ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)

ยามใบไผ่ต้องสายลม (ภาควัยเยาว์)

last updateLast Updated : 2025-08-26
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
25Chapters
552views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เธอคือหญิงผู้ถูกประวัติศาสตร์ลบเลือน ไม่มีผู้ใดจดชื่อนางไว้ในพงศาวดาร ไม่มีบทกวีใดกล่าวขวัญถึงความรักและความเจ็บปวดของนาง และเธอ…เป็นเพียงเงาเลือนรางในเรื่องเล่าของวีรบุรุษ แต่วันนี้…เธอกลับมาแล้ว

View More

Chapter 1

บทที่ 1 การเล่านิทาน…ได้เริ่มแล้ว

地震が起きた日、父はけがをした妹の葉山蘭(はやま らん)を背負い、6キロの山道を歩いて、ようやく臨時避難所にたどり着いた。

父は災害対策本部のテントの外に立っていた。腰を深く折り、ためらうように何度か足を運んでから、ようやくぎこちない笑みを浮かべ、恐る恐る口を開いた。

「原田隊長にお会いできませんか。私は彼の義父ですが、娘がけがをしています。どこかで手当してもらえないでしょうか」

入口にいた隊員は眉をひそめたが、すぐ中へ取り次ぎに入った。

しばらくして、夫の原田怜司(はらだ れいじ)がスマホを手にしたまま本部テントから出てきた。

怜司は父には目も向けず、入口に立っていた隊員へ淡々と言った。

「けが人は他にも大勢いる。誰だって手当を待ってるんだぞ。80歳のお年寄りも、3歳の子もいる。みんな大変な状況だ。救助隊には救助隊の規則がある。身内だからといって特別扱いはできない」

それは隊員への指示だったが、明らかに父に聞かせるための言葉だった。

父の顔に貼りついていた愛想の笑みが、ぎこちなく固まった。どうしていいかわからないように、腕の中で痛みに冷や汗を浮かべている妹へ目を落とす。喉仏が上下し、言いかけた言葉をのみ込んだ。

父は何度も頭を下げ、蘭を背負ったまま脇へ数歩下がった。

「はい……はい。規則なら、仕方ありません。隊長のおっしゃる通りです」

その光景を見た瞬間、私の胸の奥は細い針が刺さったようだった。声を上げようとした、そのときだった。

別の隊員が慌ただしく駆け寄ってきた。

「隊長、北側の避難所から連絡です。負傷者がさらに運び込まれるそうです」

怜司はすぐにそちらへ顔を向けると、手にしていたスマホを入口脇の折り畳み机に置き、その隊員に指示を出し始めた。

そのとき、何気なく机の上のスマホに目をやった。画面はまだ消えておらず、誰かとのやり取りが開かれたままになっていた。

【美咲、心配しないで。特別に救護テントを用意してある。美咲のご両親と叔父さん夫婦はそっちを使えばいい。水と温かい食事もあるし、医者もいる】

園田美咲(そのだ みさき)。彼が学生時代からずっと想い続けてきた人だった。

その瞬間、私は自分がひどく滑稽に思えた。

もう、あなたを自由にしてあげる。

……

父を見つけたとき、父は避難テントの隅のほうにしゃがみ込んでいた。妹はすぐそばの空いた場所に寝かされていた。

父が苦しそうに身体を起こし、服についた土ぼこりを払ってから、妹の額の傷をそっと確かめるのが見えた。

胸の奥が、言葉にならない重さでいっぱいになった。

私は近づき、静かに声をかけた。

「お父さん」

父は顔を上げ、私を見るなり、濁った目に一瞬だけ戸惑いを浮かべた。けれど次の瞬間には、見慣れた愛想笑いを浮かべていた。

「夕奈、来たのか。大丈夫だ。ちょっと擦りむいただけだ。蘭は丈夫だからな。怜司さんの言うことはもっともだ。救助隊には救助隊の規則がある。待っている人があれだけいるんだ。家族だからって特別扱いしてもらうわけにはいかない」

