LOGINจ้าวหานหรงเดินหิ้วเป็ดและไก่มาถึงนางก็ผูกเชือกเอาไว้แล้วหาไม้ที่มีมาทำเป็นเล้าไก่ขนาดย่อมจากนั้นเอาไก่และเป็ดเข้าไปไว้ในเล้า
นางเดินมาดูในครัวเห็นหมั่นโถวที่ยังกินไม่หมดจึงนำมาอุ่นอีกครั้ง "โชคดีที่ยังเหลือให้ได้กินอีกมื้อ" หลังจากมื้อเช้านี้ตอนกลางวันยังไม่มีอาหารให้เด็ก ๆ กิน มองไปที่เล้าไก่ความคิดถึงเมนูอาหารจากเป็ดไก่ก็ผุดขึ้นมาเต็มหัว "ไม่ได้ ไก่กับเป็ดต้องเก็บเอาไว้ก่อน" นางยังไม่ยอมเอามาทำอาหารแน่นอนหากนำไปขายจะได้เงินมาซื้อของหลายอย่างเข้าบ้านมากกว่า ระหว่างที่นำหมั่นโถวไปให้เด็ก ๆ นางก็ต้มยาให้หลี่จิ่วเม่ยไว้รอจะได้ไม่เสียเวลา "เสี่ยวหลินมาล้างหน้าแปรงฟันเสียก่อน" เรื่องนี้หลี่จื่อหลินรู้หน้าที่ดีเพราะถูกฝึกจากบิดามาตั้งแต่อายุหนึ่งขวบแล้ว หลี่จิ่วเม่ยที่มีอาการดีขึ้นเล็กน้อยเห็นพี่ชายแปรงฟันนางก็อยากแปรงฟันบ้าง "ข้าก็จะแปรงฟัน" นางบอกกับจ้าวหานหรง เด็กทั้งสองไม่งอแงก็วางใจหญิงสาวจึงให้แปรงฟันด้วยตัวเอง "ได้สิจ้ะสาวน้อย" หลี่จิ่วเม่ยยิ้มหวานที่ถูกมารดายกยอลืมความกลัวที่มีต่อนางไปชั่วขณะ ดื่มยาต้มเสร็จนางให้หลี่จิ่วเม่ยนอนพักผ่อนร่างกายจะได้ฟื้นตัวดีขึ้น เสียงไก่กับเป็ดร้องประสานกันอยู่หลังบ้าน ด้วยขนาดพื้นที่ไม่กว้างมากเสียงร้องของสัตว์เลี้ยงสองตัวดังมาถึงตัวบ้านปลุกเด็กทั้งสองคนที่กำลังหลับสบายให้ตื่นขึ้น "พี่ใหญ่ ท่านได้ยินเสียงเป็ดหรือไม่" หลี่จิ่วเม่ยถามหลี่จื่อหลินเมื่อนางได้ยินเสียงเป็ดร้อง "พี่ได้ยินเสียงไก่" เด็กทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วชวนกันลุกขึ้นเดินออกไปตามที่มาของเสียงสัตว์สองตัว "นั่น มีทั้งเป็ดทั้งไก่" หลี่จิ่วเม่ยชี้มือไปอย่างตื่นเต้น ที่บ้านของนางไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงมาก่อนครั้งนี้เจอถึงสองตัวถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่ามองยิ่งนัก "ไก่กับเป็ดมาอยู่ที่บ้านเราได้อย่างไรเม่ยเอ๋อร์" หลี่จื่อหลินนั่งลงยอง ๆ เกาะขอบเล้ามองการเคลื่อนไหวของสัตว์ทั้งสองตัวดวงตาของเขาเปล่งประกายระยิบระยับ เป็นเวลาเดียวกันกับจ้าวหานหรงกำลังเดินเอาเศษผักที่ถอนออกจากแปลงมาให้เป็ดกิน "เป็ดกับไก่เป็นของเรา น่ารักไหมจ๊ะ" นางยิ้มแย้มให้เด็กสองคนพลางโยนเศษผักให้พวกมัน หลี่จิ่วเม่ยชอบสัตว์เลี้ยงน่ารัก นางยิ้มหวานจนตาหยีพยักหน้าตอบมารดา "น่ารักเจ้าค่ะ ข้าชอบทั้งสองตัวเลย" หลี่จื่อหลินเหลือบตามองน้องสาว ทั้งน้ำเสียงและคำพูดทำให้เขาเกิดความขุ่นมัวโดยไม่รู้ตัว นางจิตใจอ่อนไหวจนลืมไปแล้วหรือว่านางคนนี้เคยทุบตีและด่าทอเอาไว้อย่างไร ที่นางแสร้งทำดีด้วยก็เพราะว่ากลัวท่านพ่อกลับมาเห็นสภาพเขาสองคนแล้วนางจะถูกทุบตี นางไม่เคยรักคนอื่นนอกจากตัวเอง แล้วหลี่จิ่วเม่ยไว้ใจง่าย ๆ ได้อย่างไร "พวกเจ้ามันเป็นตัวมาร ออกไปไกล ๆ ข้า