Share

ไม่ต้องอดอาหารแล้ว

last update Last Updated: 2026-01-07 11:25:32

จ้าวหานหรงเดินหิ้วเป็ดและไก่มาถึงนางก็ผูกเชือกเอาไว้แล้วหาไม้ที่มีมาทำเป็นเล้าไก่ขนาดย่อมจากนั้นเอาไก่และเป็ดเข้าไปไว้ในเล้า

นางเดินมาดูในครัวเห็นหมั่นโถวที่ยังกินไม่หมดจึงนำมาอุ่นอีกครั้ง

"โชคดีที่ยังเหลือให้ได้กินอีกมื้อ"

หลังจากมื้อเช้านี้ตอนกลางวันยังไม่มีอาหารให้เด็ก ๆ กิน มองไปที่เล้าไก่ความคิดถึงเมนูอาหารจากเป็ดไก่ก็ผุดขึ้นมาเต็มหัว

"ไม่ได้ ไก่กับเป็ดต้องเก็บเอาไว้ก่อน"

นางยังไม่ยอมเอามาทำอาหารแน่นอนหากนำไปขายจะได้เงินมาซื้อของหลายอย่างเข้าบ้านมากกว่า 

ระหว่างที่นำหมั่นโถวไปให้เด็ก ๆ นางก็ต้มยาให้หลี่จิ่วเม่ยไว้รอจะได้ไม่เสียเวลา

"เสี่ยวหลินมาล้างหน้าแปรงฟันเสียก่อน"

เรื่องนี้หลี่จื่อหลินรู้หน้าที่ดีเพราะถูกฝึกจากบิดามาตั้งแต่อายุหนึ่งขวบแล้ว หลี่จิ่วเม่ยที่มีอาการดีขึ้นเล็กน้อยเห็นพี่ชายแปรงฟันนางก็อยากแปรงฟันบ้าง

"ข้าก็จะแปรงฟัน"

นางบอกกับจ้าวหานหรง เด็กทั้งสองไม่งอแงก็วางใจหญิงสาวจึงให้แปรงฟันด้วยตัวเอง

"ได้สิจ้ะสาวน้อย"

หลี่จิ่วเม่ยยิ้มหวานที่ถูกมารดายกยอลืมความกลัวที่มีต่อนางไปชั่วขณะ

ดื่มยาต้มเสร็จนางให้หลี่จิ่วเม่ยนอนพักผ่อนร่างกายจะได้ฟื้นตัวดีขึ้น

เสียงไก่กับเป็ดร้องประสานกันอยู่หลังบ้าน ด้วยขนาดพื้นที่ไม่กว้างมากเสียงร้องของสัตว์เลี้ยงสองตัวดังมาถึงตัวบ้านปลุกเด็กทั้งสองคนที่กำลังหลับสบายให้ตื่นขึ้น

"พี่ใหญ่ ท่านได้ยินเสียงเป็ดหรือไม่"

หลี่จิ่วเม่ยถามหลี่จื่อหลินเมื่อนางได้ยินเสียงเป็ดร้อง

"พี่ได้ยินเสียงไก่"

เด็กทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วชวนกันลุกขึ้นเดินออกไปตามที่มาของเสียงสัตว์สองตัว

"นั่น มีทั้งเป็ดทั้งไก่"

หลี่จิ่วเม่ยชี้มือไปอย่างตื่นเต้น ที่บ้านของนางไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อนครั้งนี้เจอถึงสองตัวถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่ามองยิ่งนัก

"ไก่กับเป็ดมาอยู่ที่บ้านเราได้อย่างไรเม่ยเอ๋อร์"

หลี่จื่อหลินนั่งลงยอง ๆ เกาะขอบเล้ามองการเคลื่อนไหวของสัตว์ทั้งสองตัวดวงตาของเขาเปล่งประกายระยิบระยับ เป็นเวลาเดียวกันกับจ้าวหานหรงกำลังเดินเอาเศษผักที่ถอนออกจากแปลงมาให้เป็ดกิน

"เป็ดกับไก่เป็นของเรา น่ารักไหมจ๊ะ"

นางยิ้มแย้มให้เด็กสองคนพลางโยนเศษผักให้พวกมัน หลี่จิ่วเม่ยชอบสัตว์เลี้ยงน่ารัก นางยิ้มหวานจนตาหยีพยักหน้าตอบมารดา

"น่ารักเจ้าค่ะ ข้าชอบทั้งสองตัวเลย"

หลี่จื่อหลินเหลือบตามองน้องสาว ทั้งน้ำเสียงและคำพูดทำให้เขาเกิดความขุ่นมัวโดยไม่รู้ตัว นางจิตใจอ่อนไหวจนลืมไปแล้วหรือว่านางคนนี้เคยทุบตีและด่าทอเอาไว้อย่างไร ที่นางแสร้งทำดีด้วยก็เพราะว่ากลัวท่านพ่อกลับมาเห็นสภาพเขาสองคนแล้วนางจะถูกทุบตี นางไม่เคยรักคนอื่นนอกจากตัวเอง แล้วหลี่จิ่วเม่ยไว้ใจง่าย ๆ ได้อย่างไร

