LOGINหญิงสาวเกิดใหม่ในนิยายพร้อมระบบหมอเทวดา เธอเป็นหญิงหม้ายที่ถูกครอบครัวสามีขับไล่หลังจากแต่งงานได้เพียงสามเดือน และที่น่าตกใจกว่านั้นคือลูกเลี้ยงวัยแปดขวบที่ร่างเดิมชอบทุบตีคือนางร้ายในนิยายเรื่องนี้!
View Moreยมทูตทำงานผิดพลาด [1/2]
ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังก้องในยามพลบค่ำไป๋เสวี่ยหรงลากร่างอ่อนล้าเดินออกมาจากตึกที่ตนเองทำงานอยู่ ดวงตาคล้ำบอกชัดถึงความเหน็ดเหนื่อยที่เธอเผชิญมาตลอดทั้งวันแต่หญิงสาวไม่ได้เดินทางกลับบ้านเพื่อพักผ่อนอย่างที่ทุกคนคาดคิดทว่ากลับพาร่างกายอันเหนื่อยล้าของตัวเองไปยังสถานที่คุ้นเคยที่มักแวะเวียนไปเป็นประจำตลอดหลายปี
“นังหนูมาแล้วเหรอ....นึกว่าเลิกเล่นไปแล้วเห็นหายไปหลายวัน” ชายชราเจ้าของร้านขายสลากกินแบ่งแบบขูดที่ตั้งอยู่ข้างทางเอ่ยทักทายลูกค้าประจำด้วยรอยยิ้ม
“พอดีที่บริษัทมีเรื่องนิดหน่อยก็เลยยุ่ง ๆ ” ไป๋เสวี่ยหรงเอ่ยตอบชายชราเสียงเรียบในขณะที่เลือกแผ่นกระดาษสีสดที่เรียงกันเป็นปึกตรงหน้าอย่างคุ้นชิน
ลมยามค่ำพัดเอากลิ่นควันไอเสียคลุ้งปะปนกับกลิ่นน้ำมันทอดจากร้านข้าง ๆ ผู้คนเดินผ่านไปมาพร้อมกับเสียงคุยจอแจ แต่สำหรับไป๋เสวี่ยหรงแล้วทุกสิ่งเบื้องหน้าถูกบดบังด้วยความคาดหวังในมือ
ใบแรก…ขูดจนผงเงินหลุดร่วง....ไม่ถูกรางวัล
ใบที่สอง…ไม่ใช่
ใบที่สาม…ยังไม่ใช่
แผ่นกระดาษสีสดหลากลวดลายที่ขูดแล้วถูกวางกองไว้ข้าง ๆ มือของไป๋เสวี่ยหรง ภายในเวลาไม่นานจำนวนของกระดาษก็ถูกซ้อนกันจนเกือบยี่สิบแผ่น
"เฮ้อ…"
เสียงถอนหายใจหนักหน่วงหลุดออกมาพร้อมรอยยิ้มฝืนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว ไป๋เสวี่ยหรงตัดสินใจว่าจะเล่นอีกใบสุดท้ายหากไม่ได้รางวัลก็จะจ่ายเงินแล้วกลับบ้านไปนอนพักผ่อน
“ใบสุดท้ายแล้วเอาใบที่แพงที่สุดมาเลย”
หญิงสาวพึมพำกับตนเองพลางหยิบกระดาษสีแดงสดที่มีราคาแพงที่สุดออกมาจากกอง ดวงตาคู่สวยมองใบกระดาษที่อาจมีรางวัลหรือไม่ก็ทำให้ความหวังของเธอดับสิ้น
เสียงผู้คนรอบข้างยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ทว่าบางคนกลับหันมาลุ้นเลขที่อยู่บนกระดาษของไป๋เสวี่ยหรงพวกเขาต่างสงสัยว่าหญิงสาวหน้าตาสะสวยตรงหน้าจะเป็นคนอับโชคในวันนี้หรือไม่
ไป๋เสวี่ยหรงวางปลายที่ขูดลงบนผิวกระดาษสีเงินก่อนจะค่อย ๆ ขูดทำให้เห็นตัวเลขที่ปรากฏขึ้นทีละหลัก…ทีละหลัก…หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นทุกจังหวะและเมื่อผิวกระดาษสีเงินถูกขูดจนหมดดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“ถะ….ถูกรางวัลใหญ่!!” เสียงของเธอทำให้ทุกเสียงที่อยู่รอบข้างเงียบลง แต่ทว่าไม่นานนักเสียงโห่ร้องดีใจของผู้คนก็ดังขึ้นตามมา
หลังจากตลอดหลายปีแห่งความพยายามในที่สุดวันนี้เธอก็ทำได้ น้ำตาแห่งความปลื้มปีติเอ่อคลอออกมาจากดวงตาหัวใจของเธอกระหน่ำเต้นไม่ต่างจากรัวกลอง ความคิดแล่นปราดถึงบ้าน รถ และชีวิตสบายที่ไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานอีกต่อไป แต่เพียงชั่ววินาทีต่อมาความรู้สึกเจ็บแปลบก็แล่นเข้าสู่อกข้างซ้ายของเธออย่างรุนแรง