พวกเด็กเหลือขอ" เสียงด่าทอหยาบคายยังก้องอยู่ในสมองของหลี่จื่อหลิน ภาพที่เขาเคยถูกมารดาถีบกระเด็นออกจากตัวตอนที่คนรังแกและร้องไห้วิ่งไปกอดนางหาที่พึ่งพิงยังติดตาตรึงใจไม่จางหายไป พลันแววตาที่สดใสเมื่อครู่ก็หม่นหมองลงเด็กชายก้มหน้ามองพื้นดวงหน้าคมมีอาการเศร้าสลดเข้ามาแทนที่ จ้าวหานหรงกำลังหยอกล้อชี้ชวนหลี่จิ่วเม่ยดูเป็ดไก่กินผัก นางรู้สึกผิดสังเกตหันมามองดูบุตรชายนิ่งเงียบไปจึงนั่งลงข้าง ๆ เอื้อมมืออ้วนท้วนโอบไหล่เอาไว้เบา ๆ "เสี่ยวหลินลูกไม่ชอบเป็ดกับไก่หรือจ๊ะ" หลี่จื่อหลินสะดุ้งขัดขืนสะบัดตัวถอยออกมา "เปล่า ข้าชอบ" จ้าวหานหรงพอจะรู้ว่าเพราะเหตุผลใดบุตรชายของนางถึงมีพฤติกรรมเช่นนี้ นั่นเพราะนางเคยทำร้ายเขามาก่อนอย่างหนักหน่วงทั้งกายและใจ "ถ้าชอบก็ไปเล่นกับมันสิลูกแม่จะเปิดเล้าให้ดีหรือไม่" นางเอียงคอทำเสียงเล็กเหมือนกับเด็กคุยเล่นกับบุตรชาย หลี่จื่อหลินเป็นเพียงเด็กชายวัยสี่ขวบเมื่อมารดาแสดงความสนใจขึ้นมาเขาก็อดหวั่นไหวไม่ได้ "ทะ...ท่าน จะฆ่ามันทำอาหารหรือ" เขาเปลี่ยนจากคำตอบเป็นคำถามแทนดวงตากลมโตประดับด้วยแพขนตายาวเป็นเส้นตรงงดงามจ้องมองด้วยความห่วงใย "เราไม่มีอาหารกิน ถ้าจำเป็นก็อาจจะ..." "อย่าฆ่ามันนะ!" เสียงประสานของเด็กน้อยสองคนร้องขึ้นอย่างตกใจพร้อม ๆ กัน นางมองดูอดยิ้มไม่ได้จึงเอ่ยขึ้น "ไม่ฆ่าก็ได้ แต่เราจะเลี้ยงเอาไว้อย่างนี้ไม่ได้นะเราไม่ค่อยมีอาหารให้มันกิน" "หรงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์" เสียงเรียกดังขึ้นหน้าบ้านทำลายการสนทนาของสามคนแม่ลูก จ้าวหานหรงได้ยินเสียงจึงจูงมือเด็ก ๆ ออกมาดู "ท่านแม่" รุ่ยชิงมาหาลูกสาวเป็นประจำทุกครั้งที่ลูกเขยไม่อยู่บ้าน นางรักจ้าวหานหรงมากเมื่อสามีไม่อยู่เกรงว่าทั้งสามแม่ลูกจะไม่มีอาหารกินเพราะจ้าวหานหรงไปหาอาหารไม่เป็น ทำกับข้าวหุงข้าวก็ไม่เป็น นางจึงคอยเอาของกินมาส่งให้เป็นประจำโดยไม่เคยรู้ว่าเมื่อก่อนอาหารไม่เคยตกถึงท้องของหลาน ๆ พวกเขาจึงดูผอมแห้งร่างกายโตไม่เต็มที่ "หรงเอ๋อร์" นางเดินเข้าไปรับของพะรุงพะรังจากมือมารดาเอาเข้าไปเก็บ ขนมถั่วทอดที่นำมาด้วยนางจัดใส่จานยกมาพร้อมกับน้ำชาตั้งไว้บนโต๊ะใต้ร่มไม้ลานหน้าบ้าน "กินขนมถั่วทอดกับน้ำชาก่อนจ้ะ เด็ก ๆ ท่านยายมีขนมมาฝากหยิบกินสิจ๊ะ" รุ่ยชิงยิ้มแย้มมองดูหลานฝาแฝดด้วยความเอ็นดู เด็กทั้งสองคนหยิบขนมกินอย่างเอร็ดอร่อยนางก็ชื่นใจ พลางมองไปรอบบ้านก็ให้ความรู้สึกประหลาดใจ "บ้านสะอาดเรียบร้อยกว่าคราวก่อนมาก เจ้าดูแลบ้านยามสามีไม่อยู่อย่างนี้น่ะดีแล้ว" โดยปกติจ้าวหานหรงไม่ค่อยพูดจาดีกับมารดา นางเป็นคนเอาแต่ใจและดูแคลนว่ามารดาอ่อนแอชอบถูกท่านย่ากดขี่ใช้งานหนักประจำแล้วยังทำให้นางทำงานหนักไปด้วยไม่เคยภาคภูมิใจที่ปกป้องนางไม่ได้ จ้าวหานหรงเป็นคนเกียจคร้านมาตั้งแต่เด็กทำงานเพียงเล็กน้อยนางก็บ่นว่าเหนื่อยแล้ว