LOGINจ้าวหานหรงเจอร้านขายเนื้อสัตว์นางเลือกเอาเนื้อหมูกับซี่โครงและปลาพร้อมด้วยเครื่องเทศและผักใบผักหัวรวมถึงไข่ไก่ติดมาด้วย จ่ายเงินแล้วเอามาใส่ในตะกร้าบนหลังของหลี่เล่อจากนั้นก็เดินทางกลับบ้าน
ขากลับนางเดินเองไหวไม่อยากเป็นภาระของสามีจึงพยายามอดทน นางตั้งใจลดน้ำหนักเรื่องการเดินทางไกลเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องฝึกฝน "เจ้าเดินไหวหรือไม่" หลี่เล่อถามขึ้นระหว่างทาง นางพยักหน้ายิ้มบางเอ่ยตอบ "ข้าพอเดินไหวแล้วท่านล่ะแบกไหวหรือของเยอะอย่างนั้นแบ่งมาให้ข้าช่วยถือเถิด" ถึงนางไม่เคยพูดจาดีมาก่อนและเขาก็ไม่ชอบคุยด้วยจะเรียกว่าทั้งสองคนเกลียดขี้หน้ากันก็คงไม่ผิดแต่ยามรู้สึกเหนื่อยล้ามีคำพูดดี ๆ จากใครสักคนให้รู้สึกว่ากำลังถูกอีกฝ่ายใส่ใจก็อดมีกำลังใจเล็ก ๆ ขึ้นมาไม่ได้ "ไม่เป็นไรข้าไม่เหนื่อย" "อืม" หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาของสองสามีภรรยาอีกจนกระทั่งเดินทางมาถึงบ้าน "พวกเรากลับมาแล้ว" จ้าวหานหรงส่งเสียงแทนการเรียกคนในบ้านไม่นานรุ่ยชิงก็จูงมือเด็ก ๆ เดินออกมาหา "ท่านพ่อกลับมาแล้ว" เด็กสองคนดีใจวิ่งโผเข้ากอดบิดาเพียงคนเดียว พวกเขามองข้ามนางเหมือนไม่มีตัวตน จ้าวหานหรงได้แต่ยืนยิ้มเก้อถามไถ่มารดาแทน "เรียบร้อยดีหรือไม่จ๊ะ" "ไม่มีอะไรน่าห่วง" หลี่จื่อหลินมองดูจ้าวหานหรงพูดคุยกับท่านยายดูท่าทางของนางไม่เกรี้ยวกราดและตำหนิเหมือนเมื่อก่อน มีแต่ความเคารพและห่วงใยแสดงออกมา เด็กน้อยมองยู่นานพลางคิดว่าหากมารดาปฏิบัติต่อเขาและน้องสาวเหมือนกับท่านยายก็คงดีไม่น้อย แต่แล้วหลี่จื่อหลินก็ต้องเปลี่ยนความคิด นางคนนี้ไม่มีทางทำดีอย่างจริงใจต่อพวกเขา ตอนนี้ท่านพ่อยังอยู่ต่างหากนางถึงแปลงร่างจากปีศาจมาเป็นนางฟ้าเพื่อไม่ให้ท่านพ่อโกรธและตีนาง ความรักที่เขาต้องการจากมารดามันไม่มีอยู่จริง หลี่จื่อหลินตำหนิตัวเองในใจว่าเขาควรเลิกคาดหวังกับนางจริงจังเสียที "ท่านแม่อย่าเพิ่งกลับนะเจ้าคะรอข้าทำอาหารเสร็จก่อนจะได้แบ่งไปกินให้ท่านพ่อกับซือไฉด้วย" นางกำชับมารดาไม่ให้รีบกลับจากนั้นจึงทักทายเด็ก ๆ "เสี่ยวหลิน กับเม่ยเอ๋อร์มาหาแม่มา" เพราะความน่ารักของของเด็กสองคนทำให้นางอดหยอกล้อไม่ได้ทว่ามีเพียงหลี่จิ่วเม่ยที่โผเข้ามาหานาง "ท่านกอดข้าแล้วจะไม่ตีใช่หรือไม่" ภาพความทรงจำเดิมของหลี่จิ่วเม่ยทำให้นางไม่มั่นใจเอ่ยปากถามขึ้น จ้าวหานหรงเอื้อมมือลูบศีรษะเล็กพูดสัญญา "ไม่มีเหตุผลที่ต้องตี กอดแล้วก็คือรักกัน" หลี่จิ่วเม่ยยิ้มหวานวาดแขนเล็กโอบคอมารดากระชับกอดอย่างยินดีท่ามกลางเสียงหัวเราะของท่านยาย หลี่เล่อพาเด็ก ๆ เข้าบ้านจ้าวหานหรงจึงได้ลงมือทำอาหาร รุ่ยชิงไม่อยากนั่งเฉย ๆ จึงอาสามาช่วย "ให้แม่ช่วยนะ" "ท่านแม่นั่งพักเถิดเจ้าค่ะท่านดูแลหลานก็เหนื่อยแล้วข้าทำไม่นานหรอก" รุ่ยชิงเชื่อฟังบุตรสาวที่ไม่ยอมให้นางเข้าไปช่วยงานนางจึงเข้าไปดูแลเด็ก ๆ แทนหลี่เล่อ "ลูกเขย มาข้าดูแลต่อเอง" "ขอบคุณท่านแม่" ยามนี้คนที่มีความสุขคงไม่พ้นรุ่ยชิง ข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านสร้างความเสียหายให้ครอบครัวเล็ก ๆ ของบุตรสาวนางมามาก ตอนนี้หากพวกเขามาเห็นคงนึกอิจฉาแทนอย่างแน่นอน หลี่เล่อก่อไฟให้จ้าวหานหรงจากนั้นก็ออกไปตักน้ำมาใส่ถังจนเต็ม เขาเป็นตัวอย่างที่ดีของหัวหน้าครอบครัวที่คนในหมู่บ้านต่างชื่นชม ทั้งทำงานหนักทั้งหาเลี้ยงครอบครัวก็ไม่เคยปริปากบ่นสักคำคนในหมู่บ้านต่างชื่นชม หลายครอบครัวอบรมบุตรหลานให้เอาหลี่เล่อเป็นเยี่ยงอย่างในการดำเนินชีวิต กลิ่นหอมของหมูพะโล้โชยไปรอบบ้านชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วน จ้าวหานหรงทำอาหารเสร็จนางก็จัดโต๊ะเรียกทุกคนมากินข้าว อาหารดี ๆ ที่ไม่เคยได้กินเพราะเมื่อก่อนหลี่เล่อทำได้เพียงของง่าย ๆ ไว้ให้คนในครอบครัว เขาก็เพิ่งรู้ว่านางก็มีฝีมือทำอาหารในระดับที่ยอดเยี่ยม นางห่อกับข้าวให้มารดาไปกินที่บ้านรุ่ยชิงจึงขออยู่ดูแลหลานจนถึงช่วงเย็นนางถึงจะกลับ "ข้าจะขึ้นเขาคงกลับมาค่ำ" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงเขาไม่ค่อยปล่อยเวลาให้ว่างมากนักหากมัวชักช้าก็ไม่ทันคนอื่น ๆ "ข้าอยากไปขึ้นเขาเก็บของป่าเผื่อได้ของติดมือมาบ้าง" นางกระตือรือร้นอยากไปด้วย "บนเขาอันตรายเส้นทางก็ไม่เรียบอย่าไปเลยมันไม่เหมาะกับสตรี" เหตุผลของหลี่เล่อฟังไม่ขึ้นสำหรับนางคนที่มาจากโลกอนาคตเช่นจ้าวหานหรงทำงานได้ทัดเทียมผู้ชายหลี่เล่อทำได้นางก็ทำได้เช่นกัน "ท่านยังขึ้นไปได้ข้าก็ไม่ต่างจากท่าน ข้าจะไปด้วย" นางสะพายตะกร้าขึ้นที่หลังเตรียมพร้อมเต็มที่ถึงหลี่เล่อไม่เห็นด้วยนางก็จะไป ชายหนุ่มเหลือบมองนางดูสีหน้าของเขาเหมือนไม่พึงพอใจนัก ความดื้อรั้นที่ไม่เคยพบเห็นจากจ้าวหานหรงมาก่อนทำให้คนอื่นเกิดความหงุดหงิดแล้วหลี่เล่อจะต่างจากคนอื่นได้อย่างไร "ข้าบอกว่ามันอันตรายเจ้าก็ไม่สมควรไปแล้ว" น้ำเสียงของเขาเริ่มแข็งกร้าวการที่นางดื้อดึงจะไปขึ้นเขาทำให้เขามีภาระเพิ่มหากเกิดเรื่องขึ้นจะกลายเป็นความยากลำบากทันที "ของในบ้านเรามีพอกินก็จริงแต่ก็ควรช่วยกันหาเพิ่มมิใช่หรือหากข้าไม่ไปวันนี้วันหน้าข้าก็ต้องไปอยู่ดี ข้ารู้ว่ามันอันตรายแต่ข้าก็ควรได้เรียนรู้การเอาตัวรอด" ไม่เคยพบเคยเห็นสตรีบ้านไหนเป็นเช่นนางมาก่อนหรือแม้แต่มารดาของเขาก็ไม่หัวรั้นเหมือนจ้าวหานหรง