Share

เดินทางเข้าเมือง

last update Last Updated: 2026-01-10 13:22:02

"ข้ามาหาท่านแม่"

นางหายหอบแล้วเอ่ยขึ้นกับจ้าวเจียว

"ท่านป้าไม่อยู่ออกไปเก็บถั่ว"

"ถ้าอย่างนั้นข้าจะรอ"

นางไม่อยากสนใจจ้าวเจียวมากนักนั่งรอคอยมารดาไม่ยอมกลับบ้าน จ้าวเจียวนั่งว่างไม่มีงานทำอยากก่อกวนจ้าวหานหรงเหมือนที่เคยทำอยู่พอดี

"เจ้าอ้วนไม่รู้สึกสมเพชตัวเองบ้างหรือ"

จ้าวหานหรงไม่เข้าใจสิ่งที่จ้าวเจียวต้องการสื่อสารเพราะนางไม่ชอบสู่รู้เรื่องของคนอื่น

"ทำไมต้องสมเพชด้วย"

สายตาของจ้าวเจียวมองจ้าวหานหรงเหยียดหยามถึงที่สุด

"ดูสารรูปเจ้าสิอ้วนอย่างกับหมูเสื้อผ้าเก่า ๆ สกปรกขนาดนี้ยังกล้ากลับมาที่บ้านไม่กลัวท่านปู่ท่านย่าอับอายผู้คนหรือไร"

นางก้มมองดูตัวเองที่ตอนนี้สะอาดสะอ้านขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนมีเพียงเสื้อผ้าเก่าเป็นรอยปะที่ทำให้ร่างกายของนางหม่นหมอง

"ข้าไม่ได้อะไรผิดทำไมต้องอายด้วย"

จ้าวเจียวยกมือกอดอกหัวเราะเยาะ

"วิธีการได้สามีคนนี้มาคิดว่าไม่เสื่อมเสียหรือ สิ้นคิดแล้วยังหน้าไม่อาย"

จ้าวหานหรงถอนหายใจยาวตอบโต้ขึ้น

"เรื่องมันผ่านไปแล้วเจ้าจะพูดทำไม หรือว่าเจ้าอยากได้หลี่เล่อเป็นสามีแต่เขาไม่ชายตาแล"

ปกติหากได้ยินคำพูดเหล่านี้จ้าวหานหรงจะร้องไห้ออกมา ความผิดเรื่องนี้อยู่ในใจของนางตลอดเวลายิ่งถูกคนตอกย้ำนางก็ยิ่งเสียใจร้องไห้ฟูมฟายไม่พ้นอาละวาดตามมา ทว่าครั้งนี้นางทำให้จ้าวเจียวเสียหน้าที่พูดจาข่มเหงนางไม่สำเร็จ

"อย่ามาพูดมั่วซั่วนะ"

"หาไม่แล้วเจ้าจะพูดบ่อย ๆ ทำไมกันล่ะ"

ขณะที่สองพี่น้องกำลังทะเลาะกันรุ่ยชิงก็เดินเข้าบ้านมาจ้าวหานหรงเห็นมารดาแบกตะกร้าจึงรีบเดินไปรับมาถือเอาไปเก็บ แม่นางรุ่ยชิงเห็นลูกสาวมาหาที่บ้านความเหน็ดเหนื่อยจากไร่นาก็แทบมลายหายไป

"ท่านแม่นั่งก่อนข้าจะไปเอาน้ำมาให้"

นางเดินเข้าไปในห้องครัวยกถาดใส่น้ำชาเดินออกมาพลางรินให้มารดาเป็นที่น่าแปลกใจสำหรับจ้าวเจียวยิ่งนัก ปกติแล้วยามพบหน้ากันแม่ของนางต่างหากที่เป็นคนคอยดูแลลูกสาว

"มาหาแม่มีเรื่องใดหรือ"

"ข้าจะขอรบกวนท่านแม่ วันพรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองกับท่านพี่ข้าฝากลูกไว้กับท่านได้หรือไม่เจ้าคะ"

รุ่ยชิงยิ้มแย้มเอ่ยขึ้นอย่างเต็มใจ

"ได้สิพรุ่งนี้แม่จะไปหาแต่เช้า เจ้าสองคนจะได้รีบไปรีบกลับ"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

คำพูดของนางชวนฟังจนต้องสะอึกท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปทำให้รุ่ยชิงยิ้มปลื้มใจ

"เจ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ว่าแต่จะเข้าเมืองไปทำไมกัน"

"ข้าจะเอาไก่กับเป็ดไปขายเจ้าค่ะแล้วก็ท่านพี่จะไปขายหนังสัตว์จะได้ซื้อของแล้วช่วยกันถือกลับมา"

"อ้อได้สิ นี่แม่มีถั่วลิสงเอากลับไปกินเถิด"

นางลุกขึ้นเดินไปตักถั่วลิสงจากตะกร้าห่อให้บุตรสาว จ้าวหานหรงโบกมือห้ามไว้เพราะเกรงใจมารดา

"อย่าลำบากเลยเจ้าค่ะ อันเก่ายังกินไม่หมด"

ถึงนางจะปฏิเสธอย่างไรรุ่ยชิงก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดียัดห่อถั่วใส่ในมือนางกำชับว่าหากไม่กินก็ต้มให้เด็ก ๆ กิน นางจึงยอมรับและลากลับบ้าน

"ท่านป้าทำอย่างนี้ไม่กลัวท่านย่าว่าเอาหรือเจ้าคะ"

จ้าวเจียวย่นจมูกเมื่อเห็นรุ่ยชิงแบ่งถั่วให้บุตรสาว รุ่ยชิงไม่พูดต่อยกตะกร้าถือเดินไปเก็บในครัวแล้วกลับเข้าไปในห้อง

จ้าวหานหรงหายไปหนึ่งชั่วยามจึงเดินกลับมาถึงบ้าน นางจัดการล้างถั่วลิสงสดแล้วเอามาต้มส่วนหนึ่งเห็นหลี่เล่อกำลังกวาดใบไม้ก็เดินเข้าไปหา

"ท่านแม่จะมาแต่เช้า เราก็เตรียมของไว้รอเลยจะได้รีบไปรีบกลับ"

"อืม"

หลี่เล่อตอบแค่นั้นก็ทำงานต่อนางจึงมาจัดการทำอาหารเย็นในห้องครัว

รุ่งเช้าหลี่เล่อจับเป็ดกับไก่มามัดเอาไว้และเตรียมหนังสัตว์ส่วนจ้าวหานหรงแบกตะกร้าเปล่าขึ้นที่หลัง

"ท่านแม่มาแล้ว"

นางเดินไปรับของที่รุ่ยชิงถือพะรุงพะรังมาด้วยเอาไปเก็บไว้ในห้องครัว

"ข้าทำอาหารไว้เผื่อท่านแม่ด้วยตามสบายเถิดเจ้าค่ะ"

รุ่ยชิงพยักหน้าแล้วขอตัวเข้าไปดูหลาน ๆ สองสามีภรรยาจึงออกเดินทาง หลี่เล่อแบกของขึ้นหลังเดินนำหน้าจ้าวหานหรง ก้าวเดินของเขาทั้งว่องไวและดูแข็งแรงต่างจากนางเดินมายังไม่ถึงครึ่งทางก็เหนื่อยหอบแล้ว

"อีกไกลหรือไม่"

นางเอ่ยปากถามหายใจหอบเหมือนจะเดินต่อไปไม่ไหว หลี่เล่อหันกลับมาพบว่านางตามหลังของเขาห่างตั้งห้าวา

"ไม่เกินหนึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว"

น้ำเสียงของเขายังฟังดูสบาย ๆ ไม่มีความเหน็ดเหนื่อยปรากฏบนใบหน้าให้เห็น

"หา! ตั้งหนึ่งชั่วยามข้ามิตายก่อนหรือ"

ใบหน้าของนางซีดเซียวร่างอ้วนนั่งลงตรงนั้นรู้สึกปวดขายิ่งนัก ปกตินางไม่ใช่คนอ่อนแอขนาดนี้แต่ครั้งนี้นางเดินไม่ไหวจริง ๆ หลี่เล่อลังเลครู่หนึ่งตัดสินใจเดินย้อนกลับมาพลางหันหลังให้นั่งลงยอง ๆ

"ถ้าเดินไม่ไหวก็ขี่หลังข้า หากนั่งพักจะยิ่งเสียเวลา"

ดูเหมือนจ้าวหานหรงจะต่อต้านนางนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยซ้ำ

"รีบ ๆ ขึ้นมาเดี๋ยวจะสายไปไม่ทันพ่อค้า"

เพื่อความสะดวกนางจำใจขึ้นขี่หลังหลี่เล่อตามคำแนะนำของเขา น่าแปลกที่การเดินทางยังคงรักษาเวลาเอาไว้ได้ หลี่เล่อไม่ได้เดินช้าลงและไม่มีท่าทางเหนื่อยหอบเหมือนกับนาง ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามทั้งคู่ก็มาถึงตลาดซื้อขายหนังสัตว์ นางลงจากหลังของเขาเดินตามก้นสามีพลางมองดูการค้าขายในยุคโบราณอย่างตื่นเต้น

"พรานหลี่มาแล้วพวกเรากำลังรออยู่อ้าวแล้วนั่นมากับใครล่ะ"

พ่อค้าที่คุ้นเคยกันกล่าวคำทักทายพลางชะโงกมองจ้าวหานหรง

"ข้าพาภรรยามาด้วยน่ะ"

จ้าวหานหรงยืนตัวแข็งค้างขึ้นมาทันที หลี่เล่อกล้ายอมรับกับคนอื่นว่านางคือภรรยาหรือ

"อ้อ ๆ แล้วนั่นถือไก่กับเป็ดมาขายด้วยหรือ"

"ใช่แล้วว่าจะเอาไปที่ร้านอาหารด้านโน้น"

เขาชี้มือไปยังตึกด้านขวามือ พ่อค้าจึงเอ่ยขึ้น

"คืนนี้บ้านข้ามีงานเลี้ยงรวมญาติข้าขอซื้อได้หรือไม่หากไม่มีคนจอง"

หลี่เล่อหันหน้ามาหาจ้าวหานหรงนางจึงพยักหน้าให้เขาตัดสินใจ

"ได้สิ"

ไก่กับเป็ดขายได้แล้วส่วนหนังสัตว์ขายตามราคาปกติเป็นราคาที่หลี่เล่อพึงพอใจเขาจึงยื่นเงินขายไก่กับเป็ดให้นาง

"นี่เงินค่าขายไก่กับเป็ด ส่วนนี้ข้าให้เจ้าเก็บไว้เพิ่ม"

หลี่เล่อให้เงินนางในทันทีและพาไปซื้อของกินเข้าบ้านเนื่องจากจ้าวหานหรงไม่เคยซื้อของไม่รู้จักการค้าขาย เขาเข้าใจมาตลอดว่านางไม่รู้จักการซื้อขายแลกเปลี่ยนแต่ก็ยินยอมให้นางเก็บเงินเอาไว้ เพราะเป็ดไก่นางเป็นคนเอามาส่วนเงินที่แบ่งให้ถือว่าเป็นจำนวนเล็กน้อยที่ควรให้

"ท่านให้ข้าเป็นคนซื้อใช่หรือไม่"

นางถามขึ้นพลางมองเงินที่อยู่ในมือของตัวเอง หลี่เล่อเพียงตอบสั้น ๆ กลับมา

"เอาเงินจากข้าซื้อของส่วนเงินที่อยู่กับเจ้าก็เก็บเอาไว้"

จากนั้นเขาก็ปลดตะกร้าจากบ่าไหล่ของนางมาสะพายขึ้นที่หลังเดินนำหน้าไปยังร้านขายข้าวสารโดยมีนางเดินตามไปติด ๆ

"ท่านรู้หรือว่าในบ้านขาดเหลือสิ่งใดบ้าง"

นางเข้าครัวทุกวันย่อมรู้มากกว่าส่วนหลี่เล่อมักซื้อไปตุนเอาไว้ทั้งของจำเป็นและบางครั้งก็เกินจำเป็นเพื่อไม่ให้ขาดแคลน

"ที่บ้านไม่ค่อยมีอะไรเหลือ"

ไปถึงร้านทั้งคู่ก็มองหาสิ่งที่ต้องการนางจึงไล่ลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องซื้อให้ฟัง

"เราขาดข้าวสาร ของแห้ง เครื่องปรุงอาหาร ของเหล่านี้ซื้อมากหน่อยให้พอกินหนึ่งเดือนขึ้นไป"

หลี่เล่อมองหน้าของจ้าวหานหรงที่เวลานี้เขารู้สึกเหมือนพูดคุยกับคนแปลกหน้า

"อย่างอื่นก็ขาด"

"ก็ใช่ แต่สามอย่างนี้จำเป็นมากกว่าอย่างอื่นเราทยอยซื้อทีหลังได้และของสดที่ต้องทำอาหารไม่ควรซื้อไปเก็บนาน ๆ คราวหน้าควรจดออกมาว่าสิ่งที่ต้องซื้อมีอะไรบ้างจะได้ควบคุมการใช้จ่ายได้"

หลี่เล่อยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัยว่านางรู้จักการทำรายจ่ายด้วยหรือ สตรีชนบทไม่รู้หนังสือด้วยซ้ำไป ที่สำคัญพู่กันและกระดาษเป็นของแพงมากเกินความจำเป็นของครอบครัวยากจน

จ้าวหานหรงรู้สึกตัวว่านางพูดมากเกินไปจึงหยุดแล้วเข้าไปเลือกของในร้านโดยมีหลี่เล่อคอยช่วยดูและจ่ายเงินให้จากนั้นทั้งคู่จึงเดินไปดูเนื้อสัตว์และผักสำหรับทำอาหารหม้อใหญ่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ไปทำธุระหนึ่งวัน

    "วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หลี่เล่อไม่ใช่คนธรรมดา

    รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ข้าจะช่วยหาเงินเอง

    "เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อจุดจบที่สวยงาม

    บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   หย่าขาดได้แล้ว

    ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   แจกจ่ายดีกว่านำไปขาย

    นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status