"อ๊ะ…" มือบางยกขึ้นกุมอกแน่นลมหายใจของเธอติดขัดก่อนร่างบางจะทรุดฮวบลงไปนอนบนพื้นท่ามกลางเสียงตะโกนตกใจของคนรอบข้าง
ไป๋เสวี่ยหรงที่นอนอยู่บนพื้นเย็นเฉียบกำกระดาษที่ถูกรางวัลใหญ่ไว้ในมือของเธอแน่น ราวกับเธอกลัวว่ามันจะหายไปแม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต
“ไม่นะ…ฉันยังตายไปไม่ได้...ฉันยังไม่ได้ไปขึ้นเงิน…”
หญิงสาวเอ่ยออกมาประโยคสุดท้ายก่อนทุกอย่างจะดับวูบลงท่ามกลางเสียงแตกตื่นของฝูงชน…
ครอบครัว ENDเวลาผันผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม โรงหมอที่จ้าวหว่านชิงตั้งใจสร้างก็เปิดต้อนรับผู้คนตามที่นางตั้งปณิธานไว้ เดิมทีมีเพียงแผ่นป้ายไม้เรียบง่ายแขวนหน้าประตู แต่บัดนี้กลับมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ด้วยชื่อเสียงความสามารถการรักษาของนางที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง ในแต่ละวันคนเจ็บไข้เดินทางมาขอรับการรักษาจนแน่นขนัด สุดท้ายนางจำต้องออกประกาศอย่างเข้มงวดว่าจะรับผู้ป่วยเพียงยี่สิบรายต่อวัน เพื่อมิให้ตนเองหมดเรี่ยวแรงเสียก่อนเวลาอันควรภายในห้องตรวจเงียบสงบกลิ่นสมุนไพรอวลอยู่ทั่วอากาศ จ้าวหว่านชิงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้กำลังบันทึกตำรับยารอคนไข้รายสุดท้ายของวันอย่างใจเย็นจังหวะนั้นเองเสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นนอกประตู“ท่านแม่ ค่อย ๆ เดินนะขอรับ...”เสียงนั้นดังแว่วเข้ามาจ้าวหว่านชิงเงยหน้าขึ้นจากพู่กันด้วยท่าทีเรียบขรึม แต่ถ้อยคำต้อนรับคนไข้ยังไม่ทันหลุดพ้นจากริมฝีปากเสียงก็ขาดหายลงกลางคัน เมื่อสายตาสบเข้ากับบุรุษและหญิงชราที่นางคุ้นเคยในอดีตดวงตาคู่สวยพลันแข็งกร้าวในบัดดล“ทำไมถึงเป็นเจ้า!”ฉู่จิ่นหานก้าวเข้ามาพร้อมประคองมารดาใบหน้าแสดงความตกตะลึงยิ่งนัก ไม่อาจเชื่อได้ว่าหมอเทวดาผู้เลื่องลือ
จะไม่มีวันปล่อยนางให้หลุดมือไปอีกแล้ว...บนรถม้าตระกูลซูที่กำลังเคลื่อนตัวบนถนน จ้าวหว่านชิงกำลังลูบศีรษะของบุตรสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ แววตาและรอยยิ้มของนางอ่อนโยนเสียจนทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่อาจละสายตาจากนางได้เลย“เด็กคนนี้ไม่ใช่บุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้าหรือ”“ซูเหยาเป็นลูกติดของฉู่จิ่นหานกับภรรยาเก่า แต่ถึงจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันข้าก็รักนางเหมือนดั่งบุตรสาวแท้ ๆ ของตัวเอง ยิ่งเห็นว่าเด็กคนนี้ถูกทำร้ายข้าก็ไม่อาจทนดูอยู่เฉย ๆ ได้”“เพราะแบบนั้นเจ้าเลยเดินทางมาที่เหมือนหลวงสินะ...”“ใช่ ที่ข้ายอมเดินทางมาเมืองหลวงเพราะตั้งใจจะมาขอหนังสือหย่าและรับตัวซูเหยามาอยู่ด้วยกัน”“เจ้า....เสียใจหรือไม่ที่หย่ากับสามี...”“ข้าไม่เสียใจเพราะข้าไม่ได้รักเขามานานแล้ว....”กู้ฮ่าวเทียนหัวใจสั่นสะท้านรุนแรง ความหนักอึ้งที่เคยกดทับเสมือนภูผาหล่นหายไปในพริบตา สายตาคมที่มักเคร่งขรึมกลับทอประกายอุ่นวาบราวกับเปลวไฟที่ลุกโชนกลางคืนหนาวใช่แล้ว นางไม่เสียใจเพราะหมดรักบุรุษโง่นั่นไปนานแล้ว...ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าข้ายังมีความหวังไม่ใช่หรือ?“จริงสิ ข้าขอบคุณนะเจ้าคะ หากไม่ได้ยื่นมือมา
