ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)

ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)

last updateDernière mise à jour : 2025-08-26
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
25Chapitres
561Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เธอคือหญิงผู้ถูกประวัติศาสตร์ลบเลือน ไม่มีผู้ใดจดชื่อนางไว้ในพงศาวดาร ไม่มีบทกวีใดกล่าวขวัญถึงความรักและความเจ็บปวดของนาง และเธอ…เป็นเพียงเงาเลือนรางในเรื่องเล่าของวีรบุรุษ แต่วันนี้…เธอกลับมาแล้ว

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 การเล่านิทาน…ได้เริ่มแล้ว

"I'm sorry, Ms. Walker. You've missed the best window for surgery."

Ariel Walker stood frozen, holding the lab report confirming her endometrial cancer. It took her a long time to gather herself before dialing Colton Zeller, her husband Jayson Larkin's secretary.

The phone rang for ages before Colton finally picked up. His tone was as lazy as ever. "Yes, Mrs. Larkin?"

Ariel curled her stiff fingers into a fist. "Where's Jayson? I need to talk to him."

"Mr. Larkin is unavailable."

"Can you at least pass him the phone?"

Before Colton could answer, a soft voice came through the receiver. "Jayson, what's with all the secrecy? What's the big surprise?"

"Look up."

Ariel heard the familiar, deep voice that held a tenderness she would never receive.

The next moment, Colton hung up the phone.

At the same time, a thunderous explosion echoed across the harbor. Ariel lifted her head, her face drained of color.

Beautiful fireworks burst into the night sky, painting the darkness with dazzling streaks of color, just like in fairy tales.

Outside the hospital, a crowd had gathered.

"Did you hear? The CEO of Bluum Corp, Mr. Larkin, spent over 20 million dollars on this firework show for his girlfriend's birthday!"

"It's Nancy Stanton we're talking about! An Arcadia Tech PhD! Every top company in the country is fighting to hire her. She's smart, gorgeous, comes from an elite family, and her boyfriend is rich and ridiculously hot!"

"No wonder Mr. Larkin adores her. A woman like that is a status symbol."

Ariel stared at the brilliant fireworks for a long time before her fingers slowly loosened. The lab report slipped from her grasp, fluttering to the ground.

She turned and walked away.

Jayson returned home in the early hours to find Ariel sitting alone in the dark living room.

He flipped on the light, frowning. "Why aren't you asleep?"

She looked up at him. His jacket was draped over his arm. His cold eyes met hers, as impassive as ever.

For years, Ariel had convinced herself that he was simply distant by nature. But tonight, she finally understood. The man she shared a bed with was ice, but in another woman's world, he burned like fire.

"I couldn't sleep," she said quietly. "By the way, I went to the hospital today."

Jayson tossed his jacket onto the couch and asked casually, "What did the doctor say?"

Ariel had been complaining about stomach pain for weeks. He had promised to take her to get it checked out but kept postponing it.

Whether it was a multi-million-dollar contract or tricky project issues, something always came up.

Just yesterday, Jayson had told her he'd go to the hospital with her. But Nancy actually hid her birthday from him?

He had rushed straight to Nancy's side, barely making it in time to set off the fireworks.

Ariel, as it turned out, hadn't even crossed his mind.

"Nothing serious. I'll be fine." Ariel lowered her gaze. "What about you? What brings you home tonight?"

Jayson hesitated for a second, then stepped closer.

He pulled her into his arms, his breath warm against her neck. His voice was low and husky as he said, "It's your ovulation window.

"You were the one who agreed to sleep with me on these nights every month to give my family an heir. Have you forgotten?"

The scent of women's perfume on Jayson was so thick that it shattered the last shreds of Ariel's dignity like a bullet.

Jayson was right. In the three years they'd been married, he had never wanted her. The only reason he even came home and slept with her was because of his grandmother, Betty Stewart, who constantly nagged about carrying on the Larkin bloodline.

She was lost in thought for a moment. Having a baby seemed impossible now.

Ariel had always been submissive. But tonight, something inside her snapped.

"Aren't you worried your girlfriend will be jealous?"

Her eyes gleamed in the dim light like a caged animal's might before it bared its teeth.

Jayson looked at her and noticed the seriousness in her expression as her gaze grew colder.

After a long silence, he let out a cold laugh.

"Why should I be worried? We're in a secret marriage. You're the one hiding in the shadows. You chose to be the side character. So why are you acting like the main one?"

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
25
บทที่ 1 การเล่านิทาน…ได้เริ่มแล้ว
สวัสดี สวัสดี… เหล่านักเดินทาง พ่อค้าแม่ขาย ผู้แสวงบุญ นักพรต ข้าหลวง หรือผู้ใดก็ตามที่ผ่านมาในเส้นทางสายนี้ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วโปรดพักผ่อนเสียที่นี่เถิด มีแอ่งน้ำซึ่งมีน้ำใสสะอาดพอจะดื่มกินแก้กระหายหรือจะใช้อาบให้คลายร้อนก็ย่อมได้ มีผลาผลมากมายให้ท่านเก็บกินแก้หิว และมีร่มไม้มากพอที่จะให้ท่านได้นอนหลับให้พ้นราตรีนี้ไปแต่ก่อนที่นิทราจะกลืนกินท่านให้ข้าพเจ้าได้ขับกล่อมท่านด้วยนิทานเรื่องนี้เถิด มาเพลิดเพลินกับตำนานอีกด้านที่น้อยคนจะรู้… ตำนานของสตรีผู้หนึ่งที่นักบันทึกมิได้จดจารลงม้วนตำราและกานท์กวีมิได้ใส่ลงไปในวรรณกรรม นามอันแท้จริงของนางข้าพเจ้ามีไว้ในใจแล้ว แต่เพื่อให้นางเป็นนางเอกของเรื่องข้าพเจ้าจึงได้ปรุงแต่งนามนางเสียใหม่ในเรื่องที่ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังในภายหลังแม่นาง ผู้เป็นภรรยาของยอดขุนพลเครางามนามกระฉ่อนในยุคปลายแห่งต้าฮั่น เป็นมารดาของบุตรชายสองคนและบุตรหญิงหนึ่งคนของสกุลกวน และในความทรงจำของผู้คนที่ได้พานพบประสบเจอ นางคือแม่พระของชาวบ้าน เป็นแม่หมอผู้คอยรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วยของผู้ไข้ทั้งหลาย อีกทั้งยังมีจิตใจโอบอ้อมอารีต่อผู้ตกทุกข์ได้ยากแต่ในกาลเวลาที่แผ่นดินเป็นทุรยศเ
Read More
บทที่ 2 ชีวิตในฐานะศิษย์ และ “พี่ชาย”
เอ…ท่านผู้นั้นที่นั่งอยู่ตรงขอนไม้ถามข้าว่ากระไรนะ?“จะไม่เล่าเรื่องตัวละครซะหน่อยรึแมวดำแห่งเสียนหลอ?”อ้า! จริงสิ ข้านี่เล่าเสียเพลินจนลืมไปหมด… เล่าแต่ว่ามีเด็กหญิงตกต้นไม้ เด็กชายก็พาไปส่งบ้าน พูดแต่เรื่องราว…ลืมแนะนำตัวพระเอกเสียได้! เช่นนั้นก็ดี ข้าพเจ้าขอเริ่มจากผู้ที่ในตอนนี้ยังเป็นเพียงผู้น้อยแซ่กวน หนุ่มน้อยที่ยังไร้หนวดเครา หาใช่แม่ทัพผู้สง่างามดังในภาพวาดหรือศาลเจ้าทั่วแผ่นดินไม่…กวนอูผู้ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นวีรบุรุษและเทพเจ้าที่ทั้งสกลโลกรู้จักมักคุ้น เกิดเมื่อใดมิมีผู้ใดรู้ แต่คะเนว่าคงไม่ห่างจากเล่าเหี้ยนเต็ก (เล่าปี่เกิด ค.ศ. 161) และดูจะแก่กว่าเตียวหุยอยู่หลายขวบปีเลยทีเดียว ท่านเอย…อย่าได้เชื่อเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่า กวนอูเป็นคนขายเต้าหู้หรือคนขายถั่ว นั่นน่ะมันเรื่องแต่งหลังจากนี้ไปนานโข แท้จริงแล้ว…เขาเกิดในตระกูลผู้ดี เป็นวิญญูชน นั่นแหละคือความจริงแท้แน่นอนมีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อกวนอูอายุได้สิบหรือสิบเอ็ดปี กวนอูสามารถอ่านตำราชุนชิวให้จบได้ภายในหนึ่งคืนและหนึ่งวัน อีกทั้งยังท่องจำทุกบท ทุกตอน ทุกวรรคได้ถูกต้อง เห็นอะไรหรือไม่? ไม่ใช่แค่ใช้กระบี่คม หากแต่คมในต
Read More
บทที่ 3 ผู้งามพร้อมดั่งหยกทั้งสอง
จากบรรยากาศมีที่แต่ความร้อนและแสงจ้าจากรังสีแห่งดวงตะวัน แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มด้วยเมฆและฝนอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ลูกเล็กเด็กแดงอยู่ที่ไหนพ่อแม่ก็ไปตามให้เข้าบ้านเพราะกลัวเป็นหวัด สาวน้อยสาวใหญ่ที่กำลังตากผ้าก็มีอันต้องเก็บผ้าเข้าบ้านพร้อมปากที่คว่ำและคิ้วขมวดเป็นปมอย่างไม่สบอารมณ์ จะมีเพียงแค่พวกชาวนาชาวไร่ที่ดีใจยามฝนเทกระหน่ำลงมาชโลมผืนดิน ใบข้าวและพืชพรรณที่พวกเขาปลูกไว้พวกสาวใช้ในเรือนของท่านโฮปินร้องกรี๊ดวี้ดว้ายวิ่งหนีกันอลหม่าน สวนทางกับมานพน้อยแซ่กวนที่กำลังเดินไปตามระเบียงพร้อมม้วนตำราที่ตนขนจากคลังของท่านอาจารย์เพื่อนำกลับไปอ่านที่ห้อง เขาพอจะเดาออกเลาๆ ว่าเพราะอะไร จากเสียงครืนๆ ที่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกัมปนาทราวฟ้าดินจะแตกเป็นเสี่ยงกับแสงแวบวาบแปลบปลาบที่มาจากอสุนีบาตซึ่งฟาดลงมาที่พื้นดิน กระนั้นนั่นไม่ได้สั่นคลอนหัวใจชายหนุ่มเลยดวงตาคมราวตาหงส์มองเลยออกไปที่ศาลากลางสวนนั้น ดรุณีน้อยนางหนึ่งยังคงนั่งอยู่ในนั้นโดยไม่กลัวฝนที่สาดเข้ามา ไม่กลัวเสียงฟ้าร้อง และไม่กลัวเสียงฟ้าผ่า นางจ้องมองปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ‘จะปล่อยนางไว้ให้ถูกน้ำถูกฝนก็อาจจ
Read More
บทที่ 4 แสงสว่าง ณ ฟากฝั่งน้ำ
“แม่จ๋า! แม่จ๋า!” เด็กหญิงตัวน้อยอายุได้ราวๆ ห้าขวบร้องไห้เรียกมารดาที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงภายในห้องที่ถูกกั้นไว้แน่นหนา ราวกับว่านางป่วยด้วยโรคร้ายที่ไม่ควรให้ใครนอกจากหมอเข้าใกล้ร่างกายของนางที่พร้อมจะแพร่โรคนั้นให้ใครเมื่อใดก็ได้เด็กหญิงดีดดิ้นในอ้อมกอดของบิดาที่รั้งนางไว้พร้อมๆ กับที่นางร้องไห้จ้า เขาเองก็มีน้ำตาที่ไหลอาบแก้มและหัวใจที่ร้าวรานไม่ต่างกัน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องไปที่ห้องนั้นอย่างไม่วางตาราวกับภาวนาขอให้มีความหวังหรือปาฏิหารย์บางอย่างเกิดขึ้น…แต่สิ่งนั้นก็ไม่เกิดขึ้นกับภรรยาของเขา อาจเพราะนางคงหมดเวลาบนโลกนี้แล้วจริงๆ“ข้าเสียใจด้วยท่านชี่จง นางทนความเจ็บปวดไม่ไหว…นางตายแล้ว”“แม่จ๋า! แม่จ๋า! ข้าจะไปหาแม่!”“แม่จ๋า!!!”เสียงกรีดร้องเพรียกหาผู้จากไปหยุดลงเมื่อผู้ส่งเสียงนั้นตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้ในเรือนอีกหลังด้วยเนื้อตัวที่เปื้อนเหงื่อและใบหน้าเปื้อนน้ำตา ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จึงเป็นเพียงภวังค์ฝันจากอดีตที่นางนึกย้อนกลับไปแล้วต้องรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้ง …นางเริ่มรู้สึกตัวทีละน้อยเมื่อสัมผัสอันคุ้นเคยประทับที่แขนข้างหนึ่ง หันไปจึงพบบิดาที่มองนางด้วยแววตาเป็นกังวล คา
Read More
บทที่ 5 เชื้อเพลิงแห่งความริษยา และเด็กปากกล้า
“เฮ้ย! ไอ้ขี้ข้าหน้าแดงมันมาแล้ว!” เสียงใครคนหนึ่งล้อเลียนเมื่อกวนอูกำลังแบกน้ำจากบ่อหน้าเรือนไปเทลงโอ่งไหเงียบๆ“อย่างเอ็ง มีดีก็แค่ใช้แรงให้อาจารย์เท่านั้นแหละ! ฮ่าฮ่าฮ่า!” อีกคนหนึ่งหัวร่อร่าหนึ่งในคณะเด็กพาลพวกนั้น มีลิสง (呂嵩 : ลวี่สงในภาษาจีนกลาง) ลูกนายอำเภอผู้มีฐานะมาจากการขูดรีดลูกบ้านทั้งหลาย ซ้ำนายอำเภอฮอตังผู้เป็นบิดาก็ยังเลี้ยงดูลิสงแบบตามใจ แม้ลิสงจะได้มาเป็นศิษย์ของท่านโฮปิน การขัดเกลาชายหนุ่มคนนี้ เห็นทีจะได้แต่เปลือกนอกแห่งความเสแสร้งที่เขาสร้างมาก็เท่านั้นเขายิ้มเยาะเย้ยเด็กหนุ่มที่อ่อนกว่าเขาราวๆ สามปี (แต่ก็ตัวพอๆ กับเขา) ได้ไม่นานก็เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิตที่ซุกซ่อนเจตนาร้าย เอามือจับบ่ากวนอูศิษย์ผู้น้องเบาๆ “นี่…อาอู ให้ข้าช่วยเจ้ามั้ย?”