Share

ไม่ต้องอดอาหารแล้ว

last update Dernière mise à jour: 2026-01-07 11:25:32

จ้าวหานหรงเดินหิ้วเป็ดและไก่มาถึงนางก็ผูกเชือกเอาไว้แล้วหาไม้ที่มีมาทำเป็นเล้าไก่ขนาดย่อมจากนั้นเอาไก่และเป็ดเข้าไปไว้ในเล้า

นางเดินมาดูในครัวเห็นหมั่นโถวที่ยังกินไม่หมดจึงนำมาอุ่นอีกครั้ง

"โชคดีที่ยังเหลือให้ได้กินอีกมื้อ"

หลังจากมื้อเช้านี้ตอนกลางวันยังไม่มีอาหารให้เด็ก ๆ กิน มองไปที่เล้าไก่ความคิดถึงเมนูอาหารจากเป็ดไก่ก็ผุดขึ้นมาเต็มหัว

"ไม่ได้ ไก่กับเป็ดต้องเก็บเอาไว้ก่อน"

นางยังไม่ยอมเอามาทำอาหารแน่นอนหากนำไปขายจะได้เงินมาซื้อของหลายอย่างเข้าบ้านมากกว่า 

ระหว่างที่นำหมั่นโถวไปให้เด็ก ๆ นางก็ต้มยาให้หลี่จิ่วเม่ยไว้รอจะได้ไม่เสียเวลา

"เสี่ยวหลินมาล้างหน้าแปรงฟันเสียก่อน"

เรื่องนี้หลี่จื่อหลินรู้หน้าที่ดีเพราะถูกฝึกจากบิดามาตั้งแต่อายุหนึ่งขวบแล้ว หลี่จิ่วเม่ยที่มีอาการดีขึ้นเล็กน้อยเห็นพี่ชายแปรงฟันนางก็อยากแปรงฟันบ้าง

"ข้าก็จะแปรงฟัน"

นางบอกกับจ้าวหานหรง เด็กทั้งสองไม่งอแงก็วางใจหญิงสาวจึงให้แปรงฟันด้วยตัวเอง

"ได้สิจ้ะสาวน้อย"

หลี่จิ่วเม่ยยิ้มหวานที่ถูกมารดายกยอลืมความกลัวที่มีต่อนางไปชั่วขณะ

ดื่มยาต้มเสร็จนางให้หลี่จิ่วเม่ยนอนพักผ่อนร่างกายจะได้ฟื้นตัวดีขึ้น

เสียงไก่กับเป็ดร้องประสานกันอยู่หลังบ้าน ด้วยขนาดพื้นที่ไม่กว้างมากเสียงร้องของสัตว์เลี้ยงสองตัวดังมาถึงตัวบ้านปลุกเด็กทั้งสองคนที่กำลังหลับสบายให้ตื่นขึ้น

"พี่ใหญ่ ท่านได้ยินเสียงเป็ดหรือไม่"

หลี่จิ่วเม่ยถามหลี่จื่อหลินเมื่อนางได้ยินเสียงเป็ดร้อง

"พี่ได้ยินเสียงไก่"

เด็กทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วชวนกันลุกขึ้นเดินออกไปตามที่มาของเสียงสัตว์สองตัว

"นั่น มีทั้งเป็ดทั้งไก่"

หลี่จิ่วเม่ยชี้มือไปอย่างตื่นเต้น ที่บ้านของนางไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อนครั้งนี้เจอถึงสองตัวถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่ามองยิ่งนัก

"ไก่กับเป็ดมาอยู่ที่บ้านเราได้อย่างไรเม่ยเอ๋อร์"

หลี่จื่อหลินนั่งลงยอง ๆ เกาะขอบเล้ามองการเคลื่อนไหวของสัตว์ทั้งสองตัวดวงตาของเขาเปล่งประกายระยิบระยับ เป็นเวลาเดียวกันกับจ้าวหานหรงกำลังเดินเอาเศษผักที่ถอนออกจากแปลงมาให้เป็ดกิน

"เป็ดกับไก่เป็นของเรา น่ารักไหมจ๊ะ"

นางยิ้มแย้มให้เด็กสองคนพลางโยนเศษผักให้พวกมัน หลี่จิ่วเม่ยชอบสัตว์เลี้ยงน่ารัก นางยิ้มหวานจนตาหยีพยักหน้าตอบมารดา

"น่ารักเจ้าค่ะ ข้าชอบทั้งสองตัวเลย"

