LOGINเรื่องย่อ ขณะกำลังฮัมเพลงอย่างมีความสุข มือผัดอาหารที่ลงมือปรุงด้วยตนเองอย่างพิถีพิถันรู้ตัวอีกทีภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป กลายเป็นสถานการณ์ที่ซึ่งเต็มไปด้วยความโกลาหล แถมชุดที่ใส่ยังไม่ใช่ชุดอยู่บ้านแต่เป็นชุดจีนโบราณแปลกตา ทว่าก่อนเจียงรั่วอี้จะได้ทำความเข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้า ประตูห้องพลันถูกกระแทกให้เปิดออกพร้อมบุรุษผู้หนึ่งที่เดินอาด ๆ เข้ามาแล้วชี้หน้าด่าเธอปาว ๆ บอกว่าเธอชั่วช้า สารเลว ไม่ควรเกิดมาเป็นคน! ถึงจะยังไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไรแต่เจียงรั่วอี้หาใช่ลูกพลับนิ่มที่จะยอมให้คนอื่นรังแกง่าย ๆ ในเมื่อกล้ามาด่าในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ ก็ขอด่ากลับให้จำทางกลับบ้านไม่ได้เลยแล้วกัน!
View More“กรี๊ด!! ฆ่าคนแล้ว คุณหนูสามฆ่าคนแล้ว !!”
เสียงกรีดร้องดังระงม ผู้คนวิ่งพลุกพล่าน
เจียงรั่วอี้สะดุ้งตกใจหลังได้ยินเสียงร้องตะโกนใช้สายตาไม่เข้าใจมองความวุ่นวายภายในห้องอย่างเหม่อลอย
จำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอกำลังยืนฮัมเพลงมีความสุขกับวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วสถานการณ์ตรงหน้านี้มันอะไรกัน ทำไมทุกคนถึงได้แตกตื่นขนาดนี้ แล้วชุดพวกนี้คืออะไร ทำไมเธอถึงสวมชุดจีนโบราณแทนที่จะเป็นชุดอยู่บ้านธรรมดา
ทว่าก่อนหญิงสาวจะได้ทำความเข้าใจเรื่องราวตรงหน้าเสียง ปัง! ของประตูพลันเปิดออก
“เกิดอะไรขึ้น! เสียงดังวุ่นวายไปถึงข้างนอก”
“คุณชายกู้แย่แล้วเจ้าค่ะ คุณหนูหลานแย่แล้ว!”
สตรีอายุประมาณสามสิบปลาย ๆ วิ่งเข้ามาเกาะขาชายหนุ่มใบหน้าเปื้อนน้ำตาท่าทางน่าสงสาร
“หมิงหมิง ?! เกิดอะไรขึ้นกับหมิงหมิง!”
“คุณหนู คุณหนูถูกคุณหนูเจียงวางยาเจ้าค่ะ! ฮึก คุณชายต้องช่วยคืนความยุติธรรมให้คุณหนูของบ่าวนะเจ้าคะ”คนพูดเอ่ยเสียงติดสะอื้น สองมือกำข้อเท้าชายหนุ่มแน่น
“แค่ก ๆ !”
ตอนนี้เองเจียงรั่วอี้ถึงพึ่งสังเกตเห็นว่าในห้องมีหญิงสาวท่าทางน่าสงสารคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้น มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกแน่น หัวคิ้วขมวดเข้าหากัน ใบหน้าซีดเซียว บนเสื้อผ้าเปรอะเปื้อนรอยสีแดงเป็นดวงดวง มุมปากมีเลือดไหลออกมา
“หมิงหมิง!”ชายผู้มาใหม่ก้าวเข้าไปประคองคนบนพื้นให้ลุกขึ้นยืน หญิงสาวเงยหน้ามองอีกฝ่าย ดวงตารื้นไห้ เสียงสั่นเครือ
“เหวินซาน”
“เจ้า...เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เจ้าบอกว่าจะมาแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดกับนางหรือ เหตุใดสภาพเจ้า”
คนถูกเรียกหมิงหมิงเม้มปาก เหลือบตามองเจียงรั่วอี้ หลุบตาลงท่าทางหวาดกลัว ตัวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำ
“คือว่า ข้า แค่ก ๆ”สำรอกเลือดออกมาอีกคำ
“ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว”กู้เหวินซานวางมือบนศีรษะให้หญิงสาวพิงหน้าอก น้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนจะตวัดสายตามองเจียงรั่วอี้ สีหน้าถมึงทึง
“เจียงรั่วอี้ อะไรทำให้เจ้าเติบโตมาเป็นคนเลวทรามต่ำช้าได้ถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนข้าเคยคิดว่าเจ้ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าจิตใจเจ้าบิดเบี้ยวมากขนาดไหน วันนี้ถึงขั้นกล้าวางยาพิษคนอื่นอย่างโจ่งแจ้ง วันหน้าคงมิวายกล้าถือมีดวิ่งแทงคนไปทั่ว!”น้ำเสียงกดต่ำเย็นชา
คนถูกด่าสะดุ้งมองอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่เข้าใจ
มาโกรธเธอทำไมก่อน แล้วคนในอ้อมกอดนะ บอกว่าถูกวางยาไม่ใช่เหรอทำไมไม่พาไปหาหมอ มายืนกอดกันทำซีนละครรักอยู่ทำไม หรือจริง ๆ แล้วไม่ได้ถูกวางยา แต่กำลังแสร้งเป็นแม่ดอกบัวขาว?
“สีหน้าเจ้าหมายความเช่นไร หรือกำลังจะบอกว่าเจ้าไม่ได้เป็นคนทำ!”
ก็เธอไม่ได้ทำจริง ๆ จะให้ยอมรับได้ยังไง
กู้เหวินซานส่งเสียง เหอะ ในลำคอ ดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ถอนหายใจยาวขยับปากเอ่ย
“เจ้ายังจะกล้าแสร้งว่าตนไม่ได้ทำ มีใครในแคว้นนี้ที่ไม่รู้บ้างว่าเจ้าชั่วช้าสารเลวแค่ไหน คนอย่างเจ้าไม่ควรเกิดมามีฐานะดีเลย น่าจะเกิดเป็นสุนัขข้างถนนจะได้ไม่มีอำนาจมารังแกผู้อื่น หรือไม่ก็ควรเกิดมามีชีวิตลำบาก อด ๆ อยาก ๆ แล้วตายไปเหมือนสุนัขข้างถนน !”
“นั่นปากเหรอ ?”
“...”คนถูกสวนกลับถึงกับชะงัก
“ฉันถามว่านั่นปากเหรอ ถึงได้พ่นแต่คำพูดไม่น่าฟังออกมา คำก็สารเลว สองคำก็ชั่วช้า คนที่ชั่วช้ามันนายมากกว่ามั้ง ยังไม่รู้เลยว่าอะไรเป็นอะไร เข้ามาในห้องถาม ๆ คนของตัวเองเสร็จก็หันมาด่าฉันปาว ๆ คิดว่าตัวเองเป็นใครวิเศษวิโสมาจากไหนถึงได้มาด่าฉัน แล้วผู้หญิงคนนั้นนะ บอกว่าถูกวางยาไม่ใช่เหรอทำไมไม่รีบพาไปหาหมอ มัวแต่มายืนด่าฉันฉอด ๆ ระวังจะพาไปรักษาไม่ทัน ถึงตอนนั้นอย่าคิดจะมาโทษฉันทีหลัง!”
กล่าวจบดวงตาไม่พอใจก็เหลือบมองหญิงสาวในอ้อมกอด จึงเห็นว่ามือเธอขยำชายเสื้อเขาแน่นขึ้น ขมวดคิ้วเข้าหากัน ท่าทางไม่ได้หนักหนาอย่างที่คิด สีหน้าเองก็ดูมีเลือดฝาดขึ้นมาก“หรือจริง ๆ แล้วไม่ได้ถูกวางยา แต่แค่อยากอ่อยผู้ชายจึงพยายามทำตัวน่าสงสาร”
งานวิวาห์ของสองตระกูลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ แขกเหรื่อที่มาร่วมงานมีมากมายนับพันคน ผู้คนต่างมาเพื่อแสดงความยินดีกับการเกี่ยวดองของสองตระกูลเจ้าบ่าวเจ้าสาวตัวเอกของงานสวมอาภรณ์สีแดงสดงดงามขับเน้นให้ใบหน้าและบรรยากาศรอบกายของพวกเขาดูสง่างามสูงส่ง เวลายืนอยู่เคียงกันราวกับเทพสวรรค์ธิดาฟ้าลงมาเยือน“คุณชายไป๋ยินดีกับการแต่งงานด้วยนะขอรับ ท่านกับคุณหนูเจียงเหมาะสมกันอย่างยิ่ง!”“คุณชายไป๋นี่คือของขวัญแต่งงานที่ครอบครัวข้าไปเสาะแสวงหามา เป็นพืชวิญญาณช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงมีกำลังวังชามากล้น”“คุณหนูเจียงปกติท่านก็งดงามอยู่แล้ววันนี้ยิ่งงดงามมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า”“พวกท่านสองคนเหมาะสมกันยิ่งนัก งานแต่งครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นงานแต่งที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้”“กิ่งทองใบหยก! นอกจากคำพูดนี้แล้วข้าก็ไม่รู้ว่าจะหาคำพูดใดมาเปรียบเทียบความเหมาะสมระหว่างพวกท่านทั้งสอง”คำเยินยอสรรเสริญมากมายจากคนทั้งหลายทำเจียงรั่วอี้เวียนหัวไปหมด สาเหตุหลักที่ทุกคนมาร่วมงานแต่งเพื่อแสดงความยินดีแล้วยังมาเพื่อให้ท่านปู่ของนางและปู่ของไป๋ซีห่าวเห็นหน้าค่าตาด้วยใจคาดหวังว่าการกระทำของตนจะเข้าตาอีกฝ่ายสักส่วนเ
“เจ้าไม่ต้องกังวล แม้หลังแต่งงานไปแล้วข้าก็จะยังทำตามความต้องการของเจ้า”“ได้ยินชัดไหมเจ้าคะ ซีห่าวรับปากแล้วแต่ถ้าพี่ใหญ่ยังไม่มั่นใจในวันแต่งงานสามารถเขียนสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรได้เจ้าค่ะ”“....”“อีกอย่างพี่ใหญ่อย่าลืมสิเจ้าคะ ข้ายังต้องหลอมโอสถให้ตระกูลย่อมต้องมีเรื่องให้ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง ถึงตอนนั้นพี่ใหญ่อาจจะรู้สึกเบื่อขี้หน้าข้าจนไม่อยากให้ข้ามาหาบ่อย ๆ ก็ได้”“พี่ใหญ่ไม่มีทางเบื่อหน้าน้องสาม”“ไม่เบื่อก็ดีแล้วเจ้าค่ะ” เจียงรั่วอี้เอ่ยยิ้ม ๆ พูดขึ้นมาอีกประโยคว่า “ตอนนี้สบายใจขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมเจ้าคะ”เจียงเฟยหยามองสีหน้ามั่นอกมั่นใจของน้องสาว ในที่สุดความกังวลใจของพี่ชายอย่างเขาก็ลดน้อยลง เผยยิ้มออกมาได้ในที่สุด“ในเมื่อคุณชายไป๋สัญญาแล้วว่าจะไม่ขัดขวางไม่ให้เจ้ากลับตระกูลพี่ใหญ่ก็จะไม่ขัดขวาง ถึงอย่างไรเมื่อเทียบกับคุณชายบ้านอื่นแล้ว คุณชายไป๋ถือเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง”เจียงรั่วอี้ฉีกยิ้มกว้าง “ถือว่าข้าสายตาดีไม่น้อยเลยใช่ไหมเจ้าคะ มีคนรักครั้งแรกก็ตกได้คนมีความสามารถมาเลย”“อย่าพูดเอาดีเข้าตัวหน่อยเลย เป็นตระกูลเจียงของเราต่างหากที่สายตาดี ถ้าไม่ใช่ท่านปู่พูดคุยเรื่
