Share

๓ เป็นได้เพียเงา

last update Last Updated: 2025-11-30 16:07:45

ในนิยายกล่าวถึงฉากนี้ไว้ พระชายาหลี่อ๋องทุ่มเทแรงกายและแรงใจทุกหยาดเหงื่อ ตระเตรียมงานเลี้ยงฉลองวันครบรอบให้บุตรชายมาเป็นเวลาหลายวัน ทุกอย่างถูกวางแผนอย่างละเอียดราวเพราะเป็นวันสำคัญ แต่ก่อนวันงานเพียงหนึ่งวัน…ทุกอย่างกลับต้องเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

เพราะบุตรชายกับสตรีอีกคนของสามีก็ครบร้อยวันพอดีจึงเรียกร้องให้มีการจัดงานฉลองร้อยวันให้ด้วย

แม้แม่สามีจะไม่แสดงท่าทีขัดค้าน ทว่าพระชายาหลี่อ๋องกลับรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงและคำพูดที่แฝงความหมาย ซึ่งแม้จะกล่าวว่านับเป็นเรื่องน่ายินดีที่จวนหลี่อ๋องจะชื่นมื่น แต่แท้จริงแล้วนั่นไม่ต่างจากการเหยียบย่ำหน้าและศักดิ์ศรีของนางเบาๆ

เดิมทีตั้งแต่คลอดบุตรชาย สุขภาพของพระชายาหลี่อ๋องก็ไม่ค่อยแข็งแรง มักจะล้มป่วยบ่อยและเจ็บออดๆ แอดๆ อยู่เสมอ วันนี้เช่นกัน เมื่อยามสายผ่านไปไม่นาน ร่างกายที่อ่อนแรงของนางก็ทนไม่ไหวจนเกิดเป็นลมกลางจวน

และในช่วงเวลานั้น บุตรชายของนางไร้ผู้ใดปกป้องพลันถูกวางยาพิษจนสิ้นชีพ…เพียงเสี้ยวลมหายใจ

ทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีผูใดทันตั้งตัว

เมื่อพระชายาหลี่อ๋องฟื้นขึ้นมาจากอาการเป็นลม สิ่งแรกที่เห็นทำให้หัวใจของนางแทบหยุดเต้น

เมื่อร่างของบุตรชายแน่นิ่งอยู่บนเตียง สวมใส่ชุดขาวเหมือนชุดสำหรับคนตาย ตัวเย็นเฉียบ ไม่มีแต่ลมหายใจ…ความเงียบสงัดในห้องยิ่งตอกย้ำความสูญเสียที่เกินจะรับไหว

น้ำตาของนางไหลอาบแก้ม ไม่อาจกักเก็บความเจ็บปวดและความชอกช้ำ ร่างกายอ่อนแรงของพระชายาหลี่อ๋องสั่นระริกด้วยความเศร้าโศก หัวใจเหมือนถูกบีบรัดจนแน่นคล้ายจะหยุดเต้น ราวกับทุกสิ่งที่ฝันไว้ล้วนพังทลายไปในพริบตา

หนิงอี้ถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามตั้งสติ ไม่ให้ความหวาดหวั่นพัดพาใจไปสู่ฉากในนิยายที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงๆ

ทว่าแม้ว่าจะพยายามสงบใจตัวเอง แต่ความรู้สึกเคียดแค้นและเจ็บปวดกลับพุ่งทะลักเข้ามาอย่างไม่อาจห้ามได้ ราวกับว่าจิตวิญญาณของเจ้าของร่างยังล่องลอยมาดึงนางกลับไปสัมผัสกับความทุกข์นั้นอีกครั้ง

หัวใจของนางเต้นแรงกระห่ำ ปวดร้าวและสับสนที่ซ้อนทับ กับความเจ็บปวดและความโกรธสับสนกันไปหมด ทำให้หนิงอี้รู้สึกเหมือนกำลังถูกฉุดรั้งระหว่างสองโลก

สายตาของนางเริ่มพร่ามัวอีกครั้ง มองเห็นใบหน้าของบุรุษตรงหน้าเลือนลอย ร่างเริ่มโอนเอนคล้ายจะเป็นลมไปอีกหน

“ตามหมอเร็วเข้า!”