“ขอบพระคุณขอรับ พี่ลิ–”โครม!!! ซ่า!!!ไม่ทันที่กวนอูจะพูดจบ ถังไม้ใส่น้ำที่เขาแบกหามมาถูกกระชากจากไหล่จนมันหล่นและน้ำก็หกราดพื้นหิน กระนั้น…แม้กวนอูถูกกระทำและถูกหัวเราะเยาะใส่ในฐานะ “คนโง่ที่ตามเกมคนฉลาด (แต่ชั่ว!) ไม่ทัน” เขาก็ไม่ตอบโต้อะไรกับพาลชนกลุ่มนั้นเลย…กลับย่อตัวลงไปหยิบถังไม้นั้นแล้วทำท่าจะเดินกลับไปที่บ่อน
Read More
บทที่ 6 ต้นไผ้ที่เริ่มสูงชะลูดกับดอกไม้ทะเลทรายในแดนฮั่น
กาลเวลาผันผ่าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเดียวกลายเป็นหลายปี…แผ่นดินจีนเข้าสู่ปีที่สามแห่งรัชศกกว่างเหอ (光和三年) หรือปี ค.ศ. 180 อันเป็นปลายรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ (ฮั่นหลิงตี้) บ้านเมืองภายในยังคงมีปัญหาจากการบริหารโดยเหล่าสิบขันทีที่คอยปิดบังพระเนตรพระกรรณของพระเจ้าเลนเต้ด้วยอุปเท่ห์เล่ห์กล เหล่าผู้บริสุทธิ์มีใจจงรักในแผ่นดินและราชวงศ์ถูกใส่ร้าย ไม่ตายก็ต้องหลบลี้หนีภัยไปอยู่ที่อื่น ในขณะที่เหล่าคนพาลกลับถูกยกยอและได้ดีโดยที่ไม่มีวี่แววว่ากรรมจะตามทันเลย…โลกที่ทุกสิ่งกลับตาลปัตรราวกลียุคแบบในเยี่ยงยามนี้ จะดำรงไปอีกนานเท่าใดหนอ?เอาเป็นว่า…ทุกท่าน เรากลับเข้าเรือนท่านโฮปินและเข้าไปติดตามชีวิตของพระเอกนางเอกของเรากันต่อเถิด ว่าตอนนี้พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่“กวนอูเอ๊ย…เจ้าอย่าได้ลังเลที่จะฟาดดาบไม้ไปที่อาแชเลย”ท่านโฮปินซึ่งบัดนี้เริ่มแก่ตัวลงจากช่วงแรกๆ ของเรื่องกำลังจิบชาในขณะที่สั่งให้ศิษย์รัก (และคนที่ท่านผู้ฟังเดาออกว่า…อยากได้อาอูเป็นเขยมาแต่แรก เมี้ยว~) ฟันฟาดลูกสาวตัวเอง! กวนอูที่ได้ยินคำสั่งนั้นชะงักงัน ตัวสั่นเทาน้อยๆมิใช่เพราะกลัวแพ้หรือกลัวเจ็บ แต่เป็นเพราะ… “ท่านอ
Read More
บทที่ 7 เริ่มต้นการเดินทางสู่โลกที่ไม่รู้จัก
ฮ้าวววว~ ชักง่วงซะแล้ว เอ้าพวกท่านทั้งหลาย! ง่วงไม่ง่วง?!พ่อค้า แม่ค้า พระธุดงค์ ข้าหลวง ฯลฯ : “ไม่~ง่วง~!”ข้าหลวง : “ข้ากำลังรอฟังอยู่นะเจ้าเหมียว!”สาวงามจากแดนต้าหยวน : “เรื่องของอาแชยังไม่จบเลยนา! เล่าให้จบเลยนังแมวดำแห่งเสียนหลอ!”ภรรยาของข้าหลวง : “พี่กวนต้องออกจากเรือนแล้วใช่ไหม?! เมื่อไหร่เขาจะสารภาพรักกัน ฮะ!”ดีล่ะ…งั้นพวกท่านจงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะจากนี้…เรื่องราวจะพาท่านทั้งหมดเดินทางออกจากเรือนของท่านโฮปิน เข้าสู่โลกที่มิอาจคาดเดา และรู้ไว้เสียด้วยล่ะ ว่าการเดินทางในครั้งนี้หาใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ หากแต่คือการเปลี่ยนหัวใจและการเปิดสายตาของคนที่เกิดและโตในแดนฮั่น…ให้กว้างกว่าที่เคยเช้าวันนี้เป็นวันที่สดใส แดดยังไม่แรง ที่หน้าเรือนของท่านโฮปินในตอนนี้กำลังวุ่นวายกว่าวันไหนๆ พวกบ่าวไพร่พากันเดินขวักไขว่ มือถือข้าวของพะรุงพะรังเพื่อยกใส่เกวียน กับเอาไปมัดๆ รวมไว้เพื่อเตรียมแบกหามในระหว่างการเดินทางครั้งนี้“อ้าวเฮ้ยๆ เอาป้ายมาติดหน้าประตูทางเข้าเรือนข้าที่ว่า ‘ไปค้าขายต่างแดนไม่เปิดรับสอนจนกว่าจะกลับ’ พวกเด็กๆ จะได้ไม่หลงมา” ปราชญ์แซ่โฮสะบัดแขนชี้ไปที่ประตูให้บ่าวทำต
Read More
บทที่ 8 เสียงเพรียกแห่งคำทำนาย ณ วัดแป๊ะเบ๊ยี่
เสียงลมหวีดหวิวพัดกระทบกระดิ่งเงินในวัดดังกรุ๊งกริ๊ง และกลิ่นของควันธูปแต่ไกลๆ เรียกความสนใจของเด็กสาวในชุดไหมเนื้อดีให้มองตามขณะเดินเข้ามาในอารามแห่งแป๊ะเบ๊ยี่ เช่นเดียวกับชายหนุ่มหน้าแดงที่เดินตามนางและบิดาของนางเข้ามาด้วยรูปปั้นม้าสองตัวที่อยู่ตรงหน้าประตู…มันยังอยู่ในความทรงจำของกวนอูแม้จะผ่านเข้ามาภายในเขตวัดแล้วแม้มันจะเป็นหิน แต่เขารู้สึกได้ว่าเหมือนดวงตาของมันจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณของเขา และมีเสียงกระซิบบางอย่างที่จับใจมิได้ผ่านมาเข้าหู ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะคิดไปเอง… ‘แต่ดวงตามัน…เหมือนมองตามพวกเรามาจริงๆ’พระธุดงค์ : “โอ้…อาตมาว่ามันต้องมีอะไรแน่…”ภายในเขตแห่งแป๊ะเบ๊ยี่ วิหารทั้งหลายในนั้นถูกสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมฮั่น หลังคากระเบื้องมุงโค้งสีน้ำทะเลเข้มเรียงซ้อนลดหลั่นดั่งเกล็ดมังกร ลายปูนปั้นตามสันหลังคาเป็นรูปสัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ เฟิ่งหวง กิเลน และเต่ามังกร ที่คอยค้ำจุนฟ้าดินตามความเชื่อแต่เดิมมา เสาคู่วิหารแกะลายเมฆมงคล ตัดกับผนังไม้ลงรักแดงเข้มที่ถูกกาลเวลาเผาไว้เป็นริ้วรอยนุ่มนวล ด้านในอบอวลด้วยกลิ่นไม้หอมและกำยาน ตลอดแนวทางเดินมีโคมจีนสีแดงแขวนสลับกับแผ่นไม้เขียนคำ
Read More
บทที่ 9 การเดินทางเริ่มอันตราย
