Masukเธอคือหญิงผู้ถูกประวัติศาสตร์ลบเลือน ไม่มีผู้ใดจดชื่อนางไว้ในพงศาวดาร ไม่มีบทกวีใดกล่าวขวัญถึงความรักและความเจ็บปวดของนาง และเธอ…เป็นเพียงเงาเลือนรางในเรื่องเล่าของวีรบุรุษ แต่วันนี้…เธอกลับมาแล้ว
Lihat lebih banyakกวนเต็งเชี้ยงมองภาพที่อยู่ในบ้านเรือนอันพังทลายด้วยแววตาที่เบิกกว้างและหัวใจที่เริ่มสั่นสะท้าน ลิสง รุ่นพี่อันธพาลที่สั่งการให้ลูกน้องผลักร่างบิดามารดาตกลงไปในบ่อน้ำหลังบ้านและพยายามจะล่วงเกินภรรยาของเขา บัดนี้กลายเป็นเพียงซากร่างที่แทบจะแหลกเละจากการจับเหวี่ยงไปฟาดกำแพงและเสาเรือน ตายไปในสภาพที่สมควรแก่บาปที่มันได้ก่อไว้กับชาวบ้านและสกุลกวนในค่ำคืนนี้ ไม่ไกลออกไปคือศพที่กองพะเนินของบรรดาลูกน้องที่ตามติดมาจากเรือนของนายอำเภอผู้เป็นบิดาของลิสง สภาพไม่ต่างกับนายของพวกมัน หรือบางที…ก็อาจจะแย่กว่า กลิ่นของความตายลอยมาแตะจมูกเขาจนเขาเริ่มกระอักกระอ่วน รู้ตัวอีกทีก็รีบเอามือที่ยังเปื้อนเลือดกุมปาก วิ่งไปด้านนอกเรือนแล้วขย้อนเอาอาหารออกมาจนแสบท้องไปหมด ‘มันถูกแล้ว…ที่เจ้าทำมันถูกแล้ว กวนอู…พวกมันสมควรตาย!’ เสียงของสัญชาตญาณตะโกนก้องในที่ที่มีเขาเท่านั้นที่ได้ยิน ‘ไม่…ต่อให้คนคนหนึ่งจะชั่วร้ายจนสมควรตาย…แต่เราไม่ใช่เพชฌฆาต! นี่มัน…นี่มันผิด! ผิดต่ออาญาบ้านเมือง! ผิดต่อศีลธรรม!’ เสียงของเหตุผลดังขึ้นโต้ตอบ เต็งเชี้ยงลุกขึ้น วิ่งไปที่ตุ่มน้ำซึ่งตั้งอยู่ข้างครัว ยกฝาแล้วเอากระบวยวักตักน้ำ
“อะไรนะ?!” นายอำเภอแห่งฮอตังเอ็ดตะโร ในขณะที่บุตรชายสุดสวาทกึ่งนั่งกึ่งนอนให้คนใช้ทำแผลให้ “ไอ้เจ้าลูกผู้ดีตกอับนั่นมันทำร้ายเจ้ารึ?!” “โอ๊ย! ใช่น่ะสิ ท่านพ่อ!” ลิสงตอบบิดาพร้อมๆ กับโอดโอยจากความเจ็บที่มาจากการต่อสู้เมื่อวาน “ข้าชักจะทนมันไม่ไหวแล้วนะ! ไม่รู้ว่าฟ้าจะส่งมันมาเกิดทำไม?!” นายอำเภอแซ่ลิเดินไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ตรึกตรองแผนการชั่วร้ายบางอย่างในใจ ก่อนจะเดินมาที่ตั่งไม้ที่บุตรชายกำลังนอนแซ่วอยู่ ก่อนจะเอ่ยปากไล่พวกคนใช้ “พวกเจ้าทั้งหมดออกไป! ข้าจะคุยกับลูกสงตามลำพัง!” “เอ่อ แต่ว่า…” “ข้าสั่งก็รีบๆ ไปสิ!” “ข…ขอรับ” ครั้นเหล่าบ่าวไพร่หลีกตัวออกจากตรงนั้นไป สองพ่อลูกก็กระซิบกระซาบแผนการทันที “ส่งคนไปจับพวกมัน ไม่ว่าจะกวนอี้พ่อของมัน แม่มัน รวมถึงลูกเมียมันสิ แล้วลูกสงจะทำอะไรก็เรื่องของลูกแล้ว” “แต่ท่านพ่อ บุกไปดุ่มๆ ไม่ได้นา” “พ่อก็จะให้คนของเราทำทีว่ามาตามตัวโจรที่หลบหนี แล้วพอเราหาไม่เจอ…ค่อยยัดข้อหาว่าให้ที่กบดานไม่ก็ช่วยโจรหลบหนี” “โอ้โห! ล้ำเลิศจริงๆ! งั้นคราวนี้ข้าขอนำคนไปนะ!” “อืม ตามใจเจ้าเถอะ” ท่านทั้งหลาย ก่อนที่ข้าจะเล่าเรื่องต่อไป ใครในที่นี้เคยฝันบ้าง? ย
ลิสงบุตรนายอำเภอเหล่มองโฮแชง้วย แล้วก็ศิษย์น้องแบบเต็งเชี้ยง ก่อนจะหันเหสายตามาที่…อาเป๋งที่กำลังกอดมารดาตัวสั่น ไม่มีแม้แต่เสียงร้องไห้หรือเสียงอ้อแอ้ใดๆ ออกมาจากปากของเด็กชายเลย “เจ้า…” โฮแชง้วยกอดลูกแน่นขึ้น “มาที่นี่มีจุดประสงค์ใดกันแน่?” ลิสงไม่ตอบแต่ถามนางกลับไป “นั่นลูกสาวเจ้าหรือ? น่ารักน่าเอ็นดู” ว่าจบก็เอี้ยวตัวเพื่อจะจับแก้มเด็กนั้น แต่เต็งเชี้ยงขยับตัวมาขวางทาง พร้อมกับจ้องมองลิสงกลับไปด้วยดวงตาที่เริ่มดุดันทีละน้อยๆ “นั่นลูกชายข้า…อาเป๋ง” เต็งเชี้ยงตอบห้วนๆ โฮแชง้วยกระชับลูกชายในอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม ในขณะที่พ่อหนูน้อยอาเป๋งจะเอาหน้าซุกอกแม่แนบแน่น แนบแน่นพอที่จะทำให้ผู้เป็นแม่ได้ยินเสียงหายใจถี่ๆ ของอาเป๋ง ราวกับเสียงกระซิบจากหัวใจน้อยๆ ที่สั่นกลัว เสียงกระซิบนั้น หากอาเป๋งในวัยหนึ่งเดือนพูดได้ ก็คงจะเป็น “แม่จ๋า…ลุงคนนี้เป็นคนใจร้าย ข้ากลัว” ตึก…ตึก…ตึก… “ลิสง…” เป็นท่านโฮปินที่เดินมาหา เขาไม่ได้ยิ้ม สีหน้ามีความกังวลน้อยๆ แต่ท่าทีหนักแน่นกว่าทุกวัน วินาทีนั้นเอง ทุกคนรู้ได้ทันทีว่า…ท่านโฮปิน ผู้ที่เป็นอาจารย์ของกวนเต็งเชี้ยงและลิสง ไม่ได้มาแบบคนใจดีหรือคนที่หย
มีใครคนหนึ่งเคยบอกข้าพเจ้าเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว พระเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพอาจมิได้อยู่บนฟ้า ไม่ได้ประทับในทิพย์พิมานสถานอันตระการ แวดล้อมด้วยเหล่าเทพยดาที่คอยเปล่งเสียงสรรเสริญสดุดี…แต่พระเป็นเจ้าอาจสถิตอยู่ในกายของมนุษย์คู่หนึ่ง มนุษย์ที่มีชื่อเรียกขานว่า “พ่อ” และ “แม่” นั้นแล คือพระเจ้าของลูก ภรรยาข้าหลวง : “ข้าชักสนใจเสียแล้วสิ กวนกงและพระแม่หูเยว่…เมื่อได้เป็นบิดามารดาของกวนเป๋งแล้ว พวกเขาจะทำหน้าที่ของ ‘พระเจ้า’ ได้อย่างไรกันนะ?” พระธุดงค์ : “จงเล่ามาเถิดคุณโยมแมวดำ…จงเล่าเรื่องอันควรค่าแก่การบอกกล่าว…เรื่องของผู้เป็นดังพรหมผู้สร้าง” ได้เลยท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟัง หนูน้อยผู้มีนามว่ากวนเป๋ง หรือที่ทุกคน ณ ขณะนั้นเรียกว่า “อาเป๋ง” เกิดมาเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ แลดูบอบบางดั่งดอกไม้ที่ผลิบานกลางลมหนาว แต่อาเป๋งกลับร้องไห้เสียงดังนับแต่วินาทีที่พ้นจนจากครรภ์มารดา เป็นอาณัติสัญญาว่าเด็กชายคนนี้มีสุขภาพแข็งแรงและมีโอกาสรอดจนพ้นวัยแบเบาะ หรืออาจจะล่วงเลยไปถึงช่วงวัยรุ่นเลยก็ได้ และบางที…นี่อาจเป็นเหมือนลางบอกเหตุถึงภาระและโชคชะตาที่ใหญ่ยิ่ง สำคัญและหนักหนาที่จะมาถึงในอนาคตที่มิอ