そこまでへりくだる父の姿を見て、私は爪が手に食い込むほど拳を握り締めた。喉の奥が詰まって、声が出なかった。

父はそう言いながらも、ふと本部テントのほうへ目をやった。その目に期待と落胆が一瞬だけよぎった。

私は父の言葉を遮り、妹を抱き起こそうと手を伸ばした。

「もういい。蘭は私が背負う。救護テントならほかにもいくつもあるんだから、あの人に頼らなくてもいい」

父は珍しく声を荒らげた。けれどすぐに声を落とし、すがるように言った。

「違う。怜司さんは、そういうつもりで言ったんじゃない。忙しすぎて手が回らないだけなんだ。隊長だから、公平にしないと部下をまとめられない。お父さんにはわかる。もう少しここで待とう。少し落ち着けば、きっと来てくれる」

父はくどくどとそう言った。私を説得しているようで、本当は自分に言い聞かせているようだった。

手に食い込む爪の痛みで、少しだけ頭が冷えた。十数年、私は怜司をわかっているつもりでいた。けれどこの瞬間、初めて気づいた。私は、彼が心の奥で引いていた境界線の内側に、一度も入ったことがなかったのだ。

私と私の家族は、いつもその境界線の外側に置かれていた。しかしその境界は、別の誰かのためなら、いとも簡単に開かれる。

蘭が弱々しく目を開けた。声はかすれて、ほとんど聞き取れなかった。

「お姉ちゃん。怜司さんを責めないで。お仕事忙しいんでしょ。私、痛くないから」

蘭は必死に笑おうとした。青白い小さな顔に、大きな目だけが痛々しいほど際立っている。その目には、年齢にそぐわないほどの聞き分けのよさがにじんでいた。

鼻の奥がつんとした。涙がこぼれそうになり、私は顔をそむけて深く息を吸った。胸の中で荒れている感情を、無理やり押し込める。

私は立ち上がり、避難テントには振り返らなかった。

「水、あるか見てくる」

臨時避難所は町の小学校のグラウンドに設けられていた。避難テントや救護テントがいくつも並び、あたりは土ぼこりをかぶった人であふれている。うめき声と泣き声が、あちこちから聞こえた。

トランシーバーのざらついた音がその中に混じり、空気中は土ぼこりと消毒液、そしてかすかな血の匂いが漂っていた。

私は支援物資が置かれた隅でミネラルウォーターを数本見つけ、さらに保存食を一袋手に取った。

父のもとへ戻る途中、少し大きめの救護テントの前を通りかかった。入口の幕が半分だけ上がっている。

何気なく中を見た瞬間、足が地面に縫い止められたように止まった。

中には簡易ベッドが数台並び、清潔な白いシーツが敷かれていた。

白髪の老婦人がベッドに腰かけて水を飲み、その横では中年の男性がみかんの皮をむいている。若い女性は、泣きぐずる子どもをあやしていた。

隅では赤い医療用ジャケットを着た医師が救急箱を整理している。

温かな黄色い灯りに照らされたその場所は、静かで、整っていた。外の混乱とは、まるで別の世界だった。

ボランティアベストを着た若い女性が、お湯の入ったポットを持って入っていった。声は明るく、甘い。

「美咲さん、お湯が沸きました。ご両親の分もお持ちしましょうか」

すると、テントの奥から柔らかな女性の声がした。どこか気だるそうな、鼻にかかった声だった。

「ありがとうございます。助かります。この水筒をおじいちゃんに渡してもらえるかしら?胃が弱いから、温かいものじゃないとだめなんです」

声の主が、怜司が学生時代から忘れられなかった美咲だと、すぐにわかった。

私は拳を握りしめた。全身の血が、すっと冷えていくようだった。

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
25 Chapters
บทที่ 1 การเล่านิทาน…ได้เริ่มแล้ว
สวัสดี สวัสดี… เหล่านักเดินทาง พ่อค้าแม่ขาย ผู้แสวงบุญ นักพรต ข้าหลวง หรือผู้ใดก็ตามที่ผ่านมาในเส้นทางสายนี้ นี่ก็ใกล้ค่ำแล้วโปรดพักผ่อนเสียที่นี่เถิด มีแอ่งน้ำซึ่งมีน้ำใสสะอาดพอจะดื่มกินแก้กระหายหรือจะใช้อาบให้คลายร้อนก็ย่อมได้ มีผลาผลมากมายให้ท่านเก็บกินแก้หิว และมีร่มไม้มากพอที่จะให้ท่านได้นอนหลับให้พ้นราตรีนี้ไปแต่ก่อนที่นิทราจะกลืนกินท่านให้ข้าพเจ้าได้ขับกล่อมท่านด้วยนิทานเรื่องนี้เถิด มาเพลิดเพลินกับตำนานอีกด้านที่น้อยคนจะรู้… ตำนานของสตรีผู้หนึ่งที่นักบันทึกมิได้จดจารลงม้วนตำราและกานท์กวีมิได้ใส่ลงไปในวรรณกรรม นามอันแท้จริงของนางข้าพเจ้ามีไว้ในใจแล้ว แต่เพื่อให้นางเป็นนางเอกของเรื่องข้าพเจ้าจึงได้ปรุงแต่งนามนางเสียใหม่ในเรื่องที่ข้าพเจ้าจะเล่าให้ฟังในภายหลังแม่นาง ผู้เป็นภรรยาของยอดขุนพลเครางามนามกระฉ่อนในยุคปลายแห่งต้าฮั่น เป็นมารดาของบุตรชายสองคนและบุตรหญิงหนึ่งคนของสกุลกวน และในความทรงจำของผู้คนที่ได้พานพบประสบเจอ นางคือแม่พระของชาวบ้าน เป็นแม่หมอผู้คอยรักษาพยาบาลอาการเจ็บป่วยของผู้ไข้ทั้งหลาย อีกทั้งยังมีจิตใจโอบอ้อมอารีต่อผู้ตกทุกข์ได้ยากแต่ในกาลเวลาที่แผ่นดินเป็นทุรยศเ
Read more
บทที่ 2 ชีวิตในฐานะศิษย์ และ “พี่ชาย”