หลี่เล่อนิ่งเงียบไม่พูดกับนางเดินถืออาวุธเดินออกไปทันที จ้าวหานหรงจะรอช้าได้อย่างไรนางเดินตามก้นเขาไปติด ๆ เช่นเดียวกัน เส้นทางขึ้นเขาไม่ได้ราบเรียบตามคำบอกกล่าวของหลี่เล่อที่เตือนนางตั้งแต่แรก ชายหนุ่มร่างกายกำยำสูงใหญ่เดินขึ้นไปตามทางด้วยความชำนาญไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด แตกต่างจากผู้หญิงอย่างนางที่เดินขึ้นทางรกชันนางก็เริ่มเหนื่อย ปกติก็เดินไม่ทันหลี่เล่ออยู่แล้วยิ่งเส้นทางขรุขระยิ่งทำให้นางเดินช้าลงไปอีก "ไม่ได้ขึ้นเขานานแรงตกไปเยอะเลย" นางพึมพำกับตัวเสียงหายใจหอบถี่ทว่าคนที่อยู่ด้านหน้ากลับได้ยินชัดเจน นางไม่เคยขึ้นภูเขาจะพููดอย่างนี้ได้อย่างไรนอกจากว่านางไม่ใช่จ้าวหานหรงแต่เป็นคนอื่น เขาอดหันหลังกลับมาดูไม่ได้เมื่อไม่ได้ยินเสียงอีก นึกเป็นห่วงขึ้นมาว่านางคงเหนื่อยและนั่งพักระหว่างทาง ทันทีที่หันกลับไปมองกลับพบว่านางกำลังพยายามเดินขึ้นมาช้า ๆ หลับเลี่ยงทางที่อันตรายไม่ยอมนั่งพัก "รอข้าอยู่ที่นี่ ถ้าขึ้นไปสูงกว่านี้เจ้าจะไม่ไหว" เขาร้องบอกมองดูร่างอ้วนท้วนแบกตะกร้าเปล่าเดินต้วมเตี้ยมอย่างทุลักทุเล "ไม่ ข้าจะขึ้นไป" เมื่อนางตั้งใจมาแล้วจะให้ทิ้งมันกลางทางได้อย่างไรกัน หลี่เล่อไม่สามารถทนมองจ้าวหานหรงทั้งเดินทั้งล้มลุกคลุกคลานได้เขาจึงเดินกลับไปยื่นมือให้นางเกาะแล้วเดินตามขึ้นมา "เช่นนั้นเกาะแขนข้าแน่น ๆ กว่าจะไปถึงเจ้าได้ร้องไห้แน่" ขนาดผู้ชายหลายคนเดินทางคนเดียวยังยากแล้วนางไม่เคยมาลำบากจะไม่ท้อถอยได้อย่างไร "ข้าไม่ใช่คนขี้แยจะร้องไห้ทำไมกัน" นางอดเถียงขึ้นมาไม่ได้คิดขุ่นเคืองในใจว่าผู้ชายยุคโบราณช่างชอบดูถูกผู้หญิงนัก หลี่เล่อเพียงส่ายหน้าแล้วพานางเดินต่อไป ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามทั้งคู่ก็มาถึงทางเรียบด้านบน "ข้าจะไปดักล่าสัตว์ด้านโน้นเจ้ารออยู่แถวนี้ไม่ต้องตามไปตรงนี้จะปลอดภัยกว่า" นางมองดูสภาพแวดล้อมรอบตัวก็พยักหน้ายินยอมทำตาม หลี่เล่อมีประสบการณ์สูงเขาย่อมเข้าใจพื้นที่ดีนางที่ขึ้นมาพร้อมความหัวรั้นล้วน ๆ ไม่ควรดื้อดึงต่อไป "ได้ข้าจะรอท่านที่นี่" "เจ้าอยู่ได้แน่นะ" เขาเห็นนางไม่เคยมาบนป่าเขานางอาจจะกลัวสถานที่รกทึบที่สตรีคนอื่นไม่ชอบมากัน "ข้าอยู่ได้สบายมาก" น้ำเสียงอวดดีที่เปิดเผยทำให้หลี่เล่อยิ่งแปลกใจขึ้นหลายเท่าแต่เขาก็ไม่พูดหันหลังเดินแยกเข้าไปด้านในอีกทาง"วันนี้ขายได้มากข้าให้เจ้าเก็บไว้ทั้งหมด" หลี่เล่อยื่นถุงเงินให้จ้าวหานหรงหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จและทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนแยกตัวไปนอน จ้าวหานหรงนึกแปลกใจที่เขาไว้ใจให้นางเก็บทั้งหมดถ้าเป็นเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นทั้งคนหาเงินทั้งแบ่งเก็บแบ่งใช้ คราวที่แล้วเขาก็แบ่งให้นางเก็บ แล้วครั้งนี้เล่ากลับยื่นให้นางทั้งหมดมันหมายความว่าอย่างไร "ท่านไม่เก็บไว้เองบ้างหรือ" นางมองดูเงินในถุงแล้วเงยหน้าขึ้นมอง หลี่เล่อส่ายหน้าพูดว่า "ข้าเห็นเจ้าเก็บเงินเป็นแล้วหน้าที่เก็บเงินเป็นของเจ้าส่วนหน้าที่หาเงินเป็นของข้า" จ้าวหานหรงไม่เซ้าซี้นางถือถุงเงินลุกขึ้นอุ้มหลี่จิ่วเม่ยเตรียมตัวไปนอน "ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเอาไว้ให้พอหาได้รวมกันมากแล้วจะได้ซ่อมบ้าน" นางพาหลี่จิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัววันไม่อยากทำงานตอนกลางคืนให้เขาจับได้เหมือนวันก่อนอีก วันรุ่งขึ้นหลี่เล่อก็ยังคงเตรียมตัวขึ้นเขาเช่นทุกวัน จ้าวหานหรงเห็นเขาเตรียมของกำลังจะออกไปนางจึงร้องเรียก "ช้าก่อน ข้าจะขึ้นเขากับท่านรับรองครั้งนี้ไม่สร้างปัญหา" นางอยากไปเก็บของป่าเผื่อเจอของหายากจะได้นำไปขายให้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลี่เล่อไม่เห็นด
รุ่งเช้าจ้าวหานหรงทำอาหารแต่เช้ามืดส่วนหลี่เล่อตักน้ำไว้ให้เต็มถังทุกใบแล้วมุ่งหน้าขึ้นภูเขาต่อไป นางทำอาหารหลายอย่างเผื่อช่วงกลางวันหรืออาจกินได้ถึงตอนเย็นเพราะไม่ค่อยมีเวลาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว บางวันนางอาจต้องขึ้นเขาไปหาของป่าระหว่างรอผักเติบโตและเก็บเกี่ยวขายได้ การล่าสัตว์ของหลี่เล่อในช่วงหลังมานี้ค่อนข้างยากขึ้นเมื่อก่อนได้สัตว์ตัวใหญ่ทุกรอบที่ออกล่าระยะนี้มักได้เพียงสัตว์ตัวเล็ก กว่าจะได้ตัวใหญ่สักครั้งต้องเข้าไปในป่าลึกเข้าไปอีกครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันเขาต้องเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิมถึงชั้นในของป่า หลี่เล่อลงเขามาได้สัตว์ป่าหายากลงมาด้วยถึงสองตัว "ข้าจะเอาเข้าไปขายในเมืองวันนี้มีพ่อค้าที่มารับสัตว์หายากประจำเดือนต้องรีบไปให้ทันเวลา" หลี่เล่อบอกกับจ้าวหานหรงก่อนเดินทางเข้าเมือง นางพยักหน้าเข้าใจและฝากซื้อเมล็ดผักหลานชนิด "วันหลังข้าจะขึ้นเขาไปด้วยถ้าไปขายของในเมืองจะขอตามไปด้วย" "แล้วค่อยว่ากันทีหลัง" เขายังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเร่งออกเดินทางให้ทันเวลาไว้ก่อน การซื้อขายครั้งนี้หลี่เล่อได้เงินมาถึงห้าตำลึงนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ล่าสัตว์มาที่มีรายได้เยอะจากสัตว์หายาก หลังจากพ่อค้า
"เมื่อเช้าข้าเดินดูรอบบ้าน เจอจุดเริ่มผุพังหลายจุดอีกอย่างได้เวลาขยับขยายห้องแล้ว หากถึงหน้าฝนครั้งหน้าบ้านที่ไม่ค่อยแข็งแรงแล้วรับรองความปลอดภัยไม่ได้ หลังคาหรือหน้าต่างอาจปลิวไปกับลมพายุถ้าหน้าหนาวก็ไม่อบอุ่น" ดูจากสภาพแล้วหลายปีที่ผ่านมาไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ผ่านฤดูหนาวกับฤดูฝนแสนสาหัสมาได้อย่างไร หลี่เล่อมองตามมืออวบอ้วนชี้ไปยังหลังคาบ้าน ก็จริงของนางเขาละเลยเรื่องนี้มาหลายปีเพราะมัวแต่ออกไปล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ หลายครั้งต้องไปค้างหลายคืนที่อื่นปล่อยให้สามแม่ลูกอยู่บ้านเพียงลำพังนางจึงมองเห็นปัญหาได้มากกว่าเขา "เอาไว้ข้าจะล่าสัตว์ให้ได้อีกบ่อย ๆ เราจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างบ้าน" นางพยักหน้าเห็นด้วย "ได้ ข้าจะหาเงินช่วยท่าน" เป็นอีกครั้งที่หลี่เล่อรู้สึกไม่เหมือนเดิมแต่ละคำพูดที่นางออกความคิดเห็นล้วนไม่เคยได้ยินมาก่อน นางจะหาเงินได้อย่างไรในเมื่อนางทำงานไม่เป็น "เจ้าจะไปล่าสัตว์กับข้า?" เขามีอาชีพล่าสัตว์แล้วนางจะไปกับเขางั้นหรือ จ้าวหานหรงครุ่นคิดว่าคนที่นี่ทำการเกษตรแต่นางไม่มีที่ดินต้องหาสิ่งที่ทำแล้วให้เกิดมูลค่าขึ้นมา "การล่าสัตว์ท่านจะทำไปได้อีกกี่ปี สัตว์ป่าไม่ได้มีล้นภูเข
บ้านหลังเล็กของครอบครัวหลี่เล่อที่สร้างเอาไว้เมื่อห้าปีที่แล้วเป็นแบบง่าย เขามีเงินไม่มากในการสร้างบ้านวัสดุจึงหาเอาเท่าที่มีทั้งไปตัดไม้บนเขาและซื้อราคาถูกต่อจากคนอื่น จ้าวหานหรงเดินวนไปรอบบ้านพบรอยแตกของดินและเนื้อไม้เริ่มผุพังหลายจุด หลี่เล่อออกไปล่าสัตว์ตั้งแต่เช้ายังไม่มีโอกาสได้คุยกันถ้าเขากลับมานางต้องพูดเรื่องนี้จริงจัง ผักที่ปลูกไว้เริ่มเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ นางไปจัดการทำแปลงปลูกเพิ่มถอนต้นกล้าผักมาลงแปลงจนเต็ม ทำวนเวียนจนเสร็จเรียบร้อยจึงเข้าครัวไปอุ่นอาหารเช้า หลี่เล่อได้กวางป่าตัวใหญ่กลับมาคราแรกกะว่าจะเลยเข้าไปในเมืองแต่นึกได้ว่าจ้าวหานหรงอาจจะฝากซื้อของจึงกลับมาที่บ้านก่อน "ข้าจะเข้าไปในเมืองเจ้าอยากได้อะไรเพิ่มหรือไม่" ของกินก็เพิ่งซื้อมาไว้นางยังนึกไม่ออกเดินเข้าไปสำรวจในครัวอีกครั้ง "แป้งมีไม่มาก นอกนั้นก็แล้วแต่ท่าน" หลี่เล่อพยักหน้าแล้วแบกกวางป่าเดินออกจากบ้านไป จ้าวหานหรงมองร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินออกไปนางมองตามเขาด้วยความเหม่อลอย หลี่เล่อดูสง่าผ่าเผยรูปร่างกำยำสูงใหญ่หากเวลานี้อยู่ในสนามรบศัตรูก็มีแต่ความเกรงกลัว ใบหน้าหล่อเหลายิ่งส่งให้เขาดูสมบูรณ์แบบ น่าเสียดา
ความสุขในช่วงเวลาอาหารในครอบครัวเล็ก ๆ ท้ายหมู่บ้านที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เด็กสองคนมีรอยยิ้มได้กินอิ่มท้องถึงพ่อของทั้งคู่จะเฉยชาแต่เขาก็กินข้าวเป็นเพื่อนลูก ๆ จนอิ่ม ต่างจากเมื่อก่อนแม้ไม่อิ่มท้องก็ต้องหยุดกินเพื่อให้ทุกคนได้กิน จ้าวหานหรงแม้จะชื่นชอบรสชาติอร่อยของอาหารแต่นางก็ต้องยับยั้งใจตัวเองเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เสร็จจากการล้างจานนางก็เข้าไปทำความสะอาดห้องครัว ครั้งก่อนยังไม่สะอาดเพียงพอวันนี้นางจึงลงมืออีกครั้งและจัดวางของใหม่ทั้งหมด งานบ้านเมื่อก่อนหลี่เล่อเป็นคนทำถึงจะดูสะอาดแต่ก็ไม่ค่อยน่าพอใจนักความพิถีพิถันของผู้ชายยังน้อยกว่าผู้หญิงอยู่มาก หลี่เล่อปล่อยให้เด็กแฝดสองคนเล่นอยู่ในห้องเขาออกมาช่วยจ้าวหานหรงขัดห้องครัวจนสะอาดเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่นาน นางกับสามีจึงแยกตัวกันไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ภายในห้องนอนของบ้านถึงแม้เป็นหลังเล็กแต่ก็แยกออกเป็นสองห้องค่อนข้างแคบ เมื่อก่อนสามคนพ่อลูกนอนด้วยกันส่วนจ้าวหานหรงนอนคนเดียวขณะที่สามีและลูกนอนเบียดกันแต่นางกลับได้นอนคนเดียวอย่างสุขสบาย หลี่จิ่วเม่ยเริ่มโตขึ้นนางคิดว่าควรแยกมานอนกับนางดีกว่าอีกอย่างเป็นการลดความแออัดภายในห้องลงได้
นางมองซ้ายขวาเห็นว่าตรงที่ยืนอยู่เป็นลานโล่ง ๆ มีเพียงดินทรายและหินกรวดจึงลองเดินแยกไปอีกทาง เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงเขตป่าชื้นอากาศเย็นลงสายตาของจ้าวหานหรงมองหาพืชพรรณป่าไปเรื่อย ๆ หวังว่าจะเจอของที่กินได้บ้าง นางเดินอ้อมไปมาก็เจอเห็ดหลากหลายชนิดจึงนั่งลงเก็บปลิดใบไม้ใหญ่มารองเอาไว้จนเต็มแล้วจึงห่อเก็บใส่ตะกร้า นางมีความรู้เรื่องเห็ดที่มีพิษและไม่มีพิษเพราะนางชอบกินจึงเลือกเอาเฉพาะชนิดที่รู้จัก เดินเลยไปอีกเจอพุ่มไม้คุ้นตาจึงลองดึงออกมาดู "มันฝรั่ง โอ ดีจริง" จากนั้นลงมือขุดใช้มีดสั้นที่พกติดตัวมาด้วยเป็นเครื่องทุ่นแรง ขุดได้ครึ่งตะกร้านางก็เก็บผักป่าอีกสองสามชนิดเตรียมเดินออกไปรอหลี่เล่อด้านนอก จ้าวหานหรงเดินออกมาทางเดิมอยู่ครู่หนึ่งนางก็นึกแปลกใจมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างมึนงง "เหตุใดเป็นที่เดิมเล่า" นางจึงลองเปลี่ยนเส้นทางแล้วเดินต่อไปทว่ากลับวนเวียนมาที่เก่า "ข้าหลงทางแล้วทำอย่างไรดีนะ" นางเงยหน้าขึ้นมองดูพระอาทิตย์เคลื่อนมาตรงที่หัวทว่านางไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาจากทางใดนางเดินมาทั้งสี่ทิศแล้วมีแต่ความงุนงง จึงทำเครื่องหมายไว้ที่ต้นไม้เดินไปตามทางเรื่อย ๆ "วนกลับมาที่เดิมอีกแล้ว ข







