นหลังราวกับมีผู้ใดสาดน้ำแข็งใส่ นางปล่อยมือจากบุตรชาย แววตาที่เคยอ่อนโยนพลันแข็งกร้าวขึ้นเพียงเสี้ยวขณะ

เขา…จะมาหานางทำไมกันในเวลานี้?

ขณะที่อาหรงน้อยยังไม่รู้เรื่องราวใดๆ เขาเงยหน้ามองบิดาด้วยรอยยิ้มสดใส น้ำเสียงใสตะโกนเรียกอย่างดีใจ

“ท่านพ่อ!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๔๐ ฤดูใบไม้ผลิหลังพายุ

    สายลมฤดูใบไม้ผลิปีนี้อบอุ่นกว่าทุกปีที่ผ่านมากลีบของดอกเหมยผลิบานส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ราวกับต้องการกลบความเย็นชาที่ฝังลึกอยู่ในใจของบุรุษผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นเหมยเก่าแก่ด้วยแววตาเปลี่ยวเหงาหลี่เฉิงหยวน ในวันนี้ดูราวกับเป็นคนละคนกับหลี่อ๋องผู้สูงศักดิ์ในวันวาน ใบหน้าหล่อเหล่าซูบคล้ำอิดโรยและไร้ซึ่งอำนาจหรือความน่าเกรงขามที่เคยมีในอดีตร่างสูงในอาภรณ์เรียบง่ายยืนนิ่ง มือหนึ่งถือไหสุราเงยหน้ามองกลีบดอกเหมยที่ร่วงหล่นพลิ้วลงพื้น ก่อนแค่นหัวเราะในลำคอเสียงต่ำแผ่วเบาและขมขื่น“สุดท้ายแล้ว…ข้าผิดพลาดตั้งแต่เมื่อใดกันแน่”น้ำเสียงทุ้มแหบพร่า ราวกับพึมพำถามต้นไม้ที่ยืนเงียบ ไม่ต่างจากสนทนากับความว่างเปล่าในใจตนเองนับแต่วันที่ความจริงปรากฏ ว่าสตรีที่เขารักสุดหัวใจลอบคบชู้กับคนใกล้ชิด และบุตรชายที่เขาเลี้ยงดูด้วยความภาคภูมิ มิใช่สายเลือดของตน…คล้ายโลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืนวันนั้น เขาโกรธ…โกรธจนแทบคลั่งหลี่เฉิงหยวนคิดจะลงโทษนางให้สาสมกับความไว้ใจที่ถูกทรยศ ทว่าเมื่อได้สบตากับนัยน์ตาเมล็ดซิ่งคู่นั้นทั้งเย็นชา ดื้อดึงและเต็มไปด้วยความชิงชังเขากลับทำไม่ได้เล

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๙ เถ้าถ่านในอดีต

    ข่าวเรื่องจวนหลี่อ๋องถูกลอบวางเพลิงแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันดำที่ลอยฟุ้งจากเถ้าถ่านพัดกระจายเข้าทุกตรอกซอกซอย เสียงซุบซิบดังแว่วอยู่ไม่ขาดหู ทั้งคำลือและคำกลัว ผู้คนที่ได้เห็นซากเรือนมอดไหม้ยังคงสั่นสะท้านด้วยความหวาดหวั่นไม้ที่ถูกเผาจนดำกรอบยังคงส่งเสียงเปาะแปะ ราวกับคร่ำครวญถึงสิ่งที่สูญสลายไปพร้อมเปลวเพลิงหลายเรือนในจวนหลี่อ๋องพังพินาศเกือบครึ่ง เถ้าถ่านปกคลุมทั่วพื้นที่เหมือนผืนแผ่นดินทั้งผืนถูกเผาไหม้ ควันดำยังลอยหนาทึบจนผู้คนที่ผ่านต้องกลั้นหายใจสายตาทุกคู่เต็มไปด้วยทั้งความหวาดกลัวและความสงสัยปนเวทนา แต่เพียงวันถัดมา เพลิงข่าวกลับลุกโชนยิ่งกว่าเปลวจริง เมื่อมีราชโองการจากไจ่ฮ่องเต้ประกาศรับคำร้องขอหย่าระหว่าง หลี่อ๋องกับคุณหนูสกุลถงผู้เป็นหลานสาวของกุ้ยเฟยคำสั่งนั้นคล้ายน้ำมันราดลงบนกองเพลิงที่ยังไม่ทันดับมอดให้เผาผลาญทุกสิ่งพังพินาศร้อนระอุยิ่งกว่าเดิมทุกสายตาที่มองจวนหลี่อ๋องยามนี้ ล้วนแต่เต็มไปด้วยความสงสารปนเวทนาสายสัมพันธ์ที่เคยร้อยรัดสองตระกูลให้แนบแน่น กลับขาดสะบั้น เหลือเพียงเถ้าถ่านแห่งที่ปลิวกระจายอยู่ในอากาศถงซิ่นเหยาคาดการณ์ไว้อย่างไม่ผิดพลาดว่า ไป๋