น้ำเสียงแฝงด้วยอำนาจของฮูหยินผู้เฒ่าตวาดลั่นจวนด้วยความตกใจปนตื่นตระหนก นางยกชายกระโปรงเร่งรีบเดินเข้ามาหาลูกสะใภ้โดยไม่สนใจร่างกายที่เจ็บปวดไปหมดทุกส่วน ชั่วขณะนั้นทุกความทรมานพลันหลงลืมไป

ในขณะนั้น ฮูหยินผู้เฒ่ารีบกรูเข้ามาโดยไม่รอช้า มือทั้งสองยื่นออกมาพยุงร่างของลูกสะใฃ้ที่โอนเอนไปมา กลัวว่าหากปล่อยให้ยืนต่อไป ร่างอ่อนแรงของนางจะล้มลงโดยไม่ทันตั้งตัว

“เหยาเออร์…แม่ว่าพักผ่อนหน่อยดีหรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยด้วยความเป็นห่วง ทั้งสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความกังวล

หนิงอี้พยายามตั้งสติ ปล่อยให้ร่างกายถูกพยุงไว้ มือที่เย็นเฉียบของนางยังคงยื่นไปสัมผัสร่างเด็กชาย หัวใจกลับเต้นรัวไม่หยุด รู้สึกทั้งโศกเศร้า ทั้งโกรธและความสับสนปะปนกัน

ดวงตาคู่งามก้มมองเด็กน้อยที่ยืนขมวดคิ้วมุ่นมองนางด้วยความตกใจและเป็นห่วง

หนิงอี้ฝืนเอาไว้ ไม่ยอมให้ตัวเองเป็นลมเด็ดขาด

เช่นนั้น หากตื่นขึ้นมา เด็กน้อยผู้นั้นจะถูกสตรีชั่ววางยาพิษหรือไม่!

“อาหรง…อย่าห่างจากแม่” น้ำเสียงนางแข็งกร้าว แฝงออกถ้อยคำคำสั่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น มองไปยังบุรุษตรงหน้า…ผู้เป็นสามีแต่กลับยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินแกะสลักทั้งที่ภรรยากำลังจะล้มขมำ!

เกรงว่า เขาคงอยากให้นางเป็นลมล้มลงไปศีรษะกระแทกพื้นตายไปเสีย เพื่อจะได้รีบยกย่องสตรีอีกคนขึ้นโดยไม่ต้องเกรงใจฐานะของนางกระมัง!

นางฝืนยกยิ้มเยาะ สูดลมหายใจลึก ดวงตาคู่งามแข็งกร้าว แม้จะมองเห็นอีกฝ่ายพร่ามัวไม่ชัดเจน นางกัดฟันกรอด พูดออกมาอย่างอดกลั้น “บุตรชายข้าย่อมมีชีวิตยืนยาวถึงร้อยปี! หากผู้ใดกล้าขัดขวาง…ข้าก็ย่อมกำจัดให้สิ้น ต่อให้มือต้องแปดเปื้อน แต่เพื่อให้อาหรงมีชีวิตที่ยืนยาวและมีฐานะสูงส่งแม้แต่ชีวิตข้าก็ไม่เสียดาย!”

สายตาของหลี่เฉิงหยวนยังคงแข็งกร้าวและเย็นชาเหมือนน้ำแข็งที่สงบนิ่งอยู่กลางหิมะ ทว่าพอสิ้นคำพูดของอีกฝ่าย…ดวงตาของเขากลับสั่นไหวเพียงเล็กน้อย รู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวที่เจือออกมาจากแววตาของสตรีตรงหน้า

หลี่เฉิงหยวนแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ มุมปากหนาเหยียดยกยิ้มเยาะเจือความดูแคลน

“สมกับเป็นมารดาที่ดีทุ่มเทชีวิตเพื่อบุตรชาย!” น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่แฝงความเย็นยะเยือก

เขาเหลือบมองไปยังบุตรชายที่ยืนแนบชิดติดอยู่ข้างนาง ดวงตาสีดำขลับจับจ้องอยู่นานราวกับสังเกต “หึ!...เช่นนั้น จะโตได้อย่างไร” น้ำเสียงทุ้ม เต็มไปด้วยความท้าทายเจือความเยาะเย้ย

หลี่เฉิงหยวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหนาเหยียดยกยิ้มอย่างเย็นชา “หากเจ้าตาย…เขาจะไม่ตายตามไปหรือ”

หนิงอี้ชะงัก ดวงตาคู่งามเบิกกว้าง เหมือนถูกตบหน้าด้วยคำพูดของสามี

“หลี่เฉิงหยวน!” ฮูหยินผู้เฒ่าตวาดขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกใจและไม่พอใจ “อย่าได้เอ่ยถ้อยคำต่ำทรามเช่นนั้น! อาหรงคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเจ้า!”

ฮูหยินผู้เฒ่าหอบหายใจถี่ หน้าอกสั่นกระเพื่อมด้วยความโกรธแทนลูกสะใภ้

ทั้งที่วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของบุตรชายตนเอง แต่กลับให้สตรีอีกคนหน้าไม่อายมาปรากฏตัวเสนอหน้าอยู่ต่อหน้าผู้คน!

ไยนางจะมองไม่ออก สตรีผู้นั้นช่างเจ้าเล่ห์…เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าคิดจะวางแผนชิงตำแหน่งของลูกสะใภ้และหลานชายของนางมาเป็นของตนเอง!

หลี่เฉิงหยวนหัวเราะเบาๆ ทั้งที่แววตาเย็นเฉียบ

“เลือดเนื้อเชื้อไขงั้นหรือ…” เขาก้าวเข้ามาใกล้ เต็มไปด้วยแรงกดดันที่มองไม่เห็นจนบรรยากาศหนักอึ้ง “ข้าเต็มใจงั้นหรือ…” หัวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเชิงตั้งคำถาม สายตาคมกริบประสานสบตากับสตรีตรงหน้าอย่างจงใจ

เขาไม่เคยปรารถนาที่จะแต่งงานกับสตรีผู้นั้นด้วยซ้ำ หากมิใช่เพราะจำต้องทำตามคำสั่งของมารดา นางก็ไม่มีวันได้ก้าวเข้ามาเหยียบในจวนหลี่อ๋อง!

และยิ่งไปกว่านั้น เด็กที่นางให้กำเนิด

แม้จะมีสายเลือดของเขาอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็หาใช่สิ่งที่เขาปรารถนาไม่!

หนิงอี้หอบหายใจแรง ร่างที่อ่อนแรงเริ่มสั่นสะท้าน สายตาที่พร่ามัวก่อนหน้ากระจ่างแจ้งชัดขึ้นทันที เพราะคำพูดนั้นเฉือนลึกลงไปในหัวใจนาง เหมือนคมมีดกรีดซ้ำบาดแผลเดิม!

บุรุษผู้นี้ไม่สมควรเป็นบิดาใครจริงๆ !

นางกัดฟันแน่น สะกดกลั้นความเจ็บปวดที่แล่นพล่านอยู่ในอกไว้สุดกำลัง

ทว่าทันใดนั้น น้ำเสียงของสตรีอีกผู้หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา ทั้งอ่อนหวานและเต็มไปด้วยความเห็นใจ “หลี่อ๋อง…เพคะ ใจเย็นก่อนเถิด อย่างไรวันนี้ก็เป็นวันมงคลของซื่อจื่อน้อย หากกล่าวเช่นนี้ เกรงว่าซื่อจือจะได้ยินแล้วต้องเสียใจเป็นแน่เพคะ”

ไป๋เหม่ยฮวาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายหลี่อ๋อง มือข้างหนึ่งของนางยังคงอุ้มบุตรชายที่หัวเราะร่าอย่างไร้เดียงสา โดยไม่รู้เลยว่าบรรยากาศในเรือนเต็มไปด้วยความตึงเครียดเพียงใด

รอยยิ้มบางผุดขึ้นบนริมฝีปากของนางจงใจ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจว่า “ขออภัยพี่หญิงด้วยเพคะ ทั้งที่วันนี้เป็นวันมงคลของซื่อจื่อน้อยแท้ๆ แต่หม่อมฉันกลับคิดน้อยอย่างคนโง่เขลา เพราะอยากให้บุตรชายได้จัดงานครบรอบในวันเดียวกันเพื่อจะได้ร่วมรับสิริมงคลเท่านั้น หาได้คิดจะแย่งชิงสิ่งใดจากผู้ใดไม่เลยเพคะ”

หลี่เฉิงหยวนปรายตามองสตรีข้างกาย ดวงตาแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบแฝงด้วยความเอ็นดู “เหม่ยฮวา เจ้าไม่ได้ผิดอันใด อย่าได้คิดมากไปเลย”

เขาเอื้อมมือไปจัดผ้าคลุมไหล่ให้นางอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเหลือบมองสตรีอีกคนที่ยืนแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้า แววตาที่มองนางนั้นเยียบเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งในฤดูเหมันต์

มุมปากหนากระตุกเหยียดยิ้มเยาะ สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน “มีเพียงแค่คนใจคับแคบเท่านั้น…ที่คิดว่าความสุขของผู้อื่นคือการแย่งชิงจากตน”

เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับเฉือนลงกลางหัวใจของนางราวมีดคมกริบ

ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับหน้าเปลี่ยนสี รีบหันไปมองหลานชายที่ยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความเสียใจข้างมารดา ก่อนจะตวัดสายตากลับมาจ้องเขม็งลูกชายตรงหน้า กัดฟันกรอดอย่างอดกลั้น

“พอเถิด! หุบปากเจ้าซะ หลี่เฉิงหยวน…”

จากนั้นนางจะหันไปสั่งสาวใช้ให้รีบอุ้มบุตรชายออกไป

“พาซื่อจื่อไปพักผ่อนเถิด เกรงว่าคงเหนื่อยล้ามากแล้ว”

แววตาของหนิงอี้สั่นไหวรุนแรง เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ ภายในใจเดือดพล่านราวกับน้ำร้อนในหม้อ ใบหน้าของนางปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยัน จ้องสบตาบุรุษตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะปรายตามองสตรีที่ยืนอยู่ข้างกาย

“คำพูดมากมาย…สุดท้ายก็เพียงอยากแทนที่ข้า”

“ถงซิ่นเหยา!” หลี่เฉิงหยวนตวาดลั่น ดวงตาคมกริบเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว มือทั้งสองข้างกำแน่นจนข้อขาวขึ้นชัด

“หึ! มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่ไร้หัวคิด ไม่เข้าใจผู้อื่น!”

“หลี่อ๋อง…ใจเย็นก่อนเถอะเพคะ” ไป๋เหม่ยฮวารีบแทรกขึ้น มือขาวบางยื่นไปแตะข้างกายสามี ราวกับเอาน้ำเย็นเข้าลูบ แม้ยามนี้ในใจนางจะสะใจไม่น้อย ทว่ายังมีแผนการใหญ่รออยู่เบื้องหน้า

น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้น พลางปรายตามองสาวใช้คนสนิทที่เดินเข้ามาพร้อมน้ำชาจอกหนึ่ง

“เช่นนี้ น้ำชาจอกนี้…ข้าและบุตรชายยกคารวะเพื่อขอโทษต่อจื่อซื่อได้หรือไม่เพคะ”

หนิงอี้มองจอกน้ำชาตรงหน้า กลิ่นหอมกรุ่นคลุ้งในอากาศ แต่กลับเต็มไปด้วยยาพิษ หัวใจของนางสั่นสะท้าน ริมฝีปากบางเม้มแน่น เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ ความรู้สึกมากมายพลั่งพลูขึ้นมาคับในอก ดวงตาคู่งามสั่นไหว ราวกับเห็นชีวิตบุตรชายอยู่ในมือของสตรีผู้นั้น

น้ำชาจอกนี้…ใช่หรือไม่ที่พรากชีวิตลูกชายของนางไป?

เพล้ง!

นางยื่นมือปัด พลันจอกน้ำชากระเด็นตกพื้นแตกกระจาย เสียงกระทบพื้นดังก้องสะท้อนไปทั่วห้อง น้ำชาร้อนสาดกระเซ็น

“เก็บไว้กรอกปากเจ้าและบุตรชายของเจ้าเถอะ!”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๔ สตรีอวดดี

    จางเหยียนคาดไว้แล้วว่า สตรีอวดดีผู้นี้ต้องกลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง สายตาคมกริบช้อนมองตรงหน้า มุมปากหนากระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันและดูแคลนใบหน้าของนางหม่นหมอง ใต้ขอบตามีรอยคล้ำซ้ำ รอยช้ำจางๆ ประกอบกัน มองแล้วช่างน่าสมเพชนัก ไร้ร่องรอยของสตรีสูงศักดิ์ที่นางเคยภาคภูมิน้ำเสียงทุ้มกล่าวอย่างเย้ยหยัน “วันนี้ฟ้าจะถล่มลงมาหรืออย่างไรกัน”“หุบปากของเจ้าซะ!” ไป๋เหม่ยฮวาแวดตอบทันทีเพียงแค่กลับมาเหยียบที่นี่อีก ทั้งที่เคยลั่นวาจาอย่างอวดดีว่าจะไม่กลับมา ไม่ต้องการพบหน้าบุรุษผู้นั้นอีก แต่กลับต้องกลืนคำพูดนั้นลงท้อง ฝืนแบกหน้ากลับมาเพราะไร้ที่พิงและไร้ที่ไปจางเหยียนหัวเราะเยาะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ฟังดูเย้ยหยัน “หึ! นึกไม่ถึงว่าคำพูดของสตรีสูงศักดิ์อย่างพระชายารองจะเบาเสียยิ่งกว่าขนนก”รอยยิ้มดูแคลนฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหล่าของเขา เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวสายตากวาดมองร่างบางที่เต็มไปด้วยฝุ่นและรอยเลือดแห้งเกาะชายแขนเสื้อ “ดูสภาพพระชายาเสีย…นี่หรือสตรีที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบข้าไว้ใต้เท้า เห็นทีสวรรค์เบื้องบนคงมีตากระมัง!”“ข้าบอกให้หุบปาก!” น้ำเสียงของไป๋เหม่ยฮวาแหบแห้งสั่น แฝงโทสะที่พลุ่

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๓ เพลิงแค้นที่ลุกไหม้

    หลังเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของถงซิ่นเหยาและบุตรชายค่อยๆ แผ่วลง เหลือเพียงสายลมยามสายที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเย็นเยียบ หลี่เฉิงหยวนยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบจับจ้องกระดานหมากตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ปลายนิ้วลูบไล้ขอบไม้เรียบลื่นซึ่งยังวางหมากค้างไว้ในจังหวะสุดท้ายเสียงหัวเราะแผ่วของบุตรชายยังดังก้องอยู่ในโสตประสาท เสียงนั้นฝังแน่นจนหัวใจที่แข็งกระด้างมาหลายปีพลันสั่นสะเทือนราวกับมีคลื่นกระทบผิวน้ำสงบเขายกมือแตะหน้าอกข้างซ้าย ความอบอุ่นที่หลงเหลือจากเมื่อครู่ยังคงแผ่ซ่านอยู่ภายในสามปีที่ผ่านมา…เขาเรียกตนเองว่าบิดาได้จริงหรือ?ดวงตาคมกริบเหลือบมองจอกชาและขนมหวานที่อยู่ไม่ไกล กลิ่นหอมอ่อนของชายังคงลอยอ้อยอิ่ง คล้ายกับไออุ่นจากมือเล็กที่กุมมือเขาไว้แน่นเมื่อครู่ ภาพใบหน้าของเด็กน้อยที่หัวเราะร่าอย่างภาคภูมิใจยังคงแจ่มชัดในห้วงความทรงจำอาหรง…มีใบหน้าคล้ายเขาราวกับแกะ!หลี่เฉิงหยวนหยิบหมากขึ้นมาหนึ่งตัว หมุนเล่นในปลายนิ้วอย่างเงียบงัน ราวกับกำลังครุ่นคิดเรื่องหนักอึ้งบางอย่าง ความเย็นของเนื้อไม้ตัดกับความร้อนอุ่นในอกได้อย่างประหลาด เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนี้ ทั้งปวดห

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๒ หมากร้อยสายสัมพันธ์

    แม้หลี่เฉิงหยวนจะเป็นบิดามาแล้วถึงสามปี แต่สิ่งที่เขาเคยชินก็มีเพียงการป้อนนม กล่อมนอนหรืออุ้มลูกเท่านั้น ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องเลี้ยงเด็กทั้งวัน ทั้งเล่นด้วย ทั้งพูดคุยหยอกล้อให้หัวเราะ หรือแม้แต่ดูแลความปลอดภัยของเด็กชายอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่เรื่องที่หลี่เฉิงหยวนถนัดนักเดิมที เขาเคยชอบการดวลหมากยิ่งนัก ทว่าครานี้กลับรู้สึกว่า…การดวลตรงหน้านั้นหนักหนายิ่งกว่าใดๆ เสียอีกภายในเรือนรับรอง แสงแดดอ่อนลอดผ่านหน้าต่างสาดลงบนโต๊ะไม้ซึ่งวางกระดานหมากเอาไว้ ใบหน้าเล็กของเด็กชายวัยสามขวบดูสดใสราวแสงเช้าตัดกับความเคร่งขรึมของบิดาอย่างสิ้นเชิงหลี่จวิ้นหรงนั่งเหยียดหลังตรงบนเก้าอี้ตัวน้อย ดวงตากลมโตเปล่งประกายขณะจับจ้องหมากไม้บนกระดานอย่างจริงจัง“ท่านพ่อต้องระวังนะ! ข้าเป็นนักหมากฝีมือดีเชียว!”น้ำเสียงใสเปี่ยมความมั่นใจดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มร่า เด็กชายขยับมือเล็กวางหมากลงอย่างภาคภูมิหลี่เฉิงหยวนเงยหน้าขึ้นมองบุตรชาย น้ำเสียงทุ้มราบเรียบ ทว่ามีแววกระอักกระอ่วนปนอบอุ่นอยู่ในที“ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าชนะง่ายๆ หรอก”กระนั้นในใจเขากลับแปลกประหลาดอย่างประหลาด เด็กสามขวบผู้นี้อ่าน

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๑ ความแค้นของพระชายารอง

    ความตั้งใจของถงฮูหยินยิ่งแน่วแน่กว่าเดิม หลังได้เห็นเหตุการณ์นั้นกับตาตนเองคราวนี้นางมั่นใจแล้วว่า...ตัดสินใจไม่ผิด!หากหลานชายต้องเติบโตโดยไร้บิดา อย่างน้อยก็ยังไม่ไร้ความรัก ดีกว่าปล่อยให้เด็กน้อยต้องอยู่ท่ามกลางความเย็นชาและหัวใจที่แข็งกระด้างของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าบิดาหลานของนางจะต้องได้รับความรักโอบอุ้มไว้อย่างอบอุ่นจนไม่รู้สึกว่าขาดสิ่งใดอีก!สกุลถง…ย่อมสามารถมอบสิ่งนั้นให้ได้แน่หากอยู่ที่นี่แล้วไร้ค่าและไร้ตัวตน ก็อย่าได้ฝืนทนพิสูจน์สิ่งใดอีกต่อไป!นางพร้อมแล้ว พร้อมจะรับบุตรสาวและหลานชายกลับคืนสู่สกุลถง แม้วันข้างหน้าจะต้องแตกหักกับตระกูลหลี่ นางก็ยอม!ดีกว่าต้องเห็นคนทั้งคู่ตกอยู่ในชะตากรรมอันน่าอดสูเช่นนี้ถงฮูหยินเลี้ยงบุตรสาวมากับมือ แม้จะมีสาวใช้คอยช่วยหยิบจับอยู่ข้างกาย แต่ผู้ที่อบรมสั่งสอนและอบรมจิตใจให้ถงซิ่นเหยาเติบโตขึ้นมานั้นนางย่อมรู้ดีว่าบุตรสาวมีนิสัยใจคอเป็นเช่นไรและเหตุการณ์ทั้งหมดที่ได้ประสบมา...ย่อมเพียงพอจะทำให้เส้นความอดทนของถงซิ่นเหยาขาดสะบั้นในที่สุด!ขณะนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าหลี่มีสีหน้าซีดเผือด ราวกับยังตกใจไม่หายจากเหตุการณ์เมื่อวาน นางหาได้โกรธเคืองลูก

