Share

ผัวเมียปากดี

last update Huling Na-update: 2026-01-09 10:07:46

"ท่านพ่อกลับมาแล้ว"

เสียงใสของหลี่จิ่วเม่ยเข้ามาทำลายความคิดของเขา นางวิ่งยิ้มร่าเริงมาแต่ไกลพลางอ้าแขนขอออ้อมกอดอบอุ่นจากบิดา ตามด้วยหลี่จื่อหลินที่เดินตามหลัง หลี่เล่อยิ้มแย้มตอบอ้าแขนรับเด็กหญิงกอดเอาไว้ต่อด้วยกอดบุตรชายที่ยืนทำหน้านิ่งราวกับผู้ใหญ่

"เม่ยเอ๋อร์คิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ"

เขาหยอกล้อกับบุตรสาวจากนั้นก็หันไปหาบุตรชาย

"เสี่ยวหลินเล่าไม่คิดถึงพ่อหรือ"

พูดพลางยื่นมืออีกข้างออกไป หลี่จื่อหลินที่เย็นชาเป็นน้ำแข็งเดินเข้าไปกอดบิดาตามน้องสาว

"ข้าคิดถึงท่านพ่อขอรับ"

ทั้งสามคนพ่อลูกพูดคุยถามไถ่จนหายคิดถึงกันแล้วเขาจึงพาเด็ก ๆ ไปล้างหน้าแปรงฟัน ส่วนจ้าวหานหรงก็เตรียมจัดโต๊ะนำอาหารมาวาง

นางมองดูกับข้าวเห็นว่าน้อยไปหน่อยจึงเอาเนื้อส่วนหนึ่งมาทอดและเก็บไว้กินกลางวันได้

"อาหารเช้าพร้อมแล้ว"

นางร้องบอกให้ทุกคนมากินข้าว

สามคนพ่อลูกเดินมานั่งลงด้วยกัน กลิ่นอาหารหอมโชยเตะจมูกชวนให้ลิ้มลองโดยเฉพาะเนื้อทอด หลี่เล่อคีบให้เด็ก ๆ ลองกินก่อนคนละหนึ่งชิ้นดูก่อน

ทันทีที่กัดคำแรกหลี่จิ่วเม่ยก็เบิกตาโต

"เนื้อทอดทั้งหอมทั้งหวานเจ้าค่ะ"

ฝีมือการทำอาหารของนางก็ใช้ได้ด้วยหรือไร เขาเห็นใบหน้าเบิกบานของเด็ก ๆ ที่มีความสุขกับการกินก็ลองคีบขึ้นมากัดดูบ้าง ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่เนื้อทอดแต่นางกลับทำให้รสชาติกลมกล่อมได้ไร้กลิ่นเหม็นสาบ

จ้าวหานหรงตั้งใจคุมน้ำหนักนางกินข้าวไม่มากเหมือนเมื่อก่อนกินแค่ถ้วยเดียวก็อิ่มและขอตัวไปทำงานต่อไม่ปล่อยให้หลี่เล่อได้มีโอกาสสังเกตหรือถามอะไรให้มากความ เขาจึงหันไปพูดกับเด็ก ๆ แทน

"กินข้าวเสร็จแล้วจะไปทำอะไรกันต่อ"

หลี่จิ่วเม่ยนึกขึ้นได้นางจึงตอบกลับบิดาด้วยแววตาใสซื่อ

"ดื่มยาต้มเจ้าค่ะ"

หลี่จื่อหลินจึงพูดสมทบขึ้น

"แล้วก็ไปดูเป็ดกับไก่ขอรับ"

สิ่งที่หลี่เล่อสงสัยกระจ่างขึ้นมาทันที เขาเหลือบมองดูหญิงร่างอ้วนที่กำลังขัดพื้นหลังครัวอย่างขยันขันแข็งก็เข้าใจความหมาย มิน่าเล่านางถึงดูแปลกไปนางทำความผิดใหญ่หลวงระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้านนี่เอง

"ที่แท้ก็ไว้ใจไม่ได้"

ความตะขิดตะขวงใจหายเป็นปลิดทิ้งเหลือเพียงความโกรธที่ก่อตัวขึ้นมาแทน แต่หลี่เล่อพยายามใจเย็นถามหลี่จื่อหลินให้แน่ใจ

"เสี่ยวหลิน เม่ยเอ๋อร์ต้องกินยาหรือ"

หลี่จื่อหลินพยักหน้า"

"ใช่ขอรับท่านหมอบอกว่ากินยาครึ่งเดือนก็หายยาแก้ช้ำในได้ด้วย"

คิ้วของหลี่เล่อกระตุกเขาไม่พูดสิ่งใดต่อนำยาต้มมาป้อนหลี่จิ่วเม่ยไม่เผยพิรุธใดออกมา

"กินยาแล้วต้องนอนพักมาก ๆ "

เขาพูดเสียงอ่อนโยนหลี่จิ่วเม่ยจึงพูดขออนุญาต

"เม่ยเอ๋อร์ขอไปดูไก่กับเป็ดนะเจ้าคะท่านพ่อ"