นักรบพเนจร : “เฮ้ย! ข้าว่าเราขาดฉากมันๆ มานานละนะ!”ท่านอยากกินอะไรมันๆ เค็มๆ เหรอ?นักรบพเนจร : “ไม่ใช่โว้ย! ข้าหมายถึงฉากต่อสู้อะ! ฉากใช้กำลังภายใน พลังวรยุทธ์ หรือเพลงดาบเพลงกระบี่ไง!”อ้า~ อย่าเสียงดังใส่ข้าสิ เมี้ยว! ข้าล้อเล่นนนนน! พูดถึงฉากสู้รบปรบมือในเรื่อง จริงๆ มันก็มีในช่วงที่เด็กทั้งสองโตแล้วอะนะ มากกว่าช่วงนี้ด้วย…ว่าแต่ ท่านจะฟังเรื่องการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ ในเส้นทางไปยังตะวันตกจริงๆ หรือ?ทุกคน: “เล่ามา! เล่าเดี๋ยวนี้! ห้ามกั๊ก! ห้ามเท!”พระธุดงค์ : “คุณโยมทั้งหลาย…ใจร่มๆ …”เอาล่ะๆ ข้าจะไม่กั๊กก็ได้ ทุกคน…กุมเสื่อให้แน่นๆ หรือไม่ก็จับมือกันไว้ (ตอนนี้ข้าหลวงและภรรยากุมมือกันและกันแน่น ส่วนนางระบำกับสาวต้าหยวนกระเถิบไปนั่งข้างๆ กัน พร้อมสายตาของทั้งคู่ที่สอดประสานเกินคำว่าเพื่อน…) เพราะการเดินทางต่อจากนี้ จะเริ่มเข้มข้น ดุเดือด และอันตรายกว่าครั้งไหนๆ เลยทีเดียว!คณะของท่านโฮปินกับบุตรีเดินทางออกจากลกเอี๋ยงในราวๆ สองวันต่อมา เจ้าลาทั้งสองที่เทียมรถที่พวกเขานั่งยังคงแข็งแรง ไม่บาดเจ็บหรือป่วย พวกม้าและล่อที่เทียมเกวียนขนของอื่นๆ ก็เช่นกัน ทุกคนในคณะเดินทางก็ยังมีอัตภาพแห่
Read More
บทที่ 10 เริ่มเห็นภยันตรายและความกันดารอยู่รำไร
“พวกเราก็รู้ว่าเดี๋ยวนี้มันยุคเสื่อม ขโมยขโจรชุกชุมนักแหละ”“ใช่ๆ นายท่านกับบุตรสาวและบริวารควรเกาะกลุ่มกันให้ดีนะ”“เส้นทางยิ่งไกล ยิ่งอันตรายและห่างไกลความเจริญ ไหนจะโจร ไหนจะสัตว์ร้าย แถมภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้อีก”เสียงของผู้คนมากหน้าหลายตาเตือนเหล่าคณะเดินทางของท่านโฮปินที่กำลังทยอยขนของขึ้นเกวียนหลังจากพักอยู่ที่เมืองนี้เพียงแค่สามวัน ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดกันหมด เห็นจะมีแต่อาแชที่แม้จะมีพี่เลี้ยงคอยเฝ้าแหนอย่างรัดกุมกว่าแต่เก่าด้วยกลัวจะถูกโจรลักไปอีก…กลับทำหน้าระรื่นชื่นบานเพียงคนเดียวทำไมน่ะรึ?ก็เพราะสายตาของนาง…มองพี่กวนที่ไปช่วยขนของตรงโน้นไงล่ะ!สาวงามจากต้าหยวน: “กรี๊ดดดดดดดด!!!”นางระบำ (ดัดเสียงสุดฤทธิ์) : “ต๊าย ตาย พี่กวนหล่อมากกกกก ไม่ล่ำไป ไม่ผอมแห้งไป โอ๊ยตายๆๆๆๆๆๆ! ข้าจะตายแล้ววววว!”เอิ่ม… ข้าจะไม่ออกความเห็นเรื่องร่างกายของท่านกวนหรอกนะ เดี๋ยวใครๆ จะหาว่าข้าเป็นนางแมวไม่รู้จักละอาย แต่ถ้าให้เลือกระหว่างม้าเหล็กของแคว้นซ่งหนูกับแผงอกของเขาแล้วล่ะก็…ข้าก็คงต้องขอซบแผงอกก่อนแล้วค่อยขี่ม้าทีหลังละกัน เมี้ยว~ (ณ ขณะนี้สาวๆ มองบนกันในทำนอง “เหรอออออออออ”)และแล้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status