Share

เดินทางเข้าเมือง

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-10 13:22:02

"ข้ามาหาท่านแม่"

นางหายหอบแล้วเอ่ยขึ้นกับจ้าวเจียว

"ท่านป้าไม่อยู่ออกไปเก็บถั่ว"

"ถ้าอย่างนั้นข้าจะรอ"

นางไม่อยากสนใจจ้าวเจียวมากนักนั่งรอคอยมารดาไม่ยอมกลับบ้าน จ้าวเจียวนั่งว่างไม่มีงานทำอยากก่อกวนจ้าวหานหรงเหมือนที่เคยทำอยู่พอดี

"เจ้าอ้วนไม่รู้สึกสมเพชตัวเองบ้างหรือ"

จ้าวหานหรงไม่เข้าใจสิ่งที่จ้าวเจียวต้องการสื่อสารเพราะนางไม่ชอบสู่รู้เรื่องของคนอื่น

"ทำไมต้องสมเพชด้วย"

สายตาของจ้าวเจียวมองจ้าวหานหรงเหยียดหยามถึงที่สุด

"ดูสารรูปเจ้าสิอ้วนอย่างกับหมูเสื้อผ้าเก่า ๆ สกปรกขนาดนี้ยังกล้ากลับมาที่บ้านไม่กลัวท่านปู่ท่านย่าอับอายผู้คนหรือไร"

นางก้มมองดูตัวเองที่ตอนนี้สะอาดสะอ้านขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนมีเพียงเสื้อผ้าเก่าเป็นรอยปะที่ทำให้ร่างกายของนางหม่นหมอง

"ข้าไม่ได้อะไรผิดทำไมต้องอายด้วย"

จ้าวเจียวยกมือกอดอกหัวเราะเยาะ

"วิธีการได้สามีคนนี้มาคิดว่าไม่เสื่อมเสียหรือ สิ้นคิดแล้วยังหน้าไม่อาย"

จ้าวหานหรงถอนหายใจยาวตอบโต้ขึ้น

"เรื่องมันผ่านไปแล้วเจ้าจะพูดทำไม หรือว่าเจ้าอยากได้หลี่เล่อเป็นสามีแต่เขาไม่ชายตาแล"

ปกติหากได้ยินคำพูดเหล่านี้จ้าวหานหรงจะร้องไห้ออกมา ความผิดเรื่องนี้อยู่ในใจของนางตลอดเวลายิ่งถูกคนตอกย้ำนางก็ยิ่งเสียใจร้องไห้ฟูมฟายไม่พ้นอาละวาดตามมา ทว่าครั้งนี้นางทำให้จ้าวเจียวเสียหน้าที่พูดจาข่มเหงนางไม่สำเร็จ

"อย่ามาพูดมั่วซั่วนะ"

"หาไม่แล้วเจ้าจะพูดบ่อย ๆ ทำไมกันล่ะ"

ขณะที่สองพี่น้องกำลังทะเลาะกันรุ่ยชิงก็เดินเข้าบ้านมาจ้าวหานหรงเห็นมารดาแบกตะกร้าจึงรีบเดินไปรับมาถือเอาไปเก็บ แม่นางรุ่ยชิงเห็นลูกสาวมาหาที่บ้านความเหน็ดเหนื่อยจากไร่นาก็แทบมลายหายไป

"ท่านแม่นั่งก่อนข้าจะไปเอาน้ำมาให้"

นางเดินเข้าไปในห้องครัวยกถาดใส่น้ำชาเดินออกมาพลางรินให้มารดาเป็นที่น่าแปลกใจสำหรับจ้าวเจียวยิ่งนัก ปกติแล้วยามพบหน้ากันแม่ของนางต่างหากที่เป็นคนคอยดูแลลูกสาว

"มาหาแม่มีเรื่องใดหรือ"

"ข้าจะขอรบกวนท่านแม่ วันพรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองกับท่านพี่ข้าฝากลูกไว้กับท่านได้หรือไม่เจ้าคะ"

รุ่ยชิงยิ้มแย้มเอ่ยขึ้นอย่างเต็มใจ

"ได้สิพรุ่งนี้แม่จะไปหาแต่เช้า เจ้าสองคนจะได้รีบไปรีบกลับ"

"ขอบคุณเจ้าค่ะ"

คำพูดของนางชวนฟังจนต้องสะอึกท่าทางที่ดูเปลี่ยนไปทำให้รุ่ยชิงยิ้มปลื้มใจ

"เจ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว ว่าแต่จะเข้าเมืองไปทำไมกัน"

