Share

ท่านพ่อกลับมาแล้ว

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-08 11:54:31

หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จหลี่จิ่วเม่ยต้องดื่มยาต้มและทายาบริเวณที่ฟกช้ำโดยมีหลี่จื่อหลินนั่งเฝ้าดังเช่นทุกวัน ในใจของเด็กชายมีคำถามมากมายเกี่ยวกับสตรีคนนี้ เมื่อก่อนเขาปรารถนาให้มารดาเลี้ยงเขาด้วยความรักทว่าทุกครั้งที่นางปฏิบัติต่อเขาทำให้เขาสิ้นหวังลงไปทุกขณะ

แล้วตอนนี้เหตุใดนางต้องมาทำแต่สิ่งดี ๆ ที่พวกเขาเลิกคาดหวังมันไปแล้วเล่า จ้าวหานหรงไม่พูดมากนางอยากทำตัวเป็นแม่ที่ดีขึ้นเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียใหม่ แต่การที่มัวแต่พูดนางคิดว่าไม่น่าสัมฤทธิ์ผลเท่าการกระทำที่แสดงออกต่อพวกเขา ถึงนางจะไม่มีเพลงกล่อมนอนแต่ก็สามารถใช้วิธีอื่นทำให้นอนหลับได้ เด็กน้อยที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโตไม่เรื่องมากเรื่องอย่างนี้ ต่อให้ในหัวสมองคิดเรื่องมากมายก็หลับง่าย ๆ อยู่ดี

จ้าวหานหรงใช้ช่วงเวลาที่เด็ก ๆ หลับกันหมดแล้วทำงานบ้านที่ยังค้างไว้ให้เสร็จเรียบร้อย นางไม่ชอบทำงานค้างคาหลาย ๆ งานจึงเสร็จเอาช่วงดึก

ช่วงเช้านางตื่นแต่เช้ามืดไปตักน้ำมาไว้จนเต็มทุกถังถึงลงมือทำอาหารมื้อเช้า ร่างกายนี้ไม่สะดวกนางจึงทำงานช้าลงมากน่าหงุดหงิดตัวเองที่ไม่ได้ดั่งใจ

"ข้าจะต้องลดน้ำหนักลงให้ได้จะได้คล่องตัวกว่านี้"

ปณิธานใหม่ได้ถูกตั้งขึ้นมากะทันหัน เมื่อก่อนนางเป็นคนชอบดูแลสุขภาพ หากตั้งใจจริงคาดว่าจะลดน้ำหนักสำเร็จอย่างแน่นอน เริ่มจากวันนี้ในมื้อเช้าที่จะเริ่มลดน้ำหนักนางต้องอดใจกินข้าวให้น้อยลงและทำงานให้มากขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่นางกำลังสาละวนกับการถางหญ้าที่แปลงผักเก่าเพื่อเตรียมดินเพาะปลูกผักใหม่ก็มีเสียงคนเดินอยู่บริเวณหน้าบ้าน

หลี่เล่อกลับมาแล้วพร้อมกับของในมือมากมายของพวกนี้ล้วนเป็นอาหารสำหรับครอบครัวทั้งสิ้น เขาชะเง้อมองหาใครไม่เจอมองเห็นเพียงบ้านช่องที่สะอาดตาเกลี้ยงเกลาผิดปกติ

"กลับมาแล้ว"

เขาส่งเสียงออกไปให้คนในบ้านได้ยิน จ้าวหานหรงได้ยินเสียงนางจึงเดินออกมาดู สองสามีภรรยาไม่ได้พบกันหลายวัน หลี่เล่อมองเห็นจ้าวหานหรงดูเปลี่ยนไปก็นึกแปลกไป

"เอ่อ อรุณสวัสดิ์เดินทางมาไกลเหนื่อยหรือไม่"