ถึงกระนั้นรุ่ยชิงก็ทำแทนนางหมดทุกอย่าง ด้วยความรักลูกมากเกินไปนางยอมทนถูกแม่สามีดุด่าเป็นประจำแล้วยังใช้งานหนักขึ้นเรื่อย ๆ จ้าวหานหรงยิ้มแย้มเอื้อมมือไปกุมมือของมารดาเอาไว้ ความอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับจากบุตรสาวทำให้นางรู้สึกไม่คุ้นชิน "ข้ากำลังคิดจะออกไปหาอาหารอยู่พอดี ว่าจะให้ซือไฉมาอยู่เป็นเพื่อนหลาน" จ้าวซือไฉเป็นน้องชายของจ้าวหานหรงมีอายุสิบสองปี ทำงานช่วยครอบครัวตระกูลจ้าว เขาไม่ค่อยมาเยี่ยมพี่สาวบ่อยนักเพราะต้องช่วยงานท่านพ่ออยู่ตลอดเวลา จ้าวหานหรงคิดเอาไว้ว่านางจะลองขึ้นเขาไปหาของป่าเพราะที่บ้านไม่มีอะไรให้เด็ก ๆ กินแล้ว ทว่ารุ่ยชิงก็มาถึงก่อนที่นางจะไปหาที่บ้าน "ได้ยังไงกัน เจ้าไม่เคยขึ้นเขาไม่รู้จักของกินหรอกอันตรายจะตาย" รุ่ยชิงเป็นห่วงบุตรสาวคนโตที่นางประคบประหงมจนทำอะไรไม่เป็น "มันจำเป็นจ้ะท่านแม่ ที่บ้านไม่เหลืออาหารเลย" "บอกแม่มาว่าขาดอะไรบ้าง ของที่เอามาก็พออยู่ได้เจ็ดวัน เอาไว้พ่อเจ้าขายถั่วลิสงได้แม่จะหาข้าวสาร แล้วก็ของแห้งมาไว้ให้" จ้าวหานหรงก้มหน้าลงเกิดความละอายใจแทนร่างเดิม มารดาของนางช่วยเหลือทุกอย่างตั้งแต่แต่งงานแยกบ้านออกมา แต่ตัวนางนี่สิทำตัวเป็นภาระครอบครัวไม่เคยช่วยเหลือตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว "ข้ามีแต่รบกวนท่านแม่ไม่เคยช่วยท่านเลย" รุ่ยชิงจับมืออ้วนท้วนเอาไว้แน่นพูดปลอบใจ "แม่เต็มใจจ้ะ" รุ่ยชิงอยู่เป็นเพื่อนเด็ก ๆ เกือบครึ่งวัน พาทำของเล่นและร้องเพลงกล่อมนอน เด็กฝาแฝดสองคนชอบท่านยายมากเพราะนางใจดีพูดจาไพเราะและทำของเล่นได้ จนกระทั่งทั้งคู่นอนหลับจึงขอตัวกลับบ้าน จ้าวหานหรงเอาของในกระสอบที่มารดาแบกมาจนหนักอึ้งออกมาดู ในนั้นมีทั้งข้าวสวยที่หุงแล้ว ข้าวสาร ถั่วลิสง แป้งสาลี ปลาตากแห้ง เต้าหู้และผักสด มากเพียงพอให้กินได้อีกไม่ต่ำกว่าเจ็ดวัน นางถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องพากันอดอาหารในมื้อเย็นนี้ หากนางขึ้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะได้อะไรติดตัวมาบ้าง นางเอาข้าวสวยมาเทใส่หม้อดินอุ่นและทำนึ่งเต้าหู้กับผัดผัก น้ำซอสมีไม่ครบนางจึงทำได้เพียงเท่านี้ เอาไว้วันพรุ่งนี้ค่อยดัดแปลงเมนูอาหารใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ ได้กินแล้วค่อยคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรต่อไป"วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด
รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า
"เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข
บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา
ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้
นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข