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๓๐ แสงแรกของความอบอุ่น

    แสงจันทราสาดส่องปกคลุมทั่วทั้งจวน เสียงสายลมราตรีลอดผ่านหน้าต่างดังแผ่วเบา เงาไหวของกิ่งไม้เต้นรำบนผนังราวกับภาพฝัน ภายในเรือนเงียบงัน มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ที่ทอดเงาร่างของถงซิ่นเหยายาวเหยียดบนพื้นไม้นางนั่งนิ่งอยู่ข้างเตียงของบุตรชาย มือเรียวลูบเรือนผมของเด็กน้อยเบาๆ ราวกับกลัวจะปลุกเขาจากนิทราความอบอุ่นจากปลายนิ้วนั้นช่างอ่อนโยน ทว่าดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความหม่นเศร้า ยิ่งมองใบหน้าไร้เดียงสาที่กำลังหลับใหล ความเจ็บแปลบในอกกลับยิ่งลึกขึ้นทุกลมหายใจ ในหัวของนางยังคงได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยันของไป๋เหม่ยฮวาดังก้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้แต่กลิ่นยาสมุนไพรที่หกกระเซ็นก็ยังติดอยู่ปลายนิ้ว เย็นเฉียบราวกับพิษที่ซึมเข้าไปในกระดูกถงซิ่นเหยายกฝ่ามือขึ้นมอง รอยแผลที่ถูกถ้วยยาบาดยังคงชัด แม้เลือดจะหยุดไหลและถูกล้างสะอาดแล้ว แต่รอยแดงกลับยังซึมออกมาแต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด มีเพียงความผ่อนคลาย…ราวกับได้ชำระหนี้บางอย่างให้หัวใจริมฝีปากบางเม้มแน่น แววตาวูบไหวด้วยความสับสนและเหนื่อยล้า หากไม่ทำเช่นนี้หรือลงมือในตอนนั้น ทั้งนางและบุตรชายคงต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำ ถูกขยี้จนไม่เหลือหนทางรอดเสียเ

  • ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่เขารังเกียจ   ๒๙ ความจริงแลกมาด้วยเลือด

    สายลมเย็นจากประตูที่เปิดแง้มพัดเข้ามาเส้นผมถงซิ่นเหยาปลิวสะบัด ดวงตานางจับจ้องอยู่ที่ไป๋เหม่ยฮวาไม่กะพริบ มือทั้งสองกำจอกยาสมุนไพรแน่นราวกับถืออาวุธ ความเงียบงันที่แผ่คลุมทั่วเรือนหนักอึ้งเสียจนแทบไม่มีใครกล้าหายใจนางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเฉียบบนใบหน้าแลดูงดงามปนชวนสยดสยอง น้ำยาสมุนไพรสีเข้มถูกเทลงในปากของไป๋เหม่ยฮวาจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวหากจะตาย...นางก็จะลากสตรีผู้นี้ลงไปด้วย!แววตาของถงซิ่นเหยาวาวโรจน์ แผดเผาร่างตรงหน้าให้กลายเป็นเถ้าถ่านนางกัดฟันกรอด พูดลอดไรฟันด้วยเสียงเย็นเยียบ “หายใจไว้เสียก่อนสิ ประเดี๋ยวก็ตายเสียก่อนที่ข้าจะสั่ง”น้ำเสียงนั้นหวานราวกลั่นออกจากรอยยิ้ม หากแต่แฝงพิษร้ายลึกเสียยิ่งกว่าเหล็กในของงูไป๋เหม่ยฮวาสะบัดศีรษะจนหลุดจากการรั้ง ร่างที่ถูกจับไว้แน่นถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แววตาที่เคยเย่อหยิ่งยังไม่สิ้นรอยอวดดี นางแค่นเสียงหัวเราะอย่างท้าทาย“ถุ้ย! หากตายง่ายปานนั้น เด็กนั่นคงตายไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้กลบโลงแล้วกระมัง!”เสียงไอแหบพร่าหลุดออกมาพร้อมน้ำหูน้ำตาที่ไหลพราก นางยกมือเช็ดคราบยาที่เปื้อนอยู่บนแก้มก่อนจะหัวเราะอีกครั้ง เสียงนั้นดังก้อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status