“น้องว่าอย่างไรนะ? ตกลงปลงใจกับคุณชายไป๋แล้ว?!” เจียงเฟยหยาเอ่ยถามอย่างตกตะลึง ดวงตาชายหนุ่มเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ จ้องมองน้องสาวสลับกับคุณชายไป๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ“พี่ใหญ่จะตกใจอะไรเล่าเจ้าคะ น้องแค่ตกลงศึกษาดูใจกับซีห่าวเท่านั้นเอง”“เรื่องเช่นนี้น้องสามกล้าพูดว่าเป็นเรื่องแค่นี้หรือ !! นี่คือคู่ชีวิตของเจ้า คนที่เจ้าจะต้องใช้ชีวิตร่วมกันต่อจากนี้ไปตลอดชีวิต จะมาตัดสินใจอย่างขอไปทีไม่ได้เด็ดขาด!”“ข้าพูดตั้งแต่เมื่อไรว่าตัดสินใจอย่างขอไปที? พี่ใหญ่ไม่ไว้ใจคุณชายไป๋หรือ ไม่เชื่อว่าเขาจะดูแลข้าได้เป็นอย่างดีหรือ”เจียงเฟยหยาพูดไม่ออก จ้องมองน้องสาวตนเองนิ่งก่อนจะเบนสายตามองไป๋ซีห่าวดึงสายตาหันกลับมาหาน้องสาว ดึงแขนก้าวห่างจากไป๋ซีห่าวหลายก้าวก้มหน้ากระซิบกระซาบ “น้องสาวเจ้าคิดดีแล้ว ใช่ไหม จะมาเสียใจทีหลังไม่ได้แล้วนะ”นัยน์ตาดอกท้อเหลือบมองพี่ใหญ่ มองใบหน้าเป็นกังวลของเขา หันสายตามองบุรุษด้านหลังแล้วหันกลับมา“พี่ใหญ่ในแคว้นนี้ท่านคิดว่ามีใครดีไปกว่าไป๋ซีห่าวหรือไม่เจ้าคะ”เจียงเฟยหยานิ่งเงียบคิดแล้วเอ่ยออกมาว่า “หากนับช่วงอายุเท่าคุณชายไป๋ คนที่อายุมากกว่าและน้อยกว่าหน่อย บุรุษ
ไป๋ซีห่าวมองภาพตรงหน้านิ่ง สายตาจดจ้องเพียงใบหน้างดงามตรงหน้า เหม่อมองด้วยความหลงใหลไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแล้วกว่าเขาจะหลุดออกจากภวังค์ก็ตอนฝ่ามือบอบบางยกมือโบกไปมาตรงหน้า“เป็นอะไรของท่านเอาแต่จ้องข้าไม่พูดจา ดีนะที่ข้าสนิทกับท่านเกิดท่านไปจ้องคนอื่นนาน ๆ ด้วยสายตาเช่นนี้คงมิวายถูกคนเขาชักสีหน้าไม่พอใจ”ชายหนุ่มหลุดยิ้มขำ จับมืออีกฝ่ายมากุมไว้“....”“....”“ซีห่าว?” เจียงรั่วอี้เรียกชายหนุ่มเสียงเบาเลิกคิ้วสงสัย ก่อนหลุบสายตาลงมองมืออีกข้างของชายหนุ่มวางลงบนหลังมือ“รั่วอี้”“หืม?” เงยหน้ามอง“เจ้าอาจจะรู้ความรู้สึกของข้าอยู่แล้ว ถึงกระนั้นข้าก็ยังอยากจะพูดให้เจ้าได้ยินจากปากของข้าเอง”“....”“เจ้ายินดีจะร่วมเดินทางต่อจากนี้กับข้าหรือไม่?”“....”เกิดความเงียบขึ้นระหว่างคนทั้งสองเจียงรั่วอี้มองสบดวงตาหนักแน่นจริงจังสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกมากมาย หลุบตามองมือสั่นไหวที่กุมมือของนางไว้ เงยหน้าขึ้นมองไป๋ซีห่าวอีกครั้งดวงตาดอกท้อจ้องมองดวงตาดำขลับนิ่ง จ้องมองเขาอยู่อย่างนั้นไม่เอ่ยคำพูดใด นัยน์ตาคอยแต่สอดส่องความรู้สึกในดวงตาอีกฝ่ายราวกับต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าคำพูดที่เขาเอื้อนเอ






reviewsMore