LOGINหลินเม่ยเม่ย ลูกสาวบ้านหลินที่ต้องแต่งงานกับ เฉินต้าเฟย หลังจากแต่งงานไปแล้วเธอไม่ต่างจากตกนรกทั้งเป็น ไม่ใช่ว่าเขามีฐานะที่ยากจน แต่เพราะความไม่เอาไหน และยังมีหญิงมากมายนอกบ้านมากมายต่างหากล่ะ และไม่คาดคิดว่าหลังจากนั้นไม่นาน ลู่เซียวซินหลานสาวของแม่สามีที่อยู่บ้านเดียวกันแท้จริงแล้วจะกลายมาเป็นภรรยานอกสมรสของสามี รวมถึงลูกชาย (เด็กกำพร้า) ที่รับเลี้ยงมา ก็กลายเป็นลูกของเฉินต้าเฟยและลู่เซียวซินอีก หากไม่เรียกว่าตกนรกทั้งเป็นแล้วจะเรียกว่าอะไร!! เมื่อทั้งสองคนอยากเปิดเผยตัวตนจึงวางยาหลินเม่ยเม่ยจนหญิงสาวตายไป แต่เมื่อตื่นมาอีกครั้งหญิงสาวพบว่าเธอตื่นขึ้นมาก่อนที่จะแต่งงานสามวัน อีกทั้งยังมีระบบติดตัวมาด้วย ดังนั้นเมื่อมีเวลาสามวันก่อนแต่งงาน หลินเม่ยเม่ยต้องหาทางยกเลิกการแต่งงานนี้ให้ได้ หลังจากย้อนกลับมาและทุกอย่างเปลี่ยนไป หญิงสาวต้องทำอย่างไรกับชีวิตนี้กันล่ะ ระหว่างเริ่มต้นใหม่กับสามีคนนี้แล้วใช้ชีวิตให้ดี หรือเริ่มต้นใหม่กับสามีคนนี้แต่ไม่ลืมแก้แค้นคนที่ทำร้ายเธอเมื่อชาติที่แล้ว!
View Moreหลินเม่ยเม่ยสตรีจากบ้านหลิน เธอเหมือนตัวคนเดียวเนื่องจากว่าแม่ของเธอตายไปแล้ว ส่วนพ่อก็มีภรรยาใหม่อีกทั้งยังมีน้องสาวต่างแม่คนหนึ่ง
แต่ทว่าน้องสาวคนนี้ไม่ได้มองเธอเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย แต่มองเหมือนคนรับใช้มากกว่า เรื่องที่คนพูดว่าการมีแม่เลี้ยงก็เหมือนมีก็พ่อเลี้ยงเหมือนกัน เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งไหนที่ดี มักจะตกไปอยู่กับน้องสาวทั้งหมด ส่วนเธอได้รับแต่ของเหลือทั้งนั้น
น้องสาวต่างมารดามีสัญญากับหมั้นหมายกับบ้านสกุลเฉิน แต่ทว่าตอนนี้เธอมองว่าบ้านเฉินกลับล้มละลายไม่เหลืออะไร กลายเป็นคนยากจนที่สุด ทำให้หลินเพ่ยหรานไม่อยากแต่งเข้าตระกูลเฉินตามสัญญา แต่ถ้าหากไม่แต่ง เงินที่เคยได้รับมาในการหมั้นหมายจะต้องส่งคืนให้กับบ้านเฉิน ทำให้สองแม่ลูกวางแผนชั่วร้าย โดยการให้หลินเม่ยเม่ยแต่งงานแทน และทั้งสองคนก็ทำได้สำเร็จ
แม้จะไม่เต็มใจ แต่เมื่อแต่งเข้าบ้านเฉินแล้ว หลินเม่ยเม่ยย่อมต้องเชื่อฟังสามีและครอบครัวของเธอ เธอต้องทำงานบ้านทุกอย่าง และต้องออกไปรับจ้างเพื่อหาเงินมาให้ครอบครัวสามีใช้จ่าย
ซึ่งในบ้านเฉินนอกจากจะมีคนครอบครัวของสามีแล้ว ยังมีหลานสาวของแม่สามีและลูกของเธอมาอาศัยอยู่ด้วย และยังทำตัวเป็นเจ้านายของบ้านอีกด้วย
หลินเม่ยเม่ยแต่งเข้าบ้านหลายปีแต่ก็ไม่ตั้งท้องสักที แม่สามีก็ด่าไม่หยุดพักในเรื่องนี้ ด่าว่าเธอคือแม่ไก่ที่ไม่มีไข่บ้างล่ะ แถมยังดุด่าเรื่องอื่น ๆ อีกสารพัด การที่เธอจะใช้เงินที่ตนเองหามาได้เพื่อซื้อของส่วนตัวแต่ละครั้งแทบจะต้องกราบ อ้อนวอนเท่าไรก็ไม่เคยมีคนสนใจ
อย่างเช่นวันนี้ เมื่อหลินเม่ยเม่ยต้องการซื้
อของใช้ส่วนตัว เธอต้องเข้ามาทำงานในเมืองเพื่อแลกเงิน ซึ่งวันนี้เหมือนจะมีโชคหน่อย เธอได้งานทำและเงินที่ได้มาก็หลายหยวนเลยทีเดียว ในส่วนนี้เธอไม่คิดที่จะเอาเข้ากงสีของบ้านสามี จึงตัดสินใจเดินเรื่อยเปื่อยหลังจากซื้อของส่วนตัวแล้ว จนมาพบกับร้านขายเครื่องประดับ
“สวยจัง” หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหม่อลอย
ภาพตรงหน้าของเธอเรียงรายไปด้วยเครื่องประดับที่ดูเหมือนจะเป็นชุดเดียวกัน แต่ทว่ากลับมีเพียงต่างหูดอกปี่อั้นที่ดึงดูดเธอ จนทำให้เธออยากได้ จึงตัดสินใจเข้าไปถามราคากับพ่อค้า
“ต่างหูคู่นี้ราคาเท่าไรเหรอ” เธอถามและชี้ไปที่ต่างหูนั้น
“ต่างหูราคาสิบหยวน แต่ถ้าเธอจะซื้อ ฉันขายแค่สามหยวนเท่านั้น” พ่อค้าคนนี้บอกราคาพร้อมกับยิ้มให้เธออย่างเป็นกันเอง
“ถ้าฉันซื้อตอนนี้ ฉันจ่ายแค่สามหยวนใช่ไหมคะ”
เธอถามย้ำเพื่อความมั่นใจ ‘จากราคาสิบหยวนเหลือสามหยวน ต่อให้ต้องอดข้าวฉันก็พร้อมที่จะซื้อ’ เธอคิดในใจอย่างดีใจ
“ใช่ เธอมีเงินพอหรือเปล่าล่ะ” พ่อค้าตอบกลับมาอย่างจริงจัง แววตาที่เขามองเธอเหมือนจะรู้แล้วว่า หลินเม่ยเม่ยมีเงินเพียงพอ ถ้าเธอหากต้องจ่ายในราคาสามหยวน
“มี มีค่ะ ฉันมีเงินสามหยวน” เธอรีบตอบกลับไป เพราะกลัวว่าหากช้ากว่านี้แล้ว พ่อค้าจะเปลี่ยนใจไม่ขายให้ จากนั้นก็รีบหยิบถุงเงินออกมา ก่อนจะหยิบเงินส่งให้เขาสามหยวน
“เดี๋ยวฉันใส่ถุงให้นะ” พ่อค้ารับเงินไปแล้วบอกเธอ
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวตอบกลับอย่างยินดี
‘จะว่าไปแล้วนี่คือเครื่องประดับชิ้นแรกที่ฉันมี ถึงจะรู้ว่าไม่สามารถใส่ได้เหมือนคนอื่น ซื้อไปแล้วต้องเก็บซ่อนอย่างดีเพราะกลัวถูกแย่งชิง ถึงจะเป็นอย่างนั้นฉันก็ยังอยากซื้อเหมือนเดิม เพราะแค่มองก็รู้สึกว่าอยากได้ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน’ เธอคิดอยู่ในใจตอนที่รอพ่อค้าอยู่
อิจฉาแทบกระอักเลือดเมื่ออยู่กันเพียงลำพัง เจียงซื่ออดทนกับความอยากรู้ไม่ไหว จึงตัดสินใจถามลูกเลี้ยงออกไปตรง ๆ “แกรู้เรื่องอะไรของฉัน”“คุณยังกล้าถามอีกนะ ก็เรื่องเพ่ยหรานไม่ใช่ลูกของพ่อน่ะสิ” หลินเม่ยเม่ยตอบออกมาพร้อมกับจ้องตาอีกฝ่ายเธอไม่สนใจหรอกว่าแม่เลี้ยงคนนี้จะทำอย่างไรต่อจากนี้ แต่เธอต้องการให้อีกฝ่ายอยู่อย่างหวาดระแวงไปจนวันตาย ให้สาสมกับที่เจียงซื่อทำกับเธอเมื่อชาติที่แล้ว“แกอย่ามาพูดไร้สาระตรงนี้นะ เพ่ยหรานเป็นลูกของพี่หลินหาน แกอย่ามาทำเป็นรู้ดี แล้วเอาเรื่องโกหกไปเที่ยวบอกคนอื่น” เจียงซื่อพูดกระซิบเสียงเข้มเพราะกลัวคนมาได้ยิน และแม้จะขู่ลูกเลี้ยงกลับไป แต่ทว่าท่าทีของเธอนั้นกลับดูร้อนรนอย่างมาก ไม่เหมือนกับเจียงซื่อผู้ที่เคยสงบและเยือกเย็น“เรื่องนี้จริงหรือไม่จริง คุณย่อมรู้อยู่แก่ใจ ถ้าคุณไม่มายุ่งกับฉัน เรื่องนี้ก็จะเป็นความลับต่อไป ฉันหวังว่าจะเข้าใจนะคุณแม่เลี้ยง” หลินเม่ยเม่ยพูดด้วยรอยยิ้ม พูดจบก็เดินออกมาจากบ้าน เธอตั้งใจจะไปหาหลินเพ่ยหรานสักหน่อย เพื่อบอกเรื่องแต่งงานของเธอที่กำลังจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าหลินเม่ยเม่ยเดินมาเรื่อย ๆ พบเจอใครก็มีแต่คนทักทาย ไม่คิดว่
คนมีชะงักติดหลังเรื่องที่เกิดขึ้นกับหลินเพ่ยหราน เมื่อหลินเม่ยเม่ยกลับมาถึงบ้าน เธอก็รู้เรื่องราวทั้งหมดจากการเล่าของเสี่ยวฟาง แม้ว่าอีกฝ่ายเหมือนตกนรกทั้งเป็น แต่ก็ยังไม่สาแก่ใจของเธอ เธอตั้งใจว่าจะหาทางบังเอิญไปพบอีกฝ่ายสักหน่อยส่วนเรื่องที่เธอขอผู้ชายบ้านเมิ่งแต่งงาน ฝ่ายนั้นแจ้งมาว่าวันนี้จะส่งผู้ใหญ่มาเจรจาสู่ขอตามธรรมเนียม ซึ่งเมื่อคนบ้านเมิ่งมาถึง ชาวบ้านดูจะแตกตื่นไม่น้อย รวมถึงแม่เลี้ยงและพ่อของเธอก็แสดงความตื่นเต้นออกมา“สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วย ที่คนบ้านเมิ่งมาที่นี่แบบไม่ได้นัดหมาย คงไม่ตกใจกันใช่ไหมคะ วันนี้ฉันและทุกคนมาเพื่อสู่ขอหลินเม่ยเม่ยให้แต่งกับเมิ่งเฟยเทียน ลูกชายเพียงคนเดียวของฉันค่ะ” กู้อี้หนิงบอกกับพ่อแม่ของหลินเม่ยเม่ยด้วยรอยยิ้ม แม้จะรู้ว่าคนบ้านหลินเป็นอย่างไร“ได้อย่างไรกัน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะ ไม่ได้ อย่างไรฉันก็ไม่ยอม” เจียงซื่อรีบพูดคัดค้านหัวชนฝา อย่างไรเธอก็ไม่มีทางยอมที่จะให้ลูกเลี้ยง มีอนาคตที่ดีกว่าลูกสาวของเธอหรอกเมื่อโดนคำปฏิเสธอย่างจริงจัง กู้อี้หนิงจึงหันมามองหน้ากับลูกชาย แล้วหันไปยิ้มให้หลินเม่ยเม่ย ซึ่งหญิงสาวก็ยิ้
ส่วนทางด้านหลินเพ่ยหรานหลังจากที่แต่งงานเข้ามาบ้านเฉินแล้ว หญิงสาวแทบจะเป็นบ้า เพราะถูกแม่สามีและน้องสาวของสามีอย่างเฉินฟางใช้งานอย่างกับทาส แล้วยังมีหลานสาวอย่างลู่เซียวซินอีกคนที่ชอบทำตัวเป็นเจ้านาย“หล่อนเป็นแค่หลาน ทำไมฉันต้องคอยทำอย่างที่หล่อนบอกด้วยล่ะ” หลินเพ่ยหรานไม่ยินยอมที่จะรับใช้หลานสาวของแม่สามีคนนี้ เลยลุกขึ้นโวยวายออกมาอย่างไม่พอใจ“ฉันอยู่มาก่อนเธอ ถ้าเธออยากมีชีวิตที่ดีในบ้านหลังนี้ ก็อย่าขัดใจฉัน” ลู่เซียวซินเชิดหน้าพูดใส่อีกฝ่าย แม้เธอจะไม่สามารถเปิดเผยฐานะลับได้ แต่เธอก็พยายามแสดงว่าตนเองมีความสำคัญกับบ้านนี้“แล้วยังไง หล่อนเป็นแค่หลาน แต่ฉันเป็นสะใภ้ของบ้านนี้ หล่อนสิต้องคอยรับใช้ฉัน” หลินเพ่ยหรานโต้กลับทันที“หึ คิดก่อนพูดหน่อยนะ ตั้งแต่เธอแต่งเข้ามาในบ้านหลังนี้ มีสักวันไหมที่เธอไม่ต้องทำงาน แล้วมีสักวันไหมที่พี่ต้าเฟยเข้าไปนอนด้วย ช่างสำคัญตัวเองนักนะ” ลู่เซียวซินยังลอยหน้าลอยตาพูดอย่างเย้ยหยันอีกฝ่าย“หล่อนพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร หล่อนรู้อะไรมาบอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นก็อย่ามาว่าฉันรังแกหล่อน”คราวนี้หลินเพ่ยหรานไม่สนใจอีกแล้วว่า หากเธอสร้างปัญห
เอ่ยปากขอแต่งงานหลังจากวันนั้นนี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ซึ่งหลินเพ่ยหรานแต่งเข้าบ้านเฉินด้วยความไม่ยินยอมส่วนหลินเม่ยเม่ยนั้นไม่ต้องเจอกับชะตากรรมเหมือนชาติที่แล้ว วันนี้เธอจึงตัดสินใจมาคุยกับเมิ่งเฟยเทียนเป็นการส่วนตัว เนื่องจากเสี่ยวฟางบอกว่า นี่คืออีกอย่างหนึ่งที่เธอต้องทำ นั่นคือทำให้คนบ้านเมิ่งรอดพ้นจากหายนะ ที่เคยเกิดขึ้นแบบชาติที่แล้วหลินเม่ยเม่ยมายังสถานที่ของทหาร ซึ่งนอกจากจะมีค่ายทหารแล้ว ทว่าในนี้กลับมีครอบครัวของทหารพักอาศัยอยู่ เมื่อมาขอพบเมิ่งเฟยเทียนเธอจึงต้องรอก่อน เพราะต้องให้ทหารหน้าประตู ไปสอบถามเจ้าตัวก่อนว่าจะให้พบหรือไม่เมื่อได้ยินว่าหลินเม่ยเม่ยมาขอพบ เมิ่งเฟยเทียนก็รีบออกมาหาเธอทันที เขารู้สึกดีใจไม่น้อย เพราะตั้งแต่วันนั้นก็ยังไม่ได้เจอกันอีกเลย“คุณพอจะมีเวลาคุยกับฉันสักหน่อยไหมคะ” หญิงสาวถามอย่างไม่อ้อมค้อม น้ำเสียงของเธอแม้จะเรียบเฉย แต่ก็มีความตื่นเต้นผสมอยู่ เนื่องจากครั้งนี้เธอตั้งใจมาขอเขาแต่งงานอย่างไรล่ะ“ครับ ถ้าอย่างนั้นเข้ามาก่อน ไปคุยกันที่ร้านอาหารก็แล้วกัน” ชายหนุ่มตอบรับแล้วพาเธอขึ้นรถเพื่อไปที่ร้านอาหาร ในใจก็สงสัยว่าเธอจะคุยเรื่องอะไร ถ