หลี่จื่อหลินเหลือบตามองน้องสาว ทั้งน้ำเสียงและคำพูดทำให้เขาเกิดความขุ่นมัวโดยไม่รู้ตัว นางจิตใจอ่อนไหวจนลืมไปแล้วหรือว่านางคนนี้เคยทุบตีและด่าทอเอาไว้อย่างไร ที่นางแสร้งทำดีด้วยก็เพราะว่ากลัวท่านพ่อกลับมาเห็นสภาพเขาสองคนแล้วนางจะถูกทุบตี นางไม่เคยรักคนอื่นนอกจากตัวเอง แล้วหลี่จิ่วเม่ยไว้ใจง่าย ๆ ได้อย่างไร

"พวกเจ้ามันเป็นตัวมาร ออกไปไกล ๆ ข้า พวกเด็กเหลือขอ"

เสียงด่าทอหยาบคายยังก้องอยู่ในสมองของหลี่จื่อหลิน ภาพที่เขาเคยถูกมารดาถีบกระเด็นออกจากตัวตอนที่คนรังแกและร้องไห้วิ่งไปกอดนางหาที่พึ่งพิงยังติดตาตรึงใจไม่จางหายไป พลันแววตาที่สดใสเมื่อครู่ก็หม่นหมองลงเด็กชายก้มหน้ามองพื้นดวงหน้าคมมีอาการเศร้าสลดเข้ามาแทนที่

จ้าวหานหรงกำลังหยอกล้อชี้ชวนหลี่จิ่วเม่ยดูเป็ดไก่กินผัก นางรู้สึกผิดสังเกตหันมามองดูบุตรชายนิ่งเงียบไปจึงนั่งลงข้าง ๆ เอื้อมมืออ้วนท้วนโอบไหล่เอาไว้เบา ๆ 

"เสี่ยวหลินลูกไม่ชอบเป็ดกับไก่หรือจ๊ะ"

หลี่จื่อหลินสะดุ้งขัดขืนสะบัดตัวถอยออกมา

"เปล่า ข้าชอบ"

จ้าวหานหรงพอจะรู้ว่าเพราะเหตุผลใดบุตรชายของนางถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ นั่นเพราะนางเคยทำร้ายเขามาก่อนอย่างหนักหน่วงทั้งกายและใจ

"ถ้าชอบก็ไปเล่นกับมันสิลูกแม่จะเปิดเล้าให้ดีหรือไม่"

นางเอียงคอทำเสียงเล็กเหมือนกับเด็กคุยเล่นกับบุตรชาย หลี่จื่อหลินเป็นเพียงเด็กชายวัยสี่ขวบเมื่อมารดาแสดงความสนใจขึ้นมาเขาก็อดหวั่นไหวไม่ได้

"ทะ...ท่าน จะฆ่ามันทำอาหารหรือ"

เขาเปลี่ยนจากคำตอบเป็นคำถามแทนดวงตากลมโตประดับด้วยแพขนตายาวเป็นเส้นตรงงดงามจ้องมองด้วยความห่วงใย

"เราไม่มีอาหารกิน ถ้าจำเป็นก็อาจจะ..."

"อย่าฆ่ามันนะ!"

เสียงประสานของเด็กน้อยสองคนร้องขึ้นอย่างตกใจพร้อม ๆ กัน นางมองดูอดยิ้มไม่ได้จึงเอ่ยขึ้น

"ไม่ฆ่าก็ได้ แต่เราจะเลี้ยงเอาไว้อย่างนี้ไม่ได้นะเราไม่ค่อยมีอาหารให้มันกิน"

"หรงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์"

เสียงเรียกดังขึ้นหน้าบ้านทำลายการสนทนาของสามคนแม่ลูก จ้าวหานหรงได้ยินเสียงจึงจูงมือเด็ก ๆ ออกมาดู

"ท่านแม่"

รุ่ยชิงมาหาลูกสาวเป็นประจำทุกครั้งที่ลูกเขยไม่อยู่บ้าน นางรักจ้าวหานหรงมากเมื่อสามีไม่อยู่เกรงว่าทั้งสามแม่ลูกจะไม่มีอาหารกินเพราะจ้าวหานหรงไปหาอาหารไม่เป็น ทำกับข้าวหุงข้าวก็ไม่เป็น นางจึงคอยเอาของกินมาส่งให้เป็นประจำโดยไม่เคยรู้ว่าเมื่อก่อนอาหารไม่เคยตกถึงท้องของหลาน ๆ พวกเขาจึงดูผอมแห้งร่างกายโตไม่เต็มที่

"หรงเอ๋อร์"