เขาจึงใช้โอกาสนี้ถามขึ้น

"ท่านยายให้มาหรือ"

"ไม่ใช่ขอรับท่านแม่ไปเอามา"

เขาเก็บคำถามมากมายเอาไว้แล้วพาเด็กทั้งสองคนไปที่เล้าไก่พร้อมกับนำข้าวสารกำเล็กติดมือไปด้วย เมื่อมาถึงสองฝาแฝดก็ได้หัดหว่านข้าวสารให้ไก่มองดูมันกินอาหารอย่างมีความสุข

"อย่าฆ่ามันนะขอรับท่านพ่อ"

หลี่จื่อหลินส่งสายตาขอร้องบิดา เขาพยักหน้ายิ้มบางเอ่ยกับบุตรชายว่า

"เราจะไม่ฆ่ามันแน่นอน"

สองเด็กฝาแฝดกระโดดโลดเต้นส่งเสียงร้องด้วยความดีใจที่ท่านพ่อใจดีกับสัตว์สองตัว หลี่เล่อให้เด็ก ๆ ได้ใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงจนพอใจแล้วก็อุ้มหลี่จิ่วเม่ยพร้อมกับจูงมือหลี่จื่อหลินเข้าบ้านพาไปนอนพักผ่อน

ร่างสูงใหญ่กำยำยืนอยู่ด้านหลังจ้าวหานหรงที่กำลังจะเอาผ้าไปซักหมุนตัวกลับมาต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าคมคายจ้องมองนางเหมือนเป็นผู้ร้าย

"มีเรื่องใดกัน"

นางทำงานจนลืมเรื่องอื่นไปหมดแล้ว

"เกิดอะไรขึ้นกับเม่ยเอ๋อร์"

สีหน้าของเขาดูเอาเรื่องสายตาดุดันขึ้นมาทันทีชวนให้คิดถึงเนื้อหาในนิยาย

ชายผู้นี้เป็นคนจิตใจแข็งแกร่งไม่เกรงกลัวสิ่งใด มิน่าเล่าเขาถึงร้ายกาจนักทั้งยังเหี้ยมโหดไร้ความปรานี

"มีเรื่องนิดหน่อยข้าจัดการแล้ว"

นางจะรีบเอาผ้าไปซักแล้วจะกลับมาอธิบายทีหลัง

"บอกข้ามาให้หมด"

เสียงทรงพลังทำให้นางก้าวขาต่อไปไม่ได้ไม่คิดเลยว่าคำพูดของเขาจะมีอิทธิพลต่อจิตใจผู้อื่นได้ขนาดนี้

"เซียวจูมาเอาเรื่องเด็ก ๆ กล่าวหาว่าไปขโมยไข่"

ไม่ต้องพูดละเอียดหลี่เล่อก็เข้าใจสถานการณ์ได้ เซียวจูเป็นคนหยาบคายปากร้ายใจร้ายที่สามารถทำอะไรก็ได้ยามที่นางโมโห อาการของหลี่จิ่วเม่ยบ่งบอกได้ชัดเจน แค่ฟังประโยคเดียวก็ทำให้หลี่เล่อโกรธจ้าวหานหรงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

"ตอนนั้นเจ้าอยู่ที่ไหนทำไมไม่ดูแลลูก!"

เสียงดุร้ายราวกับเสือขึ้นเสียงดัง จ้าวหานหรงสะดุ้งตัวที่โดนถามนางไร้ข้อแก้ตัวเพราะเวลานั้นนางนอนเพิ่งตื่น

"ข้า..."

"เลวที่สุดก็คือเจ้า"

ไม่เคยมีคำพูดรุนแรงออกจากปากหลี่เล่อมาก่อนแต่ครั้งนี้หลักฐานบนตัวบุตรสาวทำให้เขาทำใจยอมรับไม่ได้ เขาเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปที่บ้านเซียวจูในทันที

"อารมณ์อย่างกับพายุ ตัวร้ายตัวพ่อช่างน่ากลัวนัก"

จ้าวหานหรงพึมพำตามหลังเมื่อครู่นางต้องสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้เต็มที่ไม่เผยความหวาดกลัวออกมาให้เห็น ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนแข้งขาไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น

เป็นเวลาเดียวกับเซียวจูกำลังกวาดใบไม้อยู่หน้าบ้านนางเงยหน้าขึ้นมองเห็นหลี่เล่อเดินเข้ามาในใจเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมา หลี่เล่อไม่เคยมาบ้านของนางและหน้าตาเย็นชาเช่นนี้นางก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

"มีอะไรหรือ"

เซียวจูร้องถามขึ้นเมื่อไม่เห็นว่าอีกฝ่ายมีทีท่าว่าจะหยุดตรงหน้าบ้าน

"ข้าจะมาเตือนเจ้าว่าหากคนที่บ้านของข้าสร้างปัญหาให้มาบอกข้า ไม่ใช่ไปทำร้ายเด็กไม่มีทางสู้"

เซียวจูพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแสดงท่าทางเยาะเย้ย

"นึกว่าเรื่องอะไร สิ่งที่ข้าทำมันสมควรแล้วนี่"