"พวกเจ้ามันเป็นตัวมาร ออกไปไกล ๆ ข้า พวกเด็กเหลือขอ"

เสียงด่าทอหยาบคายยังก้องอยู่ในสมองของหลี่จื่อหลิน ภาพที่เขาเคยถูกมารดาถีบกระเด็นออกจากตัวตอนที่คนรังแกและร้องไห้วิ่งไปกอดนางหาที่พึ่งพิงยังติดตาตรึงใจไม่จางหายไป พลันแววตาที่สดใสเมื่อครู่ก็หม่นหมองลงเด็กชายก้มหน้ามองพื้นดวงหน้าคมมีอาการเศร้าสลดเข้ามาแทนที่

จ้าวหานหรงกำลังหยอกล้อชี้ชวนหลี่จิ่วเม่ยดูเป็ดไก่กินผัก นางรู้สึกผิดสังเกตหันมามองดูบุตรชายนิ่งเงียบไปจึงนั่งลงข้าง ๆ เอื้อมมืออ้วนท้วนโอบไหล่เอาไว้เบา ๆ 

"เสี่ยวหลินลูกไม่ชอบเป็ดกับไก่หรือจ๊ะ"

หลี่จื่อหลินสะดุ้งขัดขืนสะบัดตัวถอยออกมา

"เปล่า ข้าชอบ"

จ้าวหานหรงพอจะรู้ว่าเพราะเหตุผลใดบุตรชายของนางถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ นั่นเพราะนางเคยทำร้ายเขามาก่อนอย่างหนักหน่วงทั้งกายและใจ

"ถ้าชอบก็ไปเล่นกับมันสิลูกแม่จะเปิดเล้าให้ดีหรือไม่"

นางเอียงคอทำเสียงเล็กเหมือนกับเด็กคุยเล่นกับบุตรชาย หลี่จื่อหลินเป็นเพียงเด็กชายวัยสี่ขวบเมื่อมารดาแสดงความสนใจขึ้นมาเขาก็อดหวั่นไหวไม่ได้

"ทะ...ท่าน จะฆ่ามันทำอาหารหรือ"

เขาเปลี่ยนจากคำตอบเป็นคำถามแทนดวงตากลมโตประดับด้วยแพขนตายาวเป็นเส้นตรงงดงามจ้องมองด้วยความห่วงใย

"เราไม่มีอาหารกิน ถ้าจำเป็นก็อาจจะ..."

"อย่าฆ่ามันนะ!"

เสียงประสานของเด็กน้อยสองคนร้องขึ้นอย่างตกใจพร้อม ๆ กัน นางมองดูอดยิ้มไม่ได้จึงเอ่ยขึ้น

"ไม่ฆ่าก็ได้ แต่เราจะเลี้ยงเอาไว้อย่างนี้ไม่ได้นะเราไม่ค่อยมีอาหารให้มันกิน"

"หรงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์"

เสียงเรียกดังขึ้นหน้าบ้านทำลายการสนทนาของสามคนแม่ลูก จ้าวหานหรงได้ยินเสียงจึงจูงมือเด็ก ๆ ออกมาดู

"ท่านแม่"

รุ่ยชิงมาหาลูกสาวเป็นประจำทุกครั้งที่ลูกเขยไม่อยู่บ้าน นางรักจ้าวหานหรงมากเมื่อสามีไม่อยู่เกรงว่าทั้งสามแม่ลูกจะไม่มีอาหารกินเพราะจ้าวหานหรงไปหาอาหารไม่เป็น ทำกับข้าวหุงข้าวก็ไม่เป็น นางจึงคอยเอาของกินมาส่งให้เป็นประจำโดยไม่เคยรู้ว่าเมื่อก่อนอาหารไม่เคยตกถึงท้องของหลาน ๆ พวกเขาจึงดูผอมแห้งร่างกายโตไม่เต็มที่

"หรงเอ๋อร์"

นางเดินเข้าไปรับของพะรุงพะรังจากมือมารดาเอาเข้าไปเก็บ ขนมถั่วทอดที่นำมาด้วยนางจัดใส่จานยกมาพร้อมกับน้ำชาตั้งไว้บนโต๊ะใต้ร่มไม้ลานหน้าบ้าน

"กินขนมถั่วทอดกับน้ำชาก่อนจ้ะ เด็ก ๆ ท่านยายมีขนมมาฝากหยิบกินสิจ๊ะ"

รุ่ยชิงยิ้มแย้มมองดูหลานฝาแฝดด้วยความเอ็นดู เด็กทั้งสองคนหยิบขนมกินอย่างเอร็ดอร่อยนางก็ชื่นใจ พลางมองไปรอบบ้านก็ให้ความรู้สึกประหลาดใจ

"บ้านสะอาดเรียบร้อยกว่าคราวก่อนมาก เจ้าดูแลบ้านยามสามีไม่อยู่อย่างนี้น่ะดีแล้ว"

โดยปกติจ้าวหานหรงไม่ค่อยพูดจาดีกับมารดา นางเป็นคนเอาแต่ใจและดูแคลนว่ามารดาอ่อนแอชอบถูกท่านย่ากดขี่ใช้งานหนักประจำแล้วยังทำให้นางทำงานหนักไปด้วยไม่เคยภาคภูมิใจที่ปกป้องนางไม่ได้ จ้าวหานหรงเป็นคนเกียจคร้านมาตั้งแต่เด็กทำงานเพียงเล็กน้อยนางก็บ่นว่าเหนื่อยแล้ว ถึงกระนั้นรุ่ยชิงก็ทำแทนนางหมดทุกอย่าง

ด้วยความรักลูกมากเกินไปนางยอมทนถูกแม่สามีดุด่าเป็นประจำแล้วยังใช้งานหนักขึ้นเรื่อย ๆ 

จ้าวหานหรงยิ้มแย้มเอื้อมมือไปกุมมือของมารดาเอาไว้ ความอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับจากบุตรสาวทำให้นางรู้สึกไม่คุ้นชิน

"ข้ากำลังคิดจะออกไปหาอาหารอยู่พอดี ว่าจะให้ซือไฉมาอยู่เป็นเพื่อนหลาน"

จ้าวซือไฉเป็นน้องชายของจ้าวหานหรงมีอายุสิบสองปี ทำงานช่วยครอบครัวตระกูลจ้าว เขาไม่ค่อยมาเยี่ยมพี่สาวบ่อยนักเพราะต้องช่วยงานท่านพ่ออยู่ตลอดเวลา จ้าวหานหรงคิดเอาไว้ว่านางจะลองขึ้นเขาไปหาของป่าเพราะที่บ้านไม่มีอะไรให้เด็ก ๆ กินแล้ว ทว่ารุ่ยชิงก็มาถึงก่อนที่นางจะไปหาที่บ้าน

"ได้ยังไงกัน เจ้าไม่เคยขึ้นเขาไม่รู้จักของกินหรอกอันตรายจะตาย"

รุ่ยชิงเป็นห่วงบุตรสาวคนโตที่นางประคบประหงมจนทำอะไรไม่เป็น

"มันจำเป็นจ้ะท่านแม่ ที่บ้านไม่เหลืออาหารเลย"

"บอกแม่มาว่าขาดอะไรบ้าง ของที่เอามาก็พออยู่ได้เจ็ดวัน เอาไว้พ่อเจ้าขายถั่วลิสงได้แม่จะหาข้าวสาร แล้วก็ของแห้งมาไว้ให้"

จ้าวหานหรงก้มหน้าลงเกิดความละอายใจแทนร่างเดิม มารดาของนางช่วยเหลือทุกอย่างตั้งแต่แต่งงานแยกบ้านออกมา แต่ตัวนางนี่สิทำตัวเป็นภาระครอบครัวไม่เคยช่วยเหลือตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว

"ข้ามีแต่รบกวนท่านแม่ไม่เคยช่วยท่านเลย"

รุ่ยชิงจับมืออ้วนท้วนเอาไว้แน่นพูดปลอบใจ

"แม่เต็มใจจ้ะ"

รุ่ยชิงอยู่เป็นเพื่อนเด็ก ๆ เกือบครึ่งวัน พาทำของเล่นและร้องเพลงกล่อมนอน เด็กฝาแฝดสองคนชอบท่านยายมากเพราะนางใจดีพูดจาไพเราะและทำของเล่นได้ จนกระทั่งทั้งคู่นอนหลับจึงขอตัวกลับบ้าน

จ้าวหานหรงเอาของในกระสอบที่มารดาแบกมาจนหนักอึ้งออกมาดู ในนั้นมีทั้งข้าวสวยที่หุงแล้ว ข้าวสาร ถั่วลิสง แป้งสาลี ปลาตากแห้ง เต้าหู้และผักสด มากเพียงพอให้กินได้อีกไม่ต่ำกว่าเจ็ดวัน นางถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องพากันอดอาหารในมื้อเย็นนี้ หากนางขึ้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรติดตัวมาบ้าง

นางเอาข้าวสวยมาเทใส่หม้อดินอุ่นและทำนึ่งเต้าหู้กับผัดผัก น้ำซอสมีไม่ครบนางจึงทำได้เพียงเท่านี้ เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยดัดแปลงเมนูอาหารใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ ได้กินแล้วค่อยคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป

 

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ไปทำธุระหนึ่งวัน

    "วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หลี่เล่อไม่ใช่คนธรรมดา

    รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ข้าจะช่วยหาเงินเอง

    "เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อจุดจบที่สวยงาม

    บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หย่าขาดได้แล้ว

    ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   แจกจ่ายดีกว่านำไปขาย

    นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status