นางเดินเข้าไปรับของพะรุงพะรังจากมือมารดาเอาเข้าไปเก็บ ขนมถั่วทอดที่นำมาด้วยนางจัดใส่จานยกมาพร้อมกับน้ำชาตั้งไว้บนโต๊ะใต้ร่มไม้ลานหน้าบ้าน

"กินขนมถั่วทอดกับน้ำชาก่อนจ้ะ เด็ก ๆ ท่านยายมีขนมมาฝากหยิบกินสิจ๊ะ"

รุ่ยชิงยิ้มแย้มมองดูหลานฝาแฝดด้วยความเอ็นดู เด็กทั้งสองคนหยิบขนมกินอย่างเอร็ดอร่อยนางก็ชื่นใจ พลางมองไปรอบบ้านก็ให้ความรู้สึกประหลาดใจ

"บ้านสะอาดเรียบร้อยกว่าคราวก่อนมาก เจ้าดูแลบ้านยามสามีไม่อยู่อย่างนี้น่ะดีแล้ว"

โดยปกติจ้าวหานหรงไม่ค่อยพูดจาดีกับมารดา นางเป็นคนเอาแต่ใจและดูแคลนว่ามารดาอ่อนแอชอบถูกท่านย่ากดขี่ใช้งานหนักประจำแล้วยังทำให้นางทำงานหนักไปด้วยไม่เคยภาคภูมิใจที่ปกป้องนางไม่ได้ จ้าวหานหรงเป็นคนเกียจคร้านมาตั้งแต่เด็กทำงานเพียงเล็กน้อยนางก็บ่นว่าเหนื่อยแล้ว ถึงกระนั้นรุ่ยชิงก็ทำแทนนางหมดทุกอย่าง

ด้วยความรักลูกมากเกินไปนางยอมทนถูกแม่สามีดุด่าเป็นประจำแล้วยังใช้งานหนักขึ้นเรื่อย ๆ 

จ้าวหานหรงยิ้มแย้มเอื้อมมือไปกุมมือของมารดาเอาไว้ ความอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับจากบุตรสาวทำให้นางรู้สึกไม่คุ้นชิน

"ข้ากำลังคิดจะออกไปหาอาหารอยู่พอดี ว่าจะให้ซือไฉมาอยู่เป็นเพื่อนหลาน"

จ้าวซือไฉเป็นน้องชายของจ้าวหานหรงมีอายุสิบสองปี ทำงานช่วยครอบครัวตระกูลจ้าว เขาไม่ค่อยมาเยี่ยมพี่สาวบ่อยนักเพราะต้องช่วยงานท่านพ่ออยู่ตลอดเวลา จ้าวหานหรงคิดเอาไว้ว่านางจะลองขึ้นเขาไปหาของป่าเพราะที่บ้านไม่มีอะไรให้เด็ก ๆ กินแล้ว ทว่ารุ่ยชิงก็มาถึงก่อนที่นางจะไปหาที่บ้าน

"ได้ยังไงกัน เจ้าไม่เคยขึ้นเขาไม่รู้จักของกินหรอกอันตรายจะตาย"

รุ่ยชิงเป็นห่วงบุตรสาวคนโตที่นางประคบประหงมจนทำอะไรไม่เป็น

"มันจำเป็นจ้ะท่านแม่ ที่บ้านไม่เหลืออาหารเลย"

"บอกแม่มาว่าขาดอะไรบ้าง ของที่เอามาก็พออยู่ได้เจ็ดวัน เอาไว้พ่อเจ้าขายถั่วลิสงได้แม่จะหาข้าวสาร แล้วก็ของแห้งมาไว้ให้"

จ้าวหานหรงก้มหน้าลงเกิดความละอายใจแทนร่างเดิม มารดาของนางช่วยเหลือทุกอย่างตั้งแต่แต่งงานแยกบ้านออกมา แต่ตัวนางนี่สิทำตัวเป็นภาระครอบครัวไม่เคยช่วยเหลือตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว

"ข้ามีแต่รบกวนท่านแม่ไม่เคยช่วยท่านเลย"

รุ่ยชิงจับมืออ้วนท้วนเอาไว้แน่นพูดปลอบใจ

"แม่เต็มใจจ้ะ"

รุ่ยชิงอยู่เป็นเพื่อนเด็ก ๆ เกือบครึ่งวัน พาทำของเล่นและร้องเพลงกล่อมนอน เด็กฝาแฝดสองคนชอบท่านยายมากเพราะนางใจดีพูดจาไพเราะและทำของเล่นได้ จนกระทั่งทั้งคู่นอนหลับจึงขอตัวกลับบ้าน