"ข้าจะเอาไก่กับเป็ดไปขายเจ้าค่ะแล้วก็ท่านพี่จะไปขายหนังสัตว์จะได้ซื้อของแล้วช่วยกันถือกลับมา"

"อ้อได้สิ นี่แม่มีถั่วลิสงเอากลับไปกินเถิด"

นางลุกขึ้นเดินไปตักถั่วลิสงจากตะกร้าห่อให้บุตรสาว จ้าวหานหรงโบกมือห้ามไว้เพราะเกรงใจมารดา

"อย่าลำบากเลยเจ้าค่ะ อันเก่ายังกินไม่หมด"

ถึงนางจะปฏิเสธอย่างไรรุ่ยชิงก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดียัดห่อถั่วใส่ในมือนางกำชับว่าหากไม่กินก็ต้มให้เด็ก ๆ กิน นางจึงยอมรับและลากลับบ้าน

"ท่านป้าทำอย่างนี้ไม่กลัวท่านย่าว่าเอาหรือเจ้าคะ"

จ้าวเจียวย่นจมูกเมื่อเห็นรุ่ยชิงแบ่งถั่วให้บุตรสาว รุ่ยชิงไม่พูดต่อยกตะกร้าถือเดินไปเก็บในครัวแล้วกลับเข้าไปในห้อง

จ้าวหานหรงหายไปหนึ่งชั่วยามจึงเดินกลับมาถึงบ้าน นางจัดการล้างถั่วลิสงสดแล้วเอามาต้มส่วนหนึ่งเห็นหลี่เล่อกำลังกวาดใบไม้ก็เดินเข้าไปหา

"ท่านแม่จะมาแต่เช้า เราก็เตรียมของไว้รอเลยจะได้รีบไปรีบกลับ"

"อืม"

หลี่เล่อตอบแค่นั้นก็ทำงานต่อนางจึงมาจัดการทำอาหารเย็นในห้องครัว

รุ่งเช้าหลี่เล่อจับเป็ดกับไก่มามัดเอาไว้และเตรียมหนังสัตว์ส่วนจ้าวหานหรงแบกตะกร้าเปล่าขึ้นที่หลัง

"ท่านแม่มาแล้ว"

นางเดินไปรับของที่รุ่ยชิงถือพะรุงพะรังมาด้วยเอาไปเก็บไว้ในห้องครัว

"ข้าทำอาหารไว้เผื่อท่านแม่ด้วยตามสบายเถิดเจ้าค่ะ"

รุ่ยชิงพยักหน้าแล้วขอตัวเข้าไปดูหลาน ๆ สองสามีภรรยาจึงออกเดินทาง หลี่เล่อแบกของขึ้นหลังเดินนำหน้าจ้าวหานหรง ก้าวเดินของเขาทั้งว่องไวและดูแข็งแรงต่างจากนางเดินมายังไม่ถึงครึ่งทางก็เหนื่อยหอบแล้ว

"อีกไกลหรือไม่"

นางเอ่ยปากถามหายใจหอบเหมือนจะเดินต่อไปไม่ไหว หลี่เล่อหันกลับมาพบว่านางตามหลังของเขาห่างตั้งห้าวา

"ไม่เกินหนึ่งชั่วยามก็ถึงแล้ว"

น้ำเสียงของเขายังฟังดูสบาย ๆ ไม่มีความเหน็ดเหนื่อยปรากฏบนใบหน้าให้เห็น

"หา! ตั้งหนึ่งชั่วยามข้ามิตายก่อนหรือ"

ใบหน้าของนางซีดเซียวร่างอ้วนนั่งลงตรงนั้นรู้สึกปวดขายิ่งนัก ปกตินางไม่ใช่คนอ่อนแอขนาดนี้แต่ครั้งนี้นางเดินไม่ไหวจริง ๆ หลี่เล่อลังเลครู่หนึ่งตัดสินใจเดินย้อนกลับมาพลางหันหลังให้นั่งลงยอง ๆ

"ถ้าเดินไม่ไหวก็ขี่หลังข้า หากนั่งพักจะยิ่งเสียเวลา"

ดูเหมือนจ้าวหานหรงจะต่อต้านนางนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เอ่ยซ้ำ

"รีบ ๆ ขึ้นมาเดี๋ยวจะสายไปไม่ทันพ่อค้า"

เพื่อความสะดวกนางจำใจขึ้นขี่หลังหลี่เล่อตามคำแนะนำของเขา น่าแปลกที่การเดินทางยังคงรักษาเวลาเอาไว้ได้ หลี่เล่อไม่ได้เดินช้าลงและไม่มีท่าทางเหนื่อยหอบเหมือนกับนาง ใช้เวลาหนึ่งชั่วยามทั้งคู่ก็มาถึงตลาดซื้อขายหนังสัตว์ นางลงจากหลังของเขาเดินตามก้นสามีพลางมองดูการค้าขายในยุคโบราณอย่างตื่นเต้น

"พรานหลี่มาแล้วพวกเรากำลังรออยู่อ้าวแล้วนั่นมากับใครล่ะ"

พ่อค้าที่คุ้นเคยกันกล่าวคำทักทายพลางชะโงกมองจ้าวหานหรง

"ข้าพาภรรยามาด้วยน่ะ"

จ้าวหานหรงยืนตัวแข็งค้างขึ้นมาทันที หลี่เล่อกล้ายอมรับกับคนอื่นว่านางคือภรรยาหรือ

"อ้อ ๆ แล้วนั่นถือไก่กับเป็ดมาขายด้วยหรือ"

"ใช่แล้วว่าจะเอาไปที่ร้านอาหารด้านโน้น"

เขาชี้มือไปยังตึกด้านขวามือ พ่อค้าจึงเอ่ยขึ้น

"คืนนี้บ้านข้ามีงานเลี้ยงรวมญาติข้าขอซื้อได้หรือไม่หากไม่มีคนจอง"

หลี่เล่อหันหน้ามาหาจ้าวหานหรงนางจึงพยักหน้าให้เขาตัดสินใจ

"ได้สิ"

ไก่กับเป็ดขายได้แล้วส่วนหนังสัตว์ขายตามราคาปกติเป็นราคาที่หลี่เล่อพึงพอใจเขาจึงยื่นเงินขายไก่กับเป็ดให้นาง

"นี่เงินค่าขายไก่กับเป็ด ส่วนนี้ข้าให้เจ้าเก็บไว้เพิ่ม"

หลี่เล่อให้เงินนางในทันทีและพาไปซื้อของกินเข้าบ้านเนื่องจากจ้าวหานหรงไม่เคยซื้อของไม่รู้จักการค้าขาย เขาเข้าใจมาตลอดว่านางไม่รู้จักการซื้อขายแลกเปลี่ยนแต่ก็ยินยอมให้นางเก็บเงินเอาไว้ เพราะเป็ดไก่นางเป็นคนเอามาส่วนเงินที่แบ่งให้ถือว่าเป็นจำนวนเล็กน้อยที่ควรให้

"ท่านให้ข้าเป็นคนซื้อใช่หรือไม่"

นางถามขึ้นพลางมองเงินที่อยู่ในมือของตัวเอง หลี่เล่อเพียงตอบสั้น ๆ กลับมา

"เอาเงินจากข้าซื้อของส่วนเงินที่อยู่กับเจ้าก็เก็บเอาไว้"

จากนั้นเขาก็ปลดตะกร้าจากบ่าไหล่ของนางมาสะพายขึ้นที่หลังเดินนำหน้าไปยังร้านขายข้าวสารโดยมีนางเดินตามไปติด ๆ

"ท่านรู้หรือว่าในบ้านขาดเหลือสิ่งใดบ้าง"

นางเข้าครัวทุกวันย่อมรู้มากกว่าส่วนหลี่เล่อมักซื้อไปตุนเอาไว้ทั้งของจำเป็นและบางครั้งก็เกินจำเป็นเพื่อไม่ให้ขาดแคลน

"ที่บ้านไม่ค่อยมีอะไรเหลือ"

ไปถึงร้านทั้งคู่ก็มองหาสิ่งที่ต้องการนางจึงไล่ลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องซื้อให้ฟัง

"เราขาดข้าวสาร ของแห้ง เครื่องปรุงอาหาร ของเหล่านี้ซื้อมากหน่อยให้พอกินหนึ่งเดือนขึ้นไป"

หลี่เล่อมองหน้าของจ้าวหานหรงที่เวลานี้เขารู้สึกเหมือนพูดคุยกับคนแปลกหน้า

"อย่างอื่นก็ขาด"

"ก็ใช่ แต่สามอย่างนี้จำเป็นมากกว่าอย่างอื่นเราทยอยซื้อทีหลังได้และของสดที่ต้องทำอาหารไม่ควรซื้อไปเก็บนาน ๆ คราวหน้าควรจดออกมาว่าสิ่งที่ต้องซื้อมีอะไรบ้างจะได้ควบคุมการใช้จ่ายได้"