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [2/2]“ตะ…ใต้เท้ากู้! เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่…”ฉู่จิ่นหานถึงกับชะงักงัน ร่างสูงผู้ยืนตระหง่านตรงหน้าไม่เพียงทำให้บรรยากาศกดดันถึงขีดสุด หากยังเป็นผู้มีอำนาจแม้ตนจะเป็นขุนนางแต่เมื่อเทียบกับผู้บัญชาการองครักษ์เกราะทองแล้วก็ยังห่างชั้นนัก ยิ่งไปกว่านั้นชื่อเสียงความเหี้ยมโหดของกู้ฮ่าวเทียนมีหรือจะไม่มีใครในเมืองหลวงไม่รู้จัก!กู้ฮ่าวเทียนยืนนิ่ง ปลายคมเฉียบของกระบี่ยังคงจ่ออยู่ตรงลำคอของฉู่จิ่นหาน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันดั่งคมดาบแฝงแรงกดดันมหาศาลจนผู้คนรอบกายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง“ฉู่จิ่นหาน เจ้ากล้าวางแผนสังหารคนเพียงเพราะต้องการปกปิดความผิดของมารดาต่อหน้าต่อตาข้า…เจ้าช่างไม่กลัวตายเสียจริง” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นช้า ๆ แต่ทุกถ้อยคำหนักหน่วงประหนึ่งสายฟ้าฟาดฉู่จิ่นหานหน้าถอดสีเข่าทั้งสองแทบทรุดลงกับพื้น เขาโขกศีรษะลงกับพื้นหลายครั้งเพื่อขอความเมตตาด้วยรู้ดีว่าหากผู้บัญชาการกู้ลงมือจริง ๆ แม้ตำแหน่งขุนนางของเขาก็ไม่อาจช่วยอะไรได้เลย“ข้า… ข้าไม่กล้าแล้ว!” เขารีบโขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงพลางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอย่างอับจนหนทางกู้ฮ่าวเทียนก้าวเข้าหาอีกก้า
ข้าต้องการหนังสือตัดสัมพันธ์ [1/2]กู้ฮ่าวเทียนยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูไม้เก่า ร่างสูงเปียกชุ่มจากสายน้ำแต่แววตาคมกลับเย็นยะเยือกประหนึ่งคมดาบ เสียงตะโกนด่าทอของหญิงชราแว่วก้องท่ามกลางสายตาของเหล่าบ่าวรับใช้ที่จับจ้องมาอย่างตื่นตระหนก หากไม่ใช่เพราะจ้าวหว่านชิงยังอยู่ในห้องด้านหลังเขาคงยื่นมือไปบีบคอหญิงปากกล้าผู้นี้จนสิ้นใจคามือไปแล้ว“เจ้าเป็นใครกัน? เหตุใดจึงกล้ามาแทรกแซงเรื่องในจวนของบุตรชายข้า!” น้ำเสียงแหลมตวาดก้อง หญิงชราเชิดหน้าด้วยความหยิ่งผยองราวกับตนถือสิทธิ์อันชอบธรรมเหนือผู้ใดกู้ฮ่าวเทียนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดพาดหลังมือ แววตาเปล่งประกายอาฆาตเย็นเยียบริมฝีปากเอื้อนเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่น“เด็กคนนั้นตกน้ำข้าเพียงช่วยชีวิตนาง เจ้ามิเพียงไม่ขอบคุณแต่ยังบังอาจกล่าววาจาดูหมิ่นข้า…หรือว่าเจ้าเบื่อการมีชีวิตแล้ว?”ถ้อยคำเย็นดุจน้ำแข็งทำให้บรรยากาศรอบกายขึงตึง หญิงชราผู้นั้นถึงกับสะดุ้งเฮือกร่างสั่นสะท้านเผลอก้าวถอยหลังแต่ยังดึงหน้ากลบเกลื่อนความหวาดหวั่นไว้เชิดหน้าสวนกลับเสียงสั่นเครือ“คะ…คนต่ำต้อยเช่นเจ้ากล้าข่มขู่ข้าอย่างนั้นหรือ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุตรชายข้าเป็นใคร!”คำพูดโอห