เอ…ท่านผู้นั้นที่นั่งอยู่ตรงขอนไม้ถามข้าว่ากระไรนะ?“จะไม่เล่าเรื่องตัวละครซะหน่อยรึแมวดำแห่งเสียนหลอ?”อ้า! จริงสิ ข้านี่เล่าเสียเพลินจนลืมไปหมด… เล่าแต่ว่ามีเด็กหญิงตกต้นไม้ เด็กชายก็พาไปส่งบ้าน พูดแต่เรื่องราว…ลืมแนะนำตัวพระเอกเสียได้! เช่นนั้นก็ดี ข้าพเจ้าขอเริ่มจากผู้ที่ในตอนนี้ยังเป็นเพียงผู้น้อยแซ่กวน หนุ่มน้อยที่ยังไร้หนวดเครา หาใช่แม่ทัพผู้สง่างามดังในภาพวาดหรือศาลเจ้าทั่วแผ่นดินไม่…กวนอูผู้ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นวีรบุรุษและเทพเจ้าที่ทั้งสกลโลกรู้จักมักคุ้น เกิดเมื่อใดมิมีผู้ใดรู้ แต่คะเนว่าคงไม่ห่างจากเล่าเหี้ยนเต็ก (เล่าปี่เกิด ค.ศ. 161) และดูจะแก่กว่าเตียวหุยอยู่หลายขวบปีเลยทีเดียว ท่านเอย…อย่าได้เชื่อเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่า กวนอูเป็นคนขายเต้าหู้หรือคนขายถั่ว นั่นน่ะมันเรื่องแต่งหลังจากนี้ไปนานโข แท้จริงแล้ว…เขาเกิดในตระกูลผู้ดี เป็นวิญญูชน นั่นแหละคือความจริงแท้แน่นอนมีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อกวนอูอายุได้สิบหรือสิบเอ็ดปี กวนอูสามารถอ่านตำราชุนชิวให้จบได้ภายในหนึ่งคืนและหนึ่งวัน อีกทั้งยังท่องจำทุกบท ทุกตอน ทุกวรรคได้ถูกต้อง เห็นอะไรหรือไม่? ไม่ใช่แค่ใช้กระบี่คม หากแต่คมในต
Read more
บทที่ 3 ผู้งามพร้อมดั่งหยกทั้งสอง
จากบรรยากาศมีที่แต่ความร้อนและแสงจ้าจากรังสีแห่งดวงตะวัน แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มด้วยเมฆและฝนอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ลูกเล็กเด็กแดงอยู่ที่ไหนพ่อแม่ก็ไปตามให้เข้าบ้านเพราะกลัวเป็นหวัด สาวน้อยสาวใหญ่ที่กำลังตากผ้าก็มีอันต้องเก็บผ้าเข้าบ้านพร้อมปากที่คว่ำและคิ้วขมวดเป็นปมอย่างไม่สบอารมณ์ จะมีเพียงแค่พวกชาวนาชาวไร่ที่ดีใจยามฝนเทกระหน่ำลงมาชโลมผืนดิน ใบข้าวและพืชพรรณที่พวกเขาปลูกไว้พวกสาวใช้ในเรือนของท่านโฮปินร้องกรี๊ดวี้ดว้ายวิ่งหนีกันอลหม่าน สวนทางกับมานพน้อยแซ่กวนที่กำลังเดินไปตามระเบียงพร้อมม้วนตำราที่ตนขนจากคลังของท่านอาจารย์เพื่อนำกลับไปอ่านที่ห้อง เขาพอจะเดาออกเลาๆ ว่าเพราะอะไร จากเสียงครืนๆ ที่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกัมปนาทราวฟ้าดินจะแตกเป็นเสี่ยงกับแสงแวบวาบแปลบปลาบที่มาจากอสุนีบาตซึ่งฟาดลงมาที่พื้นดิน กระนั้นนั่นไม่ได้สั่นคลอนหัวใจชายหนุ่มเลยดวงตาคมราวตาหงส์มองเลยออกไปที่ศาลากลางสวนนั้น ดรุณีน้อยนางหนึ่งยังคงนั่งอยู่ในนั้นโดยไม่กลัวฝนที่สาดเข้ามา ไม่กลัวเสียงฟ้าร้อง และไม่กลัวเสียงฟ้าผ่า นางจ้องมองปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ‘จะปล่อยนางไว้ให้ถูกน้ำถูกฝนก็อาจจ