หลี่เล่อยิ่งฟังก็ยิ่งสงสัยว่านางรู้จักการทำรายจ่ายด้วยหรือ สตรีชนบทไม่รู้หนังสือด้วยซ้ำไป ที่สำคัญพู่กันและกระดาษเป็นของแพงมากเกินความจำเป็นของครอบครัวยากจน

จ้าวหานหรงรู้สึกตัวว่านางพูดมากเกินไปจึงหยุดแล้วเข้าไปเลือกของในร้านโดยมีหลี่เล่อคอยช่วยดูและจ่ายเงินให้จากนั้นทั้งคู่จึงเดินไปดูเนื้อสัตว์และผักสำหรับทำอาหารหม้อใหญ่

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   ตอนจบของตัวร้าย

    "ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว" หลี่เล่อเดินเข้ามาพร้อมกับท่านโหว โหวฮูหยินและเจ้าหน้าที่ของทางการอีกหลายคน ลี่ถิงตกใจเก็บอาการไม่อยู่ขณะที่นักพรตยังคงนิ่งขรึม "นี่มันเรื่องใดกันท่านโหว" "ไปให้การกับศาลพิจารณาก็แล้วกัน" "ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ!" "เจ้ายังปอกลอกจวนโหวไม่พออีกหรือเจ้าหลอกลวงข้าเอาลูกชู้มาให้ข้าเลี้ยง เจ้าคิดว่าข้าสมควรปล่อยให้เจ้าลอยนวลอยู่ที่นี่ต่อไปอย่างนั้นหรือ" นักพรตพูดสมทบขึ้นพยายามให้ท่านโหวใจเย็น "ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว" สายตาที่เคยนับถือกลับกลายเป็นเกลียดชังขึ้นมาทันที "อย่ามาพูดมากกับข้าไอ้คนหลอกลวง วางแผนฆ่าลูกฆ่าหลานข้าแล้วคิดครอบครองจวนโหว เจ้ามันใฝ่สูงเกินไปแล้ว" ท่านโหวพูดด้วยความโมโหเหลืออดกับความละโมบของสองคนนี้ ทั้งเจ็บปวดและแค้นใจในเวลาเดียวกัน ลี่ถิงมองท่านโหวอย่างขอร้อง แต่ท่านโหวไม่รับฟังอีกต่อไป "เอาตัวไป" ทหารเข้าจับกุมตัวตามคำสั่งนักพรตจะขัดขืนทว่าก็ยินยอมตามออกไป เขายังคงมั่นใจว่าจะรอดพ้นทุก ๆ ความผิด ขณะที่ลี่ถิงทั้งขอร้องวิงวอนขอความเห็นใจ หลี่หยวนเซียวเข้ามาขัดขวางไม่ยินยอมให้ทางการเอาตัวลี่ถิงไปแต่เขาก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อได้ย

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นักต้มตุ๋น

    สายลับเข้ามารายงานเรื่องสำคัญที่หลี่เล่อให้ไปสืบเรื่องของนักพรต หลี่เล่อนั่งฟังการรายงานและให้โหวฮูหยินร่วมฟังไปด้วยกัน "เรียนคุณชายใหญ่ นักพรตคนนี้เดิมทีเป็นคนพเนจร เขาใช้ชีวิตร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รู้จักกับแม่นางลี่ถิงที่ตลาดและแอบคบหากันโดยเขาปลอมตัวเป็นนักพรตตั้งแต่นั้นมา ใช้เรื่องทำนายโชคชะตาเป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงตัว" "เล่าต่อไป" ถึงโหวฮูหยินจะรู้เรื่องมาแล้วนางก็ยังอยากฟังต่อ "ลี่ถิงเป็นคนชักนำให้เข้ามาทำนายดวงชะตาในจวนโหว คนมักใหญ่ใฝ่สูงเห็นจวนโหวดูร่ำรวยก็เกิดความโลภร่วมมือกับลี่ถิงกำจัดคุณชายใหญ่โดยใช้ดวงชะตาเป็นเครื่องมือหลอกลวงผู้อื่นและที่สำคัญบุตรชายของนางคือลูกชายของนักพรตขอรับ" "เจ้าแน่ใจนะ" "ยิ่งกว่าแน่ใจขอรับ" สายลับนำหลักฐานที่ได้มาส่งให้หลี่เล่อทั้งหมด หากอ้างถึงพยานเขาสามารถพามาพบได้ เพราะนักพรตเกรงว่าลูกชายจะไม่ยอมรับตัวเองเขาจึงให้หมอทำคลอดที่เป็นคนพามาเองลงลายมือชื่อเป็นพยานว่าเขาเป็นพ่อของเด็กเก็บหลักฐานไว้ในบ้านพักและหมอคนนั้นก็หายสาบสูญไป เขาเป็นคนกุมความลับของเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่นับตั้งแต่นักพรตเริ่มวางแผนให้เด็กคนนี้เข้ามาเป็นทายา

