Share

ผัวเมียปากดี

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-09 10:07:46

"ท่านพ่อกลับมาแล้ว"

เสียงใสของหลี่จิ่วเม่ยเข้ามาทำลายความคิดของเขา นางวิ่งยิ้มร่าเริงมาแต่ไกลพลางอ้าแขนขอออ้อมกอดอบอุ่นจากบิดา ตามด้วยหลี่จื่อหลินที่เดินตามหลัง หลี่เล่อยิ้มแย้มตอบอ้าแขนรับเด็กหญิงกอดเอาไว้ต่อด้วยกอดบุตรชายที่ยืนทำหน้านิ่งราวกับผู้ใหญ่

"เม่ยเอ๋อร์คิดถึงท่านพ่อเจ้าค่ะ"

เขาหยอกล้อกับบุตรสาวจากนั้นก็หันไปหาบุตรชาย

"เสี่ยวหลินเล่าไม่คิดถึงพ่อหรือ"

พูดพลางยื่นมืออีกข้างออกไป หลี่จื่อหลินที่เย็นชาเป็นน้ำแข็งเดินเข้าไปกอดบิดาตามน้องสาว

"ข้าคิดถึงท่านพ่อขอรับ"

ทั้งสามคนพ่อลูกพูดคุยถามไถ่จนหายคิดถึงกันแล้วเขาจึงพาเด็ก ๆ ไปล้างหน้าแปรงฟัน ส่วนจ้าวหานหรงก็เตรียมจัดโต๊ะนำอาหารมาวาง

นางมองดูกับข้าวเห็นว่าน้อยไปหน่อยจึงเอาเนื้อส่วนหนึ่งมาทอดและเก็บไว้กินกลางวันได้

"อาหารเช้าพร้อมแล้ว"

นางร้องบอกให้ทุกคนมากินข้าว

สามคนพ่อลูกเดินมานั่งลงด้วยกัน กลิ่นอาหารหอมโชยเตะจมูกชวนให้ลิ้มลองโดยเฉพาะเนื้อทอด หลี่เล่อคีบให้เด็ก ๆ ลองกินก่อนคนละหนึ่งชิ้นดูก่อน

ทันทีที่กัดคำแรกหลี่จิ่วเม่ยก็เบิกตาโต

"เนื้อทอดทั้งหอมทั้งหวานเจ้าค่ะ"

ฝีมือการทำอาหารของนางก็ใช้ได้ด้วยหรือไร เขาเห็นใบหน้าเบิกบานของเด็ก ๆ ที่มีความสุขกับการกินก็ลองคีบขึ้นมากัดดูบ้าง ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่เนื้อทอดแต่นางกลับทำให้รสชาติกลมกล่อมได้ไร้กลิ่นเหม็นสาบ

จ้าวหานหรงตั้งใจคุมน้ำหนักนางกินข้าวไม่มากเหมือนเมื่อก่อนกินแค่ถ้วยเดียวก็อิ่มและขอตัวไปทำงานต่อไม่ปล่อยให้หลี่เล่อได้มีโอกาสสังเกตหรือถามอะไรให้มากความ เขาจึงหันไปพูดกับเด็ก ๆ แทน

"กินข้าวเสร็จแล้วจะไปทำอะไรกันต่อ"

หลี่จิ่วเม่ยนึกขึ้นได้นางจึงตอบกลับบิดาด้วยแววตาใสซื่อ

"ดื่มยาต้มเจ้าค่ะ"

หลี่จื่อหลินจึงพูดสมทบขึ้น

"แล้วก็ไปดูเป็ดกับไก่ขอรับ"

สิ่งที่หลี่เล่อสงสัยกระจ่างขึ้นมาทันที เขาเหลือบมองดูหญิงร่างอ้วนที่กำลังขัดพื้นหลังครัวอย่างขยันขันแข็งก็เข้าใจความหมาย มิน่าเล่านางถึงดูแปลกไปนางทำความผิดใหญ่หลวงระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้านนี่เอง

"ที่แท้ก็ไว้ใจไม่ได้"

ความตะขิดตะขวงใจหายเป็นปลิดทิ้งเหลือเพียงความโกรธที่ก่อตัวขึ้นมาแทน แต่หลี่เล่อพยายามใจเย็นถามหลี่จื่อหลินให้แน่ใจ

"เสี่ยวหลิน เม่ยเอ๋อร์ต้องกินยาหรือ"

หลี่จื่อหลินพยักหน้า"

"ใช่ขอรับท่านหมอบอกว่ากินยาครึ่งเดือนก็หายยาแก้ช้ำในได้ด้วย"

คิ้วของหลี่เล่อกระตุกเขาไม่พูดสิ่งใดต่อนำยาต้มมาป้อนหลี่จิ่วเม่ยไม่เผยพิรุธใดออกมา

"กินยาแล้วต้องนอนพักมาก ๆ "

เขาพูดเสียงอ่อนโยนหลี่จิ่วเม่ยจึงพูดขออนุญาต

"เม่ยเอ๋อร์ขอไปดูไก่กับเป็ดนะเจ้าคะท่านพ่อ"

เขาจึงใช้โอกาสนี้ถามขึ้น

"ท่านยายให้มาหรือ"

"ไม่ใช่ขอรับท่านแม่ไปเอามา"

เขาเก็บคำถามมากมายเอาไว้แล้วพาเด็กทั้งสองคนไปที่เล้าไก่พร้อมกับนำข้าวสารกำเล็กติดมือไปด้วย เมื่อมาถึงสองฝาแฝดก็ได้หัดหว่านข้าวสารให้ไก่มองดูมันกินอาหารอย่างมีความสุข

"อย่าฆ่ามันนะขอรับท่านพ่อ"

หลี่จื่อหลินส่งสายตาขอร้องบิดา เขาพยักหน้ายิ้มบางเอ่ยกับบุตรชายว่า

"เราจะไม่ฆ่ามันแน่นอน"

สองเด็กฝาแฝดกระโดดโลดเต้นส่งเสียงร้องด้วยความดีใจที่ท่านพ่อใจดีกับสัตว์สองตัว หลี่เล่อให้เด็ก ๆ ได้ใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงจนพอใจแล้วก็อุ้มหลี่จิ่วเม่ยพร้อมกับจูงมือหลี่จื่อหลินเข้าบ้านพาไปนอนพักผ่อน

ร่างสูงใหญ่กำยำยืนอยู่ด้านหลังจ้าวหานหรงที่กำลังจะเอาผ้าไปซักหมุนตัวกลับมาต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าคมคายจ้องมองนางเหมือนเป็นผู้ร้าย

"มีเรื่องใดกัน"

นางทำงานจนลืมเรื่องอื่นไปหมดแล้ว

"เกิดอะไรขึ้นกับเม่ยเอ๋อร์"

สีหน้าของเขาดูเอาเรื่องสายตาดุดันขึ้นมาทันทีชวนให้คิดถึงเนื้อหาในนิยาย

ชายผู้นี้เป็นคนจิตใจแข็งแกร่งไม่เกรงกลัวสิ่งใด มิน่าเล่าเขาถึงร้ายกาจนักทั้งยังเหี้ยมโหดไร้ความปรานี

"มีเรื่องนิดหน่อยข้าจัดการแล้ว"

นางจะรีบเอาผ้าไปซักแล้วจะกลับมาอธิบายทีหลัง

"บอกข้ามาให้หมด"

เสียงทรงพลังทำให้นางก้าวขาต่อไปไม่ได้ไม่คิดเลยว่าคำพูดของเขาจะมีอิทธิพลต่อจิตใจผู้อื่นได้ขนาดนี้

"เซียวจูมาเอาเรื่องเด็ก ๆ กล่าวหาว่าไปขโมยไข่"

ไม่ต้องพูดละเอียดหลี่เล่อก็เข้าใจสถานการณ์ได้ เซียวจูเป็นคนหยาบคายปากร้ายใจร้ายที่สามารถทำอะไรก็ได้ยามที่นางโมโห อาการของหลี่จิ่วเม่ยบ่งบอกได้ชัดเจน แค่ฟังประโยคเดียวก็ทำให้หลี่เล่อโกรธจ้าวหานหรงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

"ตอนนั้นเจ้าอยู่ที่ไหนทำไมไม่ดูแลลูก!"

เสียงดุร้ายราวกับเสือขึ้นเสียงดัง จ้าวหานหรงสะดุ้งตัวที่โดนถามนางไร้ข้อแก้ตัวเพราะเวลานั้นนางนอนเพิ่งตื่น

"ข้า..."

"เลวที่สุดก็คือเจ้า"

ไม่เคยมีคำพูดรุนแรงออกจากปากหลี่เล่อมาก่อนแต่ครั้งนี้หลักฐานบนตัวบุตรสาวทำให้เขาทำใจยอมรับไม่ได้ เขาเดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปที่บ้านเซียวจูในทันที

"อารมณ์อย่างกับพายุ ตัวร้ายตัวพ่อช่างน่ากลัวนัก"

จ้าวหานหรงพึมพำตามหลังเมื่อครู่นางต้องสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้เต็มที่ไม่เผยความหวาดกลัวออกมาให้เห็น ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนแข้งขาไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาซะอย่างนั้น

เป็นเวลาเดียวกับเซียวจูกำลังกวาดใบไม้อยู่หน้าบ้านนางเงยหน้าขึ้นมองเห็นหลี่เล่อเดินเข้ามาในใจเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมา หลี่เล่อไม่เคยมาบ้านของนางและหน้าตาเย็นชาเช่นนี้นางก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

"มีอะไรหรือ"

เซียวจูร้องถามขึ้นเมื่อไม่เห็นว่าอีกฝ่ายมีทีท่าว่าจะหยุดตรงหน้าบ้าน

"ข้าจะมาเตือนเจ้าว่าหากคนที่บ้านของข้าสร้างปัญหาให้มาบอกข้า ไม่ใช่ไปทำร้ายเด็กไม่มีทางสู้"

เซียวจูพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแสดงท่าทางเยาะเย้ย

"นึกว่าเรื่องอะไร สิ่งที่ข้าทำมันสมควรแล้วนี่"

ความขุ่นมัวเมื่อครู่ยังกรุ่นอยู่ในใจแต่พอได้เห็นคำพูดและท่าทางไม่สำนึกของเซียวจูอารมณ์ของหลี่เล่อก็เริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

"หากยังมีครั้งต่อไปข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นสตรีถ้ารังแกคนในครอบครัวข้า อย่าหาว่าข้าใจร้าย"

เสียงเย็นเยียบกดต่ำฟังดูเยือกเย็น เซียวจูสัมผัสได้ถึงความอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมารอบตัวของเขา แววตาของนางตื่นตระหนกทันทีที่ได้ยิน

"เจ้า ข่มขู่ข้าหรือ คิดเอาเรื่องกับสตรีหน้าไม่อาย"

นางชี้หน้าหลี่เล่อพยามยามควบคุมสติกระนั้นยังมีเสียงสั่นลอดออกมาเล็กน้อย ที่บ้านของเซียวจูไม่มีผู้ชายนางอยู่กับมารดาเพียงสองคน ที่พึ่งของนางก็คือผู้ใหญ่บ้านที่เอือมระอากับพฤติกรรมของนาง ยามเกิดปัญหาก็ไม่ค่อยเข้าข้างแต่เซียวจูก็ยังใช้ตำแหน่งนี้แอบอ้างในการเอาเปรียบผู้อื่นบ่อย ๆ

"ถ้าเจ้ากล้าทำอะไรข้า ข้าจะไปร้องเรียนผู้ใหญ่บ้าน"

"ข้าไม่สนใจถ้ามีเรื่องอีกข้าจะไม่อดทนเหมือนครั้งนี้แน่"

พูดจบร่างสูงใหญ่ก็หันหลังเดินกลับเขาไม่ได้ตั้งใจมาเอาเรื่องเพียงแต่มาเตือนไม่ให้เซียวจูกำเริบมากไปกว่านี้เท่านั้น

"ปากดีทั้งผัวทั้งเมีย นังหมูตอนได้บอกเจ้าหรือไม่ล่ะว่านางตีข้าแล้วยังเอาเป็ดไก่ของข้าเป็นของชดใช้อีก พวกเจ้ามันร้ายกาจนัก"

นางตะโกนด่าไล่หลังดังมากพอให้ได้ยิน หลี่เล่อไม่หันหลังกลับไปตอบโต้แต่เรื่องที่ได้ยินทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว

กลับมาถึงบ้านยังเห็นจ้าวหานหรงนั่งซักผ้า หลี่เล่อไม่พูดสิ่งที่ได้ยินมาใบหน้ายังคงเย็นชาระหว่างที่เดินไปหานาง จ้าวหานหรงไม่ทันมองเมื่อหันมาเห็นหลี่เล่อยืนอยู่ใกล้ ๆ นางก็สะดุ้งอีกครั้ง

"อุ้ย เดินไม่ให้สุ้มให้เสียงตกใจหมดเลย"

เขาไม่พูดสิ่งใดกับนางมองดูถังน้ำหลายใบเริ่มมีน้ำพร่องจึงคว้าถังสองใบเดินออกจากบ้านไปชั่วครู่ก็เดินหิ้วน้ำกลับมาเทใส่ถังใหญ่ จ้าวหานหรงมองดูสิ่งที่ชายหนุ่มทำไปเรื่อย ๆ นึกย้อนถึงความทรงจำเก่าขึ้นมา งานบ้านงานเรือนหน้าที่ของนางเขาก็ทำจนชาชินแล้วทั้งตักน้ำ ผ่าฟืน ซักผ้ารวมถึงทำความสะอาดบ้านและดูแลลูก วันที่ไม่ได้ออกไปล่าสัตว์เขาก็ไม่เคยได้หยุดพัก

ไม่เคยร้องขอหรือออกคำสั่งให้จ้าวหานหรงทำเพราะนางไม่เคยทำจึงเป็นความเคยชินมาตลอดตั้งแต่อยู่กินกันมา ที่สำคัญเขาไม่พูดไม่จากับนางสักคำ

ตักน้ำหลายเที่ยวจนเต็มถังทุกใบหลี่เล่อก็ออกไปจากบ้านอยู่ครู่ใหญ่กลับมาพร้อมแบกไม้ฟืนกองโตมาวางไว้นั่งผ่าฟืนแล้วเก็บเข้าที่เป็นระเบียบเรียบร้อย การทำงานของเขารวดเร็วและคล่องตัวทั้งที่มีแต่งานหนักต่างจากนางที่ผ่านไปหนึ่งชั่วยามแล้วเพิ่งตากผ้าเสร็จก็เหงื่อไหลเต็มเสื้อผ้าเหนื่อยหอบราวกับไปแบกไม้ฟืนเหมือนเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ตอนจบของตัวร้าย

    "ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นักต้มตุ๋น

    สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นางตายแล้ว

    หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เสี่ยวหลินเกิดเรื่องแล้ว

    ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อความสงบในจวน

    รถม้าจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด สัมภาระมีไม่มากขนย้ายไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปสมทบกับหวงเย่าฉี การเดินทางเงียบเชียบไร้เสียงสนทนาเพราะหลี่จื่อหลินกับหลี่จิ่วเม่ยยังคงหลับอยู่ ถึงหน้าร้านเถ้าแก่หวงทักทายสองสามีภรรยาและควบม้านำทางไปยังจวนโหวโดยมีหยางชุนเดินทางไปด้วย เขาลางานสองวันเพื่อไปส่งหลี่เล่อและครอบครัว อีกอย่างอยากรู้จักที่อยู่ของสหายหากวันหน้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้ตามไปถูกที่ รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นรถใช้เดินทางไกลจึงสามารถทนการเดินทางระยะไกลได้จากความเคยชิน จวบจนกระทั่งถึงครึ่งทางก็ได้พบกับเหอจิ้งเซียน "เจ้ามาทำอะไรกลางป่าอย่างนี้จิ้งเซียน" หวงเย่าฉีเห็นว่าสหายไม่เคยมีเวลาว่างแล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร "มีคนส่งข้ามานะสิ ข้ามารับขบวนนี้เข้าจวน" โหวฮูหยินมีคำสั่งให้เหอจิ้งเซียนมารับทุกคนและพาเข้าจวนด้วยตัวเอง การเดินทางเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเหอจิ้งเซียนส่งพิราบสื่อสารไปที่จวนโหวแล้วว่าจะไปถึงไม่เกินยามจื่อ(23.00น.-01.00น.) จวนโหวที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใกล้เขตวังหลวงภายในเป็นบริเวณกว้างขวางมีความเป็นระเบียบ

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    จวนโหว โหวฮูหยินอ่านจดหมายของหวงเย่าฉีด้วยความปลาบปลื้มใจ "ขอพรกับพระโพธิสัตว์มานานในที่สุดคำอธิษฐานของข้าก็เป็นจริง" แต่ข่าวนี้นางจะยังไม่แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของหลี่เล่อเพราะเนื้อความข้างในได้แจ้งมาว่าครอบครัวของเขาเพิ่งถูกวางเพลิงโดยคนร้ายซัดทอดมาถึงนักพรต หวงเย่าฉีจำเป็นต้องบอกโหวฮูหยินเพราะหลังจากวันนั้นหยางชุนไปพบเขาที่ร้านกำชับให้เรื่องนี้เป็นความลับให้มากที่สุด นางจึงไม่ได้แจ้งให้ท่านโหวทราบหากท่านโหวรู้เรื่องนี้ไม่พ้นต้องบอกฮูหยินรองอย่างแน่นอน โหวฮูหยินตอบกลับจดหมายนัดวันเวลาให้หวงเย่าฉี เขาจึงให้คนไปส่งข่าวที่บ้านหลี่เล่อเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจะให้รถม้ามารับที่บ้าน หลี่เล่อนั่งคุยกับจ้าวหานหรงในสิ่งที่ยังตัดสินใจค้างเอาไว้ก่อนถึงวันไฟไหม้บ้าน "เจ้าจำเรื่องที่เคยถามข้าได้หรือไม่" นางมีหลายเรื่องให้คิดจึงตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวใดที่เคยพูดกันบ้าง "ข้าถามไปตั้งหลายอย่าง" "เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนโหว" "หา!" การตัดสินใจที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้นางตั้งตัวไม่ทัน "ท่านคิดดีแล้วหรือไม่" นางถามย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขามีท่าทีต่อต้านมาต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status