คำทักทายแรกของนางทำให้เขาแทบสะดุดขาตัวเองที่กำลังจะก้าวไปหาน้ำดื่ม นี่นางเป็นภรรยาของเขาจริงหรือไม่ หลี่เล่อหยุดมองดูจ้าวหานหรงที่ทำหน้าใสซื่อเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ส่งมาให้เขาก็ยิ่งประหลาดใจขึ้นหลายเท่า นางไปโดนอะไรมาถึงได้ดูเปลี่ยนไปภายในไม่กี่วัน

เมื่อก่อนจ้าวหานหรงไม่เคยพูดจาดีกับเขาสักครั้ง เจอหน้าเอาแต่ด่าทอหยาบคายโดยไร้เหตุผล สายตาที่นางมองเขามีแต่ความเกลียดชัง เคียดแค้น ที่เขาทำให้นางต้องลำบากไม่มีหน้ามีตาดั่งเช่นฮูหยินของบัณฑิตคนอื่น

นางเอาแต่โทษเขาทุกวันว่าเขาสิ้นคิดไม่มีปัญญาพานางสุขสบายนางแต่งงานกับเขาก็หวังว่าชายหนุ่มรูปงามเฉลียวฉลาดตรงหน้าจะทำให้นางเชิดหน้าชูตาเหนือคนอื่น ๆ ได้ ทว่าสิ่งที่นางคิดกลายเป็นความเข้าใจผิดทั้งหมดเมื่อรู้ความจริงว่าเขาไม่ได้เป็นบัณฑิตนานแล้วหลังจากที่แต่งงานกับนางเพราะเอาเงินมาเลี้ยงดูนางที่กำลังท้องแก่และเก็บไว้ให้ลูกแทนการจ่ายค่าเล่าเรียน

แต่หลี่เล่อก็ไม่เคยแสดงออกถึงอารมณ์ใด ๆ เขามาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านก็ยึดอาชีพล่าสัตว์เรื่อยมาไม่มีใครรู้ภูมิหลังของคนผู้นี้มาก่อน ด้วยหน้าตาผิวพรรณและรูปร่างแตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วไป คนต่างเข้าใจไปเองว่าเขาเป็นบัณฑิตรูปงามที่มาแสวงหาความรู้ในเขตชนบท

ทว่าก็ไม่มีอะไรแปลกประหลาดเกิดขึ้น หลี่เล่อไม่เคยเปิดเผยตัวเองกับผู้ใดมาก่อน ชีวิตของเขาก็ยังเรียบง่ายไม่เคยโอ้อวดสิ่งใด หญิงสาวที่เคยแอบมีความหวังในตัวชายหนุ่มเห็นว่าเขาก็เป็นเพียงนายพรานยากจนคนหนึ่งจึงหมดความสนใจลงไปทีละคน

มีเพียงจ้าวหานหรงที่ยังวาดฝันในอากาศว่าชายหนุ่มรูปงามคงเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง เฝ้าเพ้อฝันถึงชีวิตชั้นสูงที่ต้องการมาตลอดชีวิตอีกทั้งโดนยุยงจากกลุ่มเพื่อนบ้านให้นางวางยาเขาเพื่อจะได้ครอบครองตามใจปรารถนา

จ้าวหานหรงที่มีใจทะเยอทะยานอยู่ก่อนหน้านี้แล้วเมื่อมีคนแนะนำอย่างนั้นนางก็ไม่รอช้า ลงมือวางยาปลุกกำหนัดให้ตัวเองและเขาได้ในทันทีท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยจากคนอื่นว่านางดวงตามืดบอดจนไม่เคยยอมรับความจริง