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   นางตายแล้ว

    หลี่เล่อโผล่ขึ้นมาพร้อมร่างหมดสติของจ้าวหานหรง นางสำลักน้ำขณะที่จมลงไปทหารและสาวรับใช้ช่วยกันรับร่างของนางและพาขึ้นฝั่งจากนั้นหลี่เล่อก็อุ้มร่างของจ้าวหานหรงมุ่งตรงกลับเรือนด้วยใจร้อนรน "คุณชายน้อยปลอดภัยแล้วแต่มีอาการไข้ขึ้นควรนอนพักขอรับ ส่วนฮูหยินน้อย..." เมื่อรู้ว่าหลี่จื่อหลินปลอดภัยและลืมตาขึ้นได้ดื่มยาของท่านหมอแล้วหลี่เล่อจึงมาดูอาการของจ้าวหานหรงต่อ "มีสิ่งใดผิดปกติรึท่านหมอ" "นางยังไม่ได้สติ ชีพจรเต้นอ่อนและไม่คงที่ หากนางฟื้นขึ้นมาจึงจะถือว่าปลอดภัยขอรับ" หัวใจของคนฟังหล่นวูบหมายความว่าตอนนี้จ้าวหานหรงมีอาการเป็นตายเท่ากัน เมื่อนางฟื้นขึ้นมาก็ถือว่ารอดชีวิตหากยังไม่ฟื้นก็หมายความว่า... "นางจะตายไม่ได้นะ ท่านหมอ" หลี่เล่อขอร้อง หมอเป็นหมอจากวังหลวงที่เก่งที่สุดยังส่ายหน้าไม่เข้าใจอาการของจ้าวหานหรงเช่นเดียวกัน เมฆหมอกหนาบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า มองไปทิศทางใดก็ไม่เห็นจุดสิ้นสุดแม้แต่ภาพด้านล่างก็ยังเป็นหมอกควันสีขาวล่องลอยไปมาไม่ขาดสาย จ้าวหานหรงราวกับล่องลอยอยู่บนอากาศ ร่างกายของนางคล้ายกำลังลอยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงสถานที่แห่งหนึ่ง นางเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังยืนอยู่

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เสี่ยวหลินเกิดเรื่องแล้ว

    ภายในเรือนของลี่ถิง ทั้งหลี่หยวนเซียวและนักพรตพร้อมด้วยลี่ถิงกำลังหารือกันถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหัน "ไม่นึกเลยว่าคุณชายใหญ่จะดวงแข็งครั้งแล้วครั้งเล่า" นักพรตเอ่ยขึ้นหลังจากแผนการของเขาผิดพลาดครั้งใหญ่ทั้งลี่ถิงและหลี่หยวนเซียวต่างเป็นกังวล "ท่านแม่ มิใช่ว่าวันหนึ่งจะเอาตำแหน่งของข้าคืนไปหรอกนะขอรับ" หลี่หยวนเซียวนั่งไม่ติดเรื่องนี้เขารับรู้มาตลอดและยินดีเป็นตัวแทนของหลี่เล่อในการทำหน้าที่ต่อจากท่านโหว "โหวฮูหยินบอกแล้วว่าไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดถือว่านางเสียสัจจะ อีกอย่างการเปลี่ยนคนยุ่งยากหลายอย่างและท่านโหวก็ยังอยู่ข้างเรา" นางพยายามข่มกลั้นความหวาดระแวงเอาไว้เมื่อเรื่องที่วางแผนร่วมกับนักพรตล้มเหลวลงไปแล้วซึ่งเรื่องนี้หลี่หยวนเซียวไม่เคยรู้ "เจ้าก็ต้องรีบไปเรียนหนังสือไปเรียนการต่อสู้สร้างผลงานได้แล้ว ป่านนี้โหวฮูหยินคงให้อาจารย์ทั้งหลายเตรียมเข้าจวนแล้ว" นางเร่งเร้าบุตรชายที่ผัดผ่อนเรื่องนี้เรื่อยมา "โธ่ท่านแม่ ข้าขอเป็นปีหน้านะขอรับ" หลี่หยวนเซียวเบื่อหน่ายการร่ำเรียนท่องตำรา เขาเคยเรียนมาแล้วสามปีจึงขอพักผ่อนให้หายเบื่อถึงจะกลับไปเรียนต