Read more
บทที่ 4 แสงสว่าง ณ ฟากฝั่งน้ำ
“แม่จ๋า! แม่จ๋า!” เด็กหญิงตัวน้อยอายุได้ราวๆ ห้าขวบร้องไห้เรียกมารดาที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงภายในห้องที่ถูกกั้นไว้แน่นหนา ราวกับว่านางป่วยด้วยโรคร้ายที่ไม่ควรให้ใครนอกจากหมอเข้าใกล้ร่างกายของนางที่พร้อมจะแพร่โรคนั้นให้ใครเมื่อใดก็ได้เด็กหญิงดีดดิ้นในอ้อมกอดของบิดาที่รั้งนางไว้พร้อมๆ กับที่นางร้องไห้จ้า เขาเองก็มีน้ำตาที่ไหลอาบแก้มและหัวใจที่ร้าวรานไม่ต่างกัน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องไปที่ห้องนั้นอย่างไม่วางตาราวกับภาวนาขอให้มีความหวังหรือปาฏิหารย์บางอย่างเกิดขึ้น…แต่สิ่งนั้นก็ไม่เกิดขึ้นกับภรรยาของเขา อาจเพราะนางคงหมดเวลาบนโลกนี้แล้วจริงๆ“ข้าเสียใจด้วยท่านชี่จง นางทนความเจ็บปวดไม่ไหว…นางตายแล้ว”“แม่จ๋า! แม่จ๋า! ข้าจะไปหาแม่!”“แม่จ๋า!!!”เสียงกรีดร้องเพรียกหาผู้จากไปหยุดลงเมื่อผู้ส่งเสียงนั้นตื่นขึ้นมาบนเตียงไม้ในเรือนอีกหลังด้วยเนื้อตัวที่เปื้อนเหงื่อและใบหน้าเปื้อนน้ำตา ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่จึงเป็นเพียงภวังค์ฝันจากอดีตที่นางนึกย้อนกลับไปแล้วต้องรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้ง …นางเริ่มรู้สึกตัวทีละน้อยเมื่อสัมผัสอันคุ้นเคยประทับที่แขนข้างหนึ่ง หันไปจึงพบบิดาที่มองนางด้วยแววตาเป็นกังวล คา
Read more
บทที่ 5 เชื้อเพลิงแห่งความริษยา และเด็กปากกล้า
“เฮ้ย! ไอ้ขี้ข้าหน้าแดงมันมาแล้ว!” เสียงใครคนหนึ่งล้อเลียนเมื่อกวนอูกำลังแบกน้ำจากบ่อหน้าเรือนไปเทลงโอ่งไหเงียบๆ“อย่างเอ็ง มีดีก็แค่ใช้แรงให้อาจารย์เท่านั้นแหละ! ฮ่าฮ่าฮ่า!” อีกคนหนึ่งหัวร่อร่าหนึ่งในคณะเด็กพาลพวกนั้น มีลิสง (呂嵩 : ลวี่สงในภาษาจีนกลาง) ลูกนายอำเภอผู้มีฐานะมาจากการขูดรีดลูกบ้านทั้งหลาย ซ้ำนายอำเภอฮอตังผู้เป็นบิดาก็ยังเลี้ยงดูลิสงแบบตามใจ แม้ลิสงจะได้มาเป็นศิษย์ของท่านโฮปิน การขัดเกลาชายหนุ่มคนนี้ เห็นทีจะได้แต่เปลือกนอกแห่งความเสแสร้งที่เขาสร้างมาก็เท่านั้นเขายิ้มเยาะเย้ยเด็กหนุ่มที่อ่อนกว่าเขาราวๆ สามปี (แต่ก็ตัวพอๆ กับเขา) ได้ไม่นานก็เดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิตที่ซุกซ่อนเจตนาร้าย เอามือจับบ่ากวนอูศิษย์ผู้น้องเบาๆ “นี่…อาอู ให้ข้าช่วยเจ้ามั้ย?”