จ้าวหานหรงเอาของในกระสอบที่มารดาแบกมาจนหนักอึ้งออกมาดู ในนั้นมีทั้งข้าวสวยที่หุงแล้ว ข้าวสาร ถั่วลิสง แป้งสาลี ปลาตากแห้ง เต้าหู้และผักสด มากเพียงพอให้กินได้อีกไม่ต่ำกว่าเจ็ดวัน นางถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องพากันอดอาหารในมื้อเย็นนี้ หากนางขึ้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรติดตัวมาบ้าง

นางเอาข้าวสวยมาเทใส่หม้อดินอุ่นและทำนึ่งเต้าหู้กับผัดผัก น้ำซอสมีไม่ครบนางจึงทำได้เพียงเท่านี้ เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยดัดแปลงเมนูอาหารใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ ได้กินแล้วค่อยคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ตอนจบของตัวร้าย

    "ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นักต้มตุ๋น

    สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นางตายแล้ว

    หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เสี่ยวหลินเกิดเรื่องแล้ว

    ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อความสงบในจวน

    รถม้าจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด สัมภาระมีไม่มากขนย้ายไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปสมทบกับหวงเย่าฉี การเดินทางเงียบเชียบไร้เสียงสนทนาเพราะหลี่จื่อหลินกับหลี่จิ่วเม่ยยังคงหลับอยู่ ถึงหน้าร้านเถ้าแก่หวงทักทายสองสามีภรรยาและควบม้านำทางไปยังจวนโหวโดยมีหยางชุนเดินทางไปด้วย เขาลางานสองวันเพื่อไปส่งหลี่เล่อและครอบครัว อีกอย่างอยากรู้จักที่อยู่ของสหายหากวันหน้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้ตามไปถูกที่ รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นรถใช้เดินทางไกลจึงสามารถทนการเดินทางระยะไกลได้จากความเคยชิน จวบจนกระทั่งถึงครึ่งทางก็ได้พบกับเหอจิ้งเซียน "เจ้ามาทำอะไรกลางป่าอย่างนี้จิ้งเซียน" หวงเย่าฉีเห็นว่าสหายไม่เคยมีเวลาว่างแล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร "มีคนส่งข้ามานะสิ ข้ามารับขบวนนี้เข้าจวน" โหวฮูหยินมีคำสั่งให้เหอจิ้งเซียนมารับทุกคนและพาเข้าจวนด้วยตัวเอง การเดินทางเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเหอจิ้งเซียนส่งพิราบสื่อสารไปที่จวนโหวแล้วว่าจะไปถึงไม่เกินยามจื่อ(23.00น.-01.00น.) จวนโหวที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใกล้เขตวังหลวงภายในเป็นบริเวณกว้างขวางมีความเป็นระเบียบ

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    จวนโหว โหวฮูหยินอ่านจดหมายของหวงเย่าฉีด้วยความปลาบปลื้มใจ "ขอพรกับพระโพธิสัตว์มานานในที่สุดคำอธิษฐานของข้าก็เป็นจริง" แต่ข่าวนี้นางจะยังไม่แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของหลี่เล่อเพราะเนื้อความข้างในได้แจ้งมาว่าครอบครัวของเขาเพิ่งถูกวางเพลิงโดยคนร้ายซัดทอดมาถึงนักพรต หวงเย่าฉีจำเป็นต้องบอกโหวฮูหยินเพราะหลังจากวันนั้นหยางชุนไปพบเขาที่ร้านกำชับให้เรื่องนี้เป็นความลับให้มากที่สุด นางจึงไม่ได้แจ้งให้ท่านโหวทราบหากท่านโหวรู้เรื่องนี้ไม่พ้นต้องบอกฮูหยินรองอย่างแน่นอน โหวฮูหยินตอบกลับจดหมายนัดวันเวลาให้หวงเย่าฉี เขาจึงให้คนไปส่งข่าวที่บ้านหลี่เล่อเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจะให้รถม้ามารับที่บ้าน หลี่เล่อนั่งคุยกับจ้าวหานหรงในสิ่งที่ยังตัดสินใจค้างเอาไว้ก่อนถึงวันไฟไหม้บ้าน "เจ้าจำเรื่องที่เคยถามข้าได้หรือไม่" นางมีหลายเรื่องให้คิดจึงตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวใดที่เคยพูดกันบ้าง "ข้าถามไปตั้งหลายอย่าง" "เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนโหว" "หา!" การตัดสินใจที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้นางตั้งตัวไม่ทัน "ท่านคิดดีแล้วหรือไม่" นางถามย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขามีท่าทีต่อต้านมาต

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status