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๘ เหลือเพียงควันไฟ

    แสงอาทิตย์แรกของยามเฉินลอดผ่านม่านควันจางๆ ที่ยังลอยคลุ้งทั่วบริเวณ เสียงไม้ที่ไหม้กรอบแกรบดังแผ่วเบาราวกับเสียงคร่ำครวญของอดีตที่ถูกเผาผลาญจนสิ้นเหล่าบ่าวไพร่ในจวนต่างวิ่งวุ่นกันคนละทิศคนละทาง บ้างก็ตักน้ำดับไฟ บ้างก็ขนย้ายซากสิ่งของที่เหลือ เสียงร้องโวยวายของสาวใช้ดังระงมไปทั่วทั้งเรือนที่เหลือเพียงเถ้าถ่านแม้แต่ ฮูหยินผู้เฒ่า ยังอดไม่ได้ต้องออกมาดูด้วยตนเองนางคิดไว้ไม่มีผิด บุตรชายผู้นี้ช่างไร้ความสามารถเสียจริง ถึงไม่สามารถจัดการสตรีผู้นั้นได้ ปล่อยให้นางเหิมเกริมกลับมาล้างผลาญจวนสกุลหลี่จนเกือบมอดไหม้ไม่เหลือ!ฮูหยินผู้เฒ่ามองเศษซากเรือนที่ถูกเพลิงไปแผดเผาวอดวายไปหลายหลัง จนแทบทรุดลงสิ้นเรี่ยวแรง เข่าอ่อนแทบเป็นลมครั้งแล้วครั้งเล่า “จวนหลี่อ๋องกำลังจะล่มสลายจริงๆ หรือ...” เสียงพร่าจากลำคอนางดังแผ่วเหมือนคำสาปกลางลานกว้าง หลี่เฉิงหยวนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันเขม่าดำ เสื้อคลุมเปรอะเขม่า ชายเสื้อถูกไฟไหม้เป็นรอยยาว ผมที่เคยเรียบกลับยุ่งเหยิง มีคราบเขม่าติดอยู่ตามขมับและปลายคางดวงตาคมกริบฉายแววขุ่นมัวเจือด้วยความโกรธ โชคดีนักที่ยามนั้นเขายังไม่หลับ และยิ่งโชคดีกว่านั้น ถงซิ่น

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๗ เพลิงไหม้จวนหลี่อ๋อง

    ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่เอือมระอาจจนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาตำหนิบุตรสาว นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ซ้ำๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มือที่กำลังถือตะเกียบพลางเขี่ยข้าวในชามไปมาไม่ต่างจากเด็กเล็กเรื่องบานปลายมาถึงเพียงนี้แล้ว ยากเกินที่จะเยียวยาหากจะเกิดอะไรก็ต้องเกิดเถิด!หลี่เฉิงหยวนคีบข้าวเข้าปากอย่างเชื่องช้า ท่าทางเหม่อลอยไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา เขาได้ยินเสียงตะเกียบกระแทกชามดังไม่หยุดจึงเงยหน้าขึ้นมอง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์“อาหารมื้อนี้รสชาติไม่ดีหรือ…เหตุใดท่านถึงเอาแต่เขี่ยไปมาเช่นนี้”อาหารทุกมื้อในจวนหลี่อ๋องปรุงโดยพ่อครัวฝีมือดีเก่าแก่ รสชาติจึงไม่น่าจะมีปัญหา ความไม่อร่อยคงเป็นเพราะบรรยากาศอึมครึมที่ไม่ชวนรับประทานทั้งหนาหู ทั้งอุดอู้ และหมองหงอยหนักหน่วงแม้แต่พวกสาวใช้ยังรู้สึกอึดอัด กลืนอะไรลงไปก็ไม่ลง ลมหายใจติดขัด…นับตั้งแต่พระชายาเอกและซื่อจื่อน้อยไม่อยู่ที่จวนสกุลหลี่ก็วังเวง ดูราวกับไร้ผู้คน“ข้าอิ่มแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าว พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนวางตะเกียบลงอย่างเบื่อหน่ายนางหยิบผ้าเช็ดปากจากสาวใช้เช็ดริมฝีปากช้าๆ แล้วกล่าวเสียงแผ่วแต่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง“กินอย่างไรก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๖ วาจาหวานเยิ้มรสขมขื่น