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   เพื่อความสงบในจวน

    รถม้าจอดเทียบหน้าบ้านตั้งแต่เช้ามืด สัมภาระมีไม่มากขนย้ายไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเดินทางเข้าไปในเมืองเพื่อไปสมทบกับหวงเย่าฉี การเดินทางเงียบเชียบไร้เสียงสนทนาเพราะหลี่จื่อหลินกับหลี่จิ่วเม่ยยังคงหลับอยู่ ถึงหน้าร้านเถ้าแก่หวงทักทายสองสามีภรรยาและควบม้านำทางไปยังจวนโหวโดยมีหยางชุนเดินทางไปด้วย เขาลางานสองวันเพื่อไปส่งหลี่เล่อและครอบครัว อีกอย่างอยากรู้จักที่อยู่ของสหายหากวันหน้ามีเรื่องไม่ชอบมาพากลจะได้ตามไปถูกที่ รถม้าแล่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่หยุดพัก เพราะเป็นรถใช้เดินทางไกลจึงสามารถทนการเดินทางระยะไกลได้จากความเคยชิน จวบจนกระทั่งถึงครึ่งทางก็ได้พบกับเหอจิ้งเซียน "เจ้ามาทำอะไรกลางป่าอย่างนี้จิ้งเซียน" หวงเย่าฉีเห็นว่าสหายไม่เคยมีเวลาว่างแล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร "มีคนส่งข้ามานะสิ ข้ามารับขบวนนี้เข้าจวน" โหวฮูหยินมีคำสั่งให้เหอจิ้งเซียนมารับทุกคนและพาเข้าจวนด้วยตัวเอง การเดินทางเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะเหอจิ้งเซียนส่งพิราบสื่อสารไปที่จวนโหวแล้วว่าจะไปถึงไม่เกินยามจื่อ(23.00น.-01.00น.) จวนโหวที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใกล้เขตวังหลวงภายในเป็นบริเวณกว้างขวางมีความเป็นระเบียบ

  • ทะลุมิติมาเป็นมารดาของตัวร้าย   การตัดสินใจครั้งสำคัญ

    จวนโหว โหวฮูหยินอ่านจดหมายของหวงเย่าฉีด้วยความปลาบปลื้มใจ "ขอพรกับพระโพธิสัตว์มานานในที่สุดคำอธิษฐานของข้าก็เป็นจริง" แต่ข่าวนี้นางจะยังไม่แพร่งพรายออกไปเพื่อความปลอดภัยของหลี่เล่อเพราะเนื้อความข้างในได้แจ้งมาว่าครอบครัวของเขาเพิ่งถูกวางเพลิงโดยคนร้ายซัดทอดมาถึงนักพรต หวงเย่าฉีจำเป็นต้องบอกโหวฮูหยินเพราะหลังจากวันนั้นหยางชุนไปพบเขาที่ร้านกำชับให้เรื่องนี้เป็นความลับให้มากที่สุด นางจึงไม่ได้แจ้งให้ท่านโหวทราบหากท่านโหวรู้เรื่องนี้ไม่พ้นต้องบอกฮูหยินรองอย่างแน่นอน โหวฮูหยินตอบกลับจดหมายนัดวันเวลาให้หวงเย่าฉี เขาจึงให้คนไปส่งข่าวที่บ้านหลี่เล่อเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจะให้รถม้ามารับที่บ้าน หลี่เล่อนั่งคุยกับจ้าวหานหรงในสิ่งที่ยังตัดสินใจค้างเอาไว้ก่อนถึงวันไฟไหม้บ้าน "เจ้าจำเรื่องที่เคยถามข้าได้หรือไม่" นางมีหลายเรื่องให้คิดจึงตอบไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวใดที่เคยพูดกันบ้าง "ข้าถามไปตั้งหลายอย่าง" "เราจะย้ายเข้าไปอยู่ในจวนโหว" "หา!" การตัดสินใจที่ไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้าทำให้นางตั้งตัวไม่ทัน "ท่านคิดดีแล้วหรือไม่" นางถามย้ำอีกครั้ง ตั้งแต่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเขามีท่าทีต่อต้านมาต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status