ความขุ่นมัวเมื่อครู่ยังกรุ่นอยู่ในใจแต่พอได้เห็นคำพูดและท่าทางไม่สำนึกของเซียวจูอารมณ์ของหลี่เล่อก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

"หากยังมีครั้งต่อไปข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นสตรีถ้ารังแกคนในครอบครัวข้า อย่าหาว่าข้าใจร้าย"

เสียงเย็นเยียบกดต่ำฟังดูเยือกเย็น เซียวจูสัมผัสได้ถึงความอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมารอบตัวของเขา แววตาของนางตื่นตระหนกทันทีที่ได้ยิน

"เจ้า ข่มขู่ข้าหรือ คิดเอาเรื่องกับสตรีหน้าไม่อาย"

นางชี้หน้าหลี่เล่อพยามยามควบคุมสติกระนั้นยังมีเสียงสั่นลอดออกมาเล็กน้อย ที่บ้านของเซียวจูไม่มีผู้ชายนางอยู่กับมารดาเพียงสองคน ที่พึ่งของนางก็คือผู้ใหญ่บ้านที่เอือมระอากับพฤติกรรมของนาง ยามเกิดปัญหาก็ไม่ค่อยเข้าข้างแต่เซียวจูก็ยังใช้ตำแหน่งนี้แอบอ้างในการเอาเปรียบผู้อื่นบ่อย ๆ

"ถ้าเจ้ากล้าทำอะไรข้า ข้าจะไปร้องเรียนผู้ใหญ่บ้าน"

"ข้าไม่สนใจถ้ามีเรื่องอีกข้าจะไม่อดทนเหมือนครั้งนี้แน่"

พูดจบร่างสูงใหญ่ก็หันหลังเดินกลับเขาไม่ได้ตั้งใจมาเอาเรื่องเพียงแต่มาเตือนไม่ให้เซียวจูกำเริบมากไปกว่านี้เท่านั้น

"ปากดีทั้งผัวทั้งเมีย นังหมูตอนได้บอกเจ้าหรือไม่ล่ะว่านางตีข้าแล้วยังเอาเป็ดไก่ของข้าเป็นของชดใช้อีก พวกเจ้ามันร้ายกาจนัก"

นางตะโกนด่าไล่หลังดังมากพอให้ได้ยิน หลี่เล่อไม่หันหลังกลับไปตอบโต้แต่เรื่องที่ได้ยินทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว

กลับมาถึงบ้านยังเห็นจ้าวหานหรงนั่งซักผ้า หลี่เล่อไม่พูดสิ่งที่ได้ยินมาใบหน้ายังคงเย็นชาระหว่างที่เดินไปหานาง จ้าวหานหรงไม่ทันมองเมื่อหันมาเห็นหลี่เล่อยืนอยู่ใกล้ ๆ นางก็สะดุ้งอีกครั้ง

"อุ้ย เดินไม่ให้สุ้มให้เสียงตกใจหมดเลย"

เขาไม่พูดสิ่งใดกับนางมองดูถังน้ำหลายใบเริ่มมีน้ำพร่องจึงคว้าถังสองใบเดินออกจากบ้านไปชั่วครู่ก็เดินหิ้วน้ำกลับมาเทใส่ถังใหญ่ จ้าวหานหรงมองดูสิ่งที่ชายหนุ่มทำไปเรื่อย ๆ นึกย้อนถึงความทรงจำเก่าขึ้นมา งานบ้านงานเรือนหน้าที่ของนางเขาก็ทำจนชาชินแล้วทั้งตักน้ำ ผ่าฟืน ซักผ้ารวมถึงทำความสะอาดบ้านและดูแลลูก วันที่ไม่ได้ออกไปล่าสัตว์เขาก็ไม่เคยได้หยุดพัก

ไม่เคยร้องขอหรือออกคำสั่งให้จ้าวหานหรงทำเพราะนางไม่เคยทำจึงเป็นความเคยชินมาตลอดตั้งแต่อยู่กินกันมา ที่สำคัญเขาไม่พูดไม่จากับนางสักคำ

ตักน้ำหลายเที่ยวจนเต็มถังทุกใบหลี่เล่อก็ออกไปจากบ้านอยู่ครู่ใหญ่กลับมาพร้อมแบกไม้ฟืนกองโตมาวางไว้นั่งผ่าฟืนแล้วเก็บเข้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อย การทำงานของเขารวดเร็วและคล่องตัวทั้งที่มีแต่งานหนักต่างจากนางที่ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้วเพิ่งตากผ้าเสร็จก็เหงื่อไหลเต็มเสื้อผ้าเหนื่อยหอบราวกับไปแบกไม้ฟืนเหมือนเขา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ไปทำธุระหนึ่งวัน

    "วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หลี่เล่อไม่ใช่คนธรรมดา

    รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ข้าจะช่วยหาเงินเอง

    "เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อจุดจบที่สวยงาม

    บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หย่าขาดได้แล้ว

    ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   แจกจ่ายดีกว่านำไปขาย

    นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status