“ขอบพระคุณขอรับ พี่ลิ–”โครม!!! ซ่า!!!ไม่ทันที่กวนอูจะพูดจบ ถังไม้ใส่น้ำที่เขาแบกหามมาถูกกระชากจากไหล่จนมันหล่นและน้ำก็หกราดพื้นหิน กระนั้น…แม้กวนอูถูกกระทำและถูกหัวเราะเยาะใส่ในฐานะ “คนโง่ที่ตามเกมคนฉลาด (แต่ชั่ว!) ไม่ทัน” เขาก็ไม่ตอบโต้อะไรกับพาลชนกลุ่มนั้นเลย…กลับย่อตัวลงไปหยิบถังไม้นั้นแล้วทำท่าจะเดินกลับไปที่บ่อน
Read more
บทที่ 6 ต้นไผ้ที่เริ่มสูงชะลูดกับดอกไม้ทะเลทรายในแดนฮั่น
กาลเวลาผันผ่าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเดียวกลายเป็นหลายปี…แผ่นดินจีนเข้าสู่ปีที่สามแห่งรัชศกกว่างเหอ (光和三年) หรือปี ค.ศ. 180 อันเป็นปลายรัชสมัยพระเจ้าเลนเต้ (ฮั่นหลิงตี้) บ้านเมืองภายในยังคงมีปัญหาจากการบริหารโดยเหล่าสิบขันทีที่คอยปิดบังพระเนตรพระกรรณของพระเจ้าเลนเต้ด้วยอุปเท่ห์เล่ห์กล เหล่าผู้บริสุทธิ์มีใจจงรักในแผ่นดินและราชวงศ์ถูกใส่ร้าย ไม่ตายก็ต้องหลบลี้หนีภัยไปอยู่ที่อื่น ในขณะที่เหล่าคนพาลกลับถูกยกยอและได้ดีโดยที่ไม่มีวี่แววว่ากรรมจะตามทันเลย…โลกที่ทุกสิ่งกลับตาลปัตรราวกลียุคแบบในเยี่ยงยามนี้ จะดำรงไปอีกนานเท่าใดหนอ?เอาเป็นว่า…ทุกท่าน เรากลับเข้าเรือนท่านโฮปินและเข้าไปติดตามชีวิตของพระเอกนางเอกของเรากันต่อเถิด ว่าตอนนี้พวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่“กวนอูเอ๊ย…เจ้าอย่าได้ลังเลที่จะฟาดดาบไม้ไปที่อาแชเลย”ท่านโฮปินซึ่งบัดนี้เริ่มแก่ตัวลงจากช่วงแรกๆ ของเรื่องกำลังจิบชาในขณะที่สั่งให้ศิษย์รัก (และคนที่ท่านผู้ฟังเดาออกว่า…อยากได้อาอูเป็นเขยมาแต่แรก เมี้ยว~) ฟันฟาดลูกสาวตัวเอง! กวนอูที่ได้ยินคำสั่งนั้นชะงักงัน ตัวสั่นเทาน้อยๆมิใช่เพราะกลัวแพ้หรือกลัวเจ็บ แต่เป็นเพราะ… “ท่านอ
Read more
บทที่ 7 เริ่มต้นการเดินทางสู่โลกที่ไม่รู้จัก
ฮ้าวววว~ ชักง่วงซะแล้ว เอ้าพวกท่านทั้งหลาย! ง่วงไม่ง่วง?!พ่อค้า แม่ค้า พระธุดงค์ ข้าหลวง ฯลฯ : “ไม่~ง่วง~!”ข้าหลวง : “ข้ากำลังรอฟังอยู่นะเจ้าเหมียว!”สาวงามจากแดนต้าหยวน : “เรื่องของอาแชยังไม่จบเลยนา! เล่าให้จบเลยนังแมวดำแห่งเสียนหลอ!”ภรรยาของข้าหลวง : “พี่กวนต้องออกจากเรือนแล้วใช่ไหม?! เมื่อไหร่เขาจะสารภาพรักกัน ฮะ!”ดีล่ะ…งั้นพวกท่านจงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะจากนี้…เรื่องราวจะพาท่านทั้งหมดเดินทางออกจากเรือนของท่านโฮปิน เข้าสู่โลกที่มิอาจคาดเดา และรู้ไว้เสียด้วยล่ะ ว่าการเดินทางในครั้งนี้หาใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่ หากแต่คือการเปลี่ยนหัวใจและการเปิดสายตาของคนที่เกิดและโตในแดนฮั่น…ให้กว้างกว่าที่เคยเช้าวันนี้เป็นวันที่สดใส แดดยังไม่แรง ที่หน้าเรือนของท่านโฮปินในตอนนี้กำลังวุ่นวายกว่าวันไหนๆ พวกบ่าวไพร่พากันเดินขวักไขว่ มือถือข้าวของพะรุงพะรังเพื่อยกใส่เกวียน กับเอาไปมัดๆ รวมไว้เพื่อเตรียมแบกหามในระหว่างการเดินทางครั้งนี้“อ้าวเฮ้ยๆ เอาป้ายมาติดหน้าประตูทางเข้าเรือนข้าที่ว่า ‘ไปค้าขายต่างแดนไม่เปิดรับสอนจนกว่าจะกลับ’ พวกเด็กๆ จะได้ไม่หลงมา” ปราชญ์แซ่โฮสะบัดแขนชี้ไปที่ประตูให้บ่าวทำต
Read more
บทที่ 8 เสียงเพรียกแห่งคำทำนาย ณ วัดแป๊ะเบ๊ยี่
เสียงลมหวีดหวิวพัดกระทบกระดิ่งเงินในวัดดังกรุ๊งกริ๊ง และกลิ่นของควันธูปแต่ไกลๆ เรียกความสนใจของเด็กสาวในชุดไหมเนื้อดีให้มองตามขณะเดินเข้ามาในอารามแห่งแป๊ะเบ๊ยี่ เช่นเดียวกับชายหนุ่มหน้าแดงที่เดินตามนางและบิดาของนางเข้ามาด้วยรูปปั้นม้าสองตัวที่อยู่ตรงหน้าประตู…มันยังอยู่ในความทรงจำของกวนอูแม้จะผ่านเข้ามาภายในเขตวัดแล้วแม้มันจะเป็นหิน แต่เขารู้สึกได้ว่าเหมือนดวงตาของมันจะมองทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณของเขา และมีเสียงกระซิบบางอย่างที่จับใจมิได้ผ่านมาเข้าหู ซึ่งเขาคิดว่าน่าจะคิดไปเอง… ‘แต่ดวงตามัน…เหมือนมองตามพวกเรามาจริงๆ’พระธุดงค์ : “โอ้…อาตมาว่ามันต้องมีอะไรแน่…”ภายในเขตแห่งแป๊ะเบ๊ยี่ วิหารทั้งหลายในนั้นถูกสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมฮั่น หลังคากระเบื้องมุงโค้งสีน้ำทะเลเข้มเรียงซ้อนลดหลั่นดั่งเกล็ดมังกร ลายปูนปั้นตามสันหลังคาเป็นรูปสัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ เฟิ่งหวง กิเลน และเต่ามังกร ที่คอยค้ำจุนฟ้าดินตามความเชื่อแต่เดิมมา เสาคู่วิหารแกะลายเมฆมงคล ตัดกับผนังไม้ลงรักแดงเข้มที่ถูกกาลเวลาเผาไว้เป็นริ้วรอยนุ่มนวล ด้านในอบอวลด้วยกลิ่นไม้หอมและกำยาน ตลอดแนวทางเดินมีโคมจีนสีแดงแขวนสลับกับแผ่นไม้เขียนคำ
Read more
บทที่ 9 การเดินทางเริ่มอันตราย
นักรบพเนจร : “เฮ้ย! ข้าว่าเราขาดฉากมันๆ มานานละนะ!”ท่านอยากกินอะไรมันๆ เค็มๆ เหรอ?นักรบพเนจร : “ไม่ใช่โว้ย! ข้าหมายถึงฉากต่อสู้อะ! ฉากใช้กำลังภายใน พลังวรยุทธ์ หรือเพลงดาบเพลงกระบี่ไง!”อ้า~ อย่าเสียงดังใส่ข้าสิ เมี้ยว! ข้าล้อเล่นนนนน! พูดถึงฉากสู้รบปรบมือในเรื่อง จริงๆ มันก็มีในช่วงที่เด็กทั้งสองโตแล้วอะนะ มากกว่าช่วงนี้ด้วย…ว่าแต่ ท่านจะฟังเรื่องการต่อสู้เล็กๆ น้อยๆ ในเส้นทางไปยังตะวันตกจริงๆ หรือ?ทุกคน: “เล่ามา! เล่าเดี๋ยวนี้! ห้ามกั๊ก! ห้ามเท!”พระธุดงค์ : “คุณโยมทั้งหลาย…ใจร่มๆ …”เอาล่ะๆ ข้าจะไม่กั๊กก็ได้ ทุกคน…กุมเสื่อให้แน่นๆ หรือไม่ก็จับมือกันไว้ (ตอนนี้ข้าหลวงและภรรยากุมมือกันและกันแน่น ส่วนนางระบำกับสาวต้าหยวนกระเถิบไปนั่งข้างๆ กัน พร้อมสายตาของทั้งคู่ที่สอดประสานเกินคำว่าเพื่อน…) เพราะการเดินทางต่อจากนี้ จะเริ่มเข้มข้น ดุเดือด และอันตรายกว่าครั้งไหนๆ เลยทีเดียว!คณะของท่านโฮปินกับบุตรีเดินทางออกจากลกเอี๋ยงในราวๆ สองวันต่อมา เจ้าลาทั้งสองที่เทียมรถที่พวกเขานั่งยังคงแข็งแรง ไม่บาดเจ็บหรือป่วย พวกม้าและล่อที่เทียมเกวียนขนของอื่นๆ ก็เช่นกัน ทุกคนในคณะเดินทางก็ยังมีอัตภาพแห่
Read more
บทที่ 10 เริ่มเห็นภยันตรายและความกันดารอยู่รำไร
“พวกเราก็รู้ว่าเดี๋ยวนี้มันยุคเสื่อม ขโมยขโจรชุกชุมนักแหละ”“ใช่ๆ นายท่านกับบุตรสาวและบริวารควรเกาะกลุ่มกันให้ดีนะ”“เส้นทางยิ่งไกล ยิ่งอันตรายและห่างไกลความเจริญ ไหนจะโจร ไหนจะสัตว์ร้าย แถมภัยธรรมชาติที่คาดเดาไม่ได้อีก”เสียงของผู้คนมากหน้าหลายตาเตือนเหล่าคณะเดินทางของท่านโฮปินที่กำลังทยอยขนของขึ้นเกวียนหลังจากพักอยู่ที่เมืองนี้เพียงแค่สามวัน ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดกันหมด เห็นจะมีแต่อาแชที่แม้จะมีพี่เลี้ยงคอยเฝ้าแหนอย่างรัดกุมกว่าแต่เก่าด้วยกลัวจะถูกโจรลักไปอีก…กลับทำหน้าระรื่นชื่นบานเพียงคนเดียวทำไมน่ะรึ?ก็เพราะสายตาของนาง…มองพี่กวนที่ไปช่วยขนของตรงโน้นไงล่ะ!สาวงามจากต้าหยวน: “กรี๊ดดดดดดดด!!!”นางระบำ (ดัดเสียงสุดฤทธิ์) : “ต๊าย ตาย พี่กวนหล่อมากกกกก ไม่ล่ำไป ไม่ผอมแห้งไป โอ๊ยตายๆๆๆๆๆๆ! ข้าจะตายแล้ววววว!”เอิ่ม… ข้าจะไม่ออกความเห็นเรื่องร่างกายของท่านกวนหรอกนะ เดี๋ยวใครๆ จะหาว่าข้าเป็นนางแมวไม่รู้จักละอาย แต่ถ้าให้เลือกระหว่างม้าเหล็กของแคว้นซ่งหนูกับแผงอกของเขาแล้วล่ะก็…ข้าก็คงต้องขอซบแผงอกก่อนแล้วค่อยขี่ม้าทีหลังละกัน เมี้ยว~ (ณ ขณะนี้สาวๆ มองบนกันในทำนอง “เหรอออออออออ”)และแล้
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status