    ถงซิ่นเหยาเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษตรงหน้าพอดี ใบหน้าคนงามระบายยิ้มกว้างความหนักอึ้งในใจพลันผ่อนคลายลง น้ำเสียงหวานหัวเราะร่าออกมาอย่างขบขันนางกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ “วาจาของคุณชายเจ้าเล่ห์นัก…หากข้าไร้สติก็คงคล้อยตามตกหลุมพรางที่ขุดไว้ และจะต้องหลงคิดว่าคุณชายต้องมีใจให้แน่ๆ เจ้าค่ะ”ซ่งเจ๋อหานชะงักไปครู่หนึ่งกับถ้อยคำหยอกเย้า รอยยิ้มบนริมฝีปากหนาโค้งยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอแผ่ว ราวกับพยายามกลบความรู้สึกบางอย่างที่ไหววูบขึ้นในดวงตา“หึ! ข้าไม่เก่งนักเรื่องเสแสร้งปั้นหน้ากล่าวคำหวานเพื่อเข้าหาสตรี” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่ปลายประโยคกลับอบอุ่นผิดจากเดิม “และหากคิดจะลวงสตรีใดให้ตกหลุมพราง…ข้าคงไม่มีทางเริ่มจากแม่นางแน่”สายตาคมกริบช้อนประสานตากับสตรีตรงหน้าอย่างจงใจ ริมฝีปากหนาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆซ่งเจ๋อหานคิดว่าจะไม่ได้พบพานกับนางอีกแล้วทว่าก็หาได้คิดจะถอดใจตอนที่มีคนจากพ่อบ้านสกุลถงแจ้งแก่ทหารยามหน้าวังหลวงว่าต้องการเข้าไปตำหนักใน พร้อมนำจดหมายจากสกุลถงมาส่งให้ถึงมือซ่งเจ๋อหานเดินผ่านมาพอดี จึงรับจดหมายไว้ก่อนจะนำไปส่งให้หลี่กุ้ยเฟยด้วยความกระตือรือร้นเพียงได

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๕ รอยยิ้มและความห่วงใย

    ถงซิ่นเหยาชะงักพอได้ยินถ้อยคำนั้น นัยน์ตาเมล็ดซิ่งหันไปสบเข้ากับดวงตาคมกริบของหลี่เฉิงหยวนพอดี นางไม่อยากจะพบหน้าบุรุษผู้นี้ในยามนี้นักมิใช่เพราะทำใจไม่ได้ที่ต้องจากไป แต่กลับความเอือมระอา เหม็นขี้หน้าจนคลื่นไส้แล่นพล่านต่างหากสายลมโชยพัดผ่าน อากาศเย็นยะเยือกจนขนลุกซู่ ราวกับเวลาหยุดนิ่งชั่วขณะ ทั้งคู่ยืนนิ่งจ้องมองกันอยู่นานครู่หนึ่ง หาได้มีผู้ใดเอ่ยเอื้อนสักครึ่งคำภายในอกของเขารู้สึกคันยุบยิบ หน่วงหนักและอึดอัดเมื่อมองดวงตางามคู่นั้นไร้อารมณ์ ไม่แสดงแววใดให้เห็นหลี่เฉิงหยวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนถามย้ำด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น“คิดจะไปไม่ลาเลยหรืออย่างไรกัน”ถงซิ่นเหยาคลี่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงหวานกลั้วหัวเราะ “หม่อมฉันได้ยินมาว่าไป๋เหม่ยฮวาหนีออกจากจวน ไม่ว่ามองไปทางใด ผู้คนล้วนวุ่นวาย…ข้าจึงมิอยากรบกวนเพคะ”ทั้งที่ความจริง นางจงใจไม่บอกใคร แม้กระทั่งแม่สามีลึกๆ ในใจ ถงซิ่นเหยายังคงโกรธเคืองไป๋เหม่ยฮวา…สตรีผู้นี้เป็นผู้วางยาหลี่จวิ้นหรงบุตรชายของนางจนเกือบพิษไปเย็น แม้จะถูกกักขังแยกไว้ แต่กลับไร้ผู้ใดจัดการและปล่อยให้หนีออกไปด้วยนิสัยของไป๋เหม่ยฮวา หากไม่สั่งสอนให้เข็ดหลาบ ย่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status