หลี่เล่อจำใจรับผิดชอบในสิ่งที่เขาทำลงไปอย่างช่วยไม่ได้ ถึงเขาจะไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตาทว่าเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเขาก็ไม่เคยแสดงท่าทางรังเกียจหรือปริปากออกมาสักครั้ง มีเพียงความเรียบเฉยมาตลอดจนกระทั่งนางตั้งครรภ์ เขาถึงเข้าใจลึกซึ้งว่าจ้าวหานหรงไม่ได้รักชอบตนจริง ๆ นางเพียงเข้าใจผิดคิดว่าเขามีเบื้องหลังเลิศหรู หลังแต่งงานจะพานางเข้าเมืองหลวงไปพบบิดามารดาที่เป็นคนมีชาติตระกูลดี

หลังแต่งงานหลี่เล่อกลับขอแบ่งซื้อที่ดินเงินผ่อนจากผู้ใหญ่บ้านท้ายหมู่บ้านจากนั้นก็สร้างบ้านหลังเล็ก ๆ พอได้อาศัยคุ้มกันพอให้พ้นฤดูฝนฤดูหนาวได้เท่านั้น เงินเก็บที่มีค่อย ๆ หมดลงและเขายังต้องทำงานหนักขึ้นแต่ก็ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ครอบครัวเขาจึงยากจนที่สุดในหมู่บ้าน

ความเครียดของเขามีเพิ่มขึ้นทุกวันหลังแต่งงาน เมื่อจ้าวหานหรงไม่ได้ดั่งที่ใจคิดนางก็เริ่มพูดจารุนแรง ดูถูกเหยียดหยามด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด บางครั้งก็ทุบตีเขาอย่างไร้เหตุผล ทุก ๆ วันหลี่เล่อจึงเหมือนคนตกนรกทั้งเป็น

แต่เขาก็อดทนมาตลอดเพื่อลูกฝาแฝดสองคนที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจเป็นความหวังเดียวที่มีในชีวิต

"ข้าเกลียดเจ้า ที่แท้ก็แค่คนโง่ที่นำพาแต่ความยากจนมาสู่ครอบครัว ไม่รู้จักแสวงหาความร่ำรวย"

คำสบถด่าของนางกัดกร่อนหัวใจเขาลงไปทุกวัน จากความเฉยเมยค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังในที่สุด แต่ละวันเขาแทบไม่อยากพบหน้าภรรยาน่ารังเกียจคนนี้ ทั้งคู่ห่างเหินกันเหมือนคนไม่รู้จักกันยกเว้นยามที่นางอารมณ์ไม่ดีก็จะมาลงเอยที่เขาหรือไม่ก็ลูกทั้งสองคน

"เดี๋ยวข้าไปเอาน้ำมาให้ นั่งพักก่อนเถิด"

พูดจบนางก็เดินไปยกน้ำชาในครัวออกมาวางบนโต๊ะ หลี่เล่อวางของแล้วนั่งลงในใจมีแต่ความคลางแคลงในตัวนางแต่ก็ไม่พูดอะไรออกไปเพียงเฝ้าสังเกตดูเงียบ ๆ จ้าวหานหรงรู้อยู่แก่ใจตัวเองดีว่านางเคยชั่วร้ายกับคนในครอบครัวมาก่อน ตอนนี้นางไม่ใช่คนเดิมก็ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นค่อย ๆ ลบพฤติกรรมของจ้าวหานหรงคนเก่าออกไปให้หมดแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา

นางวางถาดใส่กาน้ำชาแล้วรินใส่จอกยื่นให้พลางยิ้มบาง เป็นเวลาเดียวกันที่หลี่เล่อจ้องมองนางเหมือนจับผิด

"มองข้าอย่างนั้นทำไมกัน ได้อะไรมาบ้างขอดูหน่อย"

นางเดินอ้อมไปแกะห่อสิ่งของดูว่าด้านในมีสิ่งใดนางจะได้จัดการถูก หลี่เล่อดื่มน้ำชาเสร็จก็ถามขึ้น

"ลูกอยู่ที่ไหน"

ความสงสัยของเขาเกี่ยวกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนางภายในระยะเวลาอันสั้นมีเพียงอย่างเดียว

"ยังไม่ตื่น"

หลี่เล่อไม่สนใจจ้าวหานหรงเดินตรงไปยังห้องนอนทันที

เด็ก ๆ ยังนอนหลับสบายภายใต้เสื้อผ้าเก่าสะอาดสะอ้านภายในห้องดูเป็นระเบียบผิดหูผิดตามองดูแล้วชวนให้สบายตาอยู่ไม่น้อย เขาใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาข้างนอกเห็นจ้าวหานหรงค้นดูสิ่งของนำออกมาวางเรียงราย นางเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้จึงเอ่ยขึ้น

"เนื้อพวกนี้ข้าจะทำตากแห้งเก็บเอาไว้ ส่วนข้าวกับแป้งข้าจะเอาไปเก็บรวมกับของที่ท่านแม่เอามาให้เมื่อวาน"

หลี่เล่อขมวดคิ้วแน่นเอ่ยถามแม้ไม่อยากสนทนาด้วย

"ท่านแม่มาทำไม เจ้าไปขออาหารมาอีกหรือ"

เขาไม่ค่อยพอใจนักที่เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ครอบครัวของเขาแยกตัวจากตระกูลจ้าวแต่จ้าวหานหรงก็ยังรบกวนเรื่องอาหารการกินอยู่ร่ำไป

นอกจากจะสะท้อนถึงความสามารถในการหาเลี้ยงครอบครัวว่าใช้ไม่ได้แล้วยังเป็นการเบียดเบียนสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นอีก จ้าวหานหรงไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะนางมัวแต่จัดสิ่งของอยู่ในครัว หลี่เล่อจึงพูดกับนางเสียงแข็งกระด้างขึ้น

"คราวหน้าอย่ารบกวนท่านแม่อีก ข้าจะหาอาหารมาเพิ่มให้เองแต่ตอนนี้กินเท่าที่มีไปก่อน เอาไว้ล่าสัตว์รอบนี้ได้เงินมาค่อยซื้อของเพิ่มและเอาไปชดใช้ค่าอาหารให้ท่านแม่ด้วย"

ครั้งนี้ไปกันหลายคนส่วนแบ่งไม่มากจึงได้ของกินของใช้มาแค่อยู่ได้หนึ่งเดือน

นางเงยหน้าขึ้นแล้วเดินออกมาหลังจากเก็บของเสร็จ

"ท่านแม่เอามาให้เองบอกว่าท่านไม่อยู่เกรงว่าจะไม่มีอาหาร ไม่ต้องห่วงเรื่องให้เงินหรอกข้าจะหามาชดใช้ค่าอาหารให้เอง"

นางพูดจบก็ถือถาดใส่เนื้อเดินออกมาเตรียมหั่นและหมักตากแห้ง

การที่นางพูดรู้เรื่องไม่เอาแต่ก่นด่าว่าแปลกแล้ว แต่นางบอกว่าจะหาเงินยิ่งไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ นางเกียจคร้านตัวเป็นขนจนทำอะไรไม่เป็นแล้วจะหาเงินได้อย่างไร

"เป็นหน้าที่ของข้า"

เขาพูดกับนางสั้น ๆ ไม่หวังคำตอบใดกลับมา

ในยุคปัจจุบันสตรีมีความก้าวหน้าสามารถหาเงินได้เองเทียบเท่าบุรุษหรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ความรับผิดชอบทั้งงานในบ้านนอกบ้านก็มีมากขึ้นไม่ต่างกันแต่อาจจะเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับคนยุคนี้ซึ่งนางก็เข้าใจ

"เราเป็นครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยกัน ข้าจะปล่อยให้ท่านหาเงินคนเดียวได้อย่างไร อย่าห่วงเลยข้าไม่กินแรงใครฟรี ๆ หรอก"

หลี่เล่อไม่เคยได้ยินคำพูดเหล่านี้มาก่อน นางดูแปลกไปจริง ๆ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนไปทว่าคล้ายกับเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง

​​​​​

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ตอนจบของตัวร้าย

    "ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นักต้มตุ๋น

    สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นางตายแล้ว

    หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เสี่ยวหลินเกิดเรื่องแล้ว

    ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อความสงบในจวน

    รถม้าจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด สัมภาระมีไม่มากขนย้ายไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปสมทบกับหวงเย่าฉี การเดินทางเงียบเชียบไร้เสียงสนทนาเพราะหลี่จื่อหลินกับหลี่จิ่วเม่ยยังคงหลับอยู่ ถึงหน้าร้านเถ้าแก่หวงทักทายสองสามีภรรยาและควบม้านำทางไปยังจวนโหวโดยมีหยางชุนเดินทางไปด้วย เขาลางานสองวันเพื่อไปส่งหลี่เล่อและครอบครัว อีกอย่างอยากรู้จักที่อยู่ของสหายหากวันหน้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้ตามไปถูกที่ รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นรถใช้เดินทางไกลจึงสามารถทนการเดินทางระยะไกลได้จากความเคยชิน จวบจนกระทั่งถึงครึ่งทางก็ได้พบกับเหอจิ้งเซียน "เจ้ามาทำอะไรกลางป่าอย่างนี้จิ้งเซียน" หวงเย่าฉีเห็นว่าสหายไม่เคยมีเวลาว่างแล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร "มีคนส่งข้ามานะสิ ข้ามารับขบวนนี้เข้าจวน" โหวฮูหยินมีคำสั่งให้เหอจิ้งเซียนมารับทุกคนและพาเข้าจวนด้วยตัวเอง การเดินทางเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเหอจิ้งเซียนส่งพิราบสื่อสารไปที่จวนโหวแล้วว่าจะไปถึงไม่เกินยามจื่อ(23.00น.-01.00น.) จวนโหวที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใกล้เขตวังหลวงภายในเป็นบริเวณกว้างขวางมีความเป็นระเบียบ

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    จวนโหว โหวฮูหยินอ่านจดหมายของหวงเย่าฉีด้วยความปลาบปลื้มใจ "ขอพรกับพระโพธิสัตว์มานานในที่สุดคำอธิษฐานของข้าก็เป็นจริง" แต่ข่าวนี้นางจะยังไม่แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของหลี่เล่อเพราะเนื้อความข้างในได้แจ้งมาว่าครอบครัวของเขาเพิ่งถูกวางเพลิงโดยคนร้ายซัดทอดมาถึงนักพรต หวงเย่าฉีจำเป็นต้องบอกโหวฮูหยินเพราะหลังจากวันนั้นหยางชุนไปพบเขาที่ร้านกำชับให้เรื่องนี้เป็นความลับให้มากที่สุด นางจึงไม่ได้แจ้งให้ท่านโหวทราบหากท่านโหวรู้เรื่องนี้ไม่พ้นต้องบอกฮูหยินรองอย่างแน่นอน โหวฮูหยินตอบกลับจดหมายนัดวันเวลาให้หวงเย่าฉี เขาจึงให้คนไปส่งข่าวที่บ้านหลี่เล่อเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจะให้รถม้ามารับที่บ้าน หลี่เล่อนั่งคุยกับจ้าวหานหรงในสิ่งที่ยังตัดสินใจค้างเอาไว้ก่อนถึงวันไฟไหม้บ้าน "เจ้าจำเรื่องที่เคยถามข้าได้หรือไม่" นางมีหลายเรื่องให้คิดจึงตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวใดที่เคยพูดกันบ้าง "ข้าถามไปตั้งหลายอย่าง" "เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนโหว" "หา!" การตัดสินใจที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้นางตั้งตัวไม่ทัน "ท่านคิดดีแล้วหรือไม่" นางถามย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขามีท่าทีต